ไทยฮอนด้า 0-3 ตราด เอฟซี
วันนี้ได้พาลูกน้อย และแฟน ไปดูฟุตบอลไทยลีก ดิวิชั่น 2 รอบแชมเปี้ยนส์ ลีก  กลุ่ม B  ไทยฮอนด้า เปิดบ้านต้อนรับ ทีม ช้างขาวเจ้าเกาะ ตราด เอฟซี  โดยที่ทั้งคู่ต่างคว้าชัยในนัดแรก



เปิดเกมส์ไม่ทันไร  ฮอนด้า ก็เสียประตูอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 4 โดยทางตราดได้ลูกเตะมุม เปิดมาที่บริเวณจุดโทษ  แล้วทางผู้รักษาประตู ซากิรู ของฮอนด้า  ออกมาไม่ถึงบอล  โดนผู้เล่นหมายเลข 40 ของตราด ชิงโหม่งก่อน ทำให้ตราดขึ้นนำอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น ตราดก็ลงไปตั้งรับแบบเต็มรูปแบบ รอสวนกลับ  แต่ไทยฮอนด้า ก็สามารถทำเกมส์เจาะช่องกองหลังได้อยู่หลายครั้ง  แต่จังหวะจบดันยิงออกเองทั้ง ข้ามคาน เฉี่ยวเสา ชนเสา  นึกในใจขึ้นมาว่า  สงสัยเกมส์นี้ดวงทีมไทยฮอนด้า จะแพ้แน่ๆๆ   จบครึ่งทีมเยือนตราดนำอยู่ 0-1

เปิดครึ่งหลังเกมส์ก็ยังเป็นของฮอนด้า  แต่ทางตราดก็มีสวนกลับมาอยู่เรื่อยๆๆ   โอกาสเข้าทำหลายครั้งแต่ก็ยังจบสกอร์ไม่ได้สักที  พอมาถึงคราวชะตาขาด นาทีที่ 85 กองหลังสกัดบอลพลาด ลูกหลุดไปที่ศูนย์หน้าของตราด หมายเลข 2 รัฐพร ยิงระยะ 5 หลาไม่เหลือซาก  ตราดออกนำ 0-2

จบสิ้นแล้วอีหนู  ยิงเขาเป็นสิบไม่ได้สักลูก  พอเขาบุกถึงหน้าโกลล์แค่ครั้งเดียว  ดวงดีได้ส้มหล่นยิงเข้าไป   ผู้เล่นไทยฮอนด้าทั้งทีมเหมือนถูกถอดปลั๊กเสียแล้ว  กะจิตกะใจหายหมด  เมื่อทั้งทีมใจหลุดลอย  ก็มาโดนลงโทษให้ปวดร้าวตอกย้ำสกอร์ให้ช้ำใจเข้าไปอีก  ในนาทีที่ 90  ตราดออกนำเป็น 0-3 

ทดเวลาถึง 6 นาที  แต่เกมส์สำหรับฮอนด้าจบไปแล้วตั้งแต่นาทีที่ 85

บทเรียนที่ล้ำค่า  ความผิดพลาดแค่เสี้ยววินาทีของผู้รักษาประตูและกองหลัง  อาจนำมาซึ่งการเสียประตูได้  กับ  ความเฉียบคมของศูนย์หน้าในการทำประตูเมื่อมีโอกาสมาถึงแล้วสวมวิญญาณเพชรฆาตยิงประตูให้ได้  เพราะโอกาสดีๆ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

สุดท้าย  อย่าไปแคร์กับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว  ก็แค่ๆ วันๆ หนึ่งๆ ที่ไม่ใช่วันของเรา  ลุกขึ้นสู้ต่อไป....















Create Date : 13 ตุลาคม 2555
Last Update : 15 ตุลาคม 2555 14:09:07 น.
Counter : 760 Pageviews.

0 comment
ชำแหละ ราฟา เบนิเตช 2004 - ปัจจุบัน
ราฟา เบนิเตช มีเวลาคุมทีมลิเวอร์พูลมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2004 จนมาถึงตอนนี้ปลายปี 2009 แล้ว นับเป็นเวลาก็ 5 ปีกว่าๆ แล้วน่าจะเพียงพอที่ผมจะบอกได้ว่า ราฟามีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ข้อดี

1. ราฟาเป็นผู้จัดการทีมที่ค่อนข้างนิ่ง เก็บอารมณ์ได้ค่อนข้างดี ไม่ดีใจจนเว่อร์เวลาทีมยิงประตู ไม่เตะข้าวของกลิ้งกระจัดกระจายเวลาทีมเสียประตู มีบ้างที่ตำหนิผู้เล่นของตัวเอง แต่ก็ไม่ถึงกับเอาสตั๊ดปาใส่หัวแบบผู้จัดการทีมบางคน

2. ราฟาชอบให้ทีมเล่นเกมรุก สังเกตดูจะเห็นว่า ราฟาซื้อผู้เล่นเกมรุกมากกว่าเกมรับ ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดี เพราะ ทีมของคุณจะไม่มีวันชนะหากยิงประตูไม่เป็น

3. ราฟามีรูปแบบการเล่นที่แน่นอน ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงทีม หรือ ระบบการเล่น หากเขารู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ในช่วงปีแรกๆ เขายึดระบบ 4 - 4 - 2 ต่อมาเขาก็ยึดกับระบบ 4 - 2 - 3 - 1 ไม่นับเรื่องการโรเตชั่นในช่วงปีแรกๆนะครับ เพราะ ราฟาจำเป็นต้องรู้จักผู้เล่นทุกคน ทุกแบบที่อยู่ในทีมให้เร็วที่สุด

4. หากราฟาเกิดความรู้สึกชอบผู้เล่นคนไหน คนๆนั้นสบายใจได้เลยว่า ราฟาจะปลุกปั้นคุณอย่างดีที่สุด อย่างเต็มที่ที่สุด เขาจะให้โอกาสคนๆนั้นอย่างที่คุณไม่มีวันหาได้จากผู้จัดการทีมคนไหนบนโลกใบ นี้

5. ราฟาเป็นผู้จัดการทีมที่มีเทคติค มีความรู้ ความสามารถในระดับท๊อปของโลก มีผู้จัดการทีมอีกหลายคนให้ความเคารพนับถือในตัวของเขา ไม่ว่าจะเป็น เจ๊แวง แห่งอาร์เซนอล หรือ ป๋าแพนด้า แห่งผีแดง

ข้อเสีย

ไม่อยากแยกเป็นข้อๆ เพราะ มันจะดูเยอะเกินไป ขอพูดรวมๆจากที่ได้เห็นได้รู้สึกมานะครับ ราฟาเป็นโค้ชที่มั่นใจในตัวเองสูงมากๆ หลายคนบอกว่า อีโก้สูง อันที่จริงการที่เรามีผู้นำที่มั่นใจในตัวเองมันก็เป็นเรื่องดี ดีกว่าผู้จัดการทีมที่คนนั้นว่าทีก็เปลี่ยนที คนนี้ว่างั้นก็เปลี่ยนตาม แต่ราฟามั่นใจมากจนเกินพอดี ซึ่งหลายครั้งมันส่งผลต่อรูปแบบการเล่นของทีม เช่น

- เมื่อทีมเสีย Alonso ไป ระบบ 4 - 2 - 3 - 1 ไม่ใช่ระบบที่ดีที่สุดของลิเวอร์พูลอีกต่อไป แต่ราฟาก็ยังมั่นใจว่า เขาจะสามารถหาคนมาเล่นแทน Alonso ได้ คนๆนั้นไม่ใช่ Aquilani ที่ตอนซื้อมาบอกว่าจะเอามาแทน Alonso แต่ไปๆมาๆ คนที่ราฟาตั้งใจให้ลงเล่นแทน Alonso คือ Lucas leiva แม้ว่าผลงานที่ผ่านมาจะเลวร้ายยังไง ราฟาก็ยังมั่นใจไม่เปลี่ยนแปลง และ ดื้อดึงที่จะเล่นระบบนี้ต่อไป โดยมี Lucas ลงเล่นแทน Alonso ต่อไป ทั้งๆที่มีผู้เล่นที่เล่นได้ดีกว่าอยู่อีกหลายคน

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เป็นลูกโซ่มาจากการที่เค้าเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงมากๆ ทำให้เขามั่นใจในตัวผู้เล่นที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษมากตามไปด้วย

- ราฟา อยากให้ Kuyt ได้ลงเล่นกับทีม เพราะ ชอบความทุ่มเท ความขยัน ความฟิตของ Kuyt แต่เพราะตัวเองยึดติดกับระบบ 4 - 2 - 3 - 1 ซึ่งมีกองหน้าได้แค่คนเดียว แถมคนๆนั้น คือ Torres ทำให้ไม่มีที่ว่างในแดนหน้าให้ Kuyt ..... ราฟาทำอย่างไร ราฟาเปลี่ยนศูนย์หน้าตัวเป้าอย่าง Kuyt ที่ไร้ซึ่งความเร็ว การเลี้ยงบอลไม่ดี ความคล่องตัวไม่สูง การจับบอลก็ไม่ดี ไปเป็นปีกขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องการเทคนิคและความเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ Kuyt ไม่มีอยู่ในตัวเลย แม้จะเล่นไม่ดียังไง ราฟาก็ยืนยันที่จะส่ง Kuyt ลงเล่นต่อไปเรื่อยๆ โดยอ้างเรื่องความทุ่มเท ความขยัน และ ยังมีหน้ามาบอกว่านี่คือผู้เล่นที่ผู้จัดการทีมทุกคนต้องการ แต่จนถึงตอนนี้ไม่เห็นมีข่าวว่ามีทีมไหนอยากซื้อ Kuyt ไปร่วมทีมสักทีมเดียว ...... ผลเสียจึงตกที่ลิเวอร์พูล ทำให้ทีมต้องเน้นให้แบ็คขวาบุกขึ้นมาแทน ทำให้ในบ้างจังหวะลงไม่ทัน ส่งผลเสียต่อเกมอีก มันจะดีกว่ามั๊ย หากเราจะมีปีกขวาธรรมชาติสักคน ที่เล่นเกมรุกได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องให้แบ็คคอยช่วยอยู่แบบนี้

