Group Blog
 
All blogs
 

Glastobury festival เทศกาลดนตรีในตำนาน 2

ความเดิมคือ ทีมของพวกเราเข้านอนเเต่หัววัน
เเล้วตื่นมาเสียเช้าโด่งผิดวิสัยคนไปดูคอนเสิร์ทยิ่งนัก
ยังไม่มีวงใดใด ตื่นมาเล่นให้ดู (แหงหล่ะ เจ็ดโมงเช้านี่นะ)

พวกเราเลยตัดสินใจเดินสำรวจบริเวงานโดยรอบ
เเต่ทว่า ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนที่ตกหนักเเต่เมื่อคืนดูจะไม่เลิกราไปง่าย
เช้านี้ยังมีสายฝนบางๆตกลงมาให้พื้นที่ ที่เป็นโคลนเละกว่าเดิมจากเมื่อคืน ยิ่งเละขึ้นไปอีก

ไม่เป็นไร พวกเราเตรียมมาพร้อม สวมบู๊ท เเละเสื้อกันฝนออกเดินหน้าสำรวจฟาร์ม
มาดูสภาพเมื่อพวกเราออกเดินสำรวจดูค่ะ ว่าเป็นไง




ขอโคลสอัพอีกนิดเพื่อความสมจริง


ยัง ยังไม่สะใจ ไหนๆบินข้ามโลกมาเพื่อสัมผัสประสบการณ์โคลนในตำนานมาไกลตั้งเกือบเเปดพันไมล์
มาย่ำ่โคลนให้ฉ่ำ่ใจกันดีกว่า



เดินเเหวกโคลนกันอย่างหนำ่ใจเเล้วเราก็ได้เวลาที่ศิลปินวงเเรกของวันที่เราอยากดูขึ้นเล่นพอดี
ประมาณ 10.50 น. พวกเราเดินกลับมาที่ Pyramid stage เพื่อพบกัน Kate Nash

(อย่าไปใส่ใจ ตัวที่โผล่มาตรงมุมซ้ายของรูปอ่ะค่ะ พอดีมันเห่อกะคอนเสิร์ทเเรกของงานไปหน่อยเลยเก็บอาการไม่อยู่)
น้องเคทของเราเก่งมากค่ะ ทั้ดีดเปียโนทั้งร้อง
มีเสียงหลงบ้างเเต่พอให้อภัย เพราะชีทำหลายอย่างพร้อมกัน
เเต่ละเพลง เธอจะมีเเดนเซอร์ หรือคนร้องเเบ็กอัพที่เเตกต่างกัน

เเต่ขอเเอบเม้าทน้อย ตัวจริง ชีตัวใหญ่มากค่ะ เมื่อเทียบกะบ้านเรา แต่สำหรับคนที่โน่น น่าจะถือว่าปกติ ค่อนไปทางดีเสียด้วย โฮะ โฮะเเต่เธอสวยสมส่วนนะคะ เเต่งตัว น่ารัก น่าเอ็นดู
*****************************************************************

มาต่อกันวงที่สองเลยค่ะ วง Joe Lean and the Jing Jang Jong ที่ The Other Stage มีเรื่องขำมาเล่า เพื่อนฮ่องกง ถามว่าวงนี้มาจากเมืองจีนหรืออย่างไร ฮา
วงนี้เป็นอีกวงค่ะ ที่กะดังดังมากที่โน่น อีกตานักร้อง น่าัรัก น่าหมั้นไส้ ปนน่าเอ็นดู ตามประสาวงขาขึ้นค่ะ

เอ่อภาพไกลหน่อยนะค่ะ มั่วเเต่เสียเวลาไปเข้าห้องนำ้ก่อนเดินมาจากเวทีปิระมิด

โชคไม่เข้าข้างอีกเเระ ฝนที่หยุดไปตอนเที่ยงๆ กลับตกลงมาอีก เลยได้เริงร่า กะ Joe Lean and the Jing Jang Jong กลางสายฝน

