I am from PLUTO !
Group Blog
 
All blogs
 

เรื่องเสียวๆของผม (2)

2. อยากเตะเด็กเจงๆ

 



 


หลังจากเข้ามาเป็นเด็กส่งพิซซ่า และเจอคดีเด็ดเข้าตั้งแต่งานแรก ผมก็เริ่มพบความตื่นเต้นในชีวิต พร้อมกันนั้นก็เริ่มเห็นค่าของเงิน รู้แล้วว่าเงินแต่ละเหรียญไม่ได้หามาได้ง่ายๆ แถมบางครั้งยังต้องเอาตัวเข้าเสี่ยงอีกต่างหาก Smiley

 



 


วันที่เด็กส่งพิซซ่าปวดหัวที่สุด ไม่ใช่วันศุกร์เสาร์อาทิตย์อย่างที่คุณนึกหรอกครับ วันเหล่านั้นบรรดาลูกค้าพิซซ่ามักจะออกไปเที่ยวเตร่เฮฮา สังสรรค์กันนอกบ้านมากกว่า น้องรายที่จะสั่งพิซซ่ามากินกัน

 


วันที่พวกเราปวดหัวมากที่สุดจึงเป็นวันอังคาร พุธ ซึ่งเป็นวันกลางสัปดาห์ ที่ไม่มีใครอยากออกจากบ้าน เลิกงานมาเหนื่อยหมดแรง กริ๊งหาร้านพิซซ่าให้มาดีลิเวอรี่ถึงบ้านดีที่สุด Smiley

 



 


วันพุธสัปดาห์ถัดมาผมเข้างานบ่าย เพราะเลิกเรียนประมาณเที่ยง

 


ลูกค้ารายแรกของวันนั้นผ่านไปด้วยดีครับ จนมาถึงรายที่สองเป็นคุณยายแก่ๆอยู่บ้าน ผมรับออร์เดอร์แล้วรีบขับไปส่งในทันที ในใจอดคิดถึงเรื่องหวือหวาที่เกิดกับตัวเองเมื่อตอนไปส่งพิซซ่าให้ยัยแมรี่ไม่ได้ น่าเสียดายที่ไม่เห็นแมรี่สั่งพิซซ่ามาอีก ลองสั่งอีกสักครั้งเหอะน่า ผมสัญญาว่าคราวหน้าจะไม่มัวสั่นเหมือนคราวก่อนแน่ๆ ถ้าจะสั่นก็สั่นสู้ละค้าบบบบบบบ

 



 


คุณยายแอนนาเป็นคนแก่อยู่บ้านคนเดียวกับหลานชาย ตอนที่ผมไปส่งพิซซ่านั้น หลานแกวิ่งเล่นหายไปไหนแล้วไม่รู้ คุณยายให้ทิปผมตั้ง 5เหรียญแน่ะครับ ถือว่าใจป้ำมากสำหรับเมืองเล็กๆอย่าง Danville

 


รับเงินเสร็จเรียบร้อยผมก็ขึ้นรถ เตรียมขับกลับร้าน

 


แต่แล้วทันใดนั้นเองก็มีหน้าเล็กๆโผล่มาจากเบาะหลังพร้อมกับส่งเสียงร่าเริง

 


“จ๊ะเอ๋”



 


“เฮ้ย” ผมสะดุ้งโหยง ตกใจจนเกือบจะหักรถตกถนน

 


เด็กฝรั่งครับ ผมทอง ตาสีฟ้า หน้ามีกระ ท่าทางซนอย่าบอกใคร

 


งานเข้าอีกแล้วกรู...ลูกใครหลานใครล่ะเนี่ย มาโผล่บนรถผมได้ไงฟะ

 


“มาย เนม อีส อองตวน” หยั่งกับจะรู้แน่ะครับ เด็กผมทองเลยรีบแนะนำตัว

 


“อองตวนมาได้ยังไงเนี่ย”

 


“ก็ผมเห็นรถคุณจอดอยู่หน้าบ้าน เลยขึ้นมานะสิ โง่เจงๆ”

 


เวงกำ...หลานคุณยายแอนนาแน่แล้ว

 


“เด๋วฉันกลับไปส่งบ้าน หนูอยู่บ้านยายแอนนาใช่ไหม”

 


“ใช่ แต่ผมไม่กลับ คุณต้องพาผมไปนั่งรถเล่นก่อน”