- ราฟา อยากดัน Lucas อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า นี่คือผู้เล่นที่มีดีพอที่จะเป็นผู้เล่นตัวจริงของลิเวอร์พูล เรื่องราวก็กลายเป็นอย่างที่ทุกๆคนได้รู้ได้เห็น และ ผมเองก็เคยพูดเรื่อง Lucas ไปเยอะแล้ว

หลายคนบอกว่าราฟาไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไร ให้โอกาสคนบางคนจนมากเกินไป ส่วนบางคนก็มองข้ามแบบไม่เคยเห็นหัว และ ไม่แคร์หากผู้เล่นคนนั้นจะเดินจากออกไป

- Keane ถูกซื้อตัวมาร่วมทีม ราฟาใช้งานเขาแค่ 6 เดือน ก็ขายทิ้งออกไป ทั้งๆที่ผลงานในสนามดูดีกว่า Lucas เสียอีก

- Babel ทำผลงานในปีแรกได้อย่างดี แต่ปีต่อมาดันไปซื้อ Riera มาทับตำแหน่งกัน และ เมื่อส่ง Babel ลงมาเล่น หากเล่นได้ดียิงประตูได้ ในนัดต่อไปกลับไม่ให้ลงเล่น ไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้ฟอร์มการเล่น รวมทั้งความมั่นใจของผู้เล่น ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนตอนนี้อาจจะกลายเป็นส่วนเกินของทีมไปแล้วในความรู้สึกของราฟา

อีกเรื่อง คือ ไม่ค่อยให้โอกาสเด็กปั้นของสโมสรทั้งตัวที่ซื้อมาเอง และ ที่เป็นสมบัติของสโมสร ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา แต่มองอีกมุมหนึ่งก็ได้ คือ เด็กเรายังไม่เจ๋งพอที่จะเบียดผู้เล่นชุดใหญ่ขึ้นมาได้ จึงมีเด็กปั้นไม่กี่คนที่หลุดขึ้นมาใช้งานได้จริงๆ และผมเห็นแค่คนเดียว Insua ....

เรื่องการซื้อขายผู้เล่นผมขอละเว้นไม่วิจารณ์นะครับ เพราะ ผมมองว่ามันเหมือนการลงทุน เหมือนการเล่นหุ้น มันมีทั้งได้และเสีย ผู้จัดการทีมคนอื่นๆก็มีทั้งดีและไม่ดีกันทุกคน ราฟาก็เช่นกัน มีพลาดไปบ้าง แต่ตัวที่ซื้อแล้วดีก็มีเยอะ สรุปเรื่องซื้อขายค่อนข้างจะฟันธงลำบากว่าผู้จัดการทีมคนนี้ ห่วยหรือเก่ง

สรุปโดยรวม ราฟายังเป็นโค้ชที่ดีในสายตาของผม และ ราฟา คือ คนที่เหมาะสมที่สุด ที่จะคุมทีมลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ แต่ควรเปลี่ยนแปลงเรื่องราวบางอย่างที่เป็นข้อเสียของเค้า หากระบบมันไม่เหมาะสมกับผู้เล่นต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง หากผู้เล่นเล่นไม่ดี ต้องกล้าที่จะดร็อปบ้าง ผมล่ะสงสัยจริงๆ Babel เนี่ยดร็อปได้ดร็อปดี แต่ Kuyt ได้ลงเล่นทุกนัดในฤดูกาลนี้ ทั้งๆที่ผลงานไม่ได้แตกต่างจาก Babel เลย ส่วนผู้จัดการทีมในฤดูกาลหน้าจะยังเป็นราฟาอยู่หรือเปล่า ผมขอตัดสินใจอีกครั้ง ตอนจบฤดูกาลนี้ล่ะกันครับ

มีน้องคนหนึ่งในเว็บส่งคำถามเหล่านี้มาให้ผม

" พี่อยากได้ใครมากที่สุดในเดือน ม.ค. นี้ แล้วพี่คิดว่าทีมเรามีโอกาสได้ใครมากที่สุด แล้วตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของเราพี่คิดว่าอยู่ที่ตำแหน่งอะไร "

ผมขอนำมาตอบตรงนี้ละกันนะครับ คำถามของพีสเหมือนจะตอบง่ายๆนะ แค่ตอบชื่อผู้เล่นไป คนสองคน ก็จบแหละ แต่ผมกลับทำแบบนั้นไม่ได้ และคำถามของพีส ผมอยากนำมาขยายต่อไปอีกหน่อย

ก่อนจะตอบคำถามแรก ขอตอบคำถามสุดท้ายก่อน " ตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของเรา " จุดอ่อนของเรา คือ การที่เรามีผู้จัดการทีมที่ชื่อ ราฟา เบนิเตชนี่แหละ เพราะผมมองว่า ในส่วนของผู้เล่นของเราเหมือนจะไม่มีนะ เราเหมือนจะมีผู้เล่นที่ดีพร้อมในทุกๆตำแหน่ง เพียงแต่เราไม่สามารถนำพวกเขาเหล่านั้นมาใช้งานได้อย่างลงตัว และ เกิดผลงานที่ดีที่สุดออกมาได้ แต่ถ้าบีบคอให้ตอบจริงๆ ก็ขอตอบว่ามันคือตำแหน่งที่มีข่าวว่าเราอยากได้มา 2 ปีแล้ว ปีกซ้ายครับ หากทีมสามารถคว้าตัว David Silva หรือ Mata มาได้ทีมน่าจะมีผลงานที่ดีขึ้น ส่วนตำแหน่งกองหน้า ผมไม่อยากซื้อใครแล้ว ไม่งั้น Ngog หรือ Nemeth หรือ Pacheco ก็คงไม่ได้เกิดอีกเหมือนเดิม เราน่าจะให้โอกาสเด็กปั้นของเราบ้างได้แล้ว ราฟาอยู่มา 5 ปีครึ่งมีเด็กปั้นจากชุดเยาวชนแค่ 1 คน มันเกินทนครับ หรือถ้ามันจำเป็นจริงๆ เอา Dirk Kuyt กลับมาเป็นกองหน้าเหมือนเดิม ผมก็ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด

จริงๆเรื่องจุดอ่อนของทีม มันมีปัจจัยหลากหลายอย่างมากมาย อย่างช่วงที่ผ่านมามีหลายคนบ่นเรื่องเกมรับของทีม ว่าไม่ดีบ้างล่ะ คุมโซนห่วยบ้างล่ะ ซึ่งการที่เกมรับเราไม่ดีในช่วงที่ผ่านมา มันน่าจะมีผลมาจากการเข้ามาใหม่ของแบ็คทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งเรื่องการบาดเจ็บ ทำให้เราไม่สามารถใช้งานแบ็ค 4 คนตัวจริงได้ติดต่อกันหลายๆนัด ต้องปรับตรงนู้น เปลี่ยนตรงนี้มาตลอด แต่ดูช่วง 3 เกมหลังสุดที่ผ่านมาสิ ทีมได้ใช้ผู้เล่นแบ็ค 4 คนเดิมตลอด 3 เกมติดกัน และ ทีมก็ไม่เสียประตูเลยแม้แต่ประตูเดียว หากกองหลังเราไม่บาดเจ็บ และได้เล่นร่วมกันไปเรื่อยๆอย่างนี้ น่าจะยิ่งดีขึ้นไปเรื่อยๆ กองหลังเป็นตำแหน่งที่ต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ หากสังเกตดีๆช่วง 3 - 4 เกมที่ผ่าน การดักล้ำหน้าของทีมดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องพวกเนี่ย มันเกิดจากความเข้าใจซึ่งกันและกันในแผงกองหลัง

