เป็นบล็อกอิสระสำหรับทุกๆคนที่รักเครื่องสำอางค์มาเสนอความคิดเห็น เกี่ยวกับเครื่องสำอางค์ที่ใช้อยู่ มารีวิวกันเยอะๆนะคะ
 

SK II redeem point ^^

หลังจากไม่ได้อัพมาสักระยะด้วยภาระหน้าที่การงานล้านแปด วันนี้อารมณ์ดีเลยเอาซะหน่อย

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ครบรอบสองปีของการใช้ SK II พอดี ก็เลยต้องถือโอกสาเอาพอยท์ที่สะสมมาทั้งปีไปแลกของซะหน่อย แต่ด้วยปีนี้มีของตุนมาเยอะ แต้มเลยไม่พุ่งพล่านเท่าที่ควร เลยได้มาส์กมา 1 เซ็ท

แท๊น แทน ......



เซ็ทนี้ก็ประกอบไปด้วย Facial tratment Mask 2 แผ่น
Whitening Source Derm-Revival Mask 1 แผ่น
และ whitening Source Melting Essence Film อีก 1 แผ่น

ไม่รู้ว่าไม่ไปเซนลาดนานรึป่าว แต่บีเอดีขึ้นเวอร์ๆๆ จากที่เคยมองเราหัวจรดเท้าสองรอบ รอบนี้ยิ้มแย้ม น่ารัก

หลังจากแจ้งบีเอแล้ว ก็ต้องรอของประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากที่ทางเคาเตอร์ส่งเรื่องไป

และพอไปรับของช่วงเดือนมิถุนา บีเอก็แจ้งว่ามีบริการนวดหน้าฟรีสำหรับสมาชิก ลาภลอยอย่างนี้ ให้มาก็รับไว้ค่ะ เป็นนวดเต็มคอร์ส หนึ่งขั่วโมงครึ่ง นวดหน้าก็มีให้บริการฟรีเป็นช่วงเช่นกัน รอบนี้มี 7 - 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เราก็เลยเลือกวันที่ 12 ไป

เช้าวันที่จะไปนวดค่ะ (ลืมถ่ายตอนไม่แต่งหน้าอ่ะ)


วันนี้ลงหน้า ตา คิ้วเต็มที่

พอถึงเวลานัดก็รีบบึ่งไปเซนลาดตามนัดเลยค่ะ บีเอก็น่ารัก ไปถึงปั๊บก็พาเราเข้าห้องนวดเลย ก่อนนวดก็มีชวนคุยเล็กน้อย มาดูขั้นตอนกันดีกว่าเนอะ

เริ่มจากการล้างหน้าเลยค่ะ บีเอก็ลง Facial Treatment Cleansing Oil เพื่อล้างเครื่องสำอางค์


ตัวนี้ค่ะ

บีเอลงละก็นวดๆๆ ตามด้วยหยดน้ำลงบนหน้าเพื่อให้ออยกลายเป็นน้ำนม ละก็เช็ดๆ ด้วยสำลี พรมน้ำที่หน้านิดหน่อยก่อนที่จะเอา Facial Treatment Cleanser ไปทำให้เป็นฟอง แล้วมาล้างหน้าให้เราค่ะ


ตัวนี้ที่ล้างให้

แล้วเช็ดด้วย Facial Treatment Clear Lotion


ตัวนี้ค่ะ

จากนั้นก็เริ่มเปิดรูขุมขนเราด้วยไอร้อน .... สบายมากกกเลย

เมื่อหน้าพร้อมละก็จัดการลง Facial Treatment massage Cream


Credit : http://www.sk-ii.com

ก็นวดๆๆ กว่าครึ่งชั่วโมง เพลินมากกกกก

จากนั้นก็ทิ้งไว้สักพักละก็เช็ดออกค่ะ

ตามด้วยมาส์ก Facial tratment Mask ทิ้งไว้อีกครึ่งชั่วโมง

แอบรู้สึกดีเวลามีคนมาส์กให้ เพราะทำเองละก็ต้องมาจัดให้เข้ารูปหน้าเอง ซึ่งบางทีก็ได้ไม่ครบทุกส่วน

...ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...

บีเอจัดการเอามาส์กออกละก็นวดหน้าเราอีกเล็กน้อย ก่อนจะเปิดเครื่องเป่าไอเบ็น เพื่อปิดรูขุมขนของเรา

เสร็จพิธีก็ลงเอสเซนอีกเล็กน้อย


ตัวนี้

แถมท้ายด้วย Cellumination Essence ค่ะ



แต่บีเอกลัวหน้าจะดูไม่เนียน เลยทาแป้งให้ด้วย



Credit : http://www.sk-ii.com


เป็นอันเรียบร้อย ก่อนออกมาบีเอบอกว่าอย่าตกใจนะคะ เพราะว่าหน้าขาวมากกก


รูปนี้ถ่ายในห้องนวดค่ะ
ขาวจริงๆด้วย


และแล้วก็จบลงด้วยการไปกรอกแบบประเมินค่า ให้เต็มทุกช่องเลย

ก่อนกลับบีเอแจก Facial treatment repair c หลอดน้อยมาด้วย อิอิอิ


เล็กมากๆๆ

ก่อนจะนวดเสร็จบีเอบอกว่าหน้าดูเด็กมาก บำรุงหน้าโอเคแล้ว แต่ว่าตาเริ่มมีริ้วรอย รอบหน้าเลยว่าจะไปสอยครีมทาตามาบำรุงซะหน่อย

แถมอีก 2 รูปนะคะ


รูปนี้ถ่ายหลังจากที่กลับมาที่ห้องแล้ว


รูปนี้เช้าวันถัดมาค่ะ

และแ้ล้วการแลกแต้มและนวดหน้าฟรีก็จบลงด้วยประการฉะนี้ค่า ขอบคุรที่อ่านจนจบนะคะ





 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2553 15:17:50 น.
Counter : 900 Pageviews.  

