ศูนย์แห่งการเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
Group Blog
 
All Blogs
 

เรียน ภาษา บาฮาซา อินโดนีเซีย ฟรี

ในวันที่  1 กันยายน 2555 

ขอเชิญผู้สนใจ เข้ารับการอบรม  ภาษา บาฮาซา อินโอนีเซีย  ฟรี

เวลา 10 .00 น เป็นต้นไป 

ในหัวข้อ

 การทักทายและแนะนำตัว 

คำศัพท์และประโยคสนทนาเพื่อสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องในสถานการณ์จริง

 เมื่อต้องพบปะกับชาวอินโดนีเซีย  หรือ ชาติอื่นที่ใช้ภาษา บาฮาซา อินโดนีเซีย

 

สำรองที่นั่ง       เพียงแจ้งชื่อ มาที่

ที่  089-579-3519 หรือ  086 999-1424

หรือ  4ppeople@gmail.com

ภายในวันที่  31  สิงหาคม  2555 

สถานที่

อาคารพร้อมพันธุ์ 2 ห้อง  708  ชั้น 7 ลาดพร้าวซอย3

 

www.cbi-center.com

 http://www.facebook.com/1CBIC

 




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2555    
Last Update : 29 สิงหาคม 2555 16:47:24 น.
Counter : 1567 Pageviews.  

อบรมภาษาบาฮาซา อินโดนีเซีย

อบรมภาษาบาฮาซา อินโดนีเซีย 

 

เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมภาษา บาฮาซา อินโดนีเซีย   เบื้องต้น    20  ชม.

 

เรียนวัน  ธรรมดา  (อังคาร – พฤหัสบดี )  เวลา  18.30. -20.30 น.

 

เริ่ม  26  มิถุนายน  2555 

 

สนใจติดต่อ 

 

วิญ   086-999-1424  ;  4ppeople@gmail.com

 




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2555    
Last Update : 21 มิถุนายน 2555 19:22:54 น.
Counter : 665 Pageviews.  

เรียนภาษา บาฮาซา ฟรี 6 พ.ค 2555



ขอเชิญผู้สนใจทำความรู้จักกับ ภาษาบาฮาซา พร้อมทั้งพิสูจน์เทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หรือ การประกอบธุรกิจ ได้จริง

ทดลองเรียน

ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555
เวลา 15.00 น. – 16.00 น

สถานที่ CBIC อาคารพร้อมพันธุ์ 2 ชั้น 7 ห้อง 708 ลาดพร้าวซอย 3
(จอดรถ ฟรี 2 ชั่วโมง ) ใช้รถไฟใต้ดิน ลงสถานี พหลโยธิน ออก ทางออกที่ 5

สำรองที่นั่ง

http://www.facebook.com/1CBIC






 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 21 มิถุนายน 2555 19:33:53 น.
Counter : 607 Pageviews.  

เรียนภาษาจีน ฟรี 6 พ.ค 2555

ขอเชิญผู้สนใจ

ทำความรู้จักกับหลักสูตรภาษาจีนเพื่อธุรกิจแนวใหม่ (New Concept Business Mandarin ) พิสูจน์เทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน หรือ การประกอบธุรกิจ ได้จริง
โดยผู้เชี่ยวชาญเจ้าของภาษา

ทดลองเรียน

ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2555
เวลา 14.00 น. – 15.00 น

สถานที่ CBIC อาคารพร้อมพันธุ์ 2 ชั้น 7 ห้อง 708 ลาดพร้าวซอย 3
(จอดรถ ฟรี 2 ชั่วโมง ) ใช้รถไฟใต้ดิน ลงสถานี พหลโยธิน ออก ทางออกที่ 5

สำรองที่นั่ง
http://www.facebook.com/1CBIC

(โปรชัวร์เล็กจัง)

 




 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2555 14:22:55 น.
Counter : 1884 Pageviews.  

แรงงานจะหลั่งไหลเข้าไทย คนมาช่วยแย่งใช้ทรัพยากร

ที่มา : http://coc.nida.ac.th/node/7768ประชาคมอาเชี่ยน กระทบไทยอย่างไร

ขอสรุปคร่าว ๆ ก่อนแล้วกันนะครับว่า ASEAN Community หรือประชาคมอาเซียนนั้นมีความเป็นมาอย่างไร

ASEAN Community (AC) = ประชาคมอาเซียน (เอเซียตะวันออกเฉียงใต้) ประกอบด้วย 10 ประเทศ: ไทย สิงคโปร์ อินโดเนเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียตนาม ลาว พม่า กัมพูชา มีประชากรรวมกันประมาณ 600 ล้านคน เดิมให้อาเซียนรวมตัวเป็นประชาคมเดียวกันภายในปี พ.ศ. 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. 2558

เสาหลัก 3 เสา ในข้อตกลงความร่วมมือของประชาคมอาเซียน คือ

1.ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community – ASC)

ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพรอบด้าน

2.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC)

มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการค้าขายระหว่างกัน เพื่อทำให้เกิดการไหลเวียนอย่างเสรีของ สินค้า บริการ การลงทุน เงินทุน การพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการลดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคมภายในปี พ.ศ. 2563 ทําให้อาเซียนเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว (single market and production base) ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนเพื่อลดช่องว่างในการพัฒนา ส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการเงินและตลาดทุน ประกันภัยและภาษีอากร การพัฒนาโครงสร้างพิ้นฐานและการคมนาคม พัฒนาความร่วมมือด้าน กฎหมาย การเกษตร พลังงาน การท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการยกระดับการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน

3.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC) อยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

อะไรจะเริ่มเกิดขึ้นในปี 2558

ประชาคมอาเซียนกำหนดให้ปี พ.ศ. 2558 เป็นปีที่เริ่มรวมตัวกันอย่างเป็นทางการ โดยผ่อนปรนให้กับประเทศ ลาว กัมพูชา พม่า และเวียตนาม กลุ่มสินค้าและบริการนำร่องที่สำคัญ ที่จะเกิดการรวมกลุ่มกัน คือ สินค้าเกษตร / สินค้าประมง / ผลิตภัณฑ์ไม้ / ผลิตภัณฑ์ยาง / สิ่งทอ / ยานยนต์ /อิเล็กทรอนิกส์ / เทคโนโลยีสารสนเทศ (e-ASEAN) / การบริการด้านสุขภาพ, ท่องเที่ยวและการขนส่งทางอากาศ (การบิน)

ที่แน่ๆ ขนาดตลาดเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียนก็จะมีมากจากการหมุนไหลของประชากรจะที่เพิ่มขึ้นถึง 600 ล้านคน และเมื่อรวมกับประเทศมหาอำนาจในตะวันออก เป็น ASEAN+3 และ ASEAN+6 ขนาดเศรษฐกิจก็จะใหญ่มากไม่แพ้ยุโรปและอเมริกาเหนือเลยทีเดียว

คาดการณ์ปี 2558



ขนาขนาดเศรษฐกิจ ASEAN: $ 1,506 ล้านเหรียญ ~46,000 ล้านบาท

AS AEAN+3 (จีน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น) $ 12,386 ล้านเหรียญ ~370,000 ล้านบาท

AS ASIAN+6 (เพิ่ม ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ,อินเดีย) $ 15,816 ล้านเหรียญ ~475,000 ล้านบาท

เทีย เทียบกับ EU $ 18,394 ล้านเหรียญ ~552,000 ล้านบาท

เทียบ NAFTA (อเมริกาเหนือ) $ 16,864 ล้านเหรียญ ~500,000 ล้านบาท



ก เส้นทางคมนาคมใหม่

เราจะเริ่มเห็นการก่อสร้าง เส้นทางคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงกันหมดใน ASEAN และเชื่อมโยงกับ ASEAN+6 จีนเป็นหลัก เส้นทางอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง จีนตอนใต้-พม่า-ลาว-เวียดนาม-ไทย-กัมพูชา เส้นทาง Economic Corridor: North-South, East-West, Southern ที่มีการวางแผนอยู่นั้นจะตัดผ่านประเทศไทยในทุกทิศทางจนรูพรุนเลยทีเดียว

โอกาสระยะสั้นของเมืองไทย - ไม่แปลกถ้าจะมีคนมองโอกาสระยะสั้นของประเทศว่าเป็นโอกาสที่ประเทศเราจะได้ขยายตลาดส่งออกขยายการนำเข้าสินค้าที่ไทยผลิตไม่ได้ ไม่พอ เพิ่มนักลงทุนในไทย โรงงานแปรรูปในไทยก็อาจมีวัตถุดิบถูกลง มีให้เลือกหลากหลาย

แต่ทุกโอกาสตามมาด้วยความเสี่ยง- อาจมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ต้นทุนถูกกว่า เกษตรกรและโรงงานแปรรูปต้องแข่งขันกับสินค้านำเข้าที่ถูกกว่า จะมีสินค้านำเข้าตีตลาดในประเทศ เช่น ข้าว น้ำมันปาล์ม กาแฟ ชา ผักผลไม้เมืองหนาว ฯลฯ มีการลักลอบนำเข้าสินค้า ไทยต้องเปิดเสรีให้ต่างชาติมาลงทุนได้ถึง 70% ในภาคบริการ

เนื่องจากตลาดขนาดใหญ่ขึ้นมาก การแข่งขันต้องมี Economy of Scale กระทบอุตสาหกรรมรับจ้างผลิตของไทยในปัจจุบัน อีกทั้งการเปิดเสรีจะทำให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามาเอาประโยชน์จากสมาชิกอาเซียนมากกว่าบรรษัทจากอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs)

ตลาดแรงงาน จะได้ผลกระทบมากเลยทีเดียว เกิดการหลั่งไหลของคนที่เยอะขึ้นถึงครึ่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้

