Bloggang.com : weblog for you and your gang

Stila is Style

Group Blog

 
All blogs

 

วิฬารคลุกฝุ่น

หลังจากสุกี้ตายแล้ว อิฉันก็ไม่อยากมีภาระทางใจกับสัตว์เลี้ยงอีก แต่เพื่อนสนิทคนหนึ่งกลับโทรมาบอกว่าจะเอาแมวที่หลงเข้ามาบ้านเธอมาให้เลี้ยง


เธอขับรถมาส่งให้ถึงบ้าน โอ้!เห็นแล้วแมวหลง...



อิฉัน: แน่ใจนะว่าหลงมา เดี๋ยวเผื่อเจ้าของเขามาตามคืน!!!

(....เมี๊ยวววววววววว....เมี๊ยวววววววว....เมี๊ยวว...เมี๊ยว..เมี๊ยววววว...)


เพื่อนสนิท: เออ! มันมาสี่ซ้าห้าวันแล้วไม่เห็นมีวี่แววมาตามหาเลย เลี้ยงไว้เองไม่ได้ว่ะ ที่บ้านมีอยู่ตัวเดี๋ยวกัดกันตาย เอาไปละกัน
(....เมี๊ยวววววววววว....เมี๊ยวววววววว....เมี๊ยวว...เมี๊ยว..เมี๊ยววววว...)


อิฉัน: ถ้าเกิดมันตายอีกอะ?!!!

(....เมี๊ยวววววววววว....เมี๊ยวววววววว....เมี๊ยวว...เมี๊ยว..เมี๊ยววววว...)


เพื่อนสนิท: ท่าทางมันไม่ได้ป่วยนะ คงไม่ตายเร็วเหมือนกี้หรอก เลี้ยงมันไว้เหอะนะ
(....เมี๊ยวววววววววว....เมี๊ยวววววววว....เมี๊ยวว...เมี๊ยว..เมี๊ยววววว...)


อิฉัน: เอ้า!ก็ได้ แล้วจะส่งข่าวให้บ่อยๆนะ กลัวแล้วเนี่ย กลัวเลี้ยงแล้วตายอีก
ร้องจริงวุ้ย!
(....เมี๊ยวววววววววว....เมี๊ยวววววววว....เมี๊ยวว...เมี๊ยว..เมี๊ยววววว...)


เพื่อนเธอเปิดตะกร้าออกอิฉันก็อุ้มเข้าบ้าน จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เกือบ 2 ปีมาแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเฮียก็อยู่ดีมีสุข อิฉันเสียอีกเหนื่อยและหน่ายใจกับนิสัยดื้อเป็นเด็กไม่ดีของเฮีย อึไม่เป็นที่สอนก็ไม่จำอยู่เป็นหลายเดือน ขี้โวยวายก็ที่หนึ่ง เมี๊ยวเก่งจริงๆ ตะกละอีกด้วยจนคนทั้งซอยที่บ้านเก่าไม่มีใครไม่รู้จักเฮีย ชอบกระโดดงับขางับเท้าเขาไปทั่ว น้องสาวอิฉันว่าเฮียเป็นแมวคุณชายก็แต่ชาติตระกูล ตัวไม่รักดีอยากเป็นแมวนักเลง...ว่าไปนั่น


ไม่เคยอยากเลี้ยงแมวสีขาวเพราะดูท่าจะสกปรกง่าย แล้วก็จริงๆเฮียแกชอบมุดรถมอเตอร์ไซค์ ได้ดวงๆด่างๆจากน้ำมันเครื่องบนหลังไม่มีขาด อาบน้ำให้ก็ไม่ชอบโวยวายหนักเข้าไปอีก มีอยู่ครั้งหนึ่งกลับมาหน้าเป็นลิงเลย ไม่รู้ไปตกถังเผากระดาษไหว้เจ้าบ้านไหนมา


