Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ปาฐกถาศิลป์ พีระศรี 2552 "สาระสำคัญในงานจิตรกรรมไทยประเพณี"

โดย ชมพูนุท นำภา


*15 กันยายนของทุกปีเป็น "วันศิลป์ พีระศรี" มหาวิทยาลัยศิลปากรจะมีธรรมเนียมปฏิบัติเป็นการจัดงานวันศิลป์ พีระศรี และมีปาฐกถาพิเศษ โดยผู้ทรงความรู้ในชื่อปาฐกถาศิลป์ พีระศรี ปีนี้เป็นครั้งที่ 14 แล้ว

ผู้เป็นองค์ปาฐกคนสำคัญของปีนี้ อาจารย์จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ ปาฐกถาในหัวข้อ "สาระสำคัญในงานจิตรกรรมไทยประเพณี"

ก่อนเริ่มงานในห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยที่วังท่าพระ ผู้คนล้นหลามเก้าอี้ไม่พอนั่ง มีสูจิบัตรแจกฟรีให้ผู้เข้าร่วมฟังด้วย ซึ่งปรากฏว่าสูจิบัตรไม่พอแจกเพราะคนต้องการมีมากกว่าจำนวนที่จัดพิมพ์

ใครไม่ได้ก็น่าเสียดายแทน

     เริ่มรายการบนเวที อาจารย์จุลทัศน์กล่าวถึงงานจิตรกรรมไทยประเพณีว่า เพิ่งมีมา 20 ปีก่อนหน้านี้ ประเพณีเป็นได้ทั้งลักษณะนามธรรม และรูปธรรม งานจิตรกรรมไทยประเพณีมีความสำคัญเป็น "มรกดทางศิลปกรรม" ของชาติ เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาและภาคภูมิใจ เป็นหลักฐานแสดงความอารยะของสังคมสยาม

แต่ความภูมิใจที่ได้ฟังกันมาปากต่อปาก โดยไม่เข้าใจสาระสำคัญในงานก็จะเสียโอกาสได้รับสิ่งที่ดีๆ เพื่อจรรโลงชีวิตและเพิ่มคุณค่าแก่ตนเอง

ดังนั้น จึงต้องรู้จักสาระสำคัญในการสร้างงานจิตรกรรมไทย ว่าจะเป็นเรื่องราวในพุทธศาสนาทั้งนั้น และอยู่ตามฝาผนังในศาสนสถานต่างๆ ซึ่งสมัยหนึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปรารภเหตุของการเขียนรูปภาพตามวัด

ว่ารูปเขียนนั้นนอกจาก "งาม" แล้วต้องมี "ธรรมะ" อยู่ในนั้นด้วย

และความประสงค์ใช้รูปภาพจิตรกรรมก็เพื่อเป็นเครื่องล่อให้ผู้คนเกิดความสนใจดูชมรูปภาพจิตรกรรมซึ่งเป็นของงาม แล้วรับรู้และเข้าใจสาระแห่งธรรมอันมีอยู่ในเรื่องราวที่พรรณนาด้วยรูปภาพงามๆ นั้น

ฉะนั้น รูปลักษณ์ในงานจิตรกรรมไทยประเพณีจึงมีรูปลักษณ์ปรากฏเป็นมาโดยคติความเชื่อ และภูมิปัญญา ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้


*ประการแรก เป็นรูปภาพที่สร้างขึ้นบนพื้นที่อันว่างเปล่า ด้วยการใช้เส้น เขียนเส้นกั้น หรือล้อมพื้นที่บริเวณว่างนั้นขึ้นเป็นรูปร่าง หรือ รูปลักษณ์ของสรรพสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อย่างที่เรียกว่า "รูปร่างปิด" ทำให้เกิดเป็นภาพพื้นที่ส่วนย่อยทับอยู่บนพื้นที่ส่วนใหญ่

ประการที่สอง เป็นรูปลักษณ์ที่ไม่เป็นตามธรรมชาติ หรือตามจริง ซึ่งยากแก่การที่คนทั่วไปจะเข้าใจ แม้ชาวต่างประเทศเองก็ตาม

อาจารย์จุลทัศน์เล่าถึงตัวอย่างเมื่อสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ มองซิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสเดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย แล้วเห็นภาพจิตรกรรมไทยประเพณี ก็รู้สึกกังขา และได้แสดงทัศนคติต่อรูปภาพจิตรกรรมไทยประเพณีไว้ในจดหมายเหตุของเขา ว่า- -

"ในอุโบสถหลังหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม สีที่เขียนไว้นั้นจัดมาก ไม่มีสัดส่วนเหมาะสมกับรูปคน รูปบ้าน รูปต้นไม้จริงๆ ทำให้ระลึกไปถึงภาพลายพรมในสมัยเก่าๆ ของเราขึ้นมาได้...