 


“ไม่ได้ ฉันต้องกลับไปทำงานต่อ”

 


“แง แง แง แง” เด็กเวงแหกปากร้องเสียงดังลั่น แต่แสบมากๆเพราะไม่มีน้ำตาสักหยด

 


“โอ๊ย ปวดหู เลิกร้องได้แล้ว” ผมโวยวาย

 


“เลิกก้ได้ แต่ต้องพานั่งรถเที่ยวก่อน” เด็กแสบต่อรอง

 


“อ้ะ ก็ได้” ผมมองดูนาฬิกา พอมีเวลาเหลือสักยี่สิบนาที พามันไปวนรอบหมู่บ้านสักรอบแล้วเอาไปส่งบ้าน น่าจะพอไหว

 


ผมขับวนพาอองตวนไปรอบๆหมู่บ้าน เจ้าหนูก็หัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจ กระโดดขย่มจนรถผมแทบพัง ในที่สุดผมก็พามาจอดที่หน้าบ้าน แต่เด้กนรกนี่มันไม่ยอมลงครับทั่น

 


“แง แง แง แง” มันแหกปากอีกแล้ว

 


“ลงได้แล้วไอ้หนู” ผมจอดรถลงมาเปิดประตูหลัง พยายามจะจับตัวมันลง แต่ไอ้เด็กแสบไวยังกะลิง มันกระโดไปเบาะหน้า พอผมอ้อมไปเบาะหน้า มันก็กระโดดมาเบาะหลัง ไล่จับกันไปไล่จับกันมาจนผมเหนื่อย พอจับตัวได้มันก็เกาะเก้าอี้คนขับแน่นพร้อมกับร้องไห้เหมือนผมตีมันยังงั้นล่ะ

 


“ไม่ลงๆๆๆๆ จะไปเที่ยวๆๆๆๆ”

 


“เอ้า อีกรอบเดียวนะ” ผมชักหงุดหงิด แต่ถ้าไม่พามันไป สงสัยจับลงจากรถไม่ได้แน่นอน

 


สุดท้ายผมเลยต้องหยวนๆ ขับพาไอ้หนูไปเที่ยวอีกรอบ คราวนี้พอผ่านร้านค้า อองตวนก็ชี้นิ้วร้องอยากกินไอติม

 


“จะเอาไอติมๆๆๆๆๆๆ”

 


“กลับบ้านไปให้ยายแกซื้อไป๊” ผมชักเหลืออด

 


“แงๆๆๆๆๆๆๆๆ ช่วยด้วยครับ น้าคนนี้ตีผม” เด็กนรกร้องเสียงลั่น เล่นเอาใครต่อใครแถวนั้นหันมามอง

 


เอาละสิกรู เด็กเวงนี่ทำเรื่องซะแระ

 


“อ้ะ อ้ะ ซื้อไอติมก็ได้ หยุดร้องได้แล้ว” ผมตัดใจลงไปซื้อไอติมให้เด็กแท่งนึง เลือกเอาที่ถูกที่สุด ราคา 2.5เหรียญ...เวงกำ ทิปเพิ่งได้มา 5 เหรียญ โดนเด็กแสบกินไปตั้งครึ่งนึง

 


อองตวนกระโดดด้วยความดีใจ กินไอติมจนเลอะไปทั้งตัว ผมได้แต่ส่ายหน้าด้วยความปวดกระดองใจ ขับรถพากลับบ้าน จะเอาตัวไปส่งยายของมัน แต่พอเลี้ยวเข้าซอยบ้านคุณยายแอนนาเท่านั้นละ เจ้าอองตวนก็กรี๊ดขึ้นมาอีก

 


“ไปอีกสามรอบ”

 


“หา” ผมตาเหลือก “สามรอบ ไม่ไหวแล้วโว้ย ลงจากรถกรูเด๋วนี้เลยนะ”

 


“หนูไม่ลง แง แง แง แง แง แง แง แง”

 


อองตวนแหกปากร้องไห้โหยหวน ราวกับโดนทรมานทรกรรม ผมเองก็เริ่มประสาทเสีย ไม่รู้จะจัดการกับเด็กนี่ได้ยังไง ก็พอดีนึกได้ว่าสองวันก่อนผมเป็นหวัดซื้อยาลดน้ำมูกมากิน ผมเป็นมนุษย์ไม่ชอบกินยา เลยซื้อแบบจิบที่มีรสอร่อยมาจากวอลล์มาร์ต นอกจากรสชาดอร่อยแล้วไอ้ยาเนี่ยมันก็ง่วงซะด้วย

