Group Blog
 
All blogs
 

สามปี เพื่อนกัน และวันอัศจรรย์ของเรา (เราและโรคบ้านหมุน)





สามปีที่แล้ว อยู่ๆโลกก็หมุนคว้าง ตาลายๆ เรารู้สึกตัวดี แต่เราคุมตัวเองไม่ได้ ทรุดลงไปกองกับพื้น

"ตายแน่แล้วตู เป็นไรเนี่ย" คลื่นไส้ อาเจียนตามมาเป็นระลอก วันรุ่งขึ้นแจ้นไปหาหมอ (รพ.อะไรถามได้หลังไมค์)

หมอถาม "โทษนะครับ ไม่ทราบว่าแต่งงานรึยังครับ"

เรารึทั้งอึ้งทั้งฉุน "ไม่ได้ท้องค่ะหมอ"

หมอสั่งพาราและยาแก้อาเจียนให้ พร้อมสั่งให้พักผ่อน

อาการยังคงหนักตลอดเวลา นึกจะหมุนก็หมุน นึกจะทรุดก็ร่วงลงไปเลย ทั้งที่รู้ตัว แต่คุมตัวเองไม่ได้

เฉียดตายมาก็หลายหน อุบัติเหตุเล็กใหญ่ เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เช่น ตกรถเมล์ หกล้ม เกือบถูกรถชนตาย เฉียดตกรางรถไฟฟ้า เฉียดร่วงตกเวที งานการเสียหาย ขับรถไม่ได้ เป็นอยู่อย่างนี้หลายเดือน

โชคร้าย ที่เราไม่รู้ว่าเราต้องไปหาหมอเฉพาะทาง หู คอ จมูก กว่าจะรู้ก็อาการหนัก หมอบอกอายุเรายังน้อยเกินที่จะเป็นโรคนี้ โรคนี้เกิดได้โดยไม่ต้องมีสาเหตุ หรือมี แต่เราไม่รู้ ค่อยๆหาไป ประทังอาการไป

นับแต่นั้น เริ่มดูแลตัวเองเหมือนเด็กอ่อน กิน นอน พักผ่อน เป็นเวลา เดินเหิน ลุกนั่งเชื่องช้าเยี่ยงเต่าคลาน
ขัดใจวัยรุ่นสุดๆ แต่ต้องทำ ไม่ให้ร่างกายอันเปราะบางต้องเครียด เพราะอาการหมุนมันทรมานมาก

เป็นเดือน เป็นปี ที่กินยาเป็นกำๆ จิตตก ทำกายภาพ เสียค่ายา ค่าหมอมากมาย ไปหาหลายที่ ไปเที่ยวไหนไกลๆไม่ได้ เมารถ เมาเรือ เมาบก งดไขมัน ดูหนังแอคชั่นเร็วๆก็ไม่ได้ ครั้งไหนครั้งนั้น วิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน

ในที่สุดตัดสินใจหักดิบ เปลี่ยนประเทศใหม่ เรามาอยู่ในที่ที่อาหาร อากาศดี ไร้มลพิษ อาการค่อยดีขึ้นเป็นลำดับ ไม่ต้องพึ่งยา แต่เมื่อไหร่ที่เผลอ ไม่ดูแลตัวเอง มันก็จะกลับมาทันที

ปัจจัยหลักๆเลย คือการนอนไม่มีคุณภาพ (ไม่หลับ ฝัน ละเมอ) ความเครียด และอื่นๆอีกมากมาย

เล่าย่อๆแค่นี้ก่อน ใครอยากจะเล่าสู่กันฟัง ก็ออนเอ็ม หรือเมลมาหาได้ symbolicism@hotmail.com
เรามีประสบการณ์พอตัวเลยแหละ

ตอนนี้เราอยู่กะมันได้อย่างปกติสุข เราจะไม่พยายามกวนกันและกันถ้าไม่จำเป็น ข้อปฏิบัติจุกจิกที่เราค้นพบเองมีเยอะมาก ไว้จะค่อยๆทยอยเขียนละกัน

เราหวังว่า Bloggang หัวข้อนี้จะมีประโยชน์ต่อคนที่ทุกข์ทรมานเพราะโรคนี้บ้าง

คนที่ไม่เป็นก็หมั่นดูแลสุขภาพนะคะ โรคนี้เป็นโรคคนเมืองค่ะ ใครจะรู้วันนึงมันอาจจะมาเยี่ยมคุณก็ได้นา
อิอิ

โชคดีค่ะ





 

Create Date : 01 มกราคม 2548    
Last Update : 26 ตุลาคม 2548 9:05:53 น.
Counter : 977 Pageviews.  