"ชาวสยามกับชาวจีนไม่รู้จักวาดภาพสีน้ำมัน แล้วก็เป็นช่างเขียนฝีมือเลวอยู่ด้วย รสนิยมพวกเขาอยู่ที่ว่าภาพเหมือนนั้นเขียนง่ายเกินไป (ไม่สมกับเป็นช่างวาด) ซึ่งถ้าจะทำกันจริงๆ แล้วก็ไม่เห็นจะยากเย็นอะไร ชาวสยามจึงเสริมสิ่งวิจิตรพิสดารลงในภาพวาด ดังที่พวกเรา(ฝรั่งเศส) พอใจเสริมสิ่งพิศวงเกินจริงลงในกาพย์กลอนของเรา ฉะนั้น เขาประดิษฐ์คิดเขียนต้นไม้ ดอกไม้ นกและสัตว์อื่นๆ ซึ่งไม่เคยมีตัวตนอยู่ในโลก ลางทีเขียนรูปคน ก็จัดอิริยาบถให้อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ และความลับในข้อนี้ก็คือ เขียนสักแต่จะเอาง่ายเข้าว่า เพื่อให้ดูคล้ายของจริงเท่านั้น นี้แลคือเรื่องที่เกี่ยวแก่วิชาช่างของชาวสยาม..."

ทัศนคติของลาลูแบร์นั้น อาจารย์จุลทัศน์อธิบายว่า เพราะคนไทยเขียนรูปเป็นนามธรรมแต่โบราณและยังเป็นอยู่ ไม่ได้เขียนรูปแบบสัจนิยม



*"บรรดารูปภาพซึ่งได้รับการเขียนขึ้นเพื่อแสดงพฤติกรรมของบุคคลที่สมมุติขึ้น และลำดับเรื่องนั้น เป็นสมมุติบุคคลให้เหมาะสมกับเรื่องราวที่นำมาเขียนขึ้นเป็นรูปภาพนั้น การสร้างรูปลักษณ์เป็นรูปภาพมนุษย์ สัตว์ บ้านเรือน หรืออื่นๆ แม้ดูจะไม่เหมือนจริงตามธรรมชาติ แต่บรรดารูปลักษณ์ที่ปรากฏในงาน ยังคงอาศัยโครงสร้างของรูปร่างสรรพสิ่งจริงตามธรรมชาติเป็นพื้นฐานเบื้องต้น แล้วลด ตัด ลัด ทอน ให้เกิดลักษณ์อย่าง นวลักษณ์คือ รูปใหม่ ที่มีความเรียบง่ายเป็นพื้น แล้วผนวกด้วยคตินิยมด้าน สุนทรียรูป ที่เป็นขนบนิยม"

อาจารย์ยังบอกอีกว่า รูปภาพสิ่งต่างๆ ในงานจิตรกรรมไทยประเพณี แลดูคล้ายกระดาษตัดทำเป็นรูปร่างสิ่งต่างๆ เป็นรูปภาพที่เขียนแสดงอย่างรูปร่าง ไม่ใช่อย่างรูปทรง จึงมีความจำกัดเพียง 2 มิติ คือความกว้าง และความสูงเท่านั้น

