...Hello WORld...How do you do? ...I'm so fine...
Group Blog
 
All blogs
 

จากอีสานบ้านเราสู่นครเวียงจันทน์



...ย้อนหลังไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว...
ช่วงต้นเดือนวันหยุดติดกันหลายวันอยู่เลยได้มีโอกาสไปเที่ยวเมืองอีสานเหนือกับครอบครัว...เป็น Family Trip จริงๆ

เป็นการเดินทางที่ผ่านหลายจังหวัดมั่กมาก
เริ่มแรกที่จอดแวะอย่างเป็นจริงเป็นจังก้อเห็นจะเป็นตอนทานข้าวเที่ยง...
ตอนรับด้วยอาหารยอดฮิต ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบหมู ไส้กรอกอีสานและอื่นๆ ที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะทุกคนหิวกันมาก...ไม่สามารถช่วงชิงอาหารมาถ่ายภาพไว้ก่อนได้ซะงั้น...



ส่วนอันนี้เป็นประกาศิตของทางร้าน



บรรยากาศด้านหน้าร้าน...มีคนมาทานกันได้ตลอดเหมือนกัน


พออิ่มกันแล้วก้อออกเดินทางต่อ มาได้รูปอีกทีที่จังหวัดหนองคายแล้ว

มาถึงหนองคายทั้งทีต้องแวะนมัสการ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย



...บรรยากาศตอนแดดร่มลมตกที่วัด...



วัดนี้ดูสะอาดเป็นระเบียบดี...มีรอยจารึกที่เค้าว่าเป็นร่องลอยพญานาคโชว์ไว้ในตู้กระจกอยู่ภายในโบสถ์ด้วยอ่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย มิกล้าพอ

มื้อค่ำไปกินที่ร้านแดงแหนมเนือง ไหนๆ มาถึงถิ่นแล้วนิ
มีหรือจะพลาด...ไปแล้วเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง...
จำได้เมื่อหลายปีที่แล้วยังเป็นร้านตึกแถว...
มาคราวนี้เป็นร้านหรูติดริมโข่งซะแล้ว...พัฒนาการสูงมั่กมาก



รายการอาหารตามภาพ ได้แก่
กุ้งพันอ้อย...แหนมเนือง
ปอเปี้ยญวนและยำขนมจีนแบบญวน
สองรายการนี้ไม่แน่ใจว่าใช้ชื่อเมนูนี้ป่าวอ่ะนะ จำไม่ได้...นานอยู่นะเนี้ย...

คืนนี้เราพักที่หนองคายเพื่อตอนเช้าจะเตรียมตัวข้ามไปเที่ยวเวียงจันทน์
การไปเวียงจันทน์เราไปกับทัวร์ท้องถิ่นของที่หนองคายนี่หละ
เค้าจะจัดการเอกสารให้ทั้งหมด...โดยที่บ้านเราเหมารถตู้ไป 1 คัน...
ต้องใช้รถของเค้าอ่ะ เพราะขับซ้าย...ไม่ใช่ขวาเหมือนบ้านเรา...
ก้อดี มีไกด์ให้ด้วยอ่ะนะ พาไปซื้อของและช่วยต่อราคาให้อีก



นี่คือหนึ่งในหลายๆ ป้ายภาษาลาวที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
มาพร้อมกับสาวๆ ชาวลาวที่นุ่งผ้าซิ้นแต่สะพายกุชชี่ ดิออร์ ปราดากันได้



อย่าตกใจไป กระเป๋า brand name ทั้งหลายไกด์บอกว่ามาจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีร้านจำหน่ายในย่านตลาดคนจีนในตัวเมืองเวียงจันทน์...ไปป่ะมาแล้ว
เจ้าของร้านอาตี๋แท้ๆ เลย...คุณภาพสินค้าแนวเซินเจิ้นมีหลายเกรดให้เลือกซื้อกันได้...ราคาถูกกว่าบ้านเราสำหรับสินค้าเกรดเดี่ยวกัน...สำรวจมาแล้ว


แต่ที่เราไปแวะก่อนทางไกด์จะพาไปช๊อป ก้อต้องเป็นสถานที่สำคัญต่างๆ
ของทางประเทศเค้า...เหมือนต่างชาติมาบ้านเราต้องไปวัดพระแก้วแบบนั้น

ที่แรกคือ พระธาตุหลวง



บริเวณด้านนอกองค์พระธาตุจะมีลานกว้าง...มีกิจกรรมขายนกให้ปล่อยกันคล้ายศาลหลักเมืองกับสนามหลวงบ้านเรา...