หลังจากย้ายบ้านมาเมื่อสี่เดือนก่อนดูสะอาดสะอ้านขึ้นมาก น้องสาวอิฉันแซวเล่นว่าเพิ่งรู้ว่าเฮียแกทาอายแชโดว์สีชมพูด้วย คือตะก่อนน่ะหน้ามันคลุกฝุ่นตลอดไม่เคยได้เห็นขาอ่อนเอ้ย!ขนอ่อนๆเนื้อสีชมพูที่อยู่เหนือตา อาจเป็นเพราะที่บ้านใหม่นี้ไม่มีเพื่อนเหมียวหรือเหมียวยั่วสวาทนอกบ้านชวนเที่ยว ออกนอกบ้านแป๊บเดียวก็กลับ เริ่มเป็นเด็กดีเลยเป็นเด็กสะอาดไปด้วยโดยปริยาย น่าจะสร้างหนังแข่งหนุมานคลุกฝุ่นที่ศรรามเล่น เรื่องนี้เป็นวิฬารคลุกฝุ่นนำแสดงโดยเฮียหู่กี


แต่ถึงอย่างไรเฮียแกก็อยู่เป็นเพื่อนเป็นเหมือนลูกชาย มีชื่อตั้งให้เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่า หู่กี (แปลว่า ฟองเต้าหู้) เพราะตอนเล็กกว่านี้สีตัวออกเหลืองหน่อยๆ หวังว่าคงจะอยู่เป็นเพื่อนกันไปอีกหลายปีนะเพราะเฮียอาจเป็นแมวตัวสุดท้ายที่อิฉันเลี้ยง


เพิ่งมีเวลาว่างมานั่งเขียนและปรับปรุงบล็อคของตัวเอง ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านค่ะ
























 

Create Date : 26 สิงหาคม 2551
Last Update : 27 สิงหาคม 2551 2:53:23 น.  

ลาก่อนสุกี้ลูกแม่


เมื่อวานนี้เป็นวันที่เศร้าที่สุดวันหนึ่งของอิฉันหลังกังวลมาตลอดครึ่งเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าสุกี้ที่อิฉันรับเลี้ยงจะรอดหรือไม่หลังจากเกิดอาการติดสัดและหลบหนีออกจากบ้านไปหานังแมวยั่วสวาททั้งหลายในซอยถัดไปและถูกกัดกลับมาเป็นหนองที่แก้มบวมข้างซ้าย

แม้ว่าหลังจากสุกี้มาอยู่กับอิฉันได้ประมาณ 3 เดือนค่าไตจากที่ตรวจครั้งแรกที่ได้มันมาใหม่ๆอยู่ที่ 5.4 จนเหลือ 4.1 สุกี้ลูกแม่ดูปกติ ร่าเริงและกินอาหารไตแบบไม่ขัดขืนอีกต่อไป แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สุกี้รอดตายจากการทรุดลงเมื่อถูกกัดและอดข้าวอดน้ำตามธรรมชาติของสัตว์ที่ติดสัดได้เลย สุกี้อาการดีได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์หลังอิฉันได้มันกลับมาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมแต่ก็ทรุดลงโดยมันไม่ยอมกินอาหาร มีดื่มน้ำบ้างแต่ไม่มากเท่าที่ควรดื่ม เป็นแบบนี้อยู่จนเมื่อวานนี้ก่อนเจ้ากี้จะสิ้นใจตอนประมาณเลยตี 3 กว่าๆ (น้องชายอิฉันเล่าให้ฟังภายหลังว่าตื่นมาเจอสุกี้ชักประมาณ 20 วินาทีจากนั้นก็หายใจรวยริน น้องชายอิฉันก็ไปลูบหัวมันบอกว่ารอแม่พาไปหาหมอตอนเช้านะ แต่ดูเหมือนสุกี้คงได้เวลาไปก่อนรุ่งสาง) เจ้ากี้อยู่ได้ด้วยน้ำเกลือตลอดเกือบครึ่งเดือนและทนทรมานด้วยแต่แววตาของกี้ลูกแม่ดูยังมีประกายอยู่เลยเพียงแต่ไร้เรี่ยวแรงจากการสูญเสียโปรตีนในกล้ามเนื้อไปเพราะค่าไตที่เพิ่มขึ้นเป็น 16.7

กี้เอ๊ย....แม่ขอโทษนะลูกที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆตอนหนูกำลังจะลาสังขารที่หมดสภาพ แต่แม่ก็พาหนูไปให้สัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์เพื่อหนูจะได้เป็นวิทยาทานแก่สัตวแพทย์รุ่นหลังและซากหนูจะได้ถูกกำจัดอย่างที่ควรทำ อีกทั้งยังกุศลให้หนูไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน

แม่เองวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้จะเอาอาหารไตของหนูรวมถึงยารักษาตัวหนูทั้งหมดไปบริจาคให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนอื่นๆที่สัตว์เลี้ยงของเขาประสบพบเจอโรคร้ายแบบหนูและขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา เพราะโรคไตเป็นโรคเรื้อรังและเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล ทานครั้งนี้ก็ขอส่งผลเสมือนพาหนะให้หนูด้วยนะลูก





















 

Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 25 สิงหาคม 2551 18:58:20 น.  

