Group Blog
 
All Blogs
 
// หนึ่งนาที //


// หนึ่งนาที //

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่ดูไม่มีความหมาย แต่ถ้าเรากำลังรอคอยอะไรบางอย่างแล้วละก็ แม้เพียงนาทีเดียวก็อาจนานเหมือนชั่วนิรันดร์ได้ เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะไม่รู้ ไม่ต้องบอกหรอกหน่า .... แต่ก็ขอบใจที่ย้ำเตือนความทรงจำ

หน้าจอมอนิเตอร์ของฉันปกติก็จะตั้งเวลาการพักหน้าจอไว้ที่ "หนึ่งนาที" ก็มีบ่อยครั้งที่ว่า แม้เราไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลยสักเพียงเล็กน้อย หนึ่งนาที ซึ่งกำหนดไว้ก็ไม่มีความหมาย เนื่องจากการเปิดโปรแกรมบางอย่างจะมีการกำหนดค่าไว้ว่าให้ยกเลิกการพักหน้าจอเสีย แต่ว่าทุกโปรแกรมที่มีการกำหนดค่าไว้แบบนั้น(และฉันรู้) ฉันจะเปลี่ยนแปลงค่านั้นเสีย นั่นย่อมแปลว่าหากไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นเวลาหนึ่งนาที หน้าจอของฉันก็จะได้พักเพื่อเข้าสู่ screensever เอ่ออออ..... แล้วเป็นการพักจริงหรอนั่น..... เอ่ออออ.... ช่างเหอะนะ "พักหน้าจอ" ภาษาไทยที่แปลมาทื่อๆ ก็อย่างนี้แหละ

มีใครเคยฝึกหยุดหายใจบ้างมั๊ย ก็คงจะมีบ้างไม่มากนัก .... จะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันเล่า เฮ้อ ....

ว่ากันว่าถ้าคนปกติทั่วไปไม่ได้หายใจ ๓ – ๕ นาที อาจจะส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หรืออย่างน้อยการไม่มีอ๊อกซิเจนไปเลี้ยงสมองก็อาจทำให้เซลล์ประสาทตายได้ง่ายๆ ซึ่งชีวิตคงจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สมัยที่อยู่ระหว่างวัยเด็กกับวัยรุ่นนั้น ฉันชอบที่จะฝึกหยุดหายใจอยู่เป็นประจำ เท่าที่จำได้นะ ยังไม่เคยกลั้นลมหายใจตัวเองไว้ได้นานถึงหนึ่งนาทีสักทีเลย อย่างมากสุดก็คือ ๕๙ วินาที แต่ประมาณ ๕๐ – ๕๕ วินาทีนั่นก็แทบจะดิ้นตายแล้วครับ พอเติบใหญ่มาได้จนอายุ(ของร่างกาย)เลยวัยรุ่นมาแล้ว ก็ค่อยมาได้ยินคำกล่าวว่า “คนเราไม่สามารถกลั้นหายใจตายได้” จริงหรือไม่นั้น ไม่อาจทราบ แต่เราก็มักจะได้ยินจากภาพยนตร์จีนกำลังภายในบ่อยๆว่า ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งกลั้นใจตายเอาดื้อๆ ฟังดูแล้วเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ จริงมะ?

มีใครเคยฝึกสมาธิกันบ้างไหม ต้องมีบ้างซิหน่า... จะถามทำไมเนี่ย

สำหรับผู้เริ่มต้น การกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก (กะแค่ลมหายใจของตัวเองเนี่ยนะ!!!) ให้ได้บริบูรณ์ถึงสักหนึ่งนาทีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

ว่ากันว่าโดยปกติคนเราจะมีลมหายใจเข้าและออกประมาณ ๑๕ - ๒๐ รอบต่อนาที ดั้งนั้นเวลาทำสมาธิวิปัสสนาที่บอกกันว่าให้ค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ก็จะได้ประมาณนั้นแหละในรอบหนึ่งนาที และถ้าใครนับแล้วได้น้อยกว่านี้ แสดงว่า คุณควบคุมลมหายใจได้ดีทีเดียว

ผู้ที่ฝึกสมาธิได้ระดับหนึ่งจะสามารถควบคุมเวลาและจังหวะการดำเนินชีวิตของตัวเองได้ ในสมัยนึงที่ผ่านมาฉันก็เชื่อว่าฉันทำมันได้ดีนะ (เท่าที่ฟังประสบการณ์หลายอย่างจากคนอื่นแล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวเอง) ฉันก็เลยจับลมหายใจและการคุมเวลามาเข้าคู่กันโดยลองฟังเสียงนาฬิกาทุกๆวินาที จนมันค่อยๆ กลายเป็นการบังคับลมหายใจเข้าและออกของตัวเองให้ได้ครั้งละหนึ่งวินาทีพอดิบพอดี ซึ่งมันก็ไม่ได้รู้สึกสบายนักหรอกนะ ออกจะเป็นจังหวะการหายใจที่แปลกๆ ด้วยซ้ำ รวมทั้งมีอาการรีบรนปนถูกบีบบังคับอยู่เอาการ