ทำไมผมถึงกล้าพูดว่า " จุดอ่อนของเราอยู่ที่ราฟา " หากคุณอ่านทุกตัวอักษรที่ผมพิมพ์มาทั้งหมด คุณน่าจะรู้สึกเหมือนผมว่า ในช่วง 3 ปีแรก ราฟาทำผลงานได้ดีมากๆ ทีมมีการเติบโตขึ้น ทีมเดินไปข้างหน้าอย่างเห็นได้ชัดเจน ผมไม่ได้มองว่าเพราะเราได้ถ้วยแชมป์ แต่ผมมองไปที่ระบบการเล่น รูปแบบการเล่น การเข้าทำ รวมทั้งการป้องกันด้วย ทีมดีขึ้นมากๆเมื่อเทียบกับทีมในยุคของฮูลิเย่ร์ แต่พอเข้าปีที่ 4 - 5 เมื่อมีผู้เล่นอย่าง Dirk Kuyt และ Lucas leiva เข้ามา ราฟาก็เปลี่ยนไป ผมไม่เข้าใจทำไมเค้าถึงหลงรักผู้เล่น 2 คนนี้มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ผมไม่เข้าใจจริงๆ และผมรู้สึกว่า ความรักที่เขามีต่อผู้เล่น 2 คนนี้ มันกำลังทำร้ายลิเวอร์พูล มันเหนี่ยวรั้งความก้าวหน้าของลิเวอร์พูล หากผลงานในปีนี้ล้มเหลวอีกครั้ง คงเหมือนฟางเส้นสุดท้ายระหว่างผมกับราฟา เบนิเตช

กลับไปที่คำถามแรกอีกครั้ง " พี่อยากได้ใครมากที่สุดในเดือน ม.ค. นี้ " ก็คือตำแหน่งปีกซ้ายที่บอกไปแล้วครับ และขอเพิ่มว่าอยากขายใครออกไปบ้างด้วยล่ะกัน จากข่าวที่ผ่านมา ทีมเราจะได้เงินในเดือนมกราคมนี้แค่ 12 ล้านปอนด์ ซึ่งมันคงไม่เพียงพออย่างแน่นอน ทำให้ผมคิดว่า เราควรจะขาย Degan Dossena และ Babel ออกไปซะเถอะ หากไม่ใช้งานพวกเขา ทั้ง 3 คนน่าจะนำเงินเข้าทีมได้ประมาณ 12 - 15 ล้านปอนด์ พอนำไปรวมทั้ง 12 ล้านก็จะเป็น 24 - 27 ล้านปอนด์ น่าจะพอเพียงในการไปล่าลายเซ็นปีกซ้ายดีๆสักคน หากยังไม่พอก็ขาย Voronin ออกไปอีกสักคน แม้ว่าใจจริงอยากให้ขาย Lucas ซะดีกว่าแต่คงเป็นไปไม่ได้ !!!

ส่วนเรื่องการขายมาสเชราโน่ คงไม่อยู่ในหัวของราฟา แต่ขึ้นอยู่กับบาร์เซโลน่าเองมากกว่าจะกล้าทุ่มเงินขนาดไหน หากกล้าทุ่มมากมายระดับเดียวกับอลอนโซ่ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าราฟาอาจจะยอมขายเพื่อนำเงินไปซื้อผู้เล่นที่เค้าอยาก ได้เข้ามาแทน แต่ใจผมไม่อยากให้ขายเลยให้ตายเถอะราฟา !!!

ส่วนคำถามที่สองที่ว่า " ทีมเรามีโอกาสได้ใครมากที่สุด " อืมมมมม อันนี้ตอบยากนะครับ เพราะ ไม่สามารถเดาใจราฟาได้เลยจริงๆว่า ตัวเค้าเองต้องการซื้อใครกันแน่ หากเขาอยากได้ Silva หรือ Mata จริงๆตามที่เป็นข่าวก็น่าจะเป็น 2 คนนี้คนใดคนหนึ่ง รวมทั้งในส่วนของการยืมตัว รุด ฟานนิสเตอรอย ด้วย ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายๆคน แต่ตัวผมเฉยๆ เพราะ อายุมากแล้ว รุดในวันนี้ ไม่ใช่รุดคนเดิมที่เคยลงเล่นให้แมนยูอย่างแน่นอน ค่าเหนื่อยก็คงแพงเหมือนกัน แต่ก็อยู่ที่ข้อตกลงกับทาง รีลแมด ว่าจะให้ใครจ่ายเท่าไร

สุดท้ายเป็นเรื่องที่ผมสงสัยเหลือเกิน ว่าทำไมลิเวอร์พูลถึงไม่ประสบความสำเร็จสักที ทั้งๆที่ลิเวอร์พูลมี ....

- กองหน้าที่ดีที่สุดในโลกคนนึง
- กองกลางตัวรุกที่ดีที่สุดในโลกคนนึง
- กองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลกคนนึง
- แบ็คขวาที่ดีที่สุดในโลกคนนึง
- ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกคนนึง
- ผู้เล่นสำรองที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกหลายคน

แล้วทำไมลิเวอร์พูลถึงไม่ประสบความสำเร็จเสียที หรือเพราะว่า....................

ลิเวอร์พูล ยังไม่มี ผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลกคนนึง



Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 14:30:07 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comment
บทที่ 5 นำเป็นจ่าฝูงของตารางถึง 6 เดือน แต่จบฤดูกาลด้วยมือเปล่าอีกครั้ง
หากถามผมว่า ตั้งแต่เป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลมา 20 ปี มีปีไหนบ้างที่ผมจำผลงานของทีมได้ติดตาตรึงใจ โดยไม่ต้องไปเปิดอินเตอร์เน็ทเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ผมจะตอบไปในทันทีว่า มี 3 ปีที่จำได้ฝังใจ

1. ฤดูกาล 1988 - 1989 ในปีนั้นหงส์แดงตามหลังอาร์เซนอลถึง 17 แต้ม ก่อนถึงปีใหม่แค่ไม่กี่วัน แต่หลังจากนั้นหงส์แดงไล่กวนจนแซงขึ้นนำ ก่อนที่จะมาตัดสินกันในนัดสุดท้ายที่แอนฟิลด์ ผลคือ หงส์แดงแพ้ไป 0 - 2 แชมป์หลุดมือไปแบบน่าเจ็บใจอย่างที่สุด

2. ฤดูกาล 2000 - 2001 ภายใต้การคุมทีมของฮูลิเย่ร์ หงส์แดงสามารถกวาดมาได้ 3 แชมป์เรียกว่าเป็นการคว้าแชมป์ในระดับ Junior Triple Champ เลยก็ว่าได้ เราได้มา 3 รายการได้แก่ ยูฟ่า คัพ , เอฟเอ คัพ , โคค่าโคล่าลีค คัพ ประทับใจจริงๆ

3. ฤดูกาล 2004 - 2005 เป็นฤดูกาลแรกของราฟา ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 5 ของสโมสร แต่มันเป็นสมัยแรกที่ผมได้เห็นด้วยตาของผมเอง ประทับใจจริงๆ

นั่นคือความทรงจำที่ไม่ลืม 3 ฤดูกาลก่อนที่ฤดูกาล 2008 - 2009 จะเริ่มขึ้น ซึ่งเมื่อฤดูกาลนี้จบลง ฤดูกาลนี้ก็กลายเป็นหนึ่งฤดูกาลที่ผมไม่มีวันลืมเช่นกัน เพราะอะไรไปดูกัน



เมื่อเช่นเคยพวกเรา เปิดตัวฤดูกาลนี้ด้วยการเซ็นสัญญากองหน้าอาชีพที่ค้าแข้งในอังกฤษมาอย่างยาว นาน และ ยิงประตูมาอย่างเป็นกอบเป็นกำ บางคนบอกว่า นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของราฟา



ก่อนย้ายมาเล่นให้ลิ เวอร์พูล Keane ส่องตาข่ายมาแล้ว 129 ประตู ซึ่งมากกว่าครึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่เขาเล่นให้ทีม Tottenham ด้วยค่าตัว 19,000,000 ปอนด์ ไม่แปลกเลยหากแฟนๆจะตั้งความหวังไว้สูงว่า การเข้ามาของเขา เมื่อบวกกับความร้ายกาจของ Torres ลิเวอร์พูลต้องมีกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดในลีคอย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจาก Keane ราฟายังซื้อผู้เล่นเข้ามาอีก 5 รายดังต่อไปนี้

Philipp Degen
Andrea Dossena
Diego Cavalieri
David N'Gog
Albert Riera





รวมความได้ว่าในปีนี้ราฟา ซื้อผู้เล่นครบทุกตำแหน่งเลย ทั้งผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง และ กองหน้า

ใช้เงินซื้อผู้เล่นเข้ามาทั้งหมด 39,000,000 ปอนด์
ขายผู้เล่นออกไปทั้งหมด 36,500,000 ปอนด์
สรุปใช้เงินในเรื่องผู้เล่นไปทั้งสิ้น 2,500,000 ปอนด์

ใช่แล้วครับ ราฟาใช้เงินไปแค่ 2.5 ล้านเท่านั้นในปีนี้ เพราะได้ค่าตัวจากการขายผู้เล่น 2 คนนี้ออกไปมาช่วยหักลบ



เมื่อมีกองหน้าตัว ใหม่เข้ามา คงเป็นการยากที่เก็บกองหน้าอย่าง Peter Crouch ไว้เป็นตัวสำรองได้อีกต่อไป Crouch จึงย้ายไปเล่นให้ Portsmouth ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ ผลดี คือ แฟนไม่ต้องงงอีกต่อไปว่า คนไหน เค้าท์ คนไหน เคร้าซ์ !!! หยุดสถิติสำหรับลิเวอร์พูลไว้ที่ 134 เกมกับ 42 ประตู



