แปลกเปลี่ยวในความฝัน
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

ความรัก เงิน พนักงานออฟฟิศ และร้านอาหารตามสั่ง (ต่อ)


เหตุที่ผมสมัครใจลาออกจากงานประจำนั้น…
ทั้งความคิดและความรู้สึกคงคลับคล้ายคลับคลากับหลายๆ คนในห้องนี้
เวลาร่วมสิบกว่าปีที่ก้มหน้างุดๆ งกๆ อีหลุกขลุกขลุ่ยทำงาน
กระทั่งอายุล่วงสามสิบกว่าๆ ชีวิตช่างอีหลุยฉุยแฉกและยากหาแก่นสาร
บางคราต้องค้อมหัวยอมรับคำตำหนิติเตียนที่ลึกๆ แล้วความผิดแค่ขี้ปะติ๋ว
บางทีต้องโอนอ่อนคล้อยตามเพื่อให้เข้ากับเพื่อนร่วมงานที่แสนงี่เง่า
ไม่เข้าท่า
ผสานกับความที่ผมเริ่มอิ่มตัว เบื่อหน่าย จำเจ
ไร้พลังสร้างสรรค์ หมดไฟทำงานดื้อๆ
กอปรกับต้องตื่นแต่อรุณรุ่งเพื่อกระวีกระวาดไปตอกบัตรให้ทันเวลาเข้างาน
เฉลี่ยเฉพาะเวลาที่ต้องกระหืดกระหอบเร่งรีบออกจากที่พักไปยังออฟฟิศ
และจากออฟฟิศกลับที่พักก็ตกร่วมๆ ๔ – ๕ ชั่วโมง/ต่อวัน
(ไม่อยากคิดเป็นเดือน!)
ซึ่งเป็นเวลาที่ต้องห้อยโหนหรือไม่ก็สัปหงกบนรถโดยสารประจำทาง
โอ้! เวรกรรมปางไหนหนอที่ผมต้องใช้เวลาเดินทางมากขนาดนี้---
สูญเสียทั้งเวลา ทั้งเงินค่ารถ ที่แย่ที่สุดคือสุขภาพจิตพลอยเสียไปด้วย

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมลาออก
ก็เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ๆ ได้เข้ามาทำงานบ้าง
จะไปไยไพหรือพิรี้พิไรกับตำแหน่งงานที่ไม่จีรังยั่งยืนทำไมกัน---
คนเก่าไป คนใหม่มา ตลอดจนคอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน เก้าอี้ ฯ
ถ้าเราไม่ได้นั่ง วันหนึ่งก็ต้องมีคนอื่นมานั่งหรือจับจองเป็นเจ้าของอยู่ดี
มันเป็นวัฏจักรกงล้อที่หมุนๆ ไป ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าสถาพรหรอก
สุดท้ายคือวันเวลาของผมสำหรับการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นอันตรธานเรียบแล้ว
ในเมื่อใจมันหมด เหนื่อยล้า หน่ายแหนง
หัวใจมันร้อนรุ่มและเรียกร้องให้เลือกเสียที
ครั้นจะให้ฝืนทนทำงานต่อไปก็เป็นการหลอกตัวเองเปล่าๆ
ทั้งเป็นการเอาเปรียบบริษัทและเพื่อนร่วมงานอย่างน่าละอายยิ่ง...