เอาหล่ะ ... อยู่หน้าจอคอมพ์มานานพอสมควรแล้ว หันไปมองหาอะไรอย่างอื่นทำบ้างดีกว่า คิดๆ อะไรเพลินๆ ไปสักครู่ กลับมามองที่หน้าจอว่าเอ.... ยังไม่พักอีกหรอเนี่ย เราน่าจะไม่ได้แตะต้องมันไปได้ถึงหนึ่งนาทีแล้วนะ สงสัยคงจะเพราะเปิดโปรแกรมเล่นไฟล์มีเดียอยุ่แน่ๆเลย ลองเช็คดูหน่อยซิว่าตั้งค่าสกรีนเซฟเวอร์ไว้ปกติหรือเปล่า ลองย่อโปรแกรมมีเดียนั่นลงซิเผื่อว่ามันจะมีผลต่อการทำงาน เรียบร้อยแล้วก็เข้าสู่โหมดพักสายตา(ของฉัน)บ้าง ค่อยๆ นับเลขไปเรื่อยๆ ตั้งแต่หนึ่งถึงหกสิบ แล้วลืมตาขึ้นมาดูที่หน้าจอ มันกำลังเปลี่ยนเข้าสู่การพักพอดีเหมือนกัน

โอ้วววววว ประทับใจนะเนี่ย ..... ลองคิดดูว่านานแค่ไหนแล้วที่เราไม่ค่อยได้จดจ่อกับการกำหนดเวลา (ไม่นับกำหนดลมหายใจครับ เพราะตะกี้ก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองมีสติพอจะกำหนดลมหายใจไปพร้อมกันด้วยหรือเปล่านะซิ) แค่หกสิบวินาทีซึ่งเรานับมันได้พอดิบพอดีขนาดนี้ก็สุดยอดแล้วคับพี่น้อง

นั่งพักไปนานๆ เริ่มไม่ไหว ย้ายตัวไปนอนทีเตียง คิดอะไรไปเรื่อยๆ แล้วก็สะดุ้งขึ้นมาว่า นี่มันจะตีสามแล้ว บอลเตะจบยังเนี่ย

การดูบอลคืนนี้แปลกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะทุกทีฉันก็แค่ดูผู้เล่นส่งบอลไปมา พอมีจังหวะดีๆก็ลุ้นให้สับไกยิง แต่คืนนี้ดูเกมอย่างเข้าใจมากขึ้น มีการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ของทั้งสองฝ่าย แต่ละฝ่ายมีแนวทางการเล่นอย่างไรและผลเป็นไปตามเป้าหรือไม่ ทีมหนึ่งเน้นรุก ทีมหนึ่งเน้นรับและโต้กลับเร็ว ทั้งสองฝ่ายทำได้ดีพอประมาณ ทำให้เกมดูอึดอัดเล็กน้อย แม้จะมีโอกาสให้ลุ้นอยู่หลายจังหวะ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ดูว่าทำอะไรกันไม่ได้ เนื่องจากยังไม่มีฝ่ายไหนเพี้ยงพล้ำ ... ต้องยืนยันว่าวิเคราะห์เอง เพราะเป็นการดูผ่านอินเตอร์เน็ตและไม่มีพากย์ไทย

ทางช่องที่ฉันดูไม่มีนาฬิกาขึ้นโชว์ ฉันก็ไม่ได้คิดว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้ว ประเมินดูว่าคงได้ต่อเวลาแน่ เมื่อกี้ฉันก็นึกอยู่แล้วว่าถ้ายิงกันไม่ได้ก็ต่อเวลา (เพราะนัดแรกเสมอกันมา ๐ – ๐) แต่ก็ยังไม่คิดว่าจะต้องเป็นแบบนั้น พอเริ่มช่วงต่อเวลาทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลังเจ้าบ้านดูจะมีความมุ่งมั่นและพอจะสร้างโอกาสดีๆได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ผ่านมือนายทวารฝ่ายตรงข้าม

ผ่านเวลาไปเรื่อยๆ ฉันยังคงลุ้นตามเกม สงสัยถึงยิงลูกโทษแน่ๆ จนกระทั่งนาทีสุดท้ายปีกซ้ายวัยละอ่อนล็อคบอลบริเวณมุมธงด้านซ้าย แล้วผ่านบอลขนานเส้นหลังมาหน้าประตูแต่มันเร็วเกินกว่าที่กองหน้าตัวเป้าจะเข้าฮอร์สได้ทัน บอลวิ่งเลยเสาสองไปนิดเดียว ตรงนั้นมีกองหลังยืนอยู่พอดีและพยายามสกัดบอลทิ้ง แต่ปีกขวาโฉบมาทางด้านหลัง แหย่ปลายเท้าของตัวเองไปสะกิดให้บอลเปลี่ยนทิศ พุ่งสวนนายทวารที่ยืนจังก้าอยู่ข้างๆเสาไปตุงตาข่ายอย่างเหลือเชื่อ

อีกเพียงหนึ่งนาทีจะหมดเวลาของเกมที่ต่อเวลาพิเศษ เป็นหนึ่งนาทีสุดท้ายของทีมเยือนในเวทียูฟ่าแชมเปี้ยนลีค เป็นหนึ่งนาทีแห่งการเริ่มต้นของเจ้าบ้านสู่การผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มต่อไป

หนึ่งนาที เป็นทั้ง สิ่งที่ไร้คุณค่า และสิ่งที่เปี่ยมความหมายได้ถึงเพียงนี้

หนึ่งนาที เพียงเท่านั้น

หนึ่งนาที



Create Date : 02 กรกฎาคม 2552
Last Update : 2 กรกฎาคม 2552 10:42:37 น. 1 comments
Counter : 162 Pageviews.

 
หู เดือนกว่า แล้ว ไม่ได้เข้ามา


โดย: ห IP: 124.121.241.122 วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:16:45:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปั้นน้ำเป็นน้ำ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปั้นน้ำเป็นน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.