การตัดสินขายแบ็คซ้าย ตีนหนักคนนี้ออกจากทีมไป โดยแลกกับเงินแค่ 4 ล้านปอนด์ เพราะ ราฟาไปซื้อผู้เล่นคนใหม่อย่าง Dossena เข้ามาด้วยเงินกว่า 7 ล้านปอนด์ นี่คือการซื้อขายที่ทุเรศที่สุดในการซื้อขายของราฟา ในมุมมองของผม Bye Bye Riise แบ็คซ้ายเจ้าของสถิติลงเล่น 348 เกม ทำได้ 31 ประตู นี่คือบางประตูใน 31 ลูกนั้น

เมื่อปรับปรุงทีมเรียบร้อย ราฟา ก็ได้ทีมของราฟาออกมาดังนี้


----------------------------------------------------Reina------------------------------------------------------

Arbeloa----------------------Carragher------------------Hyypia------------------------------Aurelio

--------------------------------Alonso----------------------------Mascherano-------------------------

Kuyt--------------------------------------------Gerrard---------------------------------------------Riera

----------------------------------------------------Torres-----------------------------------------------------

อ้าวแล้ว Keane ที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย รวมทั้ง Babel ที่โชว์ฟอร์มได้ดีพอสมควรเมื่อฤดูกาลที่แล้วหายไปไหน ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ แค่นั่งสำรองแค่นั้นเอง ในรายของ Babel ผมก็ไม่เข้าใจว่า สถิติที่ทำได้ในฤดูกาลที่แล้วยังไม่ดีพออีกหรือไง หรือฟอร์มการเล่นไม่เข้าตาหรืออย่างไร ถึงต้องไปซื้อ Riera เข้ามาอีกคน ไหนจะมี Benayoun อยู่ในทีมแล้วอีก 1 คน เป็นปีที่ราฟา ซื้อ - ขายผู้เล่นได้ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

แล้วไหนยังมีตัวป่วนอย่าง Lucas Dossena เพิ่มเข้ามาอีก โดยในรายของ Lucas นั่นราฟาปลุกปั้นเหมือนลูกในไส้ ส่งลงสนามแทบจะทุกครั้งที่มีโอกาสทำได้ โดย Lucas ได้ลงเล่นทั้งหมดในฤดูกาลนี้ 39 เกม มากกว่า Torres ที่ลงเล่นได้แค่ 38 เกมด้วยซ้ำไป !!!! ทั้งที่ผลงานในสนามไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นหรือน่าสงเสริมแต่อย่างใด

แต่ในฤดูกาลนี้ถือเป็นฤดูกาลที่ Alonso ทำผลงานได้ดีที่สุด นับตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาร่วมทีมลิเวอร์พูลเลยทีเดียว ทั้งการแย่งบอล จ่ายบอล การอ่านเกมส์ รวมทั้งการยิงประตู Alonso ทำผลงานได้ในระดับที่เรียกว่า ไม่มีที่ติ เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเป็นปีที่ Steven Gerrard ยิงประตูได้มากที่สุดในอาชีพการค้าแข้งเลยทีเดียว ด้วยจำนวน 24 ประตูใน 1 ฤดูกาล สุดยอดจริงๆ

ด้านผลงานในสนาม โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีค นี่คือปีที่บอกได้เต็มปากว่า ใกล้เคียงคำว่าแชมป์มากที่สุดในรอบ 19 ปีเลยทีเดียว ลิเวอร์พูลเล่นได้ดีถึง 8 เดือนจากทั้งหมด 9 เดือน มีแค่เดือนมกราคมเท่านั้น ที่ลิเวอร์พูลเล่นได้ไม่ดี แม้ว่าจะไม่แพ้ แต่ผลเสมอที่มากจนเกินไป ส่งผลให้ทีมแพ้แมนยูไป 2 คะแนนเมื่อจบฤดูกาล ทำให้แมนยูคว้าแชมป์ลีคสูงสุดเท่ากับลิเวอร์พูล 18 ครั้งแล้วในตอนนี้

เอฟเอ คัพ : ตกรอบที่ 4 เมื่อต้องเดินข้ามสวนสาธารณะ ออกไปเยือนทีมร่วมเมืองอย่าง Everton ไป 1 - 0 ด้วยประตูจากผู้เล่นสำรองในช่วงต่อเวลาพิเศษในนาทีที่ 118

ลีค คัพ : ตกรอบที่ 4 เช่นเดียวกับ เอฟเอ คัพ โดยแพ้ต่อ Tottenham ในเกมที่พวกเราต้องออกไปเยือน White Hart Lane ไป 2 - 4

ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีค : ตกรอบ Quarter - Final ไปด้วยน้ำมือของทีมคู่แค้นในรายการนี้อย่างเชลซีไปแบบสนุกสนาม ตื่นเต้น 5 - 7 ประตู โดนในเกมแรกแพ้ไปก่อนคาบ้าน 1 - 3 ก่อนจะไปเสมอกันอย่างสนุกที่บ้านของเชลซี 4 - 4 ทั้งๆที่ทีมขึ้นนำไปก่อน 2 - 0 หมดครึ่งแรกสกอร์รวมเสมอกัน 3 - 3 แต่ครึ่งแรกกลับกลายเป็นฝันร้ายของลิเวอร์พูล

จบฤดูกาลที่ 5 2008 - 2009 ด้วยความว่างเปล่าไปอีก 1 ฤดูกาลเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เมื่อมองไปที่ผลงานในสนามก็เล่นได้เหมือนเดิมที่ผ่านมา 2 - 3 ปี แต่ปีนี้มีโชคมาช่วยพอสมควร จากที่กำลังแพ้กลายเป็นเสมอ จากเกมที่น่าจะจบด้วยผลเสมอ กลับกลายมาเป็นได้รับชนะจากประตูชัยในนาทีสุดท้าย เหมือนเทพแห่งโชคจะเข้าข้างลิเวอร์พูลแล้ว แต่สุดท้ายพลพรรคหงส์แดง ภายใต้การนำทีมของ ราฟา เบนิเตช กลับจบฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นด้วยมือเปล่าอีกครั้งหนึ่ง

มองไปที่การปรับแต่งทีม ในปีนี้ก็อย่างที่ผมบอกไปแล้ว ย่ำแย่ที่สุดในมุมมองของผม ไม่มีคะแนนในการปรับปรุงทีมเข้าช่วยราฟาอีกต่อไป แต่ผลงานในลีคทำได้ดีมากๆ คะแนนในปีนี้ 3 ดาว น่าจะเพียงพอแล้ว

อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าผมจำฤดูกาลนี้ไม่ลืมแน่นอน เพราะ มันเป็นปีที่ผมบอกตัวเองว่า พวกเราจะเป็นแชมป์อย่างเต็มปากเต็มคำ แม้สุดท้ายมันจะล้มเหลว แต่ก็มีช่วงเวลาหลายเดือนให้รู้สึกว่า พวกเราจะเป็นแชมป์ได้จริงๆ .....

หลังฤดูกาลจบลงแฟนบอลหลายคนผิดหวัง หลายคนขับไล่ราฟา แต่อีกหลายคนรวมทั้งตัวผมเอง กับตั้งหน้าตั้งตารอคอยดูลิเวอร์พูลในฤดูกาลต่อไปข้างหน้า ด้วยความหวังที่มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกว่าพวกเราสามารถเป็นแชมป์ได้ มันเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม ฤดูกาลใหม่นี่แหละ ที่จะทำให้พวกเรามีความสุขสมหวังเสียที หลังจากที่รอกันมา 19 ปีแล้ว และที่สำคัญลิเวอร์พูลชุดนี้กำลังจะมาที่ประเทศไทย เพื่อให้พวกเราได้ยลโฉมตัวเป็นๆกันแบบติดขอบสนาม หลังจากนั้นเป็นอย่างไร คิดว่าทุกๆคนคงรู้ดีกันอยู่แล้ว .........



Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 14:27:41 น.
Counter : 338 Pageviews.

0 comment
บทที่ 4 เจ้าของทีมรายใหม่ กองหน้าคนใหม่ ผลงานเหมือนเก่า
เกิดการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ของสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อเจ้าของทีม David Moores ตัดสินใจขายสโมสรให้ นักธุรกิจชาวอเมริกัน 2 คนได้แก่ George Gillett และ Tom Hicks




ทั้ง 2 คนก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้เจ้าของทีมลิเวอร์พูล โดนให้คำมั่นสัญญากับแฟนบอลว่า " จะมีเงินให้ราฟาซื้อผู้เล่น รวมทั้งจะสะสางปัญหาเรื่องการสร้างสนามใหม่ให้เสร็จภายใน 90 วัน " ซึ่งจนถึงวันนี้ เกือบจะ 1000 วันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เสาของนิวแอนฟิลด์

Season 2007 - 08 Squad





ราฟาปิดฤดูกาล 2006 - 07 ด้วยความว่างเปล่า แต่เมื่อเปิดฤดูกาลใหม่ 2007 - 08 สิ่งแรกที่ราฟาเปลี่ยนแปลง คือ ตัวเขาเอง ราฟาไว้หนวด !!!!





