<<
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 พฤษภาคม 2556
 

ประสบการณ์ชีวิตของ inflight catering คนนึง ตอนที่ 11

Episode XI : FSO V.S. Driver & Loader


ฝ่าด่านCleaningมา จนสามารถโหลดอาหารและequipmentต่างๆเข้าที่เรียบร้อย ขยะครัวเก็บหมดเรียบร้อย ผ้าห่มปลอกหมอนก็เปลี่ยนหมดแล้ว ลูกน้องเดินมาถามผมว่า จะให้พวกเค้าทำอะไรอีกรึปล่าว? ผมจึงเริ่มเดินตรวจเช็คหน้างานทั้งหมดอีกครั้ง เพราะนอกจากผมจะต้องคอยห้ามทัพไม่ให้ลูกทีมของผมกับCleaningตีกันบ่อยๆแล้ว ผมยังต้องคอยทำสงครามเย็นเล็กๆกับลูกทีมตัวเองอีกด้วยครับ เพราะบางครั้งการไม่ชอบหน้า ร่วมงานกันไม่ได้ดี เอาเปรียบกัน ขัดผลประโยชน์บางอย่างกัน อาจเป็นเหตุให้เกิดการ'วางยา'กันระหว่างทำงานได้
หน้าตาของครัวบนเครื่องบินแบบมีฝาล็อคตู้อาหารครับ


ส่วนรูปนี้แบบไม่มีฝาล๊อคตู้ครับ

- ตู้อาหารทั้งหมดเปลี่ยนเรียบร้อย? อันนี้ต้องเช็คกันละเอียดมากๆๆๆๆเลยครับ เพราะตู้อาหารของเครื่องบินขนาดใหญ่อาจใช้ถึง12-18ตู้ โหลดเอาไว้ในครัวต่างๆของเครื่องบิน(ในเครื่องบิน1ลำอาจมีครัวหรือGalleyได้มากกว่า1ที่ครับ เพื่อให้อาหารที่เอามาสามารถเก็บกระจายเอาไว้ได้ทั่วลำ ทำให้การเสิร์ฟอาหารทำได้เร็วขึ้น) ในหลายๆครั้งลูกทีมผมอาจนำเอาตู้อาหารเก่าออกไม่หมด ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งจากการลืมหรือแกล้งกันก็ได้ อันนี้เสียหายครับ เพราะตู้อาหารเก่าอาจมีอาหารที่ผู้โดยสารทานไม่หมดอยู่ด้วย หากไม่ได้เอาออก แน่นอนครับ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าได้ทั้งลำทีเดียว 

หรือบางครั้งเอาตู้อาหารใหม่ใส่ไม่ครบก็มี ปัญหา? ผู้โดยสารก็อดสิครับ ตู้อาหารตู้นึงสำหรับผู้โดยสารตั้งแต่32คนขึ้นไปทีเดียว ดังนั้นห้ามขาด ห้ามหายครับ

- เตาอาหารร้อน อันนี้คล้ายกับตู้อาหารครับ ขาดตู้อาหาร ผู้โดยสารไม่มีถาดอาหาร แต่ขาดเตาอุ่นอาหารนี่ ผู้โดยสารไม่มีข้าวกิน หนักกว่าตู้อาหารอีก ดังนั้น เช็คๆๆๆๆๆครับ

- ขยะครัว ถังขยะในครัวของเครื่องบินนั้นไม่ได้เป็นถังเห็กหรือพลาสติก วางแอบมุมอยู่ที่ใหนซักที่ในครัวนะครับ หากแต่ถูกออกแบบให้เก็บซ่อนเอาไว้ในผนังห้องครัวอย่างมิดชิด หรืออาจเป็นเหมือนตู้อาหาร แต่ด้านในบรรจุเป็นถังใส่ขยะขนาดใหญ่ก็ได้ ถังขยะเหล่านี้จะติดตั้งไว้ในห้องน้ำและครัวครับ และด้วยความที่ออกแบบมามิดชิด บางครั้งก็หลุดลอดสายตา ลืมเอาขยะออกกันบ่อยๆครับ หากลืม และรถบรรทุกวิ่งกลับไปแล้ว ผมจะต้องเป็นคนลากขยะทั้งหมดเอาไปทิ้งเองครับ น้องๆซะที่ใหน ดังรูปครับ


