Live Righteously
 
 

Almond cake ไม่สวยแต่เร้าใจ

Alex ชอบกิน Marzipan มากๆ กินเปล่าๆจากหลอดได้ทั้งวัน (ไอ้เรากินแบบนั้นไม่ได้ มันหวานจับใจเกินไป) เค็กนี้มี Marzipan ผสมอยู่อย่างพอเหมาะไม่มากไม่น้อย ได้รส almond กำลังดี เหมาะกับกินเป็นของว่าง กับชา กาแฟ ครีมหรือไอติมก็อร่อยค่ะ ทำหลายรอบแล้ว เป็นขวัญใจประชาชน หน้าตาไม่สวย แต่รสชาดไม่เป็นรอง กินแล้วหยุดไม่ได้ มีเพื่อนคนนึงเรียกเล่นๆอย่างเอ็นดูว่า crack cake

สูตรเอามาจาก The art of simple food ของ Alice Waters เจ้าแม่ Californian cuisine หนังสือเล่มนี้มีสูตรดีๆเยอะ อ่านง่าย ไม่ซับซ้อน highly recommend ค่ะ



Ingredients:
- 7 oz Marzipan (almond paste)
- 1 1/4 cups sugar (white granulated)
- 2 1/2 (1/2 lb) sticks butter
- 1 cup cake flour
- 1 1/2 ts baking powder
- 1 1/4 salt
- 6 large eggs
- 2 ts Vanilla extract

มาเริ่มกันเลยค่ะ
- preheat เตาอบ 325 F

- แนะนำให้ใช้ถาดขนาด 9x3 (buttered and floured) คราวนี้ใช้ loaf pan แทนเพื่อความสะดวกในการแจกจ่ายค่ะ

Odense Marzipan



- ตี Marzipan กับนำ้ตาลจนเป็นก้อนเล็กๆ ใช้ food processor ก็ได้ค่ะ




- ได้อย่างรูปแล้วพักไว้




- ร่อนแป้ง และเกลือเข้าด้วยกัน

- ตีเนยจนขึ้นฟู ค่อยๆเท Marzipan+นำ้ตาล ที่เตรียมไว้ลงไป ผสมให้เข้ากัน

- ใส่ vanilla

- ค่อยๆตอกไข่ลงไปทีละฟอง ผสมให้เข้ากันก่อนใส่ลูกต่อไป ทำจนครบ 6 ฟอง

- ใส่ส่วนผสมแป้ง ผสมแค่พอเข้ากัน อย่า over mix

- เทใส่ภาชนะ




- เอาเข้าอบ เวลาแล้วแต่เตาอบ 50 นาทีถึง 1.15 ชม. ทดสอบเค็กโดยจิ้มไม้ลงไปแล้วไม่มี crumb ติดขึ้นมา



ทานได้ค่ะ



ขออภัยที่รูปยังไม่เข้าขั้นค่ะ จะพยายามปรับปรุง




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2551   
Last Update : 27 ตุลาคม 2551 8:42:57 น.  


เพราะเป็น Prune


ไปอ่านเจอที่ไหนไม่รู้ เขาบอกว่า จริงๆแล้วลูกพรุนเนื่ยมี antioxidant มากกว่าทับทิมซะอีก แต่อนิจจา เพราะพรุนเป็นพรุน รูปไม่งามนามไม่เพราะ เลยไม่มีคนทำ PR ให้ โธ่ถัง
แต่พรุนที่มาแนะนำวันนี้ โด่งดังสุดขีดด้วยของดีในตัวล้วนๆ ร้าน Prune อยู่ที่ lower east ของ NYC เจ้าของแกเน้นคุณภาพอาหาร ไม่เน้นปริมาณ ร้านเล็กชนิดหายใจรดกัน อาหารเป็นแบบฝรั่งผสมผสาน ตามใจคนทำ คุณ Hamilton เจ้าของแกไปปราบเชฟ Bobby Flay ใน iron chef มาแล้ว ด้วยอาหารแบบธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี่แหละ รำ่จะไปกินหลายรอบก็ไม่สบโอกาส จนมา NY คราวนี้ลากคุณโอห์มมาได้ แหกตาไปกิน brunch กันตั้งแต่ 10 โมง กระนั้นเราก็ต้องรอเกือบชั่วโมง แก้่ง่วงด้วยกาแฟและชา เป็นอันถึงคิวเรา แทรกตัวเข้าไปนั่งอย่างยากเย็น โตีะข้างๆเป็นผู้หญิงเอเชีย มากับแฟน รู้สึกว่าโดนเหล่เล็กน้อย แหมก็ทางมันแคบ ต้องมีโดนกันบ้าง จริงๆก็ ไม่ค่อยแปลกใจเพราะผู้หญิงเราชอบเหล่กันอยู่แล้ว (สามีเรายังสังเกต) เข้าเรื่องดีกว่า ในร้านบรรยากาศสบายๆที่เรากินกันก็มี
- Bib salad
- Monte Cristo (อร่อยสุดยอด เป็นแซนวิชแฮม, ชีส,ไก่งวง กรอบอกนุ่มใน)
- Carbonara
- Prune juice