เจ้าสุกี้ แมวเชื้อสายวิเชียรมาส


เรื่องเล่าของแมวจรจัดเชื้อสายวิเชียรมาสหน่อยๆที่บังเอิญมาพบจุดเปลี่ยนของชีวิตของมันในวันเสาร์แรกของเดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2549

วันนั้นน้องชายจอมซกมกของอิฉันกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ Phantom คู่ชีพ (ที่ท่านพ่อโละให้หลังจากไปหมายตามอเตอร์ไซค์มือสองรูปร่างไม่แตกต่างจากเจ้า Phantom นี่มากนัก อิฉันยังนึกในใจ "มันเหมือนกันหยั่งกะแกะยั้ง!จะซื้อมาให้เบียดเบียนกระเป๋าตังค์ตัวเอง?!....จะมีไปทำไมสองคันสามคัน ขี่ได้ทีพร้อมกันสองคันรึก็เปล่า!") กลับบ้านหลังเลิกงานที่กว่าจะบรรจุมันเป็นพนักงานประจำก็ใช้แรงมันฟรีหลายสัปดาห์อยู่ มันเกิดนึกอยากกินสุกี้ขึ้นมา ว่าแล้วก็เลยกดโทรศัพท์มาหาอิฉันที่บ้านด้วยหวังว่าคงได้ฟาดสุกี้ไหหลำมื้อใหญ่บวกเนื้อแพะตุ๋นที่มันโปรดปรานแบบมีเจ้ามือคือพี่สาวมันเองซึ่งอนุญาตให้มันยัดทะนานได้ไม่อั้นเนื่องจากครั้นจะไปกินเองก็คงไม่มีปัญญาจ่ายเพราะยังไม่มีเงินเดือน

ส่วนอิฉันเองก็ได้เวลาดีที่หนึ่งทุ่ม กระเพาะงี้รัวไม่ต่างกับกลองแต๊กของวงโยทวาธิตเลยตกปากรับคำไปว่าไปกินกันเลยแบบไม่มีลังเลให้มันได้ลุ้น ว่าแล้วสองศรีพี่น้องก็ยืมรถส่วนตัวของน้องสาวอีกคนของอิฉันหรือก็คือพี่สาวอีกคนของน้องชายจอมซกมกบึ่งไปร้านสุกี้ที่ไม่ไกลบ้านมากนักห่างกันแค่ 5 นาทีขับรถ หลังจากได้ที่นั่งและสั่งอาหารกันมากินอย่างเมามัน สั่งแบบไม่เกรงใจสายตาแวดล้อมที่มองมาด้วยความฉงนสงสัยว่ามากันสองคนแต่กินเหมือนมาห้าอิฉันกะน้องก็ไม่สน เรื่องกินถือว่าเป็นความสุขทางโลกอันดับต้นๆของอิฉันและครอบครัว การได้กินข้าวนอกบ้านถือเป็นโอกาสที่ต้องตักตวงเพราะไม่รู้ว่าด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้นั้น ข้าวของก็แพงขึ้นทู๊กกกกวัน....จะมีปัญญาออกไปกินนอกบ้านได้บ่อยเหมือนเดิมอีกหรือไม่?!

และแน่นอนเราทั้งสองยังกินรวดเร็วปานชาคริตหนุ่มที่เพิ่งหมั้นกับจั๊กกะจั่นสาวและไม่รีรอที่จะเรียกน้องพนักงานมาเอาเงินไปเก็บ....ก็อิ่มแล้วนี่จะนั่งรอสวรรค์วิมานชั้นดาวดึงส์หรือไง สวรรค์มันมาอยู่ในกระเพาะอาหารเรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นเองตอนที่หันควับไปเรียกน้องพนักงานก็พลันแลเห็นแมวละม้ายคล้ายวิเชียรมาสเดินผ่าน หน้ามันน่ารักมาก อ้วนกลมแบบที่อิฉันชอบ นึกในใจว่าหากเรียกแล้วมันมาหาเราแบบไม่หยิ่งก็คงดี เพราะแมวมีสกุลรุนชาติมักมีท่าทีเมินเชิดเลิศกว่าแมวธรรมดาสามัญตามบ้าน แต่แปลกแฮะเจ้านี่รีบเดินมาเหมือนรู้จักอิฉันมานาน เข้ามาก็ร้องเมี๊ยวๆแถมเข้ามาซุกแบบสนิทใจ ไอ้น้องชายจอมซกมกมันก็ว่า "ถ้ามันหยิ่งมันจะได้กินฟรีเรอะ!" เออ!จริงของมัน....นึกในใจมันพูดถึงแมวหรือตัวมันด้วยเนี่ย