แม้นลึกๆ ในใจ... ผมจะรู้สึกและตระหนักเช่นนั้น
แต่จู่ๆ จะให้วู่วามผลีผลามลาออกแล้วมานั่งตกงาน ว่างเปล่า หงอยเหงา
หรือถอนหายใจทิ้งไปวันๆ โดยที่ไม่ก่อเกิดคุณค่าอันใดๆ แก่ชีวิต
ที่สำคัญผมตั้งมั่นแน่วแน่ว่าจะไม่หวนกลับเข้าสู่ระบบการเป็นมนุษย์เงินเดือนอีก
ผมจึงจำเป็นต้องใคร่ครวญหาทางออก
ไตร่ตรองถึงหนทางเป็นเจ้านายตัวเอง
ครุ่นคิดว่าจะประกอบอาชีพเช่นไร เพื่อให้มีรายได้ประทังชีวิตและอยู่รอดได้
เพราะรายจ่ายต่อเดือนนั้น... มันฉายชัดแจ่มแจ้งและคอยเตือนกระตุกเสมอ
เรียกแบบโก้ๆ เจือดัดจริตนิดๆ ก็คือภาระหรือความรับผิดชอบนี่แหละ...

ที่สุด; ผมจึงวางแผนการลาออกอยู่เงียบๆ
แล้วหมั่นท่องเว็บต่างๆ เพื่อหาความรู้
ดูช่องทาง ศึกษาคนที่เคยออกมาค้าขาย พินิศทำเล คำนึงถึงต้นทุน
กล่าวได้ว่าผมล็อกออนที พลันต้องอ่านโน่นอ่านนี่
แวบไปครูพักลักจำเว็บหนึ่ง
แล้วคลิกพรวดไปตะลึงลานตาลุกวาวกับตัวเลขรายได้อีกเว็บหนึ่ง
จากนั้นก็หวาดหวั่นแลหมองหม่นกับคนที่ทำมาค้าขายขาดทุนอีกเว็บหนึ่ง---

ช่วงที่ตัดสินใจว่าจะลาออกเพื่อสุ่มเสี่ยงหาอาชีพอิสระทำนั้น
นับว่าเป็นห้วงจังหวะที่ต้องคิดหนัก ประเมินความเป็นไปต่างๆ นานา
บางคราถึงครั้นต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า “โอ้! เราคิดดีจริงๆ แล้วหรือ?”
“นี่เป็นการเดิมพันชีวิตทั้งชีวิตเลยนะ”
และ “ถ้าพลาด...จะเป็นยังไงล่ะเนี่ย?”
ทว่าทั้งนี้ทั้งนั้นถ้ามัวลังเล ปอดแหก ยึกยื้อ ปริวิตก ขลาดเขลา
กลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด หวั่นในสิ่งที่ยังไม่ลงมือทำ อิดออดและอ่อนแอ
ชีวิตนี้คงต้องเป็นลูกจ้างต่อไป หัวใจก็ถูกพันธนาการเรื่อยไป....

ร้านอาหารตามสั่ง--- ผมสาบานและสารภาพเลยว่า....
ไม่เคยมีความคิดในสมองที่จะต้องมาลงทุนเพื่อทำอาชีพขายอาหารสักแวบ
จริงๆ ผมตั้งใจมั่นเหมาะว่าอยากจะเปิดร้านขายเสื้อผ้า
กางเกงยีนส์ กระเป๋า รองเท้า
หรือไม่ก็พวกของกิฟต์ช็อป และสินค้าแฮนด์เมดมากกว่า
อีกทางเลือกหนึ่งก็คือร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดร้านเหล้าให้รู้แล้วรู้รอดเลย
แต่ด้วยความรักที่แสนยิ่งใหญ่ อลังการ วิจิตร และบริสุทธิ์ของแม่—
เฮ้อ! พูดถึงแม่แล้ว...
ผมพิมพ์ไม่ออกเลย มันไม่รู้จะเรียงร้อยถ้อยคำจาระไนเช่นไร
ปุบปับผมก็สูญสิ้นประโยคที่จะบอกกล่าวถึงความรัก
และความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก
ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ผมเขียนหรือพิมพ์ต่อไปไม่ไหว
จึงทำให้งานเขียนชิ้นนี้ล่าช้ามหันต์…