- Equipmentทั้งหลาย ไล่ไปตั้งแต่กาใส่ชากาแฟ แก้วน้ำ กระติกใส่ซุป ที่คีบน้ำแข็ง กระป๋องน้ำแข็ง ฯลฯ ตามที่สายการบินระบุมา จะต้องมีวางอยู่ในครัวทั้งหมดครับ (เดี๋ยวลูกเรือเอาไปใช้เอง เราวางไว้ให้เฉยๆ) ขาดหายสิ่งใดไปไม่ได้ทั้งนั้น ทั้งหมดนี้เราจะเช็คได้ด้วยสายตาครับ คือจำได้เกือบหมด ว่าแต่ละสายการบินใช้อะไรบ้าง ไม่ใช้อะไรบ้าง

- Dry Store  ของใช้แล้วทิ้งทั้งหลายที่จำเป็น เช่นถุงขยะ กระดาษชำระ แผ่นรองนั่งส้วม ถุงอาเจียร แก้วพลาสติกหรือกระดาษ เสปรย์ดับกลิ่น น้ำยาล้างมือ ฯลฯ ตามสายการบินระบุเช่นกันครับ ไม่ใช่ว่าจะต้องใช้เหมือนกันทั้งหมด 

- อาหารจุกๆจิกๆ เช่นขนมปังบัน ผลไม้บางอย่าง มะนาวหั่นแว่น นมขวด ของพวกนี้จะไม่ได้ใส่รวมในตู้อาหาร แต่จะใส่ถุงวางไว้บนตู้อาหารตอนที่เราขนย้ายมา เพราะวางแยกไว้ต่างหากเลยลืมหรือหายได้บ่อยๆครับ ดังที่ผมเคยเล่าไปว่า ผมเคยลืมครัวซองต์นั่นแหละครับ

- Document หรือเอกสารเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เรานำมา ซึ่งต้องส่งให้ถึงมือลูกเรือ เอาไว้สำหรับเช็คของต่อจากเราอีกที หรือเพื่อบอกให้ลูกเรือทราบเกี่ยวกับรายละเอียดของอาหาร เช่นอุ่นไฟแรงหรือเบา กี่นาที เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้ ห้ามลืมเด็ดขาด นั่นคือใบเสร็จเรียกเก็บเงินครับ โดยจะต้องให้purserหรือผู้มีอำนาจสูงสุดในเที่ยวบินนั้นเซ็นรับรอง หากลืมก็เท่ากับว่า เราแจกอาหารและบริการทุกสิ่งทุกอย่างในเที่ยวบินนั้นฟรีครับ

นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา หน้าที่อีกอย่างของผมคือ ควบคุมการทำงานของลูกทีมอย่างไกล้ชิด เพราะบนเครื่องบิน ของล่อใจเยอะครับ ราคาดีๆทั้งนั้น ดังนั้นจึงเกิดการลักขโมยสินค้าหนีภาษีหรือเครื่องดื่มมึนเมาต่างๆเอาออกไปขายกันอยู่เป็นประจำ สร้างความเสียหายแก่สายการบินปีหนึ่งๆคิดเป็นเงินหลายล้านบาททีเดียว เราจึงมีหน้าที่ต้องปกป้องลูกค้าของเราจากการกระทำอันสิ้นคิดของคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ด้วย โดยหากพบเห็นการลักขโมย เราสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อติดต่อตำรวจเข้าจับกุมได้ทันทีครับ 

แต่การทำเช่นนี้บางครั้งก็ไม่ปลอดภัยกับตัวเองนัก เพราะบางครั้งการขัดขากันซึ่งๆหน้า อาจทำให้เกิดภัยกับตนเองได้เช่นกัน อาจโดนดักตี รุมทำร้าย หรือขู่กรรโชกได้ เพราะเราไปขวางการทำเงินของพวกเค้า จนทำให้บางครั้งพวกเราต้องทำตัวไม่รู้ไม่เห็นบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวเองครับ อาจทำได้เพียงป้องกันแบบอ้อมๆเช่น การเดินวนไปมาบ่อยๆในพื้นที่ที่มีการเก็บของมีค่าไว้ หรือฝากเจ้าหน้าที่สายการบินช่วยสอดส่อง เป็นต้น

การร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมของตนเองนั้น บางครั้งก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไปครับ มันมีปัญหา มีความขัดแย้งกันเองอยู่เรื่อยๆ เจอเพื่อร่วมทีมดีก็ดีไป เจอพวกคิดเล็กคิดน้อย ขี้น้อยใจก็ปวดหัวกันไป แต่เจอกองโจรนี่สาหัสสุดครับ วางตัวลำบาก ร่วมงานยาก ระแวงไปหมด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดี ที่ผมได้รับจากงานนี้ครับ

Kwae...




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2556
0 comments
Last Update : 1 พฤษภาคม 2556 22:36:09 น.
Counter : 3657 Pageviews.

 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kwae
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




[Add Kwae's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com