อิฉันก็นั่งเล่นลูบตัวมันไปเรื่อย ขนมันก็หลุดจัง! มันก็ยังนั่งจุ้มปุ๊กตรงปลายเท้าอิฉันระหว่างรอพนักงานเอาเงินเถ้าแก่เค้าไปเก็บ คืนนั้นลูกค้าก็ค่อนข้างแน่นก็เลยต้องรอนานหน่อย เจ้าเหมียวนี่ก็ไม่ยอมลุก อิฉันก็เล่นกะมันไปเรื่อยจนน้องพนักงานเค้าก็มาคิดเงิน (โดนไป 530 บาท นึกว่ามันจะถูกกว่านี้นะเนี่ย หนักๆก็ไอ้หอยลายอบหม้อดินกะสุกี้ไหหลำชุดใหญ่สำหรับกิน 4-5 คนแต่นี่โจ้กันอยู่สองคนพี่น้อง) ก็เลยสบโอกาสถามน้องพนักงานไปว่าเจ้าเหมียวนี่มีเจ้าของรึเปล่า น้องเค้าก็ว่ามันมาทุกวันแหละพี่....ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็สงสัยอยู่ถ้ามีเจ้าของทำไมเวลาลูบมันแล้วรู้สึกถึงกระดูกสันหลังที่โปนออกมาแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรมาก จากนั้นอิฉันกะน้องชายก็ลุกเพื่อข้ามถนนไปขึ้นรถกลับบ้าน แต่ก็ไม่สามารถตัดใจทิ้งเจ้าเหมียวไว้ที่โต๊ะ อิฉันก็หันกลับไปมองมัน....มันหรือก็เหมือนรู้...มองตามมาที่อิฉัน....อิฉันก็หันไปบอกน้องชายว่า "เฮ้ย! หากเค้าเรียกมันแล้วมันลุกตามเค้ามา เค้าจะเอามันไปเลี้ยงล่ะนะ" ปรากฏว่าพออิฉันร้องเมี๊ยวๆแล้วกวักมือเรียก เจ้าเหมียวก็ลุกวิ่งมาทันทีค่ะ ได้ใจอิฉันไปเลย จากนั้นก็อุ้มมันข้ามถนนพากลับบ้าน.....


ถึงบ้านแล้วเจ้าเหมียวก็ทำตัวเรียบร้อยมาก ไม่ร้องไม่โยเยเลย จากนั้นอิฉันก็มานั่งคิดว่าจะตั้งชื่อว่ากระไรดี...ตอนแรกกะเรียกเจ้าขามเปียกเพราะสีเมื้อนเหมือนมะขามเปียก แต่ก็เปลี่ยนใจเรียกสุกี้แทนเพื่อเป็นที่ระลึกถึงที่ที่เจอเจ้าตัวดีนี่ครั้งแรก แต่แล้ว! อิฉันก็สังเกตได้ว่าไอ้ที่หน้ามันอ้วนกลมแบบแมวฝาหรั่งนั้นบ่ไจ้ดอก!!!!!! ที่จริงแล้วแก้มมันบวมข้างนึงและบวมจนห้อยในอีกข้างหนึ่ง อ๋อยยยย! ลมจะจับ....ไอ้น้องชายมันก็ว่ามือเปื่อยหนอนจริงๆจะเลี้ยงแมวทั้งที่ดันไปคว้าเอาแมวป่วย ท่อถังกะละมังรั่ว! มันมืดนี่หว่าเลยไม่ทันเห็นว่าหน้าเจ้าสุกี้มันใหญ่ผิดปกติ ไม่ใช่เพราะมันอ้วน รุ่งขึ้นอิฉันก็พามันไปตรวจร่างกายก่อนการรับเลี้ยงเป็นทางการ กะพาไปฉีดวัคซีนประจำปีแบบที่อดีตบริวารเคยได้เป็นประจำทุกปีแบบเต็มอัตรา มีกันกี่โรคอิฉันให้ฉีดหมด และเพื่อดูอาการแก้มบวมด้วย คุณหมอดูจากสภาพแล้วก็วินิจฉัยให้ฉีดยาแก้อักเสบ แต่พอคุณหมอกะลังจิ้มเข็ม อิฉันก็ขอให้ตรวจเลือดไปด้วยเลย (เผื่อเจ้าเหมียวมันเกิดตายขึ้นมาจากยาแก้อักเสบนั่นจะได้รู้ดำรู้แดงกันไปว่าหมอวินิจฉัยโรคผิดหรือเปล่า เพราะอิฉันเคยมีประสบการณ์แมวถูกฉีดยาแล้วตายในสองชั่วโมงถัดมา)