ภายในองค์พระธาตุจะมีสถาปัตยกรรมต่างๆ เราก้อไม่รู้หรอกนะว่าคำเฉพาะเค้าเรียกว่ารัยกันบ้าง ได้แต่เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ
มาเจอที่สนใจก้อคือคนส่วนใหญ่เค้าจะจุดธูปไหว้พระธาตุกันด้านหน้า
เราดันไปเจอเป็นเหมือนคนท้องที่อารมณ์เหมือนมาไหว้ขอพรหรือแก้บนรัยเนี้ยหละ แต่เค้ามาไหว้ด้านตรงข้ามกันที่คนอื่นๆ เค้าไหว้กัน ก้อเลยไหว้กับเค้าด้วยซะเลย...



สำหรับภาพนี้...เราชอบมาก...ได้พระธาตุครบองค์
ที่ชอบเป็นพิเศษก้อกล้องตัวนี้ที่ซื้อมาไม่ผิดหวังเก็บภาพพระธาตุทั้งองค์ได้โดยไม่ต้องถ่อยไปสุดกรู...เจ๋งจริงกับ Panasonic Lumix FS36...

ระหว่างรีบเดินกลับไปขึ้นรถ...ก้อเจอผู้สนับสนุนเก้าอี้นั่งที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี



เพื่อการประชาสัมพันธ์...จัดกันไป...

มาต่อที่ประตูชัย...อีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องแวะ...



...ขอถ่ายภาพกับครอบครัวซะหน่อย....
คนไปเที่ยวที่นี่กันเยอะมากทั้งคนท้องที่และนักท่องเที่ยว...
อารมณ์เหมือนสวนสาธารณะ...เราไปถึงตอนเที่ยง...ร้อนมาก...
เลยไม่ได้ถ่ายตัวประตู่ชัยเดี่ยวๆ มาด้วย..ไม่ไหวจริงๆ มึนแดด

จากนั้นก้อไปที่วัดศรีเมือง เป็นที่ตั้งของเสาหลักเมือง นครเวียงจันทน์
วัดนี้มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการตั้งเสาหลักเมือง (ต้องไปหาอ่านดูเอาเอง เพราะเดี่ยวเล่าผิดจะเสียของได้) ซึ่งเป็นที่ศรัทราและเคารพของชาวลาวอย่างมาก



จากภาพเป็นด้านในของโบสถ์ที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์ประจำวัด
การบูชาของเค้าจะมีดอกไม้เป็นสีๆ และเทียนทำเป็นรูปดอกไม้ประดับใส่ถาดมาถวายกันเลย



ของที่ใช้ทำเป็นเครื่องไหว้บูชาหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนาภายในวัดจะเป็นงานกระดาษสีทองและประดับด้วยดอกไม้ หรือ เทียนสี colorful มาก

ครั้งนี้เราไม่ได้ไปแวะที่วัดพระแก้ว ซึ่งไกด์บอกว่าปิดทำการ
เลยได้ไปซื้อของแทน เพลินจนลืมถ่ายรูป...โดยเฉพาะ DVD หนัง
และ series ต่างประเทศ แผ่นละ 20-25 บาท
ซื้อกันแบบไม่คิดรัยมาก...เลยได้กันมารวมแล้วเกือบร้อยแผ่นได้มั้ง

พอข้ามกลับมาฝั่งไทยก้อเช็คเอาท์ออกจากที่พักและเดินทางต่อมาที่จังหวัดนครพนม...

มาถึงก้อดึกมากแล้ว...เหนื่อยกันทุกคนคร้าบพี่น้องสำหรับวันนี้...

เช้ามาจึงขอเพิ่มพลังด้วยเมนูอาหารเช้าที่อร่อยมากสำหรับเรา
...ไข่กะทะ นครพนม...ร้านนี้ทำอร่อยอ่ะ แต่บอกไม่ถูกว่าอยู่ตรงไหน
รู้แต่เป็นร้านบ้านๆ อยู่ในตัวเมือง แต่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นตลาดอ่ะนะ...
เอาหน้าตาไข่กะทะไปชมหละกัน...



ที่อร่อยก้อคือตัวหมูยอ...ส่วนประกอบของเมนูนี้...ร้านนี้ทำหมูยอได้อร่อย มีให้ซื้อกลับบ้านด้วย ซื้อมาก้อไม่ผิดหวังเพราะตัวเนื้อหมูยอชิ้นใหญ่ดี ไม่มีแต่ใบตองที่เอามาห่อหมูอ่ะ...ใช้ได้เลย...

กินเสร็จก้อเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองนี้ด้วยรถเครื่องแบบนั่งสองแถว...เรียกไม่ถูกเหมือนกันอ่ะ...ได้ใจแค่ไหน ดูจากนายแบบในรูป...



เมื่อทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว...ก้อเตรียมตัวไปนมัสการพระธาตุพนม
เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับมหานครกรุงเทพ...



พระธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีวอก ถ้าใครมีโอกาสได้มานมัสการทุกปีเค้าว่าจะดีนักแล...อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลอ่ะนะ
แต่มาเที่ยวแบบนี้ด้วยก้อดี...ชอบ...ได้สนุกมีความสุขกันทั้งครอบครัว...

...หมดหละ Trip นี้...
...จากกันด้วยภาพประตูร้าน KFC ที่หนองคายหละกัน...



ยินดีต้อนรับ...เด้อ
แล้วเจอกันใหม่...อิ อิ...




 

Create Date : 12 มิถุนายน 2552    
Last Update : 13 มิถุนายน 2552 1:36:10 น.
Counter : 795 Pageviews.  

บ้ายบาย summer ที่ samed club



สืบเนื่องมาจากงานไทยเที่ยวไทยเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
กะว่าจะไปซื้อแพคเกจห้องพักสวยๆ ที่หัวหิน แต่ดันไปได้ที่เสม็ดซะงั้น

จากที่เคยอ่านเจอให้ห้องบูล (Blueplanet) เนี้ยหละ
เห็นห้องพักที่เค้าโพสแล้วน่าไปเที่ยวดี
เลยได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่โดนใจซะงั้น
แพคเกจ Samed Club ในราคา 3,800 บาท
จะเลือกเอาแบบพัก 3 วัน 2 คืน 1 ห้อง ( 2 คน)
หรือจะมาแบบพัก 2 วัน 1 คืน 2 ห้อง ( 4 คน)
ราคานี้รวม อาหารเช้า เรือไป-กลับ ให้ครบแล้ว

สำหรับเรือที่พาเรามาถึงเกาะเสม็ดในครั้งมี เป็นเรือเมล์ของทางรีสอร์ท
ไม่หรูหรา แต่ก็ปลอดภัยใช้ได้นะ


พอมาถึงท่าเรือ ก้อเดิมมาที่พักได้เลย
Samed Club อยู่ที่อ่าวน้อยหน่า เป็นอ่าวแรกที่เรือจอดเลยอ่ะ
และเป็นที่พักที่อยู่ใกล้ท่าเรือ แบบว่าเดินเลาะชายหาดมาที่หน้าที่พักได้เลย

บรรยากาศ...หาดหน้า Samed Club


อีกมุม...อากาศไม่ปลอดโปร่ง เมฆครึมตลอดแต่ดีที่ฝนไม่ตก
ท้องฟ้าไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่อ่ะ...





มาดูห้องพักกันบ้าง ที่พักเราเป็นแบบ Deluxe Hill
เป็นห้องพักอยู่บนเชิงเขา ซึ่งจะต้องเดินเข้าไปได้ในไม่ติดหาด
และต้องข้ามถนนเส้นหลักที่คั่นระหว่างรีสอร์ทส่วนที่พักกับหน้าหาดด้วยอ่ะ




จากในห้องพักสามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลๆ และก้อต้นไม้ร่มรื่นดี

ข้างในก้อตกแต่ไว้อย่างลงตัว เราชอบนะ ดูสบายๆ ดี



อันนี้เป็นห้องน้ำ เจาะช่องหน้าต่างตรงที่ล่างหน้า
ทำให้ห้องน้ำดูสว่างขึ้นด้วยอ่ะ หรือเอาไว้ดูอย่างอื่นด้วยก้อแล้วแต่หละกัน



บรรยากาศรอบๆ ห้องพัก สะอาด และก้อสดชื่นดีอ่ะนะ



เราไปกันทั้งหมด 6 คน ก้อเสีย extra charge เพิ่มอีกคนละ 800 บาท
จะได้อาหารเช้าและที่นอนเสริม

ส่วนรูปนี้เป็นห้องพักแบบเดี่ยว Deluxe Cottage
น่าจะเรียกว่าบ้านมากกว่า เพราะแยกเป็นหลังๆ



สำหรับเราชอบแบบ Deluxe Hill มากกว่าอ่ะ
เพราะว่ามีระเบียงออกมามองเห็นทะเล แบบนี้เป็นหลังๆ ส่วนตัวก้อจริง
แต่ว่าไม่ได้เห็นทะเล ออกมาก็จะเจอทางเดินและถนนก่อน
แล้วข้ามไปถึงจะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำและด้านหน้าหาดอ่ะนะ

จากที่พักเราก้อเดินตามถนนเส้นหลักที่ผ่านด้านหน้าที่พักนั่นหละ
ไปกินข้าวกลางวันกันที่....บ้านพลอยเสม็ด...