ว่าด้วยกันแดดในครอบครอง

ว่าแล้ววันนี้ก็ขอนำเสนอกันแดดที่เราใช้อยู่ค่ะ เกริ่นนิดนึง หลังจากการทดลองใช้กันแดดมามากมาย ทั้งนีเวีย สมูทอี ยูเซอรีน การ์นิเย่(สีขาวๆ)ครีมกันแดดของหมอ จนปัจจุบันมาหยุดที่ครีมกันแดดของ Chanel ค่ะ

แท๊น แทนนน


ตัวนี้เป็น Chanel UV Essentiel - Protective UV Care anti-pollution SPF 50 PA+++ 30ml ราคา 1,700 บาท

สำหรับเราแล้วเราว่าโอมากเลยสำหรับคุณสมบัติการกันแดด ถือว่าโอค่ะ แต่ว่าตัวนี้จะมันมากไปนิดนึง ทาแล้วต้องทิ้งให้มันซึมแปปนึงค่ะ แล้วค่อยลงรองพื้นตาม แต่ถ้าใช้คู่กับ Chanel Mat Lumiere long lasting luminous matte fluid makeup SPF 15 ก็จะคุมมันได้ค่ะ หน้าจะเนียน แต่จะหนักหน้านิดนึง ถ้าเทียบกับการลงรองพื้นอย่างเดียว

ตัวนี้เนื้อจะเป็นน้ำสีขาวๆ มันๆ กลิ่นไม่ค่อยมี (หรือเราจมูกเพี้ยนหว่า) กลิ่นมันเคมีๆๆอ่ะ เราใช้แตะนิดเดียว เพราะว่ามันมาก ไม่สามารถใช้เยอะได้ ใช้แล้วไม่ขุย ไม่วอก เจอเหงื่อแล้วไม่ละลาย ลงน้ำได้ (ไปทริปที่สิมิลัน ขึ้นมาหน้ายังโอเคค่ะ) เจอทะเลก็ไม่หวั่น

คะแนนเลยละกัน
8/10
-1 แพงและปริมาณน้อย
-1 มันไปนิดนึง
แต่โดยรวมแล้วโอเคค่ะ





 

Create Date : 04 มิถุนายน 2553    
Last Update : 4 มิถุนายน 2553 23:13:36 น.
Counter : 1741 Pageviews.  

SK II ภาค 2

่มาต่อกันดีก่า

หลังจากที่ชอปกระเป๋าแหกที่ Central Chidlom ไปแล้ว ก็ยังรู้สึกว่าไม่ครบครันอยู่ดี
ก็เลยไปแวะเอามาอีกชิ้นจาก Central Ladprao

ความประทับใจแรกของที่นี่ คือ BA มองเราแบบว่า มาผิดที่ปะคะ ไรงั้น
ก็เลยชี้เลย พี่คะ ขอ Facial Treatment Cleanser 1 อันค่ะ และก็ยื่นบัตรสมาชิกให้ พร้อมรอยยิ้มจิกกัดกลับไป

>>โฮะๆๆ สะใจเจงๆๆ<<

อ่ะๆ มารีวิวกันเลยดีก่า
Facial Treatment Cleanser



((ในรูปเป็นหลอดทดลองนะคะ เพราะหลอดที่ใช้หมดแล้ว และก็ทิ้งไปละ))

ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่เราผิดหวัง ((หรือว่าเราจะหวังมากไป))
เนื้อครีมนิ่มๆ รู้สึกได้ถึงความนุ่ม กลิ่นก็ละมุนละไม
ล้างหน้าแล้วรูสึกว่าเบาบางกะใบหน้า หน้าแอบนิ่มด้วย

>> แต่!!<<

ล้าง น้ำออกละ ยังรู้สึกว่าหน้ายังไม่สะอาดเลย ยิ่งถ้าเช็ดด้วยออย เราว่าหน้าเรายังแอบมันอยู่
จะให้เกลี้ยงต้อง 2 รอบอ่ะ((เปลืองง่า))

ราคา ตัวนี้อยู่ที่ 1,900 บาท ปริมาณ 120 g
หลอดนี้ เราใช้ประมาณเดือนครึ่ง >>มั้ง _ _*<< หมดไปนานแล้วอ่าา ตัวนี้เราไม่ซื้อต่อ เพราะล้างไม่เกลี้ยง

คะแนน 8.5
-1 ล้างหน้าไม่สะอาด และต้องล้าง 2 รอบถึงจะโอ -0.5 แพง แต่ยังดีว่าให้ปริมาณมากเลยลดไปครึ่งเดียว

ตัวถัดมาเลยละกันเนอะ

Facial Treatment Mask



ตัวนี้เป็นอีกตัวที่ได้รับ Recommend มาจากหลายๆคนที่ใช้ว่า สุดยอด!! เพราะว่าใช้แล้วช่วยให้หน้าขาวใสจริงๆ แบบว่าใช้ละ ชอบมากกกก

แนะนำว่าถ้าอยากลองผลิตภัณฑ์ของ SK II ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่เราแนะนำให้ลอง เพราะราคาแผ่นเดียวจะอยู่ที่ 500 กว่าๆ (ไม่แน่ใจนะว่าเมืองไทยขายแยกรึป่าวว ) หรือถ้าจะซื้อเป็นกล่อง มี 6 แผ่น ราคาก็อยู่ที่ 3,200 บาท ตัวนี้ที่มาเลขาย เมื่อปีที่แล้ว 43 RM มาเก๊า ที่ Sasa ขาย 58 เหรียญ (จำสกุลเงินมาเก๊ามะได้ ) ก็ราวๆ 290 บาท ถูกเว่อร์ๆ ใครไปกรุณาหิ้วมาให้มาก คุ้มเจงๆๆ

คะแนน 10/10
คุณภาพสมราคาหาที่้หักมิได้ โดยเฉพาะถ้าซื้อจาก Sasa

และเมื่อเราเป็นสมาชิกครบรอบ 1 ปี ก็ถึงคราวที่เราต้องเอาพอยท์ที่สะสมมาทั้งปีไปแลกของ ก็เลยได้ Facial treatment Cleansing Oil มาฟรีๆ แต่ไปแลกแล้วไม่ใช่จะได้เลยนะ ต้องรอประมาณ 1 เดือน

<<แอบกระซิบนิดนุงว่า BA SK II ที ZEN, Central World เลิศมาก มีโทรมาตามให้ไปแลกแต้มด้วย มีโปรอะไรก็ MSG ตลอด>>