"สาระสำคัญอีกอย่าง คือรูปภาพจิตรกรรมไทยประเพณี จะไม่แสดงกาลเวลา กลางวันหรือกลางคืน และขนบในการสร้างรูปภาพรูปคน ยักษ์ จะได้รับการสร้างขึ้นเป็นรูปแบบอย่าง พิมพ์เดียวกัน รูปภาพยักษ์ก็จะเขียนเฉพาะภาพใบหน้าให้มีรูปแบบเป็นอย่างพิมพ์เดียวกัน ยังมีสาระสำคัญควรสังเกตอีก คือรูปแบบใบหน้าของมนุษย์ก็ดี อมนุษย์ก็ดี แม้ใบหน้ามีขนาดเล็ก แต่ก็อาจแสดงออกความรู้สึกของเจ้าของใบหน้าให้เห็นได้ ดังรูปภาพใบหน้ามนุษย์ ย่อมแสดงกิริยาแย้มยิ้มอยู่บนใบหน้า หรือรูปภาพอมนุษย์ ดังใบหน้ายักษ์ ได้รับการเขียนให้มีกิริยาโกรธขึ้งอยู่กับใบหน้า เป็นการแสดงความรู้สึกที่แสดงออกถาวรสำหรับรูปแบบเดียวกัน"

     เกี่ยวกับสาระสำคัญนี้ อาจารย์จุลทัศน์แทรกเรื่องตลกขำขันของมัคคุเทศก์นำเที่ยวที่พบกับตัวเองว่า มัคคุเทศก์พาฝรั่งมาดูภาพจิตรกรรมแล้วฝรั่งถามว่าทำไมหน้าตาจึงเหมือนกันหมด ด้วยความไม่เข้าใจมัคคุเทศก์บอกฝรั่งว่า "ยูรู้ไหมว่ายักษ์นามสกุลเดียวกันหน้าตาเลยเหมือนกันหมด ส่วนมนุษย์ก็นามสกุลเดียวกันเป็นญาติพี่น้องกัน หน้าเลยเหมือนกัน ฝรั่งพยักหน้าบอก ไอซีๆ แล้วเดินหน้าเมื่อยต่อไป"

อีกสิ่งหนึ่งที่จะดูภาพจิตรกรรมไทยประเพณีให้เพลิดเพลิน ต้องเข้าใจด้วยว่าภาพมนุษย์และอมนุษย์ ได้รับการสร้างขึ้นด้วยการ "บิดผัน" อวัยวะส่วนสำคัญ ดังใบหน้า ลำตัว แขน ขา เป็นต้น ให้ขนานไปกับระนาบของพื้นภาพทางด้านขาวบ้าง ซ้ายบ้าง แต่จะไม่ปรากฏรูปภาพเขียนยื่นแขนหรือขาตรงออกมาจากพื้นระนาบนั้นเลย

โดยสรุปแล้วอาจารย์จุลทัศน์บอกว่า งานจิตรกรรมไทยประเพณีที่มีรูปลักษณ์อย่างที่เป็นอยู่นี้ เพราะคนโบราณเขาให้ความสำคัญของทุกสิ่งในพื้นภาพเท่ากัน

"เขาดูภาพเหมือนกับการอ่านหนังสือ หน้ามองตรงไปข้างหน้าเห็นทุกอย่างเท่ากันหมด ไม่มีว่าข้างบนสุดบรรทัดเล็กแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาเป็นตัวใหญ่"

อาจารย์จุลทัศน์บอกว่า จิตรกรรมประเพณีที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เพราะคนไทยเป็นคนที่เคารพในขนบนิยม ไม่นอกครู เป็นแบบแผนที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงสืบสานมาเป็น 100 ปี

"งานจิตรกรรมไทยประเพณีที่มีมาแต่อดีต เป็นทั้งมรดกทางศิลปกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ ประหนึ่งตำราเล่มสำคัญ กระนั้นก็ตามขุมทรัพย์แห่งปัญญานั้น กลับถูกทอดทิ้งไว้ภายในตู้ไทยลายทอง ที่พึงชมดูแต่ลายทอง โดยมิได้เปิดตู้เพื่อสัมผัสขุมทรัพย์แห่งปัญญาในการสร้างสรรค์งาน.."

