Group Blog
 
All Blogs
 

ช้าไปเป็นบ้า : แล้วความจริงก็เชื่อไม่ได้.....

สวัสดีครับทุกท่านที่กำลังอ่านบล็อกของผมอยู่ในขณะนี้...
นานพอสมควรที่ไม่ได้ทำอะไรกับบล็อกเลย มันขี้เกียจน่ะครับ เข้าเรื่องเลยดีกว่า

คือช่วงที่ผ่านมาผมขัดสนเพลงจะฟังมาก ในอุบลร้านซีดีก็ไม่เยอะ ไม่ค่อยมีร้านใหญ่ๆ อาศัยซื้อในห้าง ซึ่งร้านในห้างนี่ก็ไม่ค่อยมีอัลบั้มที่ผมต้องการซักเท่าไหร่ เลยตัดสินใจซื้ออัลบั้มล่าสุดของวงสุดรัก oasis มา Don't Believe the Truth นั่นแหละครับ....

ที่ไม่ได้ซื้อตั้งแต่ปีที่แล้วก็เพราะกระแส ข้อคิดเห็น คำวิจารณ์ ที่รู้มาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหมือนมันจะไม่ได้ดีไปกว่าสองชุดที่แล้ว (Standing...กับ Heathen Chemistry) แต่ด้วยความที่ขัดสนดนตรีจะฟังเลยซัดมาจนได้

แล้วความจริงที่หลายคนบอกว่าอัลบั้มนี้ธรรมดา แย่ ผิดฟอร์ม ก็เชื่อไม่ได้ครับ....
ผมฟังอัลบั้มนี้แล้วรู้สึกได้ครับ ว่าโอเอซิสกัลบมาแล้ว ถึงจะยังห่างจากสองอัลบั้มแรกอยู่ก็จริง แต่ชุดนี้ผมว่าก็เหนือกว่าสองชุดที่แล้วมาก อาจจะดีพอๆกับ Be Here Now ด้วยซ้ำ

ขอพูดถึง Let There Be Love ก่อนเลยแล้วกันครับ
เพลงนี้ผมชอบที่สุดในอัลบั้มนี้ แล้วก็เป็นเพลงโปรดอันดับต้นๆของผมเลย Noel ยังเป็นนักแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม และเสียงร้องของ Liam ในเพลงนี้ดีอย่างน่าประหลาดใจ ผิดกับเสียงของเขาในช่วงหลังๆที่พูดได้เต็มปากเลยว่าห่วย (แต่เท่เป็นบ้า) ผมไม่ได้ฟังเสียงเลียมที่จัดว่าดีมาตั้งแต่ Slide Away และ Wonderwall

อัลบั้มนี้ไม่ใช่งานเดี่ยวของโนลเหมือนก่อนๆ Gem และ Andy ต่างก็เป็นนักแต่งเพลงที่เก่งอยู่แล้ว ส่วนเลียมนั้นก็มีพัฒนาการทางด้านนี้อย่างมาก เพลงอย่าง Love Like a Bomb ที่ไม่น่าจะออกมาจากความคิดของเลียม หรือ The Meaning of Soul ที่มีความเป็นเลียมอยู่เต็มเปี่ยม

ผมขอไม่เจาะรายเพลงแล้วกันนะครับ เริ่มขี้เกียจแล้ว

บุญรักษาครับ




 

Create Date : 20 เมษายน 2549    
Last Update : 20 เมษายน 2549 9:39:46 น.
Counter : 597 Pageviews.  

เพลงโปรดตลอดกาลตอนที่เท่าไหร่ลืมแล้ว : รักอย่าให้ช้ำ....