มาต่อกันด้วยอีกวงที่เราตกหลุมรักมาตั้งนมนาน งานนี้ไม่มีใครนอกจาก วง Vampire Weekend เนิร์ดน้อยผู้น่ารักของเรา เเต่น้องๆ เขาเเอบทำเราเสียใจเล็กน้อย เพราะมีร้องหลง ร้องไม่ทัน ร้องตกๆ หล่นๆ เนี่ยหากไม่รัก คงเเอบจิกด่าไปเเล้ว
อย่างไรก้อตาม น้องๆเขาก็เล่นเต็มที เรียกเหงื่อจากป้าแก่จากเมืองไทยไปได้โขอยูื่่่่่่
กลับมาที่เวทีปิระมิดอีกรอบ เพื่อมาดูวงถัดมาคือวง The Feeling
วงเนี่ยเรียกเสียงกรีด๊ดจากสาวน้อยสาวใหญ่ในงานได้เป็นอย่างดี เพราะหน้าตาที่จัดว่าดี เเละการเเต่ตัวที่เก๋ไก๋กินขาด เเต่จขกท.เเอบคิดว่ามันเเปลกๆนิดหน่อยเพราะ เเขนที่โผล่ออกมาจากเสื้อกั๊กเเขนกุุูดของคุณนักร้องนำนั้นดูขาวนวลเนียนเป็นยองใย กอปรกับหน้าตาหมดจดผ่านการตกเเต่งมาอย่างดี นี่หากเขามาเดินเเถวสีลมเมืองไทยด้วยเสื้อเเบบนี้ ผิวเเบบนี้รับรองคนเเถวนั้นตามจีบกันเป็นพรวนอย่างเเน่นอน

เเต่เหนือสิ่งอื่นใด วงนี้เล่นดีมากกกกก มันมากๆ ร้องตามกันได้ทุกเพลง
ยิ่งตอนที่พี่เขา cover เพลง " Take on Me" ของ AHA
โอ้ยเต้นกันลืมเหนือยจนโคลนที่ติดตามรองเท้าโดนสะบัดหายหมด


ต่อมาพวกเราเดินไปที่เวที John Peel เพื่อไปดูวง Ting Ting เจ้าของเพลง 'Shut Up and Let's me go' เวทีนี้เป็นเวทีในร่มค่ะ ค่อนข้างเล็ก เเต่เเสงสี เเละระบบเสียงตระการหูตระการตามาก เสียเเต่วง Ting Ting มาถึงช้าไปเกือบครึ่งชม. ถือว่าผิดปกติมาก เพราะเท่าที่ดูมาทั้งวัน ศิลปินมีวินัยมาก ขึ้นตรงเวลากันเสียเป็นส่วนใหญ่



ขออภัยตรงระยะของภาพ ห่างไกลโยชน์อีกเเล้ว อย่างนี้เเหละค่ะ พวกเราเป็นพวก เดินทัวร์ชมหลายๆ เวทีเลยไม่สามารถเบียดเข้าไปจองเเต่เนิ่นๆได้


วงต่อไปที่ดูคือวง Foals ที่ The Other Stage เเต่ว่างานนี้ไม่มีรูป ลืมถ่ายเพราะมั่วเเต่ ยัดเยียดกะผู้คนเเละดนตรี เอารูปโปรโมทของน้องๆ เขาไปดูเเทนเเล้วกัน
หลังจากได้ชมวง Foals เวทีปิระมิด เพื่อมาดูสุดที่รักอีกวงคือ Editors วงนี้ขอบอกค่ะ ได้ฟังเเล้วตายไปเลย เล่นเยี่ยมร้องเหมือนซีดีเป๊ะ ประทับใจมากๆๆๆ
เรียกว่าวงนี้เป็น ท็อปทรีในดวงใจของเราจากงานคอนเสิร์ทครั้งนี้เลยทีเดียว


เสร็จจากเวทีปิระมิดเราก็ย้ายมาที่เวที่ Other Stage อีกครั้ง เพื่อมาพบกับวงสุดเปรี้ยว(ติง?)อย่าง we are Scientists พวกเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเล่นดีค่ะ สนุกมาก พ่อนักร้องนำ แกมีวาจาวจีที่ยียวนเป็นตัวของตัวเองมากค่ะ


มาจบกันด้วยวงสุดน่ารัก หน๊องเเหน๊งอีกวง ที่เวทีปิระมิดค่ะ
วงที่ว่าคือวง The Fratellis เล่นดีเหนือคาดเลยค่ะ
ตอนนี้เริ่มมืดเเล้ว เวทีกลางเเจ้งเลยได้เล่นเเสงสี ยิ่งใหญ่เลยค่ะ




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551    
Last Update : 19 สิงหาคม 2551 21:51:59 น.
Counter : 248 Pageviews.  