ค่าเสียหายคุ้มค่าค่ะ มีโอกาส ต้องกลับไปอีกแน่นอน




 

Create Date : 30 กันยายน 2551   
Last Update : 30 กันยายน 2551 7:33:19 น.  


In search for the best cupcake

ว่าด้วยเรื่อง cupcake ที่คนที่นี่ฮิตกันนักหนา กินกันได้ตั้งแต่เด็กยันแก่ อาจเป็นเพราะขนาดของมันกำลังดี กินแล้วไม่รู้สึกผิดเกินไป หรืออีกอย่าง ก็คือมันชวนให้ระลึกถึงความหลังวัยเด็ก(nostalgic)ที่พวกแม่ๆชอบทำให้กิน จะว่าไปแล้ว cupcake ทำง่ายไม่ยุ่งยาก ในช่วง 4-5ปีที่ผ่านมา ร้านขาย cupcake เปิดตัวกันมากมายตามเมืองใหญ่ๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ New York ที่มีร้านเก่าแก่ และสุดจะฮอตอย่าง Magnolia, Billy (ร้านโปรดของครอบครัว Tom Cruise) หรือ Buttercup


(จากหน้าต่างร้าน Magnolia)

Magnolia โด่งดังมาจากเรื่อง SATC อันนี้ใครๆก็รู้ จะกินทีต่อแถวยาวยิ่งกว่างูเลื้อยพันรอบตึก สาวกของเขากินแล้วก็ว่าดีนักหนา ไอ้เราว่า เนื้อเคกมันแห้งไปนิด ส่วน frosting ไม่ต้องพูดถึง หวานจับใจ ส่วนตัวเราชอบ Billy's มากกว่า คุณนายธ Tot พาไปกินตอนยังไม่ดังพลุแตก เป็นแค่ร้านขนมแถวบ้านเธอ (chelsea) เคกขนาดเล็กกว่าแต่ก็ชุ่มกว่ามาก



ไป SF หนนี้ก็อุตสาห์ดั้นด้นไปหากินอีก ครั้งที่แล้วไป Citizen cake ที่ได้ลงใน Michelin guide ก็ไม่ประทับใจอยู่ดี แม่กินแล้วบอกเคกเมืองไทยอร่อยกว่า(เราเห็นด้วย) คราวนี้เพื่อนเจ้าถิ่นพาไปร้านชื่อ Kara's ร้านน่ารักมาก เคกก็น่ารัก ดูแล้วคิดว่ากอป concept มาจากร้าน Sprinkle ใน LA ข้อดีคือมีให้เลือกหลายรส ทั้งแบบธรรมดา และไส้แยม พูดไปก็เหมือนบ่น แต่นี่ก็ยังไม่โดนอยู่ดี



ที่ Boston ของเราก็มีหลายร้าน เริ่มจากเจ้าพ่อในวงการอย่าง Finale ที่แขกไปใครมาก็ต้องพาไปกิน Molten chocolate cake คัพเคกที่ Finale เป็นแบบธรรมดา แค่วานิลา กับ chocolate เหมือนทำตามกระแสไปงั้น ร้านเปิดใหม่ คือ Sweet ขายคัพเคกมันอย่างเดียว ร้านแต่งน่ารัก เน้นกลุ่มลูกค้าสาวๆ ที่น่ารักอีกอย่างคือเขามีคัพเคกจิ๋ว เผื่อคนอยากกินหลายอย่างแต่ไม่อยากอ้วน ที่น่าผิดหวังคือเค้กร้านนี้สวยแต่รูปจูบไม่หอมค่ะ เสียดาย