มาดูตัวนี้กันดีก่า
Facial Treatment Cleansing Oil



ฮือๆๆ เมื่อกี้ แอบแวบไปดูทีวี แล้วกดไรไปไม่รู้ ที่พิมพ์แล้วหายไป ต้องมาพิมพ์กันอีกรอบ เสียจาย

ตัวนี้ก็เป็นอีกตัวที่ BA แถมตลอดๆๆ แทบไม่ต้องซื้อ (ในกรณีที่เป็นเจ้าแม่อย่างเรา ) และจากการใช้มา 1 ขวดทดลอง ขนาด 34 ml และเศษหนึ่งส่วนเสี้ยว คือนิดเดียวอ่ะ ของขวด 250 ml เราก็ว่ามันก็โอ สำหรับของฟรี คือ เราว้าถ้าไม่ต้องซื้อ ก็โอเคที่จะใช้ แต่ถ้าให้ซื้อใช้เราคงไม่เอาอ่ะ

ตัวนี้ เนื้อออยจะมัน เข้มข้น ขนาดว่ากดมานิดเดียว หน้านี่มันเยิ้มเลย ล้างครั้งแรกแล้วหน้าก็ยังมันอยู่ ต้องต่อก็อก 2 และหลังจากที่ล้างไปแล้วเราว่ามันก็ไม่ได้รู้สึกว่าสะอาดขนาดนั้น เพราะบางทีพอเช็ดโทนเนอร์หลังล้างหน้า แล้วยังแอบมีคราบอยู่เลย

จากการใช้มาเราก็เลยคิดว่า ถ้าได้มาฟรีอย่างเรา ก็ใช้เถอะค่ะ ก็โอเคสำหรับของฟรี ไม่น่าจะแพ้ (ถ้าไม่แพ้ออยอ่ะนะ ) แต่ถ้าซื้อนี่เราว่าเราคาค่อนข้างแพงอ่ะ 250 ml ราคา 2,400 บาทอ่ะ แต่ตัวนี้เราว่าน่าจะใช้ได้นาน เพราะว่าขวดเล็กขนาดทดลองที่ใช้หมดไปก็ใช้ได้เกือบๆ 2 เดือนอ่ะ ขวดใหญ่นี้ เราว่าน่าจะนานมากกกกก

คะแนน 8/10
-1 มันเยิ้มไปนะคะ ต้องล้างหน้าหลายรอบเลย
-1 ราคาแพงไปนิดนุงนะ


ตัวถัดไป ตัวนี้ก็ได้หอบหิ้วมาจาก Isetan ที่ KLCC, มาเลเซีย แบบว่ากะจะไปเหมา SK II ในเดือนเกิด แต่ว่าหาตังค์มะทัน เลยได้มาตัวเดียว ตัวใหม่ล่าสุดดดดด เอคโค่ด้วย ขอแนะะนำ

แท้นแทน Cellumination Essence


จริงๆไปรอบนี้อ่ะ กะว่าจะไปหิ้ว Whitening Source Derm Definition มา แต่ว่า เพื่อนรักไปเห็นป้ายโฆษณาว่า More than white

ก็เก็บไปคิดสองคืน ซื้อตัวไหนดีน้า ติ๊กต่อกๆๆ ระหว่างนั้นก็คิดว่าไอ้ที่ว่า More than white แล้วมันจะเกิดไรขึ้น เลยไปถาม BA เลยรู้มาว่ามันคือ Radiant พอได้คำตอบก็เลยเอาวะ ลอง ของใหม่ๆ เราชอบ ก่อนซื้อก็ถามทุกเตาเตอร์เลยว่าซื้อแล้วได้ของแถมไรบ้าง สรุปว่า Isetan โอสุด ก็เลยได้มา 50 ml 649 RM ได้ของแถม 1 Set มี 5 อย่าง ก็มี Facial Treatment Cleansing Oil 34 ml, Facial treatment Clear Lotion 40 ml, Facial Treatment Cleanser 20 g, Skin Signature 2.5 g และ Whitening Source Derm Revival Mask

จะว่าไปยังไม่ได้บรรยายสรรพคุณเลย มัวโม้ของแถมอยู่ ตัวนี้หลังจากใช้มาเดือนกว่าๆ เราก็ว่าหน้าขาวขึ้น รอยดำก็จางลง ใช้แล้วก็โอนะ เนื้อครีมก็คล้ายๆ Derm def แต่ว่าจะเข้มข้นกว่า เนื้อครีม ขาว เนียน ละเอียด ซึมซาบเร็ว

ตัวนี้ขอยังมะฟันธงลงคะแนนละกัน เพราะว่ายังใช้ได้แปปๆเอง ไว้จะมาอัพเดทอีกนะ แต่ตัวนี้ที่เมืองไทยแพงมากกกกๆๆๆ 50 ml 7,400 บาท ดีนะที่เราซื้อที่เมเล เพื่อทำยอดในเดือนเกิด เลยตัดใจซื้อ

ส่วนของแถมที่ให้มาก็ยังมีความสุขอยู่ในตู้เย็นของเราอยู่เลย ไว้จะอัพเดท เมื่อใช้ครบนะคับ

แอบตบท้ายด้วยรูป Skin signature ที่เค้าแถมมา







 

Create Date : 01 มิถุนายน 2553    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 18:40:19 น.
Counter : 894 Pageviews.  

