|
|
|
ลาก่อนสุกี้ลูกแม่
 เมื่อวานนี้เป็นวันที่เศร้าที่สุดวันหนึ่งของอิฉันหลังกังวลมาตลอดครึ่งเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าสุกี้ที่อิฉันรับเลี้ยงจะรอดหรือไม่หลังจากเกิดอาการติดสัดและหลบหนีออกจากบ้านไปหานังแมวยั่วสวาททั้งหลายในซอยถัดไปและถูกกัดกลับมาเป็นหนองที่แก้มบวมข้างซ้าย
แม้ว่าหลังจากสุกี้มาอยู่กับอิฉันได้ประมาณ 3 เดือนค่าไตจากที่ตรวจครั้งแรกที่ได้มันมาใหม่ๆอยู่ที่ 5.4 จนเหลือ 4.1 สุกี้ลูกแม่ดูปกติ ร่าเริงและกินอาหารไตแบบไม่ขัดขืนอีกต่อไป แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สุกี้รอดตายจากการทรุดลงเมื่อถูกกัดและอดข้าวอดน้ำตามธรรมชาติของสัตว์ที่ติดสัดได้เลย สุกี้อาการดีได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์หลังอิฉันได้มันกลับมาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมแต่ก็ทรุดลงโดยมันไม่ยอมกินอาหาร มีดื่มน้ำบ้างแต่ไม่มากเท่าที่ควรดื่ม เป็นแบบนี้อยู่จนเมื่อวานนี้ก่อนเจ้ากี้จะสิ้นใจตอนประมาณเลยตี 3 กว่าๆ (น้องชายอิฉันเล่าให้ฟังภายหลังว่าตื่นมาเจอสุกี้ชักประมาณ 20 วินาทีจากนั้นก็หายใจรวยริน น้องชายอิฉันก็ไปลูบหัวมันบอกว่ารอแม่พาไปหาหมอตอนเช้านะ แต่ดูเหมือนสุกี้คงได้เวลาไปก่อนรุ่งสาง) เจ้ากี้อยู่ได้ด้วยน้ำเกลือตลอดเกือบครึ่งเดือนและทนทรมานด้วยแต่แววตาของกี้ลูกแม่ดูยังมีประกายอยู่เลยเพียงแต่ไร้เรี่ยวแรงจากการสูญเสียโปรตีนในกล้ามเนื้อไปเพราะค่าไตที่เพิ่มขึ้นเป็น 16.7
กี้เอ๊ย....แม่ขอโทษนะลูกที่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆตอนหนูกำลังจะลาสังขารที่หมดสภาพ แต่แม่ก็พาหนูไปให้สัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์เพื่อหนูจะได้เป็นวิทยาทานแก่สัตวแพทย์รุ่นหลังและซากหนูจะได้ถูกกำจัดอย่างที่ควรทำ อีกทั้งยังกุศลให้หนูไปเกิดในภพภูมิที่ดีกว่าสัตว์เดรัจฉาน
แม่เองวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้จะเอาอาหารไตของหนูรวมถึงยารักษาตัวหนูทั้งหมดไปบริจาคให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงคนอื่นๆที่สัตว์เลี้ยงของเขาประสบพบเจอโรคร้ายแบบหนูและขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา เพราะโรคไตเป็นโรคเรื้อรังและเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล ทานครั้งนี้ก็ขอส่งผลเสมือนพาหนะให้หนูด้วยนะลูก 
|
|
| |
|
|