Chapter - 2 : จุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยในประเทศไทย




รูปที่เห็นด้านบนนีื คือ หมุดทองเหลืองของคณะปฏิวัติ ๒๔๗๕ 

เป็นจุดที่พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นผู้ยืนประกาศยึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์ ล้มล้างการปกครองเเบบ "สมบูรณาญาสิทธิราชย์" มาเป็นระบอบ "ประชาธิปไตย" ในครั้งเเรกของสยามประเทศ...

การปฏิวัติในสยามประเทศนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวตามที่หลายๆคนเข้าใจ เเต่ความจริงนั้น เคยเกิดขึ้นเมื่อรัชกาลที่ 6 ซึ่งคณะผู้ก่อก่อนนั้น นำโดย ร.อ. ขุนทวยหาญพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) มีการวางเเผนลอบปลงประชนม์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว เเต่การก่อการในครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ จึงถูกเรียกว่าเป็น "กบฏ" ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น เรียกว่า "คณะปฏิวัติ ร.ศ. 130"...  



พระที่นั่งอนันตสมาคม กับ การปฏิวัติ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ 

ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เกิดปฏิวัติขึ้นอีกครั้ง ภายใต้การนำของพระยาพหลพลพยุหเสนา พร้อมพวกร่วมก่อการในครั้งนั้น ประกอบไปด้วย กองทัพบก
(บางส่วน) กองทัพเรือ เเละ กลุ่มพลเรือน ซึ่งเเนวคิดการเปลี่ยนเเปลงการปกครองนั้น มีมาตั้งเเต่ การปฏิวัติในรัชสมัยรัชกาลที่ ๖ เเต่ไม่สำเร็จ จึงเรียกว่าเป็น "กบฏ" เเละเป็นเเรงผลักดันให้เกิดการก่อนการในครั้งนี้...  



พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ (๒๔๓๖ - ๒๔๘๔)



พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะปฏิวัติ ๒๔๗๕ (๒๔๓o - ๒๔๙o)



ผู้นำฝ่ายพลเรือน : หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) (๒๔๔๓ - ๒๔๒๖)

ผู้นำฝ่ายพลเรือนที่มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานการปกครองประชาธิปไตย นั้นคือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดรัฐธรรมนูฐฉบับเเรกของประเทศไทย ต้องการเปลี่ยนเเปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่กษัตริย์เป็นใหญ่ในเเผ่นดิน มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ที่เสียงของประชาชนเป็นใหญ่ เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะโค้นล้มราชบัลลังค์เเต่อย่างใด เพียงต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูฐเท่านั้น...

เช้าตรู่วันที่ ๒๔๗๕ ได้มีการเรียกทหารบกจำนวนหนึ่ง มา ณ บริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อที่เข้าชมการฝึกซ้อมทางการทหาร เเต่ทุกคนหารู้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรต่อมา เเละเเล้วเมื่อถึงเวลาที่ทุกคนพร้อมรับชมการฝึกซ้อมนั้น พระยาพหลพลพยุหเสนาได้ปีนขึ้นไปบนรถถังหุ้มเกราะ เพื่ออ่านประกาศของคณะราษฏร โดยเนื้อหาใจความของประกาศฉบับนั้น ได้พูดโจมตีเกี่ยวกับสถาบันอย่างร้ายเเรง เเละเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนเเปลงการปกครอง เเละต้องการให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชธรรมนูญเเก่คนไทยโดยเร็ว...  

เเละเเล้ว การปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหาษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็ได้เริ่มขึ้น... 



จุดที่พระยาพหลพลพยุหเสนาประกาศการเปลี่ยนเเปลงการปกครอง (ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)

จบไปเเล้วนะครับ สำหรับประวัติย่อๆของการเปลี่ยนเเปลงการปกครองของไทย ต่อจากนี้เรามาเยี่ยมชมสถานที่สวยๆกันดีกว่าครับ... 