SK II ^^ ภาค 1

ประเดิมไปด้วย Chanel ก็ขอต่อด้วย SK II เลยละกัน

<<ขอแอบบอกก่อนว่าเราเป็นแฟนพันแท้ของ SK II เลย>>

ก่อนจะรีวิวต้องแนะนำก่อนว่าจริงๆผลิตภัณฑ์ของ SK II จะแบ่งเป็น 7 อย่าง

<<1>> Essential Care ก็จะเป็นครีมบำรุงทั่วๆไป และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า มอยเจอไร เซอร์ กันแดดอะไรเทือกนั้น ทุกตัวจะขึ้นต้นด้วย Facial Treatment

ต่อมา<<2>> Pitera Heritageจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมของพิเทร่า ซึ่งก็รวม Essence ด้วย กลุ่มนี้ก็จะขึ้นต้นด้วย Facial Treatment เช่นเดียวกัน
2 กลุ่มนี้บรรจุภัณฑ์จะเน้นแก้ว หรือพลาสติกขาว หรือใส ใช้กะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

กลุ่มถัดมาจะเป็น <<3>> Whitening/Tone Careก็จะเน้นหน้าขาว
จะมีทุกตัวคล้ายๆกะ Essential Care แต่จะเน้นขาว ลดรอยดำ รอยหมองคล้ำ
ทุกตัวของกลุ่มนี้จะมีชื่อ Whitening Source นำหน้า บรรจุภัณฑ์จะเน้นสีเทาๆ หรือเงินๆ ใช้กะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน เน้นคนที่ต้องการเน้นหน้าขาว ลดรอยดำ รอยสิว

ตัวถัดไป เป็นผลิตภัณฑ์ออกใหม่ป้ายแดง
<<4>> Cellumination/ Aura Care ตัวนี้จะเน้นความกระจ่างใสจากภายใน สำหรับทุกวัยที่ต้องการกระจ่างจากภายใน ตอนไปมาเล BA โฆษณาว่า More than white, (radiant) ผลิตภัณฑ์จะ เน้นสีมุข นวลๆให้ดูไฮโซ ทุกตัวจะขึ้นด้วย Cellumination

ถัดไป<<5>> Beautify Agingตัวนี้ชื่อก็บอกละว่า Aging ก็จะมีผลิตภัณฑ์คล้ายๆ กะ Essential Care แต่จะเน้น Aging พวกลบรอยตีนกา หน้าย่น หน้าเหี่ยวไรงั้น ((กลุ่มนี้คาดว่า คงได้ใช้ในอนาคต)) เพราะมีคนแนะนำมาว่า พวก Aging นั้นควรใช้เมื่อถึงวัย อย่าไปใช้ก่อน ไม่งั้นพอถึงวัยละจะไม่มีครีมที่ช่วยเราได้แล้ว บรรจุภัณฑ์จะเน้นสีแดง กระปุกแดง ขวดแดง จะมี 2 ชื่อ คือ Skin Signature กะ Signs

ถัดไปอีก <<6>> LPX ตัวนี้ก็ไม่เคยใช้ แต่คาดว่าน่าจะเกินกว่า Aging ด้วยบรรจุภัณฑ์จะเน้นสี ทอง เลยเดาว่าน่าจะของวัยทอง คือต้องเอามากระชากหน้าไรงั้น ตัวนี้ชื่อก็ จะขึ้นเลยว่า LPX


กลุ่มสุดท้าย<<7>> Foundation ก็เน้นพวกแป้งผสมรองพื้น รองพื้น ละก็แป้งฝุ่น สีของแป้งกะความต้องการ ของคนใช้ก็ตามสีที่บอกมาเลย

ว่าแล้วก็ขอเล่าความเป็นมาของการ รู้จักกะ SKII
เท้าความนิดนุงว่าที่ได้ใช้มาตั้ง แต่พฤษภา 2008
ที่ได้ ใช้เพราะว่าช่วงนั้นกะลังอยากหาอะไรมาบำรุงหน้า
คุณป๊าที่รักเห็นโฆษณาก็ เลยถามว่าอยากลองไหม เห็นเค้าว่าจะดีขึ้นใน 28 วัน
ก็เลยลอง (ป๊าออกตังค์ให้ด้วย อิอิ) เลยไปซื้อ SK II ครั้งแรกที่ Zen, Central World

((จะบอกว่า BA SK II กะ BA Chanel ต่างกันเว่อร์ๆ ))

ตั้งแต่ ครั้งแรกที่เข้าไป เพราะ BA @ Zen ไม่จิกด้วยสายตา ไม่กัด แนะนำดี ให้ลองด้วย
ก็เลยจัดไป เอา "นางเอก" ขนาด 150 ml มา 1 ขวด กะ Sign Totality มา 1 กระปุกใหญ่
เอาทีละตัวเลยละกัน เริ่มด้วย

นางเอกของเรา
SK-II Facial Treatment Essence


ขวดนี้เป็น A must จริงๆ ที่ขาดไม่ได้จริงๆ
(เคยงอนคุณแฟนไปทีนึงที่ไม่ยอม ซื้อ SK II ที่สิงคโปร์มาให้
ทำเค้าน้อยใจเลยว่ามันต้องได้ขนาดนั้นเลยหรอ ซึ่งก็ขาดไม่ได้จริงๆ)

จากที่หน้าสิวเห่อมากกก เน้นว่าจริงๆ ก็ไปหาหมอกดสิว พอกหน้าสมุนไพร
จบด้วยหมอคลินิค ก็ยังมีสิวมากมาย ทั้งแสบหน้า ทั้งรอยแดง หน้าลอก

แต่พอใช้ตัวนี้แล้ว หน้าค่อยๆดีขึ้น
รู้สึกได้อย่างแรงในช่วงแรกๆว่าหน้าขาวขึ้น รอยดำจางลง

((แต่ช่วงหลังหน้าอาจจะขาวถึงขีด สุดแล้วก็เลยไม่รู้สึกขนาดนั้น))

ใช้ตอนกลางคืน ทาไปแล้วเช้ามาหน้าเด้งสวย จนพี่อ้อมที่ร้านสุทธาสินีที่แต่งหน้าให้ ประจำทักว่าไปทำอะไรมา หน้าดีขึ้นมากๆๆๆๆ

ขวดนึงก็ใช้ได้นานด้วย ครั้งแรกที่ซื้อมา 150 ml 3,900 บาท (ตอนนี้ 4,200แล้ว) ใช้ได้ประมาณ 1 ปี ถือว่าประสิทธิภาพคุ้มค่า คุ้มราคามากๆ


สำหรับคนที่ใช้แรกๆอาจจะไม่ ชอบกลิ่น
((ซึ่งเพื่อนเราเรียกว่าน้ำหมัก อาจจะเหมือนอะไรซักอย่างที่บูด))
แต่ใช้ไปสักพักก็ติดนะ ตอนนี้เราว่ากลิ่นมันก็โอ หรือจมูกเฝื่อนไปแล้วหว่า