เพลง: Don't look back in anger (รักอย่าให้ช้ำ)
เนื้อร้อง / ทำนอง : Noel Gallagher
สังกัด: Sony Music

Slip inside the eye of your mind
Don't you know you might find
A better place to play
You said that you'd once never been
All the things that you've seen
Will slowly fade away

ลองมองเข้าไปในใจ ถามใจเธอดู
เธออาจจะพบบางสิ่งบางอย่าง
กับที่ที่ ดี ที่ เธอ จะสุขใจ
เธอบอก ว่าเธอเห็นในสิ่งที่ไม่เห็น
กับทุกสิ่งที่เธอสัมผัส จะมลายหายไป

*So I'll start the revolution from my bed
Cos you said the brains I had went to my head
Step outside the summertime's in bloom
Stand up beside the fireplace
Take that look from off your face
You ain't ever gonna burn my heart out

ดังนั้นฉัน ก็อยากให้ ปรับ ความสัมพันธ์ ระหว่างเรา
เธอ เองก็บอกว่ามีความในใจ ที่อยากให้ฉันได้รับรู้
ยืนอยู่ในช่วงเวลาที่ รักเบ่งบาน
อยู่ตรงหน้าความร้อนแรง
สบสายตาเธอ ไม่สนสิ่งใด
เธอรู้ไหมว่า เธอละลายใจฉันไปหมดแล้ว

**So Sally can wait, she knows its too late as we're walking on by
Her soul slides away, but don't look back in anger I hear you say
ก็คำว่ารัก นั้นรอได้เสมอ เพราะรักนั้น รู้ดี ว่า ยากที่จะรั้งให้เรา นั้นต้องพรากกัน
ให้รักพาล่องลอยไป แต่อย่าให้รัก นั้น กลับมาทำร้ายใจเรา เลย เธอบอกกับ ฉันเอาไว้

Take me to the place where you go
Where nobody knows if it's night or day
Please don't put your life in the hands
Of a Rock n Roll band
Who'll throw it all away
เธอพาฉันไป สัมผัส ในโลกของเธอ
ในที่ที่มีแต่ เรา ตลอดคืน และวัน
แต่อย่าได้มา ฝากชีวิต ไว้กับฉันเลย
กับคนเดินดิน ธรรมดา
ที่มันไม่แน่ไม่นอน

(*/**)
solo
(**)

Don't look back in anger
Don't look back in anger
Don't look back in anger, I Heard you say
At least not today

แต่อย่าให้รักทำร้ายใจเราเลย
อย่าให้รักกลับมาทำร้ายใจเราเลย
อย่าให้รักกลับมาทำร้ายใจ เราเลย เธอกับฉันไว้อย่างนั้น
แม้ว่าวันนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นก็ตาม

ขอบคุณบทแปลเพลงจากคุณ Brad Pitt ครับ ขอบคุณมากครับ

อีกหนึ่งเพลงจากโอเอซิสที่เข้ามาในรายชื่อเพลงโปรดตลอดกาล บทเพลงดั๊งดังจากอัลบั้มที่ดังที่สุด และที่หลายคนบอกว่าดีที่สุดของพวกเขา เคยมีคนยกย่องอัลบั้มนี้ว่าเป็น Abbey Road ยุคใหม่เลยทีเดียว(แต่ผมชอบ Definitely Maybe มากกว่าครับ) เพลงนี้มันก็เพราะจริงๆแหละครับ เป็นงานชิ้นเอกของป๋าโนลแกเลยก็ว่าได้ อีกสาเหตุที่ผมชอบเพลงนี้คือมันเป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงที่ผมเล่นโซโล่ได้ค่อนข้างคล่อง (อีกเพลงคือ Live Forever) แต่อย่างที่ผมเคยบ่นไป เพลงวงนี้แปลยากครับ (หรือผมอ่อนเองก็ไม่รู้) อันนี้คือความหมายที่ผมเข้าใจไปในทีแรก คือจะจบกันโดยไม่คิดแค้นต่อกัน ไม่ look back in anger เหมือนชื่อเพลง แต่พอเจอบทแปลของคุณ BP แล้วก็เห็นด้วย แต่ปกติผมก็ไม่ค่อยสนใจเนื้อเพลงเท่าไหร่อยู่แล้วล่ะครับ

สวัสดีครับ




 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2549 20:39:10 น.
Counter : 347 Pageviews.  