 


เอาละวะ...จะหาว่าใจร้ายก็ยอม...ผมเริ่มแผนชั่วทันที

 


“อ้ะ เดี๋ยวไอพาไปนั่งรถอีกก้ได้ แต่อองตวนต้องกินน้ำหวานนี่ก่อนนะ”

 


“น้ำหวานอะไร” อองตวนทำตาโต ชักสนใจ

 


“นี่ไงๆๆๆ อร่อยนะ” ผมเชิญชวนด้วยการเปิดฝาขวดยาส่งให้เด็กนรกลองดม

 


“ชิมหน่อยเดะ” อองตวนว่า

 


เสร็จกรู อิอิ ผมส่งขวดยาให้หนูอองตวน ซึ่งรับไปจิบแต่โดยดี

 


“เหมือนยาแก้ไอเลยอะ” เด็กแสบบ่นพึมพำ

 


ผมเห็นอองตวนจิบไปเยอะพอสมควร ก็เริ่มขับรถวนไปช้าๆรอบหมู่บ้าน คราวนี้ไปยังไม่ทันจะครบรอบเลย อองตวนก็หลับคร่อกไปแล้ว เย้ๆๆๆๆๆๆ



 


ผมวนรถกลับไปหน้าบ้านคุณยายแอนนา แล้วอุ้มเด็กแสบลงไปกดออดที่ประตู

 


คุณยายแอนนาเดินกระย่องกระแย่งมาเปิดให้ เมื่อเห็นอองตวนก็ทำตาโต ร้องโวยวายว่าเกือบจะโทรแจ้งความซะแล้วว่าหลานหายไป แกขอบคุณผมใหญ่โตก่อนจะให้ทิปมาอีก5เหรียญ เป็นค่าที่พาหลานแกไปนั่งรถเที่ยว

 


เฮ้อ...มันจะคุ้มกันไหมเนี่ย เพราะเลยเวลาส่งพิซซ่าไปกลับที่โรแบร์โต้กำหนดไปเกือบสิบนาที

 


แต่ยังไงก็อดขอบคุณยาขวดนั้นไม่ได้ เพราะไม่งั้นผมคงจะได้เตะเด็กตกรถไปแล้วอะครับ

 


ที่น่าสงสารก็คือ ไม่รู้ว่าไอ้หนูมันจะตื่นเมื่อไหร่นะสิ เพราะเล่นซัดเข้าไปตั้งเกือบครึ่งขวด ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

 



 






Free TextEditor




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2553    
Last Update : 6 สิงหาคม 2553 15:19:20 น.
Counter : 1608 Pageviews.  

เรื่องเสียวๆของผม (1)

ผมมีเรื่องสนุกๆสมัยที่เรียนต่างประเทศ แล้วได้ไปทำงานพิเศษเป็นหนุ่ม delivery ของบริษัทพิซซ่ายี่ห้อหนึ่ง อย่าไปเอ่ยชื่อเลยนะครับ เดี๋ยวจะเสียหายไปถึงเขา แต่เอาเป็นว่า ทำงานที่นั่น ผมได้ประสบการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะเรื่องสุดสยิว ที่เจอกับตัวเองหลายเรื่อง



 



1.      สมัครงาน



 



ผมเรียนจบมัธยมที่กรุงเทพเนี่ยล่ะ แต่เพราะตอนเรียนมัวแต่จีบสาว และถูกสาวจีบ (บางครั้งก็มีหนุ่มๆก็ตามจีบนะเฟ้ย เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่หล่อจิง) ก็เลยจบมาด้วยเกรดที่ไม่รุ่งนัก เลยไม่แปลกใจที่โอเน็ต เอเน็ตไม่ติดไรกับเขาเลย


พอมหาลัยเปิด ผมก็เริ่มเคว้งคว้าง เพราะเพื่อนสนิททั้งหลายพากันเข้าเรียนมหาลัยนั้นนี้ แล้วก็ไปมีเพื่อนสนิทกลุ่มใหม่ ไอ้ผมก็ได้แต่ตระเวนไปเตะบอลกับพวกมันตอนเย็นๆ เลิกเตะบอลก็ไปนั่งเหล่สาวแถว RCA เป็นอย่างนี้อยู่หลายเดือน