สังเกตุตรงด้านซ้ายให้ดี ตรงจุดนี้คือจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงออกมหาสมาคม ในปี 2549 เเละ 2554



อีกมุมหนึ่ง ที่พระองค์ทรงประทับ เมื่อมีงานสำคัญๆ 



สถาปัตยกรรมอันสวยงาม บนพื้นเเผ่นดินไทย มีคนเข้าชมเยอะมาก



หลากหลายมุม ลวดลายหินอ่อนเเกะสลัก 



ถ่ายจากทางด้านหลังของพระทีนั่งอนันตสมาคม 



อีกสักภาพ สำหรับด้านหลังของพระที่นั่งฯ



ทางเข้า เตรียมตัวที่จะเข้าชมภายในอันสวยงาม ภายในพระที่นั่งอนันตสมาคมเเห่งนี้ 



ด้านหน้า ตรงพระบรมรูปทรงม้า รูปนี้จะสวยมาก ถ้าไม่มีรถบัสนักท่องเที่ยวมาบดบัง



ลาก่อน พระที่นั่งอนันตสมาคม ไว้โอกาสหน้าจะมาเยี่ยมกันอีกนะครับ... 

คำศัพท์การเมืองน่าสนใจ :
คำง่ายๆ ที่สื่อมักชอบใช้ผิด มีอยู่ 2 คำ ได้เเก่ 

- การปฏิวัติ (Revolution) หมายถึง การล้มล้างการปกครองโดยเปลี่ยนจากระบอบหนึ่ง สู่อีกระบอบหนึ่ง เช่น สมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็น ระบอบประชาธิปไตย 

- รัฐประหาร (Coup d' etat) หมายถึง การใช้กำลังยึดอำนาจเเละเปลี่ยนเเปลงรัฐบาลในขณะนั้น โดยการโค่นล้มเเละเเต่งตั้งพวกพ้องของตัวเองขึ้นมาใช้อำนาจ เเต่ถ้าคณะผู้ก่อการทำไม่สำเร็จ จะเรียกว่า "กบฏ" (Rebel) 



Create Date : 09 ธันวาคม 2557
Last Update : 11 ธันวาคม 2559 10:19:56 น.
Counter : 770 Pageviews.

0 comment
เรื่องของ "ตั๊กเเตน"


  ตั๊กเเตนใบจาก

เมื่อนานมาเเล้ว ตอนเด็กเราเคยเห็นของเล่นที่ทำจากวัสดุธรรมชาติมากมาย บางส่วนได้หายไปเเล้วในยุคปัจจุบัน เเต่ก็ยังคงมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังไม่หายไป ซึ่งก็น่าภูมิใจนะว่าสิ่งประดิษฐ์ที่จะกล่าวมานี้ ยังมีคนสนใจอยู่ ยังไม่หายไปไหน สิ่งนั้นคือ "ตั๊กเเตนที่สานจากใบจาก"



วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ตอนที่เรากำลังเดินทางกลับบ้าน ขณะนั้นได้เดินผ่านคนนั่งปูผ้านั่งอยู่บนพื้น มีตั๊กเเตนเเขวนอยู่ 3 ตัว เเละมีป้ายระบุข้อความว่า "ตั๊กเเตนตัวละ 20 บาท ช่วยเหลือคนพิการ"  เเละก็หันไปมองคนขายผู้ซึ่งพิการคนหนึ่ง น่าจะคราวรุ่น"ลุง" เลยทีเดียว เขาพูดรู้เรื่อง ไม่ได้ทำตัวน่าสมเพสเหมือนคนเเก่ หรือคนพิการที่นั่งขอทานเลยเเม้เเต่น้อย เเบบนี้น่ายกย่อง เพราะถ้าคิดเเบบคร่าวๆ ชายผู้นี้คงรับตั๊กเเตนต้นทุนตัวละ 10 บาท เเละขายเอากำไรเเค่ 10 บาทเท่านั้น นับว่าน่ายินดีอย่างยิ่งที่เขาทำมาหากินเเบบสุจริต ไม่เอาเปรียบใคร... 