สำหรับราคาและสถานที่ซื้อ ก็ขอแนะนำเลย
ราคาตาม เคาท์เตอร์ทั่วไป
75 ml 2,800 บาท ขวดนี้ไม่เคยใช้เลยไม่รู้ว่าน่าจะใช้ได้นานขนาดไหน
150 ml 4,200 บาท ใช้ได้ 8 - 10 เดือน
215 ml 5,300 บาท ใช้ได้ 12 - 15 เดือน
และขวดใหญ่สุด 250 ml 6,200 บาท ตอนนี้ใช้อยู่ ไม่น่าจะหมดง่ายๆ
แต่แนะนำว่า SK II ลดบ่อยมาก รอซื้อช่วงลดจะได้ลด 10%
ขอแนะนำนิดนึง ว่าถ้าซื้อเคาเตอร์ จะดีกว่า Duty free ตรงที่เราเก็บแต้มได้
สำหรับสมาชิกจะสามารถแลกของได้ ซึ่งก็ค่อนข้างเวริ์คเพราะของที่ได้ไม่ใช่ขนาดทดลอง

อีกทางเลือกหนึ่ง ที่ King Power ก็จะถูกกว่า 400 - 800 บาท เพราะเคยซื้อ 75 ml 2,320 บาท

อีก 2 ที่ที่recommend มากๆ สำหรับผู้ที่มีโอกาสไป

ที่แรก มาเลเซีย ทุกห้าง ทุกเคาเตอร์เก็บแต้มได้ (สนามบิน KLCC ไม่มี SK II อ่ะ T_T)
ราคา จะถูกกว่าเมือง ไทยมากๆๆ ประมาณ 500 - 1,200 บาท

อีกที่คือ สิงคโปร์ เก็บแต้มได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องเป็นเคาเตอร์ในห้าง
ราคาจะถูกกว่า มาเล อีก 100 - 500 บาท อย่าง 250 ml คิดเป็นเงินไทยแล้ว 4,xxx
โดย เฉพาะที่สนามบินจะถูกมากๆๆๆๆ

ที่มา เก๊า ก็ถูก แต่เก็บแต้มไม่ได้ ถ้าอยากได้ถูกมากๆ ต้องที่ Bonjour

แต่ถ้าตามเว็บ นี่ต้องแล้วแต่วิจาณญาณ แต่เราไม่กล้าอ่ะ

!! สำหรับการแพ้ มีเพื่อนเราแพ้ Essence นะ !!
ถ้าจะลอง ก็แนะนำให้ลองขวดทดลองใช้ หรือลองมาสกที่เป็นessence ก่อนจะดีก่า อ้อ อีกอย่าง เราว่าอย่าไปคาดหวังมากว่าใช้ตัวนี้แล้วจะไม่มีสิว มันขึ้นอยู่กับการล้างหน้า การพักผ่อน ความเครียด อาหารการกิน และมลภาวะที่เราเจอด้วย Essence เป็นแค่ตัวช่วย

คะแนน 10/10 รักสุดๆ

อีกชิ้นที่ซื้อรอบนี้
Signs Treatment Totality
(ปล ขอบคุณรูปจาก Google นะคะ ของเราหมดไปแล้ว)


ตัวนี้จริงๆเรายังๆไม่ต้องใช้ แต่ BA คงจะมั่ว
เพราะเรา ถามไปว่ามี Moisturizer ไหม เจ๊แกก็แนะนำตัวนี้มา
((ตอนนั้นเพิ่งจบตรี _ _*))

มารู้ทีหลังว่าของคนแก่ แต่ซื้อมาแล้วทำไงได้ ก็ใช้ดิ
เราว่าตัวนี้โอมากๆๆๆ กะว่าถ้าตีนกาเริ่มมาจะใช้ทันที เพราะใช้แล้วหน้าเด้งจริงจัง
เนื้อครีม นุ่มละมุน ซึมซาบเร็ว แอบเหนอะนิดนึง เหมาะแก่การทาก่อนนอน
กระปุกนึงใช้ได้ 4 - 6 เดือน ราคาตอนนั้น 4,600 แต่ตอนนี้ 5,100 แล้ว ตัวนี้จะมีช้อนตักครีมในตัวด้วย

คะแนน 10/10
ปล. สำหรับคนที่เริ่มมีริ้วรอยนะคะ

ครั้ง นี้ BA แถมครีมมาให้ 4 อย่างค่ะ มี Essence ขนาดทดลอง 30 ml
Oil ขนาดทดลอง 34 ml Facial Lift Emulsion ขนาดทดลอง 30 ml
และก็ Signs Eyes Mask 1 ชิ้น ตัว Oil นี่ขอ review ทีหลังนะคะ ส่วน 2 ตัวหลัง
ให้คุณป๊ากะคุณแม่แบ่งกันใช้ค่ะ

ถัด มา ด้วยความที่อยากลองอีกสักอย่างหลังจากการลองใช้ประสบผลสำเร็จก็เลยลองใช้
Whitening Source Derm Definition



ตัวนี้ขอบอกว่าเลือกถูกจริงๆ เป็นอีกตัวที่ Cleo และ Cosmo ยอมรับว่าเป็น The Best ซึ่งเราก็เห็นด้วยจริงๆ เพราะใช้แล้วจากที่เคยมีรอยสิวทั้งแดง และดำก็ค่อยๆ เลือนหายไป น่าใสเด้ง ไร้ริ้วรอยจริงๆ เนื้อครีมตัวนี้ก็ เนียนละเอียด ครีมซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะ ถ้าทากลางคืน เช้ามาหน้าจะเด้งมาก

ตัวนี้มี 2 ขนาด 30 ml 4,200 แล้วก็ 50 ml 6,200 ((หนึ่งขวดเล็ก BA ที่มาเก๊าแนะนำให้ใช้ 1 เดือน คือสูบมาเต็มหลอดแล้วโปะหน้า)) แต่ด้วย ราคา เราคงทำอย่างนั้นไม่ได้ ก็กระมิดกระเมี้ยนใช้ได้เกือบๆ 3 เดือน