บ้านหมุน Vertigo คืออะไร



อาการเวียนศีรษะชนิด vertigo

เป็นอาการเวียนศีรษะที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนโดยมากมักจะเกิดจากโรคของหูชั้นใน

กลไกการควบคุมการทรงตัว

อาการเวียนศีรษะเกิดจากการเสียสมดุลของการควบคุมการทรงตัว อวัยวะที่ควบคุมการทรงตัวประกอบไปด้วย




หูชั้นในประกอบไปด้วยท่อสามท่อเรียก semicircular canal วางในแนวสามระดับมีหน้าที่รับความเคลื่อนไหวเช่นการหมุน การเคลื่อนไปข้างหน้าถอยหลัง การเคลื่อนไปทางข้าง และการเคลื่อนไหวขึ้นลง

ตา จะรับภาพและรับรู้การเคลื่อนไหวของสิ่งแวดล้อม

เส้นประสาทที่ผิวหนังจะรับความรูสึกว่าส่วนใดสัมผัสพื้น

กล้ามเนื้อและข้อจะบอกว่าอวัยวะส่วนใดเคลื่อนไหว

ระบบประสาทส่วนกลางและไขสันหลังจะรับความรู้สึกเข้าสู่ประสาทเพื่อประมวลผล

โดยทั่วไปการทรงตัวต้องประกอบด้วยหูชั้นใน ตา และระบบประสาทหากเสียความรัยรู้สองระบบจะทำให้การทรงตัวเสียไป

สาเหตุของเวียนศีรษะ vertigo

Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)

Vestibular neuronitis (labyrinthitis)

Meniere's disease

Acoustic neuroma

ยา เช่น Aspirin, streptomycin, gentamicin, caffeine, alcohol และยาลดความดันโลหิตและยารักษาโรคหัวใจอาจจะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ


--------------------------------------------------------------------------------

Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV)

เป็นอาการเวียนศีรษะที่มีอาการบ้านหรือสิ่งแวดล้อมหมุน อาเจียน ยืนทรงตัวไม่ได้ เมื่อมีการเปลี่ยนท่าหรือหันหน้า หรือลุกจากเตียง สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบ ผู้เกิดอการนี้หากอายุน้อยกว่า 50 ปีสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะ ส่วนผู้สูงอายุส่วนมากเกิดจากการเสื่อมของระบบประสาท

การวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายหลังจากนั้นก็จะตรวจ

ตรวจระบบหู

ตรวจตาว่ามีการกระตุก

ตรวจการได้ยิน

ตรวจจมูก คอ

ตรวจ CT scan เมื่อสงสัยว่าเวียนศีรษะเกิดจากเนื้องอกหรือเส้นเลือดสมองตีบ

การรักษา

ส่วนใหญ่หายได้เอง แต่อาจจะเป็นๆหายๆวิธีการรักษาแบบไม่ต้องใช้ยาสามารถทำได้สองวิธีคือ

The Semont maneuver โดยการให้ผู้ป่วยนอนตะแคงด้านหนึ่งแล้วรีบพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่งทันที

The Epley maneuver โดยการเคลื่อนศีรษะไป 4 ทิศทาง

ผู้ป่วยร้อยละ80จะตอบสนองต่อวิธีดังกล่าวและอัตราการเกิดซ้ำเพียงแค่ร้อยละ 5หลังจากนั้นจะต้องปฏิบัติตัวดังนี้

หลังจากทำให้อยู่เฉยๆ 10 นาทีเพราะอาจจะเกิดอาการบ้านหมุนได้ และไม่ควรขับรถ

เวลาให้หนุนหมอนสูงประมาณ 45 องศาเป็นเวลาสองวัน ระหว่าวันพยายามให้ศีรษะตั้งตรงช่วงนี้ยังไม่ไปทำผมหรือพบหมอฟัน งดการออกกำลังที่ต้องทำให้ศีรษะหันไปมา การโกนหนวดหรือสระผมศีรษะต้องตั้งตรง

ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากการเกิดเวียนศีรษะต้องหลีกเลียงปัจจัยที่กระตุ้นให้เวียนศีรษะ

ใช้หมอนสองใบเวลานอน

ห้ามนอนตะแคงข้างที่ทำให้เกิดโรค

ห้ามเงยหน้าหรือก้มหน้า

หลีกเลี่ยงการหงายหน้าเช่น ท่าทีใช้ถอนฟัน หรือทำผม งดการทำ sit-up

หลังจากหนึ่งสัปดาห์ให้ดำเนินชีวิตตามปกติ


--------------------------------------------------------------------------------

Meniere's Disease

เป็นโรคของหูชั้นในทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะมาก มักจะเกิดทันทีโดยไม่มีอาการเตือนมีเสียงในหู tinnitus หูได้ยินไม่ชัดเจน ปวดในหูมักจะเกิดข้างเดียวและเป็นสาเหตุของหูหนวกปัจจุบันเรียก endolymphatic hydrops