พอเช้ารุ่งขึ้นวันจันทร์อิฉันก็แต่งตัวจะออกไปทำงาน ได้ยินเสียงหมาเห่ากันใหญ่ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไร แต่พอลงมาข้างล่างเท่านั้นแหละถึงได้รู้ว่าเจ้าสุกี้มันออกไปสำรวจที่ทางและก็หา sideline จับหนูได้หนึ่งตัว (เก่งจริงๆเล้ยลูกแม่) แล้วเจอหมา 4 ตัวคือไอ้เป๋กะลูกที่เกิดจากการสำส่อนของมันบวกเพื่อนไอ้เป๋อีก 2 ตัวไล่ฟัดรับน้องใหม่ คนข้างบ้านเลยเปิดประตูบ้านที่ไม่มีคนอยู่แต่ประตูล็อคให้เจ้าสุกี้เข้าไปหลบเพราะเค้าไม่รู้ว่ามันเพิ่งมาอยู่ในความดูแลของอิฉัน เค้าเล่าอีกว่าเจ้าสุกี้มันตกใจมากจนฉี่แตกและวิ่งหางจุกตูดขึ้นไปข้างบน (เจ้าสุกี้หางมันสั้นขดเหมือน Japanese Bobtail สงสัยคนข้างบ้านแกเลยคิดว่าหางมันจุกตูดจริงๆ...ธ่อ! ไม่เก่งจริงนี่ลูกแม่) อิฉันไปเรียกมันก็ไม่ยอมออกมาตั้ง 2 วันเต็มๆ แถมผู้หวังดีแถวนั้นยังบอกว่าเห็นมันเดินออกไปแล้ว! ได้ยินเช่นนั้นอิฉันก็กระฟัดกระเฟียดที่บ้านขึ้นมาทันทีว่าทำไมปล่อยเจ้าสุกี้มันออกไปแล้วไม่ตามไปดู! ทีนี้จะไปตามหาที่ไหนล่ะ?! โทษตัวเองที่ไม่น่าเอามันกลับมาด้วยเล้ย แล้วมันจะไปตกระกำลำบากที่ไหนเนี่ย....ที่ทางก็ไม่คุ้น อิฉันเดินตามหามันอยู่เกือบชั่วโมงก็ไม่เจอ ไปดูทุกที่แล้วที่คิดว่ามันคงเดินผ่านก็ไม่มี จากนั้นก็ไปหยุดอยู่หน้าศาลเจ้าแถวบ้าน เลยบนบานศาลกล่าวขอให้เจอเจ้าสุกี้ด้วยแล้วลูกช้างจะเอาผลไม้มาถวาย หลังจากนั้นอิฉันก็กลับบ้าน...จำได้ว่าเวลาประมาณ 4 ทุ่มอิฉันนึกกังวลและไม่แน่ใจอีกก็เลยกลับไปดูที่บ้านหลังที่ว่าเจ้าสุกี้เข้าไปหลบพร้อมกระบอกไฟฉาย ปรากฏว่าเจ้าสุกี้กะลังมุดตัวออกมาทางช่องลูกกรงประตู โอ้ย! อิฉันแทบน้ำตาไหลเลยค่ะ สงสารมันเพราะก้นเปียกไปหมดและท่าทางที่มันมุดๆออกมาแบบกลัวสุดๆ อิฉันรีบอุ้มมันไปล้างก้นและเช็ดให้แห้งพร้อมกับลูบหัวมันตลอดให้คลายตกใจ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคะ ปกติอิฉันไม่ค่อยใส่ใจเรื่องผีสางเทวดาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์สักเท่าไหร่เพราะเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเป็นไปด้วยเหตุและปัจจัย แต่เรื่องนี้ขอยกเว้นไว้และอิฉันก็นำผลไม้ไปสักการะตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ จะด้วยท่านเทวาที่ศาลดลบันดาลหรือไม่แต่เจ้าสุกี้มันกลับมาอิฉันก็ถือสัตย์เช่นกัน