คะแนน 10/10
ของ เค้าดีจริงๆ

หลังจากนั้นสักระยะ มีงานทำ มีเงินเดือนก็มีตังค์ไปซื้อ SK II ด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง คราวนี้ลองไปที่ Central Chidlom ไม่เข้าใจว่า BA จะหยิ่งไปไหนsrc=http://www.bloggang.com/emo/emo24.gif>

ไปถึงถามนิดๆหน่อยๆก็เลยชี้เลยเอา 4 ตัว พร้อมยื่นบัตรสมาชิกของ SK II ที่เพิ่ง up มาเป็น Silver ก็ทำเอา BA เหวอไปเลย <<สะใจจริงๆ>>

4 ตัวที่ว่าก็มี SK-II Facial Treatment Essence 215 ml,
Whitening Source Derm Brightener , Facial Treatment Cleansing Gel
และ Whitening Source Clear Lotion

ขอแนะนำWhitening Source Derm Brightenerก่อน


ตัวนี้แรกๆ เสียใจที่ซื้อมา เพราะช่วงนั้นกะลังเห่อ Derm Def มากๆ ตัวอื่นๆจะดูกระจอกงอกง่อยหมด แต่พอ Derm Def หมดก็พบข้อดีของตัวนี้ ว่า จริงๆก็ช่วยผลัดเซลล์ผิว ให้รอยดำลดลง แต่เป็นการช่วยการผลัดเซลล์อย่าง เป็นธรรมชาติ เลยจะเห็นผลช้าไปสักหน่อย เป็นครีมที่ให้ผลดีในระยะยาว ใช้ตัวนี้ต้องใจเย็นๆ ไม่เห็นผลได้ใน 1 เดือน

ต้องใช้ไปเรื่อยๆ ตัวนี้ก็ค่อนข้างราคาสูง คือ 4,600 บาท
แต่ปริมาณก็เยอะ กระปุกใหญ่ 75 ml ใช้ได้นาน

สำหรับเนื้อครีมก็เป็นครีมละเอียด ซึมซาบค่อนข้างช้า และเหนอะ เหมาะสำหรับทาก่อนนอน สำหรับเราก็ถือว่าตัวนี้ก็โอที่จะเป็น night cream

คะแนน 8/10
-1 ราคาสูง และเห็นผลช้า -1 ครีมซึมซาบช้า และค่อนข้างเหนอะ

อีกตัว Facial Treatment Cleansing Gel



ตัวนี้เป็นตัวแรกที่เราเราผิดหวัง กะผลิตภัณฑ์เพื่อการทำความสะอาดใบหน้าของ SK II มากๆ

เพราะคิดว่าใช้แล้วหน้าจะสะอาดเก ลี้ยงกริ๊บ แต่พอป้ายเนื้อเจล แล้วกูถูๆๆ เพื่อล้างเครื่องสำอาง พอเช็ดออก กลับยังเหลือคราบเครื่องสำอางค์อยู่ เนื้อครีมก็ค่อนข้างเหนียว วิธีใช้เราก็ต้องเอาเนื้อครีม มาป้ายที่หน้าแล้วก็ถูวนเรื่อยๆ จนเนื้อครีมแปลงสภาพเป็นออยล้างหน้า และ เมื่อเป็นออยแล้วก็ต้องเช็คออกด้วยทิชชู เพราะสำลีไม่สามารถเช็ดออกได้ เนื่อง จากสำลีจะยุ่ยติดหน้า

ราคาก็ค่อนข้างแพงอยู่ที่ 1,900 แม้จะกระปุกใหญ่เบ้ง 100 ml แต่ขนาดที่ใช้ก็เยอะเช่นกัน สำหรับเราถือว่าแพงไปสำหรับการลงทุนซื้อออย ล้างเครื่องสำอางค์

คะแนน 6.5/10

-1 ใช้ล้างเครื่องสำอางค์ได้ไม่หมดจด โดยเฉพาะคนที่กรีดตา และแต่งหน้าหนาๆ
-1 เช็ดออกลำบาก ต้องใช้ทิชชู่เช็ด ซึ่งเราว่าทิชชู่มันจะบาดหน้า ก่อนที่เนื้อออยมันจะหมดไหม
-1 ราคาแพงเกินความจำเป็น และปริมารที่ต้องใช้ก็ค่อนข้างเยอะ
-0.5 กว่าที่เนื้อเจลจะเปลี่ยนเป็นออย ใช้เวลาค่อนข้างนาน


และWhitening Source Clear Lotion



ตัวนี้ก็เป็นอีกชิ้นที่ประทับใจ ตอนแรกที่ซื้อไม่ได้ตั้งใจ แค่จะลองดูว่ามันเวริ์คไหม พอใช้ละเวริ์ค มากมาย ตัวครีมเป็นน้ำสีขาวขุ่นๆ เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว
พอใช้กะสำลี ละมาเช็ดหน้าเราแล้วรู้สึกว่าหน้าสะอาดขึ้น พร้อมจะลงครีมอื่นๆละ

ราคา ตัวนี้อยู่ที่ 2,400 บาท ปริมาณ 150 ml
สำหรับเรา เราว่าก็โอนะ เพราะว่าใช้ได้ 3-5 เดือน ก็นานอยู่

คะแนน 10/10
ไม่มีที่จะหักง่ะ


ของแถมรอบนี้ รู้สึกว่าจะได้มา 5 อย่างถ้าจำไม่ผิด
มี Essence ขนาดทดลอง 30 ml ,Oil ขนาดทดลอง 34 ml
Facial Treatment Clear Lotion ขนาด ทดลอง 20 ml,
Facial Treatment Cleanser ขนาดทดลอง20 g
แล้วก็ Signs treatment Totality ขนาดทดลอง2.5 g

ก็ขอรีวิวเฉพาะFacial Treatment Clear Lotionนะคะ


ตัวนี้จะมีหน้าที่คล้ายๆกับ Whitening Source Clear Lotion
จะ ต่างกันแค่ว่าตัวนี้จะไม่เน้นช่วยเรื่องหน้าขาว เน้นเช็ดทำความสะอาดเฉยๆ

ตัว นี้น้ำโทนเนอร์จะใสๆ ซึมซับเร็ว เช็ดแล้วก็สะอาดดี

((ขอกระซิบนิดนึง ว่าตัวนี้มักจะแถมเวลาที่ซื้อหลายชิ้น หรือครบยอด))

ตัวนี้ราคาเต็ม อยู่ที่ 1,900 บาท 150 ml
แต่ ไม่แน่ใจว่านานแค่ไหน เพราะว่าเราไม่เคยใช้ขวดใหญ่

คะแนน 10/10
ไม่รู้จะหักอะไร เพราะใช้โอ ขวดใหญ่ น่าจะใช้นาน คุ้มราคา

แหะๆๆ จากที่ดูมา รีวิวนี้ยาวมากแล้ว ไว้ต่อภาค 2 นะคะ





 

Create Date : 01 มิถุนายน 2553    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 18:38:56 น.
Counter : 5251 Pageviews.  