ตอนนี้ก็ยังหาร้านอร่อยถูกใจไม่ได้ค่ะ นอกจากจะทำเอง โอกาสหน้าจะมาอัพสูตรคัพเคกขวัญใจพี่น้องแถวนี้ให้ค่ะ




 

Create Date : 29 กันยายน 2551   
Last Update : 29 กันยายน 2551 23:08:18 น.  


Ici - ไอติม ณ Berkley

เราไปเยี่ยมเพื่อนแถบ westcoast กันมาค่ะ เรียนจบแล้วย้ายกลับบ้านกันหมด คนที่โตมาจากแถบโน้นมักทนฝั่งนี้ไม่ได้ บ่นเรื่องอากาศบ้าง (ไอ้เรามาจากที่ร้อนตับแตกยังไม่ค่อยบ่น) คนไร้นํ้าใจบ้าง แต่ก็นะนานาจิตตัง


เราแวะไปกินไอติมที่ berkley ที่เขาว่าเด็ด เจ้าของร้านเคยทํางานกับ Alice Waters แห่ง Chez Panisse ขวัญใจเรา เขาทําไอติมถังเล็กๆ เน้นอุดมการณ์ ไม่ใช่ปริมาณ ก็รอกันไปค่ะ ต่อคิวเข้าร้านอยู่ 45 นาที พอได้เข้าในร้าน ก็ถึงบางอ้อว่าทำไมมันนานนัก ก็ทุกคนที่มาซื้อเล่นชิมกันทุกรสกว่าจะตัดสินใจ เราก็เอามั่ง ชิมมัน 3 รส สรุปอร่อยทุกอัน ตัดใจกิน 2ลูก จะเอาหมดก็เกรงใจ เพราะตั้งแต่มา ยังไม่ได้ทำไร นอกจากกิน รสที่กิน และหลอกชิมจากคนอื่น ได้แก่
- malted-chocolate pepita
- rosemary-pecan brittle
- brown sugar walnut
- Lemon-strawberry

อีกอย่างคือโคนอร่อยมาก สรุปว่าคุ้มค่ารอค่ะ




 

Create Date : 29 กันยายน 2551   
Last Update : 29 กันยายน 2551 7:42:55 น.  


L'espalier C'est Magnifigue

บลอกนี้เขียนไว้ปีกว่าแล้วค่ะ จะมา update ภายหลัง


We just got back from a magnificent 12 courses, chef tasting meal at L'espalier. Money's well worth spent. Though almost all of restaurants in Boston are not up to par (overpriced, mediocre food), I'm happy that we have a true gem here. Michael and Christine, good friends of ours, treated us as a wedding gift as well as celebrating Christine's birthday. They kindly mentioned that this is a reciprocal meal from a humble meal I cooked for them about a year and a half ago (It's a fantastic trade off,wasn't it). The night started off with a bottle of bubbly, then Lamb, salmon, lobster, oyster, clam, snapper, foie gras (creme de la creme- cooked with bitter sweet chocolate. Just when you thought it couldn't be more orgasmic than that), pork loin, tomato sorbet, gnocchi, forest mushroom, cheese plate, and dessert followed. The surprisingly delightful thing was the juice tasting, the virgin version. Lemon-lime-mint, berry mixed, savory tomato gazpacho, and mango-bergamot. Jumba-juice gone haute right there. I was on cloud nine the whole time. This dining experience is what it's all about. You want the chef to surprise you, to seduce you into their imagination. What's the point of spending $275 per person when you can cook the exact dishes at home, sometimes even better. To top it all off, the service was above and beyond (I didn't have to open the restroom door). I am sure we will be in hibernation for weeks.




 

Create Date : 29 กันยายน 2551   
Last Update : 29 กันยายน 2551 22:25:00 น.  


dhas
 
Location :
Cambridge, Massachusetts United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add dhas's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com