     อุปมาว่าแม้มีตำราอันเป็นขุมทรัพย์แห่งปัญญา ถ้าไม่เปิดอ่านหาความรู้ที่อยู่ภายในเล่มให้เต็มกำลัง แต่กลับชมดูเพียงปกซึ่งเป็นเพียงเปลือกห่อหุ้มขุมทรัพย์แห่งปัญญาอันบรรจุอยู่ในตำรานั้น ก็น่าเสียดายโอกาสยิ่ง



ขอขอบคุณ
ที่มา :
มติชนรายวัน วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552 หน้า 20


H O M E



Create Date : 23 กันยายน 2552
Last Update : 23 กันยายน 2552 20:38:26 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
jenifaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Editor
บทความ ความคิดเห็นที่นำลง"สนามหลวงแก็งค์" ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เพียงเราเห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ในทางข้อมูล ข่าวสาร
หากท่านมีข้อคิดเห็นประการใด โปรดแจ้งให้เราทราบ จักขอบคุณยิ่ง
"สนามหลวงแก็งค์"
kunkorn : Facebook



"Sanamluang's Gang"
"สนามหลวงแก๊งค์"

kunkorn : Facebook

     เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้เกิดการศึกษา การเรียนรู้ เผยแพร่ ส่งเสริม สนับสนุน รวบรวมข้อมูล ข่าวสาร อนุรักษ์ รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย วิถีชีวิต และปรัชญา คุณค่าจิตวิญญาณที่งดงาม สืบสานต่อยอดกันมานานนับพันๆปี และกำลังถูกทำลายด้วยอิทธิพลจากแนวคิดเชิงวัตถุนิยมแบบตะวันตก

● เพื่อการศึกษาหาความรู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการศึกษา เรียนรู้ สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบ และนำมาเผยแพร่แก่มวลมนุษยชาติ อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง มิใช่เพียงวิทยาศาสตร์เชิงวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะถือว่าพระพุทธเจ้า ทรงค้นพบความจริงของธรรมชาติ ทั้งหมดทั้งสิ้น ที่มนุษย์ธรรมดาสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ยังเป็นเพียงผู้รู้ แค่หางอึ่งที่ยังอยู่ในกะลาครอบ แต่บังอาจด่วนสรุป ขัดแย้งกับ สิ่งที่องค์ศาสดาทรงค้นพบมากว่าสองพันปี จนทำให้บังเกิดความสับสน ลดความน่าเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ

● สนามหลวงแก๊งค์ ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณท่านเจ้าของข่าวสาร ข้อมูล ที่เราได้นำลงในสนามหลวงแก๊งค์ ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยจิตคารวะ ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็เพื่อให้สนามหลวงแก๊งค์ เป็นแหล่งในการเผยแพร่ ข้อมูล ข่าวสารที่เป็นประโยชน์และเพื่อเป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน แต่หากท่านเจ้าของข้อมูล ข่าวสารที่ สนามหลวงแก๊งค์ นำลงไม่มีความประสงค์ให้นำลง ขอได้โปรดแจ้งความประสงค์ เรายินดีที่จะถอดออกต่อไป

ด้วยจิตคารวะ
www.sanamluang.bloggang.com
kunkorn : Facebook


ดาวหาง
     เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นในห้วงมหาจักรวาลอันยิ่งใหญ่ ลี้ลับไร้ขอบเขต ทุกครั้งที่ดาวหางปรากฏ มันจะส่งสัญญาณแห่งความพินาศ มหันตภัย ธรรมชาติ ความตาย ความเจ็บป่วย สงคราม ความขัดแย้ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกง การเบียดเบียนของมนุษย์บนพื้นพิภพใบนี้

     มันคือสัญญาณเตือนภัยที่มนุษย์ไม่อาจจะควบคุมได้ ทั้งภัยทางธรรมชาติและภัยที่เกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างกันขึ้นมาเองในทุกรอบพันปี

     ไม่ว่ามนุษย์จะคิดว่าตัวเองเก่งกาจสามารถ ฉลาดสักเพียงไหน ก็ไม่อาจหลีกพ้นมหันตภัยเหล่านี้ไปได้
     ดังนั้น จงเชื่อและปฎิบัติตามอย่างไม่ลังเลต่อคำสอนของศาสดาของเราอย่างจริงจังเถิด

     แม้จอมจักรพรรดิ จอมราชันย์ หรือจอมทรราชที่ยิ่งใหญ่ในอดีต ก็ต้องตายร่างกายเน่าเปื่อยเป็นผุยผง และในที่สุดวิญญาณของเขาก็ต้องชดใช้กรรม ด้วยการถูกไฟนรกเผาผลาญโดยไม่มีข้อยกเว้นทั้งทั้งสิ้น