 


ความที่ล่องลอยแบบนี้ พ่อเลยเห็นว่า ขืนปล่อยให้ลูกเรียนที่เมืองไทยต่อไป เห็นทีจะได้หลานก่อนวัยอันควร เลยหลอกผมขึ้นเครื่องบินไปหาน้าที่เมกา พอไปถึงที่นั่นจึงได้รู้ตัวว่า พ่อตั้งใจให้ผมไปเรียนต่อ ไม่ได้ให้ไปเที่ยวอย่างที่ฝันหวาน


มหาลัยที่ผมเรียนเป็นมหาลัยบ้านนอกของเมกาเลยครับ รัฐที่ผมอยู่ก็เป็นรัฐที่มีแต่ทุ่งหญ้าป่าเขา ไปแรกๆก็หนุกอยู่หรอกครับ ได้เห็นนั่นเห็นนี่ แต่พออยู่นานๆก็เริ่มเหงา แถมมหาลัยของผม นักศึกษาส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ที่กลับมาเรียนใหม่ หลังจากจบไฮฯไปหลายปีแล้ว พวกนี้มักมีลูกมีเมียแล้ว เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ผมเลยไม่ค่อยมีเพื่อนเที่ยวเหมือนอยู่กรุงเทพ เหงาโคดๆ ในเมืองมีผับอยู่สองแห่งเอง โรงหนังก็ไม่มี ต้องขับรถไปดูอีกเมือง แต่โชคดีหน่อยที่อยู่ใกล้ชิคาโก ขับรถแค่ชั่วโมงเดียวถึง มหาลัยปิดเทอมผมอยากจะกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะพ่อห้ามไว้ กลัวผมพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง


เช้าไปเรียน เย็นกลับบ้าน พ่อให้เงินใช้จำกัด อยากไปเที่ยวกับเพื่อน(แก่ๆ)บ้าง พ่อก็ไม่ให้เงิน บอกว่าถ้าอยากไปเที่ยวก็หาเงินเอาเอง


ผมนั่งกลัดกลุ้มอยู่นาน เพราะสมัยอยู่เมืองไทยเป็นคุณหนู อยากได้ไรก็แบมือขอเงินพ่อแม่ คิดมาคิดไปก็เอาวะ มาที่นี่ใครๆเขาก็ทำงานพิเศษกันทั้งนั้น วีซ่านักเรียนของผมก็อนุญาตให้ทำงานพิเศษได้สัปดาห์ละไม่เกิน 20 ชั่วโมง


พอตัดสินใจว่าจะทำงานพิเศษ ผมก็มานั่งนึกว่าจะทำอะไรดี เสิร์พอาหารก็ไม่อยากทำ ส่งหนังสือพิมพ์ก็ตื่นเช้าไม่ไหว สุดท้ายแมทธิวเพื่อนที่นั่งเรียนติดกันมันแนะนำให้ผมลองไปสมัครเป็นเด็กส่งพิซซ่าดู



ตอนแรกผมคิดว่าจะยาก แต่โชคดีตอนผมไปสมัครนั้น ร้านพิซซ่าสาขาที่ผมสมัครมีเด็กลาออกไปคนนึงพอดี เจ้าของที่เป็นคนอิตาเลียนก็เลยตกลงรับผมเข้าทำงานทันที


“มีรถใช่ไหม” โรแบร์โต้ถาม

 


“มีครับ” ผมตอบ

 


“ต้องเติมน้ำมันเองนะ” โรแบร์โต้ว่า เสียงของคนอิตาเลียนสำเนียงอังกฤษนี่ฟังยากชะมัด

 


“แหงล่ะ” ผมตอบ


“ต้องส่งพิซซ่าให้ถึงมือลูกค้าและกลับถึงร้านภายในครึ่งชั่วโมง”


“ครับ”


“ฉันจ้างนายชั่วโมงละ 18 เหรียญ ถ้าทำงานผิดพลาดหรือกลับผิดเวลาจะโดนหักเงิน”


“ครับ” ผมทำตาโต ชั่วโมงละ 18 เหรียญไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย

 