ร้านอาหารตามสั่ง--- ผมค้างคาประโยคตรงนี้ไว้หลายวันทีเดียว
คล้ายคนโง่เขลาอับจนที่เรียบเรียงประเด็นไม่ถูก
ไม่รู้จะเริ่มต้นไปในท่วงทำนองใด
เหตุหลักๆ ที่ผมเลือกมาทำร้านอาหารตามสั่งก็เพราะ...
คำเตือนที่หวังดีของแม่นั่นเอง
อย่างน้อยอาหารก็เป็นปัจจัยหลักของการดำรงชีวิต
ทุกคนต้องกินข้าว ต้องบริโภคอาหาร
หากให้ไปลงทุนขายเสื้อค้าหรือลงสินค้าพวกกิฟต์ช็อป
ยังไงๆ ก็ต้องเสียเงินซื้อข้าวกินแหงๆ
แต่ถ้าทำร้านอาหารตามสั่ง เราสามารถกินไปในตัวได้เลย
ไม่ต้องไปซื้ออาหารใครกิน
ยิ่งถ้าเสื้อผ้าขายไม่ดี ของกิฟต์ช็อปดันขายไม่ออก
หรือสินค้าแฮนด์เมดเกิดขายยาก
แม้ว่าสินค้าพวกนี้ไม่เน่าไม่เสีย
ทว่าก็ต้องตามยุคสมัย อินเทรนด์ และปรับเปลี่ยนตลอด
โอกาสเห็นกำไรคงหนาวๆ ร้อนๆ
ยิ่งทำเลไม่ดีมีหวังเอวังวิเวกจนอาจวอดวายดับวูบโดยง่าย

ขณะที่เงินลงทุนของผมก็จำกัดจำเขี่ย
ทั้งต้องคิดหน้าคิดหลังอย่างเจียมตัวที่สุด
จึงจำเป็นต้องฉุกคิดก่อนที่สถานการณ์จะฉุกละหุก
กระทั่งทำให้ชีวิตปราชัยเป็นหนี้
เมื่อได้รับโอวาทและถ้อยปรารถจากบุพการี
ที่ทำให้ผมพลันสดับตรับฟังอย่างตรึกตรอง
ในที่สุดแม่ของผมก็เดินทางจากต่างจังหวัดมายังกรุงเทพฯ
แล้วก็ปรึกษาหารือกัน
ด้วยความที่แม่เป็นแม่ค้าขายอาหารมาก่อน
ทั้งขายข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารตามสั่ง
แม่ล้วนทำมาหมด
ฉะนั้นประสบการณ์อันยาวนานตรงนี้ของแม่จึงมีค่ามหาศาลต่อผมในวันนี้

เมื่อหัวข้อที่จะเลือกเกี่ยวกับเรื่องปากท้อง ฉะนั้น...
ผมจะขายอาหารไรดีล่ะ?
แล้วอินเตอร์เน็ตก็คือกุญแจแสนสปรีดรวดเร็วในการไขหาคำตอบ---
ที่สุด; ผมก็เจอคนที่ลงประกาศเซ้งร้านอาหารตามสั่งเจ้าหนึ่งในราคา ๕ หมื่น
รายละเอียดที่โพสต์ไว้น่าสนใจ เปิดเผย
ทั้งบอกให้ไปดูร้านก่อนที่จะตัดสินใจ
ทำเลก็เยี่ยมและใกล้ที่พักผมด้วย มีการการันตีรายได้ต่อวันหลัก ๓ – ๔ พัน
เวลาขายก็บ่ายๆ จนถึง ๔ ทุ่ม บ๊ะ! ไม่ต้องตื่นเช้านี่หวา—ผมชอบ
ผมกับแม่จึงตัดสินใจไปดูร้านฯ และพูดคุยกับเจ้าของถึงเหตุผลที่จะเซ้ง
หลังจากนั้นผมก็ยังแวะเวียนไปสังเกตการณ์ช่วงเวลาที่คนมากินเยอะๆ อีก ๓ ครั้ง
เพื่อความมั่นใจว่าเขาขายได้จริงๆ
ขายได้วันละเท่าไร? ค่าเช่า + น้ำ + ไฟ ต่อเดือนตกกี่บาท?
ค่าของสด ผัก และวัตถุดิบต่อวันประมาณไหน? เ
ฉลี่ยเดือนหนึ่งน่าจะกำไรเท่าไร?
และถ้ามีกำไรจริงๆ ไยถึงประกาศเซ้งล่ะ? ---
และผมก็ได้รับคำตอบจากปากคนเซ้ง
ซึ่งระหว่างนั้นก็มีคนมาดูร้านฯ อีก ๔ – ๕ เจ้า
ซึ่งเป็นการโหมไฟให้ผมต้องรีบตัดสินใจเสียที
ผมจะมัวชักช้า นิ่งนอนใจ และคิดมากคงไม่ทันการณ์แน่
สถานการณ์หลายด้านก็เร่งเร้าด้วย
ไม่รู้ว่าคนอื่นที่มาดูหรือคุยกับคนเซ้งจะคิดเห็นประการใดกัน
เกิดคนอื่นเซ้งไปก่อนผมล่ะ?