เอาตามแบบที่เคยอ่านใน BP เลยหละ
ที่นี่เค้าอยู่ออกไปในทะเล...
จะไปที่ร้านหรือห้องพักกลางน้ำก้อต้องสั่นกระดิ่ง...จะมีเรือมารับ



เท่าที่เห็น เค้าใช้ระบบไฟฟ้าในการบังคับเจ้าเรือเนี้ยอ่ะนะ
เวลาหมุนได้อารมณ์แบบดริฟเข้าโค้งบนเทือกเขาอากินะเลยอ่ะ...ไปนูน!!!

มาถึงที่ร้านก้อทำเป็นแบบนั่งกับพื้น มีเบาะรองนั่ง
โต๊ะด้านบนเป็นกระจก ด้านล่างเจาะพื้นปล่อยโล่งโชว์ความใสของน้ำทะเล
และสามารถห้อยขาลงไปได้เลย...ถ้าต้องการ



สำหรับอาหาร....แพง...ตามแบบฉบับของเสม็ด
แต่รสชาดอร่อยใช่ได้นะ สำหรับเรา


ตามรูปก้อจะมี ส้มตำปูม้า ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ไข่เจียวกุ้งสับ
ต้มยำกุ้งน้ำข้น หอยเชลล์ผัดฉ่า
ส่วนที่สั่งไปอีกแต่ไม่มีในรูป เท่าที่จำได้ก้อมี ปลากะพงนึ่งมะนาว
ค่าเสียหายมื้อนี้ 2,600 บาท



อย่างว่า....เปิดพื้นโล่งๆ ก้อจะเห็นปลาว่ายไปมาอยู่ใต้โต๊ะที่เราทานข้าวเลย
ได้อารมณ์ปลาจรจัดมากๆ คอยรอรับเศษอาหารเวลาเราโยนลงไปอ่ะ
เราเอาข้าวสวยโยนให้...กินเรียบ....
แต่ถ้าไม่มีอะไรก้อจะว่ายไปที่ใต้โต๊ะอื่นซะงั้น!!!



บรรยากาศที่ร้านก้อสบายๆ มีมุมนั่งเล่นและก้อมีห้องพักบริการด้วย
แม่บ้านของร้านมาโชว์ตกปลาหมึกกันเห็นๆ ... แบบว่าสดจริง ...
มีกระชังปลา ปู อยู่ตรงนั้นเสร็จ

นอกจากเดินไปสั่นกระดิ่งเพื่อจะมาที่ร้านนี้ได้แล้ว
ยังมีอีกเส้นทางที่ hi-so ได้อีก...คือ...Speed Boat...
ขับมาจอด...มาส่ง...กันถึงท่าเรือของร้านได้เลย



ตามทางเดินจากร้านไปที่บ้านพักเราเจอ ที่ใส่ต้นไม้ของร้านที่อยู่ข้างทาง
หวังว่าคงไม่ใช่ re-use นะ

และก้อมีป้ายรณรงค์ให้ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย
...ออกแนว WANTED เลย...


ภาพด้านบนจะมีรูปถนนอยู่....นั่นเป็นถนนสายหลักบนเกาะ
ที่ใช่เชื่อมต่อกันกับหาดต่างๆ โดยจะมีรถสองแถวแบบเหมา ราคา 200 บาท
หรือจะเช่ามอไซด์ ราคาวันละ 300-350 บาทแล้วแต่สภาพ
เท่าที่เห็น หน้าตาจะเหมือนมอไซด์ทั่วไปนี่หละ
แต่ว่าล้อที่ใช้จะออกแนวมอไซด์วิบากอ่ะนะ

มื้อค่ำเราทานข้าวที่รีสอร์ท ตอนค่ำเงียบซะ...ไม่มีคนเลยอ่ะ
เจ้าหน้าที่รีสอร์ทเค้าบอกว่าส่วนใหญ่จะไปเที่ยวหาดทรายแก้วกัน
เราสั่งอาหารเป็นแบบกับข้าวอ่ะ...รสชาดพอรับได้...แต่ราคา high ไปหน่อย
ถ้าให้แนะนำ...สั่งเป็นแบบอาหารจานเดียวแนว fusion food น่าจะโอกว่า
ในราคาที่ไม่ต่างกัน...แต่จะได้บรรยากาศออกแนวโรแมนติกมาก
แบบ dinner ริมหาด สองต่อสองงงงง 3 4 5 6 คน



อีกรูป กับบรรยากาศเงียบๆ แต่ส่วนตัวดีนะ แล้วแต่ชอบ


จากความสงบ เราก้อไปสู่แสงสีบนหาดทรายแก้วกันบ้าง
เราเช่ารถมอเตอร์ไซด์ ขนกันไปคันละ 3 คน ด้วยค่าเช่าคันละ 300 บาท



บรรยากาศของหาดทรายแก้วตอนกลางคืน....ถ้าเอาหาดทรายออกไป
เปลี่ยนเป็นถนนเข้ามาแทน...ก็ข้าวสารยังงัยยังงั้น ได้เลยอ่ะ...