แม้จะล้มเหลวในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่เมื่อย้อนมองไปดูตัวผู้เล่น รวมทั้งรูปแบบการเล่นแล้ว ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของราฟา เบนิเตช ถือว่าก้าวหน้าขึ้น ในแต่ละนัดทีมมีโอกาสครองบอลที่สูง มีจังหวะยิงประตู 10 - 20 ครั้งแทบจะทุกนัดที่ลงเล่นไม่ว่าในหรือนอกบ้าน แต่หงส์แดงกลับเปลี่ยนโอกาสมากมายขนาดนั้นให้กลายเป็นประตูไม่ได้ เพราะอะไร ? นั่นคือสิ่งที่ราฟาต้องแก้ไข



แม้ทีมจะมีกองหน้าให้ใช้งานถึง 4 คน แต่ทั้ง 4 คนกลับไม่มีใครสามารถยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำสักคนเดียว เราลองย้อนไปดูสถิติกองหน้าของทีมในฤดูกาลที่แล้วกันหน่อยนะ

จะเห็นได้ว่า ไม่มีกองหน้าของลิเวอร์พูลยิงประตูได้ถึง 20 ประตูแม้แต่คนเดียว นั่นคือปัญหาที่ราฟาต้องทำการแก้ไขเป็นการด่วน และชายคนนี้ก็ปรากฎกายต่อหน้าแฟนๆเดอะค๊อปในแอนฟิลด์ เป็นการซื้อตัวที่ตรงจุด และ ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติการซื้อขายผู้เล่นของเขา



20 ล้านปอนด์ คือ จำนวนเงินที่ราฟาต้องจ่ายให้ แอต.มาดริด เพื่อล่าลายเซ็นของตอร์เรส แม้ในตอนแรกอาจจะมีสื่อบางคนปรามาสไว้ว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดพลาดของราฟา เพราะ หากมองไปที่ประวัติการยิงประตูของตอร์เรสในสมัยที่อยู่กับแอต.มาดริด ไม่ได้ดีเด่นอะไรมากมาย ตอร์เรสยิงให้ทีมเก่าไป 84 ประตูตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ลงเล่นให้แอต.มาดริด ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ผมได้เห็นสื่อคนนั้นนั่งชมตอร์เรสออกทีวีว่า " เป็นสุดยอดกองหน้าและเป็นการซื้อตัวที่ยอดเยี่ยมของราฟา " 3 ปีก่อนมึงไม่ได้พูดอย่างนี้นะ กูจำได้

พูดถึงตอร์เรสแล้วขอเพิ่มเติมอีกหน่อย สิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ นอกจากผลงานในสนามที่สวมเสื้อลิเวอร์พูลลงเล่นแล้ว ยังเป็นเพราะ หัวใจของเขาก็เป็นลิเวอร์พูลเช่นกัน เขาเขียนข้อความว่า You'll Never Walk Alone ไว้ใต้ปลอกแขนกัปตันทีมตอนเล่นให้แอต.มาดริด และ เขายังยอมลดค่าเหนื่อยจากที่รับกับแอต.มาดริดสัปดาห์ละ 103,000 ปอนด์ ลงมาเหลือแค่ 90,000 ปอนด์ เพื่อให้ได้ย้ายมาเล่นกับทีมที่เขารัก..... จะมีผู้เล่นกี่คนในโลกนี้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดคน หนึ่งบนโลกใบนี้ แล้วยอมลดค่าเหนื่อยตัวเองลงมา ทั้งๆที่อายุแค่ 24 ปีเท่านั้น ..... ไม่มี

นอกจากการซื้อศูนย์หน้าอย่างตอร์เรสเข้ามาแล้ว ปีนี้ยังถือว่าเป็นปีมือเติบของราฟาอย่างแท้จริง เขาใช้เงินในการซื้อผู้เล่นเข้ามาทั้งหมด 70,330,000 ปอนด์ (18,600,000 เป็นค่าตัวของ Mascherano) โดยส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นในเกมรุก จุดนี้ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจ้าของทีมคู่ใหม่ ที่ทำให้ราฟามีเงินซื้อผู้เล่นมากมายขนาดนี้

16,500,000 ปอนด์ แลกกับผู้เล่นมิดฟิลด์ตัวรุก 2 คน Babel (ซ้าย 11.5 ล้าน) , Benayoun (ขวา 5 ล้าน) เด็กหนุ่มอนาคตไกลจากฮอลแลนด์คนใหม่ หลังจากที่ทีมได้ Kuyt มาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว Babel ถูกราฟาดึงมาร่วมทีมโดยเขาสามารถเล่นได้ทั้งปีกซ้ายและกองหน้า ส่วนทางด้าน Benayoun พวกเราได้เห็นฟอร์มของเขามา 2 - 3 ปีแล้วกับ Westham ก็ถือว่าใช้ได้ไม่แพงเกินไป 5 ล้านเท่านั้นเอง



ของฟรีจาก Leverkusen ศูนย์หน้าเทคนิคดีอย่าง Andriy Voronin เป็นอีกคนที่เข้ามาสู่ทีมในปีนี้ ด้วยผลงานสมัยเล่นให้ Leverkusen 92 นัด 32 ประตู ต้องถือว่า Voronin ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน แต่จะมีดีขนาดไหนแฟนเดอะค๊อปต้องรอดูกันเอาเอง

นอกจากผู้เล่นในแนวรุกแล้ว ราฟายังซื้อผู้เล่นเกมรับอย่าง Insua และ Skrtel เข้ามาร่วมปีในปีนี้ด้วย



Martin Skrtel กองหลังเจ้าของค่าตัว 6.5 ล้านปอนด์ย้ายมาจาก Zenit St. Petersburg เป็นเซ็นเตอร์ประเภทชอบเข้าปะทะ มุทะลุ เล่นหนักเล่นแรง ฮาร์ดแมนคนใหม่ของลิเวอร์พูล



หนึ่งในไฮไลท์ของปีนี้ คือ ข่าวการเซ็นสัญญากับผู้เล่นบราซิลนามว่า Lucas Leiva ด้วยราคาค่าตัว 5 ล้านปอนด์จาก เกรมิโอ ด้วยความคาดหวังว่า จะเป็นผู้เล่นอีกรูปแบบหนึ่งที่ลิเวอร์พูลเราไม่ค่อยมี เทคนิคการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล การยิงไกลและยิงฟรีคิก ซึ่งเป็นจุดเด่นของนักเตะบราซิล ที่อาจจะนำมาซึ่งความหลากหลายของลิเวอร์พูล

เมื่อมีหน้าใหม่เข้ามาเยอะ แต่ไม่สามารถเก็บผู้เล่นตัวเก่าเอาไว้ได้ ผู้เล่นหลายคนอย่าง Fowler , Dudek , Bellamy , Zenden , Garcia , Sissoko , Cisse , Paletta ล้วนก้าวออกจากบ้าน AF ไปในปีนี้

เมื่อมีการสับเปลี่ยนหลายคน หลายตำแหน่ง รวมทั้งการเข้ามาของ Torres ซึ่งเป็นกองหน้าสมัยใหม่ กองหน้าแบบที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า Complete Forward คือ ทำได้ทุกอย่างในคนๆเดียว เลี้ยงไปเองได้ ชงกินเองได้ ยิงประตูได้ทั้งบนบกและบนอากาศ มีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่ง เมื่อรวมกับการมีสุดยอดผู้เล่นแดนกลางอยู่ในทีมถึง 3 คน ราฟา เบนิเตช จึงคิดแผนการเล่นรูปแบบใหม่ขึ้นมา นั่นคือระบบการเล่นแบบ 4 - 2 - 3 - 1 ลิเวอร์พูลในปีนี้ จึงมีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปดังนี้

----------------------------------------------------Reina------------------------------------------------------

Arbeloa----------------------Carragher------------------Hyypia------------------------------Riise

--------------------------------Alonso----------------------------Mascherano-------------------------

Kuyt--------------------------------------------Gerrard---------------------------------------------Babel

----------------------------------------------------Torres-----------------------------------------------------

Sub : Benayoun , Crouch , Finnan , Lucas , Aurelio , Voronin , Pennant , Skrtel , Agger , Kewell

เรียกได้ว่า มีผู้เล่นให้เลือกใช้ได้มากหน้าหลายตา แต่ก็มีปัญหาต้องแก้ไขบ้างเมื่อผู้เล่นอย่าง Agger , Kewell , Aurelio , Skrtel ได้รับบาดเจ็บกันบ่อยครั้ง รวมทั้งในรายของ Alonso ด้วย แต่ก็มีตัวแทนลงเล่นได้หลายคนทั้ง Lucas , Benayoun , Gerrard

ถือเป็นลิเวอร์พูลโฉมใหม่ และ เข้าใกล้คำว่าทีมของราฟา อย่างแท้จริงมากขึ้นแล้ว เพราะ ผู้เล่นในสนามตัวจริง 8 คน เป็นคนที่ราฟาซื้อเข้ามาเอง รวมของเก่าจากยุคของฮูลิเย่ร์อีก 3 คน ได้แก่ Carragher , Risse , Gerrard เข้าไปก็กลายเป็นผู้เล่นตัวจริงของราฟาในฤดูกาลนี้

ใช้เงินซื้อผู้เล่นเข้ามาทั้งหมด 70,330,000
ขายผู้เล่นออกไปทั้งหมด 30,500,000
สรุปใช้เงินในเรื่องผู้เล่นไปทั้งสิ้น 39.830,000 ปอนด์

ด้วยเม็ดเงินที่จ่ายไปเกือบ 40 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้ แต่ราฟากลับไม่สามารถพาทีมไปสู่ความสำเร็จได้ แม้รายชื่อผู้เล่นในกระดาษจะดูดีขึ้น แม้ฟอร์มการเล่นในสนามจะดูน่ากลัวขึ้น แต่ผลลัพธ์มันกลับไม่เป็นไปอย่างที่แฟนๆเริ่มคาดหวัง