ช่วงนั้นผมยังทำงานประจำอยู่...
แม่ก็สนับสนุนเรื่องร้านอาหารที่ไปดูกัน
อีกประเด็นหนึ่งคือแถวนั้นอพาร์ตเมนต์ผุดเป็นดอกเห็ด
และพลุ่งพล่านมากมายด้วยนักศึกษา
ทำเล... ถือว่าใช้ได้เชียว ลูกค้าไม่ได้สถิตถาวร
(เรียนจบก็แยกย้ายไปตามทางของตน)
จึงหมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากัน ซึ่
งส่วนใหญ่พวกนักศึกษาคงไม่หุงข้าวหรือทำกับข้าวกินเองแน่
ทั้งวัยเรียนก็ไม่ใช่วัยหารายได้เอง
การจะเห็นค่าของเงินย่อมไม่คำนึงหรือคิดมาก
ยิ่งเป็นเรื่องกินย่อมจ่ายได้สบาย...
เสื้อผ้าไม่ซื้อไม่เป็นไร แต่ถ้าท้องร้องนี่สิ ต้องกิน...
เมื่อคิดสะระตะถ้วนถี่ ถึงเวลาตัดสินใจเสียที ที่สุดผมก็รับเซ้งร้านอาหารตามสั่งร้านนี้

ด้วยความโลภมาก คิดว่าตัวเองไหว
อยากมีรายรับสองทาง และใคร่อยากคืนทุนที่เซ้งเร็วๆ
ผมพลันคิดว่าจะทำงานประจำให้ถึงสิ้นปี ๒๕๕๑
และหวังโบนัสติดปลายนวมบ้าง
ส่วนร้านอาหารฯ แม่ก็อาสาจะดูแลให้
เพราะแม่มีประสบการณ์ตรงนี้ ขณะที่ผมไม่มี
“จับปลาสองมือ” เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ ผมจึงยังทำงานประจำ
และแม่ไปบริหารร้านฯ
โดยที่ผมจ้างแม่ครัว ๑ คน และเด็กช่วยอีก ๑ คน
นี่จึงเป็นรายจ่ายค่าจ้างที่ลดทอนกำไร
ที่สุดผมก็ยืนหยัดไม่ไหว ด้วยต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน
เลิกงานก็ไปช่วยที่ร้านอาหาร
เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุดเพราะเป็นช่วงวันที่ขายดี
ถือเป็นช่วงที่กอบโกยเงินก็ว่าได้
ฉะนั้นกว่าจะปิดร้านฯ กลับห้อง ทำบัญชี เข้านอน แทบจะเที่ยงคืน
หรือไม่ก็ตีหนึ่ง
จึงเป็นเหตุให้ผมไปทำงานสายบ่อย สมองจึงเบลอๆ
ร่างกายก็อ่อนเพลีย หัวใจก็จมละเหี่ย
ไหนผมจะเอาแม่มาลำบากลำบนกับผมอีก
ท่านอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดก็ดีๆ เพลินๆ อยู่แล้ว
ทว่านี่ผมกลับเอาแม่มาช่วย เอาท่านมาเหนื่อย
ดีหน่อยที่แม่พอมีความสุขยามได้ทำได้ขาย
ผสานกับความรักและความห่วงใยที่มีต่อลูกแย่ๆ อย่างผมด้วยกระมัง