วันรุ่งขึ้นอิฉันก็ไปฟังผลเลือด คุณหมอเดินออกมาหน้าตาไม่ดีเลย แล้วก็บอกว่าผลเลือดไม่ดีนะครับ มีอาการติดเชื้อแล้วที่สำคัญมันเป็นโรคไต!......โรคไต!......มะ..มะ...แมวเป็นโรคไต! เพิ่งเคยได้ยินได้ฟังก็วันนั้นแหละค่ะที่ว่าแมวก็เป็นโรคไตกะเค้าด้วย ผลไตเจ้าสุกี้อยู่ที่ 5.4 คุณหมอว่าไม่ค่อยหนักเท่าไหร่แต่แกก็บรรยายสรรพคุณสารพัดอาการของโรคไตที่เกิดในแมวว่ามีอะไรบ้างจากเบาไปถึงหนักที่สั่นสะเทือนใจที่สุดคือคุณหมอบอกว่าในบางรายจะมีอาการลิ้นเปื่อยจนหลุด!!!!! นอกจากนี้ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ ต้องให้น้ำเกลือทุกวันไปตลอดชีวิตและงดอาหารที่มีโปรตีนหรือเนื้อสัตว์ตลอดชีวิตเช่นกัน แต่แมวนะ! มันเป็นสัตว์กินเนื้อ แล้วชีวิตมันจะเป็นยังไงต่อไป แล้วอิฉันจะบังคับให้มันกินแต่แป้งและน้ำตาลได้ยังไง..... อีกอย่างอิฉันก็ไม่ได้ร่ำรวยเล้ย...ไม่มีปัญญาพามันไปให้น้ำเกลือล้างไตทุกวันได้ เต็มที่ก็พาไปได้อาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น ค่ายาบวกค่าน้ำเกลือล้างไตก็ครั้งละ 400-450 บาท เดือนนึงก็เทียบเท่ากับเงินเดือนคนคนหนึ่งทั้งเดือน.....อิฉันก็มองมันแล้วลูบหลังมันไปด้วยมันก็มองขึ้นมาทำตาแป๋วเหมือนจะถามว่ามีอะไรเหรอแม่....อิฉันน้ำตาไหลพรากๆเลยค่ะ ไม่อายหมงอายหมอแล้วสงสารเจ้าสุกี้มันมาก แล้วเจ้าสุกี้ก็ได้น้ำเกลือและยาเป็นหนแรก คุณหมอบอกหลังจากมันได้น้ำเกลือหมดถุงแล้วว่ามันจะสบายตัวขึ้นในวันรุ่งขึ้นเพราะเป็นการให้ใต้ผิวหนังซึ่งมันจะได้ใช้ช้ากว่าเข้าเส้นเลือด จริงๆคุณหมอแนะนำให้เสียบท่อเข้าเส้นเลือดเพราะจะได้นำไปใช้เต็มที่แต่ติดอยู่ที่อิฉันไม่มีสตางค์พามันไปได้ทุกวันเลยไม่สามารถทำได้