แสง สี เสียง อืออึงไปทั้งหาด...ขอกลับไปนอนสงบๆ ที่บ้านพักที่กว่าเรา!!!

ก่อนขึ้นเรือกลับมาที่ฝั่ง...ฝนแรกของทริปนี้ก้อตกลงมาจนได้...
แต่ไม่หนักมาจนข้ามเรือกลับมาไม่ได้...โชคดีที่ตอนมาเราไม่โดนฝน
ทำให้เราได้เล่นน้ำที่ยังใสดีอยู่แต่มีคันบ้าง....อยากจะบอกว่า...
อยากอยู่ต่ออีก...บรรยากาศตอนฝนตกน่านอนมากเลย...
ไปพักผ่อน...ก็ต้อง...นอนพักดิเนอะ....




ขอบ้ายบาย summer นี้ ด้วยภาพนี้หละกันนะ....
เป็นมุมนั่งเล่นของที่พัก บ้านพลอยเสม็ด...
แล้วเจอกันใหม่นะเกาะเสม็ด...ยังไม่เข็ดคร้าบพี่น้อง




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2552 18:02:27 น.
Counter : 446 Pageviews.  

เที่ยวสงกรานต์ ๒๕๕๒ : ปลายทาง ที่ชุมพร



และแล้วในที่สุดก้อมาถึงจนได้ ชุมพร
เราพักที่บ้านของน้องที่มาด้วยกัน เป็นบ้านเจ้าของพื้นที่เลยหละ
อยู่ที่อำเภอสะพลี แถวๆ สะพานปลา บริเวณนั้นจะมีตลาดสดตอนเช้าๆ ด้วย
มีร้านโกฟี ก้อคือ กาแฟ โอเลี้ยง ชานม ต่างๆ นานา ที่สำคัญมีปาโก๋จิ้มนมข้น แต่บางคนที่นี่กินแบบจิ้มน้ำตาลทรายอ่ะ จะเอาไปลองกินดูก้อได้นะ!!


อย่างที่บอกว่า....ตอนเช้าเค้ามีตลาดสดกัน...

ชาวประมงที่ได้ กุ้ง ปู ปลาหมึก มาก้อเอามาขายกันในราคาที่ถูกมากมาย
ที่เห็นอยู่คือปลากระเบน เป็นแบบ before & after
ด้านล่าง...สดแท้ๆ จากทะเลอ่าวไทย
ด้านบน...กระเบนผัดเผ็ด เด็ดๆจากครัวคร้าบท่าน
พร้อมกับข้าวที่มีทุกมื้อ ใบเหลียง(ลวก) จิ้มน้ำพริกกะปิ และเห็ดเหม็ด
(ก้อเพิ่งจะได้รู้จักคราวนี้หละ หน้าตาอย่างที่เห็นอ่ะนะ)
พื้นๆ บ้านๆ แต่จัดจ้านได้ใจซะงั้น


ไปชุมพรครั้งนี้อยู่หลายวัน แต่ได้เที่ยววันละที่ สองที่ซะงั้น
อารมณ์เรื่อยเปี่อยสุดสุด....
เรื่อยๆ ไปถึงที่ อุทยานหมู่เกาะชุมพร
มีนิทรรศการของจริงแสดงเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนไว้ด้วย
โดยทำเป็นทางเดินไปบนป่าชายเลนจริงๆ มีรายละเอียดของพันธุ์พืชที่ปลูกไว้ และก้อต้นไม้ของจริงเห็นๆ ตรงนั้นเลย


ที่นี่มีกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น การพายเรือคายัค
มีท่าเรือเพื่อรับนักท่องเที่ยวไปดำน้ำดูประการัง และมีที่กางเต็นด้วย

ถ้าเราเดินข้ามสะพานแขวนแขว่งไขว นี้ไปอีกฝั่ง จะมีทางเดินลัดเลาะไปบนป่าชายเลนจนออกไปทะเลด้านนอกได้เลย สร้างสรรค์ใช้ได้เลย


ทางด้านบนของอุทยานจะมีจุดชมวิว สามารถมองเห็นทะเลชุมพรได้รอบด้านเลย และมีเจ้าตัว ข้างแว่น สัตว์ประจำจังหวัดชุมพรมาโชว์ตัวด้วย
ตอนแรกว่าจะถ่ายรูปมาด้วยแต่ไปตื่นตาตื่นใจกับวิวพระอาทิตย์ตกอีกฝากฝั่งทะเล พอจะกลับมาหาค่างแว่น เค้าก้อกลับบ้านกลับช่องกันไปซะแล้ว

ของฝากจากพระอาทิตย์ ณ อุทยานหมู่เกาะชุมพร



...ภูเขา...ท้องฟ้า...น้ำทะเล...มีให้ครบ



รูปนี้ถ่ายผ่านช่องของต้นไม้บนจุดชมวิว




ยิ่งพลบค่ำ...ตัวปึ่ง หรือ ไรทะเล หรือ ลิ้นทะเล ตัวอะไรสักอย่างนี้หละ
กัดตามแขน ขา ได้คันมากๆ ถ้าเรายิ่งเกา ยิ่งคัน
และตุ่มที่เราเกาจะใหญ่ขึ้นได้อีกด้วย...