Glastobury festival เทศกาลดนตรีในตำนาน 1

ได้ฤกษ์ที่จะมาร่วมเเบ่งปันประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
หลังจากที่ได้เดินทางไปตามฝันครั้งยิ่งใหญ่ ในเทศการดนตรีเเห่งประวัติศาสตร์ที่มีมาตั้งเเต่ ยุค 70

ไปคราวนี้นอกจากได้เปิดหูเปิดตาทางดนตรีเเล้ว ยังได้ไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อีกมากมาย เเหมไปถึงเเหล่งดนตรีเสียขนาดนั้น จะพลาดโอกาส สำรวจโลกเเห่งเสียงเพลงไปได้อย่างไรกัน
ไม่พล่ามเเระ ไปดูรูปกันดีกว่า

หวังว่าภาพพาโนราม่าเเบบบ้านๆ ฝีมือโฟโต้ชอประดับเตรียมอนุบาลข้าพเจ้าคงไม่ทำร้ายสายตาทุกท่านจนเกินไป อยากให้ได้เห็นกันว่า งานมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน เรียกว่า เฟรม เดียวๆ เนี่ยเก็บอารมณ์ไม่ได้เเน่ มันยิ่งใหญ่จริงๆ ให้ตาย เกิดมาไม่เคยเห็นเต้นท์เยอะขนาดนี้มาก่อน

******************************************************************

ก่อนเดินทางไปร่วมหัวจมท้ายกะสมาชิก ตามฝัน ที่ Worthy Farm เพื่อนรุ่นน้องผู้หลงใหลในเสียงดนตรี และศิลปะ ได้พา พวกเราสองสาวไปเบิกเนตร ดูร้านขายซีดี ชื่อดัง Rough Trade ในย่าน Liverpool Street , East London ร้านนี้ ว่ากันว่า Radiohead ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านเคยมาเล่นสด ทำเอา คนทะลักเข้าร้านเรือนหมื่น (มันก้อเข้าไปอยู่กันในร้านไม่หมดหรอกนะ เเบบว่า ล้นๆ ออกกมา เเถวๆนั้นด้วย) เรื่องนี้ น้องที่พาไปเล่าให้ฟังอีกที่ ผิดพลาดประการใด ขออภัยเอาไว้ด้วย


สภาพหน้าร้านก่อนเข้าไปเจิม


มะมาดูข้างในกัน
เมื่อก้าวเข้าไปจะเจอภาพดังนี้



มองย้อนออกมาจะเป็นดังนี้

สภาพภายในร้านเก๋่าที่เดียว ตัวตึกเองนั้นเป็นเหมือนโกดังเก่า
การตกเเต่งภายในเลยได้อารมณ์ rough สมชื่อ
เเต่ขอโทษคร้าบ รายการซีดีข้างในไม่ Rough
เรียกว่า อัลบั้มที่หากันไม่ได้ที่อื่น ก็มารวมตัวกันที่นี้เเหละ

เจอชั้นซีดีในร้านเเล้ว อึ้ง ละลานตาเลือกไม่ถูก
เเม้ว่าจะมีร้านซีดีใหม่ ร้านอื่นๆ ใหญ่ๆ ในเมื่อง เเต่ที่นี่ความเก๋ากินขาด


อารัมภบทมาพอควร เริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
อันนี้เป็นรูปเเรกเมื่อได้ก้าวเข้าสู้บริเวณพื้นที่

พวกเราไปถึงกันตั้งเเต่วันที่ 26 มิถุนายน หรือหนึ่งวันล่วงหน้างานจริง
เมื่อไปถึงมีผู้คนมากมายที่มาก่อนเราเเล้ว เรียกว่าเตรียมตัวมากันเย้วกัน ล่วงหน้าหลายวันเลยทีเดียว

ทีมเราประกอบไปด้วยสองสาวไทยที่เดินทางข้ามโลกไปงานนโดยเฉพาะี้ และหนึ่งหนุ่มที่พำนักอยู่เเล้วที่อังกฤษ
พวกเราเดินทางจากลอนดอนด้วย รถไฟจากสถานี Paddington กันตั้งเเต่เวลา สิบเอ็ดโมง
เเต่พี่น้องครับ ไปถึงที่งานกันเกือบทุ่ม ระยะทางจริงใช้เวลาเดินทางไม่เกิน สองชั่วโมง เเต่ ที่ลากกันยาวขนาดนั้น เพราะรอรถไฟ รอรถโค้ชต่อเข้างาน รอรถติดอีก ท้ายสุดต้องไปรอขึ้นตั๋วเข้างาน
เรียกว่าถึงที่ปุ๊ปเเทบหมดเเรง เเต่ฏ้ยังนอนไม่ได้ เพราะต้องหาที่ปักเต้นท์
อากาศตอนที่ไป ก็ เย็นๆ ประมาณ 10-15 เซลเซียส ยิ่งตกดึก ยิ่งเย็น