นอกจากนี้ยังต้องกินอาหารสำหรับแมวโรคไต คุณหมอก็แนะนำอาหารแบบ prescription ของ Hill's เรียกว่า k/ d เป็นอาหารกระป๋อง ราคากระป๋องละ 68 บาท ตอนแรกคุณหมอบอกว่าขนาดเท่ากระป๋องนมข้นหวานแต่พอเอามาจริง ......กระป๋องมันเท่ากระป๋องนมสเตอร์ลิไรซ์นี่หว่า.....อ่อยยยย! มันกินมื้อสองมื้อก็หมดแล้ว ซวยล่ะทีนี้...แม่มันต้องไปนอนข้างถนนแทนซะแล้วมั๊ยล่ะเนี่ย อิฉันก็เข้ามาขอความช่วยเหลือขอคำแนะนำว่าจะหาอาหาร k/ d ที่ถูกที่สุดได้จากที่ไหนบ้างในพันทิปนี่แหละเลยได้คำแนะนำให้ไปหาซื้อที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ได้อีกยี่ห้อมาเป็นของ Royal Canin Waltham เป็นแบบเม็ดเรียกว่า Renal โอ้ว!พระเจ้าจอร์จทอดกล้วยหอม ลมจะจับอีกรอบค่ะ...สองกิโลราคา 660 บาท นึกในใจแพงโปเตโต้ชิบหายไปหนึ่งถุง หนักกว่านั้นมันไม่ยอมกินค่ะ! แม่มันทรัพย์จางแล้วยังมาทำเล่นตัวอีก แต่อิฉันก็ใจแข็งปล่อยให้อดอย่างอื่น บังคับให้กินแต่อาหารสำหรับโรคไตอย่างเดียว ตอนแรกก็วางให้ทีละเม็ดสองเม็ดแล้วต้องอยู่ใกล้ๆด้วย เจ้าสุกี้มันก็กินนะคะแต่ไม่มากเท่าที่แมวป่วยควรจะกิน แต่ช่วงวันสองวันมานี้ก็เริ่มกินมากขึ้นค่ะหลังจากที่มันรู้ว่าคงไม่ได้กินอย่างอื่นอีกแล้ว (ใจร้ายจริงๆเลยเรา)

อิฉันยังคงห่วงเรื่องแก้มที่บวมของเจ้าสุกี้แต่มันดูเหมือนไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกะแก้มคู่มหาประลัยของมันเลยอิฉันกับคุณหมอลองบีบดูมันก็เช้ย อิฉันถามความเห็นคุณหมอว่าควรเอ็กซเรย์มั๊ย? คุณหมอบอกว่าไม่แนะนำเพราะจะเห็นแค่เป็นก้อนขาวๆและไม่สามารถวินิจฉัยว่าจะเป็นเนื้องอก หนองหรืออาการบวมจากการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองหรือต่อมน้ำลาย ทางที่จะรู้ได้นั้นคือต้องเจาะดูซึ่งคุณหมอก็ไม่แนะนำอีกเพราะทางการแพทย์บางอย่างก็ไม่ควรไปลุกล้ำเพราะอาจทำให้เกิดการลุกลามมากกว่าเก่า เป็นอันว่าอิฉันก็ได้แมวป่วยแก้มห้อยข้างบวมข้างมาอยู่ในความดูแลซึ่งต้องคอยสังเกตสีฉี่ว่าใสเกินไปหรือไม่ สังเกตสีว่าเข้มไปหรือเปล่า แมวเป็นโรคไตนี่ฉี่ครั้งละมากๆและกินน้ำบ่อยแต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมัน

ก็บอกกับตัวเองว่าหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวคงมีกรรมเป็นเครื่องตกแต่งถึงได้มาเจอและต้องเกื้อกูลกัน อิฉันก็กังวลใจ รบกวนกาย เสียเวลาและลำบากกระเป๋าพามันไปหาหมอให้บ่อยเท่าที่จะทำได้แต่ที่ได้กลับมาคือความรักที่เจ้าสุกี้มีให้อิฉันและความสุขของการได้ให้โอกาสกับอีกชีวิตที่มีสิทธิ์มีชีวิตที่ทรมานจากโรคน้อยลงและได้รับความรัก ไม่ต้องระหกระเห็จระเหิรนอนหนาวข้างถนน เผลอๆโดนหมาไล่ฟัดแบบไม่รู้ตัว

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ

คุณเจี๊ยบเหมียว, คุณเฉาก๋วยอินเตอร์, คุณทิวลิบ, คุณ atta29, คุณ ning_kaa, คุณ ..., คุณ Amber n the Gang, คุณ muengmuengและคุณแม่ไมโล สำหรับการตอบกระทู้และให้ข้อมูลนะคะ

คุณป้าจูจู้, คุณรักแมวเองค่ะและคุณการีก้าสำหรับกำลังใจด้วยเช่นกันค่ะ





















 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2549
Last Update : 26 สิงหาคม 2551 2:05:24 น.  

Stila is Style

Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

Love isn't all those feelings, it's behaviour by choice.
 
Friends' blogs
[Add Stila is Style's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.