จะ สุข หรือ ทุกข์ ไม่ได้อยู่ที่ คนอื่น ทำ แต่อยู่ที่ เรา เลือก ^ 0 ^

<<
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 พฤศจิกายน 2555
 

► ►►. . .สุมหัวนินทาชาวบ้าน ก๊ะ อิตั้วเจ้นู๋บี - บัวเหล่าที่ 5 ( โครงการ 13 ). . .◄ ◄◄




หวัดดีเจ้าค่ะ ทั่นผู้มีเกือกทุกทั่น
ที่หลวมตัวแวะเข้ามาในบล็อค ของอิฉัน หุหุ

( อ้อ..ไหน ๆ ก็เผลอแวะมาแล้ว นิ )
ไงก็อย่าลืมโพสทักทายกันมั่งนะเจ้าคะ
จะได้ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับ บล็อคของอิฉัน
ที่สำคัญ เรทติ้งจะได้ วิ่ง ๆ อิอิ

( เราเน้น ปริมาณ ไม่เน้น คุณภาพ แหะ ๆ )

มิตรภาพ      เกิดขึ้น      ที่ตรงไหน
ไม่สำคัญ     เท่าไร        อย่าไปสน
สิ่งสำคัญ       อยู่ที่ใจ     ในตัวตน
จะรับรู้         ค่าแห่งคน   ค่าแห่งคำ


ด้วยจิตคาราวะ และ มิตรภาพ  จริ๊ง....จริง  เหอ ....เหอ....



ปอลิง

หน้านี้เอาไว้ พูดคุยทักทาย กันจ้า
มีไร เม้าส์ได้ตามสะดวกปาก นะเจ้าคะ
อิฉันชอบฟังเสียงชาวบ้านเข้ามาคุยให้ฟัง  แหะ ๆ ^ - ^

อ้อ ขออนุญาตแนะนำ

สมาคม สูงกินลม ไว้ไม่มีหงอย ... แห่งประเทศไทย
ไว้ในอ้อมใจของทุก ๆ ท่านด้วยเจ้าคะ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=itoursab&group=6

ครายว่าง ๆ ก็แวะไปกรอกใบสมัคร เข้าสมาคม ได้นะเจ้าคะ
ช่วงนี้ สมาคม ของเราเรามี โปรโมชั่น พิเศษ
แพคเกจกินลมชมวิวบนคาน พร้อม น้ำเต้าหู้กะไข่ลวก

เสิร์ฟโดยทั่นประธานชมรม คนล่าสุด ไอ้แสบ หลานอิฉันเอ๊ง อิอิ




หมายเหตุ

บล็อกนี้ แบ่งเป็น 3 โซน นะเจ้าคะ
คือ

1. สุมหัวคุยกัน 

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&group=1

ส่วนนี้เอาไว้เม้าส์เรื่อยเปื่อย ก๊ะ ชาวบ้านฮ่ะ
( เขตนี้เป็นเขตกรีน โซน )
แพล่มได้โดยไม่ต้องกัว จขกท. กัด เหอๆ




2 ตัวหนังสือธรรมโม๊ะ เอ๊ย ทำมะทำโม ของอิน้องบัวผ่อง

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&group=3

ส่วนนี้เอาไว้โชว์ รัศมี ธรรมโม๊ะ ของ อิน้องบัวผ่อง เค้าง่ะ
จัดเป็น พิ้งค์ โซน ที่ หวานแหวว สะแด่วแห้ว
เหมาะสำหรับ ผู้ที่อยากบริโภคธรรมะแนวน้ำแข็งใส
ย่อยง่าย ๆ โดยไม่ เสาะท้องเพราะ อาหารเป็นพิษ งิงิ





3.ตัวหนังสืออื้อฉาวววว ของ เจ้าป้าบัวเกรียน !

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bsonjb&group=2

อืม...อันนี้ เรด โซน ง่ะ เขตมหันตภัย น้อง ๆ ซึนามิ
ถ้าเป็น ไออ่อน อิอ่อน มิสมควร เข้าไปเพ่นพ่านเด็ดขาดดด
เพราะอาจ หงายเงิบ สำลักน้ำลายอิฉันตายได้โดยมิลู้ตัว
โซนนี้เหมาะสำหรับ ตัวพ่อ แอนด์ ตัวแม่
ผู้ พิสมัย ธรรมะแนว อินดี้ + ฮาร์ดคอร์








 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2555
110 comments
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2555 21:59:56 น.
Counter : 6989 Pageviews.

 
 
 
 



อืม...เม้นต์ใกล้จะครบร้อย ( เริ่มโหลดช้าแระ )
แวะมา เสนอหน้า แอนด์ ซ่งติง
เปิด โครงการ 13 มาแก้เก๊กซิมดีกว่า แฮะ
( ช่วงนี้ กะลังช้ำใน ที่โดน คุณหญิงแม่ ใจร้ายยย
คาดโทษทำทัณฑ์บน อีกแระ แหะ...แหะ... )


อ้อ ส่วนอันนี้ ความเดิม จากโปรเจคที่แล้วจร้าาา อิอิ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=bsonjb&group=1&month=30-10-2012&gblog=15


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:01:28 น.  