กลับจากอุทยานฯ ด้วยสภาพตุ่มแดงๆ เต็มแขน และ ขา
เพราะเจ๋อใส่ขาสั่นไป ต้องโปะด้วยยาหม่องเพื่อบรรเทาอาการคัน พอได้อยู่

อีกวันก้อไม่ไปทำบุญ และก้อไปเที่ยวเล่น
ด้วยรถสองแถวสุดเก๋าของเจ้าถิ่น...ขอสักภาพ (ภาพนี้ของรุ่นพี่ที่ไปด้วยกันกับ The gang ชาวเรื่อยเปื่อย...ขอยืมนะพี่)


ตกเย็นไปเล่นน้ำทะเลที่หาดทุ่งวัวแล่น...
ถ้าไปช่วงธรรมดาไม่ใช่เทศกาล...หาดนี้จะเงียบสงบดี
และที่สำคัญ หาดทรายและน้ำทะเล ยังใส สะอาดดีอยู่
(และเราก้อขอยืมมาอีกภาพนะพี่...
...ไปเล่นน้ำ เอากล้องไปเป็นภาระทำมัยหละ หุ หุ)


ในที่สุดก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ สักที
แต่จะตรงดิ่งถึงเมืองกรุงคงไม่ใช่ ทัวร์เรื่อยเปื่อย อย่างทริปนี้แน่ๆ

แวะครับพี่น้อง ขากลับเราใช้เส้นทางเลียบทะเล เลาะมาทางบางเบิด
ที่แรกที่เราแวะถ่ายรูป คือ สำนักสงฆ์แก้วประเสริฐ ท่าแอต
มีรูปปั้น เจ้าแม่กวนอิม และ พระพิฆเณศ ขนาดใหญ่เห็นได้ชัด
นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์ต่างๆ ให้ได้สักการะบูชากันตามศรัธรา

ภาพนี้เป็นเสามังกรที่ตั้งไว้ด้านหน้าเจ้าแม่กวนอิม
เพื่อไว้เป็นที่บูชาเทวดา ฟ้า ดิน

อย่างน้อย คนเราก้อควรหัดเคารพ ฟ้า ดิน (ธรรมชาติ) ไว้บ้าง
เกี่ยวอะไรกันมั้ยเนี้ย


ที่นี่ตอนกลางวันร้อนมากๆ เพราะเป็นที่โล่งๆ
และทุกสิ่งอย่างก้อดูจะใหญ่โกกว่าต้นไม้จะปกคลุมไหว
มองจากมุมที่ยื่นไหว้พระที่สำนักสงฆ์นี้แล้ว จะได้ภาพด้านล่างแบบนี้หละ


จริงๆ จะมีอีกวิวที่เห็นภาพเวิ้งทะเลด้วย
แต่ภาพที่ถ่ายออกมาไม่สวยติดสายไฟ และน้ำก้อลง ไม่แจ่มใจเท่าไหร่

จากสำนักสงฆ์ มาแวะต่อที่ เนินทรายงามบางเบิด
เป็นงานทรายสร้างสรรค์จากธรรมชาติ หนึ่งเดียวในประเทศ อีกแล้ว


จากภาพที่เห็นอาจดูเล็กๆ ...
แต่จริงๆ ถ้ามีคนไปยืนอยู่บนสุดของเนินทราย
ภาพที่ถ่ายออกมาเราจะได้รูปคนเล็กๆ ประมาณครึ่งเซ็นอยู่ในรูปบนเนินทรายนั้นหละ...เปรียบเทียบแบบให้เห็นภาพว่าไม่เล็กอย่างภาพนะคร้าบ


ขอบอก...บางเบิดตัวปึ่ง หรือ ไรทะเล หรือ ลิ้นทะเล อะไรเนี้ย กัดเจ็บและคันกว่าที่อุทยานหมู่เกาะชุมพรอีก...กลับจากเที่ยวครั้งนี้ตุ่มแดงตรึม!!!