แม้ในฤดูกาลนี้แฟนๆจะได้ยลโฉมกองหน้ามหาประลัยอย่าง Torres รวมทั้งได้เห็นการจับคู่ที่เข้าขาระหว่าง Gerrard & Torres ซึ่งส่งผลให้คนหนึ่งยิงไป 33 ประตู ส่วนอีกคนก็ไม่น้อยหน้ากดไป 21 ประตู โดยฉายาที่แฟนๆตั้งให้คู่ขาคู่นี้ คือ GT

แต่ผลงานของทีมกลับไม่เดินหน้าไปไหนเลย ลิเวอร์พูลต้องเตะฝุ่นไปอีกฤดูกาลนึง และปล่อยให้คู่แค้นคนสำคัญตลอดกาลอย่าง Man Utd คว้าแชมป์ลีคสูงสุดเขยิบใกล้เข้ามาเป็น 17 สมัยจ่อท้ายทอยสถิติ 18 สมัยของลิเวอร์พูลแบบจวนเจียนที่สุดแล้ว ไปดูผลงานของทีมในปีนี้กัน

พรีเมียร์ลีค : จบที่อันดับ 4 มีคะแนนน้อยที่สุดในกลุ่มบิ๊กโฟร์ ยิงประตูได้ 67 ประตูซึ่งครึ่งหนึ่งในนั้นเป็นของคู่หู GT ผู้เล่นอย่างเค้าซ์และเค้าท์ ยิงได้แค่ 5 และ 3 ประตูตามลำดับ เป็นอีกครั้งที่ลิเวอร์พูลไม่ได้ลุ้นแชมป์ลีคสูงสุดของประเทศ ได้แต่นั่งมองอีก 3 ทีมเบียดแย่งแชมป์กัน แบบเจ็บใจอีกฤดูกาลนึง

เอฟเอ คัพ : แค่รอบที่ 5 เท่านั้นลิเวอร์พูลกลับโดนทีมอย่าง Burnley ถีบตกรอบไปแบบปวดร้าว เพราะนอกจากจะได้เปรียบที่ได้เล่นในบ้านแล้ว ยังยิงประตูขึ้นนำไปได้ก่อน ก่อนที่จะมาโดนสอย 2 ประตูรวดตกรอบไปแบบแทบจะมุดแผ่นดินหนี

ลีคคัพ : ลิเวอร์พูลเจอคู่ต่อสู้ที่หนักหนาสาหัสเมื่อจับฉลากออกมาแล้วปรากฎว่า ลิเวอร์พูลต้องไปเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซี ซึ่งผลที่ออกมา คือ เราต้องตกรอบไปด้วยน้ำมือของเชลซี 2 - 1

ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีค : เป็นรายการที่ราฟา ทำได้ดีเสมอกับลิเวอร์พูล ในปีนี้ทีมของราฟาเข้ามาถึงรองตัดเชือกโดยต้องเจอกับเชลซี นัดแรกที่แอนฟิลด์เสมอกันมา 1 - 1 เมื่อต้องกลับมาเล่นที่บ้านเชลซี ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีเสมอในเวลาไป 1 - 1 ทำให้ต้องเวลาออกไปแต่ลิเวอร์พูลมาเสียประตูในช่วงต่อเวลาถึง 2 ประตูทำให้แพ้ไปในที่สุดด้วยประตูรวม 4 - 2 ตกรอบตัดเชือกไปแบบน่าเสียดาย

ปิดฉากฤดูกาล 2007/08 ด้วยมือเปล่าอีกครั้งเป็นปีที่สองติดต่อกันแล้ว สำหรับราฟาที่ไม่สามารถนำทีมคว้าความสำเร็จใดๆมาสู่สโมสร เริ่มมีเสียงจากแฟนๆ แม้จะเพียงแผ่วเบา แต่ก็เริ่มที่จะได้ยิน ทั้งเรื่องการปรับตำแหน่งของ Dirk Kuyt มาเล่นปีกขวา , เรื่องการปฎิบัติต่อผู้เล่นคนหนึ่งอย่างหนึ่งอีกคนกลับปฏิบัติอีกอย่างหนึง , เรื่องการซื้อขายผู้เล่นที่ผิดพลาดกลับมาดังอีกครั้งในกรณีของ Bellamy คะแนนในปีนี้เอาไป 2 ดาว ครับ

ทั้งหลายทั้งปวง แฟนๆส่วนใหญ่ยังคงให้การยอมรับ นับถือการทำหน้าที่ของราฟา เบนิเตช และตั้งหน้าตั้งตารอคอยแชมป์กันต่อไป......



Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 14:22:31 น.
Counter : 312 Pageviews.

0 comment
บทที่ 3 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง การซื้อตัวที่ยอดเยี่ยม แต่ผลงานยอดแย่



ลิเวอร์พูลมีฤดูกาล ที่ตื่นเต้นให้ตามลุ้นกันมาถึง 2 ฤดูกาลติดกันทั้งนัดชิงแชมเปี้ยนลีค ต่อด้วยนัดชิงในเอฟเอ คัพ ซึ่งทีมประสบความสำเร็จคว้ามาได้หมดทั้ง 2 รายการ พวกเราจึงเริ่มต้นฤดูกาลนี้ด้วยความหวังว่า ฤดูกาล 2006 - 07 จะเป็นปีที่ความฝันจะกลายเป็นจริง การได้แชมป์พรีเมียร์ลีค คือ สิ่งที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดในปีนี้

ราฟาเปิดฤดูกาลด้วยข่าวการซื้อตัวที่สวยงาม ด้วยการคว้าตัวผู้เล่นเหล่านี้เข้ามาสู่ทีมในช่วงตลอดซื้อขายรอบแรก

Craig Bellamy
Gabriel Paletta
Fabio Aurelio
Jermaine Pennant
Dirk Kuyt
Nabil El Zhar






ในรายของ Bellamy และ Pennant แฟนๆคุ้นกับฟอร์มการเล่นอยู่แล้ว ซึ่งทั้ง 2 คน เป็นผู้เล่นที่มีเทคนิคที่ดี ไปกับบอลได้ดี เป็นผู้เล่นในแบบที่ทีมเราไม่ค่อยมีเท่าไร โดยในรายของ Bellamy เขาถึงกับกล่าวว่า เหมือนความฝันกลายเป็นความจริง เพราะ เขาเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลมานานแล้ว




ทางด้านผู้เล่นอย่าง Kuyt ก็เข้ามาพร้อมกับประวัติการถล่มประตูมาอย่างโชกโชนในลีคฮอลแลนด์ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นกองหน้าอนาคตไกลคนหนึ่งของวงการฟุตบอลฮอลแลนด์ ด้วยสถิติที่สวยหรูเหลือเกินจากการลงเล่นในฮอลแลนด์ไปทั้งหมด 261 เกม เดริ์ก ครก เฮ้ย!! เดริ์ก เค้าท์ จัดการสอยตาข่ายคู่ต่อสู้ไปทั้งสิ้น 122 ประตู ไม่เลวเลยทีเดียวกับสถิตินี้ที่ฮอลแลนด์




ส่วน Aurelio เป็นศิษย์เก่าร่วมกุฎิเดียวกันกับราฟามาก่อนตั้งแต่สมัยที่ราฟายังเป็นนาย ใหญ่ของทีมวาเลนเซีย เราได้ตัวมาแบบฟรีๆเพราะนักเตะหมดสัญญากับทีม พร้อมคำรับประกันจากปากของราฟาเองว่า " คนๆนี้มีดีที่การจ่ายบอลซึ่งบางทีอาจจะเหนือว่าอลอนโซ่ด้วยซ้ำ แถมด้วยลูกฟรีคิกที่ไว้ใจได้ "

เมื่อมีเข้าก็ต้องมีออก ฤดูกาลนี้เราต้องเสียผู้เล่นแดนกลางจอมเก๋าอย่าง Hamann ไปให้โบลตันโดยไม่รับค่าตัวเพราะนักเตะหมดสัญญากับทีมเช่นกัน เมื่อมีปีกขวาและกองหน้าเข้ามาสู่ทีม รวมทั้งการจากไปของ Hamann ทำให้โฉมหน้าของทีมต้องเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งหนึ่ง

----------------------------------------------------Reina-------------------------------------------------------

Finnen--------------------------Carragher-------------Hyypia/Agger---------------Riise/Aurelio

Pennant-----------------------Gerrard---------------Alonso--------------------------------------???