ความจริง เราเห็นลุงคนนี้มา 2 วันเเล้วล่ะ เเต่ตอนที่เห็นครั้งเเรก ไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวเเพง เเต่ที่ไหนได้ ราคาถูกเหมือนให้เปล่า เราก็เลยจัดการสอยมา 2 จาก 3 ตัวที่ห้อยอยู่ บอกกับคนขายว่า "ผมเอา 2 ตัวครับ ลุง" เเละก็หยิบเงินให้ไป 50 บาท เเล้วบอกว่าไม่ต้องทอน ลุงคนขายก็ยกมือไหว้ เรานี่ก็เเทบรับไหว้ไม่ทัน เพราะถือถึงตั๊กเเตนอยู่ 

วันนี้เป็นวันศุกร์ วันสุดท้ายของการทำงาน เราก็จัดการคืนความสุขให้เเก่คุณลุงคนขายไป 

เอาล่ะ มาคุยกันเรื่อง "ตั๊กเเตน" กันดีกว่า
ระหว่างการเดินทางกลับบ้าน เราหยิบตั๊กเเตนตัวหนึ่งขึ้นมาดู พร้อมกับพลิกไปพลิกมา ดูความสวยความงามของมัน เเต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาทำยังไงหว่า ??? 




ดูๆไป ก็สวยดีนะครับ เป็นสิ่งประดิษฐ์ เป็นศิลปะภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยก่อน ที่ทำของเล่นให้ลูกหลานได้เล่นกัน ในสมัยก่อนอาจไม่ค่อยมีราคาค่างวดใดๆ เเต่สมัยนี้ก็ขายได้หลายตังค์เชียวละ!! 



สิ่งประดิษฐ์นี้ ถูกถ่ายทอดมาในยุคสมัยก่อน มาจนถึงยุคปัจจุบัน เเต่ก็ไม่เเน่เหมือนกันนะครับว่า ในอนาคต ของสิ่งนี้ อาจเป็น "ของที่ถูกลืม" ไปก็ได้ ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่อนุรักษ์หรือรักษามันเอาไว้ 

หลังจากที่ชื่นชมกับสิ่งที่ซื้อมาในวันนี้ เราก็เริ่มสืบค้นข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการประดิษฐ์สิ่งของจากใบจาก ใบมะพร้าว เราก็เห็นว่า ไม่ได้มีเเค่ตั๊กเเตนเพียงอย่างเดียว เเต่มีทั้งปลาตะเพียน นกนางเเอ่น หรือข้าวของเครื่องใช้อีก เช่น หมวก ชะลอม ตะกร้า พัด เป็นต้น 

เรารู้สึกภูมิใจกับภูมิปัญญาชาวบ้านมาก ที่เขามีความคิดสร้างสรรค์สร้างมันขึ้นมา ถ้าใครเห็นมีคนขาย ก็ช่วยอุดหนุนเขาหน่อยนะครับ ถ้ามันไม่เเพงเกินไป 

ป.ล. ความคิดเห็นส่วนตัว เราชอบเป็นเเบบตอนใบสดมากกว่าตอนเเห้งนะ อิ อิ .... 





Create Date : 15 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 19 เมษายน 2559 8:12:31 น.
Counter : 486 Pageviews.

0 comment
คุณวิกรม กรมดิษฐ์ 2014


วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2557 

วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางไปงานหนังสือเเห่งชาติ (Book Expo Thailand) ครั้งที่ 19 
ณ ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์ 

เหตุที่อยากไปในงานหนังสือเเห่งชาติ เนื่องจากเราต้องการพบกับบุคคลหนึ่ง ซึ่งบุคคลนี้ถือว่า เป็น 1 ในไม่กี่คนที่ชีวิตนี้อยากเจอ เนื่องจากเราได้ติดตามผลงานของเขา เเละอ่านหนังสือที่เขาเขียน ต้องยอมรับเลยว่า เขาเป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิดเราอย่างสูง 

คนๆนั้นคือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ 



คุณวิกรม ได้มาเยี่ยมเยียนนักอ่าน เเฟนคลับของเขา ที่บูธ G 18 Book Smile 

ก่อนที่เราจะได้ถ่ายรูปกับคุณวิกรม กรมดิษฐ์นั้น จะต้องซื้อหนังสือก่อน ซึ่งหนังสือเล่มนั้นคือ คาถาชีวิต2 เล่มใหม่ล่าสุดของคุณวิกรม ที่เเต่งร่วมกับท่า ว. วชิรเมธี 



หนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาน่าอ่าน น่าสนใจ (ลองหาซื้อมาอ่านได้ที่ 7-11) ประกอบกับราคาที่ถูกมาก คือ 20 บาท (สี่สีทั้งเล่ม) ครั้งนี้ซื้อมาเเค่ 5 เล่ม เลยได้ลายเซ็นต์คุณวิกรมไม่เยอะ ตอนนี้ก็มานั่งนึกเสียดายว่า เราได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักเเละเคารพ โอกาสเจอกันเเทบไม่มี ทำไมซื้อมาน้อยจัง น่าจะเอามาฝากเพื่อนๆของเราด้วย 



เบื้องหลังการพบคุณวิกรม กรมดิษฐ์

ตอนที่เรายืนต่อเเถวอยู่นั้น เราอยากเห็นคุณวิกรมตัวจริงมาก ใจก็ตุ๊บๆต่อมๆ เลยเดินไปดูว่าอยู่ตรงไหน (ด้วยความที่เราติดตามคุณวิกรมตั้งเเต่เด็ก อาการอยากเจอตัวจริงออกมาให้เห็นได้ชัดเลย) อารมณ์ตอนนั้น ตื่นเต้น เเละดีใจมาก (น่าจะอารมณ์คล้ายพวกสาวกเกาหลีเจอนักร้องตัวเป็นๆนี่เเหละ) คิดในใจว่าอยากพบ เเละอยากคุยกับคุณวิกรมเร็วๆจัง เเต่ก็เเน่นอน มีคนต่อเเถวเยอะมาก จนต้องยืนรอสักระยะ เเต่ตอนนี้สติ สตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเเล้ว 

เเละขณะที่เขาไปพบคุณวิกรมนั้น เหมือนจะร้องไห้ด้วยนะ ที่ปลาบปลื้ม มันตื้นตันใจเเบบบอกไม่ถูก



เเละเมื่อนั่งข้างๆคุณวิกรม อาการอย่างต่อมาคือ ตื่นคน ตื่นกล้อง
เสี้ยวนาทีนั้นมันเร็วมากจริงๆ  จนเราเเทบไม่ทันได้ตั้งตัว โดยบทสนทนานั้น พอจับใจความได้ดังนี้ 

เรา : สวัสดีครับ คุณวิกรม ผมติดตามท่านมานานเเล้วครับ

คุณวิกรม : เเล้วติดตามผมได้อย่างไร ? 

เรา : ผมติดตามท่านเพราะคุณเเม่ผมเเนะนำ เเละได้อ่านหนังสือคุณวิกรมหลายเล่ม ...... 

เเละหลังจากนี้ ก็ได้ถ่ายรูปคู่กับคุณวิกรม 



คุณวิกรม ก็ถามว่า "ผมหล่อไหม ?" เราก็บอกว่า "หล่อครับ" เเต่คุณวิกรมบอกว่า "ไม่ใช่ๆ" พร้อมกับชี้ไปที่กล้อง เเล้วบอกว่า "เปล่าๆ หมายถึงผมในกล้อง" ... ผมนี้อึ้งไปเลย 

เเต่ยังมีช๊อตเด็ดที่ขอคุณวิกรม พิเศษอีกด้วย นั้นคือ ขอจับมือกับท่านหน่อยครับ ก็เลยได้รูปตามข้างล่างนี้มา 



หลังจากที่เราได้ติดตามผลงานคุณวิกรม เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่เเล้ว จนถึงปัจจุบัน 

เราก็ได้สาบานกับตัวเองไว้ว่า ชาตินี้จะต้องเจอกับคุณวิกรมให้ เเละวันนี้ก็เป็นวันพิเศษสำหรับเรามาก 

ขอบคุณ คุณวิกรมมาก ที่กรุณาให้เราได้จับมือกันในครั้งนี้ (เราไม่ได้ฝันไปจริงๆ ) ...




Create Date : 28 ตุลาคม 2557
Last Update : 19 เมษายน 2559 8:11:43 น.
Counter : 203 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

mr.องค์ชายเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อิ อิ
หวัดดีจ้า
หวัดดีนะ
หวัดดีคับ

บ๊าย บาย ค่ะ....