เรื่อยๆ จนหิว
เรามาทานมื้อเย็นที่หาดแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน
เหมือนตอนขามาที่เราก้อแวะกินข้าวเย็นก่อนจะถึงชุมพรที่อำเภอนี้



เมนูที่เราสั่งก็มี
ไส้กรอกไข่เค็ม คล้ายๆ แฮ่กึ้นใส้ไข่เค็มอ่ะ
เอ็นหอยผัดฉ่า ปลาอินทรีย์ทอดน้ำปลา
ปูผัดผงกระหรี่ และต้มยำกุ้งตัวโต้โต


กินอิ่ม ก้อรื่นรมย์กันต่อกับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกชายทะเล
ณ หาดแม่รำพึง



จบทริปแสนจะเรื่อยเปื่อย แต่ไม่สิ้นเปลื่องนี้
ด้วยภาพนี้หละกัน...

บ้ายบาย...ท้องฟ้า
บ้ายบาย...สายลม




แล้วพบกันใหม่เมื่อใจต้องการ....I'm so fine...




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2552 13:36:11 น.
Counter : 569 Pageviews.  

เที่ยวสงกรานต์ ๒๕๕๒ : ทางผ่าน เพชรบุรี - หัวหิน



ต่อจากคราวที่แล้วกันเลย...เราออกเดินทางจากอัมพวาในตอนเช้า เพื่อไปทานมื้อเช้าที่เมืองเพชร ร้านเพ็ญ พริกเผ็ด เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ แต่รสเด็ดใช้ได้เลย พอไปถึงร้าน...ปรากฎว่ายังไม่พร้อมรับลูกค้า มาเช้าไปซะงั้น... ก้อเลยรอเวลาด้วยการไปเดินเยี่ยมชม วัดใหญ่สุวรรณราม วัดนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยา มีงานไม้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเพชร มีประตูไม้สักแกะสลักที่เห็นโดนขวานพม่าจามไว้เป็นที่ระทึกด้วย



ภายในโบสถ์ มีพระพุทธรูปปูนปั้นที่มีนิ้วเท้า 6 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ด้านหลังขององค์พระประธานภายในโบสถ์ บรรยากาศภายในโบสถ์เงียบ สงบ และลมเย็นมาก ถึงแม้ว่าจะไม่มีน่าต่างสักบานเลย
เราคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์อะไร แต่เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของเราเอง (อันนี้หมายถึงทิศทางที่ตั้งอ่ะน่ะ ส่วนเรื่องสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังก็ไม่น้อยหน้า ต้องไปดูเอาเอง เพราะไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู อิ อิ)


ต้องขอบคุณร้านที่เราตั้งใจไปกินมื้อเช้ายังไม่พร้อมให้บริการ เลยทำให้เราได้เห็นล่องรอยประวัติศาสตร์ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Petchburi/data/place/pic_wat-yai-suwannaram.htm

หลังจากใช้เวลารอไปกับการชมวัดพักใหญ่ เราก้อกลับมาที่ร้านเพื่อทานมื้อเช้ากันสักที โอ้แม่เจ้า...กลับมาถึงที่ร้านคนเพียบ มาจากไหนกันคร้าบพี่น้อง แต่ก้อนะ...ขออร่อยรอหน่อย ทำใจได้ จริงๆ ก้อไม่หน่อยนะ รอนานได้ทีเลยหละกว่าจะได้สั่งอาหาร แบบว่าต้องรอให้เค้ามาถามนะว่าจะกินอะไร จะเดินไปสั่งหรือจดรายการให้ อะหรอ!! ไม่ซะหละ รอเท่านั้นถึงได้กิน


ในรูปจะมี ลวกจิ้ม และ ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่แห้ง
เครื่องก๋วยเตี๋ยว จะมี ลูกชิ้น หมูนุ่ม หมูหวาน(แดง) น้ำซอสที่ราดมาในก๋วยเตี๋ยวทำให้อร่อยมากขึ้น ส่วนเครื่องปรุงจะเน้นที่พริกป่น แบบพริกกะเหรี่ยง และน้ำพริกเผา ใครสั่งก๋วยเตี๋ยวแห้ง สามารถขอน้ำซุปมาเสริมได้

กินของคาวแล้ว มาต่อที่ของกึ่งคาวกึ่งหวาน...มันคือ...ข้าวแช่ชาววังเจ้าเก่าเมืองเพชร

ขอบอกว่าสุดยอดข้าวแช่ จริงๆ อ่ะ เครื่องเคียงที่กินกับข้าวแช่ของร้านนี้ที่สุดแล้วจากที่เคยกินข้าวแช่มาเลย โดยเฉพาะเนื้อปลากระเบนฝอย สุโคดคร้าบ


ใช่แล้ว...เป็นร้านข้าวแช่แผงลอยที่อยู่ในตลาดเมืองเพชร แต่ก่อนทางร้านใช้ถ้วยที่เป็นของเก่าที่น่าจะเข้ากับช้อนทองเหลือง แต่โดนขโมยถ้วยไปซะงั้น เราก้อเลยได้ทานในถ้วยเมลามีนแทน