     จงอย่าอหังการ์ว่าตัวเองเก่ง ฉลาด และยิ่งใหญ่กว่าคำสอนของพระศาสดา ไม่มีมนุษย์ตนใดที่จะพ้นจากกฎแห่งธรรมชาติได้ มนุษย์ที่เก่งกว่าเรา เขาได้ตายร่างกายทับถมปฐพีแห่งนี้นับไม่ถ้วนแล้ว


     ● ขออนุญาตนำภาพวาด "วีระชนบนพานรัฐธรรมนูญ" ของ คุณสถาพร ไชยเศรษฐ ศิลปินอิสระ อดีตแนวร่วมศิลปินแห่งประเทศไทย ซึ่งวาดเนื่องในโอกาส 2 ปี 14 ตุลา มาเป็นส่วนหนึ่งของหัว "สนามหลวงบล็อก"                


บริการดูดวง



"สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จตามอุดมการณ์ของเรา ที่ได้ตั้งเอาไว้ว่า "เราจะใช้วิชาความรู้ในด้านการพยากรณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับการให้การปรึกษาของผู้คนที่กำลังประสบปัญหา ความเดือดเนื้อร้อนใจ หรือการเผชิญกับปัญหานั้นๆได้อย่างไรดี

มนุษย์เกิดแต่กรรม มนุษย์มีกรรมเป็นเหตุ เมื่อเราประสบเคราะห์กรรม ปัญหาอยู่ที่ว่าหากเราทราบเสียก่อน ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่ทราบ อย่างน้อยก็ทำให้เราระมัดระวังตัว อย่างน้อยก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงเพื่อทำให้เราเผชิญกับกรรมน้อยลงไป อย่างน้อยก้ทำให้เรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันมีที่มา มันมีที่ไปของมัน

มีนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์วัตถุจิตนิยม มักโจมตีอยู่เสมอว่า การดูดวง เป็นเรื่องของความงมงาย หมอดูคู่กับหมอเดา หมายถึงว่า เขาไม่เชื่อในเรื่องของวิชาโหราศาสตร์เพราะคิดไปว่ามันเป็นเรื่องเดียรัจฉานวิชาบ้าง เป็นการคาดเดาเอาเองบ้าง คิดว่ามันเป็นวิชาที่ใช้สถิติสุ่มเอาบ้าง ไม่เชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์จะสามารถไขปริศนาแห่งรหัสลับของดวงดาว จักรวาล และธรรมชาติรอบตัว

แสดงว่าเขาลืมไปว่า อัลเบิร์ต ไอสไตน์ และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่า ทุกสรรพสิ่งในโลกรอบตัวเรา ตั้งแต่เล็กเท่าอะตอม (จุลจักรวาล)จนถึงมหาจักรวาล ล้วนมีความผูกพัน ล้วนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแยกกันไม่ออก เพียงแต่ว่า กับอะไร เมื่อไร อย่างไร เท่านั้น

กรรมเป็นผลจากการกระทำของเราในอดีตชาติ จะดีหรือจะร้ายก็เพราะเราทำ เป็นสิ่งที่เราจะต้องได้รับผลแห่งการกระทำเหล่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โหรฯเป็นเพียงผู้แปลรหัสของดวงดาวและธรรมชาติรอบตัว เพื่อเผยแผนที่ชีวิตของเรา และสามารถมองเห็นช่องทางที่จะเลี่ยงหลบสิ่งเลวร้าย ให้ลดน้อยถอยลงหรือพบพานแต่สิ่งที่ดีดี

การสะเดาะเคราะห์ หรือพิธีการตัดกรรมที่กำลังกล่าวขานถึงก็คือการขออโหสิกรรม ลดการอาฆาตจองเวรกับเจ้ากรรมนายเวรที่กำลังจ้องจองเวรด้วยความอาฆาตพยาบาทที่ถูกเรากระทำในอดีตชาติ ไม่ใช่เป็นการตัดทอนผลกรรมที่เราทำให้หมดไปหรือให้ลดลง เพราะกรรมที่เรากระทำไม่สามารถตัดทอนลงไปได้



สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์พยากรณ์เที่ยงตรง แม่นยำเชื่อถือได้ วิเคราะห์พยากรณ์อย่างเป็นระบบ ไม่เลื่อนลอย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของครูที่ท่านได้กำชับให้นำเอาวิชาการพยากรณ์มาช่วยเหลือแนะนำ บรรเทาทุกข์ของผู้คนมากกว่าการพยากรณ์เพื่อการค้า

ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าประเทศใด? ชาติใด ภาษาใด? สมัยไหน? ชนชั้นวรรณะใด? ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว นักธุรกิจ นักการค้า แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ หรือไม่เว้นแต่นายพล นายพัน รัฐมนตรี หรือระดับผู้นำประเทศ ล้วนแต่เคยดูดวงด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราจะเชื่ออย่างงมงายหรือจะเชื่อโดยใช้เหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดยนำเอาคำพยากรณ์มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินชีวิต หรือทำธุรกิจ การค้า หรือเพื่อการทำสงครามฯ

"สนามหลวงแก็งค์" ไม่สนับสนุนให้เชื่อเรื่อง "ดวง" อย่างงมงาย แต่เราสนับสนุนให้ใช้คำ "พยากรณ์"อย่างมีวิจารณญาณประกอบการตัดสินใจอย่างมีสติ ใช้ "ปัญญา"อย่างมี "เหตุผล"

หลังจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนต้องมีการเข้าจองคิวดูดวงเป็นจำนวนมาก ณ ขณะนี้ ไม่ใช่แต่เฉพาะคนไทยในประเทศที่เข้ามาใช้บริการจาก "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"เท่านั้น

แต่ยังมีคนไทยที่อยู่หลายประเทศทั่วโลกเข้ามาดูดวง ตรวจสอบชื่อ นามสกุลมากมาย ทั้งนี้คงเป็นเพราะผู้ที่เข้ามา"ดูดวง" กับ "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์" ได้รับความพอใจในคำพยากรณ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ แนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมตามหลักโหราศาสตร์ จึงได้มีการบอกเล่า แนะนำชักชวนกันปากต่อปากเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมwww.sanamluang.bloggang.com มีจำนวนถึง 118 ประเทศ โดยเข้ามาเปิดดูหน้า "สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์"คิดเป็นร้อยละ 80 ของ pageviews ต่างๆใน www.sanamluang.bloggang.comจัดทำบล็อกครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 มีผู้เข้าชมจำนวนทั้งสิ้น 579,020 ครั้ง จากจำนวน 262,960 visitors (ข้อมูล ณ เวลา 12.00 น.ของวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2553)

ส่วนใหญ่ลูกค้าที่โทรเข้ามาเกือบ 98% เมื่อโทรฯ เข้ามาดูดวงแล้ว จะสามารถนัดวัน เวลาดูดวงได้โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะมีอยู่บ้างเพียงไม่กี่รายที่โทรฯเข้ามาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อาจจะเนื่องมาจากไม่คุ้นเคยการทำธุรกิจแบบออนไลน์ โดยมีการโอนเงินก่อน ไม่ไว้ใจ หรือไม่กล้า ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ประมาณ 2%

สำหรับที่เมลฯมาถามและเงียบไป ไม่สามารถทราบจำนวนได้ อาจเนื่องจากเป็นรายที่โทรเข้ามานัดอีกทางหนึ่งก็เป็นได้

สนามหลวงพยากรณ์ออนไลน์ ยังมีอาจารย์ผู้สอนวิชาโหราศาสตร์ ผ่านประสบการณ์ในการดูดวงหลายปีคิดเป็นจำนวนหลายพันดวง

แน่นอน แม่นยำกระชับ ชัดเจน หากไม่ทราบเวลาตกฟากท่านก็ยังสามารถดูได้ รายที่กำลังประสบเคราะห์หามยามร้าย ท่านก็จะช่วยแนะนำและแก้ไขเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็นดีด้วยศาสตร์แห่งความลี้ลับของโหราศาสตร์ โดยไม่ต้องเสียเงินสะเดาะเคราะห์ สามารถดูได้ถึงขนาดปัญหาเรื่องคู่ครอง เรื่องเคราะห์ เรื่องหน้าที่การงาน โดยใช้ "วิชาโหราศาสตร์ดวงไทย"อันเป็นสุดยอดของวิชาโหราศาตร์โบราณของไทย