-----------------------------------Crouch--------------Kuyt-------------------------------------------------

Sub : Bellamy , Gonzalez , Zenden , Sissoko , Garcia , Fowler , Kewell

นี่คือทีมในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล จะเห็นได้ว่าผมไม่ได้ใส่ผู้เล่นทางปีกซ้าย เพราะ ผมนึกไม่ออกจริงๆว่าใครคือปีกซ้ายตัวจริงของทีม เพราะ ตำแหน่งนี้ คือตำแหน่งสาธารณะของทีมจริง ๆ คนที่ลงเล่นในตำแหน่งนี้มีทั้ง Kewell , Bellamy , Gonzalez , Zenden , Aurelio , Garcia , Riise เรียกว่า ใครที่พอจะเล่นบอลด้วยเท้าซ้ายได้ มีโอกาสลงเล่นในตำแหน่งนี้ทั้งหมด ซึ่งจะว่าไป ตั้งแต่หมดยุคของ John Barnes เป็นเวลา 10 ปีแล้วทีมยังหาคนมาเล่นตรงนี้ไม่ได้เลย





หลายคนอาจจะสงสัยว่า Cisse หายไป เขาไม่ได้หายไปไหนครับ แต่ฤดูกาลนี้ถ้าจำไม่ผิด เขาจะขาหักนะครับ พักรักษาตัวทั้งฤดูกาลเลย ผมจำไม่ได้ว่าเป็นครั้งไหนที่เขาขาหักตอนเล่นให้ลิเวอร์พูล เพราะ มันหัก 2 รอบเลยเอาภาพมาให้ดูทั้ง 2 รอบเลยละกันนะครับ ภาพอาจจะน่ากลัวไปนิด แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ ทุกวันนี้เขายังเล่นฟุตบอลได้อยู่ แถมยิงประตูได้ดีเหมือนเดิม

ทางด้าน Milan Baros ซึ่งเข้ามาสู่ทีมตั้งแต่ยุคของฮูลิเย่ร์ก็เปลี่ยนสีเสื้อจากแดงเลือดนกไป เป็นแดงเลือดหมู ด้วยการย้ายไปสวมเสื้อทีมแอสตันวิลล่าด้วยผลงานที่ฝากไว้ภายใต้ยูนิฟอร์ม หงส์แดง 108 เกมกับ 27 ประตู รวมทั้ง Morientes ที่ย้ายกลับไปร่วมวาเลนเซียในสเปน หลังจากทำผลงานในชุดหงส์แดงได้ไม่ถึงครึ่งของความหวังที่ตั้งเอาไว้ ความเร็วของเขาช้ามากเมื่อมาเจอเกมเร็วๆแบบฟุตบอลอังกฤษ โดยเขาลงเล่นทั้งหมด 61 เกมและทำไป 12 ประตู

จะเห็นได้ว่าในปีนี้ เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดของทีมภายใต้การคุมทีมของราฟาเลยก็ว่า ได้ มีทั้งย้ายเข้าย้ายออก ปรับแผนเปลี่ยนทีมวุ่นวายไปหมด ซึ่งยังไม่หมดแค่นี้ เมื่อฤดูกาลดำเนินมาถึงช่วงเดือนมกราคม เมื่อตลาดเปิดอีกรอบ ลิเวอร์พูลก็จัดการคว้าตัวผู้เล่นอีก 2 คนเข้ามาสู่ทีม

Alvaro Arbeloa
Javier Mascherano

โดยในรายของ Mascherano ราฟาถึงกับออกมากล่าวว่า

" เขาจะเพิ่มความสมดุลย์ให้กับทีมของเรา เขาอายุแค่ 22 ปี แต่ติดทีมชาติอาร์เจนติน่าไปแล้ว 22 ครั้ง มีผู้เล่นอังกฤษกี่คนกันที่สามารถติดทีมชาติได้เท่ากับเขาเมื่ออายุแค่ 22 "



ส่วน Arbeloa ก็เป็นแบ็คขวาที่มีดีทั้งรุกและรับ การเข้ามาของเขาทั้ง 2 ทำให้ทีมต้องเปลี่ยนโฉมหน้าไปอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ในปีนี้ ในปีแรกพวกเขาต้องปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษ โดยทั้ง 2 คนมีส่วนร่วมกับเกมไม่มากเท่าไรนัก Arbeloa ได้ลงเล่น 14 เกม ในขณะที่ Mascherano ได้ลงเล่น 11 เกม แต่เริ่มมีเค้าลางความวุ่นวายเล็กๆ เพราะ ระบบการเล่น 4 - 4 -2 ไม่มีที่ว่างให้สุดยอดในแดนกลางถึง 3 คนลงเล่นพร้อมกันได้อย่างแน่นอน (Gerrard , Alonso , Mascherano)

ใช้เงินซื้อผู้เล่นเข้ามาทั้งหมด 27,216,000 (ไม่รวมMascherano เพราะปีนี้คือการยืมตัว)
ขายผู้เล่นออกไปทั้งหมด 16,350,000
สรุปใช้เงินในเรื่องผู้เล่นไปทั้งสิ้น 10,866,000 ปอนด์

จากการปรับเปลี่ยนทีมทั้งหมดที่เล่ามา ทั้งการถ่ายเลือดเก่า เติมเลือดใหม่ แต่แทนที่ผลงานของทีมจะก้าวไปข้างหน้า มันกลับเดินถอยหลังซะงั้น

พรีเมียร์ลีค : ผลงานของทีมตกต่ำลงมาอย่างน่าใจหาย จากที่ทำได้ 82 คะแนนในฤดูกาลที่แล้ว มาถึงฤดูกาลนี้ราฟาพาลิเวอร์พูลเก็บแต้มได้แค่ 68 คะแนนเท่านั้น โดยสาเหตุหลักที่ทีมพลาดท่าในปีนี้ คือ การเล่นเกมนอกบ้าน ลิเวอร์พูลชนะแค่ 6 เกมและแพ้ไปถึง 9 เกม ทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 โดยมีคะแนนเท่ากับอาร์เซนอล แต่ประตูได้เสียดีกว่า 2 ลูก !!
เอฟเอ คัพ : กระเด็นตกรอบแรกด้วยผลงานของอาร์เซนอล คาแอนฟิลด์ด้วยสกอร์ 1 - 3
ลีคคัพ : ให้หลัง 3 วันนับจากที่แพ้อาร์เซนอลตกรอบเอฟเอ คัพ เราก็ต้องมาเจออาร์เซนอลอีกครั้งในรอบที่ 5 รายการลีคคัพ และเป็นลิเวอร์พูลที่กระเด็นตกรอบไปอย่างเจ็บปวดด้วยผลงานของอาร์เซนอลเจ้า เก่า คาบ้านเหมือนเดิมด้วยสกอร์ที่น่าเกลียดกว่าเดิม 3 - 6
แชมเปี้ยนลีค : เหมือนความฝันที่ทีมได้เข้าชิงรายการนี้อีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี แม้ผลงานในปีนี้ของทีมจะไม่เปรี้ยงป้าง แต่ในรายการนี้ลิเวอร์พูลก็ไม่เป็นสองรองใคร ลิเวอร์พูลผ่านทั้ง Barcelona และ Chelsea เพื่อมาชิงกับคู่ปรับเก่าอย่าง Milan ถ้าค่ำคืนที่อิสตันบูลเป็นค่ำคืนที่จะไม่มีวันถูกลืม เกมกับ Milan ในปีนี้ คือ ค่ำคืนที่พวกเราอยากจะลืมอย่างแน่นอน (ซึ่งผมลืมไปเรียบร้อยแล้ว เพราะ จำไม่ได้ว่าลงเตะกันที่ไหน ประเทศอะไร กรีซป่ะ ?) รอบนี้ผลการแข่งขันออกมาลิเวอร์พูลแพ้ไป 0 - 2 ปิดฉากฤดูกาล 2006 - 2007 ด้วยความว่างเปล่าเป็นฤดูกาลแรก ภายใต้การคุมทีมของราฟา เบนิเตช



หากในปีนี้เราไม่ได้ เข้าชิงแชมเปี้ยนลีคแล้วละก็ ต้องถือว่าเป็นปีที่ทีมล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เละเทะอย่างไม่มีชิ้นดีเลยในเรื่องของผลการแข่งขัน เพราะ เราหมดลุ้นแชมป์ทุกรายการในประเทศตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งถือว่าผ่านไปเพียงแค่ครึ่งฤดูกาลเท่านั้น แต่ในส่วนของการปรับเปลี่ยนทีม ต้องบอกว่ายังคงเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ต้องบอกว่า นี่คือฤดูกาลที่ย่ำแย่ที่สุดของราฟาในการคุมทีมลิเวอร์พูลมา 3 ปี ผมให้ 2 ดาวครึ่ง เท่านั้นในปีนี้

เอาล่ะ ผมขอหยุดตรงจุดนี้สักครู่ก่อนที่จะไปต่อกันในปีที่ 4 ของราฟา เพื่อให้ทุกคนลองมองย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในยุคของ ราฟา ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่าเขาทำอะไรไปบ้าง เริ่มด้วยการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นจากผู้เล่นชุดเดิมของฤดูกาลสุดท้ายของฮูลิ เย่ร์ ที่มีผู้เล่นดังต่อไปนี้

---------------------------------------------------Dudek-----------------------------------------------------------

Finnen--------------------Henchoz/Carragher-------------Hyypia-------------------------------Riise

Smicer---------------------------Gerrard-----------------Hamann-----------------------------------Kewell

------------------------------------------Owen-------------Heskey----------------------------------------------

Sub : Murphy , Biscan , Diouf , Le Tallec , Pongolle , Cheyrou , Baros , Traore , Diao

ราฟาใช้เวลา 3 ปีปรับเปลี่ยนทีมเป็นแบบนี้

----------------------------------------------------Reina-------------------------------------------------------------

Finnen---------------------------------Carragher------------------Hyypia------------------------------Riise