หลังจากอิ่มกันแล้ว เราออกเดินทางจากตลาดเมืองเพชร เพื่อไปชมความงามของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน



ภายในตัวอาคารมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการแต่งกายในสมัยรัชการที่ ๕ และ รัชการที่ ๖


เราชอบรูปแบบการแต่งกายในสมัยรัชกาลที่ ๖ ดูได้จากในรูปที่แสดงไว้ แนว COCO CHANEL ยังงัยยังงั้นเลย

ด้านทางออกของ พระราชนิเวศน์ฯ ได้รับการตกแต่งแบบสวนสไตล์ยุโรป ได้ภาพเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยอ่ะ


การเดินทางวันนี้ยาวนานมาก เราออกจาก พระราชนิเวศน์ฯ ไปแวะอีกหลายที่ตามเส้นทางถนนเพชรเกษม เข้าสู่เส้นทางริมทะเลบ้านกรูดมุ่งสู่บางสะพาน ถ้าไม่มืดซะก่อนเราจะใช้เส้นทางนี้ไปถึงชุมพร แต่ด้วยเส้นทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว เราต้องกลับเข้าสู่ถนนเพชรเกษมอีกครั้งที่ อ.บางสะพาน ปลายทาง อ.สะพลี จ.ชุมพร

แล้วจะมาเจอกันอีกครั้งที่ชุมพรนะคร้าบ





 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 20:04:53 น.
Counter : 347 Pageviews.  

เที่ยวสงกรานต์ ๒๕๕๒ : เริ่มต้นที่อัมพวา



สำหรับการเขียน blog ครั้งแรก...ขอเริ่มด้วยทริปของปีนี้ที่ได้หยุดย้าวยาว
การเดินทางครั้งนี้ปลายทางที่ชุมพร เป็นแบบไม่รีบร้อน ไปแบบสบาย สบายซะจริงๆ

เราเริ่มต้นการเดินทางตอนช่วงบ่ายของวันที่ 10 เม.ย. วันที่รัฐบาลประกาศให้หยุดเนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบในกรุงเทพฯ การประกาศหยุดวันนี้ทำให้เราออกเดินทางได้เร็วกว่ากำหนด...และเราก้อไปแวะที่ ตลาดน้ำอัมพวา เป็นที่แรก



เดินไปเรื่อยๆ สมชื่อทัวร์เรื่อยเปื่อยของเรา
แต่จริงๆ ก้อไปบ่อยเหมือนกัน แต่ไม่เบื่อนะ จะมีร้านค้าขายของอร่อยๆ
และที่สำคัญ มี concept ดี

สมานการค้า ร้านที่อยู่คู่มากับชุมชนนี้ ร้านที่เป็นร้านจริงๆ จะต้องเดินเข้าไปทางริมคลอง คนละทางกับที่จะไปปากคลองอัมพวา แต่อันนี้เป็นแบบ kiosk



เมนูเครื่องดื่มสุด cool



ร้านนี้อยู่ใกล้ๆ กัน เห็นแล้วชอบ



ร้านที่ว่ามานี้ จะต้องเดินข้ามคลองมา ถ้าเราจอดรถที่ฝั่งวัดอัมพวา
คราวนี้เราข้ามฝั่งกับไปทางร้านค้าฝั่งริมคลองกันบ้าง

กว่าจะได้เดินข้ามกลับไปก้อค่ำซะแล้ว เลยได้ภาพคลองอัมพวายามค่ำคืนมาเป็นที่ระทึกซะ




ร้านริมคลองมีความเก๋เฉพาะตัว โชว์ไอเดียกันไป เราก้อชมเพลิน แต่ไม่ได้ซื้ออ่ะซะงั้น






ร้านกำปั่น ทำร้านได้น่านั่งดี


ร้านนี้มีน้ำอัดลมโบราณ สีได้ใจมาก เข้าใจทำ display ดีอ่ะ



และค่ำนี้เราก้อนอนที่บ้านริมแม่น้ำแม่กลอง เป็นบ้านคนรู้จักของรุ่นพี่ที่เราไปด้วยกัน...บ้านน่าอยู่มั่กมาก



มีสวนลิ้นจี่ด้วย แดงแต็มต้นเลยฮิ้ว


ผ่านไปหนึ่งคืนที่อัมพวากับทัวร์เรื่อยเปื่อย แล้วพบกันใหม่วันต่อไป





 

Create Date : 20 เมษายน 2552    
Last Update : 2 พฤษภาคม 2552 20:01:54 น.
Counter : 627 Pageviews.  


Row_woR
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีเพื่อนร่วมโลกทุกท่าน...ยินดีที่เราได้ร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์และขอบคุณสำหรับทุกๆ การต้อนรับและตอบรับ...
Credit : Blog background by ::Devon Industry::
Friends' blogs
[Add Row_woR's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.