ASEAN: 600 ล้านคน 9% ของโลก

ASEAN+3 2,000 ล้านคน 31% ของโลก

ASEAN+6 3,300 ล้านคน 50% ของโลก

จะไม่มีข้อจำกัดการให้บริการข้ามพรมแดน การบริการเสรี มีเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี แรงงานมีฝีมือของไทยไปประทศที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า เวียดนาม พม่า ลาว เขมร แรงงานราคาถูกจะได้เปรียบ และฟิลิปปินส์ ที่มีฝีมือ และได้เรื่องภาษาอังกฤษก็จะได้เปรียบเช่นกัน

ทรัพยากรไทยน่าเป็นห่วง...

หนึ่งในข้อตกลงประชาคมอาเซียน คือ การเปิดเสรีการลงทุนในการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทำไม้จากป่าปลูก เพาะ/ขยาย/ปรับปรุงพันธุ์พืช เปิดโอกาสต่างชาติแฝงตัว ยึดทรัพยากรที่มีจำกัดของไทย

แต่ แต่ แต่ว่า..... ผมอยากยกข้อเท็จจริงให้ได้ช่วยกันคิดต่ออย่างนี้ครับ

พื้นที่ประเทศไทยมี 321 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ป่า เขา ห้วย หนอง คลอง บึงที่เป็นทรัพย์ส่วนรวม 121 ล้านไร่ เป็นที่ทำกิน และอยู่อาศัย 200 ล้านไร่

แต่ใน 200 ล้านไร่ ครึ่งหนึ่ง คือ 100 ล้านไร่ กลายเป็นของนายทุน ที่มีราว 5 แสนคน เหลือ100 ล้านไร่เป็นของประชาชนทั่วไป และเกษตรกรอีกกว่า 60 ล้านคน เกษตรกรถูกยึด/ขายที่ดินปีละราว 100,000 ครัวเรือน

สภาพการถือครองที่ดินอยู่ในสภาวะกำลังสูญเสียสะท้อนจากการไร้ที่ดิน แล้วไปบุกรุกแผ้วถางป่า ภายในเวลา 50 ปี ป่าของประเทศลดลงจาก 70% เหลือ 28%

ขนาดคนไทยกันเองยังผลาญทรัพยากรได้ขนาดนี้ และเมื่อเป็น ประชาคมอาเซียน ยังมีต่างชาติมาช่วยผลาญอีก หลายร้อยล้านคน!

แล้วเราจะปรับตัวกันอย่างไร

กรณีของเกษตรกรและผู้ประกอบการ คงไม่ต่างกันที่ทุกส่วนไม่ควรหลงวิ่งตามก้นต่างชาติ โดยพยายามขยายกิจการอย่างโหมโรงหรือหลงไหลไปกับความเจริญที่จะหลั่งไหลเข้ามาแน่ๆ เราควรกลับมาฐานที่มั่น สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเองและองค์กร เกษตรกรก็ควรตั้งรับ หวงแหนที่ดินที่อยู่ อย่าหลงไปกับทุนที่จะเข้ามายั่วยวนและแก่งแย่งทรัพยากรของไทยไปในที่สุด ผู้ประกอบการก็น่าจะเน้นการพัฒนาและการปรับตัวอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เน้นการผลิตเพื่อบริโภคกันเองในประเทศก่อน ไม่ควรโหมเร่งพัฒนาเพื่อตามตลาดและก็จะเป็นหนี้เป็นสินในที่สุด ถ้าจะขยาย ก็ขยายอย่างหวงแหนฐานทรัพยากรของชาติ ควรเน้นสร้างความแตกต่างของสินค้าด้านคุณภาพหรือนวัตกรรมมากกว่า

คนไทยทุกคนควรมีสติ พยายามรักษาความเป็นอยู่ในลักษณะดั้งเดิมให้ได้ สงวนจุดแข็งที่ตนเองมี คิดอยู่เสมอว่า เราต้องพึ่งตนเองให้ได้ อย่างน้อยให้มีความมั่นคงทางอาหารก่อน การอยู่แบบ พออยู่ พอกิน พอใช้ การอาศัยพึ่งตนเองและพึ่งกันเองในประเทศก่อนนั้นเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากแก่นของสังคมไทยอย่างแท้จริง เอาวิถีไทยแบบเดิมๆกลับมา วิถีไทยที่เคยอุดมสมบูรณ์และให้คุณค่ากับการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มากกว่าการตีคุณค่าจากเงินตรา

สรุปง่ายๆ ดำเนินชีวิตตามรอยของในหลวงของเรา นั่นแหละครับ เป็นทางออกที่ดีที่สุด+




ประเด็นนโยบาย:
เศรษฐกิจ/อาชีพ




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2555 15:42:14 น.
Counter : 232 Pageviews.  

1  2  

shirlyblossom
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add shirlyblossom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.