ทำวันนี้ให้ดีที่สุด Be Positive!
Group Blog
 
All Blogs
 

(ต่อ2) องค์หญิงเว่ยหยาง 2016



(ต่อ 2) องค์หญิงเว่ยหยาง The Princess Wei Young 
ปี 2016


ตอนที่ 16

ฉิหยุนรั่ว---ข้าอาจจะหยิ่งยโส และทำเรื่องนั้นจริง แต่ลูกสาวท่านไม่ใช่คนที่อ่อนแอ เจ้าก็เห็นลูกสาวท่าน(เว่ยหยาง) ไม่ได้จะโดนทำร้ายได้ง่ายๆ นางฉลาดและมีเล่ห์เหลี่ยม (แบบไม่ได้ใสๆ ง่ายๆ) จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางจะไม่คิดแค้นข้าไม่เกลียดข้า แล้วนางจะไม่คิดทำร้ายข้า?  ตอนนี้มีหลักฐานแน่นหนาและนี่ก็มีผล
กระทบกับชีวิตทุกคนในตระกูลหลี (ผิดกฏมณเฑียรบาล) ท่านควรจะรู้ว่าเรื่องมันใหญ่ขนาดไหน ตอนนี้นางถึงขนาดใช้วิชาคุณไสยต่อต้านกฏหมายของจักรพรรดิ์เพื่อมาเล่นงานข้า ท่านยังจะคิดอีกเหรอว่าเว่ยหยางจะสามารถนำชื่อเสียงมาให้ตระกูลได้อีก...ไม่เฉพาะนางไม่สามารถนำชื่อเสียงมาให้เราได้ นางยังเป็น
สาเหตุทำให้ทุกคนในตระกูลตายอีก......(พ่อทำหน้าคิดหนัก......แล้วก็กลายเป็น พ่อง
 อีก)

ยังปล่อยให้เข็มแทงวันเดือนปีเกิด แม่อีก ทำไมไม่ดึงออกอะ?


ที่ห้องโถง ฉางเล่อให้ทุกคนดูว่าพบของลงคุณไสยในห้องเว่ยหยาง ฉางเล่อพูดประมาณว่าแม่ข้าดีกับเจ้าขนาดไหน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเจ้ามันงูพิษ จ้องฆ่าแม่ของข้า ตอนนี้เจ้าจะได้ให้แม่ของเจ้าขึ้นมาเป็นภรรยาของพ่ออย่างถูกต้องการกฏหมาย (จักรพรรดิ์แต่งตั้ง) ทำให้ชีวิตของเจ้าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น...เว่ยหยางหัน
ไปพูดกับท่านย่าว่าถึงแม้จะพบตุ๊กตาไม้ลงคุณไสยที่ห้องของข้า แต่มันน่าสงสัยมากมันเป็นการวางแผนของใครบางคนที่ต้องการใส่ร้ายข้า นอกจากนี้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกมันเกิดขึ้นมาตลอด สองสามครั้งแล้ว ท่านย่ารีบสนับสนุน ใช่ๆ นี่เราต้องสอบสวนให้ดี (หันไปบอกหลีเสี่ยวหราน) อย่าได้ตัดสินอะไรรีบร้อนเกินไป 

ฉางเล่อ
รีบพูดแย้ง แต่ตอนนี้เรามีหลักฐานที่หนาแน่นขนาดนี้ เว่ยหยางเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร สำคัญขนาดไหนถึงจะมีแต่คนจ้องใส่ร้ายเจ้า? มันไม่คุ้มที่แม่ข้าจะทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ร้ายเจ้า..แม่หมินเต๋อรีบพูดช่วยเว่ยหยางประมาณข้าไม่คิดว่าเว่ยหยางเป็นคนประเภทนั้น.....เว่ยหยางรีบบอกทุกคนว่าข้าขอเวลาซักหน่อยจะสืบและ
หาต้นเหตุ รวมทั้งคนที่ใส่ร้ายข้ามาให้ได้...หลีเสี่ยวหรานเลยสั่งคนให้กักบริเวณเว่ยหยาง ห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด (อ้าวพ่องแล้วจะสืบหาตัวคนร้ายได้ไง คนดูงง) ..ไป๋จื่อกับจินเถาขออยู่กับเว่ยหยางด้วย หลีเสี่ยวหรานอนุญาต..หลีเสี่ยวหรานประกาศบอกทุกคนว่าถ้าใครพูดเรื่องนี้ (คุณไสย) คนคนนั้นเป็นอริกับตระกูล
หลีโทษคือตาย... เว่ยหยางขอให้อย่ากักบริเวณแม่ เพราะแม่เวยหยางไม่เกี่ยวอะไรด้วย แม่หมินเต๋อเลยบอกจะช่วยดูแลแม่เว่ยหยางให้ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าความจริงปรากฏแล้วค่อยให้แม่กลับไปอยู่กับเวยหยาง........(แยกย้าย)

นางซุนหมิงนำทีมยามในบ้านมาเฝ้าหน้าประตูห้องเว่ยหยางและประกาศถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฮูหยินหลี ใครก็ตามห้ามเข้ามาทั้งนั้น.....เว่ยหยางนั่งหน้าเศร้าคิดถึงเกาหยางอยู่ และคิดว่าเมื่อไหร่ข้าจะมีโอกาสเผชิญหน้าท่านด้วยตัวจริงของข้าซักที (ข้าคือฉินเอ๋อร์ ไม่โกหก) ......

ทางด้านท่านย่าคุยกับลูกชาย (หลีเสี่ยวหราน) เกิดเรื่องต่างๆ มากมายไม่หยุดหย่อนเรื่องนั้นจบเรื่องนี้เริ่ม เมื่อไหร่ครอบครัวเราถึงจะสงบสุขเหมือนครอบครัวอื่นซักที  เจ้าคิดจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้....หลีเสี่ยวหรานบอกประมาณ คือ ข้า ....คือข้าสงสัยอารั่ว แต่แล้วข้ามาคิดดูจากคำพูดของนาง (ฉิหยุนรั่ว)ข้าเห็นว่านางไม่
มีความจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ (ทำร้ายตัวเองป่วยกระอักเลือด ทำคุณไสยตนเอง) ท่านย่าบอก อืมม ข้าก็ว่าอย่างนั้น แต่เว่ยหยางไม่มีทางจะทำอะไรเกินเลย และยิ่งใช้คุณไสยซึ่งผิดกฏหมายบ้านเมืองนางไม่ทำหรอก หลีเสี่ยวหรานแย้งว่าแต่ฉิหยุนรั่วทำร้ายเวยหยางหลายครั้ง เว่ยหยางคงผูกใจเจ็บและแก้แค้น นางจะภัยให้
อารั่วเหรอ? ใจคนยากแท้หยั่งถึง ยิ่งกว่านั้น หลักฐานยังแน่นหนาพบในห้องเว่ยหยางเราไม่มีทางเลือกเราต้องเชื่อว่าเว่ยหยางทำจริง ท่านย่าบอกอย่างไรก็ตามข้าหวังว่าเจ้าจะสืบสวนอย่างรอบคอบอย่าเข้าใจผิดเว่ยหยางอีก (อย่าทำผิดต่อเว่ยหยางอีก)...

ทางด้านฉางเล่อ ...ถามฉิหยุนรั่วว่าท่านแม่ท่านทำอย่างไรถึงเอาตุ๊กตาคุณไสยไปใส่ไว้ในห้องเว่ยหยางได้ ฉิหยุนรั่วบอกครั้งนี้ต้องขอบคุณหงส์ลั่วแล้วหงส์ลั่ว (ชุดแดงก็เดินเข้ามา) เจ้าทำดีมากหงส์ลั่ว หงส์ลั่วบอกข้าทำผิดพลาดครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ข้าแก้ตัวใหม่ ไม่ถือว่าได้รับความดีความชอบหรอกข้าขอบคุณท่านฮูหยินที่
ให้โอกาสข้าอีกครั้ง..ข้ายังมีอีกเรื่องยังไม่ได้รายงาน ในห่อผ้าที่ข้าเอาห่อตุ๊กตาไม้ไว้นั่นปกติแล้วเป็นที่เก็บพัดผู้ชาย ข้าคิดว่าจะต้องเป็นพัดที่มีความหมายพิเศษกับนาง(เว่ยหยาง) ฉางเล่อรีบพูด เจ้ามีมันเหรอ หงส์ลั่วบอกวันที่ข้าเอาตุ๊กตาไม้ไปใส่ข้าไม่พบ และไม่มีเวลาหา....ฉิหยุนรั่วสงสัยว่าทำไมสาวโสดถึงมีพัดผู้ชาย
ไว้ข้างกายได้ มันต้องมีอะไร...........

ตัดมาที่ห้องเวยหยาง เว่ยหยางรู้สึกเอะใจว่าในกล่องไม่มีพัดอยู่ จึงหาไป๋จื่อพอได้ยินว่าเว่ยหยางหาพัด จึงไปนำพัดมาให้เว่ยหยาง แล้วบอกว่าข้ามาเก็บห้องเมื่อหลายวันก่อนเห็นพัดสกปรกเลยนำมาทำความสะอาด เว่ยหยางเลยโล่งอกเพราะถ้าอยู่ในกล่องคนร้ายต้องเอาไปและคงต้องใส่ความเวยหยางอีกเรื่องแน่ (แต่ยังไงก็
โดนนะ) ... แล้วเว่ยหยางก็ซ่อนพัดไว้ใต้หมอน (เว่ยหยางไม่มีสกิลในการเก็บของจริงๆ ซ่อนแบบนี้ไม่ฉลาดนะ ...เฮ้ออ) 

ทางด้านฉิหยุนรั่วดื่มยาถอนพิษอยู่ ฉางเล่อเป็นห่วงถามแม่ว่าท่านแม่อาการท่านจะหายมั้ย ฉิหยุนรั่วบอกเด็กโง่หายซิแม่แค่กินหญ้าหางม้า ยานี้มีพิษทำให้ปอดบาดเจ็บ (กระอักเลือด) แต่นอกนั้นก็ไม่ได้ทำอันตรายอะไร ถ้าดื่มยาถอนพิษไปนานๆ ก็จะหายไปเอง ข้าระมัดระวังเป็นอย่างดี...ฉางเล่อบอกโถท่านแม่มันคุ้ม
เหรอที่ใช้ชีวิตท่านแม่มาเสี่ยงกับหญ้าหางม้าเช่นนี้ ข้าเห็นท่านไอเป็นเลือดและยังต้องทนทรมานปวด(ตับ) ปอด...แล้วท่านแม่จะหายแน่ใช่มั้ยหลังจากใช้ยาถอนพิษนี้? ฉิหยุนรั่วบอกข้าไม่ยอมใช้ชีวิตของข้ามาเสี่ยงโดยไร้ผลหรอกข้าใช้หญ้าหางม้าในปริมาณที่ระมัดระวังมันไม่ทำร้ายแม่หรอก...

ฉางเล่อ---ทำไมเราไม่ให้หงส์ลั่วฆ่าเว่ยหยางเลย ซะหมดเรื่อง จากนั้นเราก็หาคนมาเป็นแพะรับบาบ ท่านแม่ก็ไม่ต้องมาทนเจ็บป่วย

ฉิหยุนรั่ว---เว่ยหยางสงสัยพวกเราอยู่แล้ว ระวังตัวตลอดอีกทั้งยังมีจินเถาข้างกาย มันทำให้หงส์ลั่วทำงานได้ยากไม่มีทางฆ่าได้ในตอนนี้ ..หากเว่ยหยางตายในตอนนี้โดยไม่มีสาเหตุ พวกเราคงไม่รอดเพราะพ่อเจ้าก็ไม่เชื่อเราง่ายๆ หรอก วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะฆ่านางได้อย่างสวยงามและเงียบที่สุด

ฉางเล่อ---แต่ตอนนี้ท่านพ่อจับเว่ยหยางกักบริเวณไว้แต่ในห้อง ท่านแม่จะฆ่านางอย่างเงียบๆ ได้อย่างไร (ฉางเล่อนางโง่ได้อย่างต่อเนื่อง..)

ฉิหยุนรั่ว--- ข้าเตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงได้ส่งหมินเต๋อออกไปนอกคฤหาสน์........

ทางด้านห้องเว่ยหยาง เว่ยหยางกับคนสนิทกำลังพูดถึงเรื่องที่อยู่ๆ มีตุ๊กตาไม้มาอยู่ที่ห้องได้อย่างไร ฉิหยุนรั่วใส่ความข้า ตอนนี้ข้าได้แต่รอดูว่านางจะทำอะไรกับข้า...ทางด้านฉิหยุนรั่วนั่งคุยกับหลีเสี่ยวหราน..

ฉิหยุนรั่ว---ท่านพี่ข้าไม่คิดจะเอาเรื่องอะไรละ เพียงแต่เว่ยหยาง..... ตอนนี้นางดันมาใช้คุณไสยซึ่งเป็นข้อห้ามเด็ดขาดขององค์จักรพรรดิ์....

หลีเสี่ยวหราน---ข้ากำชับทุกคนละว่าห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด ถ้าใครพูดข้าจะไม่ปราณีแน่

ฉิหยุนรั่ว---เราควรจะส่งเว่ยหยางกลับไปยังบ้านนอกอีกครั้งมั้ย

หลีเสี่ยวหราน---เว่ยหยางได้รับแต่งตั้งจากองค์จักรพรรดิ์เป็นยอดหญิงแห่งอันผิงจากจักรพรรดิ์ ถ้าเราทำเช่นนั้นจะสร้างปัญหาได้

ฉิหยุนรั่ว-- อืมม ถึงแม้ว่าเราจะส่งเว่ยหยางกลับไปบ้านนอกได้มันก็ยังทำให้กังวลอยู่ดี (ทำคุณไสยต่อที่บ้านนอก) เราควรจะทำยังไงดี (น๊าา)  ท่านพี่ต้องใจแข็งนะคราวนี้ ท่านต้องตัดสินใจ

หลีเสี่ยวหราน---ฮูหยินเจ้าควรปล่อยข่าวว่าเว่ยหยางป่วยกระทันหัน ห้ามคนเยี่ยม เจ้ามีเวลา สองสามวันจัดการเรื่องนี้ (อีพ่องนิ จะให้ฆ่าลูกเหรอ)

ฉิหยุนรั่ว--- ท่านทำเพื่อตระกูลหลี มันเป็นความผิดของเว่ยหยางเอง โทษท่านไม่ได้หรอก นางทำให้ท่านผิดหวัง ..ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร...

ตกกลางคืน ฉางเล่อนำทีม(อันตพาลในบ้าน) บุกห้องเว่ยหยาง เข้ามาถึงก็พูดเสียงดังประมาณว่าเว่ยหยางทำผิดอย่างร้ายแรงต้องได้รับการลงโทษ และก็ถามว่าเอาพัดไว้ไหน ไม่บอกจะค้นห้อง เว่ยหยางสั่งจินเถาหากใครค้นห้องให้ขัดขวาง ฉางเล่อจึงเรียกยามผู้ชายเข้ามาจับตัวไป๋จื่อไว้ เว่ยหยางกับจินเถาจับต้องยอมให้

ฉางเล่อทำตามต้องการ คนสนิทฉางเล่อพบพัดที่ใต้หมอนเว่ยหยาง (เห็นมะว่าแล้ว...) 
ฉางเล่อ--นี่เป็นพัดของใคร

เวยหยาง---พัดนี้ข้าซื้อมา

ฉางเล่อ---เจ้าคิดว่าข้าโง่ คิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบเหรอ เจ้านำพัดของผู้ชายมาซ่อนไว้บนเตียง บอกความจริงข้ามา

---ตัดมาที่ห้องท่านย่า แม่เว่ยหยางกำลังขอร้องท่านย่าให้ช่วย ท่านย่าบอกช่่วยไม่ได้จริงๆ เว่ยหยางทำผิดกฏมณเฑียรบาล มันมีผลกระทบกับคนตระกูลหลีทั้งหมด แม่หมินเต๋อบอกต้องมีคนตั้งใจใส่ร้ายเว่ยหยางแน่ๆ ท่านย่าบอกข้าก็ไม่ได้จะไม่เชื่อเว่ยหยางแต่หลักฐานหนาแน่นยากจะปฏิเสธ แล้วก็ร้องไห้ กังวลกัน...

ฉางเล่อ---เจ้าผู้ได้คำยกย่องจากคนทั้งเมือง ได้รับการแต่งตั้งเป็นยอดหญิงอันผิงจากจักรพรรดิ์ เจ้าเก็บซ่อนพัดของชายหนุ่มไว้น่าอายหนัก

เว่ยหยาง---ถ้าข้าบอกเจ้าว่าพัดนี้องค์ชายเกาหยางมอบให้ข้า สิ่งนี้ใช่มั้ยที่เจ้าอยากได้ยิน? (วอนซะละเว่ยหยาง)

ฉางเล่อ---องค์ชายเกาหยางกับข้าเราเคยเป็นคู่รักวัยเด็กหวานแหวว แต่พอเจ้าเข้ามาทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด องค์ชายผิดคำสัญญา...พัดนี้เป็นขององค์ชายจริงหรือ?..(เว่ยหยางไม่ยอมตอบ ฉางเล่อโกรธมาก) ..เอาเครื่องดัดนิ้วมา...มนุษย์ป้าคนที่มาด้วยเลยบอกฉางเล่อว่าขอให้ลองใช้เข็มเจาะ ดีสุดเพราะแผลเล็กนิด
เดียวแต่เจ็บมาก...ฉางเล่อตกลง..ยายมนุษย์ป้าเอาเข็มมาเสียบเข้าไปตามนิ้วของเว่ยหยาง เว่ยหยางเจ็บปวดมาก..

เว่ยหยาง---มีเท่านี้เหรอที่เจ้าทำได้ ...

ฉางเล่อ---นิ้วของเจ้าที่ใช้เชิดสิงโต ที่ใช้นวดให้ท่านย่า ...(พูดไปก็เสียบเข็มเข้าไปที่นิ้วเว่ยหยาง จิต)... ถ้าเจ้าไม่ยอมบอกว่าพัดนี้เจ้าได้มาอย่างไร คนรับใช้เจ้าตายแน่

--ไป๋จื่อพยายามขัดขวางแต่ก็โดนมัดไว้และโดนซ้อม (สงสารไป๋จื่อ)--เว่ยหยางบอกข้ายอมบอกว่าพัดเป็นของใคร ฉางเล่อเลยสั่งให้คนหยุดซ้อมไป๋จื่อ..

เว่ยหยาง---พัดนี้เพื่อนข้าที่ชนบทให้มา หลีฉางเล่อ เจ้าเป็นลูกสาวเสนาบดีใหญ่เจ้าดูไม่ออกเลยเหรอ วัสดุที่ใช้ทำพัดธรรมดามาก ลายวาดใช้หมึกและฝีมือธรรมดา หากเป็นขององค์ชายเกาหยาง ด้วยความสามารถของเกาหยางทุกอย่างต้องราคาแพงและภาพวาดต้องวิจิตรบรรจงมากกว่านี้ร้อ้ยเท่าพันเท่า..(ประมาณนี้)

ฉางเล่อ--- เพื่อนที่ชนบท? คนรักของเจ้าละซิ ต้องใช่แน่ เจ้ากล้าดียังไงมีคนรักอยู่แล้วยังมาให้ท่าองค์ชายเกาหยางอีก..

เว่ยหยาง---เจ้าอย่าเอาสิ่งที่เจ้าทำมาคิดว่าข้าจะทำเหมือนเจ้า (ผวั๊ะะะ โดนเลย ฉางเล่อตบ)

ฉางเล่อ---เจ้าทำตัวว่าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเจ้ามีชายคนรักแล้วเรียบร้อย อะห้าาา ถ้าองค์ชายเกาหยางรู้ละ .....(แล้วฉางเล่อก็เดินออกไปอย่างดีใจ)

ฉางรู่มาหาเว่ยหยางแต่เข้าไม่ได้ เว่ยหยางให้ฉางรู่รีบไปเพราะจะมีเรื่องไม่ดีกับฉางรู่และครอบครัวถ้าฉิหยุนรั่วรู้ ฉางรู่เลยจำต้องออกไป...พอกลับมาถึงห้องฉางรู่ก็คิดว่าจะทำยังไงถึงจะช่วยเว่ยหยางได้ เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เว่ยหยางจะตาย (น่านน คิดงี้) "นางต้องไม่ตายตอนนี้" ข้าจะให้ใครมาช่วยนางได้ดีนะ  ข้านึกออก
แล้ว.........

เว่ยหยางดูแลไป๋จื่ออย่างยากลำบากเพราะเจ็บนิ้วที่โดนเข็มแทง อาการไป๋จื่อแย่มากต้องการหมอ เว่ยหยางพยายามร้องให้คนมาช่วยตามหมอ แต่ไม่มีใครยอมทำ ซุนหมิงไม่อนุญาตให้คนไปตามหมอ เว่ยหยางบอกว่าไป๋จื่อป่วยหนักถ้าไม่รักษาอาจตายได้ ซุนหมิงบอก งั้นรอให้ตายก่อนค่อยมาว่ากัน ...เว่ยหยางอาฆาตซุน
หมิงบอกให้จำวันนี้ไว้ให้ดีดี...ซุนหมิงบอกดีข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทำอะไรได้...

ณ โมเมนต์นั้น ในมโนของหมินเต๋อ... (เมาทำไมจำได้ล่ะ)



ทางด้านหมินเต๋อคุยกับคนสนิทระหว่างทางกลับบ้านว่าดีนะที่หาทางให้องค์ชาย 8 แปดกลับวังไปได้ ไม่อย่างนั้นระหว่างทางหากเกิดอันตรายขึ้นมาคงแย่แน่ คนสนิทถามปมินเต๋อว่าทำไมท่านต้องรังเกียจองค์ชายด้วย องค์ชายทำอะไรให้ท่านเหรอ หมินเต๋อนึกถึงตอนเมาแล้วล้มไปจุ๊บกับองค์ชาย 8 ....พอได้สติก็ขนลุกบ
อกยี้องค์ชายรักชายแน่ๆ (หมินเต๋อน่ารัก) ..แต่พูดกับคนสนิทว่า องค์ชาย8 เอาแต่ใจตนเองจะทำอะไรต้องทำให้ได้ดั่งใจ....แล้วหมินเต๋อก็จับที่หางตาขวา บอกข้าเป็นอะไรไม่รู้หลายวันมานี้ตาขวาข้าขยิบตลอดมีเรื่องเกิดขึ้นที่บ้านหรือเปล่านะ....หรือเว่ยหยางเกิดเรื่อง.....คนสนิทปลอบว่าตอนนี้เว่ยหยางได้แต่งตั้งเป็น
ยอดหญิงอันผิงไม่มีใครกล้าทำอะไรนางหรอก ท่านกังวลมากเกินไปแล้ว.....หมินเต๋อรีบบอกงั้นเรารีบเดินทางกลับกันเถอะจะได้ถึงบ้านเร็วๆ.....

ฉางเล่อเข้ามาหาพระมเหสี (แม่เกาหยาง)ในวัง เพราะแม่เกาหยางให้เชิญมาถามอาการของฉิหยุนรั่ว ฉางเล่อรายงานมเหสีเรื่องแม่ว่าดีขึ้นแล้วขออย่าได้กังวล แม่เกาหยางบอกงั้นถ้าแม่ฉางเล่อหายแล้วให้มาคุยเป็นเพื่อนตนบ้าง ฉางเล่อรับปาก...มเหสีให้คนสนิทพาฉางเล่อไปเดินชมสวน (คงรู้ว่าเกาหยางอยู่ในสวน) ฉาง
เล่อมาพบเกาหยางยืนอยู่จึงบอกคนรับใช้ว่าจะเข้าไปทักทายองค์ชายเกาหยาง...

ฉางเล่อ--ครั้งที่แล้วข้าต้องขออภัยองค์ชาย ข้าพูดและปฏิบัติไม่ดี ไม่มีมารยาท โปรดอภัยให้ข้า

เกาหยาง---ถ้าเป็นเรื่องนั้นข้าก็ผิดเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามข้าหวังว่าท่านจะข้ามผ่านเรื่องนั้นไป (อดีตคู่รักตอนเด็ก) เจ้ามาทำอะไรที่นี่ละ

ฉางเล่อ---พระมเหสีได้ข่าวว่าแม่ข้าป่วย เลยเรียกข้ามาไถ่ถามอาการท่านแม่...

เกาหยาง---อ๋อ....(ต่างคนต่างอึ้งไม่มีไรจะพูด ฉางเล่อแกล้งทำพัดตกพื้น เกาหยางเห็นจึงขอดู)

ฉางเล่อ--- ข้าไม่รู้ว่าควรบอกท่านดีมั้ย มันเป็นเรื่องขายหน้าของครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามองค์ชายถามข้าข้าก็ไม่กล้าจะโกหกท่าน (อร๊ายยยย หมั่นไส้จุง) (เกาหยางเปิดพัดดูจำได้ว่าเป็นพัดตัวเอง) นี่เป็นของขวัญพิเศษที่เว่ยหยางรักที่สุด

เกาหยาง---เจ้าพูดว่านี่เป็นของที่เว่ยหยางรักที่สุดเหรอ

ฉางเล่อ---เพตะ คนรักนางที่ชนบทให้นางไว้เป็นของขวัญ นางเก็บซ่อนไว้อย่างดี แต่สุดท้ายมีคนพบ (เกาหยางยิ้มดีใจ) ท่านแม่ข้าได้มาแต่ข้าแอบขโมยท่านแม่จะเอาไปคืนเว่ยหยางแต่พอดีไม่ทันได้ไปคืน มาวังก่อน โปรดประทานอภัย----- ฉางเล่อคิดในใจประมาณว่า หึองค์ชายรู้ว่าเว่ยหยางมีคนรักปิดบังไว้ องค์ชาย
ต้องโกรธเกลียดเวยหยางแน่นอน...
เกาหยาง---(ยิ้มดีใจ) 

น่ารักอะตั้วบาจู ....คนรักที่บ้านนอก


ทางด้านพระมเหสี คนสนิทก็มารายงานว่าฉางเล่อพูดคุยกับองค์ชายเกาหยางนานมาก มีความสุขทั้งคู่ แม่เกาหยางก็เข้าใจว่าทั้งคู่รักกันและเป็นประโยชน์ต่อเกาหยาง มีสิทธิ์อย่างสูงที่จะได้เป็นรัชทายาท ข้าต้องให้ทั้งสองแต่งงานกัน...ทางด้านเกาหยาง ยืนจ้องพัดของตนเอง แล้วก็เฝ้าคิดว่าเว่ยหยางเก็บไว้ทำไม (น่ารัก
ดี) ..เว่ยหยางผลักไสข้าไม่ใยดี แต่เก็บพัดข้าไว้แถมบอกคนอื่นว่าเป็นของที่นางรักมากที่สุด....คนรักที่ชนบทของนางให้มา..อะฮ้าาา เจ้ารักข้า..คอยดูนะถ้าข้าเอาพัดไปถามเจ้าต่อหน้า เจ้ายังจะปฏิเสธข้าได้มั้ย....แต่..ทำไมพัดมาอยู่ในมือฉางเล่อละ หรือเว่ยหยางเกิดเรื่อง......จากนั้นคนสนิทรีบวิ่งเข้ามารายได้ว่าได้รับ
จดหมายลับจากคนใช้ตระกูลหลีนำมาให้...เกาหยางรีบเปิดดู ข้อความเขียนว่า เว่ยหยางต้องการความช่วยเหลือ...


พอเขียนบล๊อกหัวข้อใหม่ หัวข้อเก่าๆ หายอีกแล้ว หวานเลยตัดสินใจว่าจะรีวิวให้จบเรื่ององค์หญิงเว่ยหยาง แล้วจะย้ายบล๊อกละ คือทำไปข้อมูลหายไปมันก็ไม่เวิร์คเน้อะ ไม่ดีต่อใจ หัวข้อที่หายไป หวานจะไปรวมไว้ใน blog ของหวานอีกที่หนึ่งนะคะ ไว้จะแจ้งข่าวน๊า พอจบเรื่ององค์หญิงเว่ยหยาง เราไปต่อกันที่องค์หญิงของหลานหลิงหวาง คิดว่ายังไงที่จีนเรื่ององค์หญิงเว่ยหยางลาจอก่อนองค์หญิงของหลานหลิงหวางแน่ (ฉายมาราธอนขนาดนี้)


ไปต่อกันที่ Ep.16-17 The Princess Wei Young 
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=waan&date=29-11-2016&group=6&gblog=1




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2560 15:28:14 น.
Counter : 2326 Pageviews.  

(ต่อ) องค์หญิงเว่ยหยาง The Princess Wei Young





ซีรี่ย์ องค์หญิงเว่ยหยาง The Princess Wei Young
ปี 2016 


ตอนที่ 8

เริ่มต้นเรื่องยังอยู่ที่ฉากเว่ยหยางไปหาหมินเต๋อ ต่อจากตอนที่แล้ว เว่ยหยางพูดประมาณว่าหมินเต๋อรับตำแหน่งองครักษ์หลวงดีแล้ว เพราะจะได้เติบโตก้าวหน้าเร็ว หมินเต๋อตกลงเข้าใจ แล้วเว่ยหยางก็เข้าไปจับผมหมินเต๋อเขย่าๆ (หมินเต๋อเขินแรง)

เว่ยหยางเดินอยู่ในสวน ฉางเล่อเดินมาคุยด้วย พูดเสียดสีเว่ยหยางให้เว่ยหยางเจียมตัว สำนึกไว้ว่าตัวเองเป็นใครจะไปทำตัวสนิทกับองค์ชายเกาหยางได้อย่างไร ไม่คู่ควร ฉางเล่อพูดต่อว่าองค์ชายเกาหยาง ผู้หญิงทั้งเมืองผิงต่างก็หมายปองอยากเป็นคู่ครองทั้งนั้น เว่ยหยางเลยสวนว่านี่ท่านกำลังพูดถึงตัวท่านใช่มั้ย อะไรคือข้าต้อยต่ำ ตระกูลข้าเหรอ? เรามีพ่อคนเดียวกัน แซ่เดียวกัน แล้วใครจะต่ำหล่ะ? ฉิหมินเฟิงเข้ามาพอดีพูดกับฉางเล่อว่าไม่มีดอกไม้อะไรจะสวยสู่น้องพี่ ฉางเล่อได้ไม่ว่าจะดอกไม้ป่าหรือดอกไม้ในเมือง แล้วก็ทำท่าดมดอกไม้ พร้อมส่งสายตาไปที่ซือเหยียน .... จากนั้นก็มีคนมารายงานหมินเฟิงว่าเขาได้รูปขององค์หญิงแห่งต้าเหลียงมาแล้ว ฉางเล่อต้องการจะเปิดดูทันทีเพราะจะเปรียบเทียบว่าตนกับองค์หญิงแห่งต้าเหลียงใครจะสวยกว่ากัน เว่ยหยางตกใจมากจะเข้าไปแย่งแต่แย่งไม่ได้ ฉางเล่อถามเว่ยหยางว่าจะทำอะไร เว่ยหยางเลยบอกว่าแค่อยากเห็นว่าองค์หญฺิงสวยมั้ย...หมินเฟิงบอกเว่ยหยางว่าองค์หญิงไม่ว่าจะหน้าตาเป็นอย่างไรไม่มีทางสวยสู่ฉางเล่อได้แล้วก็พาฉางเล่อเดินออกไป..

เปิดรูปออกไม่หมดนี่มีแต่ในละครเท่านั้นนะ 


ฉางเล่อฟ้องหมินเฟิงว่าเว่ยหยางจะแย่งองค์ชายเกาหยางไปจากตนพี่ต้องช่วยข้านะ แล้วก็ขอร้องให้หมินเฟิงช่วยทำอะไรให้อย่างหนึ่ง หมินเฟิงถามฉางเล่อว่าให้ทำอะไร ฉางเล่อกระซิบข้างหูหมินหนาน จากนั้นหมินเฟิงจึงส่งรูปองค์หญิงต้าเหลียง (ยังไม่ได้เปิด ต้องไปทำธุระให้ฉางเล่อก่อน) ให้เอาไปไว้ในห้อง

ทางด้านเว่ยหยางนั่งคิดวิธีที่จะชิงรูปภาพมาให้ได้

หมินเฟิงมาหาซือเหยียนขอให้ช่วยหาพัดให้หน่อย เพราะทำพัดหล่นหาย หมินเฟิงหว่านเสน่ห์ใส่ซือเหยียน ชักชวนซือเหยียนให้มาอยู่ด้วยกันเพราะคนใช้คนหนึ่งได้ลาแต่งงานไป ซือเหยียนรู้สึกหวั่นไหว หมินเฟิงบอกซือเหยียนว่าตกหลุมรักมานานแล้วมาอยู่กับข้าเถอะ ซือเหยียนบอกหมินเฟิงว่าไม่สามารถทรยศเว่ยหยางได้ หมินเฟิงถามซือเหยียนว่าเว่ยหยางสำคัญกับเจ้ามากกว่าชีวิตของเจ้าเหรอ ซือเหยียน (ผู้ไม่ได้เรื่อง) ลังเล หมินเฟิงรีบบอกซือเหยียนต่อถ้าซือเหยียนมาเป็นของตนก็จะทำดีต่อซือเหยียนมากๆ หากตกลงเที่ยงคืนนี้มาพบหมินเฟิงตอนเที่ยงคืน ซือเหยียนอายรีบวิ่งหนีไป (เฮ้ออ)

เป็นเราจะสาดราดทั่วรูปเลย ไม่เฉพาะหน้า


ตกกลางคืนเว่ยหยางใส่ชุดดำลอบเข้าไปห้องหมินเฟิง เห็นภาพวางอยู่บนโต๊ะ แต่ได้ยินเสียงคนมาจึงเอาน้ำหมึกสาดไปที่รูปปิดหน้าหมด (แต่สังเกตปานแดงที่แขน ในรูป) หมินเฟิงเข้ามาเห็นรูปเลอะหมึกไปหมดก็ตบหน้าคนใช้ คนใช้เห็นเงาเว่ยหยาง จึงส่งสัญญาณให้หมินเฟิงรู้ หมินเฟิงถือดาบตรงเข้าไปยังที่ซ่อนของเว่ยหยางแต่แล้วก็มีชุดดำอีกคนบุกเข้ามาจะฆ่าหมินเฟิง สู้กับหมินเฟิงได้รับบาดเจ็บจึงหนีไปหมินเฟิงวิ่งตาม ทำให้เว่ยหยางรอด พยายามกลับไปมองหารูปภาพแต่ก็ไม่พบเพราะรีบ เว่ยหยางรู้ว่าคนชุดดำคือจินเถาองครักษ์ของตนเอง เพราะจำลูกปัดที่ห้อยกระบี่ได้เว่ยหยางเป็นคนให้จินเถาด้วยตัวเอง จึงช่วย ทั้งคู่ต่างดีใจที่พบกัน เว่ยหยางพาจินเถาเข้าไปหลบในห้อง เอายาใส่แผลให้ และบอกว่าตอนนี้ตนคือเว่ยหยาง ไม่ใช่องค์หญิงแห่งต้าเหลียงแล้ว จินเถาบอกที่นี่เป็นบ้านของศัตรูองค์หญิงทนได้อย่างไร เว่ยหยางเลยบอกจินเถาว่าท่านยาสั่งไว้ให้ข้ามีชีวิตอยู่ และต้องอยู่ให้ได้อย่างดี ข้าต้องอดทน (อดทนที่ต้องเห็นหน้าศัตรูทุกวัน อดทนที่ต้องได้เห็นจักรพรรดิ์ให้ความดีความชอบ ชมเชยคนพวกนี้ที่ฆ่าล้างตระกูลฉินเอ๋อร์สำเร็จ) และจะเล่าเรื่องราวให้ฟังทีหลังเพราะยาว...หมินเฟิงเข้ามาค้นห้องเว่ยหยาง สาวใช้ทั้ง 2 พยายามห้ามแต่หมินเฟิงไม่ฟัง จะเข้าให้ได้ เว่ยหยางตะโกนออกมาว่าตนอยู่ในชุดนอนจะเข้ามาได้อย่างไรหมินเฟิงไม่ฟังบุกเข้ามา และกระชากผ้าห่มออก ก็ไม่พบอะไรนอกจากเว่ยหยางในชุดนอน เว่ยหยางเลยร้องเสียงดังว่าพี่ใหญ่ทำอย่างนี้ได้อย่างไร หมินเฟิงเลยรีบออกไป...จินเถาหลบอยู่บนเพดาน เลือดหยดลงมาถูกมือของซือเหยียน ซือเหยียนรีบขอตัวออกไปปิดประตูห้อง แต่จริงๆ แล้ววิ่งไปส่งสัญญาณบอกหมินเฟิงว่าคนร้ายอยู่ในห้อง หมินเฟิงจึงกลับมาอีกและต่อสู้กับจินเถา เว่ยหยางให้จินเถาจับตัวเองเป็นตัวประกัน ตอนแรกหมินเฟิงก็ไม่สนใจสั่งให้คนบุกจับเลย แต่เว่ยหยางตะโกนเสียงดังว่าจะให้ลูกสาวเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่น้องสาวแม่ทัพหลีผู้เก่งกาจตายในคฤหาสน์ได้อย่างไรต้องถูกครหาแน่นอน..หมินเฟิงเลยไม่บุกทำให้จินเถามีโอกาสหนีออกไปได้.......

หมินเฟิงโกรธมากที่คนร้ายชุดดำหนีไปได้ แต่ทำอะไรเว่ยหยางไม่ได้ จึงสั่งให้คนเอาไป๋จื่อกับซือเหยียนไปเฆี่ยน 20 ที่ฐานไม่ดูแลเว่ยหยางให้ดี ไม่เห็นคนร้ายในห้อง ซือเหยียนตกใจและโดนเฆี่ยน เว่ยหยางเข้าไปเอาตัวขวางไม้ให้ซือเหยียน ซือเหยียนร้องไห้เสียใจ (โถสงสารไป๋จื่อ)..

แม่เว่ยหยางมาเยี่ยมเว่ยหยางและรำพึงรำพันว่าตั้งแต่เว่ยหยางกลับมาโดนลงโทษแทบจะทุกวัน ตนรู้สึกเสียใจมาก แล้วจับมือเว่ยหยางและเห็นว่าที่แขนของเว่ยหยางมีปานแดง แล้วก็แปลกใจเพราะจำได้ว่าตอนเกิดเว่ยหยางไม่มีปานแดง

ซือเหยียนกำลังกวาดพื้นอยู่ หมินเฟิงมาตามง้อซือเหยียนโกรธบอก สั่งให้คนโบยข้าเหมือนอยากให้ข้าตาย หมินเฟิงก็ชักแม่น้ำทั้ง 5 มาโกหกซือเหยียนและบอกว่าคิดถึงเป็นห่วงซ์อเหยียนมาก แล้วก็กอดซือเหยียนซือเหยียนอายแล้วก็หายโกรธหมินเฟิง (เฮ้ออ) 

แม่เว่ยหยางกลับมาที่ห้องและถามคนสนิทว่าเป็นไปได้มั้ยที่คนเราตอนเกิดไม่มีปาน พอโตขึ้นมันถึงปรากฏขึ้นมาคนสนิทตอบว่าไม่เคยได้ยินว่ามีเลย แม่เว่ยหยางคิดหนัก

ฉางซือมาหาฉิหยุนรั่ว ฉิหยุนรั่วเลยบอกว่าไม่ได้เห็นฉางซือมานานละนะ ฉางซือเลยบอกประมาณว่าเห็นว่าฉิหยุนรั่วยุ่งๆ อยู่เลยไม่กล้ามารบกวน ฉิหยุนรั่วแปลกใจชมว่าแผลที่หน้าของฉางซืออยู่ดีขึ้นมากเลยใกล้หายแล้ว ฉางซือก็บอกว่าเป็นเพราะครีมที่ฉางเล่อให้มาทา จากนั้นฉิหยุนรั่วก็บอกฉางซือว่าหมินเฟิงสนิทกับองค์ชายหนานอันมาก จะช่วยสนับสนุนเจ้าให้ได้เป็นพระชายาองค์ชายหนานอันนะ ฉางซือดีใจมาก

ฉางซือกลับมาที่พักเล่าให้ฉางรู่ฟังว่าฉิหยุนรั่วจะสนับสนุนให้เป็นพระชายาองค์ชายหนานอัน ฉางรู่ได้ยินก็ตกใจแต่ไม่แสดงออก

ทริปเปิ้ลเลว พูดคุยกันเรื่องขององค์ชายหนานอันกับฉางซือ ฉางเล่อไม่เชื่อว่าองค์ชายหนานอันจะชอบฉางซือแต่ฉิหยุนรั่วบอกว่าสนับสนุนไปเถอะ เพราะยังไงองค์ชายหนานอันก็ไม่ใช่เป้าหมายของพวกเรา ...แล้วก็คุยกันเรื่องครีมว่าไม่น่าจะทำให้หน้าฉางซือหายนะ (เพราะไม่อยากให้หาย) ครีมต้องมีปัญหาแน่เลย 

แม่ของเว่ยหยางไอป่วยอยู่เว่ยหยางมาเยี่ยมแม่แล้วคิดถึงเว่ยหยางตัวจริง สัญญากับเว่ยหยางว่าตนจะดูแลแม่เว่ยหยางให้ดีที่สุดจะไม่ให้ใครมาทรมานอีก แม่กอดเว่ยหยางและเหลือบมองข้างหู (ต้องมีปานหรือตำหนิตรงนี้? ) แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

เว่ยหยางเป็นห่วงจินเถาเพราะไม่ได้ข่าวเลย จึงวางแผนออกไปไหว้พระ ค้างที่วัด พอถึงวัดก็ใให้ซือเหยียนกับไป๋จื่อช่วยเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็นชุดอยู่วัดให้ ซือเหยียนแอบส่งข่าวไปให้ฉางเล่อ.....เว่ยหยางออกมาตามหาจินเถาในหมู่บ้านเห็ฯชาวบ้านกำลังวิ่งไปเพื่อแย่งอาหารกัน นักฆ่าที่สะกดรอยตามเว่ยหยางจึงจะอาศัยช่วงชุลมุนฆ่าเว่ยหยางไปด้วย แต่ตั้วบาจูมาช่วยไว้ทัน....ตั้วบาจูทำทีแกล้งเจ็บแขนที่ช่วยเว่ยหยางไว้ เว่ยหยางตกใจมากเข้ามาดู คนสนิทตั้วบาจูรีบบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่ตั้วบาจูจะเจ็บแขน (ตั้วบาจูส่งสายตาไปบอกว่าเดี๋ยวนะโดนแน่) ตั้วบาจูอ้อนเว่ยหยางขอให้ทายาให้ คนสนิทตั้วบาจูก็รีบมาจะมาทายาให้ตั้วบาจูเอง ตั้วบาจูจึงเหยียบเท้าคนสนิท ทำให้เว่ยหยางรู้ว่าตั้วบาจูแกล้งเจ็บคงเดินออกมาและเรียกตั้วบาจูว่าคนโกหก...

ฉางเล่อมาถึงวัดและรีบตรงไปยังห้องของเว่ยหยาง ให้คนตะโกนบอกให้เว่ยหยางออกมา กะจะต้องรู้ให้ได้ว่าเว่ยหยางมีแผนจะทำอะไร ซือเหยียนและไป๋จื่อตกใจมากเพราะตอนนี้เว่ยหยางยังไม่กลับมา....

ตอนที่ 9

ฉางเล่อถามซือเหยียนกับไป๋จื่อว่าเว่ยหยางไปไหน ทั้งสองคนก็บอกว่าไม่รู้ ฉางเล่อเลยบอกให้คนสนิทตบสองคนนี้จนกว่าจะบอกว่าเว่ยหยางไปไหน คนสนิทของฉางเล่อเข้าไปตบไป๋จื่อ (สงสารไป๋จื่อ)..เว่ยหยางเปิดประตูเข้ามา ฉางเล่อเห็นเว่ยหยางแต่งชุดนักบวชแล้วถามว่ามาทำอะไร จะบวชชีเหรอ เว่ยหยางบอกว่าท่านแม่ข้ายังมีชีวิตอยู่อยู่ข้าจะบวชชีทำไม ข้าก็มาสวดมนต์ขอพรให้ตระกูลหลีของเราไง แล้วท่านละมาทำอะไร ฉางเล่อบอกในเมื่อเจ้ายังมาวัดสวดมนต์ขอพรให้ตระกูลหลีได้ ข้าก็มาด้วยเหตุผลเดียวกันนั่นแหละ เว่ยหยางเลยบอกงั้นข้าให้ชุดพี่ฉางเล่อใส่ (ทำท่าถอดเสื้อ) ฉางเล่อบอกไม่ต้องข้าเพิ่งเดินทางมาถึง ขอไปพักก่อน แล้วก็รีบเดินออกไป...เว่ยหยางแปลกใจคุยกับ 2 สาวใช้ประมาณว่าไม่มีเหตุผลที่ฉางเล่อจะมาที่นี่ แล้วฉางเล่อรู้ได้อย่างไรว่าตนมาที่นี่..

ทางด้านตั้วบาจูกำลังมาที่วัดเพราะคนสนิทไปบอกว่าเว่ยหยางพักที่วัด คนสนิทตั้วบาจูถามว่าท่านจะมาที่วัดทำไม ตั้วบาจูตอบข้าก็จะมาสวดมนต์ขอพรให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากน้ำท่วม จากความอดอยากนะซิ คนสนิทก็พูดประมาณว่าข้าว่าท่านมาหาแม่นางหลีเว่ยหยางมากกว่า พวกเรามาหมู่บ้านนี้ตั้งหลายวันแล้วไม่เห็นท่านบอกว่าอยากสวดมนต์เลยทำไมต้องมาสวดวันนี้ ตั้วบาจูบอกจะมาสวดมนต์จริงๆ (เสียงสูง)...พอพระเปิดประตู ตั้วบาจูก็บอกพระว่าข้ามาหาแม่นางหลี.(นึกได้)..ก็เปลี่ยนเป็นข้ามาสวดมนต์..( ตั้วบาจูน่ารักดี..) ..ตั้วบาจูเดินตรงเข้าไปหาเว่ยหยางที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่กับ 2 สาวใช้ ไป๋จือกระซิบบอกเว่ยหยางว่าองค์ชายเกาหยางมา เว่ยหยางเลยลุกเดินหนี ตั้วบาจูวิ่งตามถามว่าทำไมเหมือนหลบหน้าข้านะ ทำตัวแปลกๆ ไม่เหมือนก่อน แต่ก่อนเราเล่นพิณด้วยกันหัวเราะกันล้อเล่นกันไม่เห็นเป็นอะไรเลย เว่ยหยางเลยบอกประมาณว่าตอนนั้นท่านยังเป็นตั้วบาจู แต่ตอนนี้ข้ารู้ความจริงแล้วว่าท่านเป็นใคร ข้ามิบังอาจ ..แล้วเว่ยหยางก็รีบเดินไป...ตั้วบาจูมองตามพอดีฉางเล่อโผล่มาทักองค์ชายเกาหยาง เกาหยางเลยพูดดังๆ กะให้เว่ยหยางได้ยิน ว่าถ้าข้ารู้ว่าแม่นางหลีฉางเล่ออยู่ที่นี่ถ้ามาตั้งนานแล้ว..เว่ยหยางรีบเดินไปให้พ้นบริเวณนั้น..

คนสนิทของตั้วบาจูเห็นเว่ยหยางเดินจากไปไม่สนใจตั้วบาจูก็โกรธ จึงรีบวิ่งตามไปและตำหนิเว่ยหยางว่าท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร ท่านรู้มั้ยองค์ชายงานยุ่งแค่ไหน ต้องตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทำงานอย่างหนักไม่ได้นอนมา 3 วัน 3 คืน พอรู้ว่าท่านอยู่ที่นี้แทนที่พอจะมีเวลาได้พักผ่อนกลับรีบตรงมาหาท่าน ท่านทำเช่นนี้เกินไปจริงๆ ...เว่ยหยางท่าทางเย็นชาแล้วตอบว่าข้าก็มีธุระของข้าที่ต้องทำ...คนสนิทตั้วบาจูเลยตะโกนตามหลังเว่ยหยางว่าท่านนี้ช่างเป็นผู้หญิงไร้ความรู้สึกไร้หัวใจจริงๆ...ไป๋จือก็ตั้งข้อสังเกตว่าองค์ชายเกาหยางจริงจังกับเว่ยหยางมาก ทั้งดูแลทั้งรีบมาหา ทำไมเว่ยหยางไม่สนใจองค์ชายเลยยิ่งตอนนี้องค์ชายกำลังเหนื่อยมากจากภาระกิจงานเมืองแล้วยังต้องมาหมดกำลังใจเพราะเว่ยหยางไม่สนใจอีก พระองค์อาจจะทนรับไม่ไหวนะ เว่ยหยางคิดแล้วบอกไป๋จือกับซือเหยียนว่า ไปกันเจ้าเตรียมกระดาษพู่กันให้ข้าข้าจะเขียนแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ.... กำลังจะเดินไปห้องกันอยู่ๆ ฉางเล่อก็เดินเข้ามา "ตบ" เว่ยหยาง ว่าเว่ยหยางประมาณว่าถ้าข้าไม่มาข้าก็จะไม่รู้เลยว่าเจ้าแอบมาพบองค์ชายเกาหยางลับหลังขา เว่ยหยางจะเข้าไปตบฉางเล่อแต่ซือเหยียนกับไป๋จือห้ามไว้...



ในห้องซือเหยียนฝนหมึกให้เว่ยหยาง เว่ยหยางคิดแล้วก็เขียนแผนช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ ข้อ 1 ต้องสำรวจรายชื่อผู้ประสบภัยพิบัติให้ครบทุกคน แล้วจัดการดูแลทีละคนทีละคน 2...... ในระหว่างที่คิด เว่ยหยางก็หวนระลึกไปถึงตอนที่จะถูกเสด็จย่าที่ต้าเหลียงลงโทษที่แอบออกไปเที่ยว เสด็จย่าบังคับให้อ่านหนังสือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมของราชวงค์หลิว เพราะเขียนได้อย่างเยี่ยมยอดและเมื่อนำไปปฏิบัติแล้วเกิดประสิทธิภาพดี เว่ยหยางต้องจำให้ได้ทั้งหมดภายใน 10 วันไม่เช่นนั้นจะะสั่งปิดรูที่กำแพงซะ ออกไปเที่ยวไม่ได้อีก...เว่ยหยางเลยได้ความรู้เรื่องนี้มา...เว่ยหยางกำลังจะเขียนลงในจดหมาย (หลังจากร่างเสร็จแล้ว) แต่ก็นึกได้ว่าเมื่อตอนบ่ายนั้น ได้พบตั้วบาจูลงโทษหัวหน้านายทหารที่ดูแลรับผิดชอบเพราะทำไมประชาชนหมู่บ้านนี้ถึงยังแย่งชิงของกันเพราะทางวังหลวงได้อนุมัติให้ขนของมาแจกผู้ประสบภัยมากมายเกินพอแสดงว่าพวกเจ้ายักยอกเข้ากระเป๋าตัวเองแน่ๆ ......เว่ยหยางเลยวางพู่กันบอกไม่ได้ข้าต้องคิดให้รอบคอบ ข้าจะออกไปเดินเล่นและคิดทบทวนให้ดีก่อน มันเหมือนจะยังมีอะไรไม่ถูกต้อง...ไป๋จือขอตามเว่ยหยางไปด้วย ส่วนซือเหยียนบอกจะอยู่จัดการเก็บโต๊ะ ..(ซือเหยียนวอนละ..)

ฉางเล่อนั่งบ่นกับคนใช้ในห้องเรื่องพบองค์ชายเกาหยางที่นี่กับเว่ยหยางกำลังโมโห ซือเหยียนก็เข้ามาพบ ฉางเล่อพยายามถามว่าเว่ยหยางนัดกับเกาหยางมาพบกันที่นี่ใช่มั้ย ความสำพันธ์เขาทั้ง 2 เป็นอย่างไร ซือเหยียนตอบตนไม่แน่ใจ แต่ที่ดูออกคือองค์ชายเกาหยางดูจะห่วงใยและคอยดูแลเว่ยหยางอยู่ตลอดเวลา แต่เว่ยหยางดูเย็นชากับองค์ชาย แต่ก็อาลัยอาวรณ์เป็นห่วงแบบลับๆ เพราะพอรู้ว่าองค์ชายกำลังมีปัญหาเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เว่ยหยางก็เขียนแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อจะมอบให้เกาหยาง...ฉางเล่อได้ยินก็ ดูถูกเว่ยหยางประมาณว่าเด็กบ้านนอกไม่มีความรู้จะมารู้เรื่องแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ยังไง ...แล้วคำพูดของหมินเฟิงก็ลอยมาในความคิด ..คนที่เรียนเก่งมีความสามารถเท่านั้นถึงจะคู่ควรได้เรียนและอ่านหนังสือแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ...ฉางเล่อดูฉบับร่างที่เว่ยหยางเขียนแล้วก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ยอมให้เจ้าเด่น ชนะข้าได้.......

เว่ยหยางกลับเข้ามาให้ห้องพร้อมไป๋จือ ซือเหยียนรีบเข้ามารายงานว่าฉางเล่อกลับบ้านไปแล้ว เว่ยหยางเลยพูดประมาณว่าแน่นอน ที่นี้ไม่สะดวกสบายและไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉางเล่อจะต้องอยู่่ (เกาหยางกลับไปแล้ว)....แล้วก็บอก 2 สาวใช้ว่าเอาละข้าจะลงมือเขียนแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยละแก้ไขจุดบกพร่องของอันก่อน...ซือเหยียนได้ยิน ก็หน้าเจื่อนๆ (เพราะดันเอาอันที่ไม่สมบูรณ์ไปให้ฉางเล่อแล้ว)

ที่คฤหาสน์ตระกูลหลี หมินเฟิงเข้ามาบอกฉิหยุนรั่วและฉางเล่อว่าแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ฉางเล่อเขียนนั้น ตอนนี้ดังใหญ่แล้วเพราะจักรพรรดิ์และเหล่าขุนนางเห็นด้วย และจะใช้แผนนี้ในการช่วยเหลือคน ฉางเล่อดังกระหึ่มไปทั่วเมืองผิง ทั้งสวยทั้งฉลาดยอดหญิงงามแห่งต้าเว่ยตัวจริง ...ทริปเปิ้ลเลวก็หัวเราะกันอย่างชื่นมื่น..ฉิหยุนรั่วเลยบอกว่างั้นต้องจัดงานเลี้ยงเชิญเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายมาซะละ ยินดีกับฉางเล่อ แม้กระทั่งคนรับใช้ของฉางเล่อทุกคนก็จะได้รับแจกเงินพิเศษให้ แล้วบอกฉางเล่อว่าพระมเหสีชื่นชมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของเจ้าและอยากพบเจ้า เจ้าควรจะไปพบท่านด้วย ฉางเล่อดีใจบอกท่านแม่ข้ารู้ว่าต้องทำอย่างไร......พอฉางเล่อไปหาพระมเหสี ก็เป็นเวลาเดียวกับเกาหยางกลับบ้านพอดี พระมเหสีก็ชงใหญ่ ชมฉางเล่อ เกาหยางเลยชมด้วยเพราะเขียนแผนได้ดีสามารถช่วยประชาชนได้ ฉางเล่อยิ้มหน้าบานสุดๆๆๆ........ 

ตัดมาที่ตั้วบาอวี้และองค์ชายตงผิงหวาง องค์ชายตงผิงก็ชื่นชมฉางเล่อใหญ่ ว่าทั้งสวยทั้งเก่ง ตั้วบาอวี้ก็บอกว่าเรื่องครั้งนี้จักรพรรดิ์โปรดฉางเล่อมากเลย ตงผิงเลยถามตั้วบาอวี้ว่าถ้าข้าได้แต่งงานกับคนที่จักรพรรดิ์โปรดปราน ข้าก็จะต้องเป็นที่โปรดปรานด้วยแน่นอน (ตำแหน่งรัชทายาทจะไปไหน) ..ตั้วบาอวี้ (งานใส่ไฟต้องมา..) บอกตงผิงว่าแต่ฉางเล่อมีใจให้กับเกาหยางนะ ท่านคงจะสำเร็จยากละ...ตงผิงบ่นทำไมเกาหยางต้องคอยมาเป็นศัตรูกับตนทุกเรื่องนะ ต้องจัดการซะ.... (หนานอันยิ้ม..)...องค์ชายตงผิงหวางรีบสั่งให้คนสนิทไปจัดหาของขวัญ เน้นว่าต้องมีค่ามากที่สุดส่งไปให้หลีฉางเล่อ...เพื่อทำคะแนน

เว่ยหยางและคนสนิททั้ง 2 คนกลับมาจากวัด ท่านย่าก็บอกข่าวดีว่าฉางเล่อทำชื่อเสียงให้กับตระกูล พวกเราจะจัดงานฉลองให้ฉางเล่อ เพราะฉางเล่อเขียนแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ถูกใจจักรพรรดิ์ และจักรพรรดิ์จะประทานรางวัลให้มากมาย เว่ยหยางประหลาดใจว่าแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหรอ จึงถามว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ฉางรู่ก็ท่องให้เว่ยหยางฟัง 1. ต้องจัดทำรายชื่อของผู้ที่ประสบภัยให้ครบถัวนแล้วแจกของ (เยียวยา)ให้ทีละคนทีละคนจนครบ 2..... ส่วนข้อ 3 เว่ยหยางท่องออกมาเอง แล้วเว่ยหยางบอกว่านี้มันแผนที่ข้าเขียนข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร ฉางเล่อก็พูดเสียดสีเว่ยหยางว่าคนไม่มีการศึกษา เด็กบ้านนอกจะมารู้เรื่องราวแบบนี้ได้ไง มั่วละ 

..อีตาพ่อหลีเสี่ยวหรานก็ดันเห็นดีเห็นงามกับฉางเล่อ แต่ฉางรู่และฮูหยินอื่นๆ สงสัยมากใครกันแน่ที่เป็นคนคิด...เว่ยหยางบอกแผนนั้นมันมีข้อบกพร่องอยู่อย่านำไปใช้ ถ้านำไปใช้จะเกิดผลร้ายตามมาอย่างคาดไม่ถึง หมินเฟิง กับฉางเล่อก็ประมาณเจ้ากลัวว่าพวกข้าจะได้รางวัลและความดีความชอบละซิถึงมาพูดแบบนี้ อยากได้หน้าเองใช่มั้ย หน้าไม่อายแย่งผลงานคนอื่น (ประมาณนี้) เว่ยหยางเลยถามฉางเล่อย้อนว่าเจ้าว่าข้าอยากได้หน้า หน้าไม่อายแย่งผลงานคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? ผู้หญิงสวยในเมืองผิงนี้คงฉลาดกันทั้งเมือง ถ้าเจ้า (ฉางเล่อ) เป็นคนเขียน ...ทั้งพ่อทั้งฉิหยุนรั่วต่างก็พยายามบอกให้เว่ยหยางขอโทษฉางเล่อ..แต่เว่ยหยางหันไปมองหน้าฉางเล่อ แล้วบอกว่า "เจ้ามันไม่คู่ควร" แล้วก็เดินเชิดๆ ออกไปจากห้องโถงแบบสวยๆ ...ทิ้งให้ทริปเปิ้ลเลว + พ่ออีกหนึ่งหน้ามุ่ย ใส่ความเว่ยหยางกันต่ออีก...

ฉางเล่อกลับมาที่ห้อง คิดถึงคำพูดของเว่ยหยางที่ว่าประมาณถ้าเจ้าเขียนแผนนั้นได้ผู้หญิงทั้งเมืองผิงก็คงเขียนได้หมด ฉางเล่อโกรธมาก (จนปากสั่น ^_^ ) อาฆาตแค้นเว่ยหยาง...

(มีความปากสั่น)


ส่วนทางด้านเว่ยหยาง ฉางรู่มาหาแล้วรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เว่ยหยางเล่าให้ฉางรู่ฟังแล้้วบอกว่าข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่ฉางเล่อเอางานข้าไป แต่ข้ากังวลคนที่จะรับผลร้ายคือผู้ประสบภัยพิบัติ จะเกิดการจลาจลเพิ่มปัญหาขึ้นมา ฉางรู่บอกเราจะทำอย่างไรดี เว่ยหยางบอกข้าต้องแก้ไขแผนนี้ให้ได้และต้องรีบทำ...ซือเหยียนได้ยินก็รีบไปบอกฉางเล่อกับหมิน เฟิงว่าเว่ยหยางบอกฉางรู่ว่าในแผนมันมีจุดผิดพลาดอยู่ แต่หมินเฟิงไม่สนใจบอกว่าเว่ยหยางสร้างแผนขึ้นมาให้ตัวเองมีความสำคัญ ถ้าอยากให้แผนถูกต้องไปหานาง อย่าได้หลงกล ฉางเล่อเห็นด้วย.... (ไม่หลุดคอนเซ็บต์นะ คนสวยมักจะโง่)..

พระมเหสีแต่งตัวอยู่ถามคนสนิทว่าเลือกปิ่นอันไหนดี มเหสีเลือกมาอันหนึ่ง คนสนิทบอกอีกอันหนึ่ง พระมเหสีเลยถามว่าเจ้าไม่เชื่อสายตาข้าเหรอ ข้าเลือกสิ่งที่ดีและเหมาะที่สุด และข้าเห็นว่าหลีฉางเล่อเหมาะสมกับอาจูมากที่สุด (แฉลบจากเรื่องปิ่นมาเป็นฉางเล่อ) ทั้งสวยทั้งเก่งและเป็นที่โปรดปรานขององค์จักรพรรดิ์ (เพอร์เฟค) ...เกาหยางเดินเข้ามาพอดีมเหสีเลยบอกว่าวันนี้ให้ไปงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ตระกูลหลีด้วยกันมีงานเลี้ยงจัดให้ฉางเล่อ เกาหยางไม่อยากไปแต่พอนึกได้ว่าตระกูลหลีก็ถามว่าแล้วทุกคนในตระกูลหลีมาร่วมงานมั้ยมเหสีตอบมาครบแน่นอน...งั้นข้าไป (ตอบทันที)....ตัดมาที่งานเลี้ยงทุกคนก็สรรเสริญเยินยอฉางเล่อกันใหญ่ (ตามน้ำไป)

เว่ยหยางเดินเข้ามาให้งานและตรงไปคารวะมเหสีแล้วบอกว่าแผนมีนมีจุดผิดอยู่ ขอได้โปรดทูลจักรพรรดิ์อย่าได้นำไปใช้เพราะจะเกิดผลร้ายตามมา ฉางเล่อรีบเดินออกมาขัดประมาณว่าเจ้าดูถูกสายตาของจักรพรรดิ์เหรอ ท่านต้องคิดแล้วท่านถึงเลือกแผนข้า เว่ยหยางบอกข้าไม่ได้คิดอย่างนั้น... (มเหสีก็อคติกับเว่ยหยางเต็มที่ พูดเสียดสีประมาณอ๋อเจ้านี่เองที่เป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงในป่าถึงไม่รู้จักมารยาทกาละเทศะ...กลายเป็นมนุษย์ป้าในบัดดล ) ....ฉางรู่ออกมาช่วยเว่ยหยางบอกว่าเรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำและขอให้ฟังเว่ยหยางก่อนเพราะมันมีผลกับเรื่องใหญ่ของบ้านเมืองตอนนี้...แม่ฉางรู่รีบเข้าไปห้ามไม่อยากให้ฉางรู่เข้าไปยุ่งแต่



ฉางรู่ไม่หยุด..หนานอันมองฉางรู่ และยิ้มให้ฉางรู่ ฉางรู่ดีใจมาก....ฉางเล่อรีบออกมาดราม่า ฉางรู่ข้ารู้บางครั้งเจ้าไม่ชอบข้าแต่เจ้าไม่ควรออกหน้าร่วมมือกับเว่ยหยางมาให้ร้ายข้า...แล้วก็หันไปทางเว่ยหยางประมาณว่าเจ้าเสียใจที่ข้าได้รางวัลพระราชทานจากองค์จักรพรรดิ์เจ้าอยากได้แทนค่าใช่มั้ย ข้ายินดี บลาบลาบลา น้ำตาไหล.... ฉิหยุนรั่วไล่เว่ยหยางให้ออกไป และสั่งซุนหมิงคนสนิทให้เข้ามาพาเว่ยหยางออกไป เว่ยหยางรีบคลานเข้าไปใกล้มเหสีและขอพูด....องค์ชายเกาหยางจึงออกมาช่วย เกาหยางขอให้เว่ยหยางได้พูดเถอะเพราะน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายหนักมากและเกิดเป็นครั้งแรกในต้าเว่ย พระบิดาเองก็อยากได้หลากหลายความคิด เราจะได้เลือกที่สมบูรณ์ที่สุด และถ้าเว่ยหยางได้พูดเราก็จะได้รู้ว่าใครคือคนที่เขียนแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติที่แท้จริง หมานอันยกมือเห็นด้วย .....ฉางเล่อตกใจหน้าเสีย...

แทรกหมินเต๋อกับองค์หญิง 8 นิดนึง หลังจากองค์หญิงแปดจะแก้แค้นหมินเต๋อด้วยการให้หมินเต๋อไปยืนเป็นเป้าสำหรับยิงธนู เพราะต้องการให้หมินเต๋อร้องขอให้ชีวิต แต่หมินเต๋อเด็ดเดี่ยวไม่ยอมพูด องค์หญิงยิงธนุตรงไปยังศรีษะของหมินเต๋อ (เพราะพลาดยิงไม่เก่ง) หมินเต๋อจับลูกธนูไว้ได้และตำหนิองค์หญิง ที่ไม่เห็นชีวิตคนบริสุทธิ์อยู่ในสายตา โหดเหี้ยมต่อไปนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนแบบนี้อีกแล้ว (ยังไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงนะ)..องค์หญิงตกใจพอดีองค์จักรพรรดิ์เดินมาพอดีองค์หญิงเลยขอให้จักรพรรดิ์แต่งตั้งให้หมินเต๋อมาสอนธนูให้ หมินเต๋อขัดไม่ได้จึงต้องรับปากเป็นครูสอนให้............ตอนท้ายๆ ตอนก็มีการสอนธนูกัน องค์หญิงมีความอายเล็กน้อยเพราะความใกล้ชิด แต่หมินเต๋อไม่มีโมเมนต์และได้กลิ่นเครื่องสำอางค์จึงถามว่านี่เจ้าใช้เครื่องสำอางค์ด้วยเหรอ แล้วก็ให้องค์หญิง 8 ฝึกยกลูกน้ำหนักเพื่อความแข็งแรงของแขน องค์หญิงฝึกจนหมดแรง...และแค้นหมินเต๋อ...

วังนี้โหด เอะอะยิงหัวอย่างเดียว...


องค์หญิงในคาบองค์ชายใช้เครื่องสำอางค์



ตอนที่ 10

เกาหยางช่วยเว่ยหยางให้เว่ยหยางได้มีโอกาสพูด มเสหสีเลยให้ทุกคนยืนขึ้น ฉิหยุนรั่วมองฉางเล่อด้วยสายตาแบบเจ้าเรื่องเป็นมายังไงกันแน่ ..เว่ยหยางได้อธิบายว่าในแผนช่วยน้ำท่วมที่ฉางรู่ไม่ได้ไปนั้นมันมีจุดอ่อนอยู่ พวกอาหาร ยา และพวกเครื่องบริโภคต่างๆ ที่จะส่งไปนั้นต้องอาศัยขุนนางเป็นผู้นำไปแต่ปัจจุบันนี้ขุนนางมีการคอรัปชั่นกันมาก...มเหสีโกรธที่เว่ยหยางว่าขุนนางในองค์จักรพรรดิ์คอรัปชั่นเลยว่าเว่ยหยางประมาณว่าเจ้าเป็นแค่หญิงจากบ้านป่าเจ้ากล้ามาวิจารณ์การทำงานของขุนนางที่ทำงานอย่างหนักให้ต้าเว่ยได้ยังไง เจ้าว่าจักรพรรดิ์เลือกใช้คนผิดอย่างนั้นซิ...เว่ยหยางรีบบอกว่าไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ต้องการจะบอกว่าการ ที่ให้อำนาจแก่ขุนนางเอาของไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากน้ำท่วม เกรงว่าจะเหลือความช่วยเหลือไปถึงผู้เดือดร้อนน้อยมาก......มเหสีโกรธมากบอกเรื่องงานบ้านงานเมืองเจ้าเป็นผู้หญฺิงจะมาตีฝีปากพูดแบบนี้ได้อย่างไร แล้วก็สั่งคนสนิทให้เข้าไปตบเว่ยหยาง คนสนิทมเหสีตบหน้าเว่ยหยางจนเว่ยหยางตัวเอียง 

ณ โมเมนต์ที่โดนตบ


ตั้วบาจูเห็นก็ตกใจ คนสนิทมเหสีจะตบอีก แต่ตั้วบาจูจับมือคนสนิทมเหสี (ส่งสายตาห้ามตบ) และบอกมเหสีว่าตนเห็นด้วยกับเว่ยหยาง เพราะตอนที่ตนเองออกมาตรวจสอบภัยน้ำท่วมก็พบว่าพวกข้าราชการเอาเงินที่ได้รับมาจากท้องพระคลังเข้ากระเป๋าตัวเอง ....เว่ยหยางรีบบอกมเหสีว่าต้องรีบยับยั้งการสั่งใช้ "แผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม" อันนั้นถ้าหากช้ากลัวจะไม่ทันการ ผลเสียหายร้ายแรงจะตามมา .....มเหสีเลยบอกเห็นแก่หน้าขององค์ชายเกาหยางช่วยออกหน้าข้าจะยกโทษให้เจ้าซักครั้ง และขอให้เจ้าระวังกริยาไว้ให้ดี อย่ายุ่งวุ่นวายอีก ไปได้ล่ะ.....เว่ยหยางขอบคุณมเหสีแล้วเดินออกจากห้องโถงไป (โดยไม่เหลียวมองตั้วบาจูเลย เชิดๆ ไป..)

ฉางเล่อรู้สึกกลัวมาก พอตั้วบาจูกำลังจะกลับฉางเล่อรีบวิ่งออกมาขอร้องให้ให้ตั้วบาจูเชื่อว่าแผนช่วยเหลือน้ำท่วมนั้น ตนเป็นคนคิดเอง ใส่ร้ายเว่ยหยางว่าร่วมมือกับพี่น้องของนางมาแกล้งนาง...ตั้วบาจูจึงมองหน้าและบอกว่าจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่า แม่นางฉางเล่อยืนยันใช่มั้ยว่าแผนช่วยน้ำท่วมนั้นเจ้าเป็นคนเขียนเอง...ฉางเล่อรีบตอบว่าแน่นอนถ้าคิดเองเป็นความคิดของข้า...ตั้วบาจูเลยบอกว่างั้นก็อย่ากังวลตราบใดที่เจ้าคิดเองทุกอย่างก็กระจ่างอยู่แล้ว...ฉางเล่อบอกตั้วบาจูประมาณว่าคนอื่นจะพูดจะเข้าใจฉางเล่อยังไงฉางเล่อไม่สนสนแต่ท่านคนเดียว โปรดเชื่อข้า...ตั้วบาจูไม่ตอบ เดินทางกลับวังไป...

ฉางรู่กับแม่กลับมาถึงที่พัก แม่ก็ต่อว่าฉางรู่ว่าเจ้ากำลังหาเรื่องเดือดร้อนเข้าตัวแล้ว ป้ารั่วไม่ปล่อยเจ้าแน่...ฉางรู่บอกแม่ว่าเรารู้ว่าเว่ยหยางพูดเรื่องจริงแล้วมันก็สำคัญกับบ้านเมืองเราจะนิ่งดูดายได้อย่างไร....เว่ยหยางเข้ามาขอบคุณฉางรู่และบอกให้ฉางรู่ระวังตัว และตนจะปกป้องฉางรู่ด้วยชีวิต แต่ยังไม่ทันขาดคำ ฉิหยุนรั่วก็มาพร้อมกับคนรับใช้ในบ้าน ฉิหยุนรั่วตบแม่ฉางรู่ และบอกต้องลงโทษตามกฏของบ้านให้คนลากตัวฉางรู่ออกไปที่ห้องโถง...ฉิหยุนรั่วให้คนจับตัวเว่ยหยางไว้ข้างๆ แล้วบอกทุกคนว่าจะจับฉางรู่โกนหัวบวชเป็นแม่ชี เพื่อทำบุญให้สิ่งดีดีเกิดกับตระกูลหลีตลอดไป ..ท่านย่าวิ่งมา ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ฉิหยุนรั่วใช้มุกเป็นสะไภ้ใหญ่ต้องดูแลกฏของบ้านอย่างเต็มที่ ฉางรู่ให้ร้ายฉางเล่อต่อหน้าคนนอกโดยปราศจากหลักฐานพิสูจน์ยังไงก็ต้องถูกโกนหัว...ท่านย่าอึ้ง..แล้วฉิหยุนรั่วก็เริ่มตัดผมฉางรู่ จนกระทั่งเว่ยหยางสะลัดหลุดจากคนที่จับตัวไว้ เอาตัวเข้ามาขวาง ฉิหยุนรั่วแทงกรรไกรเข้าไปที่หลังของเว่ยหยาง...หลีเสี่ยวหรานมาถึงก็รีบห้ามฉิหยุนรั่ว...เจ้าต้องการให้มีคนตายก่อนใช่มั้ยถึงจะหยุดการลงโทษ..ฉิหยุนรั่วโกรธและก็ต้องโยนกรรไกรทิ้งหยุดการลงโทษ...

ณ โมเมนต์นี้ที่โดนจับตัดผมเพื่อโกนหัวบวชชี


ในห้องเว่ยหยาง หมินเต๋อ ฉางรู่ และคนสนิทเว่ยหยางกำลังดูแลเว่ยหยางอยู่ หมินเต๋อเล่าให้ทั้งสองฟังว่าท่านลุง (พ่อเว่ยหยาง) ต้องไปประชุมถึงเช้าเพราะองค์ชายเกาหยางทูลฮ่องเต้ตามที่เว่ยหยางทักทวงทำให้ท่านลุงต้องประชุมกับเหล่าขุนนางถึงเช้า ...จึงสั่งให้ฉิหยุนรั่วห้ามลงโทษหรือทำอะไรเว่ยหยางในช่วงนี้เพราะจะก่อให้เกิดเรื่องใหญ่ ฉางรู่ขอโทษเว่ยหยางที่ทำให้บาดเจ็บ หมินเต๋อเลยเตือนฉางรู่ว่าต่อไปจะทำอะไรก็ให้คิดมากมากก่อน เว่ยหยางห้ามหมินเต๋อตำหนิฉางรู่ หมินเต๋อเลยขอตัวกลับที่พัก.. ฉางรู่กับเว่ยหยางต่างก็ขอบคุณซึ่งกันและกันฉางรู่บอกเว่ยหยางว่าเว่ยหยางกับตนจะเป็นพี่น้องที่รักกันที่สุดในโลกตลอดไป (เชื่อมั้ย??).........ฉางรู่กลับมาที่ห้องคนสนิทก็ถามว่าท่านออกหน้าช่วยเว่ยหยางแบบนี้จะคุ้มมั้ย ฉางรู่นึกถึงหนานอันยิ้มชื่นชม ก็บอกว่าคุ้มที่สุด ตราบใดที่เขาเห็นข้าในสายตาชีวิตข้าข้าก็ให้ได้....

มาด้านทริปเปิ้ลเลว ฉางเล่อโกรธเว่ยหยางที่เกาหยางเชื่อเว่ยหยางและออกหน้าแทน บ่นไปบลาบลา บลา แล้วก็จบด้วยข้ายอมให้เว่ยหยางมันชนะข้าไม่ได้ ข้าควรจะทำอย่างไรดีท่านแม่ ท่านพี่? ...หลีหมินเฟิงจึงรีบบอกว่าอย่าคิดมากสิ่งเดียวที่ต้องทำคือต้องใช้แผนช่วยเหลือน้ำท่วม ที่เจ้าคิดให้ประสบความสำเร็จ ข้ามีวิธี....

ตัดมาที่ฉางรู่กำลังเดินมาที่สวน แต่เห็นฉางเล่ออยู่กับคนใช้เลยจะเดินหนี แต่ฉางเล่อเรียกไว้แล้วฉางเล่อก็เดินมาถากถางฉางรู่และขู่ฉางรู่ประมาณเจ้าคิดดีแล้วเหรอที่จะเป็นศัตรูกับข้า..ฉางรู่ก็บอกประมาณท่านรู้ดีอยู่แก่ใจว่าแผนช่วยเหลือน้ำท่วมเป็นของใคร ......ฉางเล่อก็บอกฉางรู่ว่ารู้ว่าของใครแล้วยังไง ยังไงก็ทำอะไรข้าไม่ได้....ฉางรู่เลยสะกิดประมาณว่าในเมื่อแผนช่วยเหลือน้ำท่วมที่ท่านสร้างมันไม่ได้เป็นความจริง ถ้าเว่ยหยางยังมีชีวิตอยู่ยังไงสิ่งที่ท่านโกหกโลกก็ต้องรู้ซักวัน ... ถึงวันนั้นเจ้าจะอายไปทั้งแผ่นดิน ฉางเล่อตบหน้าฉางรู่และขู่ว่าถ้าไม่หยุดพูด จะทำให้ครอบครัวฉางรู่ได้รับความทรมาน..ฉางรู่วิ่งหนีไป..

แนะนำให้ไปทำบุญนะฉางรู่ โดนบ่อยตอนนี้


ฉางเล่อกับฉิหยุนรั่วกำลังเลือกดูเสื้อผ้ากันอยู่ ฉางเล่อก็พูดขึ้นมาว่าตอนนี้ตนเชื่อแม่แล้วว่าเว่ยหยางเป็นกาลกิณีของตนจริงๆ ฉิหยุนรั่วยิ้มแล้วพูดประมาณมันยังไม่สายที่เจ้ายอมรับและรู้เรื่องนี้แล้ว แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกข้าเนี้ยแหละจะปกป้องเจ้า และจัดการกับเว่ยหยางเอง อย่าคิดมาก มานี่มาเลือกชุดที่เจ้าจะใส่เพื่อเข้าไปรับรางวัลพระราชทานจากจักรพรรดิ์กัน...จากนั้นหลีเสี่ยวหราน ก็ตะโกนและเดินข้ามาในห้องตามหาหมินเฟิงว่ามันอยู่ไหน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ฉิหยุนรั่วถามสามีว่าวันนี้ไปเข้าเฝ้าเป็นอย่างไรบ้างจักรพรรดิ์ตกลงใช้แผนช่วยเหลือน้ำท่่วมของฉางเล่อใช่มั้ย ฉางเล่อก็รีบถามต่อ แผนการของพี่หมินเฟิงสำเร็จใช่มั้ย...

พ่อเลยพูดประมาณว่าเจ้าจริงๆที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้..........พ่อไม่ทันพูดอะไรต่อก็ตัดมาที่เว่ยหยาง หมินเต๋อมาเล่าให้เว่ยหยางฟังว่าหมินเฟิงเอาแผนช่วยเหลือน้ำท่วมของฉางเล่อไปใช้ในหมู่บ้านที่ตระกูลฉิหยุน (ฝ่ายแม่) เป็นใหญ่ปรากฏว่าล้มเหลวเกิดจลาจลผู้คนล้มตายจำนวนมาก ตอนนี้เป็นข่าวดังไปทั่วแล้ว...เว่ยหยางบอกเสียดายไม่มีใครเชื่อคำพูดของข้าและข้าก็ไม่มีโอกาสได้พูด...แล้วก็ปลอบใจกันว่าอย่างคิดมากไปเดินเล่นกันดีกว่า....

ทางด้านฉางเล่อพอได้ยินเรื่องราวจากพ่อแล้วก็กลัวจนตัวสั่น รีบบอกพ่อว่าแผนเทาภัยพิบัยนั้นตนไม่ได้เป็นคนคิดเอง เป็นเว่ยหยางที่เป็นคนคิดและอยู่เบื้องหลังเรื่องร้ายๆ เหล่านี้....พ่อเลยว่าฉางเล่อว่าตกลงเจ้าไม่ได้เป็นคนคิดเอง...ฉางเล่อก็ error ไป...หลีเสี่ยวหรานรีบไปหาเว่ยหยาง พบเว่ยหยางอยู่ในสวนกับหมินเต๋อกำลังคุยกันสนุกสนาน มาถึงก็บอกให้ทุกคนออกไป จะคุยกับเว่ยหยางตามลำพัง...

เว่ยหยาง : ท่านพ่อวันนี้ทำไมมาหาข้าถึงที่นี่เลย (ปกติไม่เคยมาเลย)

พ่อ : แผนบรรเทาภัยพิบัติของเจ้าตอนนี้ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่แล้ว

เว่ยหยาง แผนบรรเทาภัยพิบัติของข้า? เป็นความคิดข้าเหรอ? (แบ๋วๆ ไป)

พ่อ : ก็แผนบรรเทาภัยพิบัติของเจ้านั่นแหละ (เน้น เสียงดัง) 

เว่ยหยาง ฉางเล่อเป็นคนเสนอความคิดนี้ ตอนนี้เกิดปัญหาใหญ่ท่านควรจะไปถามฉางเล่อ ..

พ่อ:  (ทำหน้าแบบเสียหน้า) ข้ารู้ว่าแผนบรรเทาภัยพิบัติเป็นเจ้าที่คิด ตอนนี้พี่ชายใหญ่เจ้านำมันไปใช้และเกิดการจลาจลใหญ่ขึ้น

เว่ยหยาง: ข้าเคยพูดไปแล้วว่าแผนบรรเทาภัยพิบัตินี้ห้ามนำไปใช้ แต่พี่ใหญ่ก็ไม่เชื่อ ตอนนี้เกิดเรื่องแล้ว ฮ่องเต้คงไม่ปล่อยพี่ใหญ่แน่ 

พ่อ : ใช่ตอนนี้พี่ใหญ่เจ้าเกิดเรื่องแล้ว เจ้าเป็นคนต้นคิดเรื่องแผนบรรเทาภัยพิบัตินี้ เจ้าต้องเป็นคนแก้ไขความผิดพลาดนี้ ช่วยพี่ใหญ่เจ้าก็เหมือนช่วยตระกูลหลี

เว่ยหยาง: ทำไมข้าต้องช่วย? (สะใจ ดี) ข้าเป็นลูกที่ไม่ได้รับการเลี้ยงดูและเติบโตมาในคฤหาสน์หลังนี้ ลูกคนอื่นๆ อยู่สุขสบาย แล้วทำไมข้าต้องช่วย ในขณะที่ข้าต้องทนทุกข์ทรมาน?

พ่อ: (ลุกขึ้นตบโต๊ะ) เจ้านี่สามหาว (ก้าวร้าว) นัก..ยังไงเจ้าก็ต้องช่วยเพราะมีเจ้าคนเดียวที่จะซ่อมแผนนี้ได้ รีบหาวิธีแก้ไขซะ ข้าจะได้ให้หมินเฟิงรีบทำ แผนจะได้สำเร็จจะได้พ้นความผิด

เว่ยหยาง:  หมินเฟิงจะได้แก้ไขข้อผิดพลาดในแผนของข้า?? เว่ยหยางยิ้มเยาะ ให้ท่านพ่อคิดซะว่าข้าไม่รู้เรื่องแผนบรรเทาภัยพิบัตินั้นละกัน..

พ่อ :เจ้าเกินไปแล้วนะ

เว่ยหยาง: ท่านพ่อควรจะคิดซิว่าเด็กสาวบ้านป่าอย่างข้าจะมีปัญญาคิดเรื่องแผนบรรเทาภัยพิบัติได้อย่างไร ถึงเวลาแล้วที่คนในตระกูลสูงศักดิ์ต่างๆ ที่เป็นเพื่อนกับท่าน และลูกคนอื่นๆ ที่อยู่สุขสบายจะได้ช่วยท่านบ้าง ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้ (ประมาณนี้)

พ่อ: เจ้าควรจะบอกวิธีแก้ไขมาดีดี ตอนที่ข้ายังพูดดีดีกับเจ้านะ 

เว่ยหย่าง: ขับไล่ไสส่งข้า กลับมาก็โดนทรมานสารพัด แล้วตอนนี้พ่อก็ยังมาขู่ข้าอีก? หากจะให้ข้าบอกวิธีแก้ไขความผิดพลาดของแผนนี้ต้องให้ข้าทูลจักรพรรดิ์ด้วยตัวข้าเองเท่านั้น

พ่อ: เจ้านี้มันอวดดีมาก (อีตาพ่อนี่แย่..)

ฉิหยุนรั่วพยายามให้ขุนนางที่สนิทคุ้นเคยช่วย แม้กระทั่งบางคนเคยเป็นหนี้ตระกูลหลี แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยได้เพราะความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนั้น ฉิหยุนรั่วโกรธและรำพึงรำพันว่า ข้าไม่เชื่อว่าตระกูลฉิหยุนที่ยิ่งใหญ่ของข้าจะช่วยลูกชายไม่ได้..........

ทางด้านหมินเฟิงก็เกลี้ยกล่อมหลอกซือเหยียนให้สืบให้ได้ว่าวิธีแก้ไขแผนทำยังไง หากสำเร็จจะตั้งให้เป็นภรรยาแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซือเหยียนตอนแรกปฏิเสธแต่หมินเฟิงบอกเลิก ถ้าไม่ทำ ซือเหยียนเลยบอกว่าท่านจะทิ้งขวางข้าได้ไงเราได้กันแล้ว (เฮ้อ) ซือเหยียนจึงกลับมาพยายามถามเว่ยหยางว่าวิธีแก้ไขแผนบรรเทาภัยพิบัติที่ถูกต้องคืออะไร เว่ยหยางเลยเล่าให้ฟัง.... (เว่ยหยางบอกสองคนนี่ด้วยว่าถ้ามีคนรักให้บอก อนุญาตให้แต่งงานออกเรือนดีกว่ามาเป็นคนใช้ตลอดชีวิต นางเอ๊ก นางเอก)

ทางด้านฉางเล่อกลัวจนจิตเสีย ฉิหยุนรั่วเข้ามาปลอบใจบอกเกาหยางเป็นบุรุษนักรบเก่งกาจเขาไม่คิดเล็กคิดน้อย ใจแคบหรอก ยังไงเขาก็อภัยให้ฉางเล่อแน่นอนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...แล้วบอกให้ฉางเล่อทำดีกับเว่ยหยางโดยเอาชุดไปให้เว่ยหยางใส่เพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้พรุ่งนี้ ฉางเล่อไม่อยากไป แต่ก็ต้องไป ..เอามาให้เว่ยหยางในสวนที่นั่งอยู่กับฉางรู่ ฉางรู่กลัวฉางเล่อ แต่เว่ยหยางส่งสายตาบอกไม่ต้องกลัว ฉางเล่อโยนชุดให้เว่ยหยาง เว่ยหยางเลยปัดชุดตกพื้นไปแล้วช่วนฉางรู่ดื่มชาต่อไม่สนใจ..

เว่ยหยางเตรียมชุดไว้แล้วเป็นชุดสีขาว ต้องใส่สีขาวเข้าเฝ้าจักรพรรดิ์ (ประมาณว่าต้องไว้ทุกข์ให้กับบิดาและท่านย่า ที่ถูกสั่งจากจักรพรรดิ์ให้ฆ่า) เกลียดมาก..หลีเสี่ยวหรานพาเว่ยหยางไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เว่ยหยางไม่ยอมทำความเคารพจนกงกงบอกให้ทำความเคารพเว่ยหยางจึงทำ จักรพรรดิ์บอกดูเหมือนเว่ยหยางไม่อยากทำความเคารพตนเอง...แต่ก่อนที่เว่ยหยางจะเอ่ยปากพูดเรื่องแผนบรรเทาภัยพิบัติ หมินเฟิงกับฉางเล่อรีบวิ่งเข้ามาขอเข้าเฝ้าบอกว่าค้นพบวิธีแก้ไขแล้ว (นางซือเหยียนไปบอก) ส่งรายงานฮ่องเต้เมื่อวานนี้ กงกงหยิบมาให้ฮ่องเต้สิ่งที่หมินเฟิงพูดเว่ยหยางแปลกใจมากว่าทำไมเหมือนกับที่ตนคิด แล้วฉางเล่อกับหมินเต๋อก็ช่วยกันพูดว่าเว่ยหยางพยายามจะก๊อปปี้แผนของตนโดยเอาร่างแผนที่ตนเขียนในกระดาษไปลอก...(มีหลักฐานเป็นกระดาษที่ซือเหยียนขโมยไปให้ฉางเล่อตอนอยู่ที่วัด) และบอกมีพยานบุคคลที่เว่ยหยางบอกเองว่าคัดลอกงานของฉางเล่อ แล้วซือเหยียนก็เข้ามา....ตั้วบาจูบอกว่าคำพูดของสาวใช้คนเดียวจะใช้เป็นหลักฐานไม่ได้หรอก (ช่วยเว่ยหยางตลอด แต่เว่ยหยางก็เชิดใส่ สวยๆ) ...

ทางด้านเลวตัวแม่ ฉิหยุนรั่ว ก็ยืนเดินไปเดินมากระวนกระวาย ลูกทั้ง 2 ของข้าดีที่สุด พวกเขาต้องชนะ...

ตัดมาทางท้องพระโรง...เว่ยหยางเห็นท่าไม่ดีเลยขอให้ฮ่องเต้ฟังความคิดเห็นที่เป็นคำตอบของทั้ง 2 ฝ่ายสดๆ เลยคือ ฝ่ายหมินเต๋อฉางเล่อ และตนเอง ฉางเล่อรีบออกตัวว่าตัวเองมาเพื่อแก้ไขแผนภัยพิบัติของตนเองที่ส่งมาเท่านั้น เรื่องอื่นๆ ข้าไม่อยากทำให้น้องสาวของข้า(เว่ยหยาาง) ต้องเสียหน้า... เว่ยหยางรีบบอกจักรพรรดิ์ว่าคำถามเป็นเรื่องของแผนภัยพิบัติ ในจุดที่ผิดพลาดนี่แหละ แค่ขอให้อธิบายว่าสิ่งที่ผิดพลาดนั้้นเกิดจากอะไร ในเมื่อเป็นแผนบรรเทาภัยพิบัติของทุกคน ทุกคนก็ย่อมต้องตอบได้ จักรพรรดิ์ก็จะได้รู้ด้วยว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ...ฮ่องเต้อนุญาต..

.เว่ยหยางบอกประมาณว่าแผนบรรเทาภัยพิบัติแผนนี้ความผิดพลาดเกิดจากจักรพรรดิ์นี่แหละ.........ทุกคนก็มองแบบตกใจ (โทษจักรพรรดิ์ได้ยังไง) ขอให้ท่านพี่หมินเฟิงอธิบายว่าเกิดความผิดพลาดจากจักรพรรดิ์ได้อย่างไร? หมินเฟิงตกใจพูดไม่ออก (กลัวหัวขาด) เว่ยหยางเลยบอกว่าถ้าพี่หมินเฟิงตอบไม่ได้ งั้นให้ข้าตอบนะ ทุกคนมองไปที่หมินเฟิง แต่หมินเฟิงก็พูดอะไรไม่ออก...เว่ยหยางเลยบอกว่าเป็นเพราะทุกครั้งที่ขุนนาง และข้าราชการท้องถิ่นทำสิ่งผิด (คอรัปชั่น ลำเอียงไม่แจกจ่ายของไม่ช่วยเหลือ) เพราะอ้างว่าจักรพรรดิ์สั่งมาแบบนี้แบบนั้น เปิดโอกาสให้พวกนั้นได้ใช่ชื่อท่านในการทารุณประชาชนของท่านเอง  ท่านยังจะปล่อยให้คนพวกนั้นมีโอกาสทำร้ายประชาชนงั้นเหรอ? ...จักรพรรดิ์ก็พูด ว่า "ประหารซะ" (พูด 2 ครั้ง) 

ฉางเล่อกับหมินเฟิงดีใจ เพราะคิดว่าสั่งให้ประหารเว่ยหยาง.........แต่แล้วจักรพรรดิ์ก็พูดต่อว่า ประหารซะให้หมดพวกที่มันใช้ชื่อข้าไปทำชั่ว.....ตั้งแต่นี้ไปข้าจะจัดการโครงสร้างเลือกคนที่ดูแลโครงการช่วยเหลือในแต่ละทีให้ถูกคน เหมาะสมที่สุด...หลีเว่ยหยาง แล้วเจ้าเห็นว่าต้องทำอย่างไรให้แผนบรรเทาภัยพิบัติใช้ได้เกิดประสิทธิภาพที่สุด...เว่ยหยางตอบประมาณว่าให้แต่งตั้งในทางลับ ส่งคนไปตรวจสอบระบบการช่วยเหลือและประมวลรายงานผลการช่วยเหลือส่งมา..ท่านจะได้รู้ว่าใครมีผลงานที่แท้จริงให้รางวัลในอนาคตได้ถูกคน ใครคอรัปชั่นให้จับมาลงโทษตามกฏหมาย ..ผลงานและการทำงานทุกอย่างมีรายงานเป็นหลักฐานโปร่งใส ประกาศให้ประชาชนรู้...

ฮ่องเต้ถามเว่ยหยางว่าหากมีขุนนางคอรัปชั่นเป็นร้อยคน จะต้องสั่งฆ่าทุกคนเลยเหรอ เว่ยหยางตอบประมาณว่าท่านไม่สามารถจะฆ่า ทั้งร้อยคนได้ ไม่มีทางจะหาคนมาทำงานและรับผิดชอบงานได้ทัน แต่นับต่อจากนี้ทุกๆ ปีควรประกาศรับคนเข้าสอบเพื่อคัดเลือกคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงมาทำงานรับใช้ราชสำนัก (ไม่ใช่แต่ตระกูลใหญ่ๆ เท่านั้น)........

สปอล์ยนิยาย!! 

สำหรับคอนิยายสายดาร์ก แนะนำมากให้อ่านเรื่ององค์หญิงเว่ยหยาง ฉบับที่เป็นนิยาย เป็นนิยายที่มันและเข้มข้นมาก และยาวมาก มี 500 ตอน ถ้าเทียบระดับความโหดของนางเอกนิยายจีนต้องยกให้องค์หญิงเว่ยหยางโหดเป็นอันดับหนึ่ง....  

ชื่อนิยายหากใครต้องการหาอ่านมีหลายชื่อ แต่ชื่อเหล่านี้คือเรื่องเดียวกัน Jin Xiu wei Yang, The Concubine's Daughter is Poisonous และ  Princess of Wei Young

ในนิยายช่วงแรกจะเศร้าสลดหดหู่มากนางเอกเกิดในตระกูลเสนาบดีใหญ่ มีฐานะเป็นคุณหนู 3 (ไม่ได้ชื่อหลีเว่ยหยางนะ ชื่ออื่น )  แต่เกิดในเดือนกุมภาพันธ์ ซินแสดูดวงว่าจะนำโชคร้ายมาสู่วงศ์ตระกูล หลังจากทนทุกทรมานในบ้านมานาน นางเอกเลยตั้งใจไว้ว่าจะต้องเป็นฮ่องเฮาให้ได้ จึงช่วย ตั้วบาเจิน (ชาตินี้ไม่ได้ชื่อตั้วบาเจินเช่นกัน ) ให้ได้ขึ้นครองราชย์ พอตั้วบาเจินขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ์ของต้าลี่ ก็แต่งตั้งนางเอกให้เป็นฮ่องเฮา แต่เป็นอยู่แค่ 6 เดือนก็ถูกตั้วบาเจินปลด เพราะดันไปรักและเป็นชู้กับน้องสาวนางเอกเอง (ฉางเล่อ แต่ชาตินี้ใช้คนละชื่อไม่ได้ใช้ชื่อฉางเล่อ แต่ขอโทษนะตอนนี้จำไม่ได้ ไว้ไปค้นแล้วจะกลับมาเติมชื่ออีกที) ตั้วบาเจินกับน้องสาวนางเอกโหดร้ายกับนางเอกมาก ตั้วบาเจินหักขาทั้งสองข้างของนางเอก ทรมานนางเอกสุดสุดและขังนางเอกไว้ในวังเย็นเป็นเวลา 10 ปีจึงให้คนนำเหล้าพิษมาให้นางเอกดื่ม นางเอกตาย ก่อนตายได้สาบานว่าขอให้ได้มีโอกาสแก้แค้นทุกๆ คนที่กระทำกับตนเองอย่างโหดเหี้ยมในชาตินี้ ไว้แล้วนางเอกก็ตาย.....

นางเอกกลับมาเกิดใหม่เป็นลูกของนางสนมตระกูลหลี แห่งราชวงศ์ต้าเว่ย จึงได้ชื่อว่าหลีเว่ยหยางเกิดมาชาตินี้มีพร้อมทุกอย่าง คือพ่อแม่ไม่ได้เกลียดชัง ตัวนางเอกอยู่ดีมีสุขรับการศึกษาดี แต่ว่าดันจำเรื่องราวในชาติที่แล้วได้ (อภินิหาร? ) ส่วนสามีเก่าของนางเอกเมื่อชาติที่แล้วกลับมาเกิดเป็นตั้วบาเจิน น้องสาวของนางเอกเมื่อชาติที่แล้ว เกิดมาเป็นหลีฉางเล่อ หลีฉางรู่ แม่เมื่อชาติที่แล้วมาเกิดเป็นฉิหยุนรั่ว คนใช้ที่ทรยศ ทุกคนที่เคยทำเลวไว้กับนางเอกยกทีมกลับมาเกิดใกล้ๆ กับเว่ยหยาง เกี่ยวข้องกับเว่ยหยางหมดเลย แต่...ไม่มีใครจำเรื่องเมื่อชาติที่แล้วได้..ยกเว้นเว่ยหยางคนเดียว...(ในนิยายทุกคนเกิดมาชาติใหม่หน้าตาเหมือนเดิม เว่ยหยางเลยจำได้) ...เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าชาตินี้เว่ยหยางแก้แค้นและทรมานทุกคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าเคยทำอะไรกับเว่ยหยางไว้เมื่อชาติที่แล้ว.....(เหมือนเว่ยหยางจะไร้มนุษยธรรม มะอะ? ) ----อันนี้คงเป็นเหตุผลที่ซีรี่ย์ต้องเปลี่ยนพล็อตเรื่องใหม่เพราะมันขัดกับจริยธรรม--

ก่อนจะไปต่อในนิยาย มาเปรียบเทียบตัวละครในซีรี่ย์กับในนิยาย กัน

หลีเว่ยหยาง จะเห็นว่าในซีรี่ย์เนื้อเรื่องจะแตกต่างจากนิยายตั้งแต่เริ่ม กิมมิกในซีรี่ย์เปลี่ยนเป็นนางเอกเป็นองค์หญิงฉินเอ๋อร์ถูกฆ่าล้างตระกูล (ราชวงศ์แห่งต้าเหลียง) จึงแค้นมากแล้วฟ้าบันดาลให้มาสวมรอยเป็นหลีเว่ยหยาง เข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลหลี แล้วซีรี่ย์จึงเริ่มเรื่องราวการทรมาน แต่ทรมานตอนเป็นหลีเว่ยหยางแล้ว.....ตัดกิมมิกการกลับไปเกิดใหม่ในนิยายออก...ที่จีนถือเป็น time traveling ...แต่มันมีจุดต่างถ้าเราจำกันได้ อย่างเช่น ปู้ปู้จินจิง นางเอกในอีกยุคหนึ่งแค่ป่วยโคม่าไม่ฟื้น ช่วยอีกยุคหนึ่งมามีชีวิตโลดแล่น มาแบบไม่คิดอะไร ดำเนินชีวิตใหม่ไปเลยแค่อยากเอาให้ชีวิตรอด...แต่ของเว่ยหยางนี้คือนางเอกตายไปเลยแล้วมาเกิดใหม่....แต่ขอชมผู้ผลิตซีรี่ย์เรื่องปู้ปู้จินจิงหน่อยนะว่าเดินเรื่องทุกอย่างตามหนังสือนิยายมากที่สุดเท่าที่ดูซีรี่ย์แนวนี้มา แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี.....แต่เรื่องต่อๆ มาดัดแปลงเยอะ แต่ยังไงชื่อตัวละครก็ยัง ส่วนใหญ่ใช้ชื่อเหมือนเดิม...

ตอนได้ยินข่าวว่ามีบริษัทจะหยิบเรื่ององค์หญิงเว่ยหยางนี้มาสร้าง ก็ลุ้นมากว่าจะสร้างได้ตามนิยายจริงเหรอ คือมันดาร์กมากการแก้แค้นของเว่ยหยางกับศัตรูแต่ละคนทำได้โหด คนอ่านนิยายอย่างเราต้องนั่งอ่านริมสุดของเก้าอี้ สุดขอบคือหวาดเสียว ลุ้นตลอด..

ในนิยายมี

ตั้วบาเจิน ---- สามีเก่านางเอกเมื่อชาติที่แล้ว กลับมาเกิดชาติใหม่เป็นองค์ชายอีก มีสิทธิ์ครองราชบัลลังก์ ชาตินี้เกิดมารักนางเอกและหวังว่านางเอกจะช่วยให้ได้ครองราชย์แต่สุดท้ายเว่ยหยางหักหลัง (เพราะแก้แค้นนั่นแหละ) เลยไม่ได้ครองราชย์ และเว่ยหยางก็ตัดเส้นเอ็นทุกส่วนของร่างกายตั้วบาเจิน ควักลูกตาออกข้างหนึ่งแล้วให้คนเอาตั้วบาเจินไปไว้ในบ้านหลังหนึ่ง ที่เว่ยหยางซื้อไว้ซึ่งสามารถมองพระราชวังได้อย่างชัดเจน ให้ตั้วบาเจินได้ทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่อยากได้ที่สุดในชีวิตแต่ไม่มีโอกาสได้ เว่ยหยางส่งคนมาคอยดูแลใกล้ชิดอย่างดี เพราะห้ามตายสุขภาพต้องแข็งแรงต้องอยู่ตรงนี้ไปนานๆ ...

ตั้วบาอวี้---ในนิยายตั้วบาอวี้นิสัยดี เว่ยหยางช่วยให้ได้ครองบัลลังก์ (แตกต่างจากในซีรี่ย์ที่แวนเนสเล่น) และไม่ได้เป็นคนช่วยเว่ยหยาง แต่เป็นเว่ยหยางต่างหากที่คอยช่วยเหลือให้ตัวบาอวี้รอดทุกครั้ง...

ส่วนในซีรี่ย์ มี

ตั้วบาจู ---- ตัวนี้เป็นตัวละครตัวใหม่ที่สร้างขึ้นมา นิสัยใจคอไม่ได้เหมือนใครเลยทั้งตั้วบาเจินและตั้วบาอวี้ อาจจะนิสัยดีได้ตั้วบาอวี้จากนิยายมาบ้าง แต่ก็ผสมกับเป็นตั้วบาเจินด้วยเพราะได้แต่งงานกับเว่ยหยาง (หยิบบทมาผสมกันอย่างละเล็กละน้อย) ตั้วบาจูในซีรี่ย์ช่วยนางเอกทุกอย่างดูแลทุกอย่าง (ฮีโร่) แต่ในนิยายนางเอกเป็นคนที่ช่วยผู้ชายตัวเอกทุกคนในเรื่อง (555 เป็นไงล่ะ) โมเมนต์ที่นางเอกอ่อนแอไม่ได้เจอจากตัวหลีเว่ยหยางแน่นอน นาง cold มาก เย็นชาเลือดเย็น นางมีความอบอุ่นให้ผู้ชายคนเดียวคือหลีหมินเต๋อเท่านั้น)---- ตั้วบาจูในซีรี่ย์หลังจากครองราชย์และแต่งตั้งเว่ยหยางเป็นฮ่องเฮาแล้ว จุดจบน่าจะป่วยตาย เพราะในตัวอย่างซีรี่ย์เห็นเว่ยหยางแอบมองตั้วบาจูที่มีหมอหลวงตรวจอาการอยู่แล้วน้ำตาไหล ---หรือจะตายเพราะถูกเว่ยหยางวางยาพิษ เพราะยังไงก็ต้องแก้แค้นให้พระบิดาและเสด็จย่าของตัวเอง?? ----แต่เรา (เดา) ว่าไม่น่าจะใช่บทน่าจะให้สิ้นพระชนม์จากป่วยมากกว่า ไม่งั้นเว่ยหยางก็โหดเกิน....เพราะมันมีกิมมิกหนึ่งที่น่าประทับใจสุดๆในซีรี่ย์ที่เป็นเรื่องราวความรักของตั้วบาจูที่มีต่อเว่ยหยาง คือ 

เว่ยหยางฆ่าพระมเหสีคือแม่ของตั้วบาจูตาย มีพยานรู้เห็นว่าเป็นเว่ยหยางฆ่าแน่นอนแม้แต่ตั้วบาจูก็เห็นกับตา แต่ตั้วบาจูไปเยี่ยมเว่ยหยางในคุกและอภัยให้เว่ยหยางเพราะเชื่อใจเว่ยหยางว่าต้องไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน ทั้งๆที่ 2 ตาของตั้วบาจูก็เห็นว่าเป็นเว่ยหยางฆ่า...(นักฆ่าผู้หญิงที่ปลอมตัวเก่งเป็นคนทำ)--- ด้วยความรักขนาดนี้เราไม่คิดว่าคนเขียนบทละครจะให้เว่ยหยางวางยาพิษให้ตั้วบาจูค่อยๆ ตายได้นะ...... 

ตั้วบาอวี้----ตัวละครในซีรี่ย์ตัวนี้คาแรกเตอร์คล้ายเป็นตั้วบาเจิน (สามีเก่าชาติที่แล้วของนางเอก) หยิบมาเล็กน้อย  ในซีรี่ย์เติมบทด้านเลวของตั้วบาเจินลงมาให้ตั้วบาอวี้ด้วย ในซีรี่ย์ไม่ได้แต่งงานกับเว่ยหยาง

ถึงแม้ศัตรูเมื่อชาติที่แล้วของเว่ยหยางทุกคนที่มาเกิดใหม่จะจำเรื่องราวในชาติที่แล้วไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนดีนะ ด้วยความแข่งขันแกร่งแย่งชิงดีพวกนี้ก็มีอันต้องอิจฉาและเกลียดเว่ยหยางในชาตินี้อยู่ดี (แค่ไม่รู้ว่าเมื่อชาติที่แล้วพวกตัวเองจัดหนักเว่ยหยางไว้แล้วเท่านั้น) 

ขอยกตัวอย่างการแก้แค้นของเว่ยหยางซักหน่อย 

เอาที่ในซีรี่ย์ฉายอยู่ก่อน หลีหมินเฟิง --- ในซีรี่ย์ตายง่ายโชคดีจริงแค่ถูกจินเถาองครักษ์ของเว่ยหยางไปดักฆ่าตอนที่หมินเฟิงถูกจับใส่กรงขังกำลังเดินทางไปจากวังหลวง...แต่ในนิยาย... เว่ยหยางมาพาตัวของหมินเฟิงไปขังใส่กรงที่มีหมาป่าที่กำลังหิวอยู่หลายสิบตัว (อรึ๋ยย คงเดากันได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลีหมินเฟิง) หมาป่ารุมทึ้งกัดกินแยกร่างแย่งกันกินหลีหมินเฟิง ...แล้วไม่ใช่แค่เว่ยหยางจับหลีหมินเฟิงใส่กรงขังกับหมาป่าที่หิวโหยแล้วจบนะ มีบรรยายถึงว่าหมาป่าทำยังไงบ้าง หมินเฟิงรู้สึกอย่างไรร่างกายเละแหลกเหลวยังไง (สงสัยไม่ใช่เว่ยหยางละที่โหด ที่แท้คนเขียนนิยายนี่แหละที่โหด ^_^)




ตอนที่ 11

จักรพรรดิ์ชอบคำตอบของเว่ยหยางมาก ชมพ่อเว่ยหยางว่าเลี้ยงลูกอบรมมาดีจริงๆ (หน้าพ่อแบบ อุ๊ยยไม่ได้เลี้ยงอ่าา) งั้นข้าให้เรื่องจัดการคัดเลือกคนเข้ามารับราชการเป็นหน้าที่ของเสนาบดีหลี ท่านน่าจะพาเว่ยหยางมาพบข้าเร็วกว่านี้ ปัญหาเรื่องภัยพิบัติคงหมดไปแล้วประชาชนของข้าตอนนี้คงไม่เดือดร้อนแล้ว เสนาบดีหลีรับบัญชา แล้วจักรพรรดิ์ก็ถามหมินเฟิงว่า ตอนนี้เจ้ายังจะยืนยันว่าเว่ยหยางขโมยแผนของเจ้าไปหรือไม่ หมินเฟิงตอบไม่ ข้าเข้าใจผิดไป จักรพรรดิ์ก็พูดประมาณว่าเจ้าบอกข้าว่าเว่ยหยางหลอกข้าแต่ข้าคิดว่าคนที่หลอกข้าคิดว่าข้าโง่คือเจ้ามากกว่า ทหารเอาตัวไปขังรอการลงโทษ...ทั้งฉางเล่อและหมินเต๋อรีบโยนความคิดให้ซือเหยียน ว่าซือเหยียนทำคนเดียว ต้องลงโทษซือเหยียนคนเดียว (ผลักซือเหยียนกระเด็น) แล้วก็เหล่มองหนานอัน หนานอันเลยช่วยพูดกับจักรพรรดิ์ว่า ถึงแม้ว่าหมินเฟิงจะทำความผิดแต่ได้โปรดเห็นแก่เสนาบดีหลีที่รับใช้อย่างซื่อสัตย์และมีความดีความชอบ ละเว้นโทษหมินเฟิงซักครั้ง ...เว่ยหยางได้ยินรีบคุกเข่าแล้วทูลจักรพรรดิ์ประมาณว่า พี่ชายข้านำแผนข้าไปใช้ในเขตของหมู่บ้านตระกูลฉิหยุน ใครๆ ต่างก็รู้ว่ากองทัพฉิหยุนเกรียงไกรขนาดไหน ช่วยพระองค์ทำศึกชนะสงครามมามากมาย คนลือกันว่าประชาชนทุกคนต่างให้ความเคารพยำเกรงกองทัพฉิหยุนทั้งนั้น แถมทหารในกองทัพยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะเชื่อฟังแม่ทัพกองทัพฉิหยุนคนเดียวเท่านั้น  คงเป็นการไม่ดีแน่ถ้าจะไม่เคารพต่อกองทัพฉิหยุน ไม่แน่ว่าประชาชนอาจจะก่อจลาจลขึ้นเพื่อต่อต้านได้เพคะ  (ยุ ให้ระแวง) จักรพรรดิ์พูดประมาณว่าอะไรนะ เจ้ากำลังบอกข้าว่า กองทัพทหารอันเกรียงไกรของข้า คนอื่นๆ รู้จักแค่ว่าเป็นกองทัพฉิหยุนเหรอ (มันต้องเป็นกองทัพในชื่อข้าซิ) ทหารของข้าก็ต้องเชื่อฟังข้าซิ เอาละข้าจะสั่งสอนให้บทเรียนแก่หมินเฟิงแทนเสนาบดีหลีเอง สั่งทหารให้งดโทษตายแต่ให้นำไปโบย 100 ที พ้นจากตำแหน่งทุกตำแหน่งและรอขึ้นศาลเพื่อรอคำตัดสิน...ส่วนหลีฉางเล่อเพราะเจ้าคัดลอกงานคนอื่น ข้าให้เจ้าคัดแผน 100 จบ ---เสนาบดีหลีรีบคุกเข่าขอบพระทัยจักรพรรดิ์ และบอกขอให้ลงโทษตนด้วย เพราะตนเลี้ยงดูหมินเฟิ้งกับฉางเล่อมาไม่ได้ จักรพรรดิ์ก็บอกว่าจริงๆ แล้วเจ้าก็มีความผิดและต้องถูกลงโทษแต่เพราะเจ้าเลี้ยงดูอบรมเว่ยหยางมาอย่างดีข้าละเว้นโทษครั้งนี้ให้เจ้า. (พ่อหน้าตึง แต่แสดงออกไม่ได้)...หลีเสี่ยวหรานขอบพระทัยจักรพรรดิ์ 

จักรพรรดิ์ประทานเงินทองเป็นรางวัลให้เว่ยหยางมากมาย แต่เว่ยหยางขอบริจาคให้ประชาชนที่กำลังประสบภัยพิบัติอยู่ จักรพรรดิ์ชมเว่ยหยางว่าจิตใจดีงาม สมเป็นกุลสตรีของบ้านเมืองจึงแต่งตั้งให้เป็นยอดหญิงแห่งอันผิง เว่ยหยางรีบคุกเข่าและขอจักรพรรดิ์ประมาณว่าสำหรับข้าแล้วไม่เป็นไร แต่ขอตำแหน่งให้แม่ผู้ให้กำเนิดข้าด้วย เพราะในตระกูลหลีตอนนี้ฉิหยุนรั่ว ได้ตำแหน่งคุณหญิงขั้น 1 ไปแล้ว จักรพรรดิ์เลยให้ตำแหน่งเลื่อนลำดับให้แม่เวยหยางเป็นคุณหญิงขั้น 3 เว่ยหยางดีใจมาก ขอบพระทัยจักรพรรดิ์และคิดในใจถึงเว่ยหยางตัวจริงว่า เว่ยหยางเจ้าเห็นมั้ย ตอนนี้แม่เว่ยหยางก็จะไม่โดนดูถูกและรังแกอีกต่อไป จักรพรรดิ์ประทานตำแหน่งให้แล้ว.....

เกาหยางออกมาด้านนอกเพื่อหาโอกาสพบเวยหยาง แต่เว่ยหยางพยายามหลบ เกาหยางก็ยังตามและบอกว่าประทับใจกับเว่ยหยางวันนี้มาก เพราะคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะจิตใจดีงามขนาดนี้---- เว่ยหยางถามเกาหยางว่าอาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง เกาหยางดีใจที่เว่ยหยางเป็นห่วง ...องค์ชายเกาหยางก็บอกเว่ยหยาง ข้าไปรอเจ้าตามจดหมาย แต่เจ้าก็ไม่ไป ข้าคิดว่าเจ้าโกรธอยู่ เว่ยหยางถามว่าจดหมายอะไร ทำให้เกาหยางรู้ว่าเว่ยหยางไม่ได้รับจดหมาย ...เกาหยางคิดว่าเว่ยหยางโกรธที่คิดว่าตนจากมาโดยไม่ทิ้งข้อความไว้เลย.. เกาหยางเดินเข้าไปหาเว่ยหยาง เว่ยหยางเดินถอยหลัง แล้วบอกว่าหลังจากที่รู้ฐานะที่แท้จิรงของเราสองคนแล้ว เราต้องเว้นระยะห่างมากๆ แล้วก้อเดินจากไป...เกาหยางงงมาก ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเดินคุยกับคนสนิทว่า เนี้ยไม่รู้เว่ยหยางเป็นอะไรทำไมคอยผลักไสข้าเรื่อยเลย คนสนิทก็ถามประมาณว่าท่านจะต้องใส่ใจทำไม เกาหยางบอกทำไมจะไม่ใส่ใจ เว่ยหยางเป็นผู้หญิงคนแรกที่ข้าอยากเป็นเพื่อนด้วย คนสนิทเลยบอกว่า ท่านลืมแล้วเหรอท่านเป็นองค์ชายลูกของอดีตองค์รัชทายาท เป็นหลานปู่สุดรักขององค์จักรพรรดิ์ ท่านมีอะไรที่นางจะปฏิเสธท่าน ผู้หญิงทุกคนอยากรู้จักท่านทั้งนั้นแหละ ถ้านางไม่สนใจท่าน ท่านก็อย่าไปใส่ใจเลย...ฐานะท่านกับนางก็แตกต่างกันมาก และนางอาจจะชอบองค์ชายหนานอันก็ได้  ไม่งั้นท่านก็น่าเกลียดมาก เกาหยางรีบถามว่าน่าเกลียดยังไง คนสนิทตอบว่า ก็คอยตามตื้อผุ้หญิงที่เขาไม่สนใจตนเองน่าเกลียดจะตาย....เกาหยางได้ยินก็บอกจางเต๋อ (ชื่อคนสนิท)ว่าดูมือข้าซิ แล้วก็ตี...

ส่วนฉางเล่อเดินกำลังจะออกจากวัง ก็ได้ยินพวกนางสนมนินทาว่านี่ไงฉางเล่อ ที่คัดลอกงานคนอื่นมาเอาหน้า ฉางเล่ออายมาก จะร้องไห้ ....เกาหยางเดินผ่านก็แทบจะไม่มองหน้านาง ฉางเล่อเสียใจมาก กลับบ้านมาบ่นประมาณว่าเกาหยางไม่สนใจตนเองแล้ว และเว่ยหยางคงชนะใจเกาหยางไปแล้วแน่เลย แล้วก็แค้นใจ..(ไม่ดูตัวเองเลยนิ) 

ร้ายตัวแม่ปลอบใจร้ายตัวลูก


ส่วนหนานอันกำลังเดินคุยกับคนสนิทประมาณว่าเว่ยหยางนี่เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริง ในเวลาคับขัน หัวจะหลุดจากบ่าก็ยังมีไหวพริบ ฉลาดเอาตัวรอดมาได้ ...พอดีก็มาเจอกับเว่ยหยางพอดีจึงคุยกับเว่ยหยาง หนานอันก็บอกเว่ยหยางว่าเว่ยหยางฉลาดจริงๆ เจ้าต้องการทำร้ายใครบางคน(หมินเฟิง) ใช่มั้ย เว่ยหยางก็ตอบว่าข้าไม่มีเจตนาทำร้ายใคร หนานอันก็เปรยว่า อืมนะ น่าสนใจจริงๆ.........

เว่ยหยางเดินผ่านตรงที่หมินเฟิงถูกโบยอยู่ทั้งคู่ประสานตากัน เว่ยหยางคิดในใจ หมินเฟิงถึงข้าจะอ่อนแอและตัวคนเดียว แต่ระหว่างข้ากับเจ้ามันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น...

ทางด้านฉิหยุนรั่วรอทุกคนกลับมาพอเห็นสามีก็รีบถามและถามหาลูกๆ หลีเสี่ยวหรานบอกว่าลูกชายคนดีของเจ้า ถูกลงโทษโดนเฆี่ยน 100 ครั้ง ฉิหยุนรั่วก็ร้องไห้โวยวาย 100 ครั้ง ลูกเฟิงจะทนได้อย่างไรเขาอาจจะตายก็ได้ ทำไมท่านไม่ช่วยลูก หลีเสี่ยวหรานก็บอกว่าช่วยไม่ได้จริงๆ ฉิหยุนรั่วก็ถามเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน สามีก็ตอบประมาณว่าเจ้ายังจะมาถามเรื่องตำแหน่งอีกเหรอ มีชีวิตรอดนี่ก็บุญมากแล้ว ฉิหยุนรั่วเสียใจมาก สามีสั่งว่าให้บอกฉางเล่อกับหมินเฟิงช่วงนี้ให้ทำตัวให้ดีดี อย่าก่อเรื่อง.....

หมินเฟิงกลับมานอนคว่ำอยู่บนเตียง ฉิหยุนรั่วเห็นลูกก็โกรธซือเหยียนมาก (พาล) ข้าต้องสั่งสอนซือเหยียนให้สาสม ฉางเล่อสนับสนุน หมินเฟิงก็เช่นกันให้หาทางแก้แค้นเว่ยหยางให้ด้วย เว่ยหยางนี่แหละที่พยายามทิคจักรพรรดิ์ให้ลงโทษหมินเฟิง ฉิหยุนรั่วรับปาก...แต่ตอนนี้ทำอะไรลำบาก ช่วงนี้ให้อดทนไว้ก่อน เพราะเว่ยหยางได้รับแต่งตั้งเป็นยอดหญิงแห่งอันผิง และพ่อเจ้าสั่งไว้ว่าเจ้าทั้งสองคนต้องทำตัวดีดีช่วงนี้ ส่วนตำแหน่งไว้ค่อยหาทางเอาคืนมาทีหลัง หมินเฟิงบอกข้าไม่ต้องการตำแหน่งอะไรทั้งนั้น ข้าขอแค่เว่ยหยางตาย....

ตัดมาที่ห้องเว่ยหยางกับไป๋จื่อกำลังคุยกับซือเหยียน ทุกคนร้องไห้ ซือเหยียนถามเว่ยหยางว่าท่านรู้มานานแล้วใช่มั้ยว่านาง (ซือหยียน) ทรยศ เว่ยหยางบอกข้ารู้วันที่เราทานข้าวด้วยกัน จมูกข้าไวกับกลิ่นมาตั้งแต่เด็กวันนั้นข้าได้กินเหล้าจากตัวเจ้า .......แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าถูกลงโทษจนตาย ข้าจะขอท่านย่าให้เจ้าได้เป็นเมียหมินเฟิงนะ ต่อแต่นี้เราไม่ใช่พี่น้องกันอีก ซือเหยียนเสียใจ..............ฉิหยุนรั่วมาพร้อมคน และสั่งให้คนนำซือเหยียนไปลงโทษ เว่ยหยางบอกซือเหยียนเป็นคนของข้าท่านจะมาลงโทษได้อย่างไร ฉิหยะนรั่วก็พูดประมาณเจ้ามีสิทธิ์มีเสียงอะไรในบ้านหลังนี้ด้วยเหรอ แล้วก็ให้คนเข้าไปลากตัวซือเหยียน แต่ซือเหยียนรีบบอกว่าท่านทำร้ายข้าไม่ได้นะ ข้ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของหมินเฟิง มีหลานท่านอยู่ในท้องข้า...ฉิหยุนรั่วตกใจ ................แล้วทุกคนก็มาร่วมตัวกันในห้องโถงเพื่อไต่สวน...ซือเหยียนเล่าเหตุการณ์ทุกอย่าง และเว่ยหยางก็ช่วยพูด แต่ฉิหยุนรั่วก็รังเกียจและบอกว่าไม่สนใจทั้งนั้น จะใช่เมียไม่ใช่เมีย จะมีลูกไม่มีลูกก็ไม่สนใจ แค่เป็นคนใช้ต่ำต้อยจะมาเป็นเมีย(น้อย)หมินเฟิงได้อย่างไร แล้วก็สั่งคนลากซือเหยียนออกไปลงโทษ.....เว่ยหยางเลยรีบพูดว่าท่านพ่อท่านบอกจะให้รางวัลข้าตอบแทนที่ข้าแก้ไขแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้สำเร็จ ข้าขอให้ซือเหยียนได้เป็นเมียของหมินเฟิงและอยู่กับหมินเฟิง...ย่าก็เข้ามาสนับสนุนและบอกฉิหยุนรั่วว่า เว่ยหยางก็เป็นคนตระกูลหลีเช่นกัน นางมีสิทธิ์มีเสียงที่จะแสดงความคิดเห็นและพูดในบ้านหลังนี้ แถมตอนนี้ได้รับแต่งงานจากจักรพรรดิ์เองเป็นถึงยอดหญิงแห่งอันผิง ..เอาล่ะ ๆ เอาตามที่เว่ยหยางขอละกัน ข้าเหนื่อยข้าไปละ ท่านลุกเดินแล้วก็พูดกระทบฉิหยุนรั่วว่า...ทุกคนคงลืมกันไปแล้วว่า ณ ตอนนี้ใครใหญ่สุดในบ้านหลังนี้ (ท่านย่าไง แต่ฉิหยุนรั่วข้ามหัว) ... ฉิหยุนรั่วหันไปจะให้สามีช่วย แต่หลีเสี่ยวหรานก็บอกว่าจบเถอะ เอาตามท่านย่าบอก (เชื่อแม่ ) ..

จากนั้นคนใช้ตะโกนบอกว่าองค์ชายเกาหยางเสด็จ เกาหยางนำของรางวัลพระราชทานและราชโองการแต่งตั้งมาให้เว่ยหยาง เว่ยหยางขอบพระทัย เกาหยางจะเข้ามาจับมือเว่ยหยางลุกขึ้นเว่ยหยางชักมือกลับ เกาหยางหน้าเสีย เสียงของคนสนิทเกาหยางก็ดังขึ้นในสมอง ว่าใหตัดใจเถอะนางไม่สนใจก็อย่าตามตื้อ ..หลีเสี่ยวหรานเชิญเกาหยางดื่มน้ำชา แต่เกาหยางบอกไม่สะดวก ขอตัวกลับ...เกาหยางบอกคนสนิทว่าในเมื่อไม่ชอบกันขนาดนี้ ก็ไปดีกว่า...

เว่ยหยางนั่งเศร้าอยู่ที่พัก แล้วก็ถามไป๋จื่อว่าข้านี่แย่มากเลยใช่มั้ย เขาช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้ง แต่ข้าตอบแทนเขาด้วยความเย็นชา ไม่ใส่ใจ ไป๋จื่อรีบบอกประมาณว่าใครว่าท่านไม่ใส่ใจ ท่านทำแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพื่อองค์ชายเกาหยางโดยเฉพาะ แต่เสียดายที่องค์ชายไม่รู้ ... เว่ยหยางลูบไล้พัดไปมา คิดถึงเกาหยาง แล้วก็รำพึงว่า ถ้ารู้ว่าจะมีวันนี้วันที่ฉันต้องผิดหวัง ฉันไม่ควรพบท่านเลย แล้้วก็เก็บพัดลงกล่อง..

ตัดมาที่ท่านย่ากับลูก (หลีเสี่ยวหรานพ่อเว่ยหยาง) ท่านย่าบอกพ่อเว่ยหยางให้คืนรางวัลต่างๆ ที่จักรพรรดิ์ประทานให้เวยหยางคืนแก่เว่ยหยางซะ ตอนแรก หลีเสี่ยวหรานไม่เห็นด้วย ย่าเลยพูดประมาณว่า เจ้าตามใจเมียเจ้ามากเกินไปแล้ว แล้วเว่ยหยางก็เป็นลูกของเจ้าเช่นกัน ข้าไม่เห็นว่าเวยหยางมีอะไรที่สู่ฉางเล่อไม่ได้เลย หลีเสี่ยวหรานก็รีบบอกว่าท่านแม่จะเทียบเว่ยหยางกับฉางเล่อได้อย่างไร.....ฉางเล่อเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ย่าก็บอกข้ารู้เจ้าฝากความหวังและหวังไว้สูงกับฉางเล่อ แต่เจ้าควรรู้ว่าการที่เจ้าต้องการให้ฉางเล่อเป็นทองแผ่นเดียวกับราชวงศ์ นั้นเจ้าต้องคิดดีดี ขนาดตอนนี้หมินเฟิงมีเรื่องยังไม่มีใครออกหน้าช่วยเลย การแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทดุเดือดขึ้น หากเจ้าหวังให้ฉางเล่อได้เป็นพระมเหสีเพื่อความมีหน้ามีตา เจ้ารู้มั้ยว่าเจ้ากำลังทำให้คนทั้งตระกูลหลี เสี่ยงอันตราย (อาจถูกฝ่ายตรงข้ามฆ่าตายหมดตลอดเวลา และถ้าคนที่ได้เป็นรัชทายาทอยู่คนละฝ่ายกับเราเราก็โดนประหารตายหมดตระกูล)...หลีเสี่ยวหรานเลยบอกว่าเรื่องฉางเล่อข้าจะคิดดูอีกที. ...ท่านย่าเลยให้สติหลีเสี่ยวหรานว่า ตอนนี้คำพูดของเว่ยหยางได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศแล้ว ยังไงก็ตระกูลหลี (มีหน้ามีตา) ไม่มีใครจะลบได้ เจ้าควรภูมิใจ ...ท่านย่าก็รุกต่อ สมบัติเงินทองเจ้าก็มากมายเจ้ายังจะเอาของเว่ยหยางทำไม?  ตำแหน่งเจ้าตอนนี้ก็ใหญ่โต ยิ่งใหญ่โตก็ต้องยิ่งระวังตัว.......หลีเสี่ยวหรานเลยบอกตกลงข้าเชื่อท่านแม่..(คืนรางวัลที่ฉิหยุนรั่วยึดมาให้เว่ยหยาง).............คนรับใช้รีบไปรายงานฉิหยุนรั่วว่าทานย่าสามารถชักจูงใจให้หลีเสี่ยวหรานคืนรางวัลให้เว่ยหยางแล้ว ฉิหยุนรั่วแค้นมาก

ใส่ปิ่นคู่กันกับฉางรู่ ...


เว่ยหยางนำรางวัลไปแจกทุกคน ท่านย่า แม่ฉางรู่ ฉางรู่  ฯลฯ  พอเว่ยหยางเอายาสมุนไพรที่ช่วยให้หลับดีมาให้แม่หมินเต๋อ แม่หมินเต๋อชมเว่ยหยางว่าตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมหมินเต๋อถึงเข้ากับเว่ยหยางได้ดี เพราะปกติหมินเต๋อไม่พูดกับใคร ปลีกวิเวก เข้ากับคนยาก เพราะเจ้าเป็นคนจิตใจดีและจริงใจนี่เอง เว่ยหยางก็ชมหมินเต๋อว่าเว่ยหยางรู้ว่าจริงๆ แล้วหมินเต๋อเป็นคนที่มีจิตใจดีจากข้างใน จริงๆ เป็นคนดีมาก หมินเต๋อแอบฟังอยู่ก็ดีใจมากยิ้มแล้วก็เดินออกไป...แม่หมินเต๋อบอกเว่ยหยางว่ามีคนอยากพบเจ้า เว่ยหยางงงว่าใครกัน .....แม่หมินเต๋อพาเว่ยหยางมาพบกับซือเหยียนที่กำลังนอนป่วยหนักอยู่บนเตียง..............

ตอนที่ 12

ซือหยียนถูกหมินเฟิงซ้อมทำร้าย คนของแม่หมินเต๋อไปพบจึงพามารักษาตัวที่นี่ ซือเหยียนไอจนกระอักเลือด หมอมาดูแล้วแม่หมินเต๋อบอกเว่ยหยาง แต่ก็ส่ายหัว (ไม่รอด) ซือเหยียนเสียใจที่ทำไม่ดีต่อเว่ยหยางจึงขอโทษเว่ยหยาง แล้วเล่าว่าฉิหยุนรั่วไม่ยอมให้ลูกของซือเหยียนลืมตาดูโลกจริงๆ ต่อไปนี้เว่ยหยางจะมีแค่ไป๋จื่อเท่านั้นแล้วขอให้ไป๋จื่อดูแลเว่ยหยางให้ดี แล้วก็พูดว่าถ้าชาติหน้ามีจริงต่อให้ต้องเกิดเป็นทาสก็ขอให้ได้มีโอกาสมารับใช้เว่ยหยางอีก ขอให้เว่ยหยางอภัยให้ เว่ยหยางบอกข้าไม่เคยตำหนิเจ้า ข้าอภัยให้เจ้า แล้วซือเหยียนก็หมดลมหายใจ......

หมินเฟิงบอกฉิหยุนรั่วประมาณว่าไม่ตอ้งเป็นห่วงข้าจัดการเรื่องทุกอย่างได้หมดเกลี้ยงเกลา หมินเต๋อกับเว่ยหยางมาแอบได้ยินจึงสรุปได้ว่าหมินเฟิงฆ่าซือเหยียนและคงไม่มีความผิดเพราะถือว่าเป็นลูกชายคนโตตระกูใหญ่ เว่ยหยางบอกยังไงหมินเฟิงก็ต้องได้รับโทษอย่างสาสม...

ฉางเล่อนั่งเหม่ออยู่ในห้อง ฉิหยุนรั่วเข้ามาหาและให้กำลังใจฉางเล่อประมาณว่าถึงวันนี้เจ้าจะแพ้แต่ต้องลุกขึ้นมาให้ได้ เจ้าเป็นลูกใครไม่ต้องกลัว เหตุการณ์นี้ขอให้เจ้าจำไว้เป็นบทเรียน ...ตอนนี้ตัวแทนจากในวังและคนสำคัญของเมืองมาแสดงความยินดีกับเว่ยหยางเจ้าต้องแต่งตัวสวย ออกไปทักทายคนอื่นๆในงาน เจ้าต้องสวยที่สุด...ในงานเลี้ยงทุกคนกำลังคุยกันสนุกสนานโดยเฉพาะแม่ของฉางรู่กำลังหน้าบานเพราะคุณนายต่างๆ ก็ชมฉางรู่อยู่ พอทุกคนเห็นฉางเล่อ พวกคุณหญิงคุญนายก้อบอกแม่ฉางรู่ว่าต้องไปทักทายละ ทุกคนก็ชมฉางเล่อว่าสวยมาก สวยจริงๆ สวยที่สุดในเมืองผิง ฉิหยุนรั่วแอบยิ้มดีใจ ....ฉางรู่ก็ไม่มีใครสนใจอีกเลย...แม่หมินเต๋อกับหมินเต๋อมาถึงในบริเวณงาน หมินเต๋อไม่เห็นเว่ยหยางเลยบอกแม่ว่าจะไปตามหาเว่ยหยาง 

สวยเลือกได้ เบลอใส่ซะเลย ...

...ส่วนเว่ยหยางมานั่งเหม่ออยู่ข้างบ่อน้ำ องค์ชายหนานอันจะทำเซอร์ไพร์สเลยเข้ามาเงียบๆ เรียกเว่ยหยาง เว่ยหยางตกใจจะตกลงไปในบ่อ แต่หนานอันคว้าไว้ได้ หนานอันเองจะตกลงบ่อน้ำแทน แต่เว่ยหยางก็ช่วยไว้...หนานอันก้มลงเก็บปิ่นปักผมของเว่ยหยางขึ้นมา เว่ยหยางจะรับปิ่นมา แต่หนานอันไม่ไห้จับแขนเว่ยหยางแล้วเสียบปิ่นปักผมให้......พอดีหมินเต๋อมาถึงพอดีก็รีบมาช่วยเว่ยหยางให้ออกมาจากหนานอัน โดยบอกว่าแขกมาพร้อมกันแล้วต้องพาเว่ยหยางไปร่วมงานแล้ว.....เว่ยหยางถูกหมินเต๋อดึงวิ่งออกมา หมินเต๋อพูดประมาณว่าเจ้าไปคุ้นเคยกับองค์ชายหนานอันได้ไง อย่าไปคบพวกองค์ชายมาก พวกเขาไม่เห็นชีวิตคนอื่นมีค่าหรอก (คงนึกถึงองค์หญิง 8 ในคาบองค์ชาย) เว่ยหยางก็พูดประมาณหมินเต๋อเจ้าคิดมากไปแล้ว ไม่ต้องกังวลข้าไม่มีอะไรไม่คิดอะไรกับหนานอันหรอก แล้วก็แซวหมินเต๋อว่า ทำไมเจ้าเรียกข้าแต่ เว่ยหยาง เว่ยหยาง เว่ยหยางทั้งวัน ไม่เบื่อบ้างเหรอ เมื่อไหร่จะเรียกข้าว่าพี่สาวซักที....หมินเต๋อก็บอกประมาณฝันไปเถอะ

ในงานเลี้ยง พวกคุณหญิงคุณนาย (ปากดี) ทั้งหลายก็กำลังนินทาเว่ยหยางอยู่ประมาณว่าถูกเลียงมาในป่า ไม่มีการอบรมไม่มีความเป็นกุลสตรี ได้ตำแหน่งมาจากจักรพรรดิ์คงฟลุ๊คมากๆ  ไม่มีใครเหมาะสมเท่าฉางเล่อ เว่ยหยางได้ยินแต่ก็ไม่พูดอะไรเดินเข้ามาในงาน พอทุกคนเห็นเว่ยหยางเดินเข้ามาข้างในพวกคุณหญิงคุณนายก็วิจารณ์กันว่า อุ๊ยสวยดูดีมีสกุลมีมารยาท สวยงามมาก พ่อเว่ยหยางก็แนะนำเว่ยหยางให้รู้จักกับเพื่อนๆ พ่อ ....หนานอันเข้ามาในงาน ฉางซือรีบเข้ามาทำความเคารพแต่หนานอันไม่ใส่ใจ จากนั้นคนใช้ก็ประกาศว่าองค์ชายผิงอันกํบองค์ชายเกาหยางมาถึงแล้ว..ทุกคนก็ต้อนรับ เกาหยางเอาปิ่นของขวัญมาให้เว่ยหยาง เว่ยหยางขอบคุณเกาหยาง แต่เกาหยางบอกไม่ตอ้งขอบคุณข้าหรอกท่านแม่ข้าฝากมา (มเหสี จำปิ่นที่นางเลือกได้มั้ย ตกลงเว่ยหยางได้) ...เว่ยหยางบอกทุกคนว่าตอนนี้มีผู้ประสบภัยพิบัติมากมาย ตนไม่มีแก่ใจจะมานั่งทานอาหารและฟังเพลง ขอเชิญทุกท่านไปลอยประทีปกันข้างนอกเถิด...เกาหยางสังเกตว่าหนานอันสนใจเว่ยหยาง.........ในบริเวณลอยกระทง..ฉางเล่อรีบเข้ามาหาเกาหยางแล้วพูดประมาณว่า ข้าต้องขอโทษที่ทำให้องค์ชายเกาหยางผิดหวัง ข้าเสียใจ...เกาหยางไม่ได้มองที่ฉางเล่อ แต่มองหาเว่ยหยางแต่ก็พูดกับฉางเล่อว่าไม่เป็นไรไม่ต้องขอโทษข้าหรอก แล้วเกาหยางก็รีบเดินออกไปพร้อมกับบ่นว่า..ข้าจะผิดหวังในตัวเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อข้าไม่เคยหวังอะไรในตัวเจ้าเลย ...........(เสียดายฉางเล่อไม่ได้ยิน )...

ฉากลอยกระทงสวยดี

เกาหยางเดินมาลอยกระทงคู่กับเว่ยหยาง ตอนเว่ยหยางกำลังหลับตาอธิษฐาน แล้วกระทงก็ลอยคู่กัน....หวานๆ ไป......ฉางรู่นำกระทงมาให้หนานอัน หนานอันพูดขอบคุณแม่นางฉางรู่ ฉางรู่ดีใจมากที่หนานอันจำชื่อตนเองได้ จึงบอกว่าดีใจที่องค์ชายจำชื่อได้ หนานอันก็บอกว่าข้าย่อมจำได้เพราะท่านเป็นน้องสาวของเว่ยหยาง ข้าไม่ลอยกระทงหรอก ท่าน(ฉางรู่) ลอยให้สนุกเถิด แล้วหนานอันก็เดินออกไป....ฉางรู่รำพึงทำไมท่านไม่จำข้าได้เพราะเราเคยเจอกันมานานแล้ว (ประมาณว่าอยากให้จำได้ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก)............. อยู่ๆ คนก็โวยวายขึ้นมาเพราะมีร่างของซือเหยียนลอยมา หมินเฟิงตกใจมาก เว่ยหยางกับไป๋จื่อก็ทำเป็นตกใจ  หลีเสี่ยวหราน ก็สั่งคนให้เอาซือเหยียนขึ้นมา เว่ยหยางก็พูดดังๆ ว่าเอ๊ะซือเหยียนไปอยู่เป็นเมีย(น้อย)ของหมินเฟิงแล้วนี่ทำไมมาอยู่ที่นี่แล้วทำไมเสียชีวิต ฉิหยุ่นรั่วรีบบอกว่าจะเป็นไปได้ยังไงเว่ยหยางซือเหยียนเป็นคนใช้ของเจ้า จะมาเป็นเมียของหมินเฟิงได้ยังไง ทุกคนอย่าเชื่อ ....เว่ยหยางก็เล่าเหตุการณ์ว่าซือเหยียนเป็นเมียหมินเฟิงแน่นอนเพราะท่านพ่อ (หลีเสี่ยวหราน) รับปากให้รางวัลเว่ยหยางแล้วเว่ยหยางขอพ่อให้ซือเหยียนได้เป็นเมียและไปอยู่ที่ห้องของหมินเฟิง....ฉิหยุนรั่วสังคนให้เอาร่างซือเหยียนไป แต่ไป๋จื่อรีบไปเปิดแขนของซือเหยียนเพื่อโชว์รอยแผลที่ถูกหมินเฟิงทำร้าย ทำให้ทุกคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ว่าหมินเฟิงโหดร้าย....ทำร้ายซือเหยียนที่เป็นเมียตัวเอง....

หลังงานเลี้ยงจบตัดมาที่วังของเกาหยาง เกาหยางนั่งคิดถึงเว่ยหยาง เห็นคนสนิทเข้ามาพอดีเลยให้มานั่งตรงข้ามว่าถามว่า เจ้าเคยมีความรักมั้ย เคยชอบใครมั้ย แล้วเคยคิดถึงใครมั้ย (ประมาณนี้) ทุกคำถามคนสนิทของเกาหยางตอบว่าไม่เคย เกาหยางเลยว่าคนสนิทว่า ในเมื่อเจ้าไม่เคยมีเรื่องพวกนี้เลยซักนิดแล้วคราวที่แล้วเจ้ามีหน้ามาให้คำปรึกษาข้าได้ไงเหรอ ......แล้วเกาหยางก็เดินจากไป..

ตัดมาที่พระราชวัง...จักรพรรดิ์อ่านรายงานแล้วขว้างทิ้ง ตำหนิเสนาบดีหลีว่า นี่ลูกชายเจ้าทำถึงขั้นนี้เชียวหรือ ส่วนรวมทำให้เกิดเรื่องใหญ่ จลาจลหนัก ส่วนตัวฆ่าเมีย(น้อย) ตัวเองอย่างโหดเหี้ยม นี่เจ้าสอนลูกเจ้ายังไง เอาล่ะข้าจะสั่งสอนลูกชายเจ้าแทนเจ้าเอง แล้วก็สั่งทหารให้หมินเฟิงถูกเนรเทศออกไปจากเมืองผิงและห้ามเหยียบเข้ามาอีกตลอดชีวิต เสนาบดีหลีต้องจำยอมรับราชโองการ (ทำไรไม่ได้)......แล้วจักรพรรดิ์ก็ตำหนิหนานอันว่าเป็นเพราะเจ้าแนะนำหมินเฟิงสุดเลวมาให้ข้ารู้จักและให้ตำแหน่ง เจ้าแย่มากดูคนไม่เป็น หนานอันเสียหน้ามาก กลับมาถึงที่พักก็คว้ากระบี่มารำระบายความโกรธ แล้วก็บ่นประมาณว่าไม่น่าดึงมัน (หมินเฟิง) เข้ามาช่วยทำงานเลยแทนที่จะดีมีผลงานกับทำให้จักรพรรดิ์โกรธอีก แล้วก็คิดว่าต้องหาวิธีอื่น กะเล็งเว่ยหยางนั่นแหละ แต่คนสนิทไม่เข้าใจตอนแรกเลยถามหนานอันว่า ท่านจะแต่งงานกับหลีฉางเล่อใช่มั้ย หนานอันตอบแบบเจ้าคิดว่าจักรพรรดิ์จะอนุญาตให้ข้าแต่งกับฉางเล่อเหรอ (สร้างเรื่องซะขนาดนี้) ข้าว่าผู้หญิงบางคนเป็นดั่งไข่มุก สวยดูมีค่าแต่ไม่น่าจดจำ  แต่ผู้หญิงบางคนดูธรรมดา ไม่มีอะไร แต่ฉลาด เก่ง ข้าสนใจผุ้หญิงแบบนี้มากกว่า.................................ทหารมานำตัวหมินเฟิงไปจากคฤหาสน์ตระกูลหลี

เว่ยหยางจุดเทียนไว้อาลัยให้ซือเหยียน ไป๋จื่อเข้ามาหาเว่ยหยาง และรายงานว่าหมินเฟิงถูกทหารนำตัวไปแล้ว หมินเฟิงฆ่าซือเหยียนอย่างโหดร้าย เว่ยหยางเปรยๆ ว่าหมินเฟิงต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม ซือเหยียนต้องได้รับการแก้แค้น ...เว่ยหยางนึกถึงคำสาบานของซือเหยียน แล้วพูดประมาณว่าขอให้เจ้าอย่าห่วง ไปสู่สุขคติ เพราะหมินเฟิงต้องได้รับการลงโทษจากสาสม............ตัดมาที่หมินเฟิงอยู่ในกงกำลังเนรเทศไปจากเมืองหลวง ..จินเถาออกมาฆ่าหมินเฟิงตาย....ตัดมาที่คฤหาสน์ตระกูลหลี ฉิหยุนรั่วพยายามขอร้องให้หลีเสี่ยวหรานหาทางช่วยหมินเฟิง หลีเสี่ยวหรานบอกข้าทำอะไรไม่ได้เพราะจักรพรรดิ์สั่งเอง ฉิหยุนรั่วก็พูดประมาณว่าถ้าเจ้ากลัว (ตระกูลหลี) ตระกูล ฉิหยุนของข้าไม่กลัว ...หลีเสี่ยวหรานดึงสติฉิหยุนรั่วว่าเจ้าจะบ้าแล้วเหรอ.....ฉิหยุนรั่วชี้หน้าเว่ยหยางและบอกว่าเว่ยหยางเป็นต้นเหตุทุกอย่าง นางกาลกิณี บลา บลา บลา....เว่ยหยางก็ทำหน้าใสๆ (หนูไม่รู้)...คนใช้เข้ามารายงานว่าหลีหมินเฟิงถูกฆ่าตายระหว่างทางแล้ว ฉิหยุนรั่วเสียใจร้องไห้หนักมาก....

หมินเต๋อมาคุยกับเว่ยหยางและถามว่าเว่ยหยางเป็นคนวางแผน (ในวันลอยกระทง) ใช่มั้ย เว่ยหยางบอกว่าใช่ ต้องแก้แค้นให้ซือเหยียน หมินเฟิงเลวมากมันสาสมแล้ว แต่ถ้าไม่คิดว่าหมินเฟิงจะตาย (ขัดใจคอนิยายอย่างแรง ในนิยายไม่มีอะไรที่เว่ยหยางจะไม่รู้ทำเองวางแผนเองทุกอย่าง แต่ในซีรี่ย์ใสๆ สวยๆ มากเกิน) หมินเต๋อก็บอกว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้มากขึ้น ฉิหยุนรั่วคงไม่ปล่อยเจ้าไว้ แต่เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเจ้ามีข้าอยู่ข้าจะปกป้องเจ้าเอง เว่ยหยางหัวเราะ หมินเต๋อบอกข้ามีอะไรจะให้แล้วก็เอาตุ๊กตาแกะสลักมาให้เว่ยหยาง (แกะเป็นเว่ยหยาง) บอกว่าทำเอง เว่ยหยางขอบคุณและพูดประมาณว่าชอบมากเลยข้าไม่มีใครให้ของขวัญมานานแล้ว...หมินเต๋อยิ้มมีความสุข

ทางด้านฉิหยุนรั่วก็ร้องไห้กอดเสื้อผ้าของหมินเฟิงอยู่ ฉางเล่อนำซุปมาให้........


ตอนที่ 13

ฉิหยุนรั่วร้องไห้คร่ำครวญถึงหมินเฟิง ฉางเล่อนำซุบเข้ามาให้กินฉิหยุนรั่วก็ปัดตกพื้นและพร่ำบอกฉางเล่อให้จดจำวันนี้ให้ดี หมินเฟิงตายเพราะเว่ยหยาง เจ้าต้องให้เว่ยหยางชดใช้เป็นสองเท่า ชีวิตของหมินเฟิงต้องใช้ชีวิตเว่ยหยางมาไหว้ ฉางเล่อรับปาก..

หนังหน้าคุณแม่ ดีจริงๆ ชมนะ


ฉางรู่นั่งดื่มชาอยู่ แม่ฉางรู่เข้ามา แล้วก็คุยกันเรื่องหมินเฟิง แม่ฉางรู่ดีใจที่ในที่สุดฉิหยุนรั่วก็โดนสวรรค์ลงโทษ (แล้วก็นึกถึงตอนที่โดนตบ) ฉางรู่ให้คนสนิทปิดประตูแล้วพูดประมาณว่าสายของป้ารั่วมีอยู่เต็มคฤหาสน์อย่าพูดดัง แม่ก็พูดประมาณแม้กระทั่งเขตของพวกเราข้าพูดยังต้องระวังอีกเหรอ หึ ฉิหยุนรั่วนางทำให้ข้ากับท่านพี่ (สามี) ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย (น่าจะถูกส่งไปทำงานอยู่ที่เมืองอื่น หรือเปล่านะ) คราวนี้ลูกชายฉิหยุนรั่วมาตายไป ช่างสาสมกับนางจริงๆ   แล้วก็ถามฉางซือว่าทำไมวันนี้อยู่ห้อง ไม่ไปอยู่กับป้ารั่ว ฉางซือบอกตอนนี้ป้ารั่วเศร้าโศก อาละวาดทุกคนทุกวัน ตนไม่ไปให้โดน หรอก แล้วก็พูดขึ้นว่าพวกท่านว่าจริงมั้ยที่คนใช้พูดกันว่าการการของหมินเฟิงเป็นฝีมือของเว่ยหยาง ฉางรู่กับแม่ฉางรู่ก็พูดประมาณเจ้าอย่าไปเชือพวกคำนินทาของคนใช้มาก แต่ฉางซือบอกว่ายังไงการตายของหมินเฟิงก็ดูแปลกๆ อยู่ดี ต้องมีอะไรแน่ๆ....

แม่ของเว่ยหยางข้องใจเรื่องลอยปานแดงที่ข้อมือเว่ยหยาง จึงให้คนสนิทไปตามหมอมา แล้วถามหมอว่าเป็นไปได้มั้ยที่ปานแต่กำเนินจะเพิ่งมาปรากฏตอนโต หมอบอกคนโตขึ้นปานอาจจะเปลี่ยนขนาดหรือเปลี่ยนสีได้ แต่ถ้าเพิ่งมาเกิดขึ้นตอนโตเลย ไม่เคยมีมาก่อนในชั่วชีวิตที่เป็นหมอมา แม่เว่ยหยางขอบคุณและให้คนสนิทไปส่งหมอ...แต่หมอดันมาเจอซุนหมิงคนสนิทของฉิหยุนรั่วก่อน เลยโดนพาไปหาฉิหยุนรั่ว ฉิหยุนรั่วถามเรื่องราวจากหมอแล้ว ก็มาคิดประมวลดูแล้วก็พูดว่าต้องเป็นเพราะเว่ยหยางแน่นอน มีสิ่งปกติกับเว่ยหยาง (นึกถึงตอนจับมือเว่ยหยาง มือนิ่มเนียนสวย และความรู้ที่เว่ยหยางทำแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ)..ต้องสืบให้ได้ ต้องฆ่าเว่ยหยางให้ได้...

ทางด้านองค์ชายเกาหยางคิดถึงเว่ยหยางแต่ไม่มีทางออกเพราะเว่ยหยางทำตัวแปลกไป สั่งคนสนิทให้เตรียมม้าเพราะเครียดจะไปบ้านตระกูลหลี คนสนิทเลยถามว่าท่านจะไปงานศพของลูกชายเสนาบดีหลีใช่มั้ย องค์ชายบอกว่าใครอยากจะไปเคารพศพคนไม่ดีคนนั้น คนสนิทเลยอ๋อออ ท่านจะไปพบแม่นางหลีเว่ยหยางละซิ? ท่านยังไม่ยอมวางมืออีก ท่านไม่อายเหรอ (ไม่ตามตื้ออยู่ได้) เกาหยางยกฝ่ามือขึ้นมากแล้วบอกให้ดูมือ แล้วก็ผลักหัวคนสนิทซะ (น่ารักดี)... ตัดมาที่บ้านตระกูลหลี หลีเสี่ยวหรานให้การต้อนรับองค์ชายเกาหยาง จากนั้นบอกว่ายังมีภาระกิจที่ต้องจัดทำสำหรับงานศพหมินเฟิงไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนได้ เกาหยางก็บอกท่านตามสบายข้ามีคุณชายเหลี (หมินเต๋อ) อยู่เป็นเพื่อนแล้วไม่ต้องห่วง หลังจากหลีเสี่ยวหรานไปแล้ว เกาหยางก็มองหาเว่ยหยาง จนหมินเต๋อถามว่าท่านมองหาอะไร องค์ชายบอกเปล่า ข้าแค่.........แล้วก็วิ่งไปทางสวน แล้วก็มาเห็นเว่ยหยางกำลังชมดอกไม้ (มีโมเมนต์อีกละ )... ตะลึงกันไปทั้ง 3 ฝ่าย ^_^

อร๊ายยยยย ฉากแบบนี้ เราจะไม่ทน 5555


อะจึ๋ยยย


ตะลึง


คนสนิทฉางเล่อไปบอกฉางเล่อว่ามีแขกมาตอนแรกฉางเล่อก็ไม่สนใจแต่พอได้ยินว่าเป็นองค์ชายเกาหยางก็บอกให้คนสนิทช่วยแต่งตัวให้สวย.....แล้วรีบออกเอาพิณไปที่สวนเช่นกัน ในขณะที่หิมะตก เกาหยางและหมินเต๋อยังตะลึงอยู่นั้น เกาหยางก็วิ่งมาหาเว่ยหยาง แล้วจะปัดแก้มให้เพราะมีหิมะติดอยู่แต่เว่ยหยางถอยหลบ เกาหยางชะงัก เว่ยหยางบอกมีธุระต้องทำขอตัว เกาหยางก็พูดประมาณว่าข้าเพิ่งมาถึงเจ้าก็มีธุระซะละ ตอนนี้แม้แต่ขายื่นแขนไปสุดแขนก็ยังไม่ถึงตัวเจ้าเลย (ประมาณน้อยใจ)..แล้วเสียงพิณของฉางเล่อก็ดังขึ้น คนสนิทฉางเล่อทำเป็นกระซิบบอกฉางเล่อผู้ทำสวยๆ ว่าไม่เห็นเกาหยาง ว่าเกาหยางอยู่ที่นี้ ฉางเล่อรีบทำความเคารพเกาหยาง และชวนเกาหยางเล่นพิณ หมินเต๋อเลยรีบสนับสนุนว่าเคยได้มีโอกาสฟังเสียงพิณที่เกาหยางบรรเลงกับฉางเล่อ เหมือนได้ฟังเพลงจากสวรรค์ประทานมา (อันนี้ชง เพื่อกันท่า นะ คิดว่า) ..องค์ชายเกาหยางเลยยื่นมือไปให้ฉางเล่อแล้วบอกตกลงเรามาบรรเลงพิณกัน..เว่ยหยางเห็นทั้งสองเล่นพิณกันอย่างไพเราะก็รีบเดินออกไป ไป๋จื่อตะโกนเรียกเว่ยหยาง ทำให้เกาหยางเห็นว่าเว่ยหยางเดินไปแล้ว เลยทิ้งฉางเล่อ วิ่งตามเว่ยหยางไป...ฉางเล่อโกรธ+เสียใจ เลยปัดพิณตกพื้นสายขาดกระจุย .หมินเต๋อหันหลังมามองฉางเล่อ (แบบเท่ห์ๆ น่ารักๆ )...

เพลงของเราสองคน


ชอบภาพนี้ของหมินเต๋อ


เกาหยางวิ่งตามเว่ยหยางมาทันแล้วก็ถามประมาณว่าเจ้าเป็นอะไร ทำไมเดินหนีมาซะเฉยๆ แบบนี้ เว่ยหยางบอกข้าไม่รู้จะอยู่ทำไม ข้าเห็นท่านกับฉางเล่อกำลังบรรเลงเพลงกันอย่างไพเราะแล้วจะให้ข้าทำอะไร แล้วก็พูดประมาณท่านมีฐานะสูงส่ง ห่างไกลจากข้ามาก ถึงแม้ว่่าข้าจะได้รับแต่งตั้งเป็นยอดหญิงแห่งอันผิง ท่านคิดว่ามันเพียงพอให้เราได้คู่ควรกันเหรอ ( ประมาณถึงแม้ตอนนี้จะมีตำแหน่งนิดหน่อยแต่ฐานะก็ยังห่างไกลกันมากอยู่ดี)....เว่ยหยางจะไปเกาหยางไม่ให้ไปจับข้อมือเว่ยหยางไว้ เว่ยหยาง ดุมากบอก ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้ ข้าบอกให้ปล่อย ตอนแรกเกาหยางไม่ปล่อย เว่ยหยางต้องย้ำอีกครั้ง ปล่อยมือข้า!!! คนสนิทมองกันตะลึง (ประมาณว่าเว่ยหยางลืมตัวว่าพูดกับใครอยู่ ดุองค์ชายได้ไงจ๊ะ)....

ในห้องเว่ยหยาง ไป๋จื่อ (น่ารักมาก) บอกเว่ยหยางว่าเว่ยหยาง "หึง" เกาหยางที่เล่นพิณคู่ฉางเล่อ เว่ยหยางบอกไม่มีทางจะหึงได้ไงไม่ได้คิดอะไร ไป๋จื่อเลยแซวว่าอ๋อท่านไม่ได้หึงท่านไม่ได้คิดอะไรกับองค์ชายแแล้วท่านเก็บพัดไม้ไผ่ขององค์ชายไว้ทำไม (พร้อมวิ่งไปหยิบมา) เว่ยหยางพูดบิดเบือนไปว่าข้าลืมไปแล้วว่ามีพัดขยะนี้อยู่ ไป๋จื่อทวนคำ อ๋อพัดขยะงั้นข้าจะทำลายมันแทนคุณหนูนะคะ เว่ยหยางรีบห้าม "เจ้ากล้าเหรอ คุกเข่า ถ้าเจ้ายังพูดอีกข้าจะให้เจ้าแต่งงานออกไปพรุ่งนี้" ไป๋จื่อเลยบอกว่าข้ากลัวแล้ว แล้ววิ่งออกไปจากห้อง ตอนวิ่งก็ตะโกนไปด้วย ท่านหึง ท่านกำลังหึง......เว่ยหยางนั่งมองพัดแล้วก็คิด....พยายามตัดใจ เดินเอาพัดไปเก็บไว้ในกล่อง  ตอนเก็บพัดมีคนแอบมองดู (หงส์ลั่ว นักฆ่าผู้หญิงคนของฉิหยุนรั่ว)..

ทางด้านเกาหยางกำลังยืนหัวเราะบ้าง หยุดคิดบ้าง หัวเราะบ้าง อยู่คนเดียว จนเสด็จแม่เดินเข้ามา เกาหยางปอกส้มให้เสด็จแม่แล้วถามว่า มีคนๆ หนึ่งข้ากับเขาเราเป็นเพื่อนกัน แต่แล้วตอนนี้เขาก็ทำตัวเปลี่ยนไปพยายามหลบหน้า แล้วก็ผลักไสอยู่ตลอดเวลา ทำอะไรก็ไม่ถูกใจ (ประมาณนี้) ท่านแม่ว่าเขาคิดยังไงกับข้า เขาทำอย่างนั้นทำไม พระมเหสีรับส้มไปกินแล้วบอก "หวาน" เกาหยางก็บอกว่าไม่ได้หมายถึงส้ม ข้าหมายถึงเขาคนนั้น แม่เลยบอกว่าที่ข้าพูดก็ไม่ได้หมายถึงส้ม ข้าหมายถึงเจ้ากับเขา "หวาน" เจ้าชอบคิดถึงเขาใช่มั้ย อยากเห็นหน้าเข้าตลอดเวลาใช่มั้ย อยากไปหาอยากอยู่ใกล้ตลอด ได้ยินเสียงก็มีความสูข? เกาหยางถามอ้าวท่านแม่ทำไมรู้ละ ...แม่เลยบอกเขาเป็นผู้หญิงละซิ งั้นเจ้าก็ตกหลุมรักเธอละล่ะ ....เกาหยางก็ "ฮ่ะะะะ อะไร ข้ารักนางเหรอ"  แม่ก็เลยถามว่าเป็นคุณหนูตระกูลไหน..เกาหยางหลุดปากไปว่าตระกูลหลี แล้วก็อุ๊บบบ อายเดินออกไป...พระมเหสีก็รำพึงรำพัน ลูกจูของแม่โตแล้วจริงๆ เอ๊ะคุณหนูตระกูลหลี ต้องเป็นหลีฉางเล่อแน่นอน แล้วก็ยิ้ม................. (โถ้วว คุณแม่)

หงส์ลั่วส่งข่าวมาให้ฉิหยุนรั่วว่าเว่ยหยางตัวจริงตายแล้ว เว่ยหยางที่อยู่ในบ้านตอนนี้เป็นตัวปลอม ฉิหยุนรั่วยิ้มร้ายแล้วก็วางแผนกำจัดเว่ยหยาง...........ฉิหยุนรั่วมาเอาใจ ดูแลและนวดให้ท่านยา ท่านย่าขอบใจและแสดงความเสียใจที่ต้องเสียหลานชายไป ทำไมหลานข้าต้องมาเสียชีวิตก่อนข้าซึ่งเป็นคนแก่เสียอีก ..ฉิหยุนรั่วเลยบอกทุกคนว่าจะพาทุกคน (ผู้หญิง) ในบ้านไปค้างที่วัดเพื่อทำบุญสวดมนต์ขอพรให้มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้น ท่านย่าเห็นด้วย เว่ยหยางรีบบอกทุกคนว่าขออยู่ดูแลท่านย่าเอง แต่ท่านย่าบอกให้เว่ยหยางไปด้วย...ฉิหยุนรั่วยิ้ม..วันเดินทางมาที่วัด ทุกคนพร้อมที่หน้าประตูเว่ยหยางทักหมินเต๋อว่ามีแต่ผู้หญิงไปทำไมคราวนี้เจ้าถึงไปละ หมินเต๋อตอบประมาณว่าข้าก็ไม่ได้อยากจะไป (แหงะ) แต่ข้าว่าทุกครั้งที่ข้าไปไหนกับท่านจะมีอันตรายเกิดขึ้นทุกครั้ง ข้าเลยคิดว่าครั้งนี้ก็ไปด้วยน่าจะดีกว่าท่านแม่ข้าก็อยากให้ข้าไปอยู่แล้ว..เว่ยหยางก็บอกหมินเต๋อว่าข้ารู้เจ้าเป็นห่วงข้า (หมินเต๋ออาย) แล้วเว่ยหยางก็ควงแขนหมินเต๋อ ข้ารักเจ้าที่สุดเลยน้องชายที่น่ารักของข้า ..หมินเต๋อสลัดแขนออกจากเว่ยหยางแล้วบอกว่า ใครบอกว่าข้าเป็นน้องชายเจ้า เจ้ากับข้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันทางสายเลือดเลยนะ อย่ามาเรียกข้าว่าน้องชาย ..เว่ยหยางหัวเราะแล้วก็ล้อหมินเต๋อ หมินเต๋อเดินหนีไป ฉางรู่จึงบอกเว่ยหยางว่าพวกเราก็ไปกันเถอะ แล้วขบวนก็เดินทางไปวัด...

ที่วัดฉางเล่อกับฉิหยุนรั่วมาถึงแล้วก็สั่งให้บรรดาคนใช้ไปเตรียมสถานที่ (จะบริจาคของ)และเอาของไปเก็บที่ห้องพักในวัด จากนั้นก็คุยกับฉิหยุนรั่ว ฉิหยุนรั่วก็พูดประมาณไม่ให้ฉางเล่อกังวลเพราะทุกอย่างแม่วางแผนเตรียมการพร้อมไว้หมดแล้ว......ด้านเว่ยหยางพบกับจินเถา จินเถาขอให้เว่ยหยางพามาอยู่ข้างกายเพราะไม่ต้องการแยกจากกันอีก เว่ยหยางพาจินเถามาขออนุญาตกับฉิหยุนรั่ว ฉางเล่อไม่อยากรับจินเถาเพราะมีกระบี่และดูน่ากลัว จินเถาบอกขอมอบกายถวายชีวิตดูแลเว่ยหยางเพราะเว่ยหยางเคยช่วยชีวิตไว้ ถ้าผิดคำสามารถขอให้ไม่ตายดีแล้วก็ตัดหินขาด ฉางเล่อตกใจ ฉิหยุนรั่วอนุญาต จินเถาจึงได้อยู่กับเว่ยหยาง..............ฉางเล่อถามแม่ว่าทำไมอนุญาตก็เท่ากับว่าเว่ยหยางมีพวกมากขึ้น ฉิหยุนรั่วบอกเห็นจินเถาลักษณะแบบนี้ไม่น่าจะซื่อสัตย์อะไรเท่าไหร่หรอก ข้าจะให้ทั้งสองคนทำงานร่วมกัน อีกไม่นานก็จะกำจัดทั้งคู่ออกไปได้ไม่ต้องห่วง ......

ที่วัด ทั้งองค์ชายหนานอัน องค์ชายเกาหยางก็มา เพราะต่างก็ได้ยินว่าผู้หญิงของตระกูลหลีเดินทางมาสวดมนต์ขอพรพระที่นี่ ...เกาหยางพยายามชวนเว่ยหยางไปทำพิธีสวดมนต์จุดเทียนด้วยกัน แต่เว่ยหยางปฏิเสธบอกว่านัดกับหมินเต๋อไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไปดึงหมินเต๋อไป ...เกาหยางเลยรีบวิ่งตามไป ฉางเล่อก็ตามเกาหยางไป เหลือหนานอันยืนอยู่ ฉางรู่รีบเดินเข้ามาแล้วบอกว่าที่วัดนี้มีดอก (ชื่ออะไรไม่รู้ 55 ) หาชมได้เฉพาะที่วัดนี้อยากพาองค์ชายไปชม หนานอันเลยไปกับฉางรู่....แล้วฉางรู่ก็พูดให้หนานอันคิดอีกล่ะ..ประมาณว่า..ท่านรู้จักดอกกล้วยไม้ (อืมม ไม่แน่ใจแต่เป็นพวกกาฝาก ต้นไม้เล็กๆ) ชนิดนี้มั้ย หนานอันบอกไม่รู้จักทำไมเหรอ ฉางรู่ก็พูดต่อประมาณว่ามันเป็นต้นไม้เล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่ จะประสานเกาะเกี่ยวกันแน่นกับต้นไม้ใหญ่จนแยกไม่ออก มันเจาะอาหารและดูดน้ำจากต้นไม้ใหญ่ จนกระทั่งต้นไม้ใหญ่ตายลง แต่ต้นกล้วยไม้ (ต้นไม้เล็กๆชนิดนี้) ยังมีชีวิตอยู่อย่างดี........หนานอันคิดตามแล้วมองหน้าฉางรู่ ฉางรู่รีบบอกหนานอันว่า ข้าพูดอะไรโหดร้ายไปหรือเปล่า...หนานอันบอกเจ้าพูดกฏการเลือกผู้รอดชีวิตตามธรรมชาติอยู่ จะโหดร้ายได้อย่างไร.....(นางจะสื่อว่าอะไร? บอกแผนเพื่อให้ได้เป็นรัชทายาท หรือจะบอกว่าตัวฉางรู่ถึงจะไม่โด่งดังมีชื่อเสียง ก็สามารถช่วยหนานอันได้? หรือเลือกข้าข้าจะดูดให้ต้นไม้ใหญ่ตาย 5555 )...

ฉางเล่อพยายามตามเกาหยาง ฉางซือจึงเห็นเกาหยางพยายามวิ่งก็เลยถามว่าเมื่อตอนเด็กๆ ข้าจำได้ว่าองค์ชายเกาหยางชอบพี่ฉางเล่อขนาดเอ่ยปากว่าโตขึ้นจะแต่งงานกับพี่ฉางเล่อ แล้วทำไมตอนนี้เหมือนท่านไม่สนใจพี่ฉางเล่อละ องค์ชายก็บอกว่าขอแม่นางหลีอย่าได้ใส่ใจกับคำพูดตอนเด็ก ของข้าเลยยังเด็กมากก็พูดไปไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้โตแล้วก็อย่าไปใส่ใจมันเลย ฉางเล่อหน้าเสีย แล้วก็ทวนคำ...อย่าไปใส่ใจมัน(คำพูดนั้น)เลย...เกาหยางหลบฉางเล่อไปอีกทางกับคนสนิท

เว่ยหยางพาหมินเต๋อหลบจากเกาหยางมาได้ หมินเต๋อบ่นประมาณว่าทำไมพวกองค์ชายไม่มีอะไรทำหรือไงมาตามเจ้า (เว่ยหยาง) อยู่ได้ เว่ยหยางบอกเขาไม่ได้มาตามข้าหรอก หมินเต๋อบอกที่ข้าเห็นตามแน่นอน เจ้าชอบองค์ชายเหรอเว่ยหยางรีบปฏิเสธบอกไม่ชอบแน่นอนเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง หมินเต๋อบอกเป็นห่วงเพราะเจ้าไม่ แต่พวกเขาต้องชอบเจ้าแน่นอนจะห้ามยังไง เว่ยหยางบอกหมินเต๋อว่ามีวิธีรับมือ..จากนั้นคนรับใช้มาตามให้เว่ยหยางกับหมินเต๋อไปช่วยแจกของหน้าวัด ..ที่หน้าวัดทุกคนก็มาช่วยกันบริจาคของให้คนยากคนจน ..ก็มีป้าคนหนึ่งมาจากหมู่บ้านที่เว่ยหยางตัวจริงเคยอยู่ มาถามหาเว่ยหยาง ฉิหยุนรั่ว (แผนนาง) เลยรีบออกมาเรียกเว่ยหยางให้มาพบกับผู้หญิงชาวบ้านคนนั้น...พอป้าชาวบ้านเห็นก็ชี้หน้าบอกนี่ไม่ใช่เว่ยหยางนี่ ไม่ใช่แน่นอน ...ทุกคนก็งง...ฉิหยุนรั่วหันไปมองเว่ยหยางแล้วบอกว่า ข้าหวังว่าเจ้าจะมีคำอธิบายที่ดีให้พวกเรานะ.............

ถึงกับชี้หน้ากันเลยทีเดียว


ฉิหยุนรั่วกลับมาบ้าน หลีเสี่ยวหรานเข้ามาในห้องแล้วถามว่าเจ้าเรียกข้ากลับมาบ้านด่วนขนาดนี้และเจ้าถึงกลับยกเลิกการทำบุญมีเรื่องอะไร ฉิหยุนรั่วก็ใส่ไฟเรื่อง เว่ยหยางคนนี้ต้องเป็นตัวปลอมแน่นอนหลีเสี่ยวหรานก็งงๆ แล้วพูดประมาณเดี๋ยวค่อยมาสอบถามก็ได้ แต่ฉิหยุนรั่วรีบบอกไม่ได้ต้องไต่สวนเลยเพราะมีองค์ชายหนานอัน กับองค์ชายเกาหยาง อยู่ในเหตุการณ์ด้วย (อ้าง) ทั้งสององค์ชายก็สงสัยเป็นอย่างมาก เราต้องทำให้เรื่องราวทุกอย่างกระจ่าง และอย่าลืมว่าตอนนี้เว่ยหยางได้รับตำแหน่งจากฮ่องเต้เองเลยให้เป็นยอดหญิงแห่งอันผิง เท่ากับเป็นการหลอกจักรพรรดิ์ด้วย โทษหนัก...หลีเสี่ยวหรานเลยบอกว่าเรื่องรับโทษไม่ต้องห่วงข้าจะปล่อยให้เว่ยหยางไปแก้ตัวต่อหน้าจักรพรรดิ์เอง (ไม่เกี่ยวกับพวกเรา) ......(โถ้วววว คุณพ่อง) 

ทางด้านเว่ยหยางกับจินเถาและไป๋จื่อถูกกักบริเวณอยู่ที่ห้อง เว่ยหยางรู้ล่ะว่าต้องแผนของฉิหยุนรั่วแน่ๆ แล้วก็รอเรียกไปไต่สวนที่ห้องโถงใหญ่...............

ตอนที่ 14

จินเถาบอกเว่ยหยางว่าจะไปฆ่าพวกยามที่เฝ้าหน้าประตู และฉิหยุนรั่วซะจะได้หมดเรื่อง เว่ยหยางห้ามไว้และบอกว่าถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับเดินเข้ากับดักของฉิหยุนรั่ว เว่ยหยางจับมือไป๋จื่อถามไป๋จื่อว่าเจ้าเชื่อว่าข้าเป็นตัวปลอมมั้ย ไป๋จื่อบอกไม่เชื่อ แต่ถึงแม้เว่ยหยางจะเป็นอะไร ไป๋จื่อก็จะซื่อสัตย์และอยู่ข้างเว่ยหยางตลอดไป เว่ยหยางขอบใจไป๋จื่อ

ทางด้านดับเบิ้ลเลว + พ่อ กำลังคุยกันพ่อสั่งให้คนนำตัวเว่ยหยางไปสอบสวนที่ห้องโถง เป็นเวลาเดียวกับคนมารายงานว่าองค์ชายหนานอันและเกาหยางมาถึงแล้ว พ่อรีบออกไปต้อนรับ ส่วนฉิหยุนรั่วยิ้มพูดกับฉางเล่ว่า องค์ชายทั้งสองช่างมาได้เวลาเหมาะสมจริงๆ ถ้าองค์ชายไม่มาพ่อของเจ้าอาจไม่เอาผิดเว่ยหยางถึงแม้จะเป็นตัวปลอม เพราะเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิ์แล้ว แต่ถ้ามีองค์ชายทั้ง 2 มาร่วมด้วย ยังไงเว่ยหยางตัวปลอมก็ไม่มีทางเลือก มีทางเดียวเท่านั้นคือตาย ข้าจะให้เว่ยหยางได้ชดใช้ชีวิตแก้แค้นให้พี่ชายเจ้า

ในห้องโถงมีการนำตัวหญิงชาวบ้านมาชี้ตัวเว่ยหยาง นางชี้บอกเว่ยหยางคนนี้เป็นตัวปลอม----เกาหยางสังเกตุเห็นฉางเล่อยิ้มกระหยิ่ม ดีใจก็แปลกใจ (มันต้องมีอะไรแน่ๆ) เว่ยหยางบอกทุกคนว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ เพราะปกติแล้วไม่ออกจากบ้านเลยไม่รู้จักใคร ฉิหยุนรั่วจึงให้นำ มนุษย์ป้าวันนั้นออกมา เว่ยหยางมีท่าทางตกใจเล็กน้อยแต่ทำเฉยๆไว้ ฉิหยุนรั่วพูดข่มขู่มนุษย์ป้าว่าให้พูดความจริง ไม่เช่นนั้นไม่แค่เจ้าจะเดือดร้อนครอบครัวของเจ้าด้วย เกาหยางมองหน้าฉิหยุนรั่วเพราะพูดจาข่มขู่พยาน...มนุษย์ป้าก็รับปากว่าจะพูดความจริง พ่อเว่ยหยางถามป้าหลิวว่ารู้ักผู้หญิงที่นั่งข้างๆ มั้ย ป้าหลิวบอกรู้จักซิเพราะป้าเกาบ้านอยู่ใกล้กัน แล้วก็ถามป้าหลิวต่อว่าแล้วผู้หญิงคนข้างๆ ที่ยืนอยู่นั่นล่ะ ป้าหลิวก็ตอบว่าก็คุณหนูรองหลีเว่ยหยางไง ป้าเกาที่นั่งข้างๆ ก็โวยวายว่าเจ้าจะบ้าเหรอนี้ไม่ใช่คุณหนูรองหลีเว่ยหยางซักหน่อยเจ้าโกหกเดี๋ยวเจ้าต้องโดนตัดลิ้น ป้าหลิวก็ร้องบอกข้าไม่กล้า ข้าไม่กล้า พ่อเว่ยหยางทุบโต๊ะแล้วบอกว่าบังอาจ พูดความจริงมาเดี๋ยวนี้---ป้าหลิวเลยบอกว่าข้าจะพูดความจริงที่จริงแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เว่ยหยาง--เว่ยหยางจึงแทรกว่าอ้าวป้าทำไมท่านถึงพูดใส่ร้ายข้าแบบนั้นล่ะ เกาหยางก็ว่าป้าหลิวประมาณว่าเจ้าจะมาโกหกสร้างเรื่องไม่ได้นะต้องพูดความจริงเท่านั้นไม่งั้นจะถูกลงโทษ---มนุษย์ป้า(หลิว) เหล่ไปมองหน้าเว่ยหยาง

หมินเต๋อป้อนเม็ดทานตะวันฉางซือ แบบ เบาเบา...

ด้านนอก หมินเต๋อ จินเถา ฉางรู่และฉางซือรออยู่ด้านนอก จินเถาต้องการบุกเข้าไปแต่หมินเต๋อห้ามไว้บอกว่าข้างในมีองค์ชายอยู่ตั้ง 2 พระองค์บุกเข้าไปแบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเว่ยหยางได้ แถมยังจะทำให้เดือดร้อนหนักมากกว่าที่เป็นอยู่ จินเถาจึงหยุดสติอารมณ์ ฉางซือพูดโพล่งขึ้นมาประมาณว่าเนี้ยนะถ้าเว่ยหยางเกิดเป็นตัวปลอมขึ้นมา ต้องถูกสั่งประหารแน่นอนเพราะถือว่าหลอกลวงเบื้องสูงไม่รอดแน่ และเว่ยหยางคนนี้ก็แปลกข้าว่าเป็นตัวปลอมแน่เลยหมินเต๋อก็เข้ามาว่าฉางซือว่าหุบปากซะ ฉางซือโกรธหมินเต๋อจึงว่าหมินเต๋อประมาณว่าเจ้าเป็นอะไร ทำไมข้าจะพูดไม่ได้ อ๋อเจ้ามีความสัมพันธ์พิเศษที่พูดไม่ได้กับเว่ยหยางใช่มั้ย หมินเต๋อเลยกระแทกจานที่ใส่เม็ดทานตะวันสาดกระจายเต็มหน้าฉางซือ พร้อมบอกว่าถ้าเจ้าไม่หยุดจะไม่ใช่แค่ เมล็ดทานตะวันที่จะโดนหน้าเจ้านะ...(เดี๋ยวจะจัดให้หนักกว่าเดิม)...ฉางซือโกรธแต่ก็ไม่พูดอะไร

ข้างในห้องโถง เว่ยหยางบอกป้าหลิวให้พูดความจริงเจ้ารู้ใช่มั้ยว่าความผิดฐานโกหกเบื้องสูงเป็นไง ป้าหลิวบอกข้าไม่กล้าโกหก เว่ยหยางคนนี้เป็นตัวปลอม---พ่อเว่ยหยางชี้ไปที่เว่ยหยางแล้วถามป้าหลิวว่าแล้วคนนี้ที่แท้เป็นใคร ป้าหลิวตอบว่าไม่รู้แน่ชัดเว่ยหยาง(ตัวจริง) พามาและตอนที่ตระกูลหลีส่งคนไปรับตัวเว่ยหยางตัวจริงตายแล้วข้าเลยปล่อยเลยตามเลยเชื่อนางให้นางมาเพราะกลัวความผิวที่คุณหนูรองตาย---พ่อเว่ยหยางก็ถามป้าหลิวว่าเจ้ามีหลักฐานยืนยันมั้ย ป้าหลิวบอกร่างของคุณหนูรองถูกเผาและฝังไว้หลังบ้านข้า----พ่อเว่ยหยางจึงสั่งให้คนไปขุดมาตามที่องค์ชายหนานอันเห็นด้วย หนานอันบอกให้ลองดู (หน้าเว่ยหยางกังวล) พ่อเว่ยหยางประกาศบอกเด๊่ยวเราจะได้รู้กัน ตอนนี้ให้นำตัวเว่ยหยางไปขังไว้ ห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด

ทางด้านฉางเล่อกับฉิหยุนรั่วนั่งคุยกัน (ตอนรอคนไปขุดศพ) ฉางเล่อถามแม่ว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าเว่ยหยางคนนี้เป็นตัวปลอม ฉิหยุนรั่วบอกว่าข้า "เดา" เอาเพราะแผนช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ ไม่มีทางเลยที่หญิงบ้านนอกไร้การศึกษาแบบเว่ยหยาง(ตัวจริง) จะเขียนได้ข้าจึงสั่งให้หงส์ลั่วไปสืบความจริงที่หมู่บ้านนั้น คนทั้งหมู่บ้านไม่มีใครเคยเห็นเว่ยหยางคนนี้เลย-----ซุนหมิง(คนใช้) ก็พูดขึ้นว่าตอนแรกป้าหลิวก็ไม่ยอมบอกแต่พอข้าเอาปิ่นปักผมของลูกป้าหลิวให้แกดู แกถึงยอมเล่าความจริงทุกอย่าง..(ขู่กันชัดๆ)...ฉางเล่อถามแม่ว่าแล้วท่านพ่อจะพิสูจน์จากศพได้อย่างไร ศพมันพูดไม่ได้ (เฮ้อ ฉางเล่อ โง่จริงจัง) ฉิหยุนรั่วยิ้มบอกไม่ต้องกังวลแม่เตียมวางแผนไว้หมดแล้ว ฉางเล่อตาวาวแล้วมองไปข้างนอกเห็นเกาหยางเดินผ่านที่พักตนจึงบอกแม่ให้พักผ่อน (ข้าขอไปตามผู้ชายก่อน ..) .ข้าก็จะไปพักผ่อนเช่นกันแล้วก็ลาฉิหยุนรั่ว แล้วรีบตามเกาหยางไป

เกาหยางมายืนมองที่คุมขังเว่ยหยางเห็นยามเฝ้าเต็มไปหมด ฉางเล่อเดินตามมาถึงก็ร้องเรียกองค์ชายเกาหยาง ทำให้เว่ยหยางได้ยินจึงเดินมามองที่ประตูสบตากันกับเกาหยางแล้วก็ปิดประตูเพราะแม่เว่ยหยางเข้ามานำอาหารมาให้เว่ยหยางกกิน เว่ยหยางถามแม่ว่าเข้ามาได้อย่างไรแม่บอกไป๋จื่อจัดการพูดกับทหารให้---เว่ยหยางเรียก "แม่ จริงๆ แล้วข้า..." แม่ตัดบทไม่ต้องพูดอะไร ข้าเห็นว่าฉิหยุนรั่วคอยแต่เฝ้าหาเรื่องเจ้าตลอดเวลาม้นเป็นข้าแท้ๆ ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย...แม่กำลังส่งถ้วยน้ำให้เว่ยหยางยามก็ตะโกนว่าหมดเวลาละ ออกไปได้ แม่เว่ยหยางตกใจทำน้ำหกใส่แขนเว่ยหยาง แม่เว่ยหยางเห็นปานแดงที่แขนข้างขวาของเว่ยหยางก็เงียบไป แล้วเดินออกไปเงียบๆ..

ฉางเล่อเจ้าควรเข้าใจอะไรง่ายๆ หน่อยนะ...

ฉางเล่อเดินมาคุยกับเกาหยางหน้าเรือนคุมขังเว่ยหยาง..

เกาหยาง-- เจ้า(ฉางเล่อ)เป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่มั้ย

ฉางเล่อ--ทำไมองค์ชายถามข้าเช่นนี้ละ ท่านคิดว่าข้าใส่ร้ายเว่ยหยางเหรอ

เกาหยาง--เจ้าไม่ได้ทำงั้นเหรอ?

ฉางเล่อ--เราเติบโตมาด้วยกัน ท่านเห็นข้าเป็นคนประเภทนั้นอย่างนั้นเหรอ เป็นเว่ยหยางต่างหากที่หลอกลวงทุกคน แฝงตัวเข้ามาในตระกูลหลีเพื่อผลประโยชน์ ใครจะรู้ต่อไปนางจะทำอะไรบ้าง ท่านไม่ว่าเว่ยหยางแต่ท่านตำหนิข้า องค์ชายท่านลำเอียงเกินไปแล้ว

เกาหยาง-- พวกเรายังไม่รู้ความจริงว่าเป็นเช่นใด แล้วจะมาพูดถึงผล ได้อย่างไร

ฉางเล่อ--แล้วถ้ามันเป็นความจริง (เว่ยหยางเป็นตัวปลอม) องค์ชายจะยังเชื่อเว่ยหยางอีกมั้ย

เกาหยาง--ถึงแม้ว่าจะเป็นความจริง (ตัวปลอม) ข้าเชื่อว่าเว่ยหยางมีเหตุผลของเธอ และเว่ยหยางไม่เคยทำร้ายใคร...และถ้าเป็นเจ้า (ฉางเล่อ) จริงๆ ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ข้าจะไม่ยอมนิ่งดูดายแน่ (ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่) (เกาหยางจ้องหน้าฉางเล่อ แล้วก็เดินออกมา) ฉางเล่อตะลึงแล้วรีบวิ่งตามเกาหยาง

ฉางเล่อ--องค์ชาย ข้าจำได้ตอนเราเป็นเด็กๆ ท่านสัญญากับข้าว่าจะแต่งงานกับข้าอย่างแน่นอน ตอนนี้ข้าขอทวงสัญญานั้น...

เกาหยาง--(ก้มหน้า) ข้าเสียใจแม่นางหลี ข้าขอโทษหากคำพูดของข้าตอนเด็กมีอิทธิพลกับเจ้าถึงเพียงนี้ ได้โปรดอภัยให้ข้า

ฉางเล่อ-- ท่านมาเล่นพิณกับข้าบ่อยๆ และพูดคุยเล่นกับข้าบ่อยๆ พวกเรามีความสุขกันมาก องค์ชายลืมเรื่องราวของเราหมดแล้วเหรอ

เกาหยาง--ความจริงแล้วข้าแค่ชื่นชมที่เจ้าเล่นพิณได้ไพเราะ นี้ข้าทำให้เจ้าเข้าใจผิดเหรอ

ฉางเล่อ-- เข้าใจผิด? ตลอดเวลาหลายปีมานี้ท่านบอกว่าข้าเข้าใจผิด ควรพูดใหม่ว่าท่านเปลี่ยนใจต่างหาก เพราะเว่ยหยาง..

เกาหยาง-- เกี่ยวอะไรกับเว่ยหยาง?

ฉางเล่อ-- ทานลบความทรงจำวัยเด็กแสนหวานของพวกเรา เราเป็นคู่ที่เหมาะสมกิ่งทองใบหยกที่สุด ท่านผิดคำสัญญากับข้าเพระเว่ยหยาง ทำไม? นางเป็นแค่ลูกสาวคนใช้ในบ้าน ไม่มีอะไรคู่ควรกับท่านเลย

เกาหยาง--ระวังคำพูดด้วยแม่นางหลี ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าเข้าใจผิด ขอโทษที่คำพูดข้าทำให้ทานทุกข์ใจ ขอให้เจ้าจงลืมซะ เพื่อชีวิตจะได้มีความสุข

ฉางเล่อ-- ความสุขของข้าเหรอ ความสุขของข้าคือได้ครองคู่กับองค์ชาย..(โอ้วววฉางเล่อตรงดี) ข้าตัดสินใจมานานแล้วข้าจะไม่มีใจให้ใครนอกจากองค์ชายคนเดียว ...(แล้วก็วิ่งไป)

หนานอันเดินมาหาเกาหยางแล้วก็พูดประมาณว่านี่เจ้าปฏิเสธแม่นางหลีฉางเล่อเหรอ เจ้านี่ช่างเป็นผู้ชายที่โชคดีจริงๆ หญิงที่สวยที่สุดของเมืองเพียบพร้อมทุกอย่างรักเจ้า เกาหยางบอกหนานอันอย่าล้อข้าเล่นเลย...หนานอันถามเกาหยางหากความจริงปรากฏว่าเว่ยหยางเป็นตัวปลอมโทษทานหลอกลวงจักรพรรดิ์ชีวิตนางคงไม่รอดตอนนี้มีเพียงพ่อนางคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยนางได้ แล้วเจ้าจะทำอย่างไร  เกาหยางตอบว่าอย่างไรก็ตามข้าเชื่อใจหลีเว่ยหยาง ข้าจะหาวิธีรับมือกับเรื่องนั่น (จักรพรรดิ์) ภายหลัง...แล้วเกาหยางก็เดินออกไป...คนสนิทของหนานอันถามหนานอันว่าเกาหยางจะทูลขอจักรพรรดิ์เพื่อเว่ยหยางจริงเหรอ หนานอันบอกนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและก็ดีมากต่อข้าด้วย จักรพรรดิ์จะปล่อยให้คนที่เห็นแก่ผู้หญิงมาปกป้องประเทศได้อย่างไร (ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์)...

ถ้าจะตื้อขนาดนี้....ฉางรู่นะฉางรู่


ฉางรู่เข้ามาคารวะทักทายหนานอัน แล้วฉางรู่พูดประมาณวาเกรงใจองค์ชายจริงๆ ปกติก็ภาระกิจเยอะอยู่แล้วยังต้องมาเสียเวลาเพราะเรื่องของตระกูลหลีอีก หนานอันบอกไม่เป็นไร แล้วเจ้าคิดยังไงกับเรื่องเว่ยหยาง ฉางรู่บอกประมาณว่าข้าไม่กล้าออกความเห็น แต่เท่าที่ข้าอยู่ร่วมกับนางมาข้าว่านางมีการศึกษาดีแตกต่างจากหญิงชาวบ้านนอกทั่วไป แต่นางสามารถทำให้จักรพรรดิ์และองค์ชายทุกคนโปรดได้ในเวลาอันสั้นมาก ข้า(ฉางรู่) ก็ยินดีและปลาบปลื้มที่มีญาติที่ฉลาดและดีอย่างนาง----- หนานอันทวนข้อความของฉางรู่ที่ว่า เว่ยหยางถูกเลี้ยงและเติบโตที่บ้านนอกห่างไกลยังมีการศึกษาและฉลาดขนาดนี้ นางเป็นคนชนิดพิเศษจริงๆ.. ฉางรู่ก็พูดต่อว่าพวกเราจะได้รู้ว่าเว่ยหยางเป็นใครเร็วๆ นี้....หนานอันมองหน้าฉางรู่ (ชื่นชม ?)

ก็ไม่ได้อยากจะลงนะรูปนี้...


ที่ห้องโถง หมอมาชันสูตรศพที่คนไปขุดมา บอกว่านี่เป็นศพของคนอายุ 16 ทุกคนก็วิจารณ์ เว่ยหยางรีบบอกว่าคนที่ต้องการใส่ร้ายเว่ยหยางสามารถทำยังไงก็ได้กับศพ ท่านพ่อโปรดพิจารณาด้วย ฉิหยุนรั่วจึงลุกออกมาจากที่นั่งมาดูที่ศพ แล้วก็ร้องโวยวายว่าท่านพี่ท่านมาดูซินี่เป็นศพของเว่ยหยางจริงๆ ข้าจำได้กำไรปรจำตระกูลหลีที่แขนนางข้าให้นางไว้ตอนเกิด---เว่ยหยางตกใจแต่ควบคุมสติไว้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีกำไรนี้แน่นอน ท่านพ่อได้โปรดให้ความเป็นธรรม---พ่อบอกเว่ยหยางว่าห้ามเรียกข้าว่าพ่อ จนกว่าเรื่องสอบสวนจะเสร็จสมบูรณ์ ...ฉิหยุนรั่วได้ทีรีบสั่งให้คนมาลากตัวเว่ยหยางไปทรมานเพื่อจะได้รับสารภาพ...เกาหยางไม่ยอมบอกหยุดนะห้าม...แต่ฉิหยุนรั่วก็ไม่ยอมและพ่อเว่ยหยางก็เห็นด้วยกับฉิหยุนรั่วให้คนมาลากตัวเว่ยหยางไปทรมาน เว่ยหยางตะโกนบอกให้ดูที่เท้าศพ มี 6 นิ้ว แล้วก็ถามพ่อเว่ยหยางว่าตอนเกิดมาข้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พ่อบอกไม่มี เว่ยหยางบอกงั้นศพนี้ก็ไม่ใช่เว่ยหยางแน่มีคนใส่ร้ายข้า ศพมี 6 นิ้ว พ่อก็บอกศพนี้ไม่ใช่เว่ยหยางแน่ๆ เพราะตระกูลหลีไม่เคยมีใครมี 6 นิ้วมาก่อน---เว่ยหยางได้ทีเลยรุกต่อ ท่านพ่อมีคนต้องการใส่ร้ายข้า ท่านพ่อจำได้จริงๆ เหรอว่ามีคนใส่กำไรให้ข้าตอนข้าเป็นเด็กจริง---พ่ออึ้ง---ข้าอย่างถามท่านแม่ใหญ่ (ฉิหยุนรั่ว) กำไรนี้ท่านบอกว่าเป็นของท่านให้มา แล้วจะมาอยู่กับศพปลอมได้ยังไง?  --ทุกคนก็มองหน้าฉิหยุนรั่ว ประมาณว่าฉิหยุนรั่วทำเรื่องนี้ใส่้ร้ายเว่ยหยางแน่เลย พ่อก็เหล่ฉิหยุนรั่วด้วย...(ประมาณนี่สร้างเรื่องชิมิ)..ฉิหยุนรั่วรีบพูด ท่านพี่ท่านคิดว่าข้าทำเรื่องใส่ร้ายเว่ยหยางเช่นนั้นหรือ---เกาหยางรีบบอกว่าคนทำต้องใกล้ชิดและรู้เรื่องราวของคนในตระกูลหลีดีมากๆ--เราต้องหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้...พ่อเว่่ยหยางหันไปที่ป้าหลิว เจ้าต้องเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังแน่นอนถ้าเจ้าไม่พูดความจริง ข้าจะให้เจ้าตายไม่ดี-----ในขณะเดี่ยวกันเว่ยหยางก็นึกถึงตอนที่ให้จินเถาไปสลับร่างศพ และบอกจินเถาว่าต้องไมม่เชื่อว่าคนพวกนีจะพบร่างเว่ยหยางเพราะข้าเป็นคนเผาและทำศพให้เว่ยหยางเองกับเมือ -----ฉิหยุนรั่วรีบใส่ร้ายป้าหลิวว่าเป็นเพราะป้าหลิวคนเดียวที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดตน (ฉิหยุนรั่ว)...ฉิหยุนรั่วบอกป้าหลิวให้พูดความจริงมาโกหกทำไมตอนนี้ทุกคนต่างก็คิดว่าข้า (ฉิหยุนรั่ว) เป็นคนใส่่ร้ายเว่ยหยาง มีคำอธิบายดีดีมั้ย ..ป้าหลิวชี้ไปที่เว่ยหยาง บอกข้าต้องขอโทษที่ข้าทำไปเพราะนาง (เว่ยหยาง)ฉลาดมากขนาดข้าพูดความจริงยังเอาผิดทำอะไรนางไม่ได้เลย ข้าเลยต้องอ้างเรื่องศพขึ้นมา...ในขณะนั้นก็มีคนเดินเข้ามาในห้องโถง...

แย่งเหนียง (แม่) กัน...


เป็นเว่ยหยางปลอม (หน้าเหมือนกันอย่างกับคนเดิมมาเล่น ^_^) เว่ยหยางปลอมเดินเข้ามา หลีเสี่ยวหรานถามว่าเจ้าเป็นใคร--เว่ยหยางเห็นเว่ยหยางปลอมก็ตกใจ ---เว่ยหยางปลอมเรียกท่านพ่อ ข้าเว่ยหยางเป็นตัวจริง ลูกของท่าน....เว่ยหยางคิดในใจเป็นไปไม่ได้ข้าเห็นกับตาว่าเว่ยหยางตายและข้าเป็นคนเผาเว่ยหยางและฝังศพให้นางเองเป็นไปไม่ได้ที่นางจะมาอยู่ตรงนี้ (เหมือนเป็นตัวโกงเลยนะเว่ยหยาง) ....ป้าหลิวกับป้าเกาจึงรีบสนับสนุนว่านี่แหละคุณหนูรองตัวจริง...เกาหยางถามป้าหลิวประมาณว่าอ้าวแล้วเมื่อกี้เจ้านำศพปลอมนั้นเข้ามาให้พวกเราชันสูตรทำไมถ้าเจ้ารู้ว่านางยังมีชีวตอยู่..ป้าหลิวบอกว่าข้าแค่ต้องการให้เรื่องจบเร็วๆ โปรดเชื่อข้าคนที่ยืนนั้น (เว่ยหยาง) เป็นตัวปลอม ส่วนคนที่คุกเข่าอยู่นั่นคือตัวจริง.....เว่ยหยางก็รีบพูดว่าเจ้า(ป้าหลิว ป้าเกา) พูดโกหก ทำไมต้องให้ร้ายข้า เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่า.....(กำลังจะหลุดปากว่า เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าเว่ยหยางตัวจริงตายแล้ว!! ) ฉิหยุนรั่วหูผึ่งรีบถามว่า เจ้าจะพูดว่าป้าหลิวรู้อยู่แก่ใจเรื่องอะไร.....เว่ยหยางไม่ตอบแต่หันไปถามเว่ยหยางตัวปลอมว่าแท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมมาพูดโกหกที่นี้ เจ้ามีแผนการอะไร ท่านพ่อต้องไม่เชื่อผู้หญิงคนนี้พูดนะ..........แม่เว่ยหยางเดินเข้ามาในห้องโถง เว่ยหยางตัวปลอมก็เรียกท่านแม่ข้าเว่ยหยางไงล่ะ แล้วก็ดราม่าร้องไห้ดีใจที่ได้พบแม่ผู้ให้กำเนิด---แม่ก็ยังงงๆ ไม่รู้ว่าใครอะไรยังไง ฉิหยุนรั่วก็เชียร์ใหญ่ว่าคนนี้(เว่ยหยางปลอม)หน้าตาเหมือนเจ้ามาก ส่วนเว่ยหยางหน้าตาไม่เหมือนเจ้าเลย คนนี้(ตัวปลอม)ต้องเป็นลูกเจ้าแน่ๆ...เว่ยหยางตัวปลอมพูดข้าเป็นลูกท่านจริงๆ แล้วก็เข้าไปกอดแม่เว่ยหยาง แม่เว่ยหยางแอบมองหลังหูแล้วก็มองไปเห็นตาของฉิหยุนรั่วมองเว่ยหยางอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ (เสร็จแน่ๆๆ) แม่เว่ยหยางเลยบอกทุกคนว่าคนนี้ (เวยหยางตัวปลอม) เป็นตัวปลอม ลูกข้าถึงแม้จะไม่ได้เลี้ยงมาโตขึ้นหน้าตาจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ลูกข้ามีปานแดงที่แขนขวา แล้วก็เปิดแขนเสื้อของตัวปลอมดู ------------คนนี้ไม่มี แม่บอกแล้วก็เปิดแขนเสื้อของเว่ยหยางทุกคนเห็นปานแดงที่แขนขวา---ทุกคนจึงสรุปว่าเว่ยหยางเป็นตัวจริง---เว่ยหยางรอด----พ่อเว่ยหยางให้คนจับตัวเว่ยหยางตัวปลอมไปขังรอการไต่สวย เว่ยหยางอยากให้สอบสวนเลยจะได้รู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังใส่ร้ายเว่ยหยาง ---พ่อบอกไว้ข้าจะสอบสวนเองทีหลัง ตอนนี้เกรงใจองค์ชายที่ต้องมายุ่งวุ่นวายเสียเวลากับเรื่องภายในของตระกูลหลี-----เกาหยางถามเสียงดุมากกับเว่ยหยางปลอมว่าเจ้าเป็นใครทำไมมาให้ร้ายเว่ยหยาง.......ฉิหยุนรั่วทำเป็นเข้าไปจับตัวตัวปลอมให้สัญญาณว่าเดี๋ยวข้าจัดการเอง----แล้วให้คนเอาตัวปลอมไปขัง---------หนานอันขอตัวกลับวัง ชวนเกาหยางไปด้วยแต่เกาหยางยังไม่ไป----ฉิหยุนรั่วรีบตีหน้าดีกับเว่ยหยางมาจับมือเว่ยหยางแล้วบอกประมาณว่าเว่ยหยางไม่ต้องห่วงนะพ่อกับแม่จะหาความจริงให้เจ้าเองในเรื่องนี้เอง..  (เกาหยางมองตากันกับเว่ยหยาง----พ่อเว่ยหยางมองตาแบบมีเรื่องแน่กับฉิหยุนรั่ว---)

สงสัยฉันเหรอ...ฉันไม่แคร์ (ฉิหยุนรั่วไม่กล่าวไว้)...


หนานอันกำลังเดินจะกลับวัง ฉางรู่มาดักพบ (เฮ้อออ อ่อยแรง) ฉางรู้บอกรู้ว่าหนานอันกำลังจะกลับเลยมาส่งเสด็จ--หนานอันถามฉางรู่ประมาณว่าตอนนี้ความจริงคือเว่ยหยางยังคงเป็นญาติเจ้า เจ้ารู้สึกกับเรื่องนี้อย่างไร...ฉางรู่ตอบว่าคนฉลาดสามารถเอาตัวรอดได้แม้ยามคับขัน..คนไม่ฉลาดไม่มีความสามารถเอาตัวรอดไม่ได้ถึงแม้จะเป็นตัวจริงก็ไร้ความหมาย----(พยายามโชว์ฉลาด--) อะไรเป็นความจริงเวลานี้ก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว---หนานอันชมฉางรู่ว่าข้าไม่คิดว่าแม่นางฉางรู่จะฉลาดขนาดนี้ มาวันนี้ข้าประจักษ์แล้ว ไว้พบกันใหม่นะ---ฉางรู่ดีใจทวนคำ รอจนกว่าจะพบกันครั้งต่อไป...

ไม่สวยแล้วยังเลวอีก...


ฉิหยุนรั่วรีบมาห้องขังของเว่ยหยางปลอม เว่ยหยางปลอมคือหงส์ลั่วใช้วิชาปลอมตัวนั่นเอง ฉิหยุนรั่วเอาผู้หญิงคนอื่นมาให้หงส์ลั่วปลอมหน้าเป็นเว่ยหยางแล้วสร้างสถานะการณ์ว่าเว่ยหยางตัวปลอมฆ่าตัวตาย..

จินเถากับเวยหยางคุยกันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น จินเทาบอกต้องเป็นคนที่มีวิชาปลอมตัวสูงส่งแน่ๆ ปลอมตัวมา ต่อไปต้องระวังมากขึ้น--เว่ยหยางชมเกาหยาง(แบบอาย) ที่เกาหยางช่วยตลอด แต่จินเถาพยายามขัด และเตือนเว่ยหยางว่าอย่าหลงไปชอบหรือคิดอะไร เพราะยังไงสองแคว้นก็เป็นศัตรูกัน--เกาหยางมาพอดี เกาหยางบอกเว่ยหยางว่าเจ้าไม่ต้องห่วงนะข้าจะต้องหาคนเบื้องหลังที่ใส่ร้ายเจ้ามาให้ได้ เว่ยหยางบอกขอบคุณ (แต่ไม่ต้อง) แต่เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องภายในของตระกูลหลี ท่านพ่อสามารถจัดการได้ แล้วเว่ยหยางก็เดินจากไป...(เกาหยางโดนเท...อีกแล้ว)

มาที่ห้องของฉิหยุนรั่วเดินคุยมากับฉางเล่อ ฉางเล่อบ่นว่าเกาหยางต้องตกหลุมรักเว่ยหยางแล้วแน่ๆ ถ้าเว่ยหยางได้แต่งงานกับเกาหยางละ ตนจะทำยังไง...ฉิหยุนรั่วบอกเจ้าคิดอะไรโง่ๆ ใครจะยอม ยังไงพระมเหสีก็ไม่มีวันยอม--อีกอย่างตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าใครจะได้เป็นรัชทายาทเจ้าไม่ต้องคิดมาก อาจจะไม่ใช่เกาหยางก็ได้ ฉางเล่อบอกถึงเกาหยางจะไม่ได้เป็นรัชทายาทข้าก็ตัดสินใจไปแล้วว่าข้าจะแต่งงานกับองค์ชายเกาหยางคนเดียว--พ่อเว่ยหยางเดินเข้ามาแล้วก็ "ตบ" หน้าฉิหยุนรั่ว ฉางเล่อตกใจ พ่อบอกให้ฉางเล่อออกไป ฉางเล่อกลัวเลยออกไป..

พ่องนี้ก็ตบหน้าเมียต่อหน้าลูก... 


หลีเสี่ยวหรานตำหนิฉิหยุนรั่วว่ามีคนมารายงานว่าเว่ยหยางตัวปลอมฆ่าตัวตายไปแล้ว เป็นฝีมือเจ้าใช่มั้ยที่ต้องการจะปิดเรื่องให้เงียบ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่อง อย่าคิดว่าจะหลอกข้าได้นะ ที่ผ่านมาถึงเจ้าทำผิดข้าก็อดทนเอาหูไปนาเอาตาไปไล่ แต่ครั้งนี้เจ้าก่อเรื่องใหญ่ อย่าถือว่าเจ้าเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลฉิหยุนที่ยิ่งใหญ่แล้วข้าจะกลัวนะ เจ้ารู้มั้ยพวกเราต้องระวังตัว ถึงแม้จะยิ่งใหญ่แต่หากทำอะไรพลาดไป ไม่เฉพาะแต่ตำแหน่งและหัวของข้า ทุกคนในตระกูลหลี รวมทั้งตระกูลฉิหยุนก้ออาจจะโดนประหารหมดไปด้วย เจ้าควรคิดให้มากมาก---เจ้าก็เห็นตอนนี้ลูกชายคนเดียวของเราก็ตายไปแล้วเจ้าควรจะยอมรับได้แล้ว..ฉิหยุนรั่วรีบบอกให้ข้ายอมรับว่าลูกชายเราถูกฆ่าตกรรม แล้วคนที่ฆาตกรรมลูกชายเราก็คือเว่ยหยางนี้แหละ----ข้าผิดอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าทำก็เพื่อท่านพี่ และเพื่อลูกเราทั้ง 2 คน--พ่อเว่ยหยางถอนหายใจแล้วบอกฉิหยุนรั่วว่าตอนนี้คงยากที่จะทำให้เชื่อว่าเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใส่ร้ายเว่ยหยาง เพื่อความเชื่อใจและเคารพของคนในบ้านข้าจะให้น้องสะไภ้ 2 เป็นผู้ดูแลกฏทุกอย่างภายในบ้านแทนเจ้า...ฉิหยุนรั่วโวยวาย ไม่นะงั้นข้าก็ไม่สามารถเดินเชิดได้สมศักดิ์ศรีในบ้านละซิ---หลีเสี่ยวหรานบอกให้ฉิหยุนรั่วอดทนทำตัวดีดี อยู่เงียบๆ ไปซักพักหนึ่ง---แล้วก็เดินจากไป--ฉิหยุนรั่วโกรธมาก แต่โกรธเว่ยหยางนะ---

โอ้วววว ...ความจริงเป็นสิ่งโหดร้าย


เว่ยหยางมาหาแม่--แม่ถามว่าแท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครบอกข้ามา เว่ยหยางมีปานแดงจริงแต่มีที่หลังหูไม่ได้มีที่แขวนขวา เว่ยหยางถามแม่ว่าทันรู้มานานแล้วทำไมท่านไม่บอกคนอื่นเรื่องนี้ แมม่บอกผู้หญิงอีกคนก็ตัวปลอมเช่นกันเพราะไม่มีปานแดงที่หลังหู เว่ยหยางหยิบเอาหยกของเว่ยหยางมาให้แม่ แม่จำได้ก็ดีใจและรีบถามเว่ยหยาง เจ้าบอกข้ามาทำไมเว่ยหยางไม่มาหาข้าเกิดอะไรขึ้น--ข้าก็ว่าต้องมีอะไรไม่อย่างนั้นเว่ยหยางต้องมาหาข้าแน่นอน---เว่ยหยางบอกแม่ว่าเว่ยหยางตัวจริงตายแล้ว แม่ตกใจมากแล้วถามต่อว่าแล้วทำไมเจ้ามาแทน เจ้าต้องการอะไร---เว่ยหยางบอกเว่ยหยางตัวจริงช่วยชีวิตข้าข้ายังไม่ได้ทดแทน ความปราถนาเดียวของเว่ยหยางคือให้ข้าดูแลท่านแม่ให้ดีที่สุด...ท่านแม่คนที่ฆ่าเว่ยหยางคือฉิหยุนรั่ว.....





























 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 4 ธันวาคม 2559 17:03:43 น.
Counter : 3668 Pageviews.  

องค์หญิงเว่ยหยาง The Princess Wei Young



องค์หญิงเว่ยหยาง The Princess Wei Young 
ปี 2016



ชื่อเรื่อง องค์หญิงเว่ยหยาง / องค์หญิงเว่ยย่ง / The Princess Wei Young
จำนวนตอน 54 ตอน
ออกอากาศช่อง Dragon TV ประเทศจีน

แนะนำตัวละคร

1.องค์หญิงฉินเอ๋อร์ //องค์หญิงเว่ยหยาง (ถังเยียน)



2. องค์ชายเกาหยาง //ตั้วบาจู 



3. องค์ชายนาหนาน // หนานอัน //ตั้วบาอวี้



4. หลีฉางรู่



5. หลีฉางเล่อ 



ลังเลอยู่เป็นสัปดาห์ว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีมั๊ยนะ ณ วันที่เริ่มเขียนเรื่องนี้ใน blog เราดูมาถึงตอนที่ 11 ละ มันหลากหลายความรู้สึก คือจะบอกว่าในนิยายที่เป็นเล่มๆ มันเข้มข้นมากกว่าในซีรี่ย์ ....คือมันกลายเป็นเหมือนคนละเรื่องกันเลย แต่แค่มีตัวละครชื่อเดียวกัน แต่ไว้ค่อยสอดแทรกเปรียบเทียบซี่รี่ย์ก้บนิยายเป็นช่วงๆ ละกัน

ตอนที่ 1
เปิดเรื่องมาก็ว่ากันด้วยฤดูหนาว มีพระสงฆ์ (น่าจะจากเส้าหลิน) มานั่งคุกเข่าสวดมนต์กันอยู่หน้าตำหนักเพื่อรอการประสูตขององค์หญิงฉินเอ๋อร์ หลังจากฉินเอ๋อร์เกิดอากาศก็เปลี่ยนเป็นไป มีพระอาทิตย์ส่องแสงสว่าง ย่ากับอ๋องผู้เป็นพ่อก็รีบวิ่งมาดูทารก(เด็กน่ารักมากอ้วนยุ้ย)  จากนั้นแม่ทัพก็มานำตัวฮ่องเต้ไปอยู่ที่อื่น คล้ายแบบเนรเทศ ส่วนเสด็จย่ากับองค์หญิงฉินเอ๋อร์ให้อยู่ในวัง เป็นตัวประกัน




เมื่อองค์หญิงฉินเอ๋อโตเป็นวัยรุ่น ก็ซุกซนตามประสา (หนังจีนอะนะเริ่มต้นต้องมีความสุขก่อน เหมือนเป็นแพทเทิร์นไปละ) หนีออกจากวังมาวิ่งซุกซนในตลาด คือมาซื้อโคมไฟที่สั่งไว้เพื่อจะเอาไปจัดวันเกิดเซอร์ไพร์สเสด็จย่า บอดี้การ์ดก็ออกมาด้วย (ฉากตลกดีคือบอดี้การ์ดฝีมือสูงส่งแต่ออกมาจากช่อง กำแพงอย่างยากลำบาก) ---มีความขำกับทรงผมขององค์หญิงฉินเอ๋อร์ ( ช่างทำผมไม่พอใจอะไรถังเยียนหรือเปล่า 5555 )



ในระหว่างที่เดินเล่นกันอยู่ในตลาด องค์หญิงให้บอดี้การ์ดเรียกตนเองว่าคุณชาย เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต บอดี้การ์ดของฉินเอ๋อร์ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมีทหารเดินอยู่เต็มตลาดไปหมด แต่ฉินเอ๋อร์ไม่คิดอะไรมาก แค่บอกว่าเป็นทหารของพระบิดาที่คอยมาคุ้มครองรักษาวัง พวกเขาบริสุทธิ์ไม่มีอะไรหรอก แต่บอดี้การ์ดไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่... (ลงรูปบอดี้การ์ดซักหน่อย) 



จากนั้นฉากตัดมาที่บ้านของเสนาบดีหลี ในวงน้ำชาหลีฉางเล่อ กับแม่ คือฉิหยุนรั่ว กำลังพูดคุยกันอยู่ในวงน้ำชา โดยแม่ของหลีฉางเล่อบอกหลีฉางเล่อว่า "บุคคลที่เป็นเจ้าของโลกนี้ คือจักรพรรดิ์ แต่ประชาชนที่สู้เพื่อจักรพรรดิ์คือแม่ทัพ ทุกคนต่างรู้ว่าแผ่นดินเป็นของจักรพรรดิ์ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าแผ่นดินก็เป็นของแม่ทัพเช่นเดียวกัน" แล้วนางก็ถามฉางเล่อว่าถ้าเป็นฉางเล่อเป็นแม่ทัพ ฉางเล่อจะเลือกอะไร ระหว่างรักษาป้องกัน เหลียงโจว หรือจะปล่อยเหลียงโจวไม่แยแส ฉางเล่อตอบแม่ว่า "ตนเองไม่เข้าใจ มันแตกต่างกันอย่างไรละ" 

แม่ของฉางเล่อเลยตอบประมาณว่า ถ้าเจ้าสู้เพื่อเหลียงโจวนั้นหมายถึงเจ้าอยู่ใต้องค์จักรพรรดิ์ ต้องทำตามกฏหมาย แต่ถ้าเจ้าละทิ้งเหลียงโจวโดยครอบครองเหลียงโจวซะเองเจ้าจะได้ทุกอย่างในเหลียงโจว เจ้าเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติและแผ่นดินนี้ทั้งหมด ตระกูลฉิหยุน (ฝ่ายแม่) จะยิ่งใหญ่ ลูกพี่ลูกน้องเจ้า ฉิหยุนหนาน ค้นพบเหมืองเหล็กที่ทางภาคเหนือ ถ้าตระกูลเราได้ครอบครองเหมืองแร่นี้เราจะยิ่งใหญ่ร่ำรวยมาก...ฉางเล่อทำตาลุกวาวประมาณว่าเข้าใจละ ตัวเองก็จะต้องพยายามครอบครองเหลียงโจวเพื่อจะทำให้ตระกูลหลี ยิ่งใหญ่ ....แม่นางก็บอกว่าเจ้าเป็นผู้หญิงไม่ต้องคิดถึงเรื่องนี้มากแต่ข้าคิดเรื่องนี้ให้ญาติผู้พี่เจ้า ฉางเล่อสงสัยจึงถามแม่ว่าแล้วจะทำอย่างไรให้ญาติผู้พี่ได้เป็นใหญ่ ...นางเลยเล่าแผนการณ์ให้ฉางเล่อฟังว่า ...อีกไม่กี่วัน อ๋องเห่อฉือ  (พระบิดาองฉินเอ๋อร์) กำลังจะเดินทางกลับเหลียงโจวเพื่องานวันเกิดของพระมารดา หากทำให้อ๋องเห่อฉือสิ้นพระชมน์ ก็จะมีคนสนับสนุนให้ฉิหยุนหนาน เป็นผู้ดูแลเมืองเหลียงโจว....ฉางเล่อตกใจและถามแม่ต่อว่า แล้วจะรายงานจักรพรรดิ์กับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร (อืมมม เหมือนซีรี่ย์จะโชว์ว่าฉางเล่อโง่ หรือจะโชว์ว่าแม่ฉลาด อันนี้ก็ไม่ชัดเจน 555 แต่น่าจะเป็นทั้ง 2 อย่าง) แม่ฉางเล่อก็ตอบประมาณว่า อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวของฉิหยุนหนาน ว่าจะโกหกสร้างเรื่องให้จักรพรรดิ์เชื่อได้อย่างไรแต่ตนคิดว่าทำได้แน่นอน...



เหมือนจะฉลาดน้อยนะฉางเล่อ


ใจคอจะเล่นร้ายทุกเรื่องเลยเหรอค่ะคุณแม่ (ฉลาดแต่โกงทุกเรื่อง)



ตัดกลับมาที่องค์หญิงฉินเอ๋อร์ มาถึงร้านโคมไฟ (เจ้าของร้านถูกนักฆ่าของฉิหยุนหนานฆ่าตายเรียบร้อยแล้ว และโรยผงพิษใส่ในโคมไฟที่เตรียมจัดส่งให้ฉินเอ๋อร์) ฉินเอ๋อร์กำลังจะนำขบวนโคมไฟกลับวัง โคมไฟกลับลอยขึ้นฟ้าไปทำให้ฉินเอ๋อร์ต้องตามเก็บ 



ฉินเอ๋อร์สมาธิอยู่ที่โคมไฟอย่างเดียวพยายามกระโดดตามเก็บไม่ได้สนใจมองด้านล่าง ที่มีชายหนุ่มนั่งกินก๋วยเตี๊ยวอยู่ โฮ๊ะๆๆๆ องค์ชายเกาหยาง นั่นเองแต่คนมักเรียกว่า ตั้วบาจู (ชื่อแปลกดี) ... เห็นฉินเอ๋อร์กระโดดเหมือนจิ้งโจ้เก็บโคมไฟอยู่เลยช่วย



แพทเทิร์นซีรี่ย์จีน แหละ เปรียบเดียวกันเป๊ะ ตั๋วบาจูรู้ว่าฉินเอ๋อร์เป็นหญิงแต่ฉินเอ๋อร์ไม่ยอมรับ แถมกวนประสาทตั้วบาจูอีก พอบอดี้การ์ดของทั้ง 2 ฝ่ายมาถึงก็ต่อสู้กันเล็กน้อยแล้วก็แยกย้ายกันไป

โมเมนต์แพทเทิร์น์ซีรี่ย์จีน


หลังจากแยกย้าย



ฉากตัดไปที่แม่ทัพหลิง นำทหารมากมายต่อสู้ (น่าจะเป็นฉากเปิดตัวแม่ทัพหลิง ) จากนั้นก็เป็นฉากแม่ทัพหลิงมาส่งอ๋องเห่อฉือ กลับเหลียงโจว (ยิ้มแบบไม่ต้องเดา นายโกงมาแน่นอน) 



พออ๋องเห่อฉือลงจากรถ แม่ทัพหลี (คนนี้คือฉิหยุนหนาน ญาติผู้พี่ของหลีฉางเล่อ) เข้ามาพูดกับอ๋องเห่อฉือประมาณว่า หวังว่าท่านคงไม่ทิ้งโจวเหนือ (คือจะไม่กลับไปอีกแล้วใช่มั้ยประมาณนี้) อ๋องเห่อฉือไม่ค่อยพอใจและเดินเข้าวังไป พอพบพระมารดาก็ก้มทำความเคารพกับพื้น กอดกันกลมกับพระมารดากับลูกสาว



ช่วงงานเลี้ยง ในวังก็มีเหล่าขุนนางและแม่ทัพหลีมานั่งร่วมงาน มีอ๋องเห่อฉือนั่งบนบัลลังก์ แม่ทัพหลิงได้นำทัพเดินเข้ามาในวัง แต่ไม่มีใครได้ยินเพราะเสียงดนตรีที่เล่นให้นักระบำนั้นดังมากกลบทุกเสียง....ซึ่งในขณะเดียวกันฉินเอ๋อร์ กับเสด็จย่ากำลังชมโคมไฟกันอยู่อีกที่หนึ่ง เสด็จย่าประทับใจมาก



ในวังเหตุการณ์ตรึงเครียด แม่ทัพหลี และแม่ทัพหลิงร่วมกันกำจัดอ๋องเห่อฉือและคนที่ภักดิ์ดีต่ออ๋องเห่อฉือ โดยแม่ทัพหลีอ้างว่าเป็นคำสั่งจักรพรรดิ์สั่งให้ทำ แต่อ๋องเห่อฉือไม่เชื่อต้องการสอบถามให้รู้เรื่องแต่ก็นะโ่ดนฆ่าซะ ฉินเอ๋อร์กับเสด็จย่าเห็นเหตุการณ์พอดี...ทางองครักษ์จึงอารักขาให้ออกจากวัง ....แต่มีทหารอารักขาไม่มากเพราะโคมไฟที่ลอยขึ้นฟ้าหลังจากจุดไฟแล้วพิษได้กระจายเป็นวงกว้างทำให้บ่าวไพร่ล้มตายหมด... แม่ทัพหลีต้องการให้แม่ทัพหลิงตามไปฆ่าองค์หญิงฉินเอ๋อร์กับเสด็จย่าด้วย แต่แม่ทัพหลิงไม่ไปเพราะเขาไม่ชอบฆ่าผู้หญิง มาเฉลยตรงนี้อีตาแม่ทัพหลีตะโกนพูดว่า ข้าฉิหยุนหนานไม่เคยต้องการอะไรแล้วจะไม่ได้ เลยรู้ว่าอ๋อเป็นคนคนเดียวกัน... แม่ทัพหลีเลยไปคนเดียวเพราะได้ยินมาว่าหยกที่เป็นสมบัติตกทอดของราชวงศ์มีค่า งดงามมากต้องไปชิงเอามาเพื่อจะเอาไปให้ญาติผู้น้อง หลีฉางเล่อนั่นเอง.. (มันมีจิตเผื่อแผ่ถึงญาติมันนิ อ้าวรมณ์ขึ้น 555 โทษคร๊าฟฟ)







เศร้าแล้วต้องเศร้าให้สุดๆ เสด็จย่าขอให้ฉินเอ๋อร์รีบหนีไปเพราะตัวเองจะถ่วงเนื่องจากชรามากแล้ว ขอให้ฉินเอ๋อร์จดจำวันนี้ไว้ และต้องรักษาชีวิตเพื่อเป็นผู้สืบสกุลของราชวงศ์คนสุดท้าย ต้องรอด.. แล้วแม่ทัพหลี ก็ฆ่าเสด็จย่าตาย เศร้า.... บอดี้การ์ดของฉินเอ๋อร์เอาเสื้อผ้าและหยกประจำตัวของฉินเอ๋อร์ไปใส่เพื่อจะล่อให้แม่ทัพหลีตามไป ฉินเอ๋อร์จะได้รอด..แม่ทัพหลีหลงกลตามบอดี้การ์ดไปและสู้กับบอดี้การ์ดของฉินเอ๋อร์จนฟาดบอดี้การ์ดของฉินเอ๋อร์ที่แม่ทัพหลีเข้าใจว่าเป็นองค์หญิงฉินเอ๋อร์ ตกลงไปในแม่น้ำที่ไกลเชียวกราด จึงเก็บเอาหยกประจำตัวของฉินเอ๋อร์มา เพื่อจะนำไปมอบให้ญาติผู้น้อง คือ หลีฉางเล่อนั้นเอง.......



เสด็จย่า สวย สง่าและหน้าตึงมาก 



บอดี้การ์ดองค์หญิงฉินเอ๋อร์ที่ปลอมตัวเป็นองค์หญิง สู้เต็มที่ ....ไม่มีใครเคยเห็นหน้าขององค์หญิงฉินเอ๋อร์นอกจากพวกนางกำนัลซึ่งก็ตายหมดแล้ว.... 


ฉินเอ๋อร์หลบจากการตามล่าของทหารได้ และพลาดตกลงไปตามแนวภูเขา หญ้ากิ่งไม้ไม่เคยทำอะไรนางเอกพระเอกละครจีนได้........

จากนั้นฉากก็ตัดไปที่ โจวเหนือ ตั้วบาอวี้ ยืนอยู่บนประตูเมืองมองดูประชาชนของโจวเหนือขออพยพเข้าเมือง แต่ทหารที่รักษาประตูเมืองบอกว่าเปิดไม่ได้เพราะฉิหยุนหนานสั่งไว้ห้ามเปิดรับราษฏรของโจวเหนือเด็ดขาด ตั้วบาจูมาถึงประตูเมืองและขอให้ พี่ชายเปิดประตูเมือง เพราะจะทนเห็นทหารสังหารราษฏรผู้บริสุทธิ์ได้อย่างไร ตั้วบาอวี้ตอบว่าต้องฆ่าให้หมดเพราะไม่รู้ว่าจะมีสายลับของโจวเหนือปะปนมาด้วยหรือไม่ แล้้วชูป้ายคำสั่งให้สังหารให้หมด ตั้วบาจูยิงธนูไปถูกป้ายคำสั่งและชิงมาถือไว้ แล้วตะโกนว่าตอนนี้ตนเองมีป้ายคำสั่ง ให้เปิดประตูเมืองเดี๋ยวนี้ ทหารจึงเปิดประตูเมือง......(เส้นทางของฮีโร่นะจ๊ะ)...

ตั้วบาอวี้:  "เจ้าต้องการมีเรื่องกับข้า ต่อต้านข้างั้นเหรอ?
ตั้วบาจู:   "ข้าขออภัยเสด็จพี่ แต่ข้าไม่มีทางเลือก ท่านสามารถลงโทษข้าได้ทีหลัง"

ตัดมาที่หน้าของตั้วบาอวี้ เอาละรังสีความเกลียดชังตั้วบาจูชัดเจนมาก ... 








ตอนที่ 2
สวัสดีค่ะ วันนี้มาต่อตอนที่ 2 กันนะคะ เริ่มต้นด้วยคนใช้ของฉิหยุนรั่ว นำสารลับจากคนส่งสารมาให้ในสารแจ้งว่า อ๋องแห่งต้าเหลียงถูกกำจัดไปแล้ว ฉิหยุนรั่วยิ้ม แล้วพูดว่าตอนนี้เรื่องภายนอกสำเร็จลุล่วงไปแล้ว ตอนนี้ก็ต้องหันมาจัดการเรื่องภายในบ้านซะหน่อย จากนั้นภาพก็ตัดไปฉากที่ หลีเว่ยหยาง (คนนี้ตัวจริง) มาพบร่างของฉินเอ๋อร์ที่เชิงเขา เอานิ้วอังจมูกว่ายังหายใจอยู่มั้ย จากนั้น หลีเว่ยหยางพาฉินเอ๋อร์กลับไปรักษายังกระท่อมของตน ฉินเอ๋อร์ค่อยๆ รู้สึกตัวและถามหาน้ำ หลีเว่ยย่างเอาน้ำมาให้ดื่ม ฉินเอ๋อร์ถามเว่ยหยางว่าข้าอยู่ที่ไหน แล้วก็เริ่มต้นการสนทนากัน แนะนำตัว

คนนี้หลีเว่ยหยาง (องค์หญิงเว่ยหยางตัวจริง)


ทั้งคู่ต่างสนทนา และเล่าประวัติแบบคร่าวๆ ให้กันฟัง เรื่องราวเศร้าทั้งคู่ ฉินเอ๋อร์บอกว่าต่อจากนี้ตัวเองไม่มีทั้งคนที่เฝ้ารอและบ้านที่ต้องกลับ ส่วนหลีเว่ยหยางเล่าว่าตนเองก็ต้องถูกขับไล่ออกมาอยู่คนเดียวเช่นกัน เพราะตอนเกิดเกิดเดือนกุมภาพันธ์ โหรทำนายว่าเป็นกาลกิณีกับคนในบ้าน 

จากนั้นมีมนุษย์ป้าโผล่มาทวงเงินค่าที่อยู่ ค่าของกับหลีเว่ยหยาง ด่าเสียๆ หายๆ แล้วก็เริ่มลงไม้ลงมือตบตีเว่ยหยาง ฉินเอ๋อร์เห็นอย่างนั้นทนไม่ไหว เดินไปเทเมล็ดถั่วลงกับพื้น ทำให้มนุษย์ป้านั้นล้มลง แล้วก็รีบจากไป ... เดินเรื่องรวดเร็วมากมาย ในที่สุดก็เป็นเพื่อนกัน..จะบอกว่าสนิทเลยได้มั้ยเพิ่งเจอกันเอง แต่เดินเรื่องเร็วมาก...2 คนแบ่งอาหารกันกิน แบ่งปันเรื่องราว เว่ยหยางบอกฉินเอ๋อร์ว่าชีวิตเราสองคนโดดเดี่ยวเหมือนกัน แต่คนละแบบกัน เว่ยหยางมีพี่น้องและคนมากมายที่บ้าน แต่กลับไปอยู่ไม่ได้ แต่ฉินเอ๋อร์ไม่เหลือใครแม้กระทั่งบ้านให้กลับ.เว่ยหลางเล่าว่าตัวเองเป็นลูกคนมีฐานะ (ยังไม่บอกว่าเป็นใครอยู่ไหน) เกิดภรรยาที่เคยเป็นบ่าวล้างเท้าให้คนในตระกูล จึงโดนดูถูก แถมตอนเกิด ฮูหยินใหญ่ของบ้านได้ให้ซินแสมาดูดวง บอกว่าตนเป็นกาลกิณีกับคนในบ้าน (หลีฉางเล่อ) ฮูหยินใหญ่เลยขอให้พ่อไล่เธอออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอก..........เว่ยหยางไม่เคยแม้กระทั่งได้เห็นหน้าแม่เพราะออกมาตั้งแต่เป็นทารก ในชีวิตนี้สิ่งเดียวที่เธอปราถนาคือได้เห็นหน้าแม่ซักครั้ง



วันต่อมาเว่ยหยางออกไปหาของในป่าตามปกติ เดินผ่านผู้ชายคนนึงที่จ้องเธออย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เว่ยหยางไม่รู้เรื่องรู้ราว (รังสีโหดเข้มขนาดนี้ยังไม่รู้เรื่องอีก อีตานักฆ่านี่คนเดียวกันกับที่ไปฆ่าเจ้าของร้านโคมไฟ แล้วโรยผงพิษบนโคมไฟของฉินเอ๋อร์) ...เลยเข้าใจละว่าที่ฮุหยิน ฉิหยุนรั่ว พูดเรื่องจัดการเรื่องในบ้านคืออะไร ส่งคนมาฆ่าหลีเว่ยหยางนี่เอง..



จากนั้นตัดมาที่ฉิหยุนรั่วกับหลีฉางเล่อ คุยกัน ฉิหยุนรั่วพูดเรื่องที่เธอชอบดอกโบตั๋น แล้วถามลูกสาวว่าเจ้ารู้ใช่มั้ยว่าทำไม ฉางเล่อก็ตอบประมาณว่า รู้เพราะแม่คอยบอกเสมอว่าดอกโบตั๋นคือราชินีของดอกไม้ทุกชนิด เธอก็ต้องการอยู่เหนือผู้หญิงทุกคน จะเป็นเช่นเดียวกับดอกโบตั๋น ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ข้าเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ขนาดนี้ ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวัง...จากนั้นฉางเล่อก็เริ่มประเด็นเว่ยหยาง ว่าใกล้วันเกิดท่านย่าแล้ว ท่านย่าส่งคนไปรับเว่ยหยางกลับมาบ้าน เราจะปล่อยให้นางกลับมาอยู่ที่บ้านจริงเหรอ นางฉิหยุนรั่ว ก็บอกว่า เว่ยหยางเรารู้อยู่เต็มอกว่าเป็นกาลกิณีกับเจ้า ข้าจะปล่อยให้เข้าบ้านได้อย่างไร แล้วก็ยิ้ม.... (แม่กับลูก สมกันอย่างกิ่งทองใบหยก เลว 555)

ทางด้านนักฆ่าที่ถูกส่งมาก็กำลังตามฆ่า วิ่งไล่เว่ยหยางอย่างเอาเป็นเอาตาย เว่ยหยางร้องให้คนช่วย พอดีฉินเอ๋อร์ออกมาตามเว่ยหยางให้ไปกินข้าว จึงเข้ามาช่วย เอากิ่งไม้ปักที่คอนักฆ่า นักฆ่าล้มลงไป (ตอนแรกเรานึกว่าตาย ) ฉินเอ๋อร์กำลังพยุงเว่ยหยางให้ลุกขึ้นและถามว่าเจ้าเป็นอะไรมั้ย จากนั้นเดินตรงจะกลับบ้านกัน ฉินเอ๋อร์ถามเกี่ยวกับนักฆ่าว่าเป็นใครมาจากไหน เว่ยหยางจึงบอกฉินเอ๋อร์ว่าตนเป็นลูกของเสนาบดี หลีเสี่ยวหราน ..ฉินเอ๋อร์อึ้ง และมีแววตาโกรธแค้น เพราะคนในราชวงศ์ถูกแม่ทัพหลี ฉิหยุนหนาน ฆ่าตาย ...เว่ยหยางบอกฉินเอ๋อร์ว่าเขาเห็นข้าเป็นศัตรู ฉินเอ๋อร์ก็รำพึงรำพันว่าพวกมันก็เป็นศัตรูข้าเช่นกัน...เว่ยหยางเข้าใจว่าฉินเอ๋อร์โกรธแค้นแทนตนจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ จากนั้นเจ้านักฆ่าก็ทะลึ่งลุกพรวดมาพร้อมมีดสั้นตรงเข้ามาที่ฉินเอ๋อร์ เว่ยหยางเอาตัวเข้ารับมีดแทนฉินเอ๋อร์ ฉินเอ๋อร์ก็สะบัดนักฆ่าออกไปนักฆ่าล้มลงไปทับต่อไม้แหลมแทงทะลุหัวใจตาย.... เว่ยหยางขอให้ฉินเอ๋อร์ไม่ต้องเสียใจ และต้องอยู่ต่อไปให้ได้.. ฉินเอ๋อร์ร้องไห้เสียใจ จากนั้นก็จัดการฝังศพของเว่ยหยาง ในระหว่างจะกลับบ้านนั้นก็ได้เห็นขบวนเกี้ยวที่ท่านย่าของเว่ยหยางส่งมารับ แล้วก็เดินกลับบ้าน...



ที่บ้านของเว่ยหยาง มนุษย์ป้าได้มารออยู่ในห้องพร้อมกับกะวนกะวายใจเพราะหาเว่ยหยางไม่เจอ หากไม่มีคนคืนให้ตระกูลหลี ตนต้องถูกลงโทษและอาจถึงขั้นตายได้ จึงยังไม่กล้าออกไปข้างนอก เพราะเห็นขบวนเกี้ยวมาอยู่แล้ว ฉินเอ๋อร์แอบเข้ามาให้ห้องเว่ยหยางพบกับมนุษย์ป้า แล้วเล่าความจริงให้มนุษย์ป้าฟังว่าเว่ยหยางถูกฆ่าตายแล้ว และตนเองตัดสินใจไปแทนเว่ยหยาง เพื่อทำความฝันของเว่ยหยางให้เป็นจริง (ได้พบหน้าแม่) มนุษย์ป้าดีใจมาก ฉินเอ๋อร์ทวงถามมนุษย์ป้าว่ามีสิ่งของอะไรที่ติดตัวเว่ยหยางตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ บ้างให้เอามาให้เธอ ตอนแรกมนุษย์ป้าไม่อยากให้ แต่ก็ต้องให้เพราะรู้ดีว่าตอนนี้ชีวิตนางอยู่ในมือของฉินเอ๋อร์เช่นกัน.....จากนั้นฉินเอ๋อร์ก็ขึ้นเกี้ยวไปกับบ่าวของท่านย่าที่ส่งมารับ..

ตัดมาที่บ้านเสนาบดีหลี นางฉิหยุนรั่วคุยอยู่กับซินแส ซินแสดูดวงชะตาแล้วบอกว่าต่อไปนี้หลีเว่ยหยางไม่มีดวงมารบกวนหลีฉางเล่อแล้ว ฉิหยุนรั่วยิ้มและบอกว่าแน่นอนนางไม่รอดกลับมาเป็นกาลกิณีให้ลูกข้าหรอก ...ทันใดนั้นคนก็เข้ามารายงานว่าคนที่ท่านย่าส่งไปรับได้รับหลีเว่ยหยางมาเรียบร้อยแล้ว..ฉิหยุนรั่วเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเครียดแค้นประมาณว่าข้าทำพลาดไปแต่ยังไงก็ตามข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเข้ามาแย่งอะไรจากฉางเล่อไปได้!!...

คืนนี้ต้องพักในโรงเตี๋ยมก่อนพรุ่งนี้ถึงจะเดินทางถึงบ้านเสนาบดีหลี  (ต่อไปขอเรียกฉินเอ๋อร์ว่าเว่ยหยางละนะ เพราะตอนนี้ฉินเอ๋อร์เป็นเว่ยหยางละ) โรงแรมนี้ตั้วบาจูก็เข้ามาพักและพักคนละปีกของตึกตรงข้ามกัน บ่าวใช้ของเว่ยหยาง 2 คนคือ ไป๋จือ กับซือเหยียน บอกเว่ยหยางว่าต้องพักที่นี้ 2 วันก่อนที่จะเข้าไปในตระกูลหลีได้....ตกดึกนักฆ่าที่ฉิหยุนรั่วส่งมาก็เอาน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาห้องโรงแรมที่เว่ยหยางพัก ไฟไหม้อย่างรวดเร็ว คนรีบกลับไปรายงานฉิหยุนรั่วว่าทำเรื่องเผาโรงแรมที่พักของเว่ยหยางเรียบร้อยแล้ว แต่เกรงว่าอาจจะมีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจากไฟไหม้มากกว่า 1 คน ฉิหยุนรั่วบอกว่าเธอไม่แคร์ ต่อให้ต้องแลกชีวิตคนมากกว่านี้ขอแค่กำจัดเว่ยหยางได้ เธอยินดี (ร้ายให้สุดเลยเจ้ )......... ไฟไหม้ทำให้ไม้หล่นมาทับร่างของไป๋จือ เว่ยหยางจึงเข้าไปยกออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี (ส่วนคนใช้อีกคนตะลึงอย่างเดียว) เว่ยหยางผลักไป๋จือและซือเหยียนไปอีกทางหนึ่งและบอกให้รีบหนีไป บ่าวทั้ง 2 ได้รับการช่วยเหลือจากองครักษ์ของตั้วบาจู จากนั้น อะแฮ่มๆ ตั้วบาจูก็ช่วยเว่ยหยางออกมา (มีโมเมนต์ดีดี )..เว่ยหยางจำตั้วบาจูได้ (เรื่องราวตอนโคมไฟ) แต่ตั้วบาจูถามเว่ยหยางว่าจำข้าได้เหรอ กำลังจะถามต่อ เว่ยหยางบอกจำผิดคน (แป๋วๆๆ 555  แต่ตั้วบาจูจำเว่ยหยางไม่ได้นะ)..เอาละเว่ยหยางเริ่มชอบตั้วบาจู เพราะเห็นแอบคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตลอด...



คนรับใช้ของฉิหยุนรั่วมารายงานว่า เว่ยหยางไม่ตาย ฉิหยุนรั่วโกรธมากและคิดวางแผนฆ่าเว่ยหยาง..(สมกับเป็นคนเลว 555) ...ตัดมาที่เว่ยหยางและบ่าวทั้ง 2 คน ไป๋จือและซือเหยียนสาบานว่าจะจงรักภักดีกับเว่ยหยาง เว่ยหยางบอกว่าขอให้เรารักกันเหมือนพี่น้องเพราะเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ..คนรับใช้ถามประมาณว่าใครนะใจร้ายทำได้ เว่ยหยางรู้ดีว่าต้องเป็นฉิหยุนรั่วแน่นอน แต่ไม่พูดอะไร..

พอเว่ยหยางมาถึงหน้าประตูบ้านคนใช้ของฉิหยุนรั่วก็ออกมารับหน้าและบอกว่าเว่ยหยางต้องเดินเข้าประตูเล็กเพราะเป็นลูกบ่าวล้างเท้าในบ้าน คนรับใช้เว่ยหยางเถียงแทนเว่ยหยางว่าได้ไงละ เว่ยหยางก็เป็นลูกท่านเสนาบดีเหมือนกัน ทำไมจะเข้าประตูใหญ่ไม่ได้..นางคนใช้ของฉิหยุนรั่วก็ตบหน้าคนใช้เว่ยหยาง เว่ยหยางเห็นก็โกรธเดินเข้าไปตบหน้าคนใช้ฉิหยุนรั่วแล้วพูดประมาณว่า เจ้าทำกริยาแบบนี้คนอื่นจะมองว่าฮูหยินใหญ่สอนเจ้ามาไม่ดี (สะใจอะ 555) แล้วเว่ยหยางก็บอกว่าฉันไม่แคร์หรอกว่าจะต้องเข้าประตูเล็กหรือใหญ่แค่ฉันเข้าไปได้ก็พอ แล้วเว่ยหยางก็เดินเข้าทางประตูเล็กไป...นางคนใช้ของฉิหยุนรั่วแค้นมากและพูดว่าเจ้าจะได้เห็นดีกันฮูหยินใหญ่เตรียมการไว้รอเจ้าแล้ว (ประมาณนี้)....

หลีฉางเล่อ หลีฉางรู่ และหลีฉางซือ นั่งคุยกันอยู่ ทำงานฝีมือไปด้วย ก็สงสัยว่าหลีเว่ยหยางจะรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรนะ หลีฉางซือก็ยกย่อหลีฉางเล่อตลอด ประมาณไม่มีใครเทียบพี่ใหญ่ได้...เว่ยหยางเข้าไปคารวะท่านย่า ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเพราะเว่ยหยางรู้แค่ธรรมเนียมของต้าเหลียง เว่ยหยางเลยคำนับท่านย่ากับพื้นไป 3 หน ท่านย่าก็หัวเราะดีใจที่เว่ยหยางกลับบ้าน ปลอบใจเว่ยหยางที่ต้องไปใช้ชีวิตลำบากลำบน บลา บลา บลา...เว่ยหยางตอนแรกเข้าใจว่าฉิหยุนรั่วเป็นแม่ จึงเข้าไปจับมือแต่พอรู้ว่าเป็นฉิหยุนรั่ว ก็ถามท่านย่าว่าอยากไปหาท่านแม่ ย่าก็บอกว่าแม่เว่ยหยางอยู่อีกที่หนึ่ง ป่วยอยู่ ประมาณนี้...ฉิหยุนรั่วให้คนรับใช้มาคอยดูแลเว่ยหยาง (คอยสอดแนมนั่นแหละ) บอกท่านย่าว่าให้ช่วยดูแลให้เว่ยหยางอยู่อย่างสุขสบายในบ้าน....

ไม่ลงไม่ได้นะรูปนี้ 5555 ตบค่ะ


หลังจากที่ได้เห็นเว่ยหยางกันแล้ว หลีฉางรู่ หลีฉางเล่อ และหลีฉางซือก็คุยกัน โดยฉางซื่อดูถูกเว่ยหยางตลอด จนฉางรู่ต้องถามว่าเจ้าเพิ่งเคยเห็นเว่ยหยางเป็นครั้งแรกทำไมถึงไปดูถูกเขา ฉางซือก็ตอบประมาณว่าในโลกนี้ไม่มีใครมีความเมตตาปราณี จิตใจดีงามเท่าพี่ใหญ่ฉางเล่อ แล้ว  (ยายนี่สงสัยตาไม่ดี 5555 ) ...ฉางเล่อก็พูดประมาณว่า ต่อจากนี้ไปพวกเราพี่น้องต้องช่วยเหลือกันให้มากๆ...(แต่ก่อนหน้านี้คนใช้ของฉางเล่อมารายงานฉางเล่อว่าฉางรู่จะทำให้ของขวัญพิเศษที่ท่านย่าจะประทับใจ ฉางเล่อจึงบอกคนใช้ว่าเจ้ารู้ใช่มั้ยว่าต้องทำอย่างไร ....)

แม่ของเว่ยหยางมาแอบดูหน้าเว่ยหยางอยู่ห่างๆ เพราะไม่สามารถออกจากที่พักได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต จึงได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ



ระหว่างเดินไปห้องพัก เว่ยหยางคิดถึงเว่ยหยางตัวจริง และคิดในใจว่าเว่ยหยางไม่ต้องห่วงเธอจะจัดการแก้แค้น ทวงความยุติธรรมให้กับเว่ยหยางเอง และตัวฉันเองก็จะแก้แค้นฉิหยุนรั่วและฉิหยุนหนาน ที่ฆ่าคนในราชวงศ์เธอด้วย...

ตอนที่ 3

เริ่มด้วยคนใช้ของฉิหยุนรั่วนำเว่ยหยางไปยังห้องพัก และบอกว่าหากต้องการอะไรให้บอกได้จะจัดหามาให้..2 สาวใช้ของเว่ยหยางตื่นเต้นในความใหญ่โตของคฤหาสน์......ฮูหยิน2 และฮูหยิน 3 คุยกันสองคนว่าต่อไปคงได้ดูการแสดงดีดีในบ้าน เพราะการเข้ามาอยู่ของเว่ยหยางซึ่งไม่ค่อยมีมารยาท (ประมาณเติบโตในป่าไม่ได้รับการอบรม) 



ส่วนทางด้านฉางรู่กับฉางซืออยู่ด้วยกัน ฉางรู่กำลังทำงานฝีมืออยู่ส่วนฉางซือกำลังกินขนม ฉางรู่พูดกับฉางซือประมาณว่าทำไมถึงไม่ชอบเว่ยหยางชอบพูดดูถูก ฉางซือตอบประมาณว่าเพราะเธอรู้ว่าฉางเล่อไม่ชอบเว่ยหยาง และเธอมีความสุขที่ทำให้ฉางเล่อมีความสุข ฉางเล่อสวย มีเครื่องประดับล้ำค่ามากมาย บลา บลา บลา ... ฉางรู่บอกฉางซือว่า ทำไมฉันไม่เห็นในสิ่งที่เธอเห็นในตัวฉางเล่อ หรือเป็นเพราะฉันไม่ค่อยทำอะไรให้เธอ(ฉางเล่อ) มีความสุข....
ฉางซือ  "แต่สิ่งที่ฉันพูดไป มันเป็นความจริงไม่ใช่เหรอ
ฉางรู่    เราเป็นพี่น้องสายเลือดพ่อเดียวกัน การจะไปดูถูกแม่ๆ ต่อหน้าคนอื่นเป็นการไม่สมควร"
ฉางซือหยุดกินขนมแล้วค้อนฉางรู่เล็กๆ...



ตัดมาที่เว่ยหยาง เว่ยหยางถามคนใช้ของฉิหยุนรั่วที่ส่งมาอยู่กับตน (ฮัวเหมย) ว่าทำไมไม่เห็นฉิหยุนหนานเลย ฮัวเหมยตอบว่าตอนนี้คุณชายใหญ่ติดภาระกิจอยู่ที่ต้าเหลียง กำจัดอ๋องเห่อฉือ ที่เป็นกบฏ เว่ยหยางได้ยินก็โกรธแค้นมาก....

มาถึงบทเรียนมารยาท ฉิหยุนรั่วให้ ซุนหมิง คนใช้สนิทประจำตัวเป็นคนสอน (คนเดียวกับที่โดนเว่ยหยางตบ) เริ่มด้วยการชงชา ซุนหมิงแกล้งเว่ยหยางโดนการทิ้งชาที่เว่ยหยางชงให้ 



และต่อด้วยสอนการคำนับ ประมาณอยากให้เว่ยหยางคำนับตน เว่ยหยางก็นั่งลงและพยายามทำตามที่ซุนหมิงบอก แต่ซุนหมิงไม่บอกดีดี กลับเอาไม้ตีหลัง ตีแขน เว่ยหยางไม่ทน เลยจับไม้แล้วฟาดซุนหมิงไม่ยั้ง...



ซุนหมิงฟ้องฉิหยุนรั่ว ฉิหยุนรั่วฟ้องท่านย่าและเรียกสามีคือ หลีเสี่ยวหราน มาร่วมรับรู้ด้วย พอเห็นหน้าหลีเสี่ยวหราน ฉิหยุนรั่วก็แสดงละครน่าสงสารประมาณตั้งใจจะสอนมารยาทอันดีงามให้กับเว่ยหยาง แต่เว่ยหยางกลับไล่ตีคนของตน.....เว่ยหยางจึงบอกหลีเสี่ยวหรานว่า ซุนหมิงบอกตนเองว่าจะสอนมารยาทให้ดุจดั่งมารดาสั่งสอนธิดา (มองซุนหมิงแล้วถามว่าใช่มั้ย) ซุนหมิงพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ (เพราะถ้าตอบก็จะเป็นการตีตนเสมอฮูหยิน) แต่เว่ยหยางถามย้ำบังคับให้ซุนหมิงตอบ 



เว่ยหยางพูดต่อประมาณว่า หากสอนมารยาทแบบมารดาสอนให้ธิดา เหตุใดไม่สอนดีดี ถ้าทำผิดเล็กน้อยก็ถูกโบยถูกตี ข้าเพิ่งมาจากป่าเขาจะให้ทำถูกตั้งแต่แรกได้อย่างไร นี่เท่ากับเป็นตัวแทนของฮูหยินใหญ่ที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดีเท่าท่านฮูหยินใหญ่เลย ...ประมาณนี้ ฮูหยินใหญ่ ฉิหยุนรั่วจึงให้ซุนหมิงขอโทษเว่ยหย่าง...(สายตาฟาดฟันประสานกันระหว่างฉิหยุนรั่วกับเว่ยหยาง)...

เมื่อกลับมาที่ห้องแล้วเว่ยหยางจึงคุยกับสองบ่าวใช้คนสนิทว่า ตนต้องสั่งสอนคนอื่นซะบ้างจะได้ไม่มาเหยียบหัวข้ามากเกินไป จากนั้นบ่าวคนสนิทก็บอกว่าใกล้วันเกิดท่านย่าแล้ว เว่ยหยางควรเตรียมของขวัญให้ท่านย่าด้วย เว่ยหยางถามลอยๆ ขึ้นว่าแล้วในวันเกิดท่านย่า ข้าจะได้พบกับพี่ชายข้ามั้ย ฉิหยุนหนานแล้วสายตาก็ประหนึ่งว่า รอแกกลับมาเจอกัน...



มาถึงงานวันเกิดท่านย่า ฉางซือ ฉางรู่ และฉางเล่อ ก็เข้ามาคารวะท่านย่า ฉางรู่นำของขวัญที่ใช้เวลาทำเองถึง 3 เดือน เป็นบทกลอนบนผื้นผ้าปักอย่างสวยงาม ความหมายรวมคือการมีอายุยืนยาว ท่านย่าหัวเราะชอบใจและขอบคุณหลานสาว ฉิหยุนรั่วมองฉางเล่อ แล้วทำเป็นถามว่าแล้วเจ้าละฉางเล่อ เจ้าก็มีของขวัญมามอบให้ท่านย่าเช่นกันใช่มั้ย .. ฉางเล่อก็นำของขวัญออกมา เป็นผ้าแดงปักด้วยทองคำแท้ กลอนเดียวกันกับของฉางรู่ แต่มูลค่าแพงมาก ฉางเล่อบอกท่านย่าว่า เธอใช้เวลาทำเอง นานมาก...แม่ของฉางรู่เดินออกมาดู และกำลังจะพูดแต่ฉางรู่ห้ามไว้ และพาแม่กลับไปนั่งที่ แม่ของฉางรู่พูดว่าเกลียดนัก ข้าไม่เชื่อว่าจะทำเอง ข้าไม่เคยเห็นฉางเล่อกระดิกนิ้วทำงานเองซักครั้ง...เจ้า (ฉางรู่) ตั้งใจปักประดิษฐ์ตั้ง 3 เดือน แต่ฉางเล่อนำสิ่งนี้มาเพื่อทำให้พวกเราอายขายหน้าเท่านั้น

ฉางซือถามหาพี่สาวคนที่ 2 คือ เว่ยหยางนั่นเองว่าไปไหนไม่มาให้ของขวัญอวยพรท่านย่าเหรอ ฉิหยุนรั่วให้ซุนหมิงไปตาม ..ก่อนไปก็ได้ยินเสียงกลองดังมากพร้อมสิงโตเชิด 2 ตัวอยู่หน้าคฤหาสน์ ฉางรู่และฉางซือ สนุกมากและฉางเล่อกับฉิหยุนรั่วไม่พอใจ 



ในขณะเดียวกันตั้วบาอวี้และ หลีหมินเฟิง (หลีหมินเฟิง คนเดียวกันกับ ฉิหยุนหนาน และแม่ทัพหลี มีหลายชื่อจริงหนอ)..เข้ามาพอดี เว่ยหยางเห็นหน้าหลีหมินเฟิงก็จ้องผ่านหัวสิงโตและมโนว่าได้ฆ่าหลีหมินเฟิงตาย 



....จนไป๋จื่อเรียกให้สติเว่ยหยางว่าต้องเชิดสิงโตต่อ เว่ยหยางจึงออกจากพะวัง จากนั้นปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ ฉางเล่อส่งสัญญาณให้สาวใช้โยนลูกปัดลงพื้น พอเว่ยหยางกระโดดลงจากเก้าอี้ก็เสียหลักจะล้ม ตั้วบาอวี้เข้ารับร่างไว้ ............นั่นแน่ โมเมนต์อีกละ 



การแสดงจบลง ท่านย่าชมเชยเว่ยหยางเป็นอย่างมาก ..ตั้วบาอวี้มาพร้อมราชโองการอวยพรวันเกิดให้ท่านย่า และประกาศเรื่องความดีความชอบที่หลีหมินเฟิง (ฉิหยุนหนาน/แม่ทัพหลี) ฆ่ากบฏอ๋องเห่อฉือ ได้สำเร็จเรียบร้อยประทานทรัพย์สินทั้งหมดรวมทั้งตำหนักอ๋องให้กับตระกูลหลี ...เว่ยหยางได้ยินก็ยิ่งแค้นมาก..... หลีหมินเฟิงเอาหยก(ที่เคยเป็นของฉินเอ๋อร์ที่เสด็จย่าให้ตอนเกิด) มามอบให้ฉางเล่อ ทุกคนต่างชมว่าสวยมาก เว่ยหยางเห็นก็จ้องไม่ยอมวางตา จ้องไม่พอเข้าไปจะแย่งมาจากมือฉางเล่อด้วย...



ฉางเล่อตกใจ ทำหน้า error ^_^



ฉิหยุนรั่วจึงไล่ให้เว่ยหยางกลับห้องไป ...ฉางรู่มองตั้วบาอวี้ไม่วางสายตาเพราะรักมาตั้งแต่เด็ก (ตาวิ้งๆ มาก) 

หลังจากตั้วบาอวี้กลับไปวังแล้ว องครักษ์คนสนิทของตั้วบาอวี้ถามตั้วบาอวี้ว่าตั้งใจจะใช้หลีหมินเฟิงช่วยเหลือให้เป็นองค์รัชทายาทจริงเหรอ เพราะหลีหมินเฟิงเป็นคนทรยศอ๋องเห่อฉือและฆ่าล้างตระกูลอย่างโหดเหี้ยม จะไว้ใจคนใจคดเช่นนี้ได้อย่างไร ตั้วบาอวี้ตอบว่าข้าสนใจหลีเสี่ยวหราน มากกว่า หลีเสี่ยวหรานเป็นเสนาบดีมีคนรักและมีอำนาจมาก เราต้องเกี่ยวข้องกับหลีเสี่ยวหราน แล้วเราจะมีโอกาสได้เป็นรัชทายาท คนสนิทถามต่อว่าท่านคิดว่าใครจะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของท่าน ตั้วบาอวี้บอกว่า มี ตงพิงหวาง และ ตั้วบาจู เพราะมีคนสนับสนุนมาก โดยเฉพาะตั้วบาจูเหตุการณ์ที่หน้าประตูเมืองทำให้ประชาชนรัก...

ตัดกลับมาที่คฤหาสน์เสนาบดีหลี ฉางรู่มาหาเว่ยหยางและนำป้ายหยกที่เธอทำเองมาให้เว่ยหยาง บอกเธอทำเองและรอคนที่เธอจะมอบให้มานานแล้ว เว่ยหยางถามว่าทำไมละประมาณท่านก็มีฉางซือ ฉางเล่อ ....ฉางรู่จึงตอบว่าตอนนี้เจ้าเข้ามาอยู่ในบ้านแล้วต่อไปเจ้าก็จะรู้เองว่าทำไม..



ฉางรู่ออกมาจากห้องของเว่ยหยางแล้ว เดินมาเจอกับฉางเล่อ ฉางเล่อมองฉางรู่ด้วยหางตาแบบยิ้มๆ และบอกฉางรู่ประมาณว่าต่อไปอย่าพยายามทำอะไรเด่นอีกเพราะยังไงก็ไม่มีวันเด่นเกินเธอ (ฉางเล่อ) ไปได้...ฉางรู่จะร้องไห้และถามว่าท่านรู้อยู่แล้วว่าข้าจะปักกลอนให้ท่านย่า แล้วทำไมท่านยังทำซ้ำอีก ฉางเล่อ ตอบแบบรู้แล้วจะทำไมล่ะ ยังไงเจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว.... (อืมมม น่าตบนะ )

ฉางรู่กับมาที่ห้องพบกับฉางซือ ก็เล่าให้ฉางซือฟัง ฉางซือบอกไม่คิดอะไรเพราะไม่เกี่ยวกับตนเอง ..(มีตัวละครตัวนี้เพื่อ??) ฉางรู่เตือนฉางซือว่าอย่าสนิทกับฉางเล่อมากเกินไปจะอันตรายในอนาคต แต่ฉางซือย้อนฉางรู่ว่าท่านนั่นแหละไปสนิทกับเว่ยหยาง แล้วท่านจะเสียใจ ..ฉางรู่บอกฉางซือว่าเธอเห็นมีเว่ยหยางคนเดียวที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของฉางเล่อและชนะ ..ฉางซือบอกฉางรู่ว่าไม่มีทาง ยังไงก็ไม่สามารถชนะฉางเล่อได้.......ฉางรู่จบด้วยบทกลอน แปลรวมๆ ประมาณว่า สงครามกำลังจะเกิดผู้ล่าที่เข้มแข็งเท่านั้นถึงจะเป็นผู้ชนะ เรากำลังจะได้ดูการแสดงกันไม่ช้านี้.....



(ได้เวลาร่วมตัว ทริปเปิ้ลเลว) ฉิหยุนรั่วพูดกับหลีหมินเฟิงประมาณว่า ขัดใจมากที่เว่ยหยางดึงความสนใจไปจากทุกคนโดยเฉพาะท่านย่า และดูเหมือนท่านย่าจะโปรดเว่ยหยางมาก หลีหมินเฟิงบอกฉิหยุนรั่วอย่ากังวลมาก แค่เด็กสาวบ้านนอกเข้าเมืองคนหนึ่ง กำจัดไม่ยาก ..ฉิหยุนรั่วคิดแตกต่าง เว่ยหยางจะเป็นปัญหามากขึ้น มีความเป็นไปได้มั้ยว่าเป็นเว่ยหยางตัวปลอม?? (ฉลาดแท้คุณแม่) เธอให้เหตุผลว่าเธอเลือกที่จะส่งเว่ยหยางไปอยู่ในถิ่นกันดาล ลำบากลำบน แต่พอเธอจับมือเว่ยหยาง ทำไมมือเว่ยหยางเหมือนคนไม่เคยทำงานอะไรเลย ผิวพรรณสวยงาม นางจะต้องสืบให้ชัดเจนให้ได้.....แล้วก็หันไปพูดกับฉางเล่อว่าเจ้ารู้ใช่มั้ยว่าเหล่าพระมเหสีจะไปไหว้พระที่วัด เจ้าจงเตรียมตัวให้ดี....ฉางเล่อบอกอย่ากังวลนางรู้ว่าต้องทำอย่างไร



ฉางเล่อมาดักรอ (ประมาณทำเป็นเรื่องบังเอิญ) มเหสีที่วัด มเหสีจำฉางเล่อได้จึงเรียกมาคุยด้วย ฉางเล่อพูดอ้อมๆ ทำนองว่ามีวิธีให้ตั้วบาจูกลับมาวังเร็วขึ้น (ชอบออกไปนอกวัง) มเหสีชอบใจและบอกฉางเล่อว่าจะบอกตั้วบาจูว่าเจ้าคิดถึงเขามากๆ ...ฉางเล่อยิ้ม (สมใจ)

..มาที่เว่ยหยางบ้าง ไป๋จื่อมารายงานเว่ยหยางว่างานที่ให้ไปสืบชื่อคนช่วยชีวิตตอนไฟไหม้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน ไป๋จื่อบอกสืบอะไรไม่ได้เลยไม่มีใครรู้ เว่ยหยางได้แต่คิดถึงช่วงเวลาที่นั้นที่เธอคิดว่าเธอต้องตายแน่แล้ว ไม่มีใครเลย ..สรุปว่าตกหลุมรักตั้วบาจูละ..แต่แล้วเว่ยหยางก็สลัดความคิดทิ้ง เพราะคิดต่อว่าตนเองมาเป็นเว่ยหยางเพราะต้องการมาล้างแค้น จะมามัวแต่คิดถึงเรื่องความรักได้อย่างไร..

ตอนที่ 4

เว่ยหยางได้ยินเสียงขลุ่ย เดินตามเสียงไป ผู้ชายคนที่เป่าขลุ่ยได้ยินคนเดินมาจึงหันหลังไปพบเว่ยหยาง ก็บอกเว่ยหยางว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะเข้ามา และอย่าแตะต้อง นกของข้า เว่ยหยางก็ประมาณว่าข้าจะทำทุกอย่างที่เจ้าห้ามไม่ให้ข้าทำ (คงเห็นว่าเด็กกว่าเว่ยหยางเลยไม่กลัวอะไร) 



เว่ยหยางจะจับนกอีก หลีหมินเต๋อ จึงจับมือเว่ยหยางว่าห้ามจ้บนะ แต่ดันเขินซะเอง (อืมม พี่น้องกันเขินกันขนาดนี่เลยเหรอ) เว่ยหยางยิ่งได้ใจก็แกล้ง แล้วก็โดนหลีหมินเต๋อไล่ออกมา ..(แต่ตอนนี้เว่ยหยางยังไม่รู้ว่าชื่ออะไร)... เว่ยหยางกลับมาที่ห้องและถามไป๋จื่อว่าผู้ชายเจ้าของนกเป็นใคร ไป๋จื่อจึงบอกว่าเป็นคุณชายรอง ชื่อ หลีหมินเต๋อ เป็นลูกที่ฮูหยิน 3 ไปขอมาเลี้ยง (ลูกเลี้ยง) เว่ยหยางบอกไป๋จื่อให้หาหนังสะติ๊กให้หน่อยเพราะจะเอาไปยิงหลีหมินเต๋อที่บังอาจเรียกเธอว่าโจรขโมยนก



หลังจากได้หนังสติ๊กแล้ว เว่ยหยางวิ่งกลับมาที่ที่พักของหลีหมินเต๋ออีกแต่ก็ต้องหลบซ่อนก่อนเพราะเห็นหลีหมินเฟิงกำลังคุยกับหลีหมินเต๋ออยู่ หมินเฟิงว่าหมินเต๋อเป็นลูกแหง มีแต่ประจบแม่ไปวันๆ (ทุกวันหลีหมินเต๋อต้องไปทำความเคารพฮูหยิน 3 แม่เลี้ยงตน ...เด็กดี) หมินเฟิงข่มหมินเต๋อว่าตนเองได้รับพระราชทานตำแหน่งใหญ่โตตอนนี้เป็นคนสนิทขององค์ชายนาหนาน (ตั้วบาอวี้) แล้ว ขอร้องข้าซิข้าจะช่วยพูดให้เจ้าจะได้ตำแหน่งใหญ่โตบ้าง หมินเต๋อก็บอกหมินเฟิงว่า ข้าไม่ต้องการหากข้าจะได้ตำแหน่งข้าต้องมีความสามารถ ทำมันด้วยตนเอง แล้วก็เดินจากไป...แต่หมินเฟิงตะโกน ดังมากว่าหมินเต๋อเจ้ายังไปไม่ได้ ข้ายังพูดไม่จบ เจ้าไม่เห็นข้าซึ่งเป็นพี่ใหญ่อยู่ในสายตาใช่มั้ย....
หมินเต๋อ  "ท่านรู้ดีว่าการกระทำดังกว่าคำพูดเสมอ (ประชดนั่นแหละประมาณว่าเจ้าเคยเห็นข้าเป็นน้องชายเหรอ) แล้วก็ผลักหมินเฟิงไปชนกับคนใช้ หมินเฟิงก็หันไปตบหน้าคนใช้ (เลวจริงจัง )...หมินเต๋อโกรธหมินเฟิงมากแต่หมินเฟิงไม่สนใจ ดูถูกทุกคนตนเองสูงศักดิ์จะทำอะไรก็ได้ หมินเต๋อกำลังจะกระชากเสื้อหมินเฟิง.... เว่ยหยางออกมาจากที่ซ่อนเข้าไปพยุงคนใช้ และห้ามไม่ให้หมินเต๋อทำร้ายหมินเฟิง....แล้วหมินเฟิงก็พูดอาฆาตทิ้งไว้แล้วก็รีบออกไป




เว่ยหยางถามหมินเต๋อว่าทะเลาะกับหมินเฟิงบ่อยเหรอ หมินเต๋อบอกใช่บ่อยมากแต่ไม่อยากมีเรื่อง หลบได้จะหลบเพราะไม่อยากให้ท่านแม่ไม่สบายใจ แล้วหมินเต๋อก็ชายตามองเว่ยหยางเจ้าสนใจแต่เรื่องของเจ้าเถอะ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้า มองหน้าเว่ยหยางแล้วเขิน หน้าแดง (อืมมมม) เว่ยหยางก็แกล้งหมินเต๋อเรียกน้องชายรอง น้องชายรอง หมินเต๋อเดินหนี....

เว่ยหยางเข้าไปนวดให้ท่านย่าและพยายามถามถึงแม่ เพราะยังไม่ได้เจอแม่เลย ย่าจึงบอกว่าแม่ป่วยพักอยู่อีกที่หนึ่ง เว่ยหยางขออนุญาตท่านย่าไปหาแม่ ท่านย่าเลยอนุญาต 



...ฉิหยุนรั่วพูดในที่พักประมาณว่าต้องดูแลแม่เว่ยหยางให้ดี เพราะมีแต่แม่เว่ยหยางจะบอกได้ว่าเว่ยหยางคนนี้เป็นตัวจริงหรือตัวปลอม ทุกอย่างจะต้องชัดเจน...แล้วก็ยิ้ม(แบบโหด)

เว่ยหยางรีบตรงไปยังที่พักของแม่โดยมีฮัวเหมยนำทางให้ ในขณะเดียวกัน ซุนหมิงคนรับใช้ของฉิหยุนรั่วเอายามากรอกให้แม่ของเว่ยหยางดื่ม แม่ของเว่ยหยางกระอักเลือด เว่ยหยางมาถึงพอดีก็ตกใจ



จริงพยายามเรียกคนมาช่วย ฉิหยุนรั่ว และหลีเสี่ยวหราน ก็มาพร้อมกัน เว่ยหยางบอกว่าซุนหมิงนำยามาบังคับให้แม่ดื่มต้องมีพิษแน่ๆ พอหมอมาตรวจพิษก็พบว่าไม่มีพิษ ฉิหยุนรั่วก็ดราม่าใส่สามีว่าเว่ยหยางปลักปล่ำตนเองต้องลงโทษเพราะกล่าวโทษผู้อาวุโส...แต่แม่เว่ยหย่างฟื้นขึ้นมาและบอกว่าเธอดื่มยาแล้วเวียนหัว สลบไปเอง หลีเสี่ยวหรานเลยบอกว่าให้เรื่องจบแค่นี้.......ฉิหยุนรั่วขัดใจเพราะไม่ได้ลงโทษเว่ยหยาง



จากนั้นก็ได้ยินเสียงคนรับใช้ในบ้านโวยวายว่าเกิดเหตุที่สระน้ำ ปลาทุกตัวลอยตายหมด ฉิหยุนรั่ว(วางแผนไว้เยอะมาก) .ฉิหยุนรั่วพยายามชักจูงให้หลีเสี่ยวหรานเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเว่ยหยาง แต่เว่ยหยางก็บอกว่าตนทำผิดอะไร ตนไม่ได้ทำอะไรเลย...แล้วอยู่ๆ ฉางซือก็ตกลงไปในสระน้ำ (ตอนนี้งงๆ อยู่ๆวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาแล้วตกลงไปในน้ำเฉยเลย) หมินเต๋อช่วยฉางซือขึ้นมา ใบหน้าของฉางซือมีบาดแผลด้วย .ซินแสมาทำนายว่าเป็นแบบนี้เพราะรังสีความซวยของเว่ยหยาง ที่เป็นกาลกิณี ...ซินแสคนของฉิหยุนรั่วก็บอกว่ามีวิธีแก้เคล็ด ดับรังสีความกาลกิณี โดยการเอาน้ำผสมเลือดหมาดำมาโบยใส่เว่ยหยาง 





ฉิหยุนรั่วตอนแรกคิดว่าฉางเล่อวางแผนไว้ เรื่องที่ฉางซือตกน้ำ แต่ฉางเล่อบอกเธอไม่รู้เรื่องทั้งคู่เลยงงและสรุปว่าฉางซือคงลื่นและหล่นลงไปในสระเอง.... (คนดูก็งงจ้า แต่มันน่าจะมีอะไรๆ นะ) เว่ยหยางถูกนำไปขังไว้ ฉางรู่แอบเอาอาหารไปให้เว่ยหยางกิน

ซินแสบอกทุกคนว่าต้องโบยเว่ยหยาง 50 ที่ด้วยแซ่ที่แช่ในนำ้ผสมเลือดหมาดำ เพื่อล้างอาถรรพ์ ฉิหยุนรั่วกับฉางเล่อแอบยิ้ม แต่คนอื่นๆ ทำหน้ากังวล ฉิหยุนรั่วให้คนเอายาพิษใส่ลงไปในน้ำด้วย ยาชนิดนี้ถ้าซึมเข้าร่างกายแล้ว แผลจะไม่มีวันหาย และจะเจ็บปวดมากขึ้นทุกวัน... 



ฉางรู่กับหลีหมินเต๋อสงสารเว่ยหยางและพยายามห้ามซินแสให้หยุดตี



แม่เว่ยหยางวิ่งมาหาลูก ร้องไห้หนักมาก และขอร้องให้หยุด แต่ฉิหยุนรั่วก็ขอให้ทำให้ครบเพื่อความสบายใจและความโชคดีของตระกูล ดูสภาพเว่ยหยาง





ฉิหยุนรั่วสั่งให้คนเอาเว่ยหยางไปทิ้งในป่า เพราะยังไงก็ตายแน่นอนจะให้ตัวซวยตายในบ้านได้อย่างไร .......คุณแม่แรงและเลวมากค่ะ ชมเชย....



 ตอนแรกคนใช้ของเว่ยหยาง ซือเหยียนไม่ยอมให้คนของฉิหยุนรั่วเอาตัวเว่ยหยางไป แต่โดนขู่เลยต้องยอม (ปกตินิสัยของซือเหยียนเป็นคนขี้กลัว ขี้ตกใจ และขี้ขลาดอยู่แล้ว ไม่ได้เรื่องนะคนนี้) ส่วนไป๋จื่อไม่อยู่ ตามไปขอให้หลีหมินเต๋อช่วยหาทางรักษาเว่ยหยางอยู่...คนของฉิหยุนรั่วลากเว่ยหยางไปทิ้งไว้ในป่า....ชีวิตนางเอกเน้อะ....เว่ยหยางพยายามตะเกียกตะกายตัวขึ้นมาและเดินโซเซไปเจอถ้ำหนึ่งเลยเข้าไปพัก บังเอิญแท้ ตั้วบาจูออกมาท่องเที่ยวกับองครักษ์ีคนสนิทกำลังจะกลับวัง มาเจอพวกนักฆ่า (ไม่รู้ใครส่งมา)



สู้ไปสู้มา พวกนักฆ่าเยอะกว่าตั้วบาจูสู้ไม่ไหวจึงหนี และเข้าไปหลบในถ้ำเดียวกันกับเว่ยหยาง เว่ยหยางเห็นก็ตกใจจะตะโกน ตั้วบาจูจึงเอามือปิดปากเว่ยหยางไว้



จบด้วยภาพ ณ โมเมนต์นี้ 




ตอนที่ 5

องค์ชายไอพอด (iPod) สวัสดีค่ะ (ฉายาของติ่งจีนในเว่ยป๋อ สังเกตทรงผมข้างหู 555)


หลังจากที่พวกนักฆ่าที่มาตามฆ่าตั้วบาจูไปแล้ว เว่ยหยางผลักตั้วบาจูออกไปแล้วสลบไป ตั้วบาจูจำเว่ยหยางได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ตัวเองช่วยไว้ตอนไฟไหม้โรงแรม

เว่ยหยางสลบใส่ซะงั้น


ตั้วบาจูให้หมอมาตรวจอาการของเว่ยหยาง ...ในขณะที่หมอตรวจอาการอยู่นั้น คนสนิทของตั้วบาจูก็วิ่งเข้ามากอดตั้วบาจู บอกเป็นห่วงมากตามหาท่านไม่เจอข้าหัวใจแทบวาย ท่านไม่เป็นไรใช่มั้ย (น่ารักดีคู่นายบ่าวคู่นี้) ตั้วบาจูดันคนสนิทออกไปแล้วบอกให้เงียบอย่ารบกวนหมอเพราะกำลังตรวจอาการอยู่...คนสนิทแซ่วว่าท่านถูกตามล่าแต่ดันกลับมาพร้อมได้ผู้หญิงมาด้วย....แล้วก็โดนตั้วบาจูมองด้วยสายตาแบบว่าถ้าพูดอีก โดนแน่

หมอรายงานตั้วบาจูว่าเว่ยหยางป่วยเพราะถูกยาพิษ และพิษได้ซึมไปทั่วร่างมาระยะหนึ่งแล้วและถ้าหากพิษเข้าสู่หัวใจ เว่ยหยางก็จะเสียชีวิต วิธีรักษาคือต้องฝังเข็มแต่ว่าวิธีนี้หมอเองเรียนมาแต่ไม่เคยใช้กับผู้หญิงและเจ็บปวดมากคนไข้อาจทนไม่ไหวเจ็บจนตาย...เว่ยหยางได้ยินจึงจับแขนหมอแล้วบอกว่าทำเลย ข้าต้องมีชีวิตอยู่....

หมอเริ่มการฝังเข็ม ฝังไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ฝังลงไปบนศรีษะของเว่ยหยางนั่นเอง พอฝังไปได้ 2 เข็มเว่ยหยางเจ็บปวดมากแต่ไม่ร้องออกมา ปวดจนจะล้มลงตั้วบาจูจึงรีบเข้ามาประคอง หมอถามเว่ยหยางว่าไหวมั้ย เว่ยหยางบอกจัดเลย หมอจึงฝังเข็มที่ 3 ซึ่งเป็นเข็มที่จะต้องปักตำแหน่งที่ทำให้เจ็บปวดมากที่สุด แล้วหมอก็ฝังเข็มลงไป เว่ยหยางจับมือตั้วบาจูบีบอย่างแน่น ตั้วบาจูก็ให้กำลังใจกอดเว่ยหยางไว้ในอ้อมแขน เว่ยหยางทนปวดไม่ไหวจึงสลบไป...แต่ไม่ยอมปล่อยมือของตั้วบาจู ตั้วบาจูเลยต้องนั่งกอดเว่ยหยางทั้งคืน ...(กรี๊ดดดค่ะ)..

ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวเจ้าก็หาย เข็มเล็กนิดเดียว ---






พอตื่นเช้าเว่ยหยางตื่นก่อนเห็นว่าตั้วบาจูกอดตนอยู่จึงผลักตั้วบาจูตกเตียง และถามว่าเจ้าเป็นใคร ตั้วบาจูตกใจเพราะตกลงพื้นจึงบอกเว่ยหยางประมาณว่า ข้าก็คนที่ช่วยชีวิตเจ้าไง เจ้าตอบแทนผู้มีบุญคุณแบบนี้เลย ตอนนี้ข้าช่วยเจ้า 2 ตรั้งละนะ เว่ยหยางถามว่าช่วย 2 ครั้งเหรอ ตั้วบาจูเลยบอกว่าก็ข้าช่วยเจ้าตอนไฟไหม้ไง..เว่ยหยางตาเป็นประกายและเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มอ่อนหวานทันที จนตั้วบาจูแซวว่าเจ้านี่เปลี่ยนสีหน้าได้เร็วจริงนะ.... เว่ยหยางจะคำนับขอบคุณตั้วบาจูที่ช่วยชีวิต "ท่านเป็นเทพเจ้าที่คอยช่วยชีวิตข้า" แต่ตั้วบาจูห้ามไว้และบอกว่าเจ้ายังไม่หายดีต้องพักเยอะๆ เว่ยหยางจึงนอนลงและคิดในใจ ประมาณว่าพระเจ้าท่านได้ยินที่ข้าสวดอธิษฐานใช่มั้ย ท่านถึงส่งข้ามาหาเขา (ตั้วบาจู) อีกแล้วก็ยิ้ม.. ตั้วบาจูนำพิณออกมาและโม้บอกเว่ยหยางว่าในเมืองผิงนี้ เขาคือมือพิณอันดับหนึ่ง ไม่มีใครสู้ได้ แล้วก็บรรเลงพิณ (เริ่มต้นด้วยเล่นมั่วๆ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นเพลงเพราะๆ) เว่ยหยางหลับไปอย่างมีความสุข

มโนไปอย่างมีความสุข ณ วินาทีแห่งความเป็นความตาย ท่านคือเทพบุตรของข้า...


แล้วภาพก็บรรยายถึงความดูแลเอาใจใส่เว่ยหยางของตั้วบาจู ต้มยาให้ (สังเกตพัดที่ใช้ต้มยา) ป้อนยา เล่นพิณ เฝ้าไข้ ..จนกระทั่งเว่ยหยางรู้สึกตัวและอาการดีขึ้นมาก เว่ยหยางมาจับพิณ ตั้วบาจูมาเห็นพอดีเลยบอกว่าถ้าอยากเล่นข้าจะสอนให้ แล้วก็นะ โมเมนต์ดีดี ^_^

ต้มยาคร๊าฟฟฟ ..


ตั้วบาจูบอกเว่ยหยางว่าถ้าเดินไหวจะพาไปชมสถานที่หนึ่งในบริเวณโรงแรมนี้มันสวยมาก เผื่อเจ้าจะได้รับอากาศดี สดชื่นขึ้น เว่ยหยางตกลง ตั้วบาจูพาเว่ยหยางมาชมดอกไม้และผีเสื้อ มาแล้วแพทเทิร์นละครจีน เว่ยหยางวิ่งสะดุด ตั้วบาจูรับตัวไว้ได้ จิกตากันไปมา (5555) แล้วเว่ยหยางก็เล่นกับผีเสื้อ ตั้วบาจูก็ตะลึงจังงัง รักจุงเบยยยยย -----เอาละสรุปความว่าทั้งสองมีใจให้ต่อกันแต่ทั้งคู่ต่างไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ รู้แต่ชื่อเท่านั้น ...

โมเมนต์สะดุด... เป็นเรื่องราวดีดี


ฮ่าวเซียงอ้าาาา 


ตะลึง ณ จุดจุดนี้ 


ในขณะเวลาเดียวกันกับที่ตั้วบาจูดูแลเว่ยหยางนั้น หลีหมินเต๋อกับคนสนิทก็พยายามจะหายาถอนพิษเพื่อจะนำไปช่วยเว่ยหยาง (หมินเต๋อไม่รู้ว่าฉิหยุนรั่วสั่งคนเอาเว่ยหยางไปทิ้งในป่าแล้ว แค่รู้ว่าถูกไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น) คนสนิทเตือนหลีหมินเต๋อว่าถ้าโดนจับได้ หมินเฟิงต้องฆ่าแน่ แต่หมินเต๋อบอกว่าไม่กลัว ยังไงก็ต้องช่วยเว่ยหยางให้ได้ ...พอซินแสกลับมาที่พักหมินเต๋อกับคนสนิทก็ตามเข้าไปเผื่อจะค้นหายาถอนพิษ หมินเต๋อเห็นซินแสเปิดห้องลับ และเห็นว่าขังเด็กไว้ทำทารุณกรรม (ไม่แน่ใจว่าขังไว้เพื่อกามรมณ์ หรือขังไว้ทรมานทดลองยา หรืออะไร) ยามที่ดูแลคฤหาสน์เข้ามาเห็นหมินเต๋อกับคนสนิท(คลุมโม่งใส่ชุดดำ) จึงสู้กัน หมินเต๋อถูกฟันแขนบาดเจ็บ กำลังจะเสียทีเพราะถูกล้อมไว้แล้ว ก็มีคนชุดดำกลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วยไว้ (ยิงธนูใส่พวกยาม) จากนั้นกลุ่มชุดดำก็จากไป พอดีกลับพวกทหารเข้ามาพอดีทำให้ซินแสถูกจับกักขังเด็กไว้ทำมิดีมิร้าย...

หลีหมินเต๋อ นายกล้ามาก


เปิดห้องลับ นึกว่าจะเป็นห้องเก็บยา ดันเป็นห้องปฏิบัติกิจ


ตรงนี้ขอให้จดจำไว้จุดหนึ่งนะคะ ตรงกลุ่มชายกลุ่มดำที่มาช่วยหมินเต๋อ คนกลุ่มนี้เป็นคนที่คอยแอบติดตามและอารักขาหลีหมินเต๋อตลอดเวลา แต่หลีหมินเต๋อไม่รู้ เดี๋ยวจะไปเฉลยช่วงกลางๆ เรื่อง (ถ้าเหมือนในนิยายนะ แต่อย่าหวังอะไรมาก เพราะเกริ่นตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่า ฉบับซีรี่ย์แทบจะต่างจากนิยายโดยสิ้นเชิง เหลือไว้เพียงชื่อตัวละครเท่านั้นที่เหมือนกัน)

ข้าคือใคร ใครคือข้า? ---บอกดีมั้ยนะ


หมินเต๋อนั่งอยู่กับแม่มีคนสนิทกำลังพันแผลให้ ฮูหยินก็ร้องไห้สงสารหมินเต๋อ โอ้วลูกแม่เจ้าไปมีเรื่องอะไรมาทำไมบาดเจ็บขนาดนี้ ตั้งแต่เด็กเจ้าไม่เคยต่อสู้กับใครหนักขนาดนี้ บลาบลาๆ แล้วไปมีเรื่องกับซินแสซึ่งเป็นคนของป้ารั่ว เจ้าต้องมีปัญหาตามมาแน่ หมินเต๋อบอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วงเคลียร์ได้...ไม่ทันขาดคำ หมินเฟิงก็เข้ามาด่าหมินเต๋อและจะทำร้ายหมินเต๋อหมินเต๋อกระชากแย่งแส้มาจากหมินเฟิงได้ กำลังจะตีหมินเฟิงแต่แม่ห้ามไว้ก่อน...หมินเฟิงจึงไปฟ้องพ่อ ..ทุกคนเลยมาประชุมกันที่โถงของคฤหาสน์

หมินเต๋อสู้สู้..


หลีเสี่ยวหราน (ประมุขบ้าน/ เสนาบดีหลี --อีตานี่แย่มากคุ้มครองคนในบ้านไม่ได้เลยแถมหูเบาเชื่อแต่ฉิหยุนรั่ว ) ก็สอบสวนหมินเต๋อว่าเข้าไปทำอะไรที่ห้องพักซินแส หมินเต๋อก็บอกว่าไปเพราะต้องการหายาถอนพิษช่วยเว่ยหยาง แต่กลับไปพบความจริงเรื่องความเลวของซินแส เพราะฉะนั้นซินแสที่เลวแบบนี้ คำพูดต่างๆ จะเชื่อถือได้อย่างไร..เว่ยหยางไม่มีความผิด ... หมินเฟิงโกรธหมินเต๋อกำลังเข้าไปตะลุมบอน ท่านย่าก็เข้ามาพอดี และประกาศว่าทำกับเว่ยหยางอย่างนี้ได้อย่างไรทำไมไม่มีใครบอกคนหัวหงอกคนนี้เลย ต้องไปรับเว่ยหยางกลับบ้าน ส่งคนไปรับเดี๋ยวนี้....ฉิหยุนรั่วยิ้มไม่พูดอะไร (เพราะคิดว่ายังไงก็สายไปแล้วละ เว่ยหยางตายแล้วชัวร์ๆ ) หมินเต๋อหันมาเห็นสีหน้าของฉิหยุนรั่ว ก็หวั่นใจและคิดว่าเว่ยหยางต้องเกิดอันตรายแน่นอน........

ท่านย่ามา หลบค่ะ!


วันนี้ข้ายิ้ม ข้าสวย ข้านางงาม ---ฉิหยุนรั่วตอนนี้เลวน้อยหน่อย


ทางด้านตั้วบาจูกับเว่ยหยาง คนสนิทของตั้วบาจูนำอาวุธที่เก็บได้จากพวกมือสังหารมาให้ตั้วบาจู ทั้งคู่เห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มทหารคนสนิทขององค์ชายตงผิง คนสนิทของตั้วบาจูกำลังจะพูดประมาณว่าหรือองค์ชายตงผิงจะส่งคนมาฆ่าตั้วบาจู แต่ตั้วบาจูรีบพูดว่าไม่หรอกเราเป็นพี่น้องกันคงไม่ใช่ ต้องสืบให้แน่ชัดก่อน....จากนั้นคนสนิทก็เตือนตั้วบาจูว่าเราต้องรีบกลับนะเพราะพระมเหสีป่วยหนัก (อันนี้เองที่เป็นความคิดอันดีดีของนางฉางเล่อ ที่บอกมเหสีว่ามีวิธีทำให้องค์ชายเกาหยางกลับวังได้เร็ว ) 

มาที่ตั้วบาอวี้ กำลังให้อาหารปลาอยู่ในสวน คนสนิทก็รีบเข้ามาบอกว่าได้ทำตามแผนแล้ว ทิ้งอาวุธของนักฆ่าไว้ ตั้วบาอวี้ถามคนสนิทว่าเจ้ารู้มั้ยทำไมข้าชอบให้อาหารปลา...เพราะข้ารู้ว่าเวลาที่ข้าให้อาหารปลาที่กำลังหิวๆ มันจะต้องต่อสู้กันเพื่อแย่งอาหาร.....(ไม่มีอะไรเกี่ยวกับความเมตตาปราณีเลยนะ 5555 แหม ท่าน)...จากนั้นมีคนเข้ามารายงานว่าองค์ชายตงผิงมาพบรออยู่ที่ห้องโถง ตั้วบาอวี้จึงไปหาและถามว่าท่านพี่เสด็จมาถึงที่นี่มีเรื่องอะไรด่วน..องค์ชายตงผิงก็เอารายงานของอำมาตย์คนหนึ่งมาให้ตั้วบาอวี้อ่าน และบอกว่าแค้นมากมันอยากส่งข้าออกไปนอกวัง....เอาละตั้วบาอวี้เลยยุว่าในช่วงเวลานี้ พระบิดาอาจจะแต่งตั้งรัชทายาท ได้ตลอดเวลา หากท่านไม่อยู่ในวังคงพลาดโอกาสการเป็นรัชทายาท และยุว่าอำมาตย์คนที่เขียนเรื่องขอให้องค์ชายตงผิงไปจัดการงานที่นอกวังเป็นคนของพระมเหสีแม่ของตั้วบาจูนั่นเอง องค์ชายตงผิงโกรธมากและพุ่งประเด็นไปที่พระมเหสีต้องการให้ตั้วบาจูได้เป็นรัชทายาทนั่นเองถึงส่งตนไปนอกวัง ...ตั้วบาอวี้บอกให้องค์ชายตงผิงติดสินบนอำมาตย์คนอื่นๆให้ช่วยคัดค้าน...องค์ชายตงผิงเห็นด้วย.....ตั้วบาอวี้ยิ้ม ..

ตั้วบาอวี้ให้อาหารปลา ถึงแม้ไม่ได้ให้ด้วยความเมตตาซักกะติ๊ด ข้าก็ยังอยากลงรูปท่าน--


องค์ชายตง หนอ องค์ชายตง 


ไม่ได้ยุ แค่ใส่ไฟ...


วันที่ต้องจากไปตั้วบาจูเข้ามาหาเว่ยหยาง แต่ก็รู้ว่าเว่ยหยางเพิ่งดื่มยาไปซึ่งยาจะทำให้หลับยาว จึงวางห่อผ้าไว้ข้างเตียง และจ้างคนมาดูแลอย่างใกล้ชิด...พอรุ่งเช้า คนดูแลถืออ่างน้ำเข้ามาวางข้างเตียงเว่ยหยาง แล้วก็นะ ทำห่อผ้าที่ตั้วบาจูวางไว้ให้เว่ยหยางหล่นตกน้ำ เปียก เว่ยหยางกำลังจะลืมตาตื่นพอดี คนดูแลกลัวความผิดว่าทำของเปียก เลยแอบเอาม้วนผ้านั้นสอดใส่ไว้ในแขนเสื้อตัวเอง.......

ห่อผ้านี้ให้เธอ เธอก็ไม่ได้รับ...


เว่ยหยางถามหาตั้วบาจู เพราะเห็นว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่ คนที่ดูแลเลยบอกว่าตั้วบาจูไปแล้ว เว่ยหยางถามว่าเขาได้ทิ้งข้อความอะไรไว้ให้เว่ยหยางมั้ย คนดูแลบอกไม่มี (คือตั้วบาจูก็ไม่ได้บอกอะไรนางไว้นั่นแหละ) เว่ยหยางเลยนึกเสียใจว่าทำไมจากไปไม่บอกลาและไม่ทิ้งข้อความอะไรไว้เลย หรือว่าเราเป็นแค่คนแปลกหน้าผ่านมาเจอเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายหมายอะไรกับท่านเลย.....แล้วก็ปลงว่าอย่าคิดเรื่องความรักเพราะตนยังมีสิ่งที่ต้องทำ...

ก็ยังดี เหลือพัดต้มยาไว้ให้ดูต่างหน้า ..


ด้านตั้วบาจูกลับถึงวังก็ตรงดิ่งไปหาเสด็จแม่ แต่พบว่าเสด็จแม่ปลอดภัยดี แข็งแรงไม่ป่วย ก็ตามว่าอ้าวทำไมในจดหมายบอกป่วย แม่เลยบอกว่าเป็นความคิดดีดี ของฉางเล่อ...ตั้วบาจูนึกว่าใครนะฉางเล่อ แล้วก็นึกออกว่าเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเสนาบดีหลี เสด็จแม่จึงย้ำว่าเรียกคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี เรียกซะทางการเชียว ตอนเจ้าเด็กๆ เจ้าบอกแม่ว่าเจ้าอยากแต่งงานกับนาง ..(อีกแล้วกิมมิกแบบนี้) ตั้วบาจูตอบว่าตอนนั้นเด็กมากไม่รู้เรื่องรู้ราวท่านจะถือเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไร..แต่อย่างไรก็ตามต่อจากนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านมีดูแลท่านแม่อย่างดี...มเหสียิ้มดีใจ (ฮ่าว!)

จูเอ๋อไล๋ล่า ----มาแล้วลูกจูของแม่...


จับเสด็จแม่หมุนซักสองสามรอบ


ไป๋จื่อกลับมาถึงบ้านก็รีบวิ่งเข้าไปตามหาเว่ยหยาง แต่ซือเหยียนบอกไป๋จื่อว่าฉิหยุนรั่วให้คนมาเอาตัวเว่ยหยางไปทิ้งในป่าแล้ว ไป๋จื่อเสียใจโกรธซือเหยียนมากว่าทำไมปล่อยให้คนเอาตัวเว่ยหยางไป ต่อให้ต้องใช้ชีวิตปกป้องเว่ยหยางเราก็ต้องทำ เพราะเว่ยหยางเคยชั่วชีวิตพวกเราไว้ ซือเหยียนร้องไห้เสียใจบอกว่าตกใจมากตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก (กรรมของเจ้านายที่มีสาวใช้อย่างเธอนะ ซือเหยียน)...คนของท่านย่ามาถึงพอดีเพื่อจะมารับตัวเว่ยหยางกลับ ไป๋จื่อร้องไห้บอกกับคนของท่านย่าว่ามีคนเอาตัวเว่ยหยางไปทิ้งในป่าแล้ว ...พอดีกับกลุ่มคนใช้ที่พาตัวเว่ยหยางไปเดินมาพอดี ซือเหยียนเลยชี้ตัวบอกคนของท่านย่า ...คนดูเลยได้รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มสาวใช้ที่มานำตัวเว่ยหยางไปคือแม่นมเก่าแก่ของตระกูลหลี...นางแม่นมรีบแก้ตัวว่าที่ต้องเอาตัวเว่ยหยางไปทิ้งเพราะไม่ต้องการให้ตัวกาลกิณีมาตายในบ้านซึ่งจะเป็นลางไม่ดีกับท่านย่า....แต่คนสนิทของท่านย่าบอกว่าตามกฏของตระกูลหลีใครที่เป็นภัยและทำอันตรายต่อลูกหลานตระกูลหลีจะต้องตาย...จึงสั่งคนให้เอาตัวแม่นมไปฆ่า..... 

ในขณะที่ไป๋จื่อ ซือเหยียนและคนของท่านย่ากำลังเสียใจกันอยู่นั้น เว่ยหยางก็ปรากฏตัวและบอกว่าข้าอยู่ที่นี่แล้วทุกคนดีใจมาก คนของท่านย่าบอกจะรีบไปรายงานท่านย่าเดี๋ยวนี้ เว่ยหยางไม่กล่าวโทษซือเหยียนบอกว่ารู้ดีว่ายังไงซือเหยียนก็ขัดพวกนั้นไม่ได้ และบอกไป๋จื่อกับซือเหยียนว่ากลับไปครั้งนี้ พวกเราต้องเจอศึกหนักกว่าเดิม พวกเราต้องเตรียมตัวไว้ให้ดี และการกลับไปครั้งนี้ข้าจะไม่เดินกลับ........

เรารักกัน เรารักกัน


เว่ยหยางกลับบ้านด้วยขบวนนำใหญ่โตมีการตีฆ้องป่าวประกาศว่าเป็นขบวนเดินทางของเว่ยหยาง ลูกสาวคนที่ 2 (คุณหนูรอง) แห่งเสนาบดีหลี ทำให้คนทั่วเมืองผิง รู้ว่าเสนาบดีหลีมีคุณหนูรอง (ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน)....พอมาถึงหน้าคฤหาสน์ มีขบวนต้อนรับของคนรับใช้ในบ้านออกมาต้อนรับ นางซุนหมิง (คนใช้ของฉิหยุนรั่วก็มา ถูกส่งมาเพื่อแสดงความจริงใจของฉิหยุนรั่ว) บอกเว่ยหยางประมาณว่า ยินดีต้อนรับกลับบ้าน.....เว่ยหยางมองขึ้นไปที่ป้ายตระกูลหลี แล้วก็เชิดหน้าขึ้น .... (ประมาณว่ามาเลย ข้าพร้อมสู้----เว่ยหยางไม่ได้กล่าวไว้ )

เว่ยหยางกลับมาแบบสวยๆ สมเกียรติคหนูตระกูลหลี



ตอนที่ 6

เว่ยหยางบอกซุนหมิงว่าตนต้องเดินเข้าทางประตูเล็กเช่นเคยใช่มั้ย ซุนหมิงบอกไม่ต้องคุณหนูเข้าประตูใหญ่ได้เลย เว่ยหยางเลยให้ซุนหมิงนำเดินเข้าทางประตูใหญ่ (รอบๆมีประชาชนมารอบวงดูมากมายถ้าให้เว่ยหยางเข้าประตูเล็ก เสนาบดีตระกูลหลีก็จะถูกนินทา) เว่ยหยางมาที่ห้องโถง ก็ทำความเคารพท่านย่า และฮูหยินทุกๆ คน ท่านย่าดีใจที่เว่ยหยางปลอดภัย

ฉิหยุนรั่ว หน้าก็ไม่อยากมองเว่ยหยาง ---


เว่ยหยางประจบท่านย่า ท่านย่าก็ขอบคุณเว่ยหยางที่ขนาดเว่ยหยางป่วยยังส่งไป๋จื่อมาไว้ให้คอยนวด คอยดูแลย่า เว่ยหยางได้รับคำชม ได้หน้าไปเต็มๆ แล้วท่านย่าก็หันไปมองฉิหยุนรั่ว ฮูหยินใหญ่เจ้าติดค้างเว่ยหยางแล้วนะ เจ้าเข้าใจผิดเว่ยหยาง (ไปหลงเชื่อคำทำนายผิดๆ) เจ้าควรทำเช่นใด

โหมดประจบ ของเว่ยหยาง


นางฉิหยุนรั่วก็เลยต้องลุกแล้วเดินมาหาเว่ยหยาง แล้วก็ปั้นยิ้มเป็นมิตรเต็มที่ บอกว่าต้องทำให้เว่ยหยางลำบากแล้ว ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ..เว่ยหยางได้ทีเลยถามฉิหยุนรั่วว่าท่านขอโทษข้าท่านทำผิดเรื่องอะไรเหรอ?? ...ฉิหยุนรั่วทำหน้าแบบ หึ นี่ฉันต้องประกาศความผิดของฉันต่อหน้าคนอื่นเหรอ....แต่ก็ต้องพูด ฉิหยุนรั่วบอกเว่ยหยางประมาณว่าก็ผิดที่ไปหลงเชื่อซินแสไม่ดีคนนั้น แล้วยังสั่งคนให้เอาเว่ยหยางไปทิ้งในป่าอีก.......ฮูหยินอื่นๆ ได้ยินก็อมยิ้มแบบสะใจ...เว่ยหยางเลยบอกฉิหยุนรั่วว่า ไม่เป็นไรเว่ยหยางให้อภัยท่าน...

หน้านางตอนแสดงละครว่าสำนึกผิด ต้องลงไว้ซะหน่อย --ภาพหายาก


คนในครอบครัวปรองดองกัน คฤหาสน์ของเรามีความสุข โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ ---ท่านย่าแฮปปี้



พอทุกคนออกจากห้องโถงแล้ว เว่ยหยางก็ไปคุกเข่ากราบขอบคุณท่านย่าอีกครั้ง และอวยพรขอให้ท่านย่ามีความสุขและอายุยืนยาว เพราะมีท่านย่าคนเดียวที่รักและสามารถปกป้องเว่ยหยางได้ ท่านย่าก็รับปาก (แต่ไม่น่าจะอยู่นานนะท่านย่า ละครจีน) ท่านย่าบอกให้เว่ยหยางไปหาแม่ เพราะแม่เป็นห่วงมาก 



จากนั้นเว่ยหยางก็รีบไปหาแม่ นำอาหารที่ท่านย่าให้เอามาให้แม่ทั้งหมด จนแม่เว่ยหยางต้องบอกว่าให้เว่ยหยางเอาไปเก็บไว้กินบำรุงเถิด แล้วทั้งคู่ก็กอดกันดีใจที่ปลอดภัย เว่ยหยางบอกแม่ว่าจะดูแลแม่ให้ดี รักแม่ที่สุด...

ทางด้านฉิหยุนรั่วหลังจากกลับถึงที่พักก็แสดงออกว่าโมโหสุดฤทธิ์ แล้วคุยกับซุนหมิงประมาณว่าเว่ยหยางดูกล้ามากเกินกว่าจะเป็นหญิงสาวที่มาจากบ้านนอก ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวจริงหรือตัวปลอม



เว่ยหยางกำลังเดินออกมาจากที่พักของแม่ (น่าจะตั้งใจไปหาหลีหมินเต๋อ) พบหลีหมินเต๋อกำลังเดินมาพอดีจึงรีบเข้าไปขอบคุณ แต่หมินเต๋อบอกเว่ยหยางประมาณว่าจะมาขอบคุณทำไม ข้าไม่ได้จะช่วยเจ้า ถ้าช่วยตระกูลหลีต่างหาก แต่เว่ยหยางรู้ว่าจริงๆ แล้วหมินเต๋อตั้งใจช่วยเว่ยหยาง...เว่ยหยางพยายามจะถูกตัวหมินเต๋อแต่หมินเต๋อไม่ยอม แล้วก็เขิน รีบเดินออกไป...เว่ยหยางหัวเราะแล้วก็พูดว่า หมินเต๋อน่ารัก....หมินเต๋อเดินไปบ่นไปกับบ่าวคนสนิทว่า ที่เว่ยหยางส่งไป๋จื่อมาอยู่ดูแลท่านย่าที่นี่เพราะเป็นทางรอดเดียวที่จะเว่ยหยางมี ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมาก.............



จากนั้นเว่ยหยางแวะไปเยี่ยมฉางซือ แม่ของฉางซือก็ต่อว่าเวยหยางว่าเป็นต้นเหตุให้ฉางซือมีบาดแผลที่หน้า และแผลยังรักษาไม่หายเลย ฉางซือมาถึงก็ขวางของนำมาก่อนเลย เพราะจะไล่เว่ยหยางว่าเว่ยหยางว่าไม่ต้องตีสองหน้า ตนเป็นแบบนี้ก็เพราะเว่ยหยาง แม่ฉางซือจึงให้คนพาฉางซือกลับเข้าไปข้างใน......แม่ของฉางซือบ่นว่าขนาดได้ครีมอย่างดีฉิหยุนรั่วให้มายังไม่สามารถรักษาแผลที่หน้าของฉางซือได้ เว่ยหยางรีบมองไปที่ครีม แล้วไปหยิบมาขวางแตกต่อหน้าแม่ฉางซือ แล้วบอกแม่ฉางซือว่า ถึงท่านจะไม่ชอบข้าแต่ถ้าท่านไม่ให้ฉางซือใช้ครีมนี้ (ที่ฉิหยุนรั่ว) ให้มาแผลบนหน้าของฉางซือจะค่อยๆแห้งและหายไป ขอให้ท่านเชื่อข้า เรามาพิสูจน์กัน.......แม่ฉางซือทำหน้าคิด



เว่ยหยางเดินออกมาจากที่พักของฉางซือก็คุยกับคนใช้ว่า เรื่องนี้ฉิหยุนรั่วให้ครีมฉางซือมาเพื่อไม่ต้องการให้แผลบนหน้าฉางซือหาย จะได้ทำให้ฉางซือและแม่ฉางซือเกลียดเว่ยหยาง จะได้มีพวกเพิ่มขึ้น...

เว่ยหยางเดินกลับห้องแต่ระหว่างทางพบฉางรู่มารออยู่ ทั้งคู่ดีใจกอดกันและถามสารทุกข์สุขดิบ...จากนั้นซุนหมิงมาตามเว่ยหยางบอกว่าฉิหยุนรั่วเชิญให้ไปพบ เว่ยหยางมองหน้าฉางรู่ตอนแรกก็นั่งไม่ขยับ ซุนหมิงต้องบอกว่าเชิญทางนี้ แล้วก็นำทางไปเว่ยหยางเดินตามซุนหมิงไป ซุนหมิงห้ามคนรับใช้ของเว่ยหยางตามไปเพราะเชิญคนเดียว



ขนาดคนรับใช้ของฉางรู่ยังรู้เลยว่าฉิหยุนรั่วเป็นคนบ่งการทุกอย่าง ที่เป็นภัยคุกคามต่อเว่ยหยาง (ทำไมฉางซือถึงซื่อบื่อกว่าคนใช้นะ ฉางซือน้องของฉางรู่)



ฉางรู่ก็พูดลอยๆ ประมาณว่าตอนนี้ป้ารั่วได้พบคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว...แล้วก็ยิ้ม 



ฉางเล่อกับฉิหยุนรั่วนั่งรอเว่ยหยางอยู่แล้ว (พร้อม) พยายามถามเว่ยหยางเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา อยู่หมู่บ้านหลิวเป็นอย่างไร ถามถึงเทศกาลเก็บเกี่ยว เทศกาลขอฝน ถามถึงแม่บ้านที่เลี้ยงดูว่าดูแลดีมั้ย เว่ยหยางตอบได้ดีคือตอบว่าไม่ค่อยได้ไปไหน ปกติจะเก็บตัวอยู่ในบ้านตลอดเรื่องต่างๆ จึงไม่ค่อยได้รู้และเห็น และไม่มีเพื่อน..



แม่นางฉางเล่อ แผนกคาดคั้นและช่วยกระแหนะกระแหน...ฉิหยุนรั่วถามเว่ยหยางประมาณว่าเจ้าไปอยู่หมู่บ้านเล็กๆ แบบนั้น ดินฟ้าอากาศก็ไม่ดีทำไมมีผิวพรรณดีสวยเช่นนี้ เว่ยหยางตอบว่าเพราะท่านแม่ของข้าเป็นคนที่สวยมาก เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดทำให้ข้าถึงแม้จะลำบากแค่ไหนก็ยังสวยอยู่ ฉิหยุนรั่วทำหน้าแบบไม่พอใจ เพราะไม่อยากได้ยินว่าใครสวยกว่าตัวเอง...



.ฉิหยุนรั่วเห็นว่าถามไปก็ไม่ได้อะไรจึงบอกให้เว่ยหยางกลับไปพัก เว่ยหยางจึงขอตัวกลับ แต่เหลือบไปเห็นหยกของตัวเองที่อยู่กับฉางเล่อก็จ้อง.... ฉันต้องเอาคืน






ทางด้านตั้วบาจูมาทำความเคารพป้ายวิญญาณพระบิดา (องค์ชายจิงมู่ อดีตองค์รัชทายาท) รำพึงรำพันประมาณว่า พระบิดามีอำนาจล้นฟ้าแต่อำนาจนั้นก็กลับมาทำร้ายพระองค์เอง (โดนลอบสังหาร) ทำไมพี่น้องต้องฆ่ากันเพียงเพื่อแย่งอำนาจ ข้าคงต้องทำให้ท่านพ่อผิดหวังข้าไม่ต้องการอำนาจ ข้าจะไม่เป็นรัชทายาท......



ตั้วบาจูนึกถึงสมัยเป็นเด็ก พระบิดาพาไปเที่ยวและชี้ให้ดูว่าแผ่นดินนี้ทั้งหมดต่อไปก็จะเป็นของพ่อ แล้วพ่อก็จะส่งต่อให้เป็นของเจ้า เราต้องดูแลและทำให้เจริญ เจ้าต้องเรียนการต่อสู้ (ธนูก่อนเลย) สอนวิธีการยิงธนูแล้วก็ประมาณว่าอย่าหันอาวุธเข้าหาประชาชน ต้องใช้มันปกป้องประชาชน...



ตัดมาที่ตำหนักพระมเหสี พระมเหสีคุยกับคนสนิทว่า ถ้าตั้วบาจูได้เป็นองค์รัชทายาทเมื่อไหร่ (รอปู่แต่งตั้ง) ตนคงนอนตายตาหลับและมีหน้าไปพบกับองค์ชายจิงมู่ (สวามี) ในสวรรค์ ต้องหาทางช่วยให้ตั้วบาจูได้เป็นองค์รัชทายาท โดยต้องหาหญิงที่จะมาเป็นพระชายาที่จะมาช่วยสนับสนุนให้ซะละ...



.....ตั้วบาจูมารอเว่ยหยางในสวนที่เคยมาชมดอกไม้ด้วยกัน ตามจดหมายที่ห่อผ้าไว้ให้กับเว่ยหยาง (แต่เว่ยหยางไม่ได้รับ) มารอ 5 วันละ เว่ยหยางก็ยังไม่มา คนสนิทของตั้วบาจูพยายามบอกตั้วบาจูว่านางคงไม่มาแล้ว...ตั้วบาจูบอกว่าข้าจะรอ..เจ้าไม่เข้าใจหรอก..



ทางด้านเว่ยหยาง (ผู้ไม่รู้เรื่องจดหมาย) เดินตามเสียงขลุ่ยมา พบกับหลีหมินเต๋อ หลีหมินเต๋อว่าเว่ยหยางประมาณว่ามารบกวน เว่ยหยางบอกหมินเต๋อทำไมชอบอารมณ์เสีย งั้นข้าไปก็ได้ หมินเต๋อรีบห้ามไว้ เว่ยหยางเลยหัวเราะบอกข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หมายความอย่างที่เจ้าพูด แล้วก็เข้าไปแย่งขลุ่ยของหมินเต๋อมาถือ 



หมินเต๋อไล่ตามเพราะต้องการขลุ่ยคืน เว่ยหยางไม่ยอมคืน หมินเต๋อเลยตะโกนให้คืนเดี๋ยวนี้ ขลุ่ยนี้เป็นส่ิงเดียวที่พ่อแม่ที่แท้จริงของหมินเต๋อให้ไว้ดูต่างหน้า..เว่ยหยางขอโทษหมินเต๋อเพราะไม่รู้มาก่อน คืนขลุ่ยให้หมินเต๋อ...หมินเต๋อจึงยื่นขลุ่ยให้เว่ยหยางดูบอกให้ดูเฉยๆ อย่าทำแตกเสียหาย...



เว่ยหยางจับขลุ่ยมาพิจารณาก็เห็นว่าทำมาจากหยกขาวมีค่ามาก จึงบอกหมินเต๋อว่าหมินเต๋อต้องมาจากตระกูลใหญ่แน่ๆ เพราะขลุ่ยมีค่ามาก หมินเต๋อบอกไม่สนใจหรอกเพราะอย่างไรพ่อแม่ที่แท้จริงพวกเขาไม่ต้องการข้า เว่ยหยางให้สติหมินเต๋อว่าพวกท่านอาจจะมีเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงหมินเต๋อได้ หมินเต๋อโกรธและบอกว่าข้ามีท่านแม่คนเดียว (แม่เลี้ยง --น้องสาวของหลีเสี่ยวหราน) ท่านอดทนเลี้ยงดูข้ามา...

เว่ยหยางบอกหมินเต๋อว่าไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันพิเศษ (วันอะไร?? ไม่ได้ยินว่าเป็นวันอะไร) ข้าจะเป่าขลุ่ยให้ฟัง แล้วเว่ยหยางก็เป่าขลุ่ย (เพลงนี้เพราะมากๆ ชอบ)...ช่วงเพลงขลุ่ยก็ถ่ายสลับกับตั้วบาจูที่รอเว่ยหยางอยู่ จนกระทั่งฝนตก



ตั้วบาจูจึงบอกกับคนสนิทว่าเจ้าพูดถูก นางไม่มา พวกเราไปกันเถอะ



ชอบมุมนี้ อารมณ์นี้มาก คือถึงจะมั่นใจละว่าเว่ยหยางไม่มา แต่ข้าก็ยังหันกลับมามองทาง...



ทางนี้ก็ยังเป่าขลุ่ยต่อไป (นั่นแหน่ พวกคอซีรี่ย์จีนอย่างพวกเรา คิดว่ามีอะไรมะ คู่นี้?? เราคิดว่ามันจะต้องมีอะไรอะไรตามมาอีกมากมายแน่นอน ถึงซีรี่ย์จะไม่เหมือนในนิยายแต่มันต้องมีเกี่ยวโยงกันบ้างแหละ ลุ้นนน)



ส่วนทางนี้ก็ดีใจเกิน --- เรื่องเดียวที่ทำให้ยิ้มขนาดนี้ เรื่องผู้ชาย...องค์ชายเกาหยางกลับมาวังแล้วหลังจากออกจากวังไปอยู่ที่อื่นเป็นปี แล้วทางพระมเหสียังจัดงานเลี้ยงในวังด้วย เชิญข้า(ฉางเล่อ) ด้วย ดีใจจังเลยยยย...



ทางตั้วบาอวี้คุยกับคนสนิทเรื่องพระมเหสีจัดงานเลี้ยง ตั้วบาอวี้ดูออกว่าจัดเพื่อเลือกสะไภ้ ที่จะมาเป็นฐานอำนาจให้ตั้วบาจูได้ตำแหน่งรัชทายาท..คนสนิทบอกตั้วบาอวี้ว่ามเหสีเล็งหลีฉางเล่อไว้ให้ตั้วบาจู ซึ่งองค์ชายตงผิงก็พยายามอยากได้หลีฉางเล่อ มาเป็นชายาเช่นกัน แล้วก็ถามตั้วบาอวี้ว่าแล้วองค์ชายไม่คิดจะทำบ้างเหรอ .. ตั้วบาอวี้ไม่ตอบแต่ทำหน้าดุมาก.. (คือก็จะทำใช่มัีย? หรืออารมณ์ประมาณว่าข้ามีศักดิ์ศรีบัลลังก์ข้าสามารถได้มาด้วยตัวเอง หรือจะอารมณ์นี้? )





ทางด้านคฤหาสน์เสนาบดีหลี ฉางเล่อ ฉางรู่ ฉางซือ ต่างก็เตรียมตัวไปงานเลี้ยงทั้งเลือกเสื้อผ้า เครื่องประดับ ฉางเล่อคาดหวังว่าตนเองจะต้องเด่น ต้องสวยที่สุดในงาน ..เว่ยหยางไม่มีทางเทียบได้ (อย่าได้คิดแม้แต่จะเทียบ ประมาณนี้)...ส่วนฉางรู่บอกฉางซือว่าตนไม่ได้แต่งตัวใหงามเพื่อองค์ชายเกาหยาง (ในใจคิด แต่งเพื่อให้องค์ชายหนานอัน ชมต่างหาก) ฉางซือบอกฉางรู่ว่าจะแต่งทำไมมากมายเพราะถึงแต่งตัวงามแค่ไหน เวลายืนคู่กับฉางเล่อ ทุกสายตาก็มองแต่ฉางเล่อเท่านั้น ไม่เหลือตาข้างไหนมามองฉางรู่หรอก.....ฉางรู่ก็รำพึงรำพันว่าจริง ถึงข้าจะแต่งตัวสวยแค่ไหนเวลายืนกับฉางเล่อ ก็ไม่มีใครมอง แล้วก็ทำหน้าเศร้า...

ทางด้านเว่ยหยางไม่อยากไปงานเลี้ยง นั่งคิดในใจประมาณว่าพรุ่งนี้ข้าต้องเข้าวัง ข้าต้องได้พบหน้าจักรพรรดิ์ที่อนุญาตให้คนชั่วไปฆ่าพระราชบิดาและครอบครัวของเว่ยหยางที่ต้าเหลียง แล้วจะทนได้ยังไง ไม่อยากเจอ ไม่อยากไป ...เว่ยหยางจึงบอกแม่ว่าไม่อยากไปแต่แม่เว่ยหยางขอให้เว่ยหยางไป เพราะเผื่อจะได้เจอคุณชายตระกูลสูงศักดิ์จะได้มีอนาคตที่ดี..แล้วก็ให้คนรับใช้เว่ยหยางจับเว่ยหยางมาช่วยกันแต่งตัว....อันนั้นก็สวยอันนี้ก็สวย เลยออกมาเป็นเครื่องหัวแบบนี้.......เว่ยหยางมองกระจกอย่างเซ็งๆ แม่เว่ยหยางมองเว่ยหยางแล้วบอกว่าเครื่องประดับมันมากชิ้นไปนะแม่ว่า (จริงค่ะคุณแม่)...

แม่ของเว่ยหยางนำปิ่นปักผมมุกมาให้เว่ยหยางบอกว่าเป็นของที่ท่านเสนาบดี (พ่อเว่ยหยาง) ให้ตอนแม่สาวๆ อาจจะดูล้าสมัยไปหน่อย เว่ยหยางรีบบอกว่าเธอขอใส่ปิ่นมุกอันนี้ไปงานเลี้ยงแค่ชิ้นเดียวก็พอ เครื่องประดับอย่างอื่นไม่ใส่ เพราะมันแสดงถึงความรักของพ่อและแม่...



เว่ยหยางเดินออกมาจากห้องแม่มาเจอฉางเล่อโดยบังเอิญ ฉางเล่อเห็นเว่ยหยางปักปิ่นมุกเก่า จึงดูถูกเว่ยหยางว่าถ้าไม่มีเครื่องประดับจะให้ยืม เพราะใส่แค่ปิ่นมุกนี้ไปคนจะดูถูกตระกูลหลีได้ เว่ยหยางไม่สนใจบอกจะใส่แค่นี้เพราะมันมีค่ามาก ท่านพ่อให้ท่านแม่มา ฉางเล่อทำหน้าหงุดหงิด เว่ยหยางก็จะเดินกลับห้องแต่นางฉางเล่อเอาเท้าขัดขาเว่ยหยาง เว่ยหยางกำลังจะล้ม แต่หมินเต๋อมาช่วยไว้ทัน (ทำไมไม่มีโมเมนต์อะ เร็วเกิน)..หมินเต๋อต่อว่าฉางเล่อว่ากริยาและการกระทำแบบนี้ถ้าองค์ชายเกาหยางรู้คงไม่เลือกฉางเล่อแน่นอน ฉางเล่อโกรธมาก ว่าหมินเต๋อว่าเป็นลูกพ่อแม่ทิ้ง ให้สำนึกด้วยว่าอยู่ในฐานะอะไรในบ้านนี้ หมินเต๋อเลยสวนกลับประมาณว่าเรื่องนี้ท่านก็รุ้ดีอยู่แล้วว่าท่าน(ฉางเล่อ) ไม่อยู่ในฐานะที่จะวิจารณ์ท่านแม่ (น้องสาวพ่อฉางเล่อ)ได้....ฉางเล่อจึงเดินออกไป





เว่ยหยางกลับมาที่ห้องแล้วนั่งคิดคนเดียวถึงเรื่องต้องหาวิธีเอาหยกคืนมาจากฉางเล่อให้ได้ จะทำไงดีน๊า...แล้วคนสนิทเข้ามาเห็นมีแมลงสาบก็ร้องโวยวาย ไป๋จื่อเอาเท้าเหยียบแมลงสาบตาย แล้วก็บ่นประมาณว่าผู้หญิงทุกคนกลัวแมลงสาบทั้งนั้น.. เว่ยหยางจึงนำแมลงสาบไปปล่อยในห้องอาบน้ำของฉางเล่อ ที่กำลังอาบน้ำ..



ฉางเล่อเห็นแมลงสาบก็กรี๊ดสนั่น พวกสาวใช้ร่วมทั้งเว่ยหยางที่ปลอมตัวเข้ามาแฝงด้้วยก็รีบเข้าไปในห้องอาบน้ำ เว่ยหยางตรงไปที่หยกแล้วนำหยกปลอม มาวางแทนที่หยกจริง แล้วซ่อนหยกจริงไว้ในแขนเสื้อ...ฉางเล่อรู้สึกหนาวจึงบอกให้สาวใช้ (เว่ยหยาง) เอาเสื้อผ้าที่กองอยู่มาให้....เว่ยหยางมองกองเสื้อผ้าแล้วคิด...




ตอนที่ 7

เว่ยหยางที่ปลอมเป็นบ่าวรับใช้ ยกเสื้อผ้าของฉางเล่อมาให้ฉางเล่อ ฉางเล่อบอกให้เงยหน้าขึ้น เว่ยหยางเลยทำเป็นตกใจกลัวแมลงสาบโยนเสื้อผ้าของฉางเล่อขึ้นไปปิดหน้าฉางเล่อแล้วรีบวิ่งออกไป...รอด..เว่ยหยางรีบกลับไปที่พัก แล้วก็ลูบไล้หยกอย่างสุดรัก..ข้าได้มันคืนมาแล้ว (ดวงตามุ่งมั่นอย่างอื่นข้าก็ต้องเอาคืนมาเช่นกัน---ผู้เขียนบล๊อกกล่าวเอง)



ตัดมาทางด้านพระราชวังที่ต้าเหลียง (เมืองของพ่อฉินเอ๋อร์) มีคนชุดดำ (หน้าคุ้นๆ เป็นท่านแม่ทัพที่เป็นพ่อขององครักษ์ขององค์หญิงฉินเอ๋อร์) แอบเข้ามาในวัง (จะมาเอาอะไร? หรือจะเข้ามาสังหารแม่ทัพหลิง?) 



บังเอิญมาเห็นคนสนิทของแม่ทัพหลิง บังเอิญพบบันทึกซ่อนอยู่ในแจกัน (เพราะบังเอิญทำแจกันหล่นแล้วบันทึกมันโผล่ออกมา)



..แต่ดันพูดออกมาดัง ท่านแม่ทัพชุดดำที่เข้ามาซ่อนตัวอยู่เลยได้ยิน ออกมาชิงบันทึกไปได้ (แต่ใครเป็นคนเขียนอะ?)



มีทัพหลิงเข้ามาถามคนสนิทว่าเกิดอะไรขึ้น ทหารคนสนิทรายงานว่าพบบันทึกลับเรื่องราวและรายชื่อผู้ร่วมก่อจลาจลล่มล้างอ๋องเห่อฉือ แม่ทัพหลิงโกรธมากต้องไปตามเอาคืนให้ได้ ถ้าตกถึงมือจักรพรรดิ์ ต้องตายกันหมดแน่...แสดงว่าต้องมีคนของเห่อฉือรอดชีวิตไปได้ ต้องตามหาให้เจอ ส่วนตัวนี้สั่งทุกด่านทุกประตูเมืองปิดให้หมด ห้ามคนเข้า-ออก..



ชอบถุงมือของแม่ทัพหลิงจัง ...... 


ต้องตามฆ่าให้ตายหมดทุกคน---(ความสวยของถุงมือไม่ได้ช่วยอะไร ท่านก็ยังเลวอยู่เหมือนเดิม)



ตัดมาที่ที่พักเว่ยหยาง ซือเหยียน เดินมาพบคนใช้บ้างคนไม่ทำงานมัวแต่นั่งคุยกันจึงดุให้ทำงานสั่งเสร็จก็เดินไปแต่ยังได้ยินสองคนนั้นพูดนินทาตนว่า เว่ยหยางรักไป๋จื่อมากกว่าซือเหยียน เพราะไป๋จื่อฉลาดกว่าน่ารักกว่า...ซือเหยียนได้ยินจึงโกรธคราวนี้กลับมาด่า ทั้งสองคนถ้ายังไม่เลิกพูดโดนแน่.... แล้วซือเหยียนก็คิดตามที่ได้ยินสองคนนั้นพูด (นอกจากจะไม่ได้เรื่องละยังหูเบาอีก ยายคนนี้



วันงานเลี้ยงในวังของมเหสีก็มาถึง เว่ยหยางขอร้องฮูหยิน 3 แม่ของหมินเต๋อให้หมินเต๋อเข้าวังไปร่่วมงานเลี้ยงด้วย หมินเต๋อเลยต้องไปเพราะไม่อยากขัดใจแม่ แล้วก็บ่นเว่ยหยางว่าจุ้นจัง ดึงข้าไปทำไม (ประมาณนี้) งานเป็นงานของพวกเหล่าผู้หญิงน่าเบื่อจะตาย...เว่ยหยางเลยบอกว่าอยากให้หมินเต๋อไปเพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้พบกับคนในราชวงศ์ อาจจะได้ทำงานมีตำแหน่งในวัง หมินเต๋อก็ประมาณใครอยากได้ตำแหน่งด้วยวิธีนี้ เว่ยหยางก็บอกไปเถอะขึ้นเกี้ยวมานั่งกับพี่มา...หมินเต๋อไม่นั่งแต่เดินไปขี่ม้านำขบวนแทน.... พอมาถึงหน้าวัง เว่ยหยางเปิดม่านดู แล้วก็นึกถึงครอบครัวตัวเอง นี่เรากำลังจะเข้าไปในวังของต้าเว่ย ศัตรูฆ่าพ่อและย่าเรา...

ด้านองค์หญิง 8 คนใช้มารายงานว่างานเลี้ยงของมเหสีเริ่มต้นแล้วมีลูกหลานขุนนางทั้งหญิงทั้งชายมาร่วมงานมากมาย ไม่แน่ว่าคุณชายหลิว (คนที่องค์หญิง 8 ต้องแต่งงานด้วย) ก็มาร่วมงานนะ องค์หญิง 8 เลยบอกจะไปสั่งสอนให้เข็ดจะได้กลัวไม่คิดมาแต่งงานกับข้า...



ภายในงานเลี้ยงก็มีดนตรีมีนางรำ ทุกคนก็ชื่นมื่น เว่ยหยางนั่งเซ็งๆ มเหสีบอกคนสนิทว่าในบรรดาสาวๆ ที่มาในวันนี้ ไม่มีใครสวยและมีสง่าเท่าหลีฉางเล่อ บุตรีท่านเสนาบดีหลีเลย คนสนิทเห็นด้วย...



ทางด้านองค์หญิง 8 ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ชาย วิ่งเอาน้ำล้างเท้าขององค์หญิงมาสาดหลีหมินเต๋อ เพราะเข้าใจว่าเป็นคุณชายหลิว หลีหมินเต๋อโกรธมากแต่น้ำล้างเท้ามันเหม็นก็เลยต้องไปอาบน้ำ องค์หญิง 8 จึงพาไปห้องอาบน้ำ...ตอนหมินเต๋ออาบน้ำอยู่องค์หญิง 8 ก็เอาเสื้อผาของหมินเต๋อไปทิ้ง หมินเต๋อจึงไม่มีเสื้อผ้าใส่มีแต่ชุดกระโปรงผู้หญิง หมินเต๋อได้หยินคนแอบหน้าห้องเลยเปิดประตูและดึงองค์หญิงเข้ามาพร้อมกับไล่จะถอดชุดผู้ชายที่องค์หญิงใส่ปลอมตัวมาใส่ องค์หญิงเลยต้องบอกให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้หมินเต๋อ หมินเต๋อปลดผ้าที่ปิดครึ่งร่างตัวไว้ออก..........องค์หญิงเห็น จุดจุดจุด เลยวิ่งหนีป่าราบไป...หมินเต๋อบ่น คนพวกนี้เป็นบ้ากันไปแล้วแน่เลย...



ตัดมางานเลี้ยง มเหสีเปรยขึ้นประมาณว่า การร่ายรำสวยงามและดนตรีจบไปแล้ว ตอนนี้หากมีใครสามารถร้องเพลงให้ฟังได้ก็คงจะดี 



เว่ยหยางรีบส่งสัญญาณให้ฉางรู่ ฉางรู่ลุกขึ้น ฉางเล่อก็ลุก มเหสีจึงเรียกฉางเล่อมาร้องเพลงเพราะต้องการฟังฉางเล่อร้องเพลง ฉางเล่อยิ้มแบบเหยียดๆ ให้ฉางรู่แบบไม่มอง แล้วเดินออกไปบรรเลงพิณและร้องเพลง...



คุณแม่พร้อมเครื่องหัวตะเกียบ มีความภูมิใจยิ่งนัก---



ฉางเล่อร้องเพลง น้ำเสียงไพเราะมาก ...เนื้อเพลงก็บรรยายประมาณว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งทุกวันๆ ก็บรรเลงเพลง รอคนรักกลับมา คิดถึงคนรัก รอวันได้พบ...(5555 เข้าท่าดี)..มเหสีก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ (น่าจะเข้าใจแหละว่าฉางเล่อพร้อมเป็นสะไภ้มาก) แขกร่วมงานคนอื่นๆ ก็ชื่นชมน้ำเสียงฉางเล่อ...(ผู้เขียนบล๊อกก็ชื่นชมเสียงนางค่ะ เพราะดี)



พอเพลงจบลงมเหสีเรียกฉางเล่อไปให้รางวัล แล้วเหลือบไปเห็นหยกที่ฉางเล่อห้อย เลยจำได้ว่านี่คล้ายเป็นหยกล้ำค่าขององค์ไทเฮา (ย่าของฉินเอ๋อร์) แห่งต้าเหลียงนี่ ตอนเป็นเด็กข้าเคยเห็นครั้งหนึ่ง แล้วก็ขอฉางเล่อชม ฉางเล่อเลยถอดหยกส่งให้กับมเหสี พอมเหสีจับและพิจารณาดู ก็เปรยว่ามันควรจะมีเส้นสีดำคาดผ่านต้องกลาง เพราะเกิดขึ้นจากความซนขององค์หญิง (จำชื่อไม่ได้รุ่นลูกย่าก่อนจะถึงรุ่นฉินเอ๋อร์) ... แขกที่ร่วมงานเลยพูดกันให้แส่ดว่างั้นอันนี้ต้องเป็นของปลอมแน่แล้ว ...เว่ยหยาง(ฉินเอ๋อร์) แอบหัวเราะ ส่วนฉางเล่อทำหน้าแบบ...อืมม มันปลอมเหรอ..........



เว่ยหยาง (น่าจะเบื่องานเลี้ยง) ออกมาตามหาหมินเต๋อเพราะไม่เห็นในงาน แล้วบังเอิญเดินมาพบกับองค์ชายหนานอัน องค์ชายทักเว่ยหยางและบอกว่าได้ยินชื่อเสียงมา (ตอนกลับบ้านครั้งล่าสุดตีฆ้องประกาศ) แล้วก็ถามว่าแล้วพี่น้องคนอื่นๆไม่มาด้วยหรือ..พอดีฉางเล่อ กับฉางรู่มาพอดี เว่ยหยางเลยบอกว่านั่นไงมาแล้ว.. ฉางรู่แอบมององค์ชายหนานอันตาวิ้งวิ้ง แต่องค์ชายหนานอันชวนฉางเล่อไปชมดอกไม้ในวัง......ฉางรู่เสียใจเว่ยหยางเห็นอาการของฉางรู่เลยถามฉางรู่ว่าฉางรู่ก็อยากเป็นเดือนฉายเด่นอย่างนั้นเหรอ ฉางรู่ตอบว่าเปล่า เว่ยหยางเลยบอกว่าดีแล้วถ้าเราไม่เป็นดาวเด่น เราจะเที่ยวได้สนุกมากกว่าแล้วก็ดึงฉางรู่ไป....



องค์หญิง 8  เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ก็ยังปลอมเป็นชายอยู่ บังเอิญมาเจอหมินเต๋ออยู่ที่ลานอาวุธ (ธนู) เลยตามหาเรื่องหมินเต๋อหมินเต๋อท้าให้บอกว่าเป็นใคร องค์หญิงไม่อยากบอกว่าเป็นองค์หญิงเพราะเข้าใจว่าหมินเต๋อเป็นคุณชายหลิว....พอดีได้ยินเสียงพิณที่องค์ชายเกาหยางกำลังเล่น ......."เขากลับมาแล้ว ไปหาดีกว่า".. แล้วก็วิ่งหนีหมินเต๋อไป หมินเต๋อก็วิ่งตามเพราะเห็นว่าตัวเองก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกันไปดูดีกว่าว่าใครเล่นพิณ

ทางด้านเว่ยหยางที่อยู่กับฉางรู่พอได้ยินเสียงพิณที่ดังกังวาน เสียงใสและหนักแน่นก็นึกถึงตั้วบาจู และวิ่งตามเสียงพิณไป..



ทางด้านฉางเล่อกำลังชมสวนอยู่กับองค์ชายหนานอัน พอได้ยินเสียงพิณก็รำพึงรำพัน โอ้ววองค์ชายเกาหยางกลับมาวังแล้ว ข้าจะได้พบองค์ชายแล้ว ดีใจจุง...เลยหันมาลาองค์ชายหนานอันว่ากิจต้องทำ....



องค์ชายหนานอันถูกฉางเล่อเท... 



เว่ยหยางมาถึงก่อนคนแรก ตั้วบาจูหันมาทั้งคู่ดีใจมากวิ่งมาจับมือกัน พูดพร้อมกันเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง......เว่ยหยางนึกได้จะดึงมือออกตั้วบาจูไม่ยอมปล่อย ฉางเล่อมาเห็นพอดี 



ส่วนฉางรู่พอมาถึงก็ถวายบังคมองค์ชายเกาหยาง...เว่ยหยางตกใจว่านี่คือองค์ชายเกาหยางหลานของจักรพรรดิ์ต้าเว่ย ที่สั่งฆ่าพ่อเว่ยหยาง(ฉินเอ๋อร์) เลยดึงมือออกและเปลี่ยนท่าที เป็นเหินห่าง....



องค์หญิง 8 วิ่งมาถึงก็เข้าไปทักทายองค์ชายเกาหยางแล้วพูดเบ่งๆ ประมาณว่าเจ้ากลับมาละเหรอหลานข้า คิดถึงลุง 8 มั้ย องค์ชายเกาหยางทำหน้างงๆ แล้วก็ตลกขำว่าทำอะไร องค์หญิงขอให้ร่วมเล่นละครหลอกหมินเต๋อ องค์ชายเลยตามน้ำแบบขำๆ ไป.. จับท่านลุงหมุนอีกละ



จากนั้นองค์ชายตงผิงมาถึงเห็นทุกคนร่วมตัวกันอยู่ที่นี่เลยชวนกันไปเล่นเกมส์ ทุกคนมาที่ลานประลอง เกมส์คือใครที่ยิงลูกแพร์ได้มากสุดเป็นผู้ชนะ...(องค์ชายตงผิงกะโชว์สาวนั่นแหละ) องค์ชายตงผิให้องค์ชายหนานอันยิงก่อน องค์ชายหนานอันบอกว่าข้าไม่แข่งเกมส์นี้หรอก เพราะข้ารู้ตัวเองดีว่าฝีมือข้าเทียบกับเสด็จพี่ตงผิงไม่ได้ องค์ชายตงผิงหัวเราะแล้วหันไปบอกองค์ชายเกาหยางว่าเจ้าต้องเล่นเกมส์นี้นะ เกาหยางตกลง..ตงผิงยิงลูกแพร้ทุกลูกในแถวไปเข้าเป้า ฉางเล่อตบมือชื่นชม ตงผิงหน้าบาน...ตาเกาหยางยิง เกาหยางเหลือบมองไปที่เว่ยหยางแล้วหันกลับมายิง ลูกธนูของเกาหยางทะลุลูกแพร้ทุกลูกแล้วไปเข้าเป้าพอดี ทุกคนต่างประหลาดใจและชมเกาหยางว่าฝีมือล้ำลึกมาก...ตงผิงโกรธมาก ...ถึงตาคนต่อไปยิงธนู (น่าจะเป็นคุณชายหลิวตัวจริง เดา) ตงผิงโยนคันธนูแรงมากไปให้คนรับใช้ แต่ด้วยความแรงทำให้คนรับใช้เซไปชนกับคุณชายที่กำลังจะยิงธนู ลูกธนูเลยเปลี่ยนทิศตรงไปหาเว่ยหยาง



(แคปรูปได้พอดิบพอดี) .......ลูกธนูพุ่งตรงมาที่ศรีษะของเว่ยหยาง ในความชุลมุนอยู่นั้น...



เห็นกันมั้ยเอ่ยยยย.....หมินเต๋อยิงธนุมาปัดลูกธนูออกจากเว่ยหยางทันที...... (ในสายตาของหมินเต๋อมีเว่ยหยางอยู่ตลอด alert มาก ^_^).....ตงผิงเลยแต่งตั้งหมินเต๋อให้เป็นองครักษ์ในวัง.....(หมินเต๋อไม่อยากเป็นแต่เว่ยหยางส่งสัญญาณให้รับตำแหน่ง หมินเต๋อเลยจำใจรับ)



องค์หญิง 8 บ่นว่าเกมส์อะไรอันตรายจะตาย เปลี่ยนเกมส์เถอะ...ทุกคนเลยเปลี่ยนมาเล่นเกมส์จับคู่ปาลูกธนูใส่กระป๋อง (ที่ใส่ธนู) ...เว่ยหยางได้คู่กับเกาหยาง เกาหยางบอกเว่ยหยางว่าเราสองคนนี่เป็นคู่บุพเพสันนิวาสกันจริงๆ เล่นเกมส์ยังได้คู่กันเลย เว่ยหยางเลยบอกรู้สึกป่วย ไปก่อนนะแล้วก็เดินออกไป เกาหยางรีบวิ่งตามเว่ยหยางไป.....ฉางเล่อมองตามตาละห้อยแต่ก็ทิ้งตงผิงไปไม่ได้เพราะได้เล่นเกมส์คู่กัน ส่วนหนานอันคู่กับฉางรู่ฉางรู่ดีใจมากบอกกับหนานอันว่าจะทำให้ดีที่สุดจะไม่ทำให้หนานอันผิดหวัง...



เกาหยางวิ่งตามเว่ยหยางทันแล้วพูดกับเว่ยหยางประมาณว่าเจ้าบอกไม่สบายให้ข้าตามหมอหลวงให้นะ เว่ยหยางบอกไม่ต้อง เกาหยางบอกทำไมเว่ยหยางดูแปลกๆ เว่ยหยางไม่ตอบเดินจากไปเลย.....องค์ชายเกาหยางก็โดนเท..



ส่วนหมินเต๋อกับองค์หญิง 8 เล่นเกมส์คู่กันแต่ทะเลาะกันตลอด ด้วยความที่มัดมือไว้ข้างหนึ่งทำให้ทะเลาะกันแล้วล้ม...มีโมเมนต์ (แต่โมเมนต์ขององค์หญิง 8 คนเดียว ฆมินเต๋อหลับตา 555) คู่หนานอันกับฉางรู่ชนะเกมส์หยอดลูกธนู....



ฉางเล่อรีบตามออกมาหาเกาหยาง เกาหยางเรียกฉางเล่อว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี ฉางเล่อขอร้องให้เกาหยางเรียกฉางเล่อเหมือนเมื่อก่อน แต่เกาหยางปฏิเสธบอกว่าตอนนี้โตแล้วเรียกอย่างนั้นไม่เหมาะสม แล้วก็เดินจากไป...ฉางเล่อก็เสียใจที่โดนองค์ชายเกาหยางเท..



ทางด้านฉางรู่ตามหนานอันออกมาคุยด้วย ทำให้หนานอันรู้ว่าฉางรู่มีใจให้หนานอัน แล้วก็คิดอะไรได้.....

คำพูดของสองคนนี้น่าสนใจมาก 

หนานอัน : ข้าคิดไม่ถึงว่าแม่นางฉางรู่จะมีทักษะในเกมส์โยนลูกธนูมากขนาดนี้ธนูทั้ง 9 ลูกเข้าซองหมดเลย

ฉางรู่ : มิกล้า ข้าไม่ได้เก่งหรอก แต่ขึ้นอยู่กับพระองค์ต่างหากที่นำพาหม่อมฉันเล่นเกมส์ 

หนานอัน : เกมส์นี้ต้องเล่น 2 คน ทำไมถึงให้ข้าเป็นผู้ได้รับคำชมว่าเก่งคนเดียว?

ฉางรู่ : เกมส์นี้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นทั้ง 2 คน ความประสานงานกันที่ดีระหว่าง 2 คน ถึงแม้จะมีผู้เล่นคนหนึ่งเก่งมากแต่ถ้าไม่ร่วมประสานกันให้ดีต่างคนต่างโยนตามใจตน ย่อมไม่มีทางประสบความสำเร็จ..องค์ชายหนานอันและองค์ชายอื่นๆ มีความสามารถในการเล่นเกมส์ที่เก่งกาจ..ดังนั้นกลยุทธ์ที่จะเอาชนะได้ จะต้องขึ้นอยู่กับผู้เล่นเกมส์ที่อ่อนทักษะกว่า ว่าจะสนับสนุนคู่เล่นอย่างไร ทำไมองค์ชายไม่เลือกคนที่เราสามารถไว้ใจได้อย่างสมบูรณ์ และเป็นผู้ตามที่ดีล่ะ??...ข้าเพียงแค่อยู่อย่างเงียบๆ ข้างกายท่านและให้ท่านได้เป็นผู้เปล่งประกายเจิดจ้าออกมา

หนานอัน : ทุกคนล้วนโลภต้องการอยู่จุดสูงสุด แล้วทำไมเจ้าถึงต้องการที่จะมาอยู่แค่เบื้องหลังล่ะ??

ฉางรู่ : ความสมบูรณ์แบบคือความไม่สมบูรณ์แบบ  ความไม่สมบูรณ์แบบ คือความสมบูรณ์แบบ .. (จากประโยคนี้ ฉางรู่คนนี้นิสัยไม่แบ๋วเหมือนหน้าตานะ คิดลึกร้ายลึกเชียว)

หนานอัน : เจ้าต้องการให้ข้าสนใจเจ้าใช่มั้ย

ฉางรู่: ข้าน้อยมิกล้า ข้าพูดตามที่ข้าคิดเกี่ยวกับเรื่องเกมส์โยนลูกธนูเท่านั้น องค์ชายไม่ต้องกังวลโปรดอย่าเข้าใจผิด

หนานอัน : หากเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริง แล้วเจ้าจะอธิบายให้ข้าฟังเรื่องการจะแข่งขันให้ชนะได้อย่างไร?

ฉางรู่ : ข้าไม่กล้าพูดปด อย่างไรก็ตามองค์ชายมีความสามารถและยืนอยู่เหนือผู้ชายคนอื่นๆ อยู่แล้ว ดังนั้นถึงแม้จะเป็นเกมส์อื่นๆ (ตำแหน่งรัชทายาท) ท่านต้องสนใจอะไรด้วยเล่า...

หนานอันคิดตามและเป็นจุดที่เปลี่ยนความคิดว่าไม่เอาฉางเล่อละ แต่จะฉางรู่มั้ย? หนานอันยังไม่พูด รอต่อไป....

(ฉางรู่นางมีความสิบเอ็ดเงียบนะฉางรู่เนี้ย ณ จุดนี้ชอบฉางเล่อมากกว่าฉางรู่ตรงที่ฉางเล่อนางรักนางเกลียดนางแสดงออกเต็มที่ ไม่มีแอ็บแบบฉางรู่)



ทางด้านเว่ยหยางกับเกาหยางต่างคนต่างคิดถึงเวลาเก่าๆ โมเมนต์ดีดี ......(เกาหยางน่าจะรักเว่ยหยางตอนที่พาเว่ยหยางมารักษานี่แหละ ส่วนเว่ยหยางรักเกาหยางตอนช่่วยชีวิตในเปลวไฟ)



เหม่อไป....รักนะแต่คงต้องหยุด พระบิดาเสด็จย่า ----ข้าขอโทษ



ทางนี้เหม่อจนโดนน้ำร้อนลวก...



ส่วนทางนี้ทริปเปิ้ลเลว...มาคุยกันเรื่องหยกว่ามันเป็นของปลอมแสดงว่าองค์หญิงที่ตายก็ต้องตัวปลอม ต้องตามหาตัวจริงให้เจอ.....ฉากนี้ยืนยันได้ว่าฉิหยุนรั่ว ฉลาดตัวแม่



ตัดมาที่คฤหาสน์เสนาบดีหลี เว่ยหยางมาหาหมินเต๋อมาแสดงความยินดี แม่หมินเต๋อเห็นหน้าเว่ยหยางไม่ค่อยดีจึงถามว่าไม่สบายหรือเปล่า (ใครเห็นสายตาของหมินเต๋อบ้าง? ชอบอะแสดงดี) เว่ยหยางบอกไม่ค่อยสบายแต่อาการดีขึ้นแล้ว...ยินดีกับหมินเต๋อที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นองครักษ์ในวัง หมินเต๋อบอกไม่อยากเป็นเพราะต้องการเป็นทหารออกรบปอ้งกันประเทศมากกว่า...แต่แม่หมินเต๋อดีใจมากขอบคุณเว่ยหยางที่พาหมินเต๋อเข้าวังไปด้วย....





ไปต่อตอนที่ 8 ที่ (ต่อ) องค์หญิงเว่ยหยาง Princess Wei Young นะคะ ^_^

Link: http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=waan&date=21-11-2016&group=4&gblog=8




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2559    
Last Update : 4 ธันวาคม 2559 16:59:49 น.
Counter : 21646 Pageviews.  

ฮ่องเต้อวี้เหวินย่ง จากซีรี่ย์เกาฉางกงปี 2013 Prince of Lan Ling 2013



ฮ่องเต้ อวี้เหวินย่ง 
ซี่รี่ย์เกาฉางกง : Prince of Lan Ling 2013



พอได้เขียน blog ซีรี่ย์เรื่อง  Princess of Lan Ling king 2016 ก็ทำให้คิดถึง ฮ่องเต้อวี้เหวินย่งจากเว่อร์ชั่นเก่าเมื่อปี 2013 แสดงดีจริงๆ ยังจดจำและประทับใจจนถึงทุกวันนี้ ตัวละครอวี้เหวินย่งในเว่อร์ชั่นนี้ จะเปิดตัวแบบมอมแมมมากเพราะบังเอิญต้องตกเป็นเฉลยของแคว้นฉีและติดโรคระบาดอยู่แถบชายแดน...

รูปเปิดตัว (อั๊ยย่ะ ดูไม่ได้เลย)



เหตุผลที่ทำให้อวี้เหวินย่งรักนางเอกมาก (รับได้นะสมเหตุสมผล) เพราะนางเอกทั้งช่วยรักษาโรคร้าย ทั้งเอาชีวิตเข้าช่วยตอนสู้กับเสือ และตอนที่อวี้เหวินย่งถูกฉางกงจับตัวไปนางเอกก็ช่วยตลอด คือเป็นหนี้ชีวิตและนางเอกเป็นคนจิตใจดี ไม่แบ่งแยกแคว้นฉีแคว้นโจวเห็นคนทีทุกข์ยากลำบากช่่วยหมดเพราะมีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน นางเอกเลยได้ฉายาว่าเทพธิดาสวรรค์...

ด้วยความเป็นฮ่องเต้ อวี้เหวินย่งก็อยากให้นางเอกไปอยู่ด้วย แต่นางเอกรักฉางกงมากรักคนเดียว รักเดียวใจเดียว จนบ้างครั้งเราคนดูเรายังรู้สึกว่านางเอกนี่ใจร้ายกับอวี้เหวินย่งเกิน ทุกครั้งที่นางเอกลำบากแทบเอาชีวิตไม่รอดคนที่มาช่วยนางเอกคนแรกเสมอก็จะเป็นอวี้เหวินย่งนี่แหละ เพราะอวี้เหวินย่งถ้าเสร็จจากงานเมือง ก็จะขี่ม้ามาแถวชายแดนเพื่อมาคอยตามข่าวนางเอก คอยแอบดูว่าอยู่ยังไง มีความสุขมั้ย ถ้ามาเองไม่ได้ก็มอบหมายให้ เซงจู องครักษ์คนสนิท มาดูแทน...

นางเอกถูกพิษเป็นไข้จะตาย อวี้เหวินย่งปีนเขาปีนหน้าผาเอง เพื่อเอาหญ้าเริงระบำมาทำยาถอนพิษให้นางเอก ดูหน้าตาเป็นแผลเต็ม อืมม องครักษ์ยังบอกอวี้เหวินย่งว่าทำไมต้องทำเอง พวกตนและทหารยินดีทำแทน ...... เหมือนอวี้เหวินย่งจะลืมตัวทุกครั้งที่อยู่กับนางเอกว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้นะ เอาชีวิตมาเสี่ยงได้ยังไง มีไพร่ฟ้าประชาชนที่ต้องดูแล..

อวี้เหวินย่งได้ข่าวว่านางเอกถูกฉางกงขับไล่ (เพราะเข้าใจผิด มีคนยุยง) อวี้เหวินย่งขี่ม้ามาช่วยนางเอก นางเอกจะฆ่าตัวตายอวี้เหวินย่งก็ช่วย นางเอกถูกโจรจับเป็นตัวประกัน โจรให้อวี้เหวินย่งเฉือดแขนตัวเอง อวี้เหวินย่งก็ทำไม่มีลังเลเลย (โจรไม่รู้ว่าอวี้เหวินย่งเป็นฮ่องเต้) แต่พอฉางกงมาเท่านั้นแหละ นางเอกเลือกกลับไปกับฉางกงเฉยเลย.... แผลที่แขนอวี้เหวินย่งเลือดยังไหลอยู่เลย.. 



ต่อมาพอฉางกงรับพระราชทานเหล้าพิษจากฮ่องเต้ (แซ่เดียวกันพี่น้องกัน) ฉางกงเขียนจดหมายส่งไปให้อวี้เหวินย่งให้ช่วยดูแลนางเอกแทนให้ด้วย อวี้เหวินย่งรีบขี่ม้ามาเองเพื่อมารับนางเอก นางเอกถูกตามล่าทั้งท้องด้วยทั้งโดนธนูยิง อวี้เหวินย่งพานางเอกมาพักในวัง สั่งหมอหลวงทุกๆคนถ้ารักษาไม่ได้ให้หมอหลวงตายตาม เข้มมากกกก 



ดูหน้าตอนสั่งหมอหลวง ...



เพื่อให้นางเอกสามารถอาศัยอยู่ที่แคว้นโจวได้ อวี้เหวินย่งจึงแต่งตั้งนางเอกเป็นพระสนมเอกแต่ก็ไม่เคยล่วงเกินนางเอกเลย เพียงแต่ขอให้นางเอกช่วยทำงานเพื่อแคว้นโจวในด้านการวางแผนการเกษตร การทำมาหากินให้แก่ราษฏร ซึ่งแนวคิดของนางเอกช่วยทั้งประชาชนแคว้นโจวและแคว้นฉีให้อยู่ดีกินดี ฮ่องเต้อวี้เหวินย่งเป็นฮ่องเต้ที่ดีประชาชนของแคว้นฉีเองก็รักทำให้ประชาชนอพยพเข้ามาอยู่แคว้นโจวมากขึ้น อวี้เหวินย่งจึงอยากรวมแผ่นดินเข้าด้วยกัน ก็วางแผนเตรียมออกรบ เพราะฮ่องเต้แคว้นฉี เกาเหว่ย (คนฆ่าเกาฉางกง) ไม่ได้เรื่อง...

เมื่อนางเอกคลอดลูกแล้วนางเอกขอย้ายกลับมาอยู่ชายแดน เพราะเกรงใจฮ่องเฮาของอวี้เหวินย่ง กลัวเขาสองคนจะไม่มีความสุขเพราะอวี้เหวินย่งรักตน แต่พอนางเอกออกมาอยู่ชายแดนอวี้เหวินย่งก็ทำเหมือนเดิมแอบขี่ม้ามาหานางเอก จนเกิดเรื่องนางเอกถูกตัวโกงจับเป็นตัวประกันเพื่อล่อฉางกง (มีข่าวลือว่าไม่ตาย) อวี้เหวินย่งมาช่วย เลยโดนโหรจับกรอกยาพิษเพราะต้องการบ่งการแคว้นโจว แต่นางเอกสลบอยู่เลยไม่รู้ว่าอวี้เหวินย่งถูกกรอกยาพิษ ฉางกงมาช่วยนางเอกและก็เลยช่วยอวี้เหวินย่งออกมาด้วย เฮ้ออ... นางเอกก็ไปกับฉางกงอีก ก่อนจากกันอวี้เหวินย่งขอจับมือนางเอก... ทำไมไม่ขอกอดนะ???



อวี้เหวินย่งลานางเอกแล้วบอกว่าคงได้พบกันอีก แต่เศร้าอะครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่อวี้เหวินย่งได้พบนางเอก.....อวี้เหวินย่งรีบขี่ม้ากลับวังเพราะต้องให้หมอหลวงรักษาพิษ ระหว่างทางก็กระอักเลือดตลอดทาง เราคนดูก็นึกว่าจะตายซะแล้ว เฮ้อออ ตายง่ายจริงชีวิตฮ่องเต้....แต่ไม่ตาย หมอหลวงบอกรักษาพิษไม่ได้ ได้แต่พยุงไว้ สูงสุดอยู่ได้ 3 ปี อวี้เหวินย่งตั้งปณิธานที่จะต้องรวมแผ่นดินให้ได้ก่อนที่จะเสียชีวิต ต้องรวมให้ได้ภายใน 3 ปี...

อีกฉากที่ประทับใจคือ ฉากที่อวี้เหวินย่งไปหาฮ่องเฮา จริงๆ ฮ่องเฮาอาซือน่าก็เป็นคนดีนะ เพียงแต่ทำผิดกับนางเอกเพราะหึงอวี้เหวินย่ง แต่รวมๆ แล้วเป็นคนดี อวี้เหวินย่งบอกฮ่องเฮาว่าความรู้สึกของสามีภรรยาไม่มีแล้วขอทุ่มเทให้กับการรวมแผ่นดิน ขอให้ฮ่องเฮาเขียนจดหมายไปบอกราชาของตุรกีให้ส่งทัพมาตรึงช่วงชายแดนด้านที่ไม่ได้ไปรบ เพื่อป้องกันแคว้นอื่นมาโจมตี ตอนที่ตนยกทัพไปตีแคว้นฉี ...บอกให้ฮ่องเฮาเข้มแข็งให้เป็นฮ่องเฮาของประเทศที่เข้มแข็ง...ฮ่องเฮาเข้าใจว่าอวี้เหวินย่งยังโกรธตนอยู่ก็เสียใจมากแต่ก็รับปากว่าจะทำตามที่อวี้เหวินย่งสั่งทุกอย่าง....ตอนพูดตอนเดินจากอวี้เหวินย่งไม่หันมามองฮ่องเฮาเลย เพราะไม่อยากให้ฮ่องเฮาเห็นน้ำตาและต้องใจแข็งเพราะรู้ว่าอีก 3 ปี ตัวเองจะตาย ฮ่องเฮาต้องอยู่ให้ได้......(ชอบ ซึ้ง)

(ฮ่องเฮาออกอุบายให้นางเอกไปคลอดลูกที่วัด โดยพระในวัดให้ความร่วมมือรอบฆ่านางเอก แต่อวี้เหวินย่งฉลาดระแวดระวังอยู่แล้ว เลยส่งเชงจูพร้อมทหารมาคอยแอบอารักขา พอพระลงมือ ทหารของเชงจูที่ซุ่มอยู่เลยช่วยไว้ทัน ...เหตุการณ์ในครั้งนี้ อวี้เหวินย่งโกรธมากสั่งทำลายวัดทุกวัดในแคว้นโจว จับพระสึกให้มาใช้แรงงานทำการเกษตร จึงไม่มีวัดอีกเลยในแคว้นโจว...เอาซิ...เท่ห์) 



มาถึงฉากไฮไลท์ที่ประทับใจที่สุดของเราที่มีต่ออวี้เหวินย่ง ตอนที่อวี้เหวินย่งนำทัพออกรบตีแคว้นฉี ก็รบไปเรื่อยๆ ไม่หยุด ทางฉางกงกับนางเอกก็อยากให้เกาเว่ยสละราชบัลลังก์ให้อวี้เหวินย่งเพื่อจะได้ไม่มีการนองเลือดจากสงครามเพราะสภาพของแคว้นฉีตอนนี้ถึงรบไปก็แพ้ มีแต่ล้มตาย นางเอกโดนธนูพิษของเกาเว่ยยิงทะลุหัวใจตาย ...เศร้า.... พออวี้เหวินย่งรบชนะ มาถึงประตูเมืองหลวงละ น้องชายฉางกงก็ออกมาขออัญเชิญเข้าเมืองเพื่อเป็นฮ่องเต้ของแคว้นฉี...อวี้เหวินย่งก็ถามว่าฉางกงกับนางเอกไปอยู่ด้วยกันแล้วใช่มั้ย อีกนานคงกว่าจะได้พบกัน น้องชายฉางกงบอกว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะนางเอกถูกธนูของเกาเว่ยเสียชีวิตแล้ว...อวี้เหวินย่งหมดแรงปล่อยดาบในมือตกลงพื้น..หน้าแบบหัวใจสลาย พิษกำเริบแต่ต้องอดกลั้นไว้เพราะอยู่ต่อหน้ากองทัพทหารนับแสน....

อวี้เหวินย่งเดินเข้ามาในพระราชวังแคว้นฉี พร้อมพวกขุนนางแคว้นฉีที่ยอมสวามิภักดิ์ ก่อนที่อวี้เหวินย่งจะขึ้นไปนั่งบัลลังก์ สิ่งแรกที่ทำคือบอก เซงจู องครักษ์คนสนิทว่าให้บอกทุกคนหันหลัง ใครหันกลับมาประหาร ฉากที่เชงจูสั่งพวกขุนนางก็เท่ห์มาก ...ทุกคนหันหลัง หากใครหันกลับมา ประหาร ประหาร ประหาร !!!!! (ขอยืมรูปจากช่อง 7 หน่อยน๊าา)





อวี้เหวินย่งร้องไห้เสียใจที่นางเอกตาย ไม่มีโอกาสได้พบกันอีกแล้ว



ร้องไห้จนทรุดลงไปนั่งกับพื้น สงสารอะ ... (ตัวเองเป็นฮ่องเต้น๊าาาา )





อวี้เหวินย่งขึ้นครองบัลลังก์ รวมแผ่นดินเข้าด้วยกัน มีชีวิตอยู่อีก 2 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ตอนตายถึงแม้จะกระอักเลือดตายจากพิษที่เคยโดนกรอก แต่ก็มีความสุขเพราะคิดว่าจะได้ไปเจอกับนางเอกในอีกโลกหนึ่งแล้ว... 

ผ่านมา 2 ปี ละ แต่เราเขียน blog เรื่องนี้แค่ 20 นาทีเองนะ คือมันยังเป็นความประทับใจ ติดอยู่ในความทรงจำ ...

เว่อร์ชั่น 2013 ที่จีนฉายทั้งหมด 46 ตอน ส่วนช่อง 7 เอามาฉายในไทยตัดเหลือ 35 ตอน






 

Create Date : 27 ตุลาคม 2559    
Last Update : 27 ตุลาคม 2559 21:47:43 น.
Counter : 1294 Pageviews.  

Rockie Agent Rouge 2016



ซีรี่ย์เรื่อง Rockie Agent Rouge
ปี 2016



ออกอากาศช่อง Dragon TV , ZJTV (China)
จำนวนตอน 45 ตอน
เริ่มออกอากาศวันที่ 27/09/2016

แนะนำตัวละคร

1. หลานเหยียนจื่อ (จ้าวลี่อิง)



2. จูอวู่ฮัว (ลู่อี้)




3. ซงเหมียน (หยวนเว็นคัย)



4. เฟิงหมานนา (ซือเจ้าฉี)



หลังจากดูซีรี่ย์เรื่องนี้จบ คือมันไม่มีชื่อเรื่องภาษาไทยนะคะ (ณ วันที่เขียนบล๊อก)  ต้องใช้ชื่อจีนหรืออังกฤษไปก่อน ดูพร้อมๆ ไปกับประเทศจีน จบไปแล้ว 45 ตอน จริงๆ ไม่ค่อยชอบซีรี่ย์แนวนักสืบหรือแนวสงครามสมัยปัจจุบันซักเท่าไหร่ เพราะกลัวที่จะได้เห็นการยิงกันเลือดสาด คนตายอย่างทารุณ แต่ตัดสินใจดูเพราะ จ้าวลี่อิง ซีรี่ย์ที่จ้าวลี่อิง แสดง เรารู้สึกว่าเล่นถึงบทบาทมาก มืออาชีพมาก (จริงๆมีดาราอีกหลายคนนะคะ ก็ค่อยๆ ทยอยดู) เรื่องนี้ จ้าวลี่อิงประกบ ลู่อี้ เรื่องฝีมือกับความหล่อ มีครบหายห่วง แม้จะค่อนข้างมีอายุแล้วก็ตาม แต่แคสมาได้เหมาะกับบทบาทในเรื่องมากค่ะ

ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกๆ ปี ซีรี่ย์จีนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักชาติ เพราะเดือนตุลาเป็นเดือนของวันชาติจีน (เหมือนจะเอาใจรัฐบาลจีนแหละ) เรื่อง Rockie Agent Rouge นี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1937 ญี่ปุ่นบุกตีประเทศจีน ทั้งที่ฉางซาและที่เซียงไฮ้ ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนที่ญี่ปุ่นจะบุกมาตี ประเทศจีนในตอนนั้นก็มีการขับเคี่ยวกันของคนจีนด้วยกันเองที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายคอมมิวนิสต์ ของเหมาเจ๋อตุง และ ก๊กหมินตั๋ง ของเจียงไคเชค...

นางเอก เหยียนจือ บังเอิญเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับภาระกิจของซงเหมียน หัวหน้าชุดปฏิการณ์สืบความลับว่าญี่ปุ่นวางแผนยิงระเบิดถล่มเซียงไฮ้เมื่อไหร่ยังไงโดยบังเอิญ (บนเรือท่องเที่ยว) ผู้บัญชาการสาขาเซียงไฮ้ ซึ่งเป็นเจ้านายของซงเหมียนจึงให้ซงเหมียนดึงเหยียนจื่อเข้ามาทำงานด้วย (กลุ่มนี้เป็นกลุ่มของเจียงไคเชค) ความสามารถของเหยียนจื่อคือสมองของเหยียนจื่อสามารถจดจำได้แม่นยำและรวดเร็ว มีหูที่ดีมากสามารถได้ยินเสียงในระยะไกล และใจกล้า แต่ขอเสียของเหยียนจื่อคือเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ไม่สนใจคนอื่น แบบหยิ่งยะโส (ถูกเลี้ยงมาตามใจเพราะเป็นลูกเจ้าของธนาคารใหญ่ 1 ใน 3 ของเซียงไฮ้)  

เหยียนจื่อเป็นเพื่อนรักกับหมานนา หมานนาเป็นลูกสาวของนายพล ทหารยศสูงในกองทัพรัฐบาลจีน (แต่พ่อของหมานนาและแม่เป็นสายลับของญี่ปุ่น) หมานนาเป็นเด็กสาวใสๆ สวยๆ ไม่คิดมาก มองโลกเป็นสีชมพู ด้วยความสนิทและรักกับเหยียนจื่อมากจึงชอบอะไรคล้ายๆ กัน หมานนาจึงมีทักษะดีเพราะฝึกพร้อมๆ กับเหยียนจือมา แต่สมาธิของหมานนาไม่ดีเท่าเหยียนจื่อ ...

ซงเหมียนได้เบาะแสจากข้อความที่คนร้ายซ่อนไว้ในตลับแป้งของเหยียนจื่อ แต่ข้อความที่ซงเหมียนได้ได้ถูกพ่อแม่ของหมานนาเขียนใหม่ไปแล้ว (ก่อนที่สายลับญี่ปุ่นจะตายได้แอบซ่อนกระดาษข้อความลับไว้ในตลับแป้งของเหยียนจื่อ ตอนแรกเหยียนจื่อไม่รู้ แต่พ่อแม่หมานนารู้จึงให้หมานนาชวนเหยียนจือมาบ้านและพยายามขโมยตลับแป้งของเหยียนจื่อ แต่ไม่สำเร็จเพราะเหยียนจื่อมีตลับแป้งแบบเดียวกัน 2 อัน พอเหยียนจื่อเข้าห้องน้ำหยิบแป้งมาใช้จึงเห็นว่ามันไม่ใช่เนื้อสีแป้งของเธอ เธอเลยเปิดดูแล้วเห็นกระดาษ จึงบอกหมานนา หมานนาดันไปบอกพ่อกับแม่ พ่อกับแม่เลยขอเก็บไว้ให้ ซงเหมียนเอง เหยียนจื่อไม่อยากให้แต่ก็ขัดไม่ได้ พ่อแม่หมานนาเลยมีเวลาเปลี่ยนข้อความในนั้น ......ขอความที่สายลับส่งให้กันจะต้องใช้น้ำมะนาวทาถึงจะปรากฏ...ใช้ตลอดเรื่องนะน้ำมะนาว...)...

เหยียนจื่อขอให้ซงเหมียนรับปากว่าจะไม่ทำให้หมานนามีอันตราย เพราะต้องเปิดโปงพ่อแม่หมานนา หมานนาเป็นผู้บริสุทธิ์ ในวันที่จะเปิดโปงพ่อแม่หมานนา เหยียนจื่อได้รับภาระกิจให้จับตัว "เงา" ซึ่งเป็นฉายาของคู่หมั้นหมานนา ที่พ่อหมานนาจัดหาไว้ให้ เพราะ "เงา"นี้ ทางซงเหมียนเชื่อว่าเป็นสายลับของญี่ปุ่นที่แฝงตัวอยู่กับคอมมิวมิสต์ เหยียนจื่อเลยปลอมตัวเป็นหมานนาไปตามนัดที่ จูอู่ฮัว (ชื่อของคู่หมั้นหมานนา) ...แต่บังเอิญว่าจูอวู่ฮัวตัวจริงตายในสนามรบไปแล้ว ก่อนตายพระเอกรู้ว่าจูอู่ฮัวเป็นสายของญี่ปุ่นที่แอบมาสืบความลับในคอมมิวนิสต์ จึงสวมรอยเป็น จูอู่ฮัว เพราะต้องการสืบว่าใครในรัฐบาลจีนบ้างที่เป็นหนอนบ่อนไส้ให้กับพวกญี่ปุ่น..... เพราะฉะนั้นจุดนี้ทำให้เหยียนจื่อเชื่อว่า พระเอกเป็นพวกญี่ปุ่น ...ซงเหมียนมาดักจับจูอวู่หัว แต่ไม่สำเร็จหนีไปได้...(พระเอกทักษะทุกด้านสมบูรณ์แบบมาก) ...ก่อนจะหนีไปได้ พระเอกได้มีโอกาสเจอกับหมานนาแล้วเพราะหมานนาแอบตามเหยียนจื่อมายังที่นัดหมายและโกรธเหยียนจื่อมากที่สวมรอยเป็นเธอ จุดนี้ทำให้จูอวู่หัวรู้ว่าทั้ง 2 เป็นเพื่อนรักกันและเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกญี่ปุ่น....



ชุดปฏิการณ์ไม่สามารถจับเป็นพ่อแม่หมานนาได้ เพราะแม่หมานนา กระโดดหน้าต่างลงมาจากชั้นบนตายที่พื้นหน้าบ้าน ส่วนพ่อหมานนาถูกรถของเจ้านายซงเหมียนชนตายหน้าบ้าน หมานนาหัวใจแตกสลายและโกรธเหยียนจื่อมาก (ก่อนพ่อหมานนาตายกระซิบบอกหมานนาว่าให้รักษาสมุดแสตมป์ไว้ให้ดี) แล้วถูกเจ้าหน้าที่ของซงเหมียนจับตัวไปเข้าคุก...เหยียนจื่อโกรธซงเหมียนมากเพราะไม่รักษาสัญญา...ทางซงเหมียนพยายามคาดคั้นถามหมานนาเกี่ยวกับมีใครอีกบ้างเป็นเครือข่ายของพวกญี่ปุ่น แต่หมานนาไม่รู้ (ตอนนี้ยังไม่รู้จริงๆ)

รูป เหยียนจื่อตบซงเหมียน กลางสายฝน 


..ทางด้านญี่ปุ่น

รูป คนนี้ขอเรียกว่า เจเอ (เจ มาจากเจแปน เอ มาจากคนที่ 1 เพราะชื่อญี่ปุ่นในเรื่องมันยาว )



เจเอ ส่งมือขวาและทหารไปช่วยหมานนาแหกคุก เพราะต้องการติดต่อกับเครือข่ายอื่นๆ ที่พ่อแม่หมานนาเคยติดต่ออยู่ แต่พ่อแม่หมานนาไม่เคยบอก เจเอ ว่ามีใครบ้าง ฉากแหกคุกก็เล่นระเบิดกันโรงพักพังทั้งตึก จูอวู่หัวก็มาชวนหมานนาด้วย จูอวู่หัวโดนยิงต้องเข้าโรงพยายาบาล ส่วนหมานนา เจเอ นำมาพักที่บ้านพักในเซียงไฮ้ แล้วก็พยายามให้หมานนานึกว่าพ่อแม่เก็บรายชื่อสายลับไว้ที่ไหน เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พ่อแม่หมานนาปกป้องด้วยชีวิต ตอนแรกหมานนาก็ยังไม่ไว้ใจ เจเอ เท่าไหร่นะ ... ต่อมา เหยียนจื่อให้ชิงมู่ เพื่อนสนิทของทั้งเธอและหมานนาส่งข่าวให้หมานนามาพบที่โบสถ์ เพราะกระดูกพ่อแม่ของหมานนา เหยียนจื่อทำพิธีเผาให้แล้วนำมาเก็บรอหมานนาที่โบสถ์ ...หมานนารู้สึกดีกับเหยียนจื่อขึ้นมาละ กำลังจะดีกันเหยียนจื่อก็เอากุญแจมือมาใส่มือตัวเองและหมานนาคนละข้าง ทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้หมานนากลับไปตกเป็นเครื่องมือของพวกญี่ปุ่น 

แต่เจเอ สั่งพวกญี่ปุ่นติดตามหมานนาอยู่แล้ว สั่งพร้อมถ้าหมานนาไม่กลับมาให้ฆ่าหมานนาซะ กลุ่มของญี่ปุ่นเลยยิ่งต่อสู้กับกลุ่มของซงเหมียนที่รอจับตัวหมานนา ไคล์แมกมันอยู่ตรงที่กระถางใส่กระดูกเถ้าของพ่อแม่หมานนาหล่นลงพื้นแตก หมานนาหัวใจแตกสลายอีกร้องไห้ เหยียนจื่อสงสารเพื่อนเลยเอาปืนยิงกุญแจมือขาดจากกัน ตะรุมบอนกันไปมา หมานนาไม่มีทางเลือกเลยต้องกลับไปหา เจเอ อีก ....หมานนาบอกจูอวู่หัวว่าก่อนตายพ่อบอกให้รักษาสมุดสแตมป์ไว้ให้ดี หมานนากับจูอวู่หัวจึงกลับไปที่บ้านหมานนาเพื่อเอาสมุดสแตมป์มา สองคนใช้น้ำมะนาวแต้มหลังสแตมป์เพื่อดูข้อความ ตอนนี้หมานนารู้ละว่าพ่อแม่ทำงานให้ญี่ปุ่นจริง แต่แค้นที่พ่อแม่ต้องตายมากกว่าจึงตกลงอยู่กับ เจเอ แต่จูอวูหัวอยากให้หมานนาออกมาอย่ายุ่งเกี่ยว เพราะจะได้ชื่อว่าทรยศประเทศ แต่หมานนาไม่ยอมจูอวู่หัวเลยปล่อยเลยตามเลย หมานนาขอร้องให้จูอวู่หัวอยู่กับตนเอง และช่วยตนเองแก้แค้น จูอวู่หัวรับปาก ...(ต้องสืบความลับด้วย) .....จูอวู่หัวอ่านสแตมป์อันหนึ่งมีชื่อของคนของคอมมิวนิสต์ในเซียงไฮ้ จูอวู่หัวจึงต้องการทำลายเลยเอาเลนส์นูนวางไว้ด้านบนรับแสงด้วยอาทิตย์ พอดี เจเอกับมือขวาเข้ามาคุยด้วยพอดี เจเอ เห็นควันเลยรีบหยิบออก แต่โชคดีที่มันเป็นรูโหว่ไปแล้ว ไม่สามารถเห็นชื่อได้ ....หมานนามอบสมุดสแตมป์ให้กับ เจเอ .......

เจเอ ส่งหมานนาไปฝึกการรบ จากครูฝึกชาวญี่ปุ่น เพื่อจะสร้างหมานนามาไว้ใช้งาน ...ในหัวของเจเอ คือ ต้องให้คนจีนฆ่าคนจีน ตัวเองเป็นญี่ปุ่นมีจักรพรรดิ์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ลงมือเอง วิธีการที่ใช้คือต้องทำให้คนที่ต้องการดึงมาใช้งานไม่เหลือทางเลือกอื่น นอกจากมาเข้ากับญี่ปุ่นเท่านั้น...

ตัดกลับมาทีทางเหยียนจื่อบ้าง หลังจากเรื่องของหมานนา ปิดเคสไปแล้ว ทางหัวหน้าสาขาเซียงไฮ้เจ้านายของซงเหมียน ต้องการได้เหยียนจื่อมาร่วมงานอย่างมากจึงเดินทางไปขอกับพ่อแม่ของเหยียนจื่อด้วยตนเอง พูดหว่านล้อมว่าทำเพื่อประเทศชาติ เราทำเพื่อประเทศจีน....พ่อของเหยียนจื่ออนุญาตเพราะเห็นว่าทำเพื่อประเทศชาติ ......ขอพูดถึงพ่อของเหยียนจื่อนิดหนึ่ง ในตอนหลังๆ เกือบๆ จบเรื่อง เราจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วก่อนที่พ่อของเหยียนจื่อจะเป็นเจ้าของธนาคารนั้นเคยทำงานเป็นสายลับให้กับกลุ่มของเจียงไคเชคมาก่อน หลังจากงานสำเร็จแล้วจึงขอถอนตัวขอให้ชีวิตปกติ...พ่อของเหยียนจื่อเป็นคนเดียวในเรื่องที่ต้องทำงานให้ทั้ง กลุ่มเจียงไคเชค กลุ่มญี่ปุ่น และกลุ่มคอมมิวนิสต์.........

เจ้านายซงเหมียนส่งซงเหมียนมาคอยดูแลและเอาใจเหยียนจื่อเพื่อให้เข้าร่วมงาน จนเหยียนจื่อถามว่า ซงเหมียนชอบฉันใช่มั้ย? ---คือนางเอกเป็นคนมั่นใจมาก และมั่นใจในความสวยของตัวเองด้วย อยากพูดอะไรก็พูด....ซงเหมียนบอกว่าไม่ได้ชอบ เพราะมีแฟนอยู่แล้ว และแฟนของซงเหมียนก็คือ ชิงมู่ เพื่อนสนิทของเหยียนจื่อกับหมานนานั่นเอง (คนที่อยู่ในโบสถ์) .......(แต่คนดูอย่างเราๆ ถ้าดูในละครจะเห็นถึงความรุ้สึกบางอย่างที่ซงเหมียนมีให้เหยียนจื่อ และเราคิดว่าซงเหมียนรักเหยียนจื่อนะ)...

รูป ว่านซิเฉา ผู้อำนวยการก๊กหมินตั๋งสาขาเซียงไฮ้ เจ้านายซงเหมียน



เหยียนจื่อเข้ารับการฝึกอย่างหนัก เพื่อเป็นสายลับ (ละครก็ฉายฉากฝึกสลับกันไปมาระหว่างเหยียนจื่อ กับ ทางหมานนา) มีฉากน่ารักๆ ระหว่างเหยียนจื่อกับซงเหมียน ซึ่งซงเหมียนเป็นครูฝึกชุดนี้ด้วยตัวเอง มีโมเมนดีดี ...ต่อมาพอญี่ปุ่นโจมตีเซียงไฮ้และยึดได้ทั้งหมดแล้ว ว่านซิเฉาแจ้งทุกคนว่านับจากนี้ไป พวกเราต้องลงใต้ดินแล้ว เพราะพวกญี่ปุ่นเข้ายึดเซียงไฮ้ได้และกำลังกวาดล้างคนที่ต่อต้านญี่ปุ่น ให้ทุกคนไปลาครอบครัว และอนุญาตให้ซงเหมียนแต่งงานกับแฟนได้ (ชิงมู่) 

วันแต่งงานของซงเหมียน นักเรียนสายลับทุกคนไปร่วมงานด้วยและถ่ายภาพร่วมกัน หลังแต่งงานได้วันเดียวซงเหมียนก็บอกลาชิงมู่เพื่อไปปฏิบัติภาระกิจ....งงมั้ยว่าทำไมซงเหมียนต้องแต่งงานกับชิงมู่ทั้งๆ ที่รักเหยียนจื่อ เพราะว่าชิงมู่เป็นผู้หญิงที่ดีมากจิตใจดี มารยาทดี บุคลิกนางเอกโลกสวย ไร้สงครามประมาณนั้น ซงเหมียนไม่สามารถจะทำร้ายความรู้สึกของชิงมู่ได้ และชิงมู่เป็นผู้หญิงที่เข้าใจซงเหมียนทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งซงเหมียนรักเหยียนจื่อ....ชิงมู่รับได้ ไม่เป็นไรไม่โกรธทั้งซงเหมียนและไม่เกลียดเหยียนจื่อเหมือนละครทั่วไป คืออภัยให้ทู้กกกกคนนน

ศูนย์ฝึกของกลุ่มซงเหมียนอยู่นอกเขตปกครองของญี่ปุ่นก็จริง แต่ในบริเวณที่ถูกญี่ปุ่นยึดได้ร้อยเปอร์เซนต์แล้ว ศูนย์ของกลุ่มในนั้นถูกทำลายหมดไม่สามารถจะส่งข่าวสารถึงกันได้ ภาระกิจถัดมาคือต้องสร้างเครือข่ายการสื่อสารขึ้นมาใหม่ เลยสร้างโค้ดกันโดยเหยียนจื่อเป็นคนสร้างโค้ด และเป็นคนคิดวิธีนำเข้าไปในเขตญี่ปุ่น เหยียนจื่อเอารหัสซ่อนไว้ในไข่ต้ม และแบ่งเป็น 4 ตะกร้า แต่ละคนถือไปคนละ 1 ตะกร้า ซงเหมียนคัดนักเรียนที่ฝีมือดีเป็นผู้นำไข่ไปส่ง ..4 คนที่เอาไข่ไป ตาย 3 เหลือแค่เหยียนจื่อคนเดียว เหยียนจื่อเข้าพักในโรงแรมและแกะไข่กินทั้งตะกร้าหลังจากจดรหัสในสมุดแล้ว จากนั้นภาระกิจต่อไปคือต้องเอารหัสกับเครื่องส่งรหัส ส่งให้สายของกลุ่มที่อยู่ในเขตนี้ ...

.....ความมันและลุ้นระทึกของซีรี่ย์มันเหมือนจริงมาก คือมันไม่เว่อร์เหมือน 007 หรือหนังสายลับทั่วไป แต่คือเป็นการสู้กันแบบฉลาดด้วยกันทุกฝ่ายทั้งฝ่ายก๊กหมินตั๋ง ทั้งฝ่ายคอมมิวนิสต์ ทั้งฝ่ายญี่ปุ่น ...ซ่อนอะไรไว้ไหนอีกฝ่ายรู้หมด เหยียนจื่อจะทำอะไร หมานนาเดาถูกหมด หมานนาจะทำอะไรเหยียนจื่อก็เดาถูกหมด...แต่นะ จูอวู่หัว (พระเอก)ซึ่งอยู่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ต้องเก่งสุด (งานอวยต้องมา) พระเอกจะคอยช่วยเหยียนจื่ออยู่อย่างเงียบๆ...

เหยียนจื่อจำเป็นต้องออกจากโรงแรมเพื่อไปซื้อยาแก้คันเพราะเกิดแพ้ฝุ่นในโรงแรม (ซึ่งทางซงเหมียนห้ามอย่างเด็ดขาดห้ามออกจากโรงแรมก่อนวันนัดส่งเครื่องมือสื่อสาร) โรงแรมที่เหยียนจื่อเลือกพักก็พักมันตรงข้ามกับศูนย์บัญชาการของหมานนานั้นแหละ .. เหยียนจื่อเดินออกมาซื้อยา และซื้อเครื่องสำอางค์ (รักสวยรักงาม) ซื้อน้ำหอมและซื้อแป้งที่ตัวเองชอบใช้ พอออกมาจากร้านก็โดนจูอวู่หัวจับตัวแล้วพาเข้าไปดื่มเหล้ากัน (จริงๆ คือจูอวู่หัวเห็นว่ามีคนติดตามตัวเองมา เจเอส่งมาคอยเฝ้าสะกดรอย เจเอไม่ไว้ใจใคร จูอวู่หัวกลัวว่าคนที่สะกดรอยตามมาจะเห็นเหยียนจื่อ เลยต้องเอาปืนจี้เหยียนจื่อให้เดินเข้าภัตตาคาร) และต้องการจะบอกเหยียนจื่อเป็นนัยๆ ว่าให้รีบย้ายโรงแรมซะ เพราะไม่ปลอดภัยแล้ว





ฉากนี้น่ารักมาก คือเหยียนจื่อเนี้ยเอาน้ำหอมและยานอนหลับทาแขนกับผ้าเช็ดหน้า คือพระเอกก็ไม่ได้โง่นะ รู้ทันแต่เหยียนจื่อทำไว้หลายอย่างมาก จนกระทั่งจากรูปเกี่ยวแขนกันดื่ม พอดื่มแล้วเหยียนจื่อก็บ้วนทิ้งออกมาเพราะวางยาไว้ทุกจุดแล้ว พระเอกก็เลยหลับ แต่หลับแป๊บเดียวเพราะก็ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา..........ฉากนี้น่ารักมาก และเราคิดว่าเป็นฉากที่พระเอกประทับเหยียนจื่อมากขึ้นเพราะตลอดชีวิตไม่เคยมีใครแกล้งพระเอกได้เลยซักครั้งเดียว...เหยียนจื่อเองก็รู้สึกว่าจูอวู่หัว เหมือนๆ จะไม่ใช่ศัตรูไม่ได้คิดร้ายกับตนเอง....

แต่เหยียนจื่อไม่ยอมย้ายโรงแรมเพราะกลัวว่าคนที่นัดจะส่งข่าวมาหาไม่ได้หากมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้หมานนามีเวลาเดา จนเดาว่าเหยียนจื่อต้องมาพักโรงแรมตรงข้ามบ้านหมานนาที่เป็นศูนย์บัญชาการอยู่แน่ๆ ก็ตามล่ากัน ... หวุดหวิดตลอด...หมานนากับลูกน้องฆ่าคนในกลุ่มของเหยียนจื่อตายเพียบ และเหยียนจื่อไม่สามารถส่งรหัสกับเครื่องส่งโทรเลขได้ แต่โชคดีที่จูอวู่หัวรีบเอาไปซ่อนไว้บนเพดานของตึก แล้วยิงที่ท้องตัวเอง ล้มลง แบบสร้างสถานการณ์ว่ามีคนมาชิงรหัสกับเครื่องส่งไป...หมานนาก็เชื่อเพราะรักจูอวู่หัวและเห็นว่าโดนยิงด้วย แต่มือขวาของ เจเอ ที่มาด้วย ไม่เชื่อ และบอกกับเจเอว่า จูอวู่หัวเนี้ยไม่น่าไว้ใจ อาจจะเป็นไส้ศึก..(.แต่ไม่มีซักครั้งที่เจเอจะจับได้นะ ) จูอวู่หัวบอกหมานนาว่ามือขวาเจเอส่งคนมาคอยตาม เหมือนไม่ไว้ใจ หมานนาเลยไปบอกเจเอวาอย่าทำ เพราะหมานนาเชื่อใจจูอวู่หัว และจูอวู่หัวจะจากไปถ้ายังคอยตามตลอดแบบไม่ไว้ใจกัน จะทำงานด้วยกันได้ไง เจเอ เลยทำตามที่หมานนาขอ.....



ภาระกิจครั้งนี้ เหยียนจื่อโดนตำหนิอย่างหนักถึงความหยิ่งและมั่นใจมากเกินไปของตัวเองทำให้เพื่อนร่วมงานตายหลายคนเหยียนจื่อรู้สึกเสียใจและเริ่มปรับตัวใหม่ .....ทางด้านหมานนา หาวิธีจะจับเหยียนจื่อให้ได้ จึงเล่งไปที่ครอบครัวเหยียนจื่อ หมานนาให้คนสร้างสถานการณ์ที่ธนาคารของพ่อเหยียนจื่อจนพ่อเหยียนจื่อถูกทำร้ายบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาล..คนของหมานนาเฝ้าเข้มงวดมากแม้กระทั่งห้องน้ำก็ไม่ให้เข้า ต้องไปสำรวจก่อน... จูอวู่หัวตัดสินใจช่วยพ่อของเหยียนจื่อ โดยส่งข้อความถึงพ่อเหยียนจื่อ (เขียนใส่ลูกปืนไรเฟล แหง่ววว) พ่อของเหยียนจื่ออ่านแล้วทำตาม......ในขณะเดียวกันทางด้านเหยียนจื่อยังไงก็ต้องมาช่วยพ่อ เพราะหมานนาต้องการล่อให้เหยียนจื่อออกมา ว่านซิเฉาเลยมีคำสั่งลับ ให้เหยียนจื่อเข้ามาเป็นสายลับของพวกญี่ปุ่น ภาระกิจนี้มีแค่ว่านซิเทากับเหยียนจื่อเท่านั้นที่รู้......

รูป หลานชางหมิง พ่อของเหยียนจื่อ (ลงรูปหน่อย เล่นเก่งมาก แบบได้ 100 เล่น ล้าน 5555)





เหยียนจื่อมาช่วยพ่อที่โรงพยาบาล วันเดียวกับที่จูอวู่หัวมาช่วย โดยสบู่ในห้องน้ำเป็นระเบิด แผนคือให้พ่อเหยียนจื่อจุดระเบิดจะได้พังผนังห้องน้ำออกมาได้ พอระเบิดปุ๊บก็บู๊กันมันส์ไปเลย พ่อของเหยียนจื่อหนีออกมาถึงหน้าโรงพยาบาลละ พวกของหมานนาที่ดักอยู่ก็ออกมาจับอีก ส่วนเหยียนจื่อยิงต่อสู้กับหมานนาอยู่ เหยียนจื่อวิ่งออกมานอกโรงพยาบาลเจอกับจูอวู่หัว ทั้งสองคนเล็งปืนใส่กัน แล้วจูอวู่หัวก็ลดปืนลงแล้วบอกให้เหยียนจื่อเข้าไปซ่อนตัวในท่อระบายน้ำซัก 3 วัน เหยียนจื่อหัวเราะ แล้วถามจูอวู่หัวว่า "นายชอบฉันใช่มั๊ย? " ....กำลังดูเครียดๆ อยู่ ขำเลย คือนางเอกยังมีอารมณ์ถามพระเอกว่าชอบฉันใช่มั๊ย ....(ประมาณว่าช่วยทำไม) ..... แล้วเหยียนจื่อก็บอกว่า ต่อไปนี้เราอยู่ฝ่ายเดียวกันแล้ว นายต้องช่วยฉัน แล้วเหยียนจื่อก็ยิ่งปืนขึ้นฟ้า....พวกหมานนาก็วิ่งมาทัน จูอวู่หัวเลยทำเหมือนเป็นคนจับเหยียนจื่อได้................(มันพะยะค่ะ ) 





จูอวู่หัว พระเอกของเราฉลาดมากแทนที่จะตามหมานนาที่จับตัวเหยียนจื่อไป อวู่หัวไปหา เจเอ แล้วบอกเจเอว่า เหยียนจื่อถ้าเราได้มาไว้ใช้งานจะดีมาก เพราะ 1 พ่อของเหยียนจื่อเป็นเจ้าของธนาคาร ตอนนี้ญี่ปุ่นชนะสงครามก็จริงแต่ต่อจากนี้จะเป็นสงครามเศรษฐกิจ เราต้องการแหล่งเงินและที่ที่จะกระจายเงิน ไว้จัดหาซื้ออาวุธ 2. เหยียนจื่อเป็นสายลับที่ทักษะสูงสามารถทำให้เราทำงานพลาด หลอกพวกเราได้หลายครั้งแล้ว เราไม่ควรจะฆ่าตาย และ 3. ถ้าเหยียนจื่อตายแล้ว หมานนาคงไม่มีใครที่จะกระตุ้นให้แข่งขันอีก คงจะถอนตัวไม่อยากช่วยงานแล้ว...  เจเอ ก็ถามจูอวู่หัวว่าแล้วไม่กลัวหมานนาโกรธเหรอเพราะหมานนารอวันนี้มานานแล้ว แก้แค้นให้พ่อแม่ จูอวู่หัวตอบว่าความคิดของผู้หญิงมักจะใช้อารมณ์เป็นใหญ่ แต่พวกเราต้องเห็นแก่งานใหญ่ เจเอหัวเราะเพราะเห็นด้วยว่าทางญี่ปุ่นจะได้ประโยชน์อย่างมาก และต้องการให้เหยียนจื่อบอกที่ตั้งของกลุ่มต่อต้านญี่ปุ่นด้วย 

..ทางด้านหมานนาก็กำลังทรมานเหยียนจื่ออย่างสนุก (แบบจิตๆ) เสียใจด้วย รักเพื่อน แค้นเพื่อนด้วย หลายอารมณ์ (น่าเห็นใจอยู่) แต่เหยียนจื่อก็ท้าหนานนาตลอด (ปากไม่ค่อยดี) หมานนากำลังให้ลูกน้องเอาท่อนเหล็กทุบขาเหยียนจื่อให้กระดูกแตกละเอียด พอดีมือขวาของเจเอมาห้ามไว้ทัน (เส้นยาแดงผ่าแปด) หมานนาแค้นมาก รีบไปอาละวาดกับเจเอ แต่เจเอก็ให้เหตุผลไปว่าให้เห็นแก่กองทัพมหาจักรพรรดิ์ญี่ปุ่น ตอนนี้เราเริ่มสงครามเศรษฐกิจกันละต้องอาศัยพ่อของเหยียนจื่อ หมานนาต้องฝืนยอมรับเพราะทำอะไรไม่ได้....จุดอ่อนของหมานนาคืออารมณ์เป็นหลัก...



รูป ผู้ชายแก่ๆ ที่ยืนคุยอยู่กับ เจเอ ขอเรียกว่า เจบี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ทดลองอาวุธเชื้อโรคของญี่ปุ่นในจีน 



เจเอพาหมานนาไปรู้จักกับ เจบี ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ที่จักรพรรดิ์ส่งมาพัฒนาด้านอาวุธและยุทธวิถีทำสงคราม ตั้งชื่อว่าสถาบัน "ซาน" (Shan) หมานนาเดินผ่านห้องทดลองหลายห้องได้ยินเสียงคนร้องอย่างเจ็บปวด ก็ตกใจ แต่ก็สงบสติอารมณ์ไว้...เจเอพาหมานนามาพบเจบี เพราะว่า เจบี ได้ บล็อกแม่พิมพ์เงินจีน มา 2 ส่วน (ทั้งหมดมี 4 ส่วน) และประสานงานกับทางเจเอ ให้ทางเจเอหาบล๊อกแม่พิมพ์เงิน อีก 2 ส่วนมาให้ครบ เพราะจะได้ผลิตเงินมาใช้ลงทุน และซื้ออาวุธในจีนได้สบายๆ แต่ยังไงก็ตามถึงแม้จะมีแค่ 2 ส่วนตอนนี้ก็ให้เริ่มผลิตเงินเลย ถึงจะเป็นเงินปลอมแต่ต้องให้มันแพร่สะพัดในเซียงไฮ้ ...เจเอให้หมานนาใช้ประโยชน์จากพ่อเหยียนจื่อ พ่อเหยียนจื่อตกลงทำเพราะต้องการให้เหยียนจื่อที่ถูกจับอยู่ปลอดภัย.... หมานนาส่งคนสนิท (กวนบาทามาก) มาทำงานร่วมกันกับพ่อเหยียนจื่อที่ธนาคาร กุญแจของห้องลับเก็บเงินต้องไขพร้อมกัน 2 อัน โดยกุญแจอันนึงคนของหมานนาเก็บ อีกอันนึง พ่อเหยียนจื่อเก็บ....แผนการคือ ธนาคารของพ่อเหยียนจื่อจะเป็นธนาคารที่แจกเงินปลอมที่ญี่ปุ่นผลิตออกไป ส่วนเงินที่คนเอามาฝากธนาคารซึ่งเป็นเงินจริง ให้เก็บและขนไปให้ญี่ปุ่น....



เจเอ มอบหมายหน้าที่ให้จูอวู่ฮัวสืบความลับของอเมริกาและอังกฤษที่อยู่ในเซียงไฮ้ จูอวู่หัวเลยบอกเจเอว่างานนี้ตนจะให้เหยียนจื่อทำ เพราะเชื่อว่าเหยียนจื่อทำได้แต่หากพลาดทางอเมริกากับอังกฤษก็จะไม่ตำหนิญี่ปุ่นด้วยเพราะไม่รู้ว่าญี่ปุ่นทำ มือขวาของเจเอไม่เห็นด้วยกลัวเหยียนจื่อหนีแต่จูอวู่หัวเอาชีวิตเป็นประกัน (เหยียนจื่อถูกหมานนาเอาไปขังโดยเปิดเพลงดังมากและมีรูปเหยียนนจื่อถูกทำร้ายมากมาย เป็นสงครามทางประสาท เหยียนจื่อไม่สามารถหลับได้ 18 คืน) ถ้าเหยียนจื่อหนีก็จะจับกลับมาทั้งแบบเป็นและตาย..เจเอเลยอนุญาต..โดยเหยียนจื่อจะต้องขโมยฟิล์มซึ่งในนั้นมีข้อความลับที่ทางการอเมริกากับทางการอังกฤษติดต่อกัน และแผนการณ์ของทางการที่ส่งมาให้สายลับเมกากับอังกฤษ...หากเหยียนจื่อทำงานสำเร็จจะได้พบพ่อ... จูอวู่หัวมารับตัวเหยียนจื่อไปและส่งรหัสว่าขอให้ไว้ใจเขา เหยียนจื่อพยักหน้า (จูอวู่หัวเอานิ้วเขียนที่ฝ่ามือของเหยียนจื่อ).. หลังจากนั้น มือขวา เจเอ กับจูอวู่หัว นำเหยียนจื่อมาดูสถานที่เป้าหมายพร้อมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับรหัสสัญญาณเตือนภัยต่างๆ แล้วถามเหยียนจื่อว่าต้องการอะไรมั๊ย เหยียนจื่อบอกจูอวู่หัวว่าต้องการเงิน 1000 ดอลล่าห์ และปืน จูอวู่หัวให้แต่เงินเหยียนจื่อ ส่วนปืนไม่ได้ให้บอกให้เหยียนจื่อหาวิธีเอาตัวรอดมาเอง เหยียนจื่อเลยออกมาหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน (นางรักสวยรักงาม โดยมีมือขวาของเจเอสะกดรอยตามตลอดเวลา)... ในรูปคือเสื้อผ้าที่ซื้อเปลี่ยน ถอดชุดนักโทษออก



หลังจากนั้นก็งานกินค่ะ เหยียนจื่อเข้าไปทานอาหารทั้งอาหารตะวันตก และอาหารพื้นเมืองเซียงไฮ้ (ติดคุกนานไปนิด) 



ทานจน มือขวาเจเอที่สะกดรอยตามอยู่บ่น ว่าผู้หญิงบ้าจะตายแล้วยังต้องท้องอิ่ม (คงโมโหที่ตัวเองต้องยืนคอยหน้าร้านอาหารหลายร้าน) 



หลังจากเป้าหมายออกจากบ้านพักไปเที่ยวกับคู่ขาแล้ว เหยียนจื่อก็เข้าไปทำการปลดล๊อค ปลดรหัสป้องกันภัยต่างๆ แล้วเข้าไปหาฟิล์ม พอเปิดเชฟได้สัญญาณเตือนภัยในเชฟก็ดัง เหยียนจื่อรีบค้นเอาฟิล์ม จากนั้นก็รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและพอกหน้า ประมาณว่าทำสวย ใช้ไหวพริบบอกตำรวจที่วิ่งมาที่บ้านว่าเป็นน้องสาวของคู่ควงเป้าหมายมาจากต่างเมือง ...เลยรอดมาได้ พอเหยียนจื่อออกมาได้ 10 นาที สายลับของเมกาก็กลับบ้าน เห็นความผิดปกติ (คือทุกคนในเรื่องฉลาดหมด) เลยสั่งให้ทางตำรวจตั้งด่านเพื่อตรวจทุกคนที่เข้าออกเขต (ในเซียงไฮ้ตอนนี้แบ่งเขตการปกครองเขตนี้ของตะวันตก เขตนั้นของญี่ปุ่น มีหลายพวก) เหยียนจื่อก็ใช้ไหวพริบเอาตัวเองรอดออกมาได้..... (ในรูปข้างล่างคือฟิล์มที่มาเอา)



มือขวาเจเอ กับจูอวู่หัวรออยู่ในรถต่างคนต่างมองนาฬิกาเพราะนัดเหยียนจื่อไว้ว่าบ่ายสอง ไม่ว่างานจะสำเร็จหรือพลาดก็ต้องกลับมา มือขวาเจเอตามเหยียนจื่อไม่ได้เพราะมีตำรวจตั้งด่านเยอะมาก จำเป็นต้องออกมาก่อน..มือขวาเจเอก็เริ่มบ่นละว่าเหยียนจื่อต้องหนีไปแล้วแน่เลย บลาบลาบลา...เหยียนจื่อมากระแทกด้านหลังรถ (เมา) ทั้ง 2 คนจึงออกมาจากรถ เหยียนจื่อโยนฟิล์มให้จูอวู่หัว จูอวู่หัวบอกให้มือขวาเจเอรีบเอาไปให้เจเอ มือขวาเจเอ บอกว่าไม่ไว้ใจเหยียนจื่อกลัวจะหนีจูอวู่หัวเลยเอากุญแจมือมาใส่มือตัวเองกับเหยียนจื่อคนละข้าง มือขวาเจเอเลยแยกไปรถอีกคัน ส่วนเหยียนจื่อกับจูอวู่หัวนั่งรถคันเดียวกันจูอวู่หัวขับ...โมเมนดีดีน่ารักๆ เหยียนจื่อนอนหลับเพราะเหนื่อยและเมา จูอวู่หัวเลยจับมือให้กำลังใจ เหยียนจื่อถามจูอวู่หัวว่าจริงๆ แล้วเป็นใครกันแน่ จูอวู่หัวไม่ตอบบอกแค่ว่าเขาเป็นคนที่เหยียนจื่อไว้ใจได้มากที่สุดที่นี่ เหยียนจื่อก็ไม่ถามอะไรต่อเอาหัวไปซบไหล่จูอวู่หัวแล้วหลับต่อ.....หลังจากงานสำเร็จเหยียนจื่อได้พบพ่อ





รูป มือขวาเจเอ เอาฟิล์มไปล้างมาให้ เจเอ



...เหยียนจื่อบอกจูอวู่หัวว่างานต่อไป ขอพบแม่ จูอวู่หัวตกลง งานต่อมา เจเอ มอบหมายให้จูอวู่หัวหาเงินมาเพิ่มในคลังของญี่ปุ่น (ตอนนี้เป็นสงครามเศรษฐกิจ) จูอวู่หัวขอให้เจเอมอบเงินให้มาทำภาระกิจ 2 หมื่นดอลล่าห์ เจเอ ถามจูอวู่หัวว่าจะได้คืนมาเท่าไหร่ จูอวู่หัวบอก 1 ล้านดอลล่าห์ เจเอตกลงบอกจะรอฉลอง ...ภาระกิจนี้จูอวู่หัววางแผนให้เหยียนจื่อเล่นหมากรุกท้าชิงกับแชมป์โลก 2 คน โดยจูอวู่หัวเอาเงิน 10000 ดอลล่าห์ไปท้าแชมป์แต่ละคนว่า เลดี้เหยียนจื่ออยากจะท้าแข่งหมากรุกพร้อมกันทั้ง 2 คน ถ้าชนะก็ไม่เอาอะไร แต่ถ้าแพ้จะมอบเงินให้คนละหนึ่งหมื่นดอลล่าห์ 2 แชมป์โลกตอบตกลง......

รูป จู่อวู่หัวสอนเหยียนจื่อเล่นหมากรุก บอกกติกา (เหยียนจื่อเบื่อมากเพราะนานมาก จูอวู่หัวให้นั่งลองเดินหมากรุกประมาณ 6 ชั่วโมง) 


หมานนาโกรธมากที่จูอวู่หัวพาเหยียนจื่อไปทำภาระกิจและทำทำสำเร็จด้วย ทำให้เจเอ ชอบและเห็นประโยชน์ของเหยียนจื่อมากขึ้น หมานนาแค้นมากมาขอเจเอ ว่าจะไปแข่งหมากรุกกับแชมป์โลกเอง เจเอถามหมานนาว่าเล่นหมากรุกเป็นมั้ย หมานนาบอกไม่เป็นขอให้สอนหน่อย เจเอสอนหมานนา แต่หมานนาเป็นคนสมาธิไม่ดี ก็เล่นไม่ได้จำแม้กระทั่งกฏกติกาก็จำไม่ได้..หมานนาแค้นเหยียนจื่อมากขึ้น..



หนังสือพิมพ์ลงข่าวการท้าชิงกับแชมป์โลกของเหยียนจื่อทุกฉบับ เพื่อนร่วมงานในองค์กรของเหยียนจื่อและซงเหมียนวางแผนจะมาช่วยเหยียนจื่อ ก่อนที่เหยียนจื่อจะมาถึงว่านซิเฉาหัวหน้าของซงเหมียนมาบอกให้ถอยให้หมด เพราะคนของหมานนาก็มาแฝงตัวกับฝูงชนพร้อมอาวุธครบมือเต็มไปหมด ทุกคนในทีมซงเหมียนเลยถอยออกไป...

งานแข่งขันหมากรุกเริ่มคน มีคนเล่นพนันมากมายโดยพนันถือข้างแชมป์ทั้ง 2 คนเท่านั้น ไม่มีใครเล่นข้างเหยียนจื่อเลย พอการแข่งขันเริ่มขึ้น มือขวาเจเอก็คอยจับตาดูเหยียนจื่อ ส่วนจูอวู่หัวก็ชิลมาก ไปเล่นไพ่กับเจ้ามือบ่อน (เล่นชนะอย่างเดียวเลย) พอเวลาไป 6 ชั่วโมง ก่อนการแข่งขันจะจบลง จูอวู่หัวก็แทงพนันข้างเหยียนจื่อ ด้วยเงินทั้งหมดที่ได้จากการเล่นไพ่มา ........... เหยียนจื่อชนะแชมป์โลกทั้ง 2 คน ...วิธีฉลาดมาก..อยากให้ดูในซีรี่ย์กันนะคะ ชนะแบบโปร่งใสและชิลมาก...ไม่เว่อร์ด้วย...อยู่ในข้อตกลง..



มือขวาเจเอ โทรไปบอกเจเอว่า เหยียนจื่อชนะ และได้เงินทั้งหมด 3 ล้านดอลล่าห์ เจเอ ดีใจออกนอกหน้าเว่อร์.. พอหมานนารู้เรื่องก็เตรียม ปื้นไรเฟล มารอหน้าตึกเพราะแค้นมากที่เหยียนจื่อทำภาระกิจสำเร็จ และเจ้านายก็ดูจะชอบเหยียนจื่อมากขึ้น และหึงจูอวู่หัวที่คอยช่วยเหยียนจื่อ... 



เจเอกับมือขวาเจเอมาถึงพอดีและห้ามหมานนายิงหยียนจื่อเด็ดขาดถ้าจะยิงให้ยิงมาที่ตัวเอง (เจเอ) เจเอให้หมานนาสงบสติอารมณ์...เจเอจัดเลี้ยงให้ครอบครัวเหยียนจื่อได้มาพบกัน...หมานนาแค้นมาก..หมานนาเลยให้ลูกน้องหลอกจูอวู่หัวออกไปจากศูนย์บัญชาการ เพื่อหมานนาจะได้นำตัวเหยียนจื่อไปหา เจบี ที่ห้องทดลอง เพื่อใช้ยาและสะกดจิตให้เหยียนจื่อบอกที่ตั้งของหน่วยงานของเหยียนจื่อ ... (ทำเหยียนจื่อสลบและเอาถุงดำคลุมหัวเพื่อป้องกันไม่ให้เหยียนจื่อรู้ว่าพาไปที่ไหน)





เหยียนจื่อบอกที่ตั้งของหน่วยงานลับในเซียงไฮ้ไป 2 ที่ (ว่านซิเฉาเทรนเหยียนจื่อไว้แล้วในคำสั่งลับ) หมานนาพาเหยียนจื่อกับลูกน้องไปยังที่ที่เหยียนจื่อบอก และให้ลูกน้องฆ่าทุกคนและทำลายหน่วยงานลับจนราบเป็นหน้ากอง...เพื่อนร่วมงานของเหยียนจื่อโกรธแค้นเหยียนจื่อมาก เหยียนจื่อเห็นเพื่อนๆตายไปต่อหน้าต่อตาก็เสียใจมาก.. เพื่อนที่อยู่หน่วยงานเดียวกับเหยียนจื่อในเขตอื่นๆ ต่างโกรธแค้นเหยียนจื่อเป็นอย่างมากต้องการเอาชีวิตเหยียนจื่อให้ได้ (ยกเว้นซงเหมียน กับ ว่านซิเฉา ซงเหมียนเชื่อใจเหยียนจื่อ แต่ว่านซิเฉารู้ว่าเป็นไปตามปฏิบัติการลับ) .....

รูป เพื่อนร่วมงานของเหยียนจื่อในองค์กรที่มีชีวิตเหลืออยู่ในเซียงไฮ้



พ่อของเหยียนจื่อพอรู้ข่าวก็รีบไปหาชิงมู่ (ภรรยาซงเหมียน) ว่าต้องการไปพบซงเหมียนต้องไปที่ไหน ชิงมู่เลยส่งข่าวให้ซงเหมียน พอพ่อเหยียนจื่อไปถึง พวกเพื่อนร่วมงานของเหยียนจื่อก็จะฆ่าพ่อเหยียนจื่อเพราะแค้นที่เหยียนจื่อทรยศทำให้เพื่อนคนอื่นๆ ตายมากมาย แต่พ่อของเหยียนจื่อบอกกับว่านชิเทาและซงเหมียนว่า ตนยินดีช่วยทำงานให้กับทางว่านซิเทา เพราะรู้ดีว่าตอนนี้เป็นสงครามเงิน คุณต้องการฉัน...ทางว่านซิเทาเลยเห็นด้วย (คือพ่อเหยียนจื่อคิดว่าถ้าทำงานให้พวกเพื่อนร่วมงานเก่าของเหยียนจื่อจะได้ไม่ไปตามฆ่าเหยียนจื่อ)

รูป ลูกน้องซงเหมียนคนที่อ้าปากพูด ต้องการฆ่าพ่อเหยียนจื่อล้างแค้นให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ


จูอวู่หัวไปหาเพื่อน (คอมมิวนิสต์)ที่แฝงตัวมาเป็นเจ้าของร้านถ่ายรูปในเซียงไฮ้ ขอให้ส่งข่าวบอกสำนักงานใหญ่ว่าตนต้องการนำเหยียนจื่อเข้าร่วม เพื่อนบอกโอเคไม่มีปัญหาแต่ห้ามจูอวู่หัวเปิดเผยตนเองเด็ดขาด(ห้ามบอกชื่อจริงหรือฉายาที่ใช้เรียกในกลุ่มคอมมิวนิสต์)
รูปเพื่อนจูอวู่หัว
 จูอวู่หัวตกลง ...ทางด้านเจเอโกรธหมานนามากที่พาเหยียนจื่อไปทดลองยาประสาทและสะกดจิต สั่งหมานนาถ้าทำแบบนี้อีกให้ไปยื่นใบสมัครที่สถาบันซาน (เจบี) อย่ามาทำงานกับตนเองอีก เจเอต้องการให้เหยียนจื่อเข้ามาร่วมทำงานด้วย จากนั้นพ่อของเหยียนจื่อเข้ามาหาเจเอ เจเอเลยเรียกจูอวู่หัวเข้ามาด้วย หมานนาด้วย พ่อของเหยียนจื่อมาเพื่อขอร้องให้ปล่อยเหยียนจื่อกลับบ้าน เพราะขณะนี้เหยียนจื่อก็ไม่มีทางที่จะกลับไปร่วมงานกับทางหน่วยงานลับเดิมได้ เพราะถือว่าทรยศแล้ว เจเอเลยให้โหวต เจเอกับจูอวู่หัวยกมือเห็นด้วย หมานนาโกรธมาก แต่จำต้องยอมแต่หมานนาบอก พ่อของเหยียนจื่อให้กลับไปรอที่บ้านทางหมานนาจะไปส่งเหยียนจื่อที่บ้านเอง.... หนานนาสั่งคนให้แอบเข้าไปติดเครื่องดักฟังไว้เต็มบ้านของเหยียนจื่อ (ไม่มีใครรู้) โดยสั่งซื้ออุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดจากเยอรมนี ไปใช้กับบ้านเหยียนจื่อทั้งหมด..จากนั้นสั่งให้คนลงหนังสือพิมพ์ว่าเหยียนจื่อได้รับการปล่อยตัวกำลังจะได้กลับบ้าน (นางร้ายมาก) .....พอพวกเพื่อนร่วมงานเดิมของเหยียนจื่อรู้ข่าวก็จัดเตรียมกำลังเพื่อจะไปฆ่าคนทรยศ (เหยียนจื่อ) ...



จูอวู่หัวเข้าไปปล่อยตัวเหยียนจื่อที่คุกและจะพาไปส่งบ้าน

หมานนามาขวางไว้และบอกว่าจะไปส่งเอง จูอวู่หัวบอกว่าตนต้องไปด้วยหมานนาเลยบอกจูอวู่หัวว่า เจเอเรียกไปพบตอนนี้ ไม่ต้องเป็นห่วงจะส่งให้ถึงบ้าน จูอวู่หัวจึงจำเป็นต้องไปพบเจเอ
แต่พอไปถึงเจเอ เจเอกลับบอกไม่ได้ต้องการพบ ดังนั้นทั้งจูอวู่หัว เจเอ และมือขวาเจเอ ก็รีบไปที่บ้านเหยียนจื่อ เพราะรู้ละว่าหมานนาจะให้คนมาดักฆ่าเหยียนจื่อ ....ยิงกันสนั่น..แต่หมานนาไม่ยิงป้องกันนะ แอบหลบอย่างเดียว (ไม่กลัว แต่ไม่ทำอะไร จะปล่อยให้เหยียนจื่อตาย) หมานนาคอยแต่ตะโกนบอกตำแหน่งของเหยียนจื่อให้ทางฝ่ายเพื่อนร่วมงานเหยียนจื่อที่จะมาฆ่ารู้ว่าเหยียนจื่อหลบอยู่ตรงไหน จุดพีคมันอยู่ที่ พ่อของเหยียนจื่อได้ยินเสียงปืนเลยรีบออกมาเปิดประตูรั้วบ้าน เป็นห่วงลูก เหยียนจื่อเห็นพ่อวิ่งออกมาจากบ้านเลยออกจากที่ซ่อน ไปช่วยพ่อ กำลังจะพาพ่อเข้าบ้าน ซงเหมียนก็บอกให้หยุดพร้อมกับเล็งปืนมาที่ศรีษะของเหยียนจื่อ แล้วถามว่า เหยียนจื่อเธอบอกที่อยู่ของหน่วยงานเราให้ญี่ปุ่นรู้ใช่มั้ย..... เหยียนจื่อหันมายิ้ม (แบบกวนๆ) แล้วตอบว่า จริง ซงเหมียนตกใจตาแดงกล่ำ ค่อยลดระดับปืนลงเรื่อยๆ แต่แล้วก็ยิงเปรี้ยงไปที่ เหยียนจื่อ ...เหยียนจื่อก็ล้มลงกับพื้น .....ทั้งซงเหมียน ทั้งจูอวู่หัว ทำหน้าแบบหัวใจสลาย (เล่นดีมากจริงๆ ซึ่งตอนนี้แหละที่ทั้งซงเหมียน และจูอวู่หัวมั่นใจละว่าตัวเองรักเหยียนจื่อ ) ..........ซงเหมียนกับเพื่อนร่วมงานเหยียนจื่อก็หนีไป....



หน้าแบบหัวใจสลายของจูอวู่หัว (ชอบอ่ะ)


ที่ศูนย์บัญชาการของว่านซิเทา หลังจากได้รับรายงานจากเพื่อนร่วมงานที่พากันไปยิงเหยียนจื่อว่าเหยียนจื่อตายแล้ว ว่านซิเทาหน้าถอดสี โกรธมาก และด่าว่าจะไปทำอะไรเดี๋ยวนี้ไม่ต้องรายงานแล้วใช่มั้ย ลูกน้องก็บอกว่าได้รับข่าวกระทันหันเลยไม่ทันรายงาน ว่านซิเทาบอกว่าเขาหมายถึงซงเหมียน ทำไมไม่รายงานแล้วบอกให้ลูกน้องคนอื่นๆ ออกจากห้องไปต้องการคุยกับซงเหมียน ...ว่านซิเทาเอาปืนไปจ่อที่หน้าผากของซงเหมียนและตะโกนถามซงเหมียนว่า เหยียนจื่อตายแล้วจริงๆ เหรอ ซงเหมียนตอบว่าเขาไม่รู้แต่ตอนยิงมือเขาสั่น .....ว่านซิเทาเลยบอกซงเหมียนว่าเหยียนจื่อไม่ได้ทรยศ มันเป็นปฏิบัติการลับที่เธอไม่รู้ ซงเหมียนเลยเข้าใจว่า เหยียนจื่อได้รับคำสั่งลับให้เข้าไปแฝงตัวในพวกญี่ปุ่นให้ได้ ....ว่านชิเทาบอกซงเหมียนว่าในอนาคตเราสองคนก็อาจต้องเสียสละชีวิตตนเองเพื่อเหยียนจื่อ.....ซงเหมียนเสียใจมากกลัวเหยียนจื่อตาย เอามือต่อยกำแพงจนเป็นแผลแล้วไปที่โบสถ์ขอร้องให้ชิงมู่ช่วยดูแลเหยียนจื่อ ช่วยเหยียนจื่อด้วย (เหยียนจื่อถูกส่งไปโรงพยาบาล) ...



เหยียนจื่อไม่ตายเพราะซงเหมียนยิงพลาดไปโดนแค่ลูกปืนถากกระบอกตาของเหยียนจื่อ แต่เหยียนจื่อช๊อค (น่าจะเสียใจเพราะตลอดเวลาคิดว่าซงเหมียนควรเชื่อใจเหยียนจื่อ ว่าเหยียนจื่อทำเพื่อประเทศทำเพื่อองค์กรไม่มีวันทรยศ แต่ซงเหมียนก็ยิง..) จูอวู่หัวอยู่เฝ้าเหยียนจื่อตลอดเวลา คอยให้กำลังใจ (โมเมนดีดี) 



..ในระหว่างที่จูอวู่หัวไปเฝ้าเหยียนจื่อที่โรงพยาบาล...การรบกันของทหารจีน (คอมมิวนิสต์) กับทหารญี่ปุ่นที่หนานจิงทางญี่ปุ่นยังแพ้อยู่ 
ทางด้านเจเอจึงเรียกหมานนาเข้ามาบอกว่าตอนนี้เบื้องบนสั่งให้ล้วงความลับด้านสงครามจากกลุ่มคอมมิวนิสต์ ให้หมานนาหาทางติดต่อกับสายลับของพ่อหมานนาที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคอมมิวนิสต์ เพื่อจะได้ชนะสงครามให้ได้โดยเร็ว....หมานนาทำตามที่เจเอสั่ง...และได้นัดพบกับสายลับของพ่อที่อยู่ในกลุ่มคอมมิวนิสต์

รูป สายลับของพ่อหมานนาในคอมมิวนิสต์


.....สายลับได้บอกเบาะแสของสายสืบคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ ว่ามี "ทีงสเตน" (ฉายาของจูอวู่หัว) และผู้ส่งข่าว หมานนาจึงให้คนไปดักรอตามสถานที่ที่สายลับบอกและได้จับตัวเพื่อนของจูอวู่หัวได้ เพื่อนของจูอวู่หัวก่อนถูกจับตัวได้ ได้กลืนภาพถ่ายที่สำคัญที่จะต้องส่งให้กองบัญชาการหมดแล้ว...พอเพื่อนจูอวู่หัวถูกจับได้ ก็รีบแจ้งข่าวมาที่กองบัญชาการ ทำให้ผู้บัญชาการโจว ซึ่งก็พยายามหาความดีความชอบกับพวกญี่ปุ่นและพยายามกวาดล้างคอมมิวนิสต์แข่งกับทีมของหมานนาก็รีบมาขอความช่่วยเหลือกับจูอวู่หัวเพราะเห็นว่าจูอวู่หัวเก่งต้องหาทางทำให้สายลับที่ถูกจับมาสารภาพและตอบคำถามตามที่ต้องการได้..จูอวู่หัวเลยรู้ว่าเพื่อนโดนจับก็ตกใจและพยายามจะหาทางช่่วย ...จูอวู่หัวส่งสัญญาณเตือนลูกน้องของเพื่อนที่ร้านถ่ายรูป ลูกน้องกำลังรอเรืออยู่หมานนากับพวกก็มาจับตัวไป...จูอวู่หัวก็ไม่สามารถจะช่วยได้...

รูป หมานนาและลูกน้องไปกวาดล้างหน่วยงานลับคอมมิวนิสต์ในเซียงไฮ้ ดูแลอย่างดี เบาๆ (แหง่วว)



เพื่อนสายลัยจูอวู่หัวและลูกน้องของเพื่อนถูกทรมานอย่างหนัก เพื่อนจูอวู่หัวไม่ยอมพูดอะไร ถึงจะตายก็ไม่ยอมพูด แต่ลูกน้องดันกลัวตายเลยบอกว่าจะสารภาพ แต่ตนไม่รู้จักชื่อ แต่ทุกครั้งแค่เคยเห็นหน้าเท่านั้น หมานนาจึงรีบไปบอกเจเอให้รีบมา เพราะวันนี้จะจับสายลับของคอมมิวนิสต์ที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ในกองบัญญาการได้ เจเอก็รีบมา และบอกทุกคนให้ไปรวมกันที่หน้าตึก ทหารญี่ปุ่นถือปืนไรเฟลพร้อมไว้ทุกทิศ กะว่าชี้คนไหนก็ยิงเลย...หมานนาขู่ลูกน้องเพื่อนจูอวู่หัวให้ชี้เดี๋ยวนี้ไม่งั้นตาย ลูกน้องของเพื่อนเห็นหน้าจูอวู่หัวละก็จำได้ แต่ด้วยความที่โดนซ้อมมายกมือไม่ค่อยขึ้นเลยช้า พอมือกำลังค่อยๆยกขึ้น เพื่อนของจูอวู่หัวก็คว้าตัวลูกน้องกระโดดลงมาจากตึก กระแทกพื้นชั้นล่าง.........จูอวู่หัวมองหน้าเพื่อนแล้วเม้มปาก (แบบเสียใจอดกลั้น) 



...เจเอสั่งให้รักษาชีวิตของสองคนนั้นให้ได้ แต่ลูกน้องของเพื่อนจูอวู่หัวตายทันที แต่เพื่อนจูอวู่หัวไม่ตายแต่อาการโคมา สมองได้รับการกระทบกระเทือน ก็ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล... ในวันเดียวกันนี่เอง เหยียนจื่อลืมตาขึ้นมา ลูกน้องหมานนารีบมากระซิบบอกหมานนา หมานนารีบมาที่ห้องเหยียนจื่อแล้วเอาปืนมาเล็งที่ศรีษะเหยียนจื่อกะยิงให้ตาย...แต่เจเอเข้ามาห้าม และตำหนิหมานนา..(เส้นยาแดงผ่าแปดอีกแหละ)......(ตอนนี้ในเซียงไฮ้ก็มีแต่จูอวู่หัวคนเดียวละสำหรับสายลับฝ่ายคอมมิวนิสต์ คนส่งข่าวก็ไม่มี ไม่เหลือใครเลย จูอวู่หัวต้องรอจนกว่าจะมีผู้ส่งข่าวคนใหม่มา ... ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นใครและเมื่อไหร่)

รูป จูอวู่หัวคิดถึงเพื่อน และรอว่าเมื่อไหร่หลอดไฟจะสว่างอีกครั้ง (เมื่อไหร่เพื่อนคอมมิวนิสต์จะมาติดต่อกันอีกครั้ง ทำอย่างไรจะส่งข่าวไปยังสำนักงานใหญ่ได้)


 (จริงๆ แล้วหมานนาสงสัยผู้บัญชาการโจว ว่าต้องเป็นไส้ศึกของฝ่ายคอมมิวนิสต์เพราะคอยขัดขวางการทำงาน (จริงๆ แล้วผู้บัญชาการโจวแค่อยากได้หน้าแย่งผลงาน) และผู้บัญชาการโจวยังเป็นคนแอบเอารูปที่ให้ลูกน้องไปแอบถ่ายตอนไปทานข้าวกับ เจบี (ทำให้จูอวู่หัวรู้ว่าใครคือ เจบี และเริ่มพยายามตามหาสถาบันวิจัยอาวุธชีวภาพของญี่ปุ่นในจีน) หมานนาเลยเกลียดผู้บัญชาการโจวมาก เคยไปขอให้เจเอ ฆ่าผู้บัญชาการโจว แต่เจเอไม่เชื่อและไว้ใจผู้บัญชาการโจว หมานนาก็โกรธอีก...ชีโกรธตลอด)

รูป ผู้บัญชาการโจว


เจเอให้จูอวู่หัวดูแลเหยียนจื่อและสั่งห้ามหมานนาเข้าใกล้เหยียนจื่อเด็ดขาด (หมานนาแค้นมากกก) ...........จูอวู่หัวมาดูแลเหยียนจื่อ (น่ารักมาก กอไก่ล้านตัว) มานวดให้เหยียนจื่อ พูดกับเหยียนจื่อว่าตื่นเถอะ (คือเหยียนจื่อลืมตาก็จริงแต่ไม่ตอบสนองอะไรเลยเหมือนกำลังหลับในตลอดเวลา) จูอวู่หัวบอกว่าถ้าเหยียนจื่อตื่นจะพาไปทานอาหารดีดีที่เหยียนจื่อชอบ (เอาของกินมาล่อ) จะพาไปซื้อเครื่องสำอางร้านที่ชอบไป จะพาไปดูหนัง ให้รีบฟื้นมีคนเสียสละชีวิตเพื่อพวกเรามากเหลือเกิน ต้องฟื้นนะต้องทำให้สำเร็จ



...แล้วเหยียนจื่อก็รู้สึกตัว...........(แล้วก็กินข้าวเพราะไม่ได้กินมาหลายวัน ) แต่ทั้ง 2 คนก็ทานไม่ลงเพราะจูอวู่หัวก็เสียใจเรื่องเพื่อน เหยียนจื่อก็เสียใจเรื่องเพื่อนร่วมงานเก่า...เหยียนจื่อยอมรับเข้าร่วมงานกับพวกญี่ปุ่น จูอวู่หัวเอาเครื่องแบบมาให้ เหยียนจื่อขอให้จูอวู่หัวตัดผมให้เพราะต้องการเปลี่ยนลุค .......... เหยียนจื่อเลือกทำงานในหน่วยงานเดียวกับจูอวู่หัว ซึ่งทำให้หมานนาแค้นมาก (หึงแรง) 



พอว่านซิเทารู้ว่าเหยียนจื่อยังไม่ตายและได้เข้าไปร่วมงานกับพวกญี่ปุ่นแล้วก็ดีใจมาก สั่งซงเหมียนให้ติดต่อเหยียนจื่อเพื่อดำเนินการตามแผนต่อไปว่านซิเทาบอกซงเหมียนให้ชิงมู่เป็นคนส่งข่าวให้เหยียนจื่อ ซงเหมียนทำหน้ากังวล จากนั้นชิงมู่ส่งข่าวให้เหยียนจื่อ เหยียนจื่อจึงไปพบซงเหมียนตามจุดนัดหมาย (บนเรือ) พอเจอก็ตบหน้าซงเหมียนเลย บอกที่ตบนี่ไม่ใช่โกรธที่ยิงตนแต่โกรธเพราะดึงชิงมู่ เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานทำมั้ย แม้แต่ชีวิตของตัวเองซงเหมียนยังดูแลไม่ได้ จะคุ้มครองดูแลชีวิตชิงมู่ได้อย่างไร ชิงมู่จะเป็นอันตราย ซงเหมียนก็กังวลแต่ก็บอกว่าเพื่อองค์กรต้องทำได้ เหยียนจื่อก็ว่าแรงนะประมาณว่ามีคนตั้งเท่าไหร่ที่ต้องมาตายโดยที่งานยังไม่สำเร็จและไม่รู้ว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่ ซงเหมียนอึ้งพูดไม่ออก แต่ก็บอกเหยียนจื่อว่าภาระกิจที่ต้องทำคือหาบล๊อกแม่พิมพ์เงิน มาให้ครบให้ได้ 2 ส่วนอยู่ที่เจบี  ส่วนอีก 2 ส่วนอยู่ที่พ่อเหยียนจื่อ ถ้าบล็อกแม่พิมพ์เงินตกไปอยู่ในมือพวกญี่ปุ่น ประเทศจีนจะเป็นอันตรายมากกว่านี้.......



ขอแทรกเรื่องที่มาของบล็อกแม่พิมพ์เงินที่ทางหมานนาได้มา 2 ชิ้นแล้วเจบีนำไปเก็บไว้ พอหมานนาได้รับคำสั่งจากเจเอแล้วเรื่องให้หาบล๊อกแม่พิมพ์เงินจนสายสืบรายงานละว่าอยู่ที่เจ้าของธนาคารอะไร ทางเหยียนจื่อเองก็รู้แต่ไม่สามารถส่งข่าวได้เพราะมีแต่คนจับตาเหยียนจื่อ จูอวู่หัวเลยต้องเสี่ยงไปส่งข่าวให้ซงเหมียนโดยใช้เครื่องส่งสัญญาณที่เหยียนจื่อเคยนำเข้ามา แล้วจูอวู่หัวเอาไปซ่อนไว้บนเพดานมาใช้ส่งข่าว ทำให้หมานนาส่งสัยจูอวู่หัวว่าเป็นไส้ศึก หมานนานัดจูอวู่หัวไปทานข้าวแล้วขอให้จูอวู่หัวบอกว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ จูอวู่หัวทำเป็นงง แล้วถามว่ามีเรื่องอะไร หมานนาเลยบอกว่าตัวเองดักจับรหัสได้แต่ไม่ได้รายงานเจเอ เพราะคิดว่าเป็นจูอวู่หัวที่ทำ หมานนารักจูอวู่หัวมากเพราะเป็นคนเดียวที่พ่อหมั้นไว้ให้ จูอวู่หัวบอกว่าต้องรีบรายงานเจเอ ไม่งั้นหมานนาจะมีความผิด และไม่ใช่ตนแน่นอนที่ทำแบบนี้ ............. หมานนาเลยดีใจมากรีบรายงานเจเอ...........ทางด้านจูอวู่หัวเรียบแจ้งเพื่อนที่ร้านถ่ายรูปให้คนไปสร้างสถานะให้ส่งรหัสอีกครั้ง แล้วรีบหนีไปให้เร็วที่สุด ตัวจูอวู่หัวจะเป็นคนนำลูกน้องไปจับด้วยตนเอง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการณ์ ทางทหารญี่ปุ่นจึงได้แต่เครื่องส่งสัญญาณมา เท่านั้น.......จูอวู่หัวพ้นข้อสงสัย.....อ้าววว แล้วซงเหมียนก็รู้แล้วทำไมหมานนาชิงมาได้ คือวันที่ทางซงเหมียนนัดนายธนาคารให้เอาแม่พิมพ์มาให้นั้นสายสืบของทางหมานนาก็ได้ข่าว ทั้ง 2 กลุ่ม จึงเรียบมา แต่ลูกน้องซงเหมียนดันเหยียบตะปูที่พื้นทำให้เดินช้า (แหง่วววว ) ทำให้หมานนามาถึงก่อนและชิงบล็อกแม่พิมพ์เงินไปได้....คืออย่างที่รู้รู้กันว่าละครต้องอวยรัฐบาลจีน ซึ่งพวกเราก็รู้ว่าเป็นคอมมิวนิสต์ แล้วที่นี้กลุ่มของเจียงไคเชคเป็นกลุ่มที่อพยพไปเกาะไต้หวัน ถึงจะเป็นชาวจีนเหมือนกันแต่ก็มีจิกกัดกันบ้างเล็กน้อย อันนี้ในละครก็ต้องการสื่อว่าขนาดรู้ข่าวแล้ว (จูอวู่หัวคนของคอมมิวนิสต์ช่วย) และเป็นคนนัดนายธนาคารให้เอาบล็อกเงินไปส่งเอง ยังทำงานพลาดเลย....

เหยียนจื่อกลับมาบ้าน สั่งคนรับใช้ให้เปิดเพลง (เครื่องดักฟังจะได้ไม่ได้ยินตอนคุยกับพ่อ) แล้วถามพ่อเรื่องบล๊อกแม่พิมพ์เงินพ่อเหยียนจื่อบอกเหยียนจื่อว่าซ่อนอยู่ในอุโมงค์เชฟทอง ห้องลับที่มีแต่พ่อเหยียนจื่อรู้เท่านั้น เหยียนจื่อเลยให้พ่อเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟัง หลังจากเล่าและทำแผนที่กันเสร็จแล้ว พ่อบอกเหยียนจื่อว่ากุญแจแบ่งเก็บคนละอันกับคนของหมานนาถ้าจะไขห้องต้องใช้ไขพร้อมกัน 2 คน เหยียนจื่อวางแผน..... 



ในส่วนหมานนาได้นำเพื่อนร่วมงานของเหยียนจื่อจากองค์กรเก่ามาฉีดยาที่สถาบันทดลองและล้วงถามความลับว่า ทางองค์กรวางแผนส่งเหยียนจื่อมาเป็นไส้ศึกใช่มั้ย เพื่อนร่วมงานเหยียนจื่อตอบว่าไม่รู้ หมานนาเลยถามต่อว่าภาระกิจสุดท้ายของเหยียนจื่อคืออะไร เพื่อนร่วมงานเหยียนจื่อตอบว่า "แผนตกปลา" หมานนาถามอีกว่าเป็นอย่างไร เพื่อนเหยีียนจื่อตอบว่าให้หาบล็อกแม่พิมพ์เงินให้ได้ บล๊อกอยู่ที่ฝ่ายญี่ปุ่น และที่ห้องเชฟทองของธนาคาร แต่ไม่รู้ว่าธนาคารไหน.....หมานนาเลยสั่งให้ลูกน้องตามติดเหยียนจื่อ.......



หลังเลิกงานเหยียนจื่อแวะไปหาพ่อที่ธนาคาร คนของหมานนารีบประกบ แต่ช้ากว่าเหยียนจื่อเพราะเข้าไปเอากุญแจจากพ่อแล้วก็รีบเดินออกมา แล้วไปซ่อนอยู่ในลังเงินเพื่อรอตอนเย็นคนเข็นเข้าไปยังห้องเชฟ พ่อเหยียนจื่อกับคนของหมานนาไขกุญแจด้วยกัน ประตูจึงเปิดได้ เหยียนจื่อรอจนมืดจึงออกมาจากลังเงินแล้วทำตามพ่อบอกเพื่อเปิดห้องเชฟทองอีกชั้นหนึ่ง พอได้บล็อกแม่พิมพ์เงินแล้วก็นำใส่ไว้ในกล่องบรรจุเงินเพื่อเตรียมส่งไปยังธนาคารสาขาอื่น...จากนั้นก็นอนบนลังใส่เงิน..



ทางด้านคนของหมานนาที่คอยตามและดักฟังเหยียนจื่อที่บ้าน ได้ยินเสียงเหยียนจื่อจากเครื่องบันทึกเสียงที่พ่อเหยียนจื่อเปิด และเห็นเงาของคนใช้เหยียนจื่อที่พ่อเหยียนจื่อให้แต่งตัวเป็นเหยียนจื่อที่ห้องนอน จึงรายงานหมานนาว่าเหยียนจื่ออยู่บ้านแล้ว แต่หมานนาก็ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่ สั่งให้จับตามองทั้งคืนห้ามหยุด...(หมานนายังไม่รู้ว่าธนาคารไหนมีบล็ออกแม่พิมพ์เงิน).. พอตอนเช้าพ่อของเหยียนจื่อกับคนของหมานนาก็มาเปิดเชฟเงิน พ่อเหยียนจื่อเข็นกล่องใส่เงินที่เหยียนจื่อซ่อนตัวอยู่ออกมา เหยียนจื่อจึงรีบหลบกำลังจะออกจากธนาคาร...ทางฝั่งคนของหมานนาที่ตามเหยียนจื่อที่บ้านส่องกล่องส่องทางไกลดูเห็นแม่ของเหยียนจื่อเปิดหน้าต่างห้องนอนเหยียนจื่อเลยเห็นว่าคนที่ใส่ชุดนอนเเหยียนจื่อคือคนรับใช้ จึงรีบโทรไปรายงานหมานนา หมานนารีบโทรไปที่ธนาคารให้ลูกน้องหาตัวเหยียนจื่อแล้วจับไว้ แต่ธนาคารเปิดแล้วลูกค้าเยอะทำให้เหยียนจื่อแฝงตัวออกมาได้ แต่คนของหมานนาจำหลังเหยียนจื่อได้รีบโทรบอกหมานนาว่าเหยียนจื่อออกจากธนาคารแล้ว แต่ไปมือป่าวไม่ได้ถืออะไรไปด้วย....

ชิงมู่ไปที่ธนาคารสาขาพูด๊อง ตามแผนเพื่อรอรับบล๊อกแม่พิมพ์เงิน แต่ทำทีว่าต้องการเงินด่วนจำนวนมาก ซึ่งเงินในธนาคารสาขานี้มีไม่พอ ทางผู้จัดการสาขาจึงโทรไปบอกพ่อเหยียนจื่อให้ส่งเงินมาให้หน่อย พ่อเหยียนจื่อจึงให้คนของหมานนาและของธนาคารช่วยกันขนเงินขึ้นรถ คนของหมานนารีบโทรไปบอกหมานนา หมานนาบอกให้รอก่อนตนกำลังจะไป หมานนามั่นใจมากกว่าต้องมีการขนบล๊อกแม่พิมพ์ไปด้วยแน่ๆ เลยสั่งให้จูอวู่หัวและเหยียนจื่อออกไปด้วยกัน เพื่อไปดูเงิน บอกจะไปพาไปจับปลา....หมานนาสั่งให้คนของตัวเองเอาเงินออกมานับใหม่ทีละใบทีละใบทุกกล่อง จูอวู่หัวสังเกตเห็นเหยียนจื่อมีท่าทางแปลกๆ นิดหน่อยเลยบอกหมานนาว่าตนเองขอนับด้วย เหยียนจื่อมองจูอวู่หัว จูอวู่หัวนับทีละใบจนเห็นสองใบสุดท้ายเป็นบล๊อกเงินจึงรีบดึงเงินมาปิดไว้ หลังจากนับเสร็จก็บอกหมานนาว่านับเสร็จแล้ว เห็นมีแต่เงินจริงผสมกับเงินปลอม พวกเงินปลอมคือปลาที่หมานนาพามาจับใช่มั๊ย (ประมาณนี้)  พูดดังมาก ทำให้คนอื่นๆ ได้ยิน หมานนาโกรธและอายมากเลยไม่นับเงินในกล่องของจูอวู่หัวต่อ...ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเหยียนจื่อ




เหยียนจื่อกับจูอวู่หัวอยู่แผนกเดียวกันจึงขอกลับไปทำงานก่อน หมานนาก็ไม่ว่าอะไรแต่ตนเองบอกพ่อเหยียนจื่อว่าขอค้นห้องเชฟธนาคารอีกรอบ พ่อเหยียนจื่อจึงพาหมานนาไปค้น.....แต่ก็ไม่เจออะไร ไม่เจอห้องลับ (คือมันลับมากจริงๆ พ่อเหยียนจื่อเก่ง) ...ในรถระหว่างเดินทางกลับมายังศูนย์บัญชาการญี่ปุ่น จูอวู่หัวถามเหยียนจื่อว่ามันคืออะไรกันแน่ เหยียนจื่อจึงบอกว่าภาระกิจของเธอคือต้องนำบล๊อกเงินส่งให้ ผอ. จูอวู่หัวเลยบอกเหยียนจื่อว่าอย่าไปไหนเด็ดขาดเพราะหมานนาไม่ปล่อยแน่ ให้เรื่องส่งบล๊อกเงินเป็นเรื่องของจูอวู่หัว..เขาจะดูแลเอง..เหยียนจื่อคราวนี้จึงเดาได้ละว่าจูอวู่หัวคือคอมมิวนิสต์ และถามจูอวู่หัวว่าทำงานในที่มืดไม่มีใครรู้ใครเห็นว่าทำเพื่อชาติมากเหลือเกินไม่คิดอะไรเหรอ จูอวู่หัวตอบว่าเขาทำงานอยู่เบื้องหลังเพื่อให้เบื้องหน้า(ประชาชนจีน)ได้พบแสงสว่าง... (คมนะ) 



จูอวู่หัวสั่งเหยียนจื่อกับลูกน้องคนอื่นๆ อ่านหาข่าวในหนังสือพิมพ์เพราะสายลับมักจะส่งรหัสกันผ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนตัวเองกำลังทำงานสำคัญในห้องห้ามใครรบกวน ..จูอวู่หัวแฝงตัวหลบออกจากศูนย์บัญชาการมากับท้ายกระโปรงรถของลูกน้องตัวเองที่โทรสั่งขนมไปให้ลูกน้องในแผนก...จูอวู่หัวคิดละว่าทำงานคราวนี้ต้องใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน ต้องฆ่าคนของพวกญี่ปุ่นให้หมดทุกคนถ้ามีใครรอดนั่นคือความลับของจูอวู่หัวจะถูกเปิดเผย......ชิงมู่เอาบล๊อกแม่พิมพ์เงินใส่ไว้กับที่นอนเด็กทารกบนรถเข็น กำลังรอซงเหมียนมาเอาบล๊อกเงิน จูอวู่หัวมองไปรอบๆ เห็นคนของหมานนาแฝงตัวมาเต็มไปหมด จู่อวู่หัวเริ่มยิงทีละคนทีละคน คนที่เดินบนถนนตกใจจึงวิ่งไปชนรถเข็นเด็ก ทำให้รถเข็นเด็กไหลลงไปตามถนน ชิงมู่พยายามวิ่งตามแต่ก็ล้ม (มีความน่ารำคาญนางใส่รองเท้าส้นสูง ทำไมไม่ถอดนิ) ..ก่อนที่รถเข็นเด็กจะชนกับต้นไม้ ซงเหมียนมาช่วยเด็กไว้ได้พอดี ซงเหมียนกับจูอวู่หัวเล็งปืนใส่กัน ชิงมู่ตะโกนบอกซงเหมียนว่าจูอวู่หัวช่วยตน ซงเหมียนจึงไม่ยิงแต่ก็ยังเล็งปืนใส่กันอยู่ จากนั้นลูกน้องของหมานนาก็จับตัวชิงมู่เป็นตัวประกัน แล้วตะโกนว่าอ๋อที่แท้ จูอวู่หัวคือไส้ศึก จูอวู่หัวกับซงเหมียนจึงช่วยกันยิงลูกน้องหมานนาตายเรียบหมดทุกคน....





ซงเหมียนถามจูอวู่หัวว่าเป็นใคร จูอวู่หัวตอบว่า เขาเป็นคนจีน แล้วนายละเป็นใคร เป็นคนจีนมั็ย? แล้วก็ตำหนิซงเหมียนว่าไม่ควรจะใช้ชีวิตผู้บริสุทธิ์มาเสี่ยง ถ้าผู้บริสุทธิ์ต้องตายแล้วพวกเราจะรักษาประเทศไว้ให้ใคร ซงเหมียนจึงเอาปืนลง แล้วถามจูอวู่หัวว่าไม่กลัวไอดีจะถูกเปิดเปิงเหรอ จูอวู่หัวบอกซงเหมียนว่าตราบใดที่นายไม่พูดก็จะไม่มีใครรู้ ฉันก็จะเก็บความลับให้นายด้วย...แล้วจูอวู่หัวก็เดินจากไป ซงเหมียนก็เดินไปเอาบล๊อกเงินจากรถเข็นเด็ก ชิงมู่กำลังปลอบเด็กอยู่ก็ตำหนิซงเหมียนเช่นกันเรื่องเอาเด็กทารกมาเสี่ยง ซงเหมียนบอกทำเพื่อประเทศสำคัญกว่า แต่ก็หน้าเศร้าเพราะจริงๆ ซงเหมียนก็ไม่เห็นด้วย แต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้..

จูอวู่หัวโทรสั่งลูกน้องให้ออกมาซื้อเกี๊ยวร้อนไปแจกลูกน้องที่ออฟฟิสทานรอบดึก พอรถมาจอดหน้าร้านเกี๋ยวจูอวู่หัวก็แฝงตัวกลับเข้ามายังศูนย์บัญชาการ จากนั้นจึงสั่งเหยียนจื่อให้เอารายงานที่ให้เขียนไปให้ในห้อง เหยียนจื่อเข้ามาก็ดีใจมากที่เห็นจูอวู่หัวแล้วถามว่าจัดการปัญหาได้มั้ย จูอวู่หัวบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แล้วก็จับมือเหยียนจื่อว่าเขาหิวต้องไปทานข้าวกับเขานะ .........แล้วก็มีโมเมนดีดี ในร้านข้าวข้างทาง จูอวู่หัวเล่าเรื่องราวชีวิตตอนเป็นเด็กให้เหยียนจื่อฟัง (เริ่มเรียนรู้ซึ่งกันและกัน)




....ทางด้านหว่านซิเทา หลังจากได้บล๊อกแม่พิมพ์เงินจากซงเหมียนแล้ว ก็บอกซงเหมียนให้แจ้งเหยียนจื่อว่าภาระกิจต่อไปคือเหยียนจื่อต้องเอาบล๊อกแม่พิมพ์เงิน 2 ส่วนที่อยู่กับหมานนามาให้องค์กรด้วย..ซงเหมียนกังวลอีก เพราะมันยากมาก ทางญี่ปุ่นต้องเก็บรักษาอย่างยิ่งยวดมาก หว่านซิเทาบอกซงเหมียนว่าถ้าเหยียนจื่อทำต้องทำได้....

หมานนามาตรวจที่เกิดขึ้น เห็นศพของลูกน้องตัวเองนอนเกลื่อนก็แค้นมาก ตอนดึกได้มาดักรอชิงมู่ที่หน้าโบสถ์และเตือนชิงมู่ว่าอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับศึกของบ้านเมือง ชิงมู่ไม่เหมาะ จะตายเสียเปล่าๆ ชิงมู่ขอให้หมานนาหยุดทุกอย่าง กลับมาเป็นเพื่อนใสๆ ของตนเหมือนเดิมหมานนาปฏิเสธและเตือนชิงมู่เป็นครั้งสุดท้ายว่า คนที่หมานนาไม่อยากฆ่าที่สุดในโลกคือชิงมู่ เพราะชิงมู่เป็นเพื่อนคนเดียวที่มีแต่ให้หมานนาโดยไม่หวังผลตอบแทน.....แล้วหมานนาก็เดินจากไป...




ตอนที่ 31
ซงเหมียนแจ้งภาระกิจต่อไปให้เหยียนจื่อ คือต้องเอาบล็อกแม่พิมพ์เงินอีก 2 ส่วนที่อยู่กับทางญี่ปุ่นเอามาให้ได้....ทางด้านหมานนาหลังจากพลาดจากแม่พิมพ์ 2 ส่วนทีแล้วก็นำเทปที่คนของตนอัดเสียงจากบ้านเหยียนจื่อมาเปิดให้เจเอฟัง บอกเจเอว่าเสียงเหยียนจื่อเป็นเสียงที่อัดเทปมาไม่ได้พูดปกติในบ้าน เพราะได้ยินเสียงรถเมล์สาย 16 ที่วิ่งผ่านหน้าบ้านเหยียนจื่อ ทั้งๆ ที่หมดเวลารถวิ่งไปนานแล้ว เจเอจึงตำหนิหมานนาว่าขนาดใช้เครื่องดักฟังเทคโนโลยีเยอรมันตั้งเยอะ ยังพลาดได้จับไม่ได้คาหนังคาเขาว่าเป็นฝีมือเหยียนจื่อ จะใช้เป็นข้ออ้างแก้แค้นส่วนตัวไม่ได้ เพราะวันเกิดเหตุฆ่ากันเหยียนจื่ออยู่ที่สำนักงานตลอดเวลา.. หมานนาคิดแผนการณ์ได้ ที่จะล่อสายลับ (หมานนาเล็งเหยียนจื่อ) ออกมาได้คือเอาบล็อกแม่พิมพ์เงินมาล่อ ต้องขอให้เจเอโทรหาเจบี เพื่อขอยืมมาใช้ 10 วัน ..ทางเจบีอนุญาตแต่กำชับว่าต้องเอามาคืนหลังครบกำหนด..เพราะมันสำคัญมาก...และคนที่ต้องรับผิดชอบคือเจเอ.. (จริงๆ เจเอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการนี้ เพราะเสี่ยงมากเป็นของสำคัญ แต่หมานนามุ่งมั่นมากที่จะจับสายลับจึงต้องให้ลอง)

หมานนาเรียกทุกคนในหน่วยงานมาประชุมและเอาบล็อกแม่พิมพ์ 2 ส่วนที่ได้มาจากเจบีมาโชว์ทุกๆ คน เหยียนจื่อดูพิจารณาละเอียดแล้วว่าเป็นของจริงแน่นอน และรู้ด้วยว่าเป็นแผนล่อจับตัวเอง จูอวู่หัวรอบมองเหยียนจื่อและรู้ว่าเหยียนจื่อจะทำอะไร.. หลังจากอยู่กันสองคนจูอวู่หัวบอกเหยียนจื่อว่าอย่าขโมย เพราะหมานนาจับตาและเป็นกับดักล่อเหยียนจื่อโดยเฉพาะ จูอวู่หัวจะทำเอง...เหยียนจื่อกอดจูอวู่หัวแล้วบอกว่า "ตนไม่สามารถจะให้จูอวู่หัวต้องเผชิญอันตรายตลอดได้ เพราะตนเองอาจจะไม่มีโอกาสตอบแทนเลย" ....

หมานนาให้ช่างเทคนิคของญี่ปุ่นเข้ามาติดตั้งสัญญาณเตือนภัยที่ตู้เชฟ...เหยียนจื่อวางแผน  ที่จะเข้าห้องหมานนาโดยปีนช่องลมเข้าห้องผู้บัญชาการโจวก่อน แล้วค่อยเข้าห้องหมานนาทางหน้าต่าง...ส่วนจูอวู่หัววางแผนเข้าห้องหมานนาทางปล่องไฟ...ส่วนหมานนาส่งลูกน้องผู้หญิงให้ยืนเล็งอยู่ห้องตรงข้ามห้องหมานนาตลอดถ้าเหยียนจื่อเข้ามาให้รายงานทันที.. เหยียนจื่อออกอุบายเข้าไปคุยธุรกิจกับผู้บัญชาการโจว (ผู้บัญชาการโจวแอบคอรัปชั่นทองคำไว้ในเชฟของธนาคารเยอะมาก) เหยียนจื่อออกอุบายพูดคุยถึงความเข้มงวดของหมานนาที่กำกับดูแลธนาคารเพราะผลประโยชน์มากมาย ทางผู้บัญชาการโจวเห็นด้วย..เหยียนจื่อขโมยปั้มกุญแจห้องผู้บัญชาการโจวมาได้สำเร็จ และนำไปให้ซงเหมียนไปทำกุญแจให้และบอกว่าครั้งหน้าจะเอาบล๊อกแม่พิมพ์เงินมาให้.. ซงเหมียนบอกให้เหยียนจื่อระวังตัว (หน้าตาน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงมาก)

ตอนที่ 32
ตกกลางคืนเหยียนจื่อเริ่มปฏิบัติการ ปีนเข้าไปทางช่องลมผ่านเข้าไปในห้องผู้บัญชาการโจวและปีนหน้าต่างเข้าห้องหมานนา แน่นอนว่าลูกน้องหมานนาที่คอยดูตลอดที่ห้องตรงข้ามไม่เห็นเหยียนจื่อเลย ..หมานนาเดินไปหาเหยียนจื่อที่ทำงานแต่ไม่เห็นแล้วจึงถามคนที่ห้องนั้นว่าเหยียนจื่อไปไหน เพื่อนร่วมงานเหยียนจื่อตอบว่าเหยียนจื่อเลิกงานไปแล้วตั้งแต่ห้าโมงเย็น...หมานนาทำหน้าครุ่นคิดรู้ทัน..รีบไปบอกให้ลูกน้องเตรียมตัวจับขโมย

จูอวู่หัวเข้ามาทางปล่องไฟ เหยียนจื่อกับจูอวู่หัวเจอกัน เหยียนจื่อรีบเปิดเชฟและอลามก็ดังไปทั่วตึก เหยียนจื่อหยิบบล๊อกแม่พิมพ์ออกมา ส่วนจูอวู่หัวถ่ายรูปเอกสารรายชื่อสายลับของพ่อหมานนาที่แฝงตัวอยู่ในคอมมิวนิสต์ไว้....จากนั้นจูอวู่หัวจุดไฟเผาห้องหมานนา เหยียนจื่อเอาเชือกและโซฟาไปกั้นประตูไว้ แล้วทั้งคู่ก็ปีนปล่องไฟขึ้นไปบนหลังคา...จูอวู่หัวบอกให้เหยียนจื่อเอาบล๊อกแม่พิมพ์ไว้ที่ยอดปล่องไฟก่อนโดยจูอวู่หัวใช้เข็มขัดห้อยบล็อกแม่พิมพ์ไว้กับยอดปล่องไฟ..จากนั้นทั้งคู่ก็กลับลงมาข้างล่างและแอบเข้าห้องเก็บของ แล้วทำแผนว่ากำลังพรอดรักกันอยู่ หมานนากับพวกตามมาเจอหมานนาโกรธมาก แค้นเหยียนจื่อมาก...เจเอสั่งสอบสวนทุกคน..ห้ามทุกคนกลับบ้านและต้องตรวจค้นทุกซอกมุม

หมานนาเชื่อมั่นมากว่าผู้บัญชาการโจว กับเหยียนจื่อแน่นอนที่ร่วมมือกันขโมยบล็อกแม่พิมพ์เงินไป (ผู้บัญชาการโจวไม่ชอบหมานนาอยู่แล้วเป็นอริกันเพราะหมานนาไปจับยึดทองแท่งที่ตนเอาไปแอบฝากไว้ที่เชฟธนาคาร) ...ในการสอบสวยทีละคนทีละคน ทางญี่ปุ่นค้นตัวจูอวู่หัวพบรูปของหมานนากำลังดื่มไวน์แดงกับเจบี (ผู้บัญชาการโจวให้สายลับแอบถ่ายรูปมาให้กับจูอวู่หัว) หมานนาใช้อารมณ์ในการสอบสวน ทำให้ทางเจเอขาดความเชื่อถือหมานนา และทำให้เหยียนจื่อกับจูอวู่หัวรอดตัวไป.... เจเอโกรธหมานนามากและบอกว่าต้องหาให้เจอเพราะมันสำคัญมาก....

ตอนที่ 33
หมานนาส่งลูกน้องผู้หญิงให้มาทำงานห้องเดียวกันกับเหยียนจื่อเพื่อคอยติดตามสอดส่องเหยียนจื่อ เพราะหมานนามั่นใจว่าบล๊อกเงินจะต้องยังอยู่ในตึกนี้และเหยียนจื่อจะต้องหาทางไปเอา...ในขณะเดียวกันลูกน้องของผู้บัญชาการโจวต้องการช่วยผู้บัญชาการโจวออกจากคุกที่ทางหมานนาจับไปขังไว้ จึงเชิญจูอวู่หัวและคนสนิทเจเอมาเล่นไพ่และมอบเงินให้มากมายเพื่ออยากให้เชิญ เจเอมาพูดเรื่องยกโทษให้ผู้บัญชาการโจว และจูอวู่หัวสังเกตว่าบนบ้านมีรูและวางแผนให้ทางคอมมิวนิสต์เอากับดักมาติดเพื่อรอบฆ่าเจเอ (แต่จริงๆ คือต้องการเบี่ยงเบนกระเด็นว่าสายลับคอมมิวนิสที่อยู่ในองค์กรคือผู้บัญชาการโจวและลูกน้อง...แผนสำเร็จลุล่วงด้วยดี..ประกอบกับทางหมานนาเองก็ต้องการคนรับผิดเพื่อลดความกดดันเรื่องบล๊อกเงินหาย จึงวางแผนฆ่าผู้บัญชาการโจว...และก็สำเร็จ โดยในขณะที่หมานนากับลูกน้องตามล่าตัวผู้บัญชาการโจวตามแผนนั้นมีการยิงต่อสู้กัน ลูกน้องหมานนาที่อยู่กับเหยียนจื่อกลัวตายจึงหลบลูกปืนอยู่ใต้โต๊ะทำให้เหยียนจื่อมีโอกาสออกมาจากห้อง และปีนไปที่ปล่องไฟเพื่อเอาบล๊อกแม่พิมพ์เงินออกมา เอาแต่แม่พิมพ์มาไม่เอากล่องมาด้วยห้อยไว้เหมือนเดิม..เหยียนจื่อเอาแม่พิมพ์ที่ได้มาแอบซ่อนไว้ใต้ท้องรถที่มาขนศพผู้บัญชาการโจว.....

ตอนที่ 34
หมานนากับเจเอไปหาเจบีที่สถาบันวิจัยซาน และบอกเจบีว่าบล็อกเงินหายไป เจบีโกรธมาก (เปลี่ยนเป็นอำมหิตแบบเรียบเนียน) ว่าเจเอต้องรับผิดชอบและคงรู้ว่าถ้าหาบล๊อกเงินกลับมาให้ไม่ได้ผลจะเป็นอย่างไร...อย่างไรก็ตามเหลือเวลาอีก 5 วัน ต้องหาให้เจอให้ได้..

เจเอบอกกับคนสนิทว่าถ้าหาบล๊อกแม่พิมพ์เงินไม่เจอคนจีนทุกคนที่อยู่ที่สำนักงานจะต้องตายหมดไว้ใจใครไม่ได้ และตัวเจเอกับคนสนิทเองก็ต้องกลับไปรายงานต่อองค์จักรพรรดิ์ด้วย และอาจจะได้รับโทษแบบเดียวกัน....เมื่อเจเอกลับมาก็ให้จูอวู่หัวเข้าไปพบและบอกว่ามอบภาระกิจตามหาบล๊อกแม่พิมพ์เงินให้จูอวู่หัวและต้องหาให้ได้ภายใน 5 วัน ไม่เช่นนั้นทุกคนจะต้องตายหมด..จูอวู่หัวรับปากอย่างมุ่งมั่นว่าจะทำให้สำเร็จ....ในขณะเดียวกันนั้นหมานนานั่งอยู่ที่ห้องทำงานของตัวเอง ฝนตกอยู่ข้างนอกทำให้หมานนาได้ยินเสียงหยดน้ำจากปล่องไฟ หมานนาจึงให้คนขึ้นไปบนปล่องไฟและเจอกับกล่องใส่บล๊อกแม่พิมพ์เงิน...จูอวู่หัวกับเจเอกลับมาถึงตึกพอดี จูอวู่หัวตกใจมากแต่ไม่แสดงอาการ แต่พอได้ยินลูกน้องหมานนาบอกว่าเจอแต่กล่อง แต่แม่พิมพ์ไม่อยู่แล้ว จูอวู่หัวก็รู้ทันทีว่าเหยียนจื่อเอาไปแล้วแน่ๆ...

ทางด้านซงเหมียนกับหว่านชิเทาก็คิดหาวิธีติดต่อกับเหยียนจื่อ หว่านชิเทาตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นตัวล่อเพื่อให้โดนจับจะได้เข้าคุกที่ตึกของหมานนา หว่านชิเทาบอกกับหมานนาว่าต้องการคุยกับเหยียนจื่อคนเดียว ...เหยียนจื่อตกใจมากน้ำตาไหลที่เห็นหว่านชิเทาโดนจับ หว่านชิเทาบอกทุกอย่างกับเหยียนจื่อและให้เหยียนจื่อไปรายงานทางญี่ปุ่น พอทางญี่ปุ่นรู้ว่าคนที่ถูกจับคือหัวหน้าใหญ่สาขาเซียงไฮ้ ก็ดีใจมากรีบส่งคนมาเฝ้ามากมายและออกตามจับคนตามรายชื่อที่หว่านชิเทาบอก ทำให้เหยียนจื่อมีโอกาสส่งสัญญาณบอกซงเหมียนว่าแม่พิมพ์เงินอยู่ที่รถขนศพ ทะเบียน 1048

ตอนที่ 35
หว่านชิเทาดำเนินตามแผนต่อไปคือต่อรองกับเจเอ ว่าถ้าต้องการรู้เรื่องการส่งมอบแม่พิมพ์เงิน ต้องส่งครอบครัวของหว่านชิเทาไปฮองกงพร้อมทองแท่ง เจเอตกลง..จากนั้นหว่านชิเทาก็ทานอาหารในภัตตาคารจนอิ่มและกำลังออกมายื่นทำทีว่ามารอรับพรรคพวกที่จะมาส่งมอบแม่พิมพ์เงิน ซงเหมียนที่รออยู่อีกตึกนึงตรงข้ามก็ยิงหว่านซิเทาที่ศรีษะเสียชีวิต...ตามแผนการของหว่านชิเทา (เฮ้อเหมือนทางคอมมิวนิสต์ต้องการจะสื่อว่าทางเจียงไคเชคใช้ชีวิตคนเปลืองมากเพื่อแลกกับภาระกิจ ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นจะต้องตายเลยมีวิธีอื่นอีก แบบมีข่มกันเล็กน้อย) 

ซงเหมียนนำแม่พิมพ์เงินใส่ในกระเป๋าภรรยา และพาไปทานข้าว พร้อมทั้งบอกว่าตนจะเลิกเป้นสายลับและจะไปใช้ชีวิตอยู่กันอย่างสงบสุขกัน ชิงมู่ดีใจมาก ซงเหมียนบอกว่าเราต้องไปวันนี้โดยไปรถของสถานฑูตญี่ปุ่น ซงเหมียนเคยมีบุญคุณกับคนขับรถของทางสถานฑูต หลังจากส่งชิงมู่ออกไปแล้วซงเหมียนก็ฆ่าคนขับรถญี่ปุ่นตาย...

เหยียนจื่อปฏิบัติตามแผนการต่อไปเพื่อหว่านชิเทาที่เสียสละชีวิต จะได้สำเร็จลุล่วง เหยียนจื่อเอาหนังสือพิมพ์ข้อความลวงไปบอกเจเอว่า จะมีการส่งมอบแบบพิมพ์เงินกันโดยใช้โคมแดงเป็นสัญญลักษณ์ ทางเจเอจึงบอกให้คุมให้หมดทั้งทางเรือและทางรถไฟโดยตนเองจะไปคุมเองที่ทางรถไฟ ส่วนคนสนิทเจเอขอจูอวู่หัวให้ไปช่วยทางเรือด้วย....

ทางก๊กหมินตั๋งส่งข่าวให้เหยียนจื่อผ่านทางหนังสือพิมพ์ว่าภาระกิจต่อไปคือฆ่าเจเอ เหยียนจื่อจึงออกอุบายว่าพบข่าวสำคัญในหนังสือพิมพ์ต้องการบอกเจเออย่างด่วนที่สุด ลูกน้องเจเอโทรบอกเจเอและเจเอบอกให้ไปหาได้เลย ในขณะที่เหยียนจื่อกำลังไปนั้นได้แวะไปที่ทางน้ำก่อน ตอนกำลังเดินไปก็ได้ยินเสียงยิงปืนสู้รบกัน(มันมาก) โดยคนสนิทของเจเอรู้แล้วว่าจูอวู่หัวเป็นสายลับคอมมิวนิสต์ จึงยิงจูอวู่หัวแต่โชคดีโดนแค่แขน ซงเหมียนจึงล่อให้คนสนิทเจเอยิง ทำให้จูอวู่หัวมองเห็นคนสนิทเจเอออกมาจากที่ซ่อนและยิงคนสนิทเจเอตาย

ซงเหมียนบาดเจ็บเพราะโดนคนสนิทเจเอยิง และนั่งคุยสูบบุหรี่กับจูอวู่หัว แต่พอได้ยินเสียงคนเดินมา (คนขับรถของเจเอกับเหยียนจื่อ) ซงเหมียนก็รีบยกปืนขึ้นเล็งตัวเองพร้อมทั้งจับมือจูอวู่หัว จูอวู่หัวตกใจมากเพราะซงเหมียนจะฆ่าตัวเองซงเหมียนบอกจูอวู่หัวว่าเป็นวิธีเดียวที่จะเก็บความลับของจูอวู่หัวจากพวกญี่ปุ่นได้ จากนั้นซงเหมียนก็เหนี่ยวไกยิงตัวตาย...จูอวู่หัวช๊อค เหยียนจื่อมาถึงพอดีเห็นว่าจูอวู่หัวยิงซงเหมียนก็ช๊อครีบวิ่งไปหาซงเหมียน...ซงเหมียนบอกความจริงเหยียนจื่อว่าตนเองเป็นคนยิงตัวเอง ไม่ใช่จูอวู่หัว และขอให้เหยียนจื่อช่วยดูแลชิงมู่แทนตนเองด้วย...จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าหยิบตลับแป้งขึ้นมาให้เหยียนจื่อ (เป็นตลับแป้งที่ทำให้ซงเหมียนกับเหยียนจื่อได้พบกัน ซึ่งซงเหมียนพกติดตัวตลอดเวลา ทำให้พวกเราคนดูรู้ว่าซงเหมียนรักเหยียนจื่อมาโดยตลอด ซึ้ง....)

เหยียนจื่อเข้มแข็งต้องไปจัดการภาระกิจต่อให้สำเร็จเพื่อหว่านชิเทาและซงเหมียน ดังนั้นเหยียนจื่อจึงรีบไปหาเจเอ ในขณะที่ไปถึงนั้นทางเจเอส่งลูกน้องขึ้นไปจับผู้ต้องสงสัยจุดโคมไฟ และยิงกันอยู่ รถไฟกำลังจะออกควันจากไอน้ำทำให้คนมองไม่เห็น เหยียนจื่อเข้ามายื่นตรงหน้าเจเอ บอกเจเอว่ามีข่าวสำคัญในหนังสือพิมพ์ เจเอหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดดูและถามว่าอะไร เหยียนจื่อบอกว่า..........."ฆ่าเจเอ" แล้วก็ยิงกลางหน้าผากล้มตึง ...แล้วเหยียนจื่อก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ เท่ห์ๆ...

ข่าวการตายของเจเอ แพร่สะพัดออกไป พร้อมกับที่ชิงมู่ได้ส่งมอบแม่พิมพ์เงินให้กับพรรคก๊กมินตั๋ง เรียบร้อย ...ทางด้านเจบีโกรธแค้นมากที่หาแม่พิมพ์ไม่ได้แถมเจเอยังต้องมาตายอีกจึงสั่งหมานนาให้ลูกน้องไปทำลายและฆ่าพนักงานธนาคารของจีนให้หมด ยกเว้นธนาคารที่ทำงานร่วมกับญี่ปุ่น

ตอนที่ 36
ทางเจบี ตัดสินใจที่จะกวาดล้างพวกที่ต่อต้านญี่ปุ่นอย่างรุนแรงโดยเฉพาะคอมมิวนิสต์ ..ทำให้ทาง จูอวู่หัวและคนสื่อกลางคนใหม่เป็นหมอ (มาแทนลีเจียเจ้าของร้านถ่ายรูป) ส่งข่าวแบบวิธีดั้งเดิมคือใช้นกพิราบไปยังสำนักงานใหญ่ของคอมมิวนิสต์ที่หนานกิง ..พร้อมกันนี้ก็คุยกันเรื่องที่จะชวนเหยียนจื่อมาอยู่กับคอมมิวนิสต์...

หัวหน้าคนใหม่ที่มาแทนหว่านชิเทากับชิงมู่กลับเข้ามายังเซียงไฮ้ และศูนย์บัญชาการใหม่ของพรรคคืออยู่ตึกมีกำแพงติดกับธนาคารของพ่อเหยียนจื่อนั่นเอง ...จุดนี้เลยทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วพ่อของเหยียนจื่อเคยอยู่กับพวกก๊กมินตั๋งมาก่อน หัวหน้าสาขาคนใหม่พยายามบังคับให้พ่อเหยียนจื่อกลับมาร่วมมืออีก..มีการขู่ๆ ด้วย..(รังสีความไม่ดีสูงมาก เลวรัศมี) ..

หัวหน้าสาขาคนใหม่นัดเหยียนจื่อให้มาพบพร้อมกับมอบเหรียญเชิดชูเกียรติและเงินให้เหยียนจื่อเหยียนจื่อขวางทิ้งและด่าหัวหน้าสาขาคนใหม่ว่าเอามาทำมั้ย ของพวกนี้ไม่มีค่าเท่ากับชีวิตของหวานชิเทา กับซงเหมียนและบอกกับหัวหน้าสาขาก๊กมินตั๋งคนใหม่ว่าตนไม่ทำงานให้แล้ว เลิก....

ตัดมาทางสำนักงานใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ หลังจากได้รับข่าวไส้ศึกจากจูอวู่หัวแล้วก็พยายามสืบหาหนอนบ่อนไส้ในพรรค โดยทำทีให้ทุกคนคัดลายมือบทกลอน (เพื่อจะได้เทียบรายมือกับที่ทางจูอวู่หัวถ่ายรูปมาได้จากเอกสารในตู้เชฟของหมานนาในวันที่ไปขโมยบล๊อกแม่พิมพ์เงินออกมา) ในซีรี่ย์จะโชว์สกิลของสายลับคอมมิวนิสต์ว่าเก่งมากไม่ธรรมดา เมื่อเทียบลายมือแล้วพบว่า จางฉี ก็คือ "นก" เป็นคนที่มีลายมือเหมือนกับในเอกสารที่ถูกส่งให้หมานนามากสุด....แต่ทางคอมมิวนิสต์ยังไม่จับตัวจางฉีในทันที เพราะต้องการตรวจสอบก่อน (ใจดีเกิน)

ทางสำนักงานใหญ่คอมมิวนิสต์ส่งข่าวมาให้หมอและหมอส่งให้จูอวู่หัวรู้ ... หมอและจูอวู่หัวสร้างสัญญาณลับขึ้นมาใช้กันคือ ถ้าจับจมูกและปกเสื้อหมายถึงปลอดภัย...แต่ถ้าเสยผมหมายถึงอันตรายให้ออกไปเดี๋ยวนี้.... ซึ่งต่อมาจูอวู่หัวก็บอกเหยียนจื่อให้ใช้สัญญานนี้ด้วย

จูอวู่หัวมาเยี่ยมลิเจียที่โรงพยาบาลให้กำลังลิเจียถึงแม้ว่าลิเจียจะไม่ฟื้นแต่ก็เริ่มรับรู้และกระดิกนิ้วได้ละ ......ทางด้านหัวหน้าสาขาคนใหม่ของก๊กหมินตั๋งก็เจาะกำแพงที่ติดกับห้องเชฟของธนาคารพ่อเหยียนจื่อเพื่อผลิตเงินปลอมและนำเข้าไปเปลี่ยนเอาเงินจริงที่ทางลูกค้าเอามาฝากกับธนาคาร...เพื่อต้องการให้ทางญี่ปุ่นได้เงินปลอมไปเข้าคลัง เพราะปกติทางญี่ปุ่นใช้วิธีนี้เปลี่ยนถ่ายเงินจริงไปเป็นของตนโดยใช้ธนาคารพ่อเหยียนจื่อเป็นตัวกลาง ...พ่อเหยียนจื่อยกเงิน 20000 ดอล์ล่าร์มาให้เหยียนจื่อบอกว่าหัวหน้าสาขาฝากไว้ให้ เหยียนจื่อเอาเงินไปโยนแจกที่แหล่งคนจนหมดเลย...

ตอนที่ 37
ในขณะที่เหยียนจื่อเดินแจกเงินจนหมดแล้วก็เดินต่อไปยังที่ที่ซงเหมียนตาย และนึกถึงคำพูดของหว่านชิเทาและซงเหมียนตอนสอนเหยียนจื่อว่าการทำงานเป็นสายลับทำเพื่ออุดมการณ์เพื่อให้คนรุ่นหลังอยู่สบาย ถึงแม้จะไม่มีชื่อปรากฏในประวัติศาสตร์ตลอดกาลแต่พวกเราเป็นหนึ่งในเบื้องหลังของความเจริญงอกงามของคนจีนและของประเทศจีน เหยียนจื่อร้องไห้และตะโกนว่าแล้วเงินนี่ได้มายังไง เอามาให้ทำไม....เหยียนจื่อผิดหวังกับก๊กมินตั๋งมากเพราะดูเหมือนว่าอุดมการณ์เพื่อชาติจะหายไปเหลือแค่เพียงเรื่องเงินอย่างเดียว....จูอวู่หัวบังเอิญมาเดินอยู่ที่บริเวณสะพานนั้นด้วยจึงเดินเข้ามาหาเหยียนจื่อ และบอกเหยียนจื่อว่าขอให้เหยียนจื่อไปที่ร้านหนังสือ หาเจ้าของร้านชื่อ กู่ บอกเขาว่าเขาให้ไปพบ เถ้าแก่กู่จึงให้หนังสือเหยียนจื่อมา 3 เล่ม  เหยียนจื่ออ่านหนังสือ The family of Nobel Family ซึ่งมีข้อความซ่อนอยู่ต้องใช้น้ำมะนาวถึงจะมองเห็น...ข้างในเป็นเนื้อหาจุดประสงค์และอุดมการณ์ของคอมมิวนิสต์ (โหมดนี้เอาใจรัฐบาลจีนเต็มที่ มีภาพซ้อนของการทำงานและการเสียสละของพรรคคอมมิวนิสต์แทรกเป็นเรื่องราวไว้) Create the new happy China เหยียนจื่ออ่านทั้งคืนจนจบ และตัดสินใจเข้าร่วมกับจูอวู่หัว....... (แล้วทั้งสองคนก็อยู่องค์กรเดียวกัน)

ทางด้านสำนักงานของญี่ปุ่นที่ตึกหมานนาได้ส่งหัวหน้าคนใหม่มาแทนเจเอที่ตายไป เป็นลูกครึ่งจีน-ญี่ปุ่น ชื่อ เฉียนเต้าเฟิง (คนนี้คาแรคเตอร์ออกแนวจิตๆ แต่ฉลาดมาก) ศึกษาองค์กรมาอย่างดี มาถึงก็จำชื่อคนได้หมดแล้วทั้งตึก เป็นคนบุคลิกอารมณ์ดีแต่โหดเหี้ยมสุดๆ ...ภาระกิจแรกที่ได้รับคือต้องกำจัดกวาดล้างคอมมิวนิสต์....

ทางด้านสำนักงานใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เริ่มการสอบสวนและจับ "นก" ฉายาของจางฉี ที่เป็นสายลับให้กับหมานนา จางฉีถูกจับเข้าคุก ใช้เล่ห์กลขอเขียนคำสารภาพ ซึ่งจางฉีมีปากกาที่เฉียนเต้าเฟิงส่งมาให้ โดยปากกานี้เป็นปากกาบรรจุอาวุธเชื้อโรคเพียงแค่แทงคนก็จะถูกเชื้อโรคกัดกินจนตาย...ในขณะเดียวกันทางผู้บัญชาการของคอมมิวนิสต์ก็ตัดสินใจบุกญี่ปุ่นเวลาตี 3 เพื่อต้องการลงมือก่อนพวกญี่ปุ่นที่มีแผนจะมาโจมตีเมืองโซวจูคอมมิวนิสต์อยู่แล้ว.....

เจบีขนอาวุธชีวภาพ (เชื้อโรค) มาให้กองทัพญี่ปุ่นใช้ในสงคราม ทำให้ทางพรรคคอมมิวนิสต์ต้องหนีกระจัดกระจายไป ซึ่งตอนนี้เองทำให้จางฉีที่ถูกขังอยู่ในคุกสามารถหลบหนีออกมาจากคุกได้....ทางหมอและจูอวู่หัวได้รับข่าวอาวุธเชื้อโรคแล้วต่างคนต่างบอกให้ระวังตัว เพราะจางฉีหนีรอดออกมาได้คงใช้สกิลทุกอย่างที่ทางคอมมิวนิสต์สอนมาทำเหมือนกัน และให้ระวังข้อความในหนังสือพิมพ์ว่าจะเป็นการส่งข่าวจริงหรือข่าวปลอม..

จางฉีติดต่อหมานนาและให้หมานนาหาเชฟเฮ้าท์ให้พักในโรงแรม และขอให้เก็บเป็นความลับ หมานนาลับปากมีเฉพาะหมานนา เฉียนเต้าเฟิงและบอดี้การ์ดอีก 2 คนเท่านั้นที่รู้ว่าจางฉีพักที่ไหน... จางฉีนำหลักฐานที่ทังสเตน (จูอวู่หัว) ส่งไปที่คอมมิวนิสต์มาแสดงต่อหมานนาและเฉียนเต้าเฟิง ทำให้หมานนารู้ว่าคนที่ไปเปิดเชฟตนเองคือพวกคอมมิวนิสต์ (แต่จริงแล้วคนเปิดมีทั้งก๊กหมินตั๋งและคอมมิวนิสต์ ฮู้ๆๆ ) 

ตอนที่ 38
เฉียนเต้าเฟิงไม่คิดเหมือนหมานนา เฉียนเต้าเฟิงวิเคราะห์ว่าคอมมิวนิสต์ต้องการข้อมูล ส่วนก๊กหมินตั๋งต้องการบล๊อกแม่พิมพ์เงิน เป็นไปได้ว่าทั้งสองพรรคทำงานร่วมกันในคืนนั้น (ฉลาดมาก) .... จางฉีบอกแผนการณ์ล่อให้ "ทังสเตน" ปรากฏตัวออกมาโดยจะส่งข้อความลวงในหนังสือพิมพ์ เขาเชื่อว่าสายลับของคอมมิวนิสต์ในเซียงไฮ้จะต้องออกมาปรากฏตัว และตั้งชื่อแผนว่า "จับหมาป่า".. คนที่จางฉีเชื่อว่าเป็น "ทังสเตน" คือ จูอวู่หัว (มันฉลาด)

หมอเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาลในตอนเช้าอ่านหนังสือพิมพ์ก็เห็นข้อความที่ทางคอมมิวนิส ส่งให้ว่าให้ไปประชุมสำคัญที่ โรงแรมฮงหยุน ห้อง 208 จริงๆ หมอก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ไม่อาจละเลยได้....ทางด้านหมานนา จางฉีและเฉียนเต้าเฟิง ก็เชิญทุกคนในสำนักงาน(ที่ต้องสงสัยแต่ไม่มีใครรู้ว่าถูกสงสัย) ไปกินข้าวกันที่โรงแรมฮงหยุน ห้อง 208 เพื่อรอต้อนรับบุคคลสำคัญ...

พอทุกคนมานั่งโต๊ะพร้อมกันที่ห้อง 208 แล้วจางฉีก็แนะนำตัวเองว่าคือ "นก" สายลับของคอมมิวนิสต์ที่ทำงานกับหมานนาและภาระกิจวันนี้คือมาจับสายลับคอมมิวนิสต์ในเซียงไฮ้และที่แอบแฝงอยู่ในองค์กร ทั้งเหยียนจื่อและจูอวู่หัวกังวลแต่ไม่แสดงออก....ส่วนทางหมอรักษาคนไข้อยู่ตลอดทั้งวัน (เราคนดูก็ลุ้นมาก ไม่อยากให้ไปเลย) ใกล้เวลานัดหกโมงเย็นแล้วแต่หมอยังติดคนไข้อยู่ (แอบดีใจ อิอิ) พอเลยเวลามา 20 นาทีเฉียนเต้าเฟิงสั่งให้พนักงานเสริฟรินไวน์เพื่อดื่มกัน ทุกคนรอบโต๊ะก็เบื่อมากเพราะรอมาสองชั่วโมงกว่าแล้วก็ไม่มีคนมาซะที แต่ก็ต้องร่วมดื่ม แต่เหยียนจื่อเป็นภูมิแพ้แอลกอฮอล์ดื่มเหล้าไม่ได้.....

เหยียนจื่อเริ่มปฏิบัติการวางแผนให้วงแตกโดยตั้งใจยั่วหมานนาให้หึง ลูกน้องหมานนา เหยียนจื่อส่งสัญญาณมือให้ให้จูอวู่หัวว่าจะจัดการเอง แต่จูอวู่หัวส่งสัญญาณมือตอบว่าอย่าขยับนะ ... มีคนในโต๊ะอยากเข้าห้องน้ำแต่หมานนาและเฉียนเต้าเฟิงไม่อนุญาต บอกถ้าใครออกจากห้องนี้ "ตาย" เฉียนเต้าเฟิงเริ่มมองจางฉี เพราะนานแล้วทำไมสายคอมมิวนิสต์ยังไม่ปรากฏตัว... ลูกน้องหมานนาโกรธเหยียนจื่อแทนหมานนาเพราะก้มลงไปเก็บตะเกียบดันเจอเหยียนจื่อจับมือจูอวู่หัวไปลูบขาตนเอง เลยจะล้มโต๊ะเพราะโกรธแทนหมานนา ...ต่อมาทางเฉียนเต้าเฟิงบอกให้ลูกน้องหมานนาขอโทษเหยียนจื่อกับจูอวู่หัว ลูกน้องหมานนาจึงดื่มเหล้าอวยพรให้รักกันตลอดไป (ประชด) เหยียนจื่อก็เลยเริ่มดื่มเหล้าทั้งๆ ที่จูอวู่หัวห้ามไว้เพราะเหยียนจื่อเป็นภูมิแพ้แอลกอฮอล์ดื่มมากไม่ได้....เหยียนจื่อสลบไป (มีฉากกุ๊กกิ๊ก น่ารักในสถานะการณ์เครียดๆ)  คนที่ร่วมโต๊ะมีความรู้ทางแพทย์ได้เข้ามาเปิดดูตาเหยียนจื่อและบอกว่าเหยียนจื่อแพ้แอลกอฮอล์อาการหนักมาก จูอวู่หัวจึงจะพาเหยียนจื่อไปโรงพยาบาลแต่หมานนาไม่ให้ออกจากห้อง ใครออกต้องตาย....จูอวู่หัวจึงต้องพาเหยียนจื่อไปนอนพักห้องข้าง 209 ๆ และโกรธมาก...

คนของหมานนาโทรไปตามหมอที่โรงพยาบาลบอกว่ามีคนป่วยมากที่โรงแรมฮงหยุนห้อง 208 หมอกำลังจะออกมาตามนัดพอดีพยาบาลรีบวิ่งมาตามไว้และบอกว่ามีคนไข้อาการหนักด่วนที่โรงแรมฮงหยุน ห้อง 208 หมอก็สงสัยละที่เดียวกันเลยเลยบอกให้พยาบาลไปเอาย่ามยามาและไปด้วยกัน พอมาถึงโรงแรม หมอก็เห็นว่าบรรยากาศแปลกมากทุกที่เต็มไปด้วยทหารญี่ปุ่น นักฆ่าเต็มไปหมด ...หมอกับพยาบาลกำลังเดินไปห้อง 208 พอคนในห้องได้ยินเสียงเดิน จางฉีก็ดีใจมากกะว่าใช่แน่ สายลับคอมมิวนิสต์ แต่หมอฉลาดตะโกนก่อนว่าคนป่วยอยู่ห้องไหน มีคนโทรไปตาม คนจึงเปิดประตูห้อง 209 (โหหห รอดหวุดหวิด คือถ้าเปิดห้อง 208 นักฆ่าคนสนิทของเฉียนเต้าเฟิงเสียบตายแน่) ...พอเจอหมอ หมอแนะนำตัวว่าเป็นหมอเจียง มาจากโรงพยาบาล เหยียนจื่อจำที่จูอวู่หัวเล่าให้ฟังได้ (แต่หมอไม่เคยเห็นหน้าเหยียนจื่อมาก่อนตอนแรกเลยไม่รู้ว่าคนไข้คือเหยียนจื่อ) พอคนของหมานนาเรียกเหยียนจื่อว่าหมอมาแล้วทำให้หมอรู้ว่าคนนี้คือเหยียนจื่อ... เหยียนจื่อพยายามลืมตาและส่งสัญญาณให้หมอรู้ว่าให้รีบไปด่วน อันตราย..หมอเลยรู้ว่าเป็นกับดัก และบอกกับลูกน้องหมานนาว่าเหยียนจื่ออาการโคม่ามาก เฉียนเต้าเฟิงจึงอนุญาตให้เหยียนจื่อไปโรงพยาบาลได้...

ทุกคนนั่งรอสายลับคอมมิวนิสต์ปรากฏตัวจนถึงเที่ยงคืน จูอวู่หัวทนไม่ไหวเพราะเป็นห่วงเหยียนจื่อต้องการไปหาเหยียนจื่อที่โรงพยาบาลมากจึงปลุกทุกคนและประชดว่าต้องรอถึงเช้ามั้ย? เฉียนเต้าเฟิงจึงสั่งยกเลิกภาระกิจ จางฉีเสียหน้ามาก...........

จูอวู่หัวรีบมาที่โรงพยาบาล หมอบอกจูอวู่หัวว่าถ้ามาช้าอีก 30 นาทีเหยียนจื่อตายแน่ จูอวู่หัวเห็นเหยียนจื่อแล้วเป็นห่วงมากและรู้ว่าเหยียนจื่อใช้ชีวิตเข้าปกป้องเขา (โมเม้นต์ดีมาก ซึ้งอะ สายตาของจูอวู่หัวนี้ระดับมืออาชีพมาก แสดงออกทางสายตาเทพมาก) ....เหยียนจื่อบอกจูอวู่หัวว่า ตราบใดที่เธอลืมตาขึ้นมาแล้วพบจูอวู่หัว เธอยินดีแลกทุกอย่าง ไม่มีอะไรมีค่ากว่าคุณ............. (กรี๊ดดซิค่ะ ซึ้งอ่ะ) แต่ทั้งเหยียนจื่อและจูอวู่หัวก็รู้ว่าหลังจากนี้ หมานนาและเฉียนเต้าเฟิงต้องแยกจูอวู่หัวออกจากเหยียนจื่อแน่นอน คงไม่ได้เจอกันที่ที่ทำงานอีก.... เหยียนจื่อจึงบอกจูอวู่หัวให้กอดเธอซะตั้งแต่วันนี้...แล้วทั้งคู่ก็กอดกัน

ตอนที่ 39
เฉียนเต้าเฟิงให้หมานนาขับรถพาชมเมืองเซียงไฮ้ให้ หมานนาขับรถให้เฉียนเต้าเฟิงนั่ง ในขณะที่นั่่งในรถเฉียนเต้าเฟิงก็ชักชวนหมานนาให้ฝึกควบคุมอารมณ์และกลับไปรักกันกับเหยียนจื่ออีกครั้งจะมีประโยชน์กับงานมาก หมานนาบอกทำไม่ได้..

เฉียนเต้าเฟิงมาหาจูอวู่หัว(จุดประสงค์เพื่อจะบอกว่าย้ายเหยียนจื่อไปทำงานอีกแผนกหนึ่ง) แต่ยกเรื่องแต่งงานของจูอวู่หัวกับเหยียนจื่อขึ้นมาอ้าง ....ทางด้านจางฉีไปตรวจสอบประวัติ ของหมอเจีียงที่โรงพยาบาล และดูประวัติการรักษาโรคของจูอวู่หัวที่ไปโรงพยาบาล...จึงพบว่าน่าจะเกี่ยวข้องกัน คือตอนนี้เฉียนเต้าเฟิง จางฉีต่างสงสัยจูอวูหัวอยู่เต็มอกอยู่แล้วแต่ไม่มีหลักฐาน จางฉีเองก็ยืนยันไม่ได้ต้องขอสืบเพิ่มอีก เพราะถึงจะเกี่ยวข้องกันแต่ก็อาจจะเป็นเรื่องปกติของคนไข้กับหมอ...

จางฉีจึงแนะนำหมานนาให้พาลิเจียที่ป่่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไปทดลองยากล่อมประสาทเพื่อลวงถามความจริง หมานนาให้ลูกน้องทดสอบดูว่าลิเจียรู้สึดตัวหรือยังโดยการเอาเข็มเจาะนิ้วของลิเจีย แต่ลิเจียอดทนมากไม่แสดงอาการ พอหมานนาไปแล้วจึงลืมตา หมานนาไปให้หมอเซนต์ย้ายโรงพยาบาลให้ลิเจียไปอยู่โรงพยาบาลของญี่ปุ่นในเซียงไฮ้ (หมอกังวลมากแต่ก็ต้องเซนต์)....หมานนาพาลิเจียไปฉีดยากล่อมประสาท และพยายามถามความจริง แต่ลิเจียฝืนและกระอักเลือดตาย...... (มีความแตกต่าง คอมมิวนิสต์ยอมตายดีกว่ายอมพูดอะไร ส่วนก๊กมินตั๋งก็ไม่อยากพูดแต่ทนฝืนฤทธิ์ยาไม่ได้...เหมือนจะบอกว่าฝึกมาไม่ดี) 

ทางด้านคนของหมานนาที่ทำงานกับพ่อเหยียนจื่อที่ธนาคารก็ทำเหมือนเดิมส่งเงินจีนไปให้คลังญี่ปุ่นแต่ทางเจบีกับพบว่ามันเป็นเงินปลอมจึงโกรธมาก ให้สืบหาว่าเงินปลอมมาได้อย่างไรสับเปลี่ยนตอนไหน หมานนาจึงนำเงินปลอมไปถามพ่อเหยียนจื่อว่าเงินพวกนี้มาจากไหน แต่พ่อเหยียนจื่อก็ตอบไปตามความจริงว่าเงินทุกใบได้ตรวจนับร่วมกับคนของหมานนา และหลังจากนั้นไม่ได้สัมผัสเงินอีกเลย...กุญแจเชฟต้องไขพร้อมกัน 2 ดอก 1 ดอกอยู่ที่พ่อเหยียนจื่อ อีกดอกอยู่ที่คนของหมานนา....

หลังจากทหารญี่ปุ่นตรวจสอบเงินทุกใบของธนาคารพ่อเหยียนจื่อแล้วพบว่าเป็นเงินจริงหมด ไม่มีอะไรผิดปกติ พ่อเหยียนจื่อบอกหมานนาว่าแบงค๋ของตนไม่ได้ทำอะไรผิด จะเกิดความปกติน่าจะเกิดจากตอนขนส่งมากกว่า...หมานนากลับมารายงานเจบี..หมานนาก็ฉลาดนะ ก็คิดได้ว่าต้องมีการสลับเงินกัน แต่เจบีถามว่าทำอย่างไร หมานนาก็ยังตอบไม่ได้

พ่อเหยียนจื่อกลับมาบ้านเล่าให้ภรรยาและเหยียนจื่อฟัง เหยียนจื่อโกรธมากจึงรื้อเครื่องดักฟังทุกเครื่องจากบ้าน และตามขึ้นมาจับสายลับที่หมานนาส่งมา แล้วเอาไปโยนใส่เฉียนเต้าเฟิง เหยียนจื่อกับพ่อเหยียนจื่อทำเป็นโกรธมาก พ่อเหยียนจื่อยกกิจการธนาคารให้เฉียนเต้าเฟิงไปดูแลเอาเอง ตนไม่ทำแล้ว...เฉียนเต้าเฟิงตกใจมากเพราะพ่อของเหยียนจื่อเป็นบุคคลสำคัญของเซียงไฮ้ที่ทำให้ธุรกิจในเซียงไฮ้เดินหน้า ญี่ปุ่นก็ได้ประโยชน์มาก...เฉียนเต้าเฟิงจึงให้หมานนาไปขอโทษเหยียนจื่อและพ่อเหยียนจื่อ ทำให้หมานนาโกรธมาก

ในขณะเดียวกันญี่ปุ่นใช้อาวุธเชื้อโรคในการรบกับคอมิวนิสต์ ทำให้จีนเสียหายหนัก หัวหน้าเพ็ง ที่โดนอาวุธชีวภาพจากจางฉีแต่รอดชีวิต จึงหาทางแจ้งข่าวไปยังโลกตะวันตก ทั้งเยอรมัน รัสเซีย อังกฤษ เมกา ฯลฯ (แผลน่าเกลียดมากกกกกกกกกกกกกกก) ทางเฉียนเต้าเฟิงหลังอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์จึงสั่งให้จางฉีจัดการกับหัวหน้าเพ็งให้สิ้นซากก่อนที่ข่าวจะออกไปนอกประเทศจีน 

ตอนที่ 40
จางฉีจับตัวนักข่าวที่รู้จักมาคนหนึ่งเพื่อทรมานต้องการทราบที่อยู่ของหัวหน้าเพ็ง ที่ไปให้ข่าวเรื่องการใช้อาวุธเชื้อโรคของญี่ปุ่น นักข่าววาดรูปหัวหน้าเพ็งให้ จางฉีและเฉียนเต้าเฟิงวิเคราห์กันว่าจะจับตัวหัวหน้าเพ็งได้ที่ไหนในเซียงไฮ้เพราะเซียงไฮ้ใหญ่มาก และคนคนนี้ไม่ออกไปที่ไหนเลย จางฉีวิเคราะห์ว่าน่าจะอยู่เขตเมืองเก่า Hu Xi ในเซียงไฮ้เพราะมีแต่คนจีนดั้งเดิมเท่านั้นและเป็นแหล่งคนจน ไม่พลุกพล่าน

จางฉีบอกให้เฉียนเต้าเฟิงเฝ้าระวังเหยียนจื่อไว้ และจูอวู่หัวด้วย อย่าให้มาขัดขวางงาน จางฉีแบ่งเขตกั้นเป็น 6 จุด และทุกจุดจะต้องตรวจค้นทุกบ้านทุกๆวัน จางฉีมั่นใจมากกว่าจะต้องจับตัวหัวหน้าเพ็งได้ ..เฉียนเต้าเฟิงบอกหมานนาให้เฝ้าจูอวู่หัวไว้ให้ดี ส่วนตัวเองจะจับตาดูเหยียนจื่อ เพราะกำลังจะปฏิบัติการกวาดล้างคอมมิวนิสต์ครั้งใหญ่ให้หมดสิ้นไป...หมานนาและลูกน้องเดินมาบอกจูอวู่หัวว่าตอนนี้มีปฏิบัติการณ์กวาดล้างคอมมิวนิสต์ทุกคนไม่อนุญาตให้ออกจากสำนักงาน 2 วัน จูอวู่หัวจำต้องอยู่.....(เหมือนหมานนาจะเป็นห่วงจูอวู่หัวนะ เลยบังคับให้อยู่แต่ในตึกถ้าออกไป และเป็นไปตามที่หมานนาสงสัยว่าจูอวู่หัวเป็ฯคอมมิวนิสต์จะเกิดอันตราย แต่ไม่แน่ใจ) ..... เฉียนเต้าเฟิงชวนเหยียนจื่อไปขับรถเล่นที่เขต Hu Xi ที่กำลังปฏิบัติการอยู่ เหยียนจื่อบอกได้ไม่มีปัญหาแต่เฉียนเต้าเฟิงต้องขับรถเองนะ เพราะเหยียนจื่อไม่ชอบขับรถ เหยียนจื่อนั่งรถไปก็แกะเม็ดแตงโมกินไปด้วย (สบายๆ ชิลๆ) เหยียนจื่อถามเฉียนเต้าเฟิงว่าชอบหมานนาใช่มั้ย ต้องการให้ช่วยมั้ย เฉียนเต้าเฟิงแปลกใจที่เหยียนจื่อรู้ เฉียนเต้าเฟิงก็ถามเหยียนจื่อว่าถ้าเป็นเหยียนจื่อคิดว่าพวกคอมมิวนิสต์หัวหน้าเพ็งจะหลบอยู่ที่ไหน....เหยียนจื่อออกความเห็นไปตรงกับที่เฉียนเต้าเฟิงคิดไว้ แต่เฉียนเต้าเฟิงก็ยังหาไม่เจอ....

ทางด้านจูอวู่หัวเล่นไพ่อยู่กับพวกหมานนา พนักงานก็เข้ามาบอกว่าเหยียนจื่อแฟนสาวซื้อขนมมาให้จูอวู่หัวทาน จูอวู่หัวได้โอกาสจึงรีบออกไปกิน เหยียนจื่อส่งข่าวให้จูอวู่หัวรู้และบอกแผนการที่จะช่วยหัวหน้าเพ็งออกจาก Hu Xi จูอวู่หัวอ่านแล้วก็รีบเผาทิ้ง...แผนคือให้หัวหน้าเพ็งหลบในถังขยะ พอรถเฉียนเต้าเฟิงจอด (เหยียนจื่อบอกให้จอด) ก็ให้หัวหน้าเพ็งหลบขึ้นกระโปรงรถพร้อมกับถังออกซิเจนที่หมอเจียงเอามาให้เพื่อรอเวลาเฉียนเต้าเฟิงและเหยียนจื่อกลับมาขับรถออกไป เหยียนจื่อให้เฉียนเต้าเฟิงเลี้ยงข้าวที่ภัตตาคาร เฉียนเต้าเฟิงจึงจอดรถหน้าภัตตาคาร ....แต่ตอนที่หมอเจียงกำลังจะออกจาก Hu Xi จางฉีดันเห็นเลยรีบตรงเข้ามาและบอกให้พาไปบ้านที่หมอเจียงไปรักษาคนไข้มา หมอเจียงก็พาจางฉีไป (จางฉีมันก็ฉลาดโคตรนะ ลุ้น) แต่หมอเจียงก็ฉลาดมากเช่นกัน...จางฉีมารายงานเฉียนเต้าเฟิง เฉียนเต้าเฟิงโกรธมากที่ยังหาตัวไม่พบและบอกกับจางฉีว่านี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วนะที่ตนเชื่อจางฉี และยังให้ใช้คนถึง 3000 คนปิดล้อมเขตเล็กๆ เขตนี้ ถ้ายังจับไม่ได้นายโดนแน่จางฉี... 

หลังจากจอดรถที่หน้าภัตตาคาร หัวหน้าเพ็งออกมาจากท้ายรถ แต่โชคร้ายไอ้นักข่าวคนที่บอกข่าวจางฉี ดันเห็นและรีบโทรไปบอกจางฉี ทำให้หัวหน้าเพ็งโดนจับ..(โหหห มายก๊อด) เฉียนเต้าเฟิงขับรถพาเหยียนจื่อออกจากภัตตาคาร ก็จะชนกับรถของจางฉีที่จับตัวหัวหน้าเพ็งได้แล้ว เฉียนเต้าเฟิงบอกให้เอาตัวไปขังที่สำนักงาน แต่จางฉีบอกว่าไม่ปลอดภัยตนมีที่ปลอดภัยมากกว่า เหยียนจื่อได้ยินทุกอย่างที่จางฉีพูดกับเฉียนเต้าเฟิงแต่ไม่รู้ว่าเอาตัวหัวหน้าเพ็งไปขังที่ไหนเพราะจางฉีไม่ได้พูดถึงสถานที่...เฉียนเต้าเฟิงหลอกล่อถามเหยียนจื่อว่าจับตัวหน้าเพ็งได้ใกล้กับที่เรากินข้าวเลย...เหยียนจื่อตอบไปว่าเขาก็คงอยากกินข้าวเหมือนกัน.........เฉียนเต้าเฟิงหัวเราะในคำตอบเหยียนจื่อแล้วก็ขับรถไป...จางฉีโทรราย งานหมานนาว่าจับตัวหัวหน้าเพ็งได้แล้ว หมานนาจึงอนุญาตให้ทุกคนกลับบ้าน... ลูกน้องหมานนาไม่พอใจจางฉีเพราะทำงานได้หน้ามากมาย...

จางฉีพาหัวหน้าเพ็งมาขังไว้ในเชฟเฮ้าตัวเองที่โรงแรมต้าต้า ห้อง 501  จางฉีให้กุญแจที่มีกระดาษห่อไว้ให้บอดี้การ์ดไว้และบอกให้เฝ้าให้ดี...จางฉีเริ่มการทรมานหัวหน้าเพ็ง (มันจิตๆ เหมือนกันนะ) ลูกน้องจางฉีกลับมาที่สำนักงาน เดินสวนกับเหยียนจื่อ เหยียนจื่อเห็นกระดาษจะในกระเป๋ากางเกงลูกน้องจางฉีจะหล่นจึงบอก ลูกน้องจางฉีจึงหยิบกระดาษนั้นทิ้งถังขยะ ...เหยียนจื่อเก็บเศษกระดาษขึ้นมาแล้วเอาไประบายด้วยดินสอ เห็นเป็นคำว่า 501 โรงแรมต้าต้า (ตามรอยปั๊มกุญแจ) 

ตอนที่ 41
เริ่มต้นเรื่องที่โรงแรมต้าต้า ห้อง 501 ขณะที่จางฉีกำลังทรมานหัวหน้าเพ็งอยู่ก็มีคนมาเคาะประตู จางฉีระวังตัวมาก แต่เก่งสู้จูอวู่หัวไม่ได้ ในที่สุดจางฉีก็ได้รู้ความจริงว่าจูอวู่หัวคือ "ทังสเตน" แต่ก็สายไปละโดนเป่ากลางแสกหน้าตาย....หมานนาและเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ...ตรวจไปตรวจมาก็ไม่พบอะไร แต่เฉียนเต้าเฟิงฉลาดมาก เห็นรอยรองเท้า...เลยวางแผนให้จูอวู่หัวมาเซ็นต์เอกสารที่ห้องทำงาน โดยให้ลูกน้องคนสนิทโรยผงฝุ่นไว้ที่พื้นรอจูอวู่หัว พอจูอวูหัวเซ็นต์เอกสารแบบงงๆ เสร็จแล้วก็เหลือบมองที่พื้นเห็นฝุ่นแล้วเดินออกจากห้องไป ลูกน้องคนสนิทของเฉียนเต้าเฟิงก็รีบมาดูรอยรองเท้า แต่ดันจามซะก่อน ทุกอย่างก็หายไปหมด...เฉียนเต้าเฟิงทำหน้าแบบเอือมระอา..จากนั้นก็พาลูกน้องคนสนิทมาทดสอบการหลบอยู่ในกระโปรงหลังรถว่าจะอยู่ได้กี่นาที ลูกน้องอยู่ได้ไม่ถึงชั่วโมงหนึ่งก็จะตายเพราะขาดอากาศหายใจ...เฉียนเต้าเฟิงเลยรู้ว่าต้องใช้ถังอ๊อกซิเจน เพราะฉะนั้นต้องเกียวกับหมอแน่นอน...

หัวหน้าเพ็งออกมาให้ข่าวกับนักข่าวตะวันตก (แผลน่าเกลียดมากจริงๆ) ข่าวออกไปทั่วโลก..เจบีเรียกเฉียนเต้าเฟิงมาด่า เพราะกำลังถูกกดดันจากนานาประเทศให้ออกจากประเทศจีน ไม่เช่นนั้นญี่ปุ่นจะโดนรุมสหบาทา เจบีสั่งภาระกิจต่อไปให้เจบีคือต้องฆ่าคนจีนทุกคนที่รู้เรื่องการทดลองอาวุธเชื้อโรค เจบีเอารายชื่อคนที่รู้มาให้เฉียนเต้าเฟิง รายชื่อแรกเลยคือหมานนา ตามด้วยจูอวู่หัว และอีกมากมาย เฉียนเต้าเฟิงตกใจ แต่ก็ต้องทำตามคำสั่ง....

ด้านหมานนาเรียกลูกน้องที่ทำงานในธนาคารของพ่อเหยียนจื่อมาพบเพื่อบอกแผนต่อไป ที่จะพิสูจน์ว่าพ่อเหยียนจื่อทำงานให้ใครกันแน่ (ญี่ปุ่น ก๊กมินตั๋ง หรือคอมมิวนิสต์)..ลูกน้องหมานนาก็วิเคราะห์อย่างละเอียดทุกอย่าง (ฉลาดมาก)แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยว่าทำไมเงินจริงถูกเปลี่ยนเป็นปลอมได้แบบแนบเนียน...

ทางด้านหัวหน้าสาขาเซียงไฮ้ของก๊กมินตั๋งต้องการทำภาระกิจใหม่คือต้องการรายชื่อสาย ลับคนจีนที่ทำงานให้ญี่ปุ่นทั้งหมดเพื่อจะได้ชนะสงคราม ซึ่งภาระกิจนี้ทางคอมมิวนิสต์ก็ต้องการเช่นกัน จึงบังคับให้ชิงมู่และพ่อเหยียนจื่อบอกเหยียนจื่อให้ทำงานให้ก๊กมินตั๋ง แต่พ่อเหยียนจื่อไม่รับปาก หัวหน้าสาขาของก๊กมินตั๋งก็แค้นและมีขู่ๆ คุกตามครอบครัวด้วย... เหยียนจื่อกลับบ้านมาและเห็นแผ่นปลิวที่ประตูบ้าน สื่อถึงภาระกิจโดยคนส่งสารคือชิงมู่ ..เหยียนจื่อมาหาชิงมู่ที่โบสถ์เพื่อจะบอกให้ชิงมู่ออกมาจากงานสายลับซะ เพราะเป็นความต้องการของซงเหมียน เป็นความปราถนาสุดท้ายที่ซงเหมียนต้องการก่อนตาย ให้เหยียนจื่อดูแลชิงมู่...ชิงมู่ร้องไห้และคิดทบทวน...

หมอเจียงตรวจอาการให้จูอวู่หัว โรคกล้ามเนื้อแขนอักเสบรื้อรัง ควรได้รับการผ่าตัด หมอเจียงบอกให้จูอวู่หัวกลับไปสำนักงานใหญ่ได้แล้วเพราะปฏิบัติภาระกิจมาเยอะแล้ว แล้วก็ต้องผ่าตัดรักษาอาการกล้ามเนื้อด้วย จูอวู่หัวอยากพาเหยียนจื่อไปด้วย หมอเจียงบอกว่าให้ถามเหยียนจื่อว่าต้องการไปมั๊ย แต่ให้เร็วหน่อยเพราะเรือที่จะเดินทางไปสำนักงานใหญ่จะมีแค่เที่ยวเดียวในอีกไมม่กี่วันข้างหน้า..

จูอวู่หัวนัดเหยียนจื่อกินข้าว โดยจูอวู่หัวทำกับข้าวเองทุกอย่างและขอเหยียนจื่อแต่งงาน และชวนเหยียนจื่อไปอยู่ด้วยกันย้ายไปยังสำนักงานใหญ่คอมมิวนิสต์ เหยียนจื่อตอบตกลงและขอพาครอบครัวไปด้วยจูอวู่หัวบอกไม่มีปัญหา พรุ่งนี้เราไปกัน

ตอนที่ 42
เหยียนจื่อกลับมาบ้านและบอกกับพ่อว่าเราย้ายไปกันเถอะ พ่อลังเลและบอกว่าขอคิดดูก่อน เหยียนจื่อทำหน้ากังวล...ทางด้านไอ้หัวหน้าสาขาเซียงไฮ้ของก๊กมินตั๋ง บอกลูกน้องว่าคงต้องออกจาเซียงไฮ้ละ แต่จะกลับไปมือเปล่าไม่ได้ เพราะทางหัวหน้าพรรคคงไม่ปล่อยให้รอดชีวิต จึงต้องทำผลงานต้องเอารายชื่อสายลับญี่ปุ่นมาให้ได้...แล้วก็คิดแผนร้ายเพื่อบังคับ ให้เหยียนจื่อทำงานให้...

เหยียนจื่อออกจากบ้านตอนเช้าพร้อมวางจดหมายไว้ให้พ่อกับแม่คนละฉบับ...บอกให้เชื่อใจตนเองขอให้ไปอยู่กันเป็นครอบครัวอีกครั้ง ไปพบกันที่จุดนัดหมาย...แม่เหยียนจื่อไปเดินตลาด..กำลังจะพาคนใช้ไปยังสถานที่ที่นัดเหยียนจื่อไว้ แต่มีคนของก๊กหมินตั๋งมารับตัวไป...เลวมาก..ทางด้านหมานนาให้คนมาจับตัวพ่อเหยียนจื่อ พ่อเหยียนจื่อกำลังจะออกไปตามนัดของเหยียนจื่อแต่โดนจับตามองและตามตลอดเวลา จึงทำทีออกมากินเกี๊ยวปู คนของหมานนาก็ตามออกมาด้วย พ่อของเหยียนจื่อใส่ยาถ่ายให้คนของหมานนากิน แล้วตนก็รีบไป....

เหยียนจื่อทำงานอยู่กับเฉียนเต้าเฟิง เฉียนเต้าเฟิงไม่ยอมให้เหยียนจื่อเลิกงาน บอกจะพาไปที่แห่งหนึ่งให้เหยียนจื่อปิดตาแล้วก็พาขับรถออกไปยังสถานบันวิจัยซาน.. เฉียนเต้าเฟิงพาเหยียนจื่อมาที่ห้องที่เหยียนจื่อเคยโดนฉีดยาและบอกความลับ เหยียนจื่อหวั่นใจแต่ก็ไม่แสดงออก..เฉียนเต้าเฟิงพาเหยียนจื่อมาดูการใช้ยากับลิเจีย สายลับคอมมิวนิสต์ที่ทำงานกับจูอวู่หัวมานาน ลิเจียยอมตายไม่ยอมพูด.....

มืดแล้วพ่อเหยียนจื่อยังเดินอยู่ที่ถนนเพื่อจะหนีพวกติดตาม จูอวู่หัวมาช่วยพ่อเหยียนจื่อ ฆ่าคนของหมานนาเรียบ...ชิงมู่เอางานมาส่งหัวหน้าสาขาก๊กมินตั๋งมาเห็นแม่เหยียนจื่อกับคนใช้ถูกจับตัวมาก็ตกใจ และพยายามจะช่วย แต่หัวหน้าคนนี้เลว มันทำร้ายผู้หญิง ทำร้ายชิงมู่และพูดดูถูกซงเหมียน

คนสนิทของเฉียนเต้าเฟิงพร้อมพวกตามมากวาดล้างพวกก๊กมินตั๋ง คนสนิทของเฉียนเต้าเฟิงเป็นนักฆ่าฝีมือเยี่ยมถึงแม้จะขาเป๋ ฆ่าทุกคนเรียบรวมทั้งไอ้หัวหน้าก๊กมินตั๋งสาขาเซียงไฮ้    นักฆ่ากำลังจะฆ่าชิงมู่และแม่เหยียนจื่อแต่จูอวู่หัวมาถึงซะก่อน แล้วท้าสู้กัน จูอวู่หัวชนะ ฆ่าคนสนิทของเฉียนเต้าเฟิงตาย...และพบรายชื่อที่นักฆ่าคนนี้ต้องไปฆ่าคนที่รู้เรื่องสถาบันวิจัยซาน ทั้งหมด...

ตอนที่ 43
จูอวู่หัวรู้ว่าชิงมู่เป็นภรรยาของซงเหมียนจึงเล่าความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับการตายของซงเหมียน และลิสต์รายชื่อมีหมานนาด้วยที่ทางญี่ปุ่นจะฆ่า และให้กำลังชิงมู่ว่าซงเหมียนทำงานดีที่สุดและเพื่อประเทศจีนจงภมิใจ ชิงมู่เข้าใจทุกอย่างแล้ว และตัดสินใจเลิกเป็นสายลับ...ทหารญี่ปุ่นตามมาถล่มก๊กมินตั๋ง ชิงมู่บอกจะล่อไปอีกทาง ให้จูอวู่หัวพาแม่และคนใช้ของเหยียนจื่อไป จูอวู่หัวนำแม่ของเหยียนจื่อมาพบกับพ่อเหยียนจื่อ พ่อเหยียนจื่อตัดสินใจไม่ลงเรือไปเพราะมีเรื่องต้องจัดการ จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ จูอวู่หัวจึงให้แม่และคนใช้ของเหยียนจื่อลงเรือเดินทางไปก่อน...

ด้านเฉียนเต้าเฟิงพาเหยียนจื่อมาที่สำนักงานพร้อมทั้งบอกให้ช่วยกันทำลายหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวสถาบันวิจัยอาวุธซาน ก็นั่งเผาเอกสารกันไปคุยกันไป เหยียนจื่อก็แอบจำข้อความเอกสารๆ ต่างๆ (เป็นพรสวรรค์) แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเฉียนเต้าเฟิงมั่นใจว่าต้องเป็นคนสนิทของตนเองโทรมาแจ้งว่าภาระกิจสำเร็จ...เหยียนจื่อก็ลุ้น เฉียนเต้าเฟิงรับโทรศัพท์และโมโหมาเปลี่ยนเป็นคนละคน บอกทหารให้ควบคุมเหยียนจื่อไว้ในห้องตลอดเวลา จับตาดูห้ามให้ไปไหน แล้วตัวเองก็มาดูศพของนักฆ่าคนสนิท (ถึงรู้ว่ารักมาก รักเหมือนพี่ชาย เรียกพี่6ๆ)...ชิงมู่ถูกจับตัวมาเฉียนเต้าเฟิงพยายามถามว่าใครเป็นคนฆ่าพี่6 ของตน ชิงมู่บอกจะบอกหมานนาเพียงคนเดียว..

จูอวู่หัวมาที่ตึกสำนักงานเพราะไม่พบเหยียนจื่อตั้งแต่เมื่อวานและเหยียนจื่อไม่สามารถไปตามนัดได้ มาถึงก็พบทหานญี่ปุ่นเต็มไปหมดคุ้มกันเหยียนจื่ออยู่ เหยียนจื่อส่งสัญญาณให้จูอวู่หัวว่าสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง แต่จูอวู่หัวไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่...และคิดว่าถึงอย่างไรก็ต้องเอาเหยียนจื่อออกมาให้ได้..

หมานนามาเห็นเฉียนเต้าเฟิงทรมานชิงมู่ ก็เสียใจมากชิงมู่บอกหมานนาว่าจะบอกเฉพาะหมานนาเท่านั้น..ชิงมู่บอกหมานนาว่าเฉินเต้าเฟิงจะฆ่าหมานนาและคนจีนทุกคนที่รู้เรื่องสถาบันซาน...ชิงมู่ออกอุบายขอทานอาหารและอาบน้ำ เพราะพระเจ้าต้องให้บริสุทธิ์ แต่ชิงมู่ฆ่าตัวตายในอ่างน้ำ...หมานนาเสียใจมาก..

ด้านพ่อเหยียนจื่อมาที่ตึกที่ติดกับธนาคารตัวเองและพบว่าเป็นศูนย์ผลิตเงินของหัวหน้าสาขาเซียงไฮ้ของก๊กหมินตั๋ง พ่อเหยียนจื่อจึงทำแบบพิมพ์เงินปลอมให้สมบูรณ์และพิมพ์เงินปลอมใส่ไว้ในแบงค์ พอธนาคารเปิดลูกค้าทุกคนที่มาธนาคารจึงรู้ว่าธนาคารของญี่ปุ่นใช้แบงค์ปลอมทั้งหมด..ทำให้คนจีนรู้ว่าธนาคารของพ่อเหยียนจื่อถูกควบคุมโดยญี่ปุ่น ..พ่อของเหยียนจื่อตัดสินใจกระโดตึกลงมาจากธนาคารตัวเอง เสียชีวิต หมานนามาถึงพอดี ตะลึงและเสียใจมาก...ที่เห็นพ่อเหยียนจื่อตาย...หมานนาเดินไปตามถนน จูอวู่หัวขับรถมารับหมานนาขึ้นรถ และยื่นรายชื่อคนที่ต้องถูกฆ่าให้หมานนาดู หมานนาเสียใจและคิดได้ละว่า จริงๆ แล้วตัวเองมาไกลมากและทำผิดมาโดยตลอด จูอวู่หัวให้สติหมานนาว่าตราบใดที่เรากลับตัว ไม่มีคำว่าสาย.. เฉียนเต้าเฟิงตามหาหมานนาและสั่งลูกน้องหมานนาแต่หมานนาไม่ไป...เฉียนเต้าเฟิงโทรตามหมานนาให้มาประชุมที่ห้องประชุมหมายเลข 1..เฉียนเต้าเฟิงบอกเหยียนจื่อว่าหมานนาฆ่าพ่อของเหยียนจื่อ เหยียนจื่อขอพบร่างพ่อเปนครั้งสุดท้ายแล้วก็ร้องไห้... 

เหยียนจื่อถือปืนที่เฉียนเต้าเฟิงให้มาแล้วเดินไปยังห้องประชุม เฉียนเต้าเฟิงรออยู่ที่ประตู (มันจิตมากกะว่าต้องได้ยินและเห็นว่าเหยียนจื่อฆ่าหมานนาตาย ให้เพื่อนฆ่าเพื่อน และคงคิดว่าใครออกมาจากห้องก็จะฆ่านั่นแหละ) ...เหยียนจื่อเข้ามาในห้องประชุม หมานนาหันมาเผชิญหน้ากับเหยียนจื่อ

ตอนที่ 44
เหยียนจื่อและหมานนามองตากัน เฉียนเต้าเฟิงยื่นเฝ้าอยู่หน้าประตูฟังทุกคำพูดที่เหยียนจื่อพูดกับหมานนา ต่างคนต่างพูดไม่ยอมลงให้กัน แล้วเสียงปืนก็ดังขึ้น เหยียนจื่อยิงที่ท้องหมานนา 3 นัด หมานนาล้มลง คนของเฉียนเต้าเฟิงเข้ามาเชคว่าตายหรือยัง ก็รู้ว่าหัวใจหยุดเต้นและหยุดหายใจ จึงรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว..เฉียนเต้าเฟิงเข้ามาหาร่างหมานนาแล้วเกือบจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ร้อง บอกให้คนมาเอาร่างหมานนาออกไป..

เฉียนเต้าเฟิงจะพาเหยียนจื่อไปทำงานที่ญี่ปุ่น และต้องเดินทางวันนี้ แต่เหยียนจื่อบอกเฉียนเต้าเฟิงว่าขอแต่งงานกับจูอวู่หัวก่อน เพราะอาจจะทำให้จูอวู่หัวตัดสินใจไปทำงานกับตนที่ญี่ปุ่น และจะทำให้หมานนาเสียใจในนรกอีก เพราะเป็นความต้องการของหมานนาที่จะแต่งงานกับจูอวู่หัว ไม่เช่นนั้นก็เอาแต่ศพตัวเอง(เหยียนจื่อเอาปืนจ่อที่หัว)ไป เฉียนเต้าเฟิงยอมทำตามที่ขอ

เหยียนจื่อรีบมาที่ห้องเก็บศพหมานนา เอาเข็มมาดูเลือกที่ท้องหมานนาออก และปั๊มหัวใจให้หมานนา หมานนาฟื้น ... ที่หมานนาไม่ตายเพราะเหยียนจื่อส่งสัญญาณมือบอกหมานนา หมานนาเตรียมใจที่จะตายไว้แล้วแต่เหยียนจื่อบอกหมานนาให้เชื่อใจเหยียนจื่อ และเราจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...หมานนาและเหยียนจื่อกลับมาเป็นเพื่อนที่รักกันอีกครั้ง (จริงๆ ก็ยังรักกันแหละเพียงแต่ต่างคนต่างมีปมต่อกัน)

เหยียนจื่อโทรหาหมอเจียงที่ดรงพยาบาล บอกให้หมอเจียงไปรับตัวหมานนา (บอกแผนเป็นชุด แบบสั่ง ) หมอเจียงช่วยหมานนาและพาหมานนามารักษาตัว หมอบอกทุกคนว่าอาการหมานนาดีมากแค่พักมากหน่อยก็หาย

เหยียนจื่อเล่าแผนการณ์ของเฉียนเต้าเฟิงให้ทุกคนฟัง ว่าตอนนี้เฉียนเต้าเฟิงพยายามล่อให้เหยียนจื่อติดกับดัก โดยใช้ เทียนไลโปรเจคมาล่อ โดยเฉียนเต้าเฟิงบอกเหยียนจื่อว่าโปรเจคนี้คือ ทัพญี่ปุ่นจะถอยออกจากจีน แต่จะปล่อยเชื้อโรคและสารพิษลงในแม่น้ำ และทางอากาศทั่วประเทศจีน พวกเราต้องเอารายชื่อและลิสต์สถานที่ที่จะทางญี่ปุ่นจะก่อการมาให้ได้ ทุกคนตกลง...

ตัดมาที่เจบี กับเฉียนเต้าเฟิง เจบีถามเฉียนเต้าเฟิงว่าคนในลิสต์ทุกคนตายหรือยัง เฉียนเต้าเฟิงบอกเจบีว่า คืนนี้ทุกคนจะตายหมด...

หมานนาขอคุยกับเหยียนจื่อตามลำพัง ทั้งคู่ต่างหวังให้ทุกคนมีชีวิตที่สว่างสดใส แล้วทั้งคู่ก็จับมือกัน...... เหยียนจื่อนำดอกไม้มาเคารพหลุมศพพ่อเฉียนเต้าเฟิงก็มาด้วย และบอกเหยียยนจื่อว่า หลังงานศพพ่อก็จะเป็นงานแต่งงานของเหยียนจื่อกับจูอวู่หัว... จูอวู่หัวออกไปหาซื้อประทัดสำหรับจัดงานแต่งงาน ...เฉียนเต้าเฟิงพาเหยียนจื่อมาตัดชุดแต่งงาน ทางเฉียนเต้าเฟิงเป็นสปอนด์เซอร์ให้ทุกอย่าง....จูอวู่หัวมาดูสถานที่จัดงานแต่ง และซ่อนปืนไว้ตามตำแหน่งต่างๆ หลายจุด......

แผนของเหยียนจื่อคือในวันแต่งงาน หมานนากับหมอเจียง จะไปเอาความลับโปรเจคเทียนไล ส่วนเหยียนจื่อกับจูอวู่หัวไปฆ่าเจบีและเฉียนเต้าเฟิงในงานแต่งงาน.....ตอนกลางคืนหมานนามาดักพบเหยียนจื่อและขอไปแต่งงานแทน ขอให้เหยียนจื่อไปเอาโปรเจคเทียนไลแทนเพราะเหยียนจื่อมีพรสวรรค์เรื่องความจำเป็นเลิศ...

เช้าวันแต่งงาน มีทั้งทหารจีนและทหารญี่ปุ่นมาร่วมงานเยอะมากและทุกคนที่มาจะต้องปลดอาวุธฝากไว้หน้างาน เฉียนเต้าเฟิงยินดีกับจูอวู่หัวและขอกอดจูอวูหัว กอดแล้วคลำใหญ่เลย เพราะต้องการหาว่าพกปืนหรือเปล่า จูอวู่หัวรู้ทันเลยบอกว่าถ้าตนพกปืนคงไม่ยืนหลังตรงขนาดนี้....เมื่อเจ้าสาวมาถึงโพกผ้าปิดหน้าสีขาวแบบเจ้าสาวมาด้วยไม่มีใครเห็นหน้า แต่จูอวู่หัวแค่เห็นตาก็รุ้ว่าเป็นหมานนา ตอนแรกก็ตกใจแต่ก็ทำตามแผนกันต่อไป...หน้าเวทีหมานนาดึงผ้าคลุมหน้าออกแล้วยิงไปที่เจบี เจบีตายคาที แต่เฉียนเต้าเฟิงเอาร่างคนอื่นมาบังเลยไม่ตายแล้วก็เปิดฉากยิงกัน แต่ทุกคนไม่มีปืนยกเว้นหมานนากับจูอวู่หัว จึงทำให้ค่อยข้างได้เปรียบ...จูอวู่หัวกับหมานนาพยายามตามล่าเฉียนเต้าเฟิง แต่ยากลำบากมากเพราะพวกญี่ปุ่นไปเอาปืนมาแล้ว...เฉียนเต้าเฟิงสั่งฆ่าให้หมด อย่าให้จูอวู่หัวกับหมานนารอด..ปืนไม่พอญี่ปุ่นกับจูอวู่หัวใช้ระเบิดด้วย หมานนาตัดสินใจกระโดดลงหน้าต่างชั้นสองของบ้าน ก่อนไปได้บอกจูอวู่หัวว่า "ฉันรักคุณ" หมานนาล่อพวกญี่ปุ่นให้ตามไป จูอวู่หัวตัดสินใจตามไปช่วยหมานนา......

ทางด้านเหยียนจื่อกับหมอเจียง เข้ามาที่สถาบันซาน เหยียนจื่อติดตั้งระเบิดและระเบิดประตูห้องเชฟของเฉียนเต้าเฟิง เหยียนจื่อเปิดเชฟได้แล้วค้นหาโปรเจคเทียนไล พวกทหารญี่ปุ่นก็เตรียมตัวพร้อมเอาปืนมาเพียบ เหยียนจื่อเปิดอ่านเอกสารไปทีละหน้า และฆ่าทหารญี่ปุ่นไปด้วย (จะค่อนข้างเว่อร์ๆ) หมอเจียงยิงป้องกันจากด้านหลังให้เหยียนจื่อ...ทุกอย่างถูกเหยียนจื่อจำไว้ ด้วยสมาธิและความจำอันเป็นเลิศของเหยียนจื่อ เหยียนจื่อทำสำเร็จจากนั้นระเบิดเผาห้องเชพทิ้งหมด หมอเจียงและเหยียนจื่อขับรถเพื่อออกจากศูนย์บัญชาการทหารญี่ปุ่น แต่ก็เสียใจอะ หมอเจียงตายเพื่อช่วยให้เหยียนจื่อขับรถผ่าด่านออกไปได้..

เหยียนจื่อไม่รู้จะหาเรือได้ที่ไหน จึงนึกถึงคำของว่านชิเทาที่เคยบอกเหยียนจื่อว่า ถ้าต่อไปในอนาคตมีปัญหาอะไรฉุกเฉินให้ไปที่โกดังเก็บของชิงหลงถามหาเถ้าแก่จิวบอกว่าเถ้าแก่ว่านให้มาหา...เหยียนจื่อมาถามหาคนคนนั้นและพบว่าทีแท้แล้วคือลูกน้องว่านชิเทาคนที่เกลียดเหยียนจื่อมาก ลูกน้องว่านชิเทาถามเหยียนจื่อว่าใช้รหัสนี้ตามตนได้อย่างไร เพราะว่านชิเทาสั่งไว้รหัสนี้เฉพาะบุคคลสำคัญของจีนเท่านั้น เหยียนจื่อบอกว่าว่านชิเทาบอกด้วยตัวเอง..เหยียนจื่อบอกว่ามนสมองของเธอมีความลับเรื่องโปรเจคเทียนไล ลูกน้องว่านชิเทาถามว่าเหยียนจื่อต้องการไปไหน เหยียนจื่อบอกพาไปสำนักงานใหญ่คอมมิวนิสต์ ลูกน้องว่านชิเทาตะโกนใส่หน้าเหยียนจื่อว่าจะบ้าเหรอ (คือว่านชิเทาอยู่ฝ่ายเจียงไคเชค พรรคก๊กมินตั๋งไม่ถูกกับพวกพรรคคอมมิวนิสต์ และเหยียนจื่อบอกให้ไปส่งตนที่ศูนย์คอมมิวนิสต์) ....ทำให้ลูกน้องว่านชิเทาเข้าใจทุกเรื่องอย่างชัดเจนว่าเหยียนจื่อทำเพื่อประเทศเป็นภาระกิจที่ว่านชิเทาเท่านั้นที่รู้...เหยียนจื่อบอกให้เร็วเข้า .."ฉันต้องเชฟประชาชนส่วนรวม"...

ตอนที่ 45
เหยียนจื่อให้เหตุผลว่าตนต้องมอบข้อมูลให้แก่หน่วยทหารส่วนกลางที่ปกป้องประเทศอยู่(คอมมิวนิสต์) ถ้าตนให้ก๊กหมินตั๋ง เซียงไฮ้ คนพวกนี้ก็จะเก็บไว้แค่เซียงไฮ้ทำอะไรไม่ได้ (บทมีแอบจิกกัดก๊กมินตั๋งตลอด แต่ก็ลูบหลังนะ โดนบทก็ยังให้ก๊กมินตั๋งทำตามที่คอมมิวนิสต์ขอ ยังไงก็ตัดกันไม่ขาดเน้อะ) ...ลูกน้องว่านชิเทาตกลงใจช่วยเหยียนจื่อและบอกเหยียนจื่อว่า "อย่าให้เห็นหน้าอีกนะ" เหยียนจื่อบอกลูกน้องว่านชิเทาว่าให้ไปด้วยกัน ออกจากเซียงไฮ้ซะไม่งั้นตายแน่ ลูกน้องว่านชิเทาไม่ไป ...ข่าวออกทางวิทยุว่าหมานนาถูกจับตัวได้.. ลูกน้องว่านชิเทารีบปิดวิทยุและบอกเหยียนจื่อให้รีบไป.. แต่เหยียนจื่อส่ายหน้า เพราะต้องรอจูอวู่หัว..แต่แล้วเหยียนจื่อก็ได้ยินเสียงพลุที่ตกลงกับจูอวู่หัวไว้ ถ้าจุดพลุหมายถึงให้ไปก่อนเลยไม่ต้องรอตนจะตามไปทีหลัง..แต่จริงๆ แล้วจูอวู่หัวตัดสินใจไปช่วยหมานนาและต้องการให้เหยียนจื่อขึ้นเรือไปที่สำนักงานพรรคคอมมิวนิสต์..เหยียนจื่อร้องไห้เพราะอยากไปช่วยหมานนาและหมอเจียงแต่ก็ต้งทำตามสัญญากับจูอวู่หัวจึงไปขึ้นเรือ...

เฉียนเต้าเฟิงแขวนหมานนากับหมอเจียงไว้ล่อจูอวู่หัวโดยผูกระเบิดติดไว้ที่ตัวหมานนา เฉียนเต้าเฟิงบรรเลิงเปียโนไปรอจูอวู่หัวไป (เพลงมันเล่นเพราะนะ แต่มันจิตมาก) .....หวาดเสียวต้องดูเอง จูอวู่หัวยิงเฉียนเต้าเฟิงพรุน เฉียนเต้าเฟิงตาย..แต่ตัวหมานนามีระเบิดอยู่ เฉียนเต้าเฟิงคลานไปกดสวิชระเบิดที่เปียโน หมานนาผลักจูอวูหัวออกไป แล้วระเบิดก็ระเบิดถล่ม.....(ตอนนี้เราคนดูยังไม่รู้ว่าจูอวูหัวตายมั็ยแต่ก็มั่นใจอยู่ลึกๆ ว่าไม่ตาย)......

เหยียนจื่อเดินทางมาถึงศุูนย์บัญชาการกลางทหารพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ได้พบแม่ของตนกับคนใช้ ทั้งสองดีใจมากกอดกันร้องไห้... ผู้บัญชาการกองทัพมาแนะนำตัวและต้อนรับเหยียนจื่อ..เหยียนจื่อบอกให้คนนำปากกาและกระดาษมาให้ จากนั้นเหยียนจื่อก็นั่งเขียนสิ่งที่จำไว้ในสมอง ..........(สุดยอด) ...เหยียนจื่อเขียนไป นายทหารก็อ่านไปเรื่อยๆ หมดปากกาไปหลายด้าม 

ทุกๆวันเหยียนจื่อจะมายืนมองทะเล เพื่อรอจูอวูหัว...ทุกครังที่มีข่าวมาเหยียนจื่อจะต้องถามว่ามีข่าวของจูอวูหัวมั๊ย ทางทหารบอกว่าทางญี่ปุ่นติดประกาศตามหาตัวจูอวู่หัวไปทั่ว แสดงว่าจูอวู๋หัวไม่ถูกจับ และไม่ตาย...เหยียนจื่อสาบานตนทำงานกับพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างประเทศจีนยุคใหม่ที่มีแต่ความสุข (เอาใจรัฐบาลสุดสุด)....

เหยียนจื่อให้คนค้นหาแฟ้มประวัติของจูอวู่หัว เหยียนจื่อรอจนจากผมสั้นกลายเป็นผมยาว...พอสงครามเสร็จสิ้นลง เหยียนจื่อกลับมาเซียงไฮ้ และมายังที่ที่พบกับจูอวู่หัวครั้งแรกนึกถึงความหลัง..พอเดินออกมาก็มาเจอเด็กหญิงคนหนึ่งที่เข้ามาทักว่า ทำไมหน้าเหมือนภาพวาดของอาจารย์เลย..เหยียนจื่อให้เด็กพาไปดู ก็เห็นคนขายรูปมีรูปของเหยียนจื่อเต็มไปหมด..เหยียนจื่อก็รีบถามว่าใครวาด...คนขายเลยพาไปที่โรงเรียน พวกครูในโรงเรียนที่เห็นเหยียนจื่อก็ตกใจว่าหน้าเหมือนในรูปที่ครูใหญ่วาด...ให้คนไปตามครูใหญ่มา..ในระหว่างนั้นครูที่โรงเรียนก็เล่าเรื่องราวให้เหยียนจื่อฟัง ว่าครูใหญ่ความจำเสื่อมมา 10 ปี แต่ความสามารถก็ยังอยู่ (แต่จำเรื่องราวตัวเองไม่ได้) นอกจากทำงานแล้ว เวลาว่างอาจารย์จะวาดรูป และวาดแค่คนคนเดียว (คือเหยียนจื่อ) โอ๊ยยซึ้งมาก...ทุกคนเรียกจูอวู่หัวว่า มิสเตอร์เหยียน เพราะจูอวูหัวจำได้ชื่อเดียว...ซึ้ง..พอจูอวู่หัวกับเหยียนจื่อพบกัน ก็ยังจำไม่ได้ว่าใครรู้แต่ว่าหน้าเหมือนภาพที่ตัวเองวาด แล้วก็ล้วงกระเป๋าเอาตลับแป้งออกมา (แป้งเดียวกันกับที่ซงเหมียนพกติดตัวนั่นแหละ) ...เป็นฉากที่ซาบซึ้งมาก

หลังจากนั้นเหยียนจื่อก็ช่วยฟื้นความทรงจำให้จูอวูหัว แต่งงานและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และตัดสินใจทำงานต่อไปในพรรคเพื่อช่วยพัฒนาประเทศจีนต่อไป.....


จบบริบูรณ์ละคะ ^_^









 

Create Date : 26 ตุลาคม 2559    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2559 4:19:27 น.
Counter : 913 Pageviews.  

1  2  

wansugar
Location :
Germany United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]




ชื่อหวานจ้า สวัสดีทุกคน ฟอล์โลแฟนเพจ Wansugar-Love Chinese Novels & Series เพื่อติดตามข่าวสารการอัพเดทรีวิว ได้นะคะ
Friends' blogs
[Add wansugar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.