Group Blog
 
All blogs
 
เบิกบานกับอาหารแช่แข็ง

เมื่อวานไปซื้ออาหารไทยที่ร้านขายของเอเชีย
เห็นอาหารแช่แข็งต่างๆ แล้วก็อดไม่ไ้ด้ที่จะรำลึกถึงอดีต
(ขุดชีวิตต่ำๆ กำพืดเดิมๆ มาแฉให้คนเหยียบย่ำอีกแล้ว)


อาหารแช่แข็งที่ฉันเคย งง ว่าใครจะซื้อกินและกินเข้าไปได้ยังไง

ย้อนไปเมื่อ 31 ปีก่อน ฉันออกจากบ้านพ่อแม่
ด้วยเงินติดตัว 700 กว่าบาท กระเป๋าใบเดียวมีเสื้อผ้า 2-3 ชุด
มาหางานทำในกรุงเทพฯ ด้วยวุฒิเทียบเท่า ม.3
กะหางานขายของตามห้างฯ สมัครไปหลายที่ก็ไม่ได้
เลยต้องเข้าไปพึ่งบริษัทจัดหางาน ที่เห็นมีเกลื่อนอยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ
จ่ายค่าจัดหางานให้ 500 บาท ได้งานทันที
มีคนพาฉันไปส่งที่โรงงาน ซึ่งเขาบอกว่ามีที่พักให้พร้อม

และก็นี่เลย โรงงานบรรจุอาหารทุกชนิด
ฉันถูกส่งเข้าไปทำงานในแผนกอาหารสดแช่แข็งทั้งปรุงเสร็จและกึ่งสำเร็จ
ได้ค่าแรงวันละ 45 บาท ทำ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น
แต่แผนกอาหารสดต้องทำล่วงเวลาไปจนกว่าของจะหมด
ใครไม่เคยทำงานแบบต้องยืนอยู่ในท่าเดิมตลอดเวลา
เป็นเวลาหลายชั่วโมง ก็จะไม่รู้หรอกว่า เริ่มต้นมันสาหัสขนาดไหน
มีหัวหน้าคอยยืนคุมจับจ้องอยู่ทุกอิริยาบท
ทั้งคุมไม่ให้คนอู้งาน และคุมไม่ให้หยิบอาหารที่ทำใส่ปาก

เจ้าข้าวต้มมัดที่ฉันนำภาพมานี้ ฉันก็เคยจัดการแพคมันใส่ถาดโฟม
และก็เอาเข้าห้องแช่แข็งขนาดใหญ่มาแล้ว
มันถูกส่งมาเป็นเข่งใหญ่ มาแบบร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยทีเดียว
แต่ต้องมาถูกใส่ถาดใส่ถุงเข้าห้องแช่แข็ง ซะงั้น
ซึ่งตอนนั้น ฉันรู้แต่เขาบอกว่า มันจะถูกส่งไปเมืองนอก
ไม่เคยคิดฝัน ว่าวันหนึ่ง ฉันจะต้องมาซื้อมันกิน
ในราคาที่ น่าตกใจ ไม่มีฝรั่งซื้อกินหรอก มีแต่คนไทยเองนี่แหละ

ฉันทำงานอยู่โรงงานนี้ไม่ถึงปี ก็ถูกไล่ออก
เพราะไปร่วมหยุดงานประท้วงขอขึ้นค่าแรง หึหึ สมควรมั้ยล่ะ








Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2560 15:38:52 น. 0 comments
Counter : 580 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Free-Lance Journalist
Location :
Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




ชีวิตไม่สวยใส โปรไฟล์ไม่เริ่ดหรู แต่ถ้าคุณอยากรู้ ก็จะบอก
ฉันเป็นคนบ้านนอก เกิดที่จังหวัดสระบุรี(เลี้ยวซ้าย) เกิดกับหมอตำแย ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ปัจจุบัน จมอยู่ใต้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
พ่อแม่มีอาชีพทำไร่ทำนา ได้รับการศึกษาแค่ชั้นประถม 4 จากโรงเรียนที่มีครูสอนแค่ 2 คน เด็กนักเรียนมี 70-80 คน จบชั้น ป.4 ก็ต้องไปเรียนต่อชั้น ป.5 กับโรงเรียนที่ใหญ่กว่า ไกลขึ้น ต้องนั่งรถสองแถวที่นานๆ มีสักคัน วิ่งฝ่าถนนลูกรัง กว่าจะถึงโรงเรียน ชุดนักเรียนของฉันก็มอมแมมไปด้วยฝุ่นแดงๆ
แต่ฉันก็ได้เรียนแค่ชั้น ป.5 เพราะ ผู้ใหญ่บอกว่า ลูกผู้หญิงเรียนไปทำไมเดี๋ยวก็ได้ผัว แต่ไม่เดี๋ยวสิ กว่าฉันจะได้ผัว อายุปาเข้าไปเกือบ 30 ซึ่งแต่ออกจากโรงเรียนกว่าจะได้ผัวก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงิน ระหว่างนี้ก็หาทางเรียนเอง โดยทางลัดที่เรียกว่า การศึกษาผู้ใหญ่ ตั้งแต่ระดับมัธยมต้น และมัธยมปลาย และสุดท้ายสูงสุดแค่ประกาศนียบัตรวิชาชีพจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา สู่เส้นทางการทำงานออฟฟิศตำแหน่ง staff ทั้งฝ่ายบุคคล ธุรการทั่วไป การเงิน การธนาคาร ผู้จัดการร้านค้าปลีก หลังแต่งงาน 2 ปีชีวิตคู่ล้มเหลว ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียวซึ่งเป็นโรคทาลัสซีเมียต้องรักษาโดยให้เลือดมาตั้งแต่อายุ 4-5 เดือน จนกระทั่งมีฝรั่งมาขอแต่งงาน ตอนลูกฉันอายุ 12 ปี ปัจจุบันนี้ทั้งฉันและลูกอาศัยอยู่ประเทศเยอรมัน ถ้ายังอยากรู้ว่าชีวิตในปัจจุบันเป็นยังไง ก็ไปดูได้ที่เฟส อัพเดทตลอด เดี๋ยวจะหาว่าฉัน มโน
"ที่นี่
ขอบคุณ ผู้สนใจติดตาม
Friends' blogs
[Add Free-Lance Journalist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.