พอผ่านขั้นตอนการขึ้นตั๋ว พวกเราเดินผ่านประตู รับสายรัดข้อมือผ้าอันสวยเก๋ คู่มือพร้อมตารางคอนเสิร์ทที่มาในรูปเเบบป้ายห้อยคอกันเสร็จสรรพ ก็ ตุรัดตุเหร่เดินส่ายหาที่กางเต้นท์

ว่าด้วยเรื่องสายรัดข้อมือ อันนี้ประทับใจ ขอเล่าเพิ่ม ด้วยความที่เขาจะให้เจ้าสายนี้อยู่กะเรา ตลอดจนจบ พี่เเกเลยรัดด้วยปลอกเหล็กอยางเเน่นหนา
เรียกว่าไม่มีการเลือนหลุดเเน่นอน พยายามเลือนอย่างไรก็ไม่เป็นผล จึงต้องสวมสายรัดนี้เป็นเวลาเดือนกว่าเพิ่งมากลั้นใจตัดออก เพราะกลัวขี้กลากหลังจากใส่หมกมาได้เดือนกว่าบนสายจะมีตัวเลขบอกว่าเราเป็นคนท่าไรของงาน
เเม่เจ้าขนาดทีมเราว่ามาล่วงหน้าหนึ่งวัน จขกท.ยังเป็นคนที่ สามหมื่นเจ็ดกว่าๆ ไปเรียบร้อยเเล้ว


ชักช้าอยู่ไย พวกเราเราชาวไทย รีบตั้งหน้าตั้งตา หาชัยภูมิกางเต้นท์กันก่อนที่จะมืดไปกว่านี้ สายฝนก็ปรอยกันลงมาเรือยๆ สร้างความลำบากยิ่งขึ้นไปอีก พวกเรามาได้ที่ เหมาะเหม็ง ี่เหมือนเป็นศูนย์กลางของงาน ใกล้บริเวณฉายหนัง เดินไป Pyramid stage & Other stage กันได้เพียงลัดนิ้วมือเดียว




สุดท้ายเเต่กว่าพวกเราปลำ้กางเต้นท์ที่หอบหิ้วกันไปจากเมืองไทยอยู่เกือบสองชั่วโมง กว่าเต้นท์จะหน้าตาเหมือนตอนที่ร้านเขากางให้ดู ต้องขอบคุณน้องชายคนเก่งที่ช่วยกาง ไม่งั้น อีสองสาวนี้ได้นอนห่มเต้นท์กลางฝนเเน่นอน
กางเต้นท์เสร็จ ก็หมดเเรงขนมปังเข้านอนกันเเต่หัววัน ยังไม่ห้าทุ่มดี เตรียมเอาเเรงเพื่อตะลุยดูคอนเสิร์ทกันในวันต่อมา

เช้าวันถัดมา อารามตื่นเต้น เลยตื่นมาเสียหกโมงเช้า ทั้งที่อากกาศเย็นน่านอนหมกตัวอยู่ในเต้นเป็นอย่างยิ่ง

พอฟ้าสาง พวกเราก็เห็นบริเวณรอบเต้นท์ได้ชัดเจนกว่าเมือคืน พวกหญ้าบักวีทเต็มไปหมด ตำทีเเสบเหลือหลาย
เมือมองไปรอบก็พบว่ามีเพื่อนเต้นท์มากางมากมาย
เต้นเราเป็นสีเหลืองลิบๆ หน้าตาเต้นท์ประหลาดกว่าชาวบ้านเพราะขนมาไกลจากเมืองไทย

ไปไหนเราไม่ลืมตัว ปักธงไทยบอกอาณาเขตด้วย จะได้หากันได้สะดวกหน่อย
ขอบอกว่าธงนี้มีประโยชน์มากน้าาา ใครจะไปเเนะนำให้ติดธงไปด้วย
จริงๆ เป็นธงอะไรก็ได้เอาไว้เป็นเเลนด์มาร์คได้เป็นอย่างดี





 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551    
Last Update : 17 สิงหาคม 2551 13:41:50 น.
Counter : 378 Pageviews.  

1  2  

Cynic
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Cynic's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.