การข่มขืนรูหู (ขออนุญาตใช้คำนี้นะครับ) ที่ไม่สำเร็จ

สวัสดีครับ สุขสันต์วันมาฆบูชาย้อนหลังครับ Happy Valentine's day ด้วยครับ

กลับมาทำบล็อกเรื่องราวน่าเบื่อๆให้อ่านอีกแล้วครับ หลังจากที่ดองมาก็นานพอสมควร คราวนี้ไม่ใช่ซีรีส์เพลงโปรดหรือซาวนด์แทร็กชีวิตเหมือนเดิมแล้วครับ แต่มีเรื่องไม่ค่อยเป็นเรื่องมาเล่าสู่กันฟังครับ

ถ้าเทียบกับบรรดาชาวพันทิพทั้งหลาย ผมถือว่าไม่ได้ฟังเพลงแปลกอะไร ออกจะธรรมดา ในกระแสด้วยซ้ำ แต่ที่โรงเรียน กับเพื่อน ผมถือว่าแหวกแนวมากๆ แล้วกิจกรรมที่ผมชอบทำคือ ข่มขืนรูหูพวกเพื่อนด้วยเพลงที่ผมฟัง ซึ่งได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง และเมื่อเช้านี้ผมก็เพิ่งทำปฏิบัติการนี้อีกครั้ง ผลคือ เหลวไม่เป็นท่าครับ อัดไปแต่ละเพลง เพื่อนรับไม่ได้ซักเพลง เริ่มด้วย Pull Harader on The Strings of Your Martyr ของ Trivium บางคนบอกหูจะแตก เลือดจะออกหูแล้ว เปิด Radiohead Paranoid Android มันก็ถาม เมิงฟังไปได้ไงวะ ปวดหัว น่ารำคาญชิบหาย เปิด There There ต่อ มันก็ว่าฟังแล้วมึน ขอเพลงไทยบ้าง พอถึง Goose มันบอก เมิงพอเถอะ กุจะฟังกอล์ฟไมค์ แล้วก็ต้องยอมมันตามระเบียบ

แต่อย่าคิดว่าผมไม่เคยข่มขืนหูใครสำเร็จนะครับ เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วกับ Oasis แต่มันก็ไม่ได้กดประสาทเท่าเซ็ตนี้ จริงๆผมก็ไม่ได้เป็นคนชอบข่มขืนหูคนเท่าไหร่หรอกครับ มันไม่ใช่เรื่องดีอะไร แต่มันอดไม่ได้อ่ะครับ มันสนุก

สุดท้าย ถึงเพื่อนๆผมที่ห้องเรียน ชั้นจะเผาโสตประสาทของพวกแก ให้หูแกไหม้ไปเลย 555+




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2549 20:56:03 น.
Counter : 206 Pageviews.  

My life original soundtrack...ตอนที่ ๑ : ...How could this happen to me...?

เว้นช่วงไปซะนาน กลับมาอัพเรื่องราวน่าเบื่อให้คุณๆอ่านอีกครั้ง คราวนี้เป็นตอนแรกของซีรีส์ My life original soundtrack ที่บอกไว้ว่าจะทำ ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เริ่มซะที ไม่ต้องเสียเวลา เข้าเพลงกันดีกว่า
----------------------------