เซ็ทแรกที่จริงจังในการซื้อ ^^ Chanel ^^

ประเดิมการรีวิวครั้ง แรกด้วยสุดที่รักของเรากันดีก่า

เซ็ทนี้ เอ๊ะ!! จริงๆมันไม่ใช่เซ็ทอ่ะนะ
เป็นการซื้อรวมๆกันหลายอย่างซะมากกว่า ก็มี 4 อย่างที่ไปสอยมา

((จำได้ว่าซื้อมา ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2008 กันเลย นานมั่กๆ))

พอดีว่าคุณแม่มาเยี่ยม เลยลากแม่ไปชอปที่พารากอน ที่บูท Chanel
(คือจริงๆ ที่เลือก Chanel ก็เพราะว่าพี่ที่เคยเป็นแอร์ JAL แนะนำมาว่ารองพื้นของChanel อ่ะ เนียนมากๆ ก็เลยลองของซะเลย)

ตอนแรกที่เดินเข้าไป BA ก็มองแบบจิกๆนิด
แต่ก็มาต้อนรับตามหน้าที่ก็บอกพี่เค้าไปว่าอยากได้รอง พื้น
มีตัวไหนแนะนำมั่ง เค้าก็เลยแนะนำ

Chanel Mat Lumiere long lasting luminous matte fluid makeup SPF 15



รีวิวตัวนี้ก่อนละกันนะ ค่อยเล่าต่อ

ก็ตัวนี้ก็คุณสมบัติ ทั่วไปใช้เป็นรองพื้นที่จะให้ความรู้สึกว่าเนียนไปกับใบหน้า
ใช้แล้วจะ ไม่รู้สึกหนักหน้า และติดทนนาน หน้าเด้งทั้งวัน

แต่อาจจะต้องมีการซับ มันออกบ้าง คือ มันก็คงไม่สามารถกันหน้ามันได้ทั้งวันอ่ะนะ
แต่หลังซับ แล้วหน้าจะเด้งเหมือนเดิม ใช้ได้ดีในอากาศร้อนๆ เหนอะๆ
คือ ไม่ขุย ไม่วอก ไม่เยิ้ม และไม่ละลายเมื่อเจอเหงื่อ

(เคยเจอบางยี่ห้อที่เจอ เหงื่อแล้วผลลัพธ์ที่ออกมา คือ น้ำสีขาว)

ไม่เป็นตัวก่อสิว โดนน้ำแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น คือ ไม่เยิ้ม ไม่เปลี่ยนสี
ไม่เป็นน้ำสีขาวๆ ติดทนนานมากๆๆๆ

อันนี้คอนเฟริ์มเพราะ ว่าเคยแต่งหน้าโดยใช้ตัวนี้รองพื้นตั้งแต่ตี 5
กว่าจะล้างออกก็เกือบ เที่ยงคืน แต่หน้ายังเด้งอยู่เลย

สีก็เนียนไปกับหน้ายัง กะไม่ได้ใช้รองพื้น
การใช้ก็ไม่ต้องกดออกมามาก เพราะว่าใช้แค่ปั๊มเดียวก็ทั่วหน้าแล้ว

การล้างออกก็ควรจะล้างอ อกด้วย cleansing oil
เพราะ foam หรือ gel ล้างหน้านั้นล้างเนื้อครีมออกไม่หมด อาจทำให้เกิดสิวได้

ส่วนสนนราคาตอนที่ซื้อ มา ราคาเต็มอยู่ที่ 1,650 บาท ปริมาณ 30 ml
แต่ ว่าโชคดีเว่อร์ๆที่ช่วงนั้น Chanel ร่วมลดราคากะพารากอน

!! ครั้งเดียวในรอบหลายยยยยยยปี !!


เลยได้ลด 10% ขวดนี้ใช้ได้ 8 - 10 เดือน ซึ่งเราถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มมากๆ

ตอน นี้เราก็ใช้มาขวดที่สองละ ก็คาดว่าคงจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ

เพราะว่าเคย แพ้รองพื้น Shisedo แล้วสิวเห่อมากๆๆ เลยไม่กล้าลองหลายยี่ห้อ กลัวหน้าพัง

อ้อ!! เสริมอีกนิดว่ารองพื้นตัวนี้ใช้นานแล้วไม่เป็นตัวที่ทำให้มีสิว
มีข้อแนะ นำนิดนึงว่าถ้าซื้อมาผิดเบอร์ ในกรณีที่ผิดไปเบอร์เดียว ก็ถือว่าไม่เป็นไร
สี ยังเนียนๆไปกับหน้า อาจจะคล้ำลง หรือ ขาวขึ้นนิดหน่อย
เค้าใช้สีที่เข้า กะสีผิวจริงเลยไม่มีปัญหาหน้าลอย

เวลาที่ใช้เสด ให้ใช้ไม้จิ้มฟันเกลี่ยเอาครีมในหัวปั๊มออกด้วย
ไม่งั้นหัวปั๊มจะตัน และมีเศษครีมที่แข็งตัวเหลือ

สถานที่ซื้อ แนะ นำให้ดูว่ามีบัตรลดของที่ไหนบ้าง
แต่เท่าที่ดูมา King Power ถูกสุดแล้ว เราซื้อขวดที่ 3 (มากักตุนไว้) ในราคา 1,360 บาท
ถ้ามีบัตร King Power รู้สึกว่าจะได้ลดอีก 5% อีกอย่าง