สาเหตุ

อาจจะเกิดจากอุบัติที่ศีรษะ การติดเชื้อ ภูมิแพ้ หรือเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ทำให้ปริมาณน้ำendolymphมีมากขึ้นและส่วนประกอบของน้ำ endolymph ผิดไปทำให้ labyrinth มีการโป่ง

การวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโดยจะเน้นเรื่อง

การได้ยิน ผู้ป่วยมักจะได้ยินไม่ดีเป็นชนิด sensory

การตรวจ caloric testing

การตรวจ x-ray computer

การรักษา

ยังไม่มีการรักษาที่หายขาด การรักษาเป็นเพียงบรรเทาอาการเท่านั้น






 

Create Date : 01 มกราคม 2548    
Last Update : 26 ตุลาคม 2548 9:13:35 น.
Counter : 1047 Pageviews.  

เวียนศีรษะ Dizziness



http://siamhealth.net/Disease/neuro/diziness/

เวียนศีรษะ Dizziness

หลายท่านคงเคยเป็นโรคเวียนศีรษะ ผู้ป่วยมักจะมีชื่อเรียกต่างๆกันดังนี้ มึนศีรษะ งงศีรษะ บ้านหมุน หนักศีรษะ เป็นลม จะเห็นว่าเป็นปัญหาในการสื่อสารกับแพทย์เป็นอันมาก การที่จะวินิจฉัยโรคได้นั้นแพทย์จะต้องได้ประวัติที่ดี บทความนี้จะยกสาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่พบบ่อยเพื่อที่ท่านสามารถจะสื่อสารกับแพทย์ได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าภาวะนี้จะพบบ่อยแต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ร้ายแรง สาเหตุที่พบได้บ่อยคือ จากหูชั้นใน และจากระบบความดันโลหิต

การวินิจฉัยของโรคเวียนศีรษะ

เมื่อท่านไปพบแพทย์ด้วยอาการเวียนศีรษะแพทย์จะถามหลายคำถามและท่านต้องตอบให้ตรงคำถามเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ลักษณะของอาการเวียนศีรษะ

อาการเวียนศีรษะเกิดเมื่อมีการเปลี่ยนท่าเช่นการหันหน้า นั่งไปนอน หรือจากนอนไปท่านั่งเป็นต้น

ความรุนแรงของอาการเวียนศีรษะ

สิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุนหรือไม่

ระยะเวลาที่เกิดอาการ

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการ

ปัจจัยที่ทำให้หาย

เป็นแต่ละครั้งนานแค่ไหน

หลังจากเวียนศีรษะมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่

เป็นบ่อยแค่ไหน

อาการที่เกิดร่วมกับอาการเวียนศีรษะ

มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยหรือไม่

มีอาการเครียดด้วยหรือไม่

มีอาการหน้ามืดเป็นลมหมดสติร่วมด้วยหรือไม่

มีเสียงดังในหูหรือไม่

มีอาการอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่

ท่านเป็นเวียนศีรษะประเภทไหน

การจะวินิจฉัยและรักษาจะต้องทราบก่อนว่าอาการเวียนศีรษะที่ท่านเป็นอยู่เป็นชนิดไหน ซึ่งแบ่งเป็นชนิดใหญ่ๆได้ 4 ชนิด

อาการเวียนศีรษะแบบบ้านหมุน vertigo เป็นอาการที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวหมุน การเปลี่ยนท่า เช่นหันหน้าหรือการเปลี่ยนจากนอนเป็นนั่งจะทำให้เกิดอาการหมุน ผู้ป่วยมักจะนอนหลับตา หากลืมตาบ้านจะหมุนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน สาเหตุเกิดจากโรคของหูชั้นใน โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่

Benign paroxysmal positional vertigo (BPPV) เมื่อท่านหันศีรษะหรือพลิกตัวจะทำให้ท่านเวียนศีรษะบ้านหมุนเกิดจากโรคหูชั้นใน

Vestibular neuronitis (labyrinthitis) เกิดจาการอักเสบของหูชั้นในจากเชื้อไวรัส

Meniere's disease เกิดจากน้ำเลี้ยงในหูชั้นในเพิ่มขึ้น

Acoustic neuroma เกิดจากเนื้องอกกดเส้นประสาท

Medications ยาหลายชนิดทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะเช่น Aspirin, streptomycin, gentamicin, caffeine, alcohol และยาโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ

อาการหน้ามืดเป็นลม Fainting มักเกิดขณะนั่งหรือนอนแล้วลุกขึ้นยืนผู้ป่วยจะรู้สึกเป็นลม หน้ามืด มีอาการใจสั่น เหงื่อออก หน้าซีด ต้องนอนหรือนั่งจึงจะดีขึ้นที่สำคัญคือจะไม่หมดสติ บางรายมีคลื่นไส้ สาเหตุ

ความดันโลหิตต่ำ เมื่อท่านลุกขึ้นยืนเลือดจะไหลไปที่เท้าเนื่องจากแรงโน้มถ่วง ร่างกายจะปรับตัวโดยการบีบตัวของหลอดเลือดดำเพื่อให้เลือดกลับไปที่หัวใจเพิ่มนอกจากนั้นหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นการปรับตัวทั้งสองเป็นการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้อาจจะเกิดจากยาลดความดันโลหิต การเจ็บป่วยทำให้ได้รับน้ำไม่พอ ผู้ป่วยขาดน้ำอย่างรุนแรงเช่นท้องร่วงหรืออาเจียน หัวใจเต้นเร็วไปหรือช้าไป โรคของระบบประสาทอัตโนมัติเช่นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยที่นอนนานๆ ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราวทำให้เกิดอาการหน้ามืด

เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอจากโรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผู้ป่วยที่มีอาการหนักศีรษะมึนๆ ผู้ป่วยรู้สึกมึนในศีรษะสาเหตุที่พบบ่อยได้แก่

โรคหูชั้นใน

โรคเครียด

เวียนศีรษะแบบเดินเซทรงตัวไม่ได้ ผู้ป่วยจะมีอาการทรงตัวไม่ได้เวลาเดิน โรคที่เป็นสาเหตุได้แก่

โรคหูชั้นใน

โรคของระบบประสาท

ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมและกล้ามเนื้ออ่อนแรงทำให้ทรงตัวลำบาก

จากยา เช่นยานอนหลับ ยากันชัก

การตรวจวินิจฉัย



แสดงท่าตรวจให้นั่งแล้วนอนโดยหันศีรษะไปด้านซ้ายและด้านขวา


หลังจากที่แพทย์ทราบชนิดของเวียนศีรษะแพทย์จะตรวจหรือสั่งการตรวจเพิ่มเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ชนิดของเวียนศีรษะ
การตรวจ

เวียนศีรษะแบบบ้านหมุน
ตรวจระบบหู

ตรวจตาว่ามีการกระตุก

ตรวจการได้ยิน

ตรวจจมูก คอ

เวียนศีรษะแบบหน้ามืดเป็นลม
ตรวจชีพขจร วัดความดัน

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ตรวจการทำงานของหัวใจ เช่น ultrasound หัวใจ

วัดความดันท่านอนและยืน

เวียนศีรษะแบบหนักๆศีรษะ
ตรวจทางจิตว่ามีความเครียดหรือไม่

อาจจะให้หายใจแรงๆดูว่ามีอาการหรือไม่

เวียนศีรษะแบบเดินเซ
ตรวจระบบการทรงตัวโดยการยืนหลับตา

ตรวจระบบประสาท




อาการเวียนศีรษะที่ต้องปรึกษาแพทย์

เวียนศีรษะร่วมกับอาการหมดสติ

ตามัว

หูหนวก

พูดลำบาก

อ่อนแรงแขนขา

ชาแขนขา

เวียนศีรษะบ้านหมุน

เวียนศีรษะจนทำงานประจำไม่ได้

หากสงสัยว่าเกิดจากยาควรปรึกษาแพทย์

หากมีอาการมึนๆมากกว่า 3 สัปดาห์

มีอาการอื่นร่วมเช่น แน่นหน้าอก หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย

อาการเหล่านี้อาจจะเป็นอาการเตือนของเนื้องอกในสมอง เส้นเลือดในสมองตีบ

การดูแลตัวเองเบื้องต้น

นอนพักจนอาการเริ่มดีขึ้น

อย่าเปลี่ยนท่าอย่างกระทันหัน

หันศีรษะช้าๆ

หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงเช่นเกลือ ยาบางชนิด

หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นเช่น ความเครียด ภูมิแพ้

หลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างเช่นการขับยานพาหนะ การปีนบันได

หลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือขณะอยู่ในยานพาหนะเพราะอาจจะทำให้เกิดเมารถ เมาเรือ

หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุน

ยาแก้เวียนศีรษะ เช่น meclizine, dimenhydrinate, promethazine, scopolamine, atropine or diazepam







 

Create Date : 01 มกราคม 2548    
Last Update : 24 มกราคม 2550 22:12:07 น.
Counter : 895 Pageviews.  


amitambien
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add amitambien's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.