๊ืUntitled(How could this happen to me?)
Simple Plan

I open my eyes. I try to see but I'm blinded by the white light
ฉันลืมตาขึ้นมา พยายามมองโลกภายนอก แต่ตาฉันพร่ามัวไปด้วยแสงจ้า
I can't remember how I can't remember why... I'm lying here tonight
ฉันจำไม่ได้ว่าฉันมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง และ มานอนที่นี่ทำไม
And I can't stand the pain
ฉันไม่สามารถทนความเจ็บปวดนี้ได้
And I can't make it go away
และฉันไม่สามารถทำให้คความเจ็บปวดนี้จางหายไปได้
No I can't stand the pain...
ไม่...ฉันทนไม่ได้...
How could this happen to me?
เรื่องแบบมันเกิดขึ้นกับฉันได้ยังไง
I've made my mistakes
ฉันทำผิดไปแล้ว
got nowhere to run
ไม่มีทางหนี...ไม่มีที่ไป
the night goes on as I'm fading away
ค่ำคืนนี้ยังคงดำเนินไป ในขณะที่ตัวตนของฉันค่อยๆจางหาย(ฉันกำลังจะตาย)
I'm sick of this life, I just wanna scream
ฉันเบื่อชีวิตบัดซบนี่เต็มทน ฉันอยากจะตะโกนออกไป
How could this happen to me ?
เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับฉันได้ยังไง
Everybody's screaming, I try to make a sound but no one hears me
ทุกคนตะโกนใส่กันดังไปหมด ฉันพยายามส่งเสียงร้อง ขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครสนใจ
I'm slipping off the edge,I'm hanging by a thread
ฉันเสียหลักในชีวิต เหมือนฉันตกลงมาจากหน้าผา ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้่ายบางๆ
I wanna start this over again
ฉันอยากย้อนเวลากลับไป เริ่มต้นทุกสิ่งใหม่อีกครั้ง
so I try to hold onto a time when nothing matter
ฉันพยายามฝืนรั้งไว้ จนกว่าจะถึงเวลาที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
and I can't explain what happen
ฉันไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
and I can't erase the things that I've done
และฉันไม่สามารถลบล้างลืมเลือนแก้ไขความผิดที่ฉันทำลงไปได้
No I can't
ไม่...ฉันทำไม่ได้
How could this happen to me?
เรื่องแบบมันเกิดขึ้นกับฉันได้ยังไง
I've made my mistakes
ฉันทำผิดไปแล้ว
got nowhere to run
ไม่มีทางหนี...ไม่มีที่ไป
the night goes on as I'm fading away
ค่ำคืนนี้ยังคงดำเนินไป ในขณะที่ตัวตนของฉันค่อยๆจางหาย(ฉันกำลังจะตาย)
I'm sick of this life, I just wanna scream
ฉันเบื่อชีวิตบัดซบนี่เต็มทน ฉันอยากจะตะโกนออกไป
How could this happen to me ?
เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับฉันได้ยังไง...?
-----------------------------------------------
เพลงๆนี้เข้ากั๊นเข้ากันกับชีวิตผมจริงๆ การที่คนเราทำพลาดไป จนทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่มันพัง ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งใจ อยากจะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ทำลงไป แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ คงต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ทำไป ไม่ว่าคุณอยากจะแก้ไขมันแค่ไหน จะโทษใครได้ เราทำตัวเราเองนี่ี่






*มือใหม่หัดแปลเพลงครับ ยังแปลได้ไม่ดี ขอโทษด้วยนะครับ




 

Create Date : 22 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2549 22:16:29 น.
Counter : 379 Pageviews.  

เพลงโปรดตลอดกาลตอนที่สาม : รักฉันนั้น จริงใจ งมงาย และลึกซึ้ง

มาถึงตอนที่สามของซีรีส์เพลงโปรดตลอดกาลแล้ว บอกไว้ก่อนว่าต่อไปจะทำบล็อกซีรีส์ "Original Soundtrack ประกอบชีวิตประจำวัน" ควบคู่กับซีรีส์นี้....

ใช่แล้วครับ ในตอนนี้ของซีรีส์ ผมกำลังกล่าวถึง
Truly Madly Deeply

Truly Madly Deeply,
Savage Garden
จริงใจ งมงาย และลึกซึ้ง

I'll be your dream I'll be your wish
I'll be your fantasy.
ผมจะเป็นความฝัน เป็นเหมือนคำอวยพร และเป็นเหมือนภาพจินตนาการอันสวยงาม

I'll be your hope I'll be your love
Be everything that you need.
ผมจะเป็นความหวัง เป็นความรัก
เป็นทุกสิ่งทุกอย่างทีคุณต้องการ

I love you more with every breath
Truly madly deeply do..
ผมรักคุณมากขึ้นทุกทุกลมหายใจ
อย่างจริงใจ งมงาย และลึกซึ้ง

I will be strong I will be faithful
'Cos I'm counting on a new beginning.
ผมจะเข้มแข็ง จะภักดี (ต่อคุณ)
เพราะผมเชื่อมั่นในการเริ่มต้นใหม่

A reason for living.
A deeper meaning.
เชื่อมั่นใจเหตุผลที่คนเราต้องมีชีวิต
และมองอะไรลึกซึ้งเกินกว่านั้น

I want to stand with you on a mountain.
I want to bathe with you in the sea.
ผมอยากยืนร่วมกับคุณบนยอดเขา (อยากร่วมยินดีในวันที่คุณประสบความสำเร็จมั๊ง..)