“เอาละ รายแรก มิสแมรี่ บ้านอยู่ถนน....” โรแบร์โต้ส่งที่อยู่พร้อมกับถาดพิซซ่าให้ผม


“เฮ้ย” ผมตาเหลือก “เอาเลยเรอะ”


“เอาเลย วันนี้ฉันขาดเด็ก”


เอาก็เอาวะ...ผมรับพิซซาถาดนั้นพร้อมกับเสื้อแจ้กแก๊ตสีสด อันเป็นเครื่องแบบของเด็กส่งพิซซ่ามาสวม แล้วขับรถไปยังบ้านเลขที่ที่ระบุไว้ในใบเสร็จทันที


“ติ๊งหน่อง” ผมกดออดแล้วยืนระทึกรอลูกค้ารายแรก


“อ้าว ไม่ใช่แดนนี่เหรอ” แมรี่ทำหน้าเหรอหรา เมื่อเห็นหน้าเด็กส่งพิซซ่าคนใหม่อย่างผม


“เปล่าครับ ผมเพิ่งมาทำงานวันนี้”


“ชื่ออะไรล่ะ”


“โทนี่ครับ” ผมบอกชื่อภาษาอังกฤษของตัวเอง

 


“เข้ามาสิ โทนี่” แมรี่เดินมาเปิดประตู แล้วกวักมือให้ผมเดินเข้าไปในบ้าน


โอว...ผมทำตาโต เพราะยัยแมรี่นี่มันสวมเสื้อบางจนมองเห็นตับไตไส้พุง ท่าทางคงจะกรึ่มจนได้ที่ เพราะหน้าตาของเธอแดงก่ำ พอเข้าไปในบ้านของแมรี่ก็ได้ยินเสียงบางอย่าง

 


“ซี้ด ซ้าด โอว เยส โอว เยส”


เสียงอะไรวะ


ผมเหลียวซ้ายแลขวาเลิ่กลั่ก เสียงร้องในบ้านของแมรี่ฟังน่าสยิวมากๆ


“โทรทัศน์น่ะจ้ะพิซซ่าบอย” แมรี่เห็นหน้าตาตื่นๆของผม เลยรีบบอก “มาดูด้วยกันไหม”


ว่าแล้วเธอก็พยายามจะจูงมือผมไปนั่งด้วยกันบนโซฟา

 


“ไม่ได้ครับ”


อูย...งานเข้าแล้วกรู...ผมใจแข็ง แต่แอบชำเลืองมองดูทีวีที่แมรี่เปิดทิ้งไว้ ก็เห็นพระเอกนางเอกในจอกำลังโรมรันกันอย่างถึงพริกถึงขิง


เลือดหนุ่มผมฉีดแรง ก็แหม...ผมไม่มีเกิร์ลเฟรนด์มานานแล้วนี่ครับ แต่นี่มันงานส่งพิซซ่ารายแรกของผมเลยนะ จะทำมันพังตั้งแต่แรกได้ยังไง


ผมปลดมือแมรี่ แล้วรับเงินจากเธอ


“ไม่ต้องทอนนะ” แมรี่รีบบอก มือข้างหนึ่งเธอถือวิสาสะลูบไล้อกเสื้อของผมพร้อมกับถามว่า “เลิกงานกี่โมงล่ะ”


“ยังไม่รู้เลยครับ” ผมรีบตอบปฏิเสธไปก่อน “ผมไปก่อนนะ เดี๋ยวกลับถึงร้านสายจะโดนหักเงิน”


ผมเดินตัวงอกระโดดขึ้นรถ เพราะอายไม่อยากให้แมรี่เห็นปฏิกิริยาที่ร่างกายส่วนล่างของผม พอกลับถึงร้านส่งเงินให้โรแบร์โต้ก็รีบวิ่งหายเข้าห้องน้ำไปพักใหญ่ ผมคงไม่ต้องเล่านะว่าเข้าไปทำอะไรในนั้น



เป็นยังไงครับ ประสบการณ์ delivery boy ของผม


นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นเอง


ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ ว่ามีเรื่องเด็ดๆอะไรรอผมอยู่ข้างหน้าบ้าง !







Free TextEditor




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2553    
Last Update : 4 สิงหาคม 2553 19:06:48 น.
Counter : 419 Pageviews.  


มาจากดาวพลูโต
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add มาจากดาวพลูโต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.