ตลอด ๑ เดือนกว่าที่ผ่านมา...
การออกมาค้าขายทำให้ผมได้เรียนรู้และตระหนักมากขึ้น
โลกในความคิดกับโลกแห่งความจริง มันต่างเวอร์ชั่นกันเลย
เหมือนที่หลายๆ คนว่าไว้เปี๊ยบ
ออกมาทำเองนี่แสนเหนื่อย แทบไม่มีเวลาส่วนตัว
บางทีถึงกลับท้อ อยากเลิก และหันไปหาอาชีพอื่นทำด้วยซ้ำ
ครั้นจะถอดใจศิโรราบง่ายๆ ก็เร็วไป ถึงขั้นนี้ต้องลุยให้เต็มที่สักตั้ง
ยิ่งช่วงนี้ยอดขายกลับต่ำลงๆ เลยทำให้ต้องคิดหนัก ต้องหาทางประคองตัว
ยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า... อยากเลิก อยากเซ้งต่อ
ซึ่งก็ได้แต่คิดและถอดหายใจอย่างเศร้าสร้อย

เอาไว้ตอนต่อไปซึ่งเป็นตอนจบ ทั้งผ่านพ้นช่วงปีใหม่แล้ว
ผมจะมาบอกเล่าทั้งแจกแจงเรื่องทำเล/สถานที่, ราคาอาหาร, เมนูอาหาร
ลูกจ้าง, กำไร และค่าใช้จ่าย ตลอดจนประเด็นอื่นๆ ที่นึกออก…
พร้อมทั้งหวังรับฟังคำแนะนำและข้อคิดเห็นดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำร้านอาหารตามสั่ง

ด้วยจิตคารวะ....




 

Create Date : 15 มกราคม 2552
7 comments
Last Update : 15 มกราคม 2552 13:07:55 น.
Counter : 1059 Pageviews.

 

ถ้าเป้าหมายของมนุษย์เงินเดือน คือ การได้เงินเดือน
สวัสดิการต่างๆ ผลตอบแทน ตำแหน่ง ที่สูงขึ้นๆ จนสุดๆ

เป้าหมายของชีวิต SMEs เล็กๆ ที่เริ่มจาก แรงดลใจ
และความอยากเป็นอิสระ ทำสิ่งต่างๆ ในระบบ ระเบียบ
ที่เราสามารถทำได้ คือ การเติบโตของธุรกิจ

ส่วนจะโต เร็ว โต ช้า ต้องใช้เวลา . . .
ตัวเองผ่านขวบปีแรกมาอย่าง น่าพอใจ
จึง อยากถ่ายทอดอาวุธ เกร็ดความเข้มแข็ง
ให้รุ่นเตาะแตะ ตั้งไข่ ยืนหยัด เติบโต ได้ถึงขวบ

เค้าว่า คำปรามาส เหยียดหยาม คือ วิตามิน
ความยุ่งเหยิงจากปัญหา ที่ไม่เคยรู้มาก่อนใน ทุกไตรมาส
คือ โจทย์ที่ต้องคลี่คลาย สลายทีละปม

คนไม่เคยอยู่ใน เส้นทางนี้ อาจสับสน วนงง จนไม่รู้จะ
บริหาร cost แรง และ ต้นทุน ยังไง ให้มีเหลือให้"ยิ้มออก"
แรงเหวี่ยงใด ก็ไม่เท่า แรงท้อในหัวใจ อย่าหมดใจ!