I want to lay like this forever.
Until the sky falls down on me...
ผมอยากใช้เวลา(กับคุณ) เช่นนี้ตลอดไป
ตาบจนฟ้าดินล่มสลาย

And when the stars are shining brightly
In the velvet sky,
และเมื่อยามที่ดวงดาวจรัสแสงบนท้องฟ้าที่งดงามราวกับกำมะหยี่

I'll make a wish Send it to heaven
Then make you want to cry..
ผมจะอธิษฐาน ให้ลอยไปถึงสรวงสวรรค์
เพื่อทำให้คุณซึ้งใจจนไม่อาจกลั้นหยดน้ำตาเอาไว้ได้

The tears of joy
For all the pleasure and the certainty.

น้ำตานั้นคือน้ำตาแห่งความสุข แด่ความปลื้มปิติ และความมั่นคง

That we're surrounded by the comfort and protection of..
The highest power.
ที่โอบกอดเราทั้งคู่ด้วยการทนุถนอม และความคุ้มครองจากเบื้องบน

In lonely hours.
The tears devour you..
ในช่วงเวลาที่เดียวดาย และปกคลุ่มด้วยหยาดน้ำตา

Oh can't you see it baby?
You don't have to close your eyes
'Cos it's standing right before you.
All that you need will surely come...
คุณไม่เห็นหรือที่รัก
ไม่ต้องอาศัยจินตนาการใดใด
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ต่อหน้าคุณแล้ว
คุณแน่ใจได้เลย
--------------------------------
ขอยืมบทแปลเพลงนี้ของคุณคนตามสื่อที่โพสไว้ที่เหลิมไทยมาใช้หน่อยนะครับ ยืมมาใช้ด้วยความเคารพในฝีมือการแปลครับ คุณแปลได้ดีจริงๆ

เพลงๆนี้เป็นเพลงโปรดตลอดกาลของผมอย่างแท้จริงครับ ผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกตั้งแต่ยังเด็ก ประมาณเจ็ดแปดปีแล้ว อัลบั้มแรกของ Savage Garden ก็เป็นอัลบั้มเพลงสากลเพลงแรกที่ฟัง (เสียดายเทปหายไปนานแล้ว) แล้วปัจจุบันผมก็ยังฟังเพลงนี้และยังคงชื่นชอบเพลงนี้ไม่เสื่อมคลาย

พูดถึงเรื่องเหตุผลที่ทำให้ผมชอบเพลงนี้เอามากๆ เลยก็คือ แทบทุกอย่างในเพลง เนื้อร้อง ใครจะว่ามันเห่ย cheese ยังไง สำหรับผมเพลงนี้โรแมนติกและเท่มากๆผมอยากจะมอบเพลงนี้ให้คนที่ผมรักเหลือเกิน เมโลดี้ที่ฟังตอนเจ็ดขวบแล้วมันสวยดี และฟังตอนนี้เมโลดี้ก็ยังสวยอยู่ ไม่เหมือนบางเพลงที่เคยชอบตอนเด็กๆแล้วมาฟังอีกทีก็ได้แต่ถามตัวเอง กุฟังไปได้ไง กลายเป็นเพลงเห่ยๆไปเลย (โดยเฉพาะพวกบอยแบนด์) ภาคดนตรีที่ยังไพเราะไม่มีเปลี่ยน และมิวสิควิดิโอที่ชอบมาก Darren เดินไปร้องไป ชอบท่าเดินพี่แกมาก ใครจะว่าเพลงนี้เป็นเพลงรัก cheeseๆ เพลงนึง ผมเถียงหัวชนฝาเลย นี่คือเพลงรักที่ดีที่สุดเพลงหนึ่ง

และเหตุผลสำคัญ รักของผมนั้น จริงใจ งมงาย และลึกซึ้ง




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2548    
Last Update : 29 ตุลาคม 2548 21:00:25 น.
Counter : 217 Pageviews.  

1  2  

เหลี่ยม กัลเลเกอร์
Location :
กรุงเทพ Sierra Leone

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"In your world you can take a pen and write on apiece of paper and destroy 200000 people or more and it's okay ' cos you don't have to see it..." - Charles Manson
Friends' blogs
[Add เหลี่ยม กัลเลเกอร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.