Pennant--------------------------------Gerrard---------------------Alonso--------------------------Kewell

----------------------------------------Crouch------------Kuyt-----------------------------------------------------

Sub: Agger , Mascherano , Bellamy , Zenden , Sissoko , Fowler , Garcia , Arbeloa , Aurelio

เอาตรงๆแฟร์ๆเลยนะ มีใครกล้าเสนอหน้าออกมาพูดว่า ราฟาปรับปรุงทีมแย่ลงบ้างไหม ผมคิดว่าคงไม่มี หรือ ถ้ามีก็น่าจะน้อยมาก ๆ เรามีขุมกำลังผู้เล่นที่ดีขึ้นมากๆ หากเทียบจากทีมในปีสุดท้ายของฮูลิเย่ร์ ทั้งในส่วนของผู้เล่นตัวจริงและตัวสำรอง จากที่เมื่อก่อน สำรองมีใครบ้าง ไล่มาดิ Biscan , Diouf , Le Tallec , Pongolle , Cheyrou , Traore , Diao โอ้โห นี่หรือหงส์แดง ทีมที่ยิ่งใหญ่ ทีมที่แฟนๆทุกคนลุ้นแชมป์กันทุกปี หันมาดูตัวสำรองในยุคของราฟา Agger , Mascherano , Bellamy , Zenden , Sissoko , Fowler , Garcia , Arbeloa , Aurelio ฟ้ากับเหวครับ ชัดเจนมากๆ ราฟาใช้เงินไปเท่าไรในการปรับทีมจากอย่างนั้นมาเป็นอย่างนี้ (จำนวนสุทธิหักซื้อเข้าและขายออก) ไปดูกัน

ฤดูกาล 04/05 6,870,000 ปอนด์
ฤดูกาล 05/06 12,730,000 ปอนด์
ฤดูกาล 06/07 10,866,000 ปอนด์

รวม 3 ปีเป็นเงินทั้งสิ้น 30,466,000 ปอนด์ เท่ากับราคาขาย Alonso เลย !!!!

ด้วยเงินแค่นี้ ถามว่าราฟาโง่ ราฟาปัญญาอ่อน ราฟาซื้อผู้เล่นไม่เป็น จริงอย่างที่เขาลือกันหรือเปล่า ผมคิดว่าคุณน่าจะได้คำตอบแล้วนะครับ ผมไม่เถียงครับว่าราฟาก็มีการซื้อขายที่ผิดพลาดบ้าง เช่น

- การซื้อผู้เล่นอย่าง Josemi ด้วยเงิน 2,000,000 ปอนด์แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า ราฟาเอาเขาไปแลกตัวกับ Jan Kromkamp ซึ่งก็พลาดอีกเช่นกัน แต่ขายให้ PSV ไป 1,750,000 ปอนด์ ขาดทุนมากมายเหลือเกินหรือครับกับส่วนต่างในตอนแรก เราขาดทุนแค่เนี่ย 250,000 ปอนด์ ถ้าเอาการซื้อขายครั้งนี้ไปเทียบกับการซื้อ Juan Sebastian Veron ของท่านเซอร์ ราคากว่า 30 ล้านปอนด์ เงินแค่ 250,000 ที่ราฟาทำเสียไป ผมว่าผมเฉยๆนะ

- เอาอีกสักตัวอย่างก็ได้ Craig Bellamy เราซื้อมา 6,500,000 ปอนด์ ล้มเหลวมั๊ยผมไม่รู้ สำหรับ Bellamy ผมเฉยๆ มีก็ดีไม่ดีก็ได้ เราขายต่อให้ Westham 7,500,000 ปอนด์ กำไร 1 ล้าน มีสักคนมั๊ยที่เคยออกมาชมว่า ราฟาทำกำไรให้สโมสร !!!! (อันนี้ไม่อยู่ในช่วง 3 ปีนี้นี่หว่า ผมจำผิด แต่ช่างมันละกันเน๊อะ เขียนไปแล้วจะลบก็เสียดาย Very Happy )

- อีกสักคน Gabriel Paletta ราฟาซื้อมา 2,000,000 ถามว่าเขาคนนี้เป็นใคร เคยลงเล่นมั๊ย เดี๋ยวขอไปค้นประวัติแป๊ป......อ่าเจอแหละ ลงเล่นทั้งหมด 8 เกมยิงได้ด้วย 1 ประตู ถามว่าล้มเหลวมั๊ย ตอบว่าล้มเหลวนะ แล้วราฟาทำยังไง ราฟาก็เอา Paletta ไปแลก Emiliano Insua มาพร้อมเพิ่มเงินอีก 100,000 ปอนด์ โดยค่าตัวของ Insua คือ 1,300,000 แต่ราฟาขาย Paletta ให้ โบค่า จูเนียร์ ในราคา 1,200,000 ปอนด์ อ้าวขายขาดทุนนี่หว่า เปล่าเลยครับ ราฟาขายแค่ครึ่งตัวนะครับ ถือหุ้นกันคนละ50/50 ถ้าโบค่าขายต่อต้องแบ่งให้ลิเวอร์พูล 50% ย้อนถามว่าเงินลงทุนในตัว Paletta 2,000,000 ปอนด์ กลายเป็น Insua + 50%ในค่าตัวของ Paletta............ ราฟาพลาดเหรอ ราฟาทำธุรกิจไม่เป็นงั้นเหรอ

ทั้งหลายทั้งมวลเนี่ยที่ผมมาพูด เพราะ ผมไม่เคยเห็นสื่อหน้าไหน รวมทั้งแฟนบอลบางคนที่ปากบอกรักทีม แต่สมองดันสั่งให้บ่นและด่าทีมตลอดเวลา พวกเขาไม่เคยเขียนหรือพูดถึงเรื่องราวพวกนี้เลย พวกเขาเขียนหรือพูดแต่เรื่องพวกนี้

- ราฟาพลาดครั้งใหญ่ซื้อ Morientes มาในราคา 6,300,000 ปอนด์ แต่ต้องขายทิ้งได้เงินมาแค่ 3,000,000 ปอนด์ ทั้งๆที่ในตอนที่ขายไปนั้น Morientes อายุ 30 ปีแล้ว มีผู้เล่นคนไหนในโลกนี้ที่อายุ 30 แล้วขายได้ 10 ล้านบ้างครับ เพราะ ผมไม่รู้ ใครรู้บอกที

- เอาอีกแล้วราฟา ปล่อย Dietmar Hamann ไปฟรี ๆ เสียของเปล่า ๆ โง่บ้างล่ะ ปัญญาอ่อนบ้างล่ะ โดยไม่ได้แหกตาดูว่าในตอนนั้น Dietmar Hamann อายุ 33 แล้ว แล้วในทีมยังมีผู้เล่นอย่าง Alonso , Mascharano , Gerrard , Sissoko พอสัญญาจะหมดลง ถ้าผมเป็น Hamann ผมก็ไม่ต่อสัญญาหรอกครับ

- ผู้เล่นเหล่านี้ล้วนออกจากทีมไปอย่างฟรีๆ ไม่ได้เงินสักแดงเดียว Stephane Henchoz , Markus Babbel , Vladimir Smicer , Igor Biscan , Gregory Vignal , Salif Diao สำหรับผมมองว่ามันก็มีข้อดีที่ทีมไม่ต้องมาจ่ายค่าเหนื่อยให้ผู้เล่นเหล่า นี้ ซึ่งส่วนมากอายุมากแล้ว 30 up ซึ่งตื้นลึกหนาบางผมไม่อาจะทราบได้ว่า ราฟาพยายามต่อสัญญาแล้วแต่พวกเขาปฏิเสธกันหรือเปล่า แต่จริงๆถ้าขายไปก่อนหมดสัญญาแล้วได้เงินมาบ้าง ก็คงดีนะราฟา เป็นเรื่องที่ราฟาก็พลาดไปเหมือนกัน

ทั้งหมดคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคที่ 1 ของชายหนุ่ม รูปร่างน่ารัก (เหมือนผม) ราฟา เบนิเตช เขาสร้างทีมขึ้นมาจากซากปรักหักพังที่ฮูลิเย่ร์ทิ้งไว้ ค่อยๆสร้างลิเวอร์พูลชุดที่เขาอยากให้เป็น ไปทีละเล็กทีละน้อย ฟันฝ่าอุปสรรค เสียงด่า เสียงบ่น เสียงทำลาย จากสื่อต่างๆ และ แฟนบอลที่ไม่ชอบการโรเตชั่น แต่ราฟา ก็ตบหน้าพวกนั้นด้วยผลงานใน Champion league และ Fa Cup แม้ปีที่ 3 จะลงเอยด้วยความว่างเปล่า แต่ทีมดูดีขึ้นมากมายเมื่อเทียบกับทีมในฤดูกาล 2003 - 2004 ปิดฉากยุคแห่งการสร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวเขาเองไปอย่างงดงาม แล้วบรรดาเดอะค๊อปทั้งหลายล่ะ รักและศรัทธาในตัวเขาขนาดไหน ผมขอปล่อยให้ภาพต่อไปนี้ เล่าเรื่องราวของมันแทนผมล่ะกันครับ






Create Date : 28 ธันวาคม 2552
Last Update : 28 ธันวาคม 2552 14:39:25 น.
Counter : 255 Pageviews.

0 comment
1  2  

นายรักแท้
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments