People Don't Change!
 
 

2010 Netherlands ตอนที่ 5

ตื่นเช้าวันสุดท้าย ทานข้าวเช้าเสร็จก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมครับ ออกไปเดินเที่ยวกันก่อน โรงแรมอยู่หลังตึกนี้เลยครับ (รู้สึกจะเป็นโรงละครเวที)



ดูสิครับพอจะกลับบ้าน ฟ้าที่นี่ใสเชียว







วาดบ้านเลียนแบบแวนโก๊ะแน่ ๆ



Boat Museum ครับ (ไม่ได้เข้าครับ เพราะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร)



ชอบที่ปลายสมอมีเป็ดจำลองอยู่ด้วยตัวนึง



เส้นทางนี้เมื่อวานก็นั่งเรือผ่านมา



จากนั้นเราก็ไปเยี่ยมชมบ้านของ Anne Frank กันครับ โชคดีมากที่ไม่มีคิวเลย (เข้าที่นี่แล้วรู้สึกเกลียดสงครามมากขึ้นไปอีก...)



ใช้เวลาอยู่ในนั้นพอสมควร จากนั้นเรายังมีคูปองจาก Halland Pass เหลืออยู่เลยไปเข้าดู Tulip Museum กันครับ (ไม่แนะนำให้เข้าครับ ไม่มีอะไรเลย)



แปลกนะครับที่นี่คลองเยอะ แต่ดูไม่มีเสน่ห์เหมือนเวนิสเลยแม้แต่น้อย



หุ หุ Gay Vanues



Dam square ยามฟ้าใสครับ





จากนั้นเราก็เดินไปชมการซ่อมแซมโบสถ์ที่สร้างไว้ในบ้านครับ (ทำไมมันต้องซ่อมตอนเรามีสตางค์ไปเที่ยวด้วยก็ไม่รู้)



คนสร้างเก่งมากเพราะว่าเป็นโบสถ์ลับที่สร้างไปในบ้านหลาย ๆ หลังต่อกัน



ก่อนซ่อมดูสวยมากเลยครับ ถ้าซ่อมเสร็จปลายปีหน้าหวังว่าคงสวยเหมือนเดิมนะ





จากนั้นเราสองคนก็พึ่ง fastfood แล้วก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมกันครับ โฉมหน้าแมวที่โรงแรม หลังจากตามถ่ายรูปมันมาสามวัน



วันนั้นคุณพี่ Easyjet ก็ดีเลย์ แต่ก็ไม่มากเท่าไร กลับถึงบ้านที่ Belfast ก็สลบกันทั้งคู่เลยครับ

ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ คิดว่าคงได้กลับไปอีกแน่ ๆ เพราะว่ายังไม่เห็นทุ่งดอกทิวลิปเลย คิดว่าคงเป็นปีหน้าช่วงสงกรานต์

ปีนี้ไว้เจอกันทริปหน้าครับ ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ตั๋วเครื่องบินถูก ๆ อีกเมื่อไร แล้วเจ้านายจะให้ลาได้หรือไม่ ค่อยดูกันอีกที บายครับ...




 

Create Date : 03 เมษายน 2553   
Last Update : 3 เมษายน 2553 11:52:39 น.   
Counter : 421 Pageviews.  


2010 Netherlands ตอนที่ 4

ออกมาจากเรือนกระจกก็มาเจอหนุ่มน้อยทั้งหลายกำลังเล่นเขาวงกตกระจกอยู่ครับ



เฮ้อ... มีแต่ดินกับดิน



เลยเข้าไปในเรือนกล้วยไม้ดีกว่า















สงสัยทิวลิปจะโดนมนุษย์ต่างดาวดูดไป







จริง ๆ แล้วเราสองคนมาตรวจงานคนสวนครับ ว่าปลูกทิวลิปครบหรือเปล่า













อ้อ... อย่าลืมไปเดินเล่นบนกระดานไม้ลอยน้ำนะครับ



อันนี้ปลูกเป็นดอกทิวลิป อยากรู้จริง ๆ ว่าบานแล้วจะเป็นสีอะไร



รองเท้าไม้ยักษ์ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวไ้ด้ใส่ถ่ายรูปก็มีวางไว้ทั่วไปครับ



แทบไม่มีคนเลย



แปลงที่สวย ๆ ก็มีครับ ถึงแม้ว่าจะไม่บานเต็มแปลงก็ตามเถอะ







ทำไมก็ไม่รู้ เห็นแล้วคิดถึงสเปน..



โคตรจะเงียบเหงา



เข้าไปชมนิทรรศการกันดีกว่าครับ



มีดอกไม้เยอะแยะเลย รู้สึกเขาจะโชว์การจัดดอกไม้เป็นหลัก











ออกไปดูไฮไลท์ของปีนี้ครับ ยังไม่งอกเลย





คู่นี้สงสัยจะปลง... ไปเล่นหมากรุกยักษ์กันซะแล้ว



แวะเช้าไปชมในส่วนนิทรรศการอีกที่นึงครับ เจอรองเท้าไม้ส้นสูงด้วย กิ๊ปเก๋มาก ๆ



เห็นสาววัวตัวนี้แล้วก็ถอนหายใจ ปีนี้ก็คงพลาด Cow Parade อีกปีละ ไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อน (www.cowparade.com)



จากแพลนที่ว่าจะอยู่ที่นี่ทั้งวันถ้ามันสวยมาก ๆ ก็ต้องเปลี่ยนแผนกลับไปเที่ยวในอัมสเตอร์ดัมกันครับ บ่ายวันนั้นว่าจะลงไปนั่งเรือตามคลองกัน เราสองคนเลือกใช้ Blue Boat ครับ อยู่ตรงข้าม Hardrock พอดีเลย



เรือมาแล้ว...



รอบนี้มีคนแค่นี้เอง ดีจัง... (รอบก่อนหน้าคนเยอะมาก ๆ)



กัปตันก็ทำหน้าที่กันไป นักท่องเทียวก็ออกไปท้ายเรือถ่ายรูปกัน ไ่ม่ค่อยฟังคำบรรยายกันซักเท่าไร



ตามมาดู Amsterdam จากมุมมองคนในเรือกันบ้างครับ

















ผ่านบ้าน Anne Frank ที่เราจะมาเยี่ยมชมในวันถัดไปด้วย



เรือแต่ละเจ้าก็มีเส้นทางไม่เหมือนกันซักทีเดียวครับ แต่ก็คล้าย ๆ กันเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นก็คงต้องเลือกตามความพอใจละครับ





ประตูน้ำครับ..



จักรยานเยอะจริง ๆ



บริเวณนี้เราไม่ได้มาเลยครับ ไว้คราวหน้าแล้วกัน



เรือลำนี้ใหญ่มาก ๆ ไม่แน่ใจว่ายังแล่นได้อยู่หรือเปล่า



ท้ายเรือทำซะสวยเลย



เรือแล่นเอื่อย ๆ มากครับ บางช่วงถ้าไม่ลุกเดินถ่ายรูปอาจจะหลับได้











รู้สึกสะพานนี้จะดังที่สุด ต้องลงเรือมาถ่ายน่าจะดีกว่าถ่ายรูปจากบนบกครับ



ประตูกั้นน้ำอีกที่นึง



แดดเริ่มมาแจ่มละ...







ฐานบัญชาการ Heineken ครับ



และแล้วหนึ่งชั่วโมงก็จบซะที



ป้ายหลักที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่าย (คนคิดประโยคนี้ได้นี่เก่งจริง ๆ)



ซื้อขนม traditional กลับโรงแรมนั่งทานกัน อร่อยดีนะผมว่าขนาดเป็นของสำเร็จรูป ถ้าทำเสร็จใหม่ ๆ คงยิ่งอร่อยกว่านี้แน่ ๆ



เย็นนั้นก็ออกไปเยี่ยมชมส่วน red light district กันครับ ในโซนนั้นห้ามถ่ายรูป แต่เราออกมากึ่ง ๆ นอกโซนพอดี แล้วก็ถ่ายเป็ดกับถ่ายห่านครับ ไม่ได้ถ่ายสถานประกอบการต่าง ๆ



ก็แปลกดีครับ ไปดูไว้เป็นประสบการณ์ คืนนั้นก็จบด้วยข้าวผัดหมูร้านเดิม อิ่มเสร็จก็เดินกลับโรงแรมเตรียมเก็บของกลับบ้านที่ Belfast กัน แล้วจะมาต่อวันสุดท้ายครับ




 

Create Date : 03 เมษายน 2553   
Last Update : 9 เมษายน 2553 9:49:44 น.   
Counter : 378 Pageviews.  


2010 Netherlands ตอนที่ 3

เช้าวันถัดมาก็ไปเยี่ยมชมสวน Keukenhof กันครับ ทานข้าวเช้าเสร็จก็นั่งรถเมล์มาที่สนามบิน แล้วก็มารอรถเมล์สาย 58 ที่ป้าย B3 กันครับ



นั่งรถเมล์มาถึงแทบไม่มีคนเลยครับ สงสัยจะไม่ใช่หน้านักท่องเที่ยวจริง ๆ เพราะสวนเพิ่งเปิดได้แค่สองวันเอง



สาวดัชท์ในชุดประจำชาติมาคอยขายหนังสือท่องเที่ยวกับแผนที่ของสวนครับ



เจ้าหน้าที่บอกว่าหวังว่าเราต้องเจอดอกไ้ม้บ้างล่ะ แต่แค่ดูข้างหน้าท่าทางจะหมดหวัง



เหมือนเพิ่งฝังหัวดอกทิวลิปเมื่ออาทิตย์ก่อน



จะเอาทิวลิป.. ไม่เอาตุ๊กตารัสเซีย...



ไม่เอาเป็ดด้วย



ดอกไม้ยังงอกไม่เต็มที่เลย จะคุ้มสตางค์ค่าเข้ามั้ยเนี่ย...









ถ้าบานเต็มที่คงสวยกว่านี้เยอะ



หมูเต้นระบำ...



ถ้าช่วงสงกรานต์ คงมีคนไทยเดินกันเต็มแถวนี้



ท่าทางนกยูงตัวนี้จะเชื่องมาก ๆ



มาเร็วไปสามอาทิตย์



ก็พอมีอะไรให้ดูบ้างละนะ









พยายามถ่ายให้ติดดอกไม้ในกระถาง



หมายักษ์



เก้าอี้ที่แสนจะกิ๊ปเก๋



เข้าไปชมดอกไม้ในเรือนกระจกกันดีกว่าครับ



ธรรมชาติใจร้าย ขนาดในเรือนกระจกยังแทบไม่เห็นทิวลิปซักดอก



ต้องเดินเข้ามาใกล้ ๆ ถึงเห็นว่ามันตูมจะเกือบจะบานแล้ว



แต่มีบางส่วนที่บานแล้วเหมือนกัน ไม่อยากคิดว่าถ้ามาตอนมันบานทั้งสวนแล้วจะสวยแค่ไหน...













มาดูอย่างอื่นที่ไม่ใช่ทิวลิปบ้างครับ





เก้าอี้ร้านอาหารยังสีสรรได้ใจมาก ๆ



ร้านกระจกนี่ขายของที่ระลึกสวย ๆ ครับ ลองต่อราคาดูก็ได้



คุณภรรยาได้ดอกทิวลิปกระจกมาหกดอกครับ ตอนแรกว่าจะไม่ผ่าน security ที่สนามบินซะแล้ว เพราะก้านเป็นเหล็กแหลม แต่ก็รอดมาได้ (ไม่น่าเชื่อ)



แล้วจะมาต่อครับ




 

Create Date : 03 เมษายน 2553   
Last Update : 3 เมษายน 2553 11:51:54 น.   
Counter : 696 Pageviews.  


2010 Netherlands ตอนที่ 2

เช้าวันถัดมาเป้าหมายของเราคือไปเที่ยวที่กรุง Hague กับไปดูกังหัน Kinderdijk แถว ๆ Rotterdam ครับ

เช้าวันนั้นลองขึ้น Tram ดูครับ เพราะขี้เกียจเดินไปสถานีรถไฟ Amsterdam Central สภาพในรถรางสะอาดสะอ้านจังเลยครับ



ขึ้นมาก็หาที่ประทับตราตั๋วกันก่อน คนที่โรงแรมบอกว่าใช้สอง strips ก็พับตั๋วแล้วสอดเข้าเครื่องนี้เลยครับ



โฉมหน้า Strip Card ครับ ถ้าต้องประทับตั๋วเองโดยใช้เครื่องข้างบนก็พับ ๆ แล้วสอดเข้าไปในเครื่องเลยครับ ถ้าขึ้นรถเมล์ก็ส่งตั๋วให้คนขับแล้วบอกเขาได้เลยว่าจะไปไหน เขาก็จะคำนวนจำนวน Strip ที่ต้องใช้แล้วประทับตราให้เราเอง ตั๋วใบนึงจะแชร์กันใช้ก็ได้นะครับ แต่จำนวน strips ต้องเหลือพอแค่นั้นเอง



ไปซื้อตั๋วรถไฟไป Rotterdam โดยให้ผ่านกรุง Hague ก่อน โดนชาร์ตค่าบัตรเครดิตไปอีก จะใช้เงินสดก็ไม่ได้ โฉมหน้าตั๋วครับ ซื้อเสร็จก็เดินผ่านเข้าไปในชานชลาได้เลยครับ ไม่ต้อง stamp อะไรอีกแล้ว เพราะบนรถไฟจะมีนายตรวจ คอยตรวจตั๋วอีกทีนึงครับ



รถไฟมาแล้วละครับ ตรงเวลามาก ๆ



ที่นั่งก็โอเคครับ นั่งสบายดี



เป้าหมายแรกของวันครับ



บรรยากาศระหว่างทางครับ









หัวรถจักรคันนี้แปลกดี



เห็นตึกนี้ก็จะถึงสถานีกรุงเฮกแล้วครับ



ออกมาก็ขึ้นรถรางสาย 9 ไป Madurodam กันก่อนครับ รางที่จะไป Madurodam คือรางที่ติดกับสถานีเลยครับ ไม่ต้องเดินข้ามไปรางอื่น ๆ



ตอนไปไม่ทราบว่ารถรางนี่ต้องกดให้จอดหรือเปล่า เพราะว่าเขาวิ่งเลยไม่จอดที่ Madurodam station กลับไปจอดอีกที่นึง เลยคิดว่าน่าจะต้องกดให้จอด ไม่งั้นคนขับก็ไม่จอด วันนั้นเลยต้องเดินย้อนกลับมาครับ



ถึงแล้วครับเมืองจำลองอันเลื่องชื่อ



เขาจำลองสถานที่ท่องเที่ยวดัง ๆ ของเนเธอร์แลนด์ไว้ที่นี่หมดเลยครับ ซึ่งทำออกมาได้เหมือนมาก ๆ รถไฟ เครื่องบิน เรือ เคลื่อนที่ได้เกือบทั้งหมดเลยครับ



มาดูบางส่วนของ Madurodam กันครับ



















นกยักษ์ตัวเท่าเรือเลย



เป้าหมายถัดไป Rotterdam อีก 39 กิโลเมตรครับ



กลับไปนั่งรถไฟไปลงที่ Rotterdam Lombardien ครับ ออกจากสถานีรถไฟก็เดินไปอีกประมาณไม่เกินห้านาทีครับ รูปนี้ถ่ายจากป้ายรถเมล์ที่จะไป Kinderdijk จะเห็นสถานีลิบ ๆ ครับ



รอสายเก้าสิบครับ



นั่งซักพักไปมาถึงป้าย Molenkade ครับ นักท่องเที่ยวอาจจะลงก่อนไม่ก็ลงป้ายนี้แหละครับ แต่ลงป้ายนี้น่าจะตรงทางเข้ามากกว่า



มาถึงตอนบ่าย ๆ ถ่ายไปทางนี้ย้อนแสงเหมือนกัน แต่ก็คุ้มค่าที่มาดู



กังหันบางอันก็มีคนอยู่อาศัยจริง ๆ แต่สวยทุกอันเลยครับ





บรรยากาศกำลังดีครับ ไม่ร้อนจนเกินไป ฝนก็ไม่ตก ถ้าฟ้าสวยกว่านี้ก็เต็มสิบเลยครับ



โชคดีที่ถ่ายภาพนี้ได้



ถ่ายกังหันกันจนเพลินเลยครับ













เรากะเวลาไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ เพราะว่ารถเที่ยวกลับจะมาทุกชั่วโมง ฉะนั้นถ้ากะเวลาไม่ดีก็ต้องอยู่ที่นี่สองชั่วโมงครับ



เจอรูปหล่อในรถด้วย



ในรถบัสคันเดียวกันก็ได้เจอกับกลุ่มคนไทยที่มาเที่ยว และน้องนักเรียนไทยอีกสองคน คุณภรรยาคุยกันสนุกสนานมาก ๆ เลยได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีก คุยไปคุยมาน้องนักเรียนไทยชวนไปเที่ยวเมือง Delft น้องเขาบอกว่าสวย เราสองคนก็เลยตามไปด้วยครับ

จักรยานที่สถานีรถไฟเมือง Delft (จอดไว้แล้วจะหาจักรยานตัวเองเจอมั้ยเนี่ย)



ไม่ว่าที่ไหนก็ต้องมีคนมือบอน



สวยสมกับที่น้องเขาบอกจริง ๆ ครับ มาดูภาพกันเลยครับ























ลาเมือง Delft กันด้วยรูปนี้ครับ



จากนั้นก็แยกกับน้องนักเรียนไทยที่ลงจากรถไฟที่เมือง Leiden เราสองคนก็กลับมา Amsterdam กับกรุ๊ปคนไทย ก็แลกอีเมล์ไว้ส่งรูปให้กันเรียบร้อยก่อนแยกตัวครับ ปิดท้ายด้วยรูปสุสานจักรยานก็แล้วกัน แล้วจะมาต่อวันต่อ ๆ ไปอีกครับ




 

Create Date : 02 เมษายน 2553   
Last Update : 3 เมษายน 2553 11:51:35 น.   
Counter : 451 Pageviews.  


2010 Netherlands ตอนที่ 1

ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสลางานไปเยี่ยมเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์ครับ หวังใจลึก ๆ ก่อนบินไปว่าดอกทิวลิปอาจจะบานซักหน่อยแล้ว.. แน่นอนว่าก็ต้องผิดหวัง เพราะหน้าหนาวที่ผ่านมาค่อนค้างจะหนาวยาวผิดปกติ แต่ไม่เป็นไรไว้ปีหน้าค่อยไปซ้ำอีกทีก็แล้วกัน

นั่ง Easyjet จาก Belfast ไปลง Amsterdam ครับ ตามเคยไม่ว่าไปที่ไหน ต.ม. ก็จะถามโน่นถามนี่มากกว่าชาวบ้านเขาตลอดเวลา ก็ดีเหมือนกัน ถามจนฝนหยุดตกพอดี



ออกมาได้ก็หาซื้อตั๋วรถเมล์ครับ พยายามหาซื้อแบบ 45 strips จะได้ราคาต่อเที่ยวถูกหน่อยแต่ก็ไม่มี ร้านค้าที่ถามมีแต่ 15 strips ซึ่งก็โอเคละครับ (จริง ๆ แล้วร้านอื่นในสนามบินก็มีขายแต่ไม่ได้ถาม มาซื้อเอาวันหลังถึงได้รู้ว่ามี) ใครจะนั่งรถไฟเข้าเมืองก็ได้นะครับ แต่เราสองคนชอบนั่งรถเมล์มากกว่า ภาพนี้หอควบคุมการบิน ถ่ายจากป้ายรถเมล์ครับ



วันนั้นใช้รถบัสสาย 197 ครับเพราะว่าผ่าน Museumplein ใกล้ ๆ โรงแรมของเราสองคนพอดี ขึ้นรถก็ส่งตั๋วให้คนขับที่ส่วนมากพูดภาษาอังกฤษได้ดีทุกคนเลยครับ บอกเขาว่าไปไหนเขาก็ประทับตรา zone ครับให้ครับ เข้า Amsterdam ก็ประมาณ 5 strips (แต่โดยมากแล้วแต่คนขับจริง ๆ ไม่แน่ใจว่ามีมาตรฐานในการนับโซนหรือเปล่า เพราะบางทีขาไปกับขากลับใช้จำนวน strips ไม่เท่ากัน)



ถึงโรงแรมแล้วก็ยังเช็คอินไม่ได้ คุณภรรยาก็เลยชวนออกไปเดินเล่นก่อน Vangogh Meseum นี่อยู่ใกล้ ๆ โรงแรมเลยครับ



เรือชมวิวตามคลองที่มีอยู่หลายเจ้ามาก แต่เราสองคนจะใช้เจ้านี้ในวันหลัง ๆ ครับ



ไปที่ไหนก็จะเห็นคนเล่นหมากรุกยักษ์อยู่บ่อย ๆ



Hardrock กับ Irish Pub ที่ครึ้กครื้นไม่เบายามค่ำคืน



เดินเกาะรถรางสายห้าตามถนน Leidsestraat ไปเรื่อย ๆ ครับ



ฝนตกได้ใจจริง ฟ้าตุ่นมาก ๆ



คุณภรรยาตื่นตาตื่นใจกับมังคุคผลไม้โปรดมาก ๆ ครับ แต่ผมสงสัยว่าไอ้ที่เป็นหนาม ๆ สีเหลืองเนี่ยมันคืออะไร



เดิน ๆ ตามถนนสายนี้ก็ระมัดระวังรถรางนิดนึงครับ อย่าเดินใจลอย



ร้านนี้รองเท้าไม้เยอะมาก ๆ คุณภรรยาเลือกอยู่นานสองนานก็ไม่ถูกใจ ตัดใจบอกว่าไม่รู้จะไปเก็บไว้ไหน เพราะอพาร์ทเมนท์ที่อยู่ก็เล็กมาก ๆ ก็เลยไม่ได้ซื้อกลับมา



เวลาฝนตกนี่มันดูเงียบเหงาจริง ๆ



มีแต่นักท่องเที่ยวนี่ละครับ ถึงไหนถึงกัน มาถึงที่หมายแล้วถึงฝนตกยังไงก็คงต้องเที่ยว



เดินไปจนถึง Bloememmarket หรือที่คุณภรรยาเรียกว่าปากคลองตลาด



คนก็เยอะพอสมควร พอครึกครื้นขึ้นมาบ้าง



มีดอกไม้ขายหลากหลายมาก ๆ ครับ



มีหัวทิวลิปขายเยอะแยะเลยครับ



บางร้านนี่ใหญ่โตมาก ๆ ครับมีให้เลือกซื้อกันหลายพันธ์เลยทีเดียว



มีชีสขายด้วย ท่าทางจะหนักพอตัว



บางช่วงฝนก็พรำลงมา ก็ต้องหาที่แอบกัน ถึงจะเอาร่มมาด้วยก็เถอะ แต่มันตกเป็นละอองบางทีร่มก็ไม่ได้ช่วยอะไรเหมือนกัน



สมเป็นเมืองแห่งจักรยานจริง ๆ ครับ แต่ดู ๆ แล้วบางทีก็เหมือนรกรุงรังมาก ๆ เหมือนกันครับ เพราะจอดกันระเกะระกะไปทั่วเลย



เดินไปถึง Dam Square เลยครับ นักท่องเที่ยวรอเข้าชม Madame Tussaud เยอะเหมือนกัน คิวยาวมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ฝนตก





Royal Palace ก็ซ่อมแซมตามเคยครับ



หันมาดูรอบ ๆ บ้างดีกว่าครับ



มี Street Performer หลาย ๆ คนในบริเวณนี้ครับ แต่ดูเหมือน Darth Vader จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ



อันนี้ก็ไม่รู้เป็นอะไรครับ แต่ดูสวยดี



ถึงเวลาแล้วเดินกลับไปเช็คอินโรงแรมกันก่อนครับ เดี๋ยวค่อยออกมาอีกรอบ ทำไมตอนนี้คนเริ่มเยอะแล้วก็ไม่รู้



เดินผ่าน Amsterdam Historish Museum ที่ไม่เห็นตอนเดินผ่านไปตอนแรก



แถวนี้สีสันสดใสดีครับ (ถึงแม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจก็เถอะ)



โฉมหน้าห้องพักที่ต้องอยู่ไปอีกสามวันครับ ตอนแรกก็หวั่น ๆ เพราะเขาบอกกันว่าสกปรก แต่อยู่ไปก็โอเค ไม่ได้สกปรกแบบที่คนอื่นว่ากัน ห้องน้ำในตัวไม่ต้องไปแชร์กับใคร แถมมีอาหารเช้าด้วย แค่นี้ก็พอแล้วครับ ไม่ต้องหรูมากมาย



เก็บของเสร็จก็ออกไปซื้อน้ำ ซื้อขนมมาเก็บไว้ที่โรงแรม แล้วออกไปเดินเล่นกันต่อครับ



แอบไปดูสวนแถว ๆ โรงแรม เผื่อว่าจะมีดอกไม้ให้ดูบ้าง เห็นแต่ดิน...



เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ครับ













ใครอยากเช่า Taxi ทางน้ำก็ตามสบายนะครับ แต่ลงพวก canal tour ก็พอแล้วครับ



อนุสาวรีย์คุณ Rambrands



สมเป็นเืมืองคนบาปจริง ๆ ที่สูบกัญชามีขายเยอะมากครับ อันนี้เป็น Homer Simpson



ที่ Amsterdam นอกจากระต้องระวังจักรยานแล้ว ก็ยังต้องระวังรถแบบนี้ด้วยครับ เห็นวิ่งในเลนจักรยานด้วย คันเล็กนิดเดียวเอง น่าเอามาขับในกรุงเทพฯมาก ๆ



เมืองก็สวยดีครับ แต่ถ้าเทียบกับเวนิส เราสองคนชอบเวนิสมากกว่าเยอะ





เดินไปเดินมาเริ่มมืดครับ เลยตัดสินใจว่ากินข้าวแล้วกลับโรงแรมเลยดีกว่า เลือกร้านนี้ครับ คนทำอาหารเป็นคนไทย ทำบะหมี่ผัดกับข้าวผัดออกมาอร่อยดี รสชาติเยี่ยมเลย



แล้วมาต่อสำหรับวันหลัง ๆ ครับ




 

Create Date : 02 เมษายน 2553   
Last Update : 3 เมษายน 2553 11:51:15 น.   
Counter : 1133 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

Bolster
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Bolster's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com