นอกจากนั้น เรายังมี ซินแส ที่เชี่ยวชาญเรื่องการดูฮวงจุ้ย ทำเลปลูกบ้าน อาคารสำนักงาน ดูฤกษ์ยาม แต่งงาน คลอดบุตร ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการต่างๆโดยใช้วิชาโหราศาสตร์จีนโบราณผสานตำราดวงไทย ซึ่งซินแสท่านมีประสบการณ์การดูดวงมาไม่น้อยกว่า 45 ปี ผ่านการดูให้กับนักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทย และนักธุรกิจชั้นนำจากฮ่องกงหลายราย

ติดต่อ 081-4834367 หรือ workingmailhome@hotmail.com
--------------------------------------------
● ปรึกษาปัญหากฏหมาย
ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์
--------------------------------------------
● ปัญหาติดต่อราชการ
บริการปรีกษาเรื่อง ภาษีป้าย ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ค่าธรรมเนียมต่างๆ และการติดต่อราชการต่างๆ ของสำนักงานเขต
--------------------------------------------
● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล,

● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work
--------------------------------------------
สำนักพิมพ์ดาวหาง
www.sanamluang.bloggang.com




รับวาดรูปเหมือน และสอนวาดรูป
โดยอาจารย์ ผู้ชำนาญ

ราคาย่อมเยา

















หลังเกิดเหตการณ์ 14 ตุลา 2516 นิสิต นักศึกษา ปัญญาชน ต่างหลั่งไหลดั่งสายน้ำ ล้นขอบ ออกจากเมือง เข้าสู่ ชนบท เหตุเกิดเมื่อ กลางปี พ.ศ.2516 จนถึง พ.ศ.2519 นักศึกษากลุ่มหนึ่ง ได้ พบกันโดยบังเอิญ และ ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับชาวบ้าน ณ หมู่บ้าน แม่ตะมาน ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้ ชื่อโครงการว่า "โครงการหมู่บ้านสหกรณ์แม่ตะมาน"
เชิญ พบ และติดตาม กับเรื่องราว และบทสรุป อันควรเป็นจุดเริ่มต้น ต่อไปใน

     เมล็ดพันธุ์ประชาธิปไตย ที่ถูกหว่านทั่วท้องทุ่งแห่งประชาไทย มาบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อต้องฝน ต้องลม แห่งกาลเวลาพัดผ่าน จาก 2516 , 2519 2535,จน 2540 ถึง 2550บางเมล็ดพันธุ์ก็ยังขาวพิสุทธิ์สดใส บ้างเมล็ดพันธุ์เปลี่ยนสี บ้างก็ดอกสีเหลือง บ้างก็ดอกสีแดง บ้างก็ดอกสีม่วงก้มี สีเขียว สีน้ำเงิน หรือบ้างก็อาจเฉาโรยรา หรือบ้าง ผสมผสานกลายพันธุ์ ก็มีไม่น้อย
มาบัดเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่ จิต วิญญาณ แห่ง 14 ตุลา เดิมเสียแล้ว ไม่ใช่พันธุ์เดียวกัน อย่าได้ เอ่ยอ้างเลย ว่า วิญญาณ 14 ตุลา ยังคง...มันประชาธิปไตย ที่ไม่ บริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนอย่างเดิมเสียแล้ว.....
..แต่มันเป็น.ประชาธิปไตย...เพื่อใคร..??


“ทุกวันนี้ เราจะรับรู้ ได้เห็น ได้ยินแต่เรื่องเลวร้าย ในสังคม
เราจึงขอบันทึกสิ่งที่ดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ ด้วยจิตคารวะ และขอเป็นกำลังใจให้เกิดสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ต่อไป”>>>



อ่านงานเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์หลากหลายประเทศทั่วโลก ที่นี่ >>>





*จำนวนผู้ชมทั้งสิ้น* สถาปนาบล็อค 21 ก.ค.2550
Friends' blogs
[Add jenifaae's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.