คะแนน 10/10

อ่ะ ต่อกันที่บูท Chanel พี่เค้าถามว่าจะลองไหม เราก็บอกว่าลอง
BAก็เลยเช็ดหน้า ลงรองพื้นและแต่งหน้าให้ ก็เลยได้มาอีกสามอย่าง

อย่างแรกเลย
Irreelle blush silky cheek colour สี 20 Glamour
ปล. อันนี้ใช้มานานละ ก็เลยเหลือสภาพอย่างในรูป



อันนี้ขอบอกว่าสีสวย ติดทน
แต่ต้องมีเทคนิคในการใช้นิดหน่อย คือต้องยีๆ แปรงไปกะแก้ม

ทาแล้วจะแอบมีชิมเมอร์ เล็กๆ แต่ไม่เวอร์
ตัวนี้แอบมีข้อเสียกับแปรงที่มาในเคส เพราะว่าขนแปรงแข็ง และหยาบมาก


ไม่คิดว่าจะหยาบขนาดนี้ T_T ยิ่งตอนที่ต้องยีขนแปรงกะแก้มนี่แอบเจ็บด้วย)

ราคาตัวนี้ก็จำ ได้รางๆ ว่า 1,950 บาท ปริมาณ 6.5 g ใช้ได้ประมาณ 10 เดือนถึง 1 ปี
สำหรับเราแล้วถือว่า ราคาค่อนข้างแพง คืออาจจะซื้ออีกถ้ามีตังค์
แต่ตอนนี้มี blush ในสตอกเยอะมาก คาดว่าจะกำจัดให้หมดก่อนถึงจะซื้ออีก

คะแนน 7.5/10
-1 ราคาแพงไปนิดนุง -1 ขนแปรงแข็งมาก -0.5 แอบใช้ยาก คือถ้าไม่ได้ดูวิดิโอสาธิตวิธีใช้ ปัดแล้วสีจะไม่ค่อยออก

ชิ้นต่อมา
Joues contraste powder blush



ตัวนี้เราซื้อสี 49 Luna มาเป็นชิมเมอร์ที่ทำให้หน้าดูมีมิติขึ้น (สีอื่นจะเป็น blush on)
ตัว นี้ใช้มานานมากกกกกก ยังไม่พร่องเลย

สำหรับคนที่ชอบชิมเมอร์จะชอบมาก เพราะมีชิมเมอร์วิ้งๆ
เป็นชิมเมอร์แบบผู้ดี ที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

การใช้ก็แตะนิดเดียวลง ใต้ตาและปลายๆหางตา
(อันนี้พี่ BA ที่ MAC เซ็นทรัลชิดลมแนะนำเทคนิคมา)
ตัวนี้ใช้แปรงแตะได้เลย ไม่ต้องยี

ราคารู้สึกว่าจะเท่ากัน กับ Irreelle blush silky cheek colour ที่1,950 บาท
แต่ ปริมาณน้อยกว่า มี 4 g แต่ใช้ได้นานมากก เพราะใช้เป็นไฮไลท์
นี่ใช้มาตั้งแต่มีนา 2008 ยังไม่พร่องไปเลย เลยถือว่าคุ้มราคา อีกนานเลยกว่าที่จะได้ซื้ออีก

คะแนน 9/10
-0.5 ราคาค่อนข้างสูงและปริมาณน้อย
-0.5 ใช้เป็นไฮไลท์ได้อย่างเดียว (ไม่ค่อยคุ้ม)


และอันสุดท้าย
Poudre universelle libre natural finish loose powder


ตัวนี้เป็นแป้งฝุ่นที่ ให้ความรู้สึกว่าไม่ต้องตบพัฟ หน้าก็เด้งได้

เพิ่งได้ยินมาว่าจะเวริ์คมากๆถ้าใช้คู่กัย fluid makeup base !!

ตัวนี้เนื้อบางเบา ไม่หนา ไม่หนัก ไม่เยิ้ม ไม่วอก ไม่เป็นตัวก่อสิว
แทบไม่ต้องทาทับหลายครั้ง คือในกรณีคนกลัวสิวจากการเติมหน้าอย่างเรา
ก็เลือกที่จะไม่เติมหน้าเลย ระหว่างวัน ก็เห็นว่าตัวนี้เวริ์ค ไม่ต้องลงเพิ่ม

ตัวนี้กันหน้ามันได้ ระยะนึง แต่หลังจากซับออกหน้าก็เด้งเหมือนเดิม
ตัวนี้โดนเหงื่อ โดนน้ำแล้วไม่เป็นไร หน้าเด้งเหมือนเดิม
ปริมาณที่ใช้ก็ไม่ต้องมาก ลงบางๆก็พอแล้ว หน้าจะดูใสๆ เป็นธรรมชาติ

ราคาตัวนี้อยู่ที่ 1,700 - 1,800 จำไม่ค่อยได้แล้ว ปริมาณ 30 g ใช้ได้ประมาณ 6 - 10 เดือน
(แล้วแต่ความถี่ของการแต่งหน้า )

ตัวนี้อยากได้อีก มากมาย แต่จากการไปเสาะแสวงหาของจริงราคาถูกจากทุกที่แล้วพบว่า
ราคาไม่ ได้ต่างกะเคาเตอร์เมืองไทยเลย ก็เลยยังตัดใจซื้อไม่ได้สักที

คะแนน 9.5/10

-0.5 แอบหักคะแนนพัฟนิดนุง ว่ามันไม่นิ่มเท่าที่ควร

หลังจากแต่งหน้าเสด บอก BA ว่าเอา 4 ตัวนี้ BA ทำหน้าตกใจมาก
แทบจะเชิญทำบัตรสมาชิก ไม่ทัน
ก็เลยให้แถมแต่งหน้าให้คุณแม่ด้วย รีวิวChanelก็ขอจบลงด้วยประการฉะนี้





 

Create Date : 01 มิถุนายน 2553    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 18:37:07 น.
Counter : 793 Pageviews.  

1  2  
 
 

Skin care addict
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Skin care addict's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com