ยุคเศรษฐกิจลง ขึ้น ทรง ใดๆ
อาหาร เป็นตัวชูโรงได้เปรียบ ก่อนสิ่งใด เพราะคนต้องกิน
ในขณะที่ ยา ตามมาเป็นอันดับสอง

บางที ทำอะไร เงี่ยหูฟัง โชค ดวง ส่งเสียงบ้าง
ตัวเอง เป็นคนที่ไม่เคยคิดว่าจะมาเป็น 'ผู้ประกอบการ'
แต่ ดวง โชค จังหวะ ดันมา . . .
ใจ เป็นตัวเลือกในสิ่งที่เป็นตัวเราในที่สุด

1 เดือนแรก เป็นช่วงไฟโหมกระพือ
หาก ธุรกิจนั้น เราต้องรู้ลึก รู้จริง รู้พลิกแพลง รู้เท่าทัน
ใช้หลายองค์ประกอบมาก

พื้นฐานของคนที่จะอยู่รอด ในการเป็นผู้ประกอบการ
ต้อง ทั้งทำได้เอง ทั้งจัดการดี ทั้งบริหารลงตัว
หนักที่สุดในชีวิต ผ่านมาแล้ว ผ่านมาได้

ความแกร่ง ความอึด จะถูกขุดออกมาใช้ ทีละจิ๊กซอว์
ในแต่ละช่วง ที่ก้าวข้ามไตรมาส ของกิจการมา

ลองลำดับ การทำงาน วางแผน โครงค่าใช้จ่าย
การบริหารที่สมดุล จนอย่าลืม สิ่งสำคัญ คือ เสียงลูกค้า
ว่า รสชาติ ชอบ ไม่ชอบ สิ่งใด ประการใด

คำตอบ จะบอกกลับมา ในทิศทาง สิ่งที่ต้องจัดการ
อันไหนทำได้ ทำก่อน อันไหน รอได้ ค่อยทำ
อันไหนเยอะมาก ไล่ทำ แบ่งทำ สุดท้าย เป็นรูปเป็นร่าง...

คนเราไม่มีวันล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกไปก่อน
ขอให้โชคดี ปี 2009

 

โดย: kuddle IP: 210.203.186.144 16 มกราคม 2552 5:35:38 น.  

 

สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

 

โดย: i_rinry IP: 124.120.239.111 17 มกราคม 2552 1:43:52 น.  

 

ผมรออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อคับ สนใจมากๆ

 

โดย: ขวัญ IP: 222.123.129.24 12 สิงหาคม 2552 20:32:46 น.  

 

ขอเป็นกำลังใจให้คํะ
รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ
Thank you for creating a good blog, the information is useful.

 

โดย: Thas. IP: 119.12.179.13 19 พฤศจิกายน 2552 16:51:59 น.  

 

รออ่านตอนต่อไปค่ะ

 

โดย: แบมแบม IP: 124.120.64.99 6 มิถุนายน 2553 20:17:01 น.  

 

 

โดย: jodtabean (loveyoupantip ) 6 สิงหาคม 2554 3:44:17 น.  

 

อยากขายอาหารตามสั่งบ้าง แต่กลัวทำคนเดียวไม่ไหว เบื่องาน เพื่อนร่วมงาน ชีวิตที่เร่งรีบ คอยถูกเจ้านายจ้องจับผิดทั้ง ๆที่ไม่มีอะไรที่น่าจับผิด เจ้านายดุขี้หงุดหงิด เฮ้อ.....คิดแล้วก็เซ็ง อยากรวยกับเค้าจริง ๆนะเนี่ย จะได้มีเงินทำธุรกิจของตัวเองบ้าง อิ อิ ว่าแต่ตอนนี้ทำอะไรอยู่เนี่ย ขายอาหารตามสั่งหรือทำงานกัน ....

 

โดย: ปุ้ม IP: 180.183.16.17 23 มิถุนายน 2555 21:29:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ChatchaMan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ChatchaMan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.