 
 
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
อ่ะ เอา เดอะ ลิง มาฝาก อะซิก...อะซิก


http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:3VRiJOyzmt0J















From : ฝ่ายสื่อสารสมาชิก [20 พฤศจิกายน 2555 14:19]









สวัสดีค่ะ คุณ หม่ามี๊แก้ว

ตามที่ทีมงานได้เคยเรียนแจ้งถึง กฏ กติกา มารยาท เกี่ยวกับการโพสต์กระทู้ หยาบคายก้าวร้าว แก่ท่านไปแล้ว ทีมงานยังพบว่าการโพสต์ของท่านในกระทู้ 12954538#2

++++++++++++++++++++++++++++++
อิฉันเก๊าะเรย ต้อง สนองพระเดชพระคุณ เสียหน่อย
ด้วยการหลีกลี้หนีหน้า มา ตั้งกาทู้ใหม่ ในนี้แทนเจ้าค่ะ
อ้อ ส่วน ข้างล่างเนี๊ยะ เป็นความเห็นของ หมาหัวเน่า
ที่ บ่ ช่าย ชาวพุทธ แต่เสนอหน้า และ ซ่งติง
ไปแกว่งปากหาเท้า ใน กาทู้นู้น อ่ะ อิอิ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยใช้คำหยาบคายก้าวร้าว ซึ่งถือเป็นการผิดกฏ กติกา มารยาท ตามที่ท่านเคยยืนยันรับทราบกับทางทีมงานไว้แล้ว จึงมีความจำเป็นต้องระงับการใช้งานของท่านชั่วคราว เพื่อทำการแจ้งให้ท่านรับทราบเงื่อนไขในการใช้งานของเว็บพันทิปอีกครั้ง

ทั้งนี้หากท่านทราบอย่างชัดเจนแล้วว่าการแสดงความคิดเห็นโดยใช้คำหยาบคายก้าวร้าว เป็นการกระทำที่ผิดกฏ กติกา มารยาทและรบกวนการใช้งานโดยปกติของเพื่อนสมาชิกอื่นๆ ทีมงานขอความกรุณาให้ท่านยืนยันรับทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการเปิดให้ท่านใช้งานได้ตามปกติต่อไปค่ะ ทั้งนี้หากทีมงานพบว่าท่านยังทำผิดกติกา หยาบคายก้าวร้าว อีกครั้ง ทีมงานมีความจำเป็นต้องงดให้บริการกับท่านอย่างถาวรค่ะ




 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:04:06 น.  

 
 
 













To : ฝ่ายสื่อสารสมาชิก [20 พฤศจิกายน 2555 19:53]







เรียนท่านผู้ดูแลเวบบอร์ดที่เคารพ

ขออภัยเป้นอย่างยิ่ง สำหรับทุกๆ สิ่งที่ได้กระทำลงไป
แล้วก่อให้เกิดผลกะทบต่อบรรยากาศในการสนทนาในเวบบอร์ด
อันเป็นเหตุให้ ท่านผู้ดูแลฯ ต้องมารู้สึกลำบากใจ

ขอขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ และ ขอน้อมรับคำตักเตือน ต่างๆ เอาไว้เพื่อเอาไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขตัวเอง
และหาก ต่อไปยังทำอะไรให้ท่านลำบากใจ อีก
ก็ขอให้ท่าน โปรดพิจารณาลงโทษล็อกอินหม่ามี๊แก้ว
ตามแต่จะเห็นสมควรเจ้าค่ะ

ด้วยจิตคาราวะ





 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:04:36 น.  

 
 
 
นี่ ๆ อิหม่ามี๊ เจ้าขราาาาา ช่วยทำนายทายทักให้ทีดิ
ว่า เดอะ เลตเตอร์ อ้อนทั่น มอดฯ ฉบับนี้
จะทำหั้ย ทั่นมอด ฯ ใจอ่อน ได้ไหมน๊ออออ ?
>..........

แต่ ขอ บ่นหน่อยเต๊อะ
ทำไม คุณหญิงแม่ ถึงได้ จงเกลียดจงชัง น้องนู๋บี นักก็มิลู้
ดูดิ๊ คราวก่อน ก็ โดนคุณหญิงแม่ฯ เอาตะกร้อครอบปาก
ห้ามไฮปาร์คหน้าไมค์ เพราะ ดั๊นไป ก๊อป คำว่า เลวทรามต่ำช้า
ของ ป๋ารถสังข์มาใช้ ( แต่ทำไม ตอน อิป๋ามันใช้ ไม่ยักโดนดุ ฟระ )


แล้ว ไอ้ คำว่า เสนอหน้า และ ซิงติง นี่ก็เหมือนกั๊น
จิง ๆ อิฉัน ก็ จิ๊กเอา น้ำลาย ไอ้เจ้าหลาน มาใช้ อ่ะนะ
เนี่ย ตอนมัน ไปละเลงน้ำลาย ในกาทู้ เนี๊ยะ

http://topicstock.pantip.com/religious/topicstock/2009/05/Y7843155/Y7843155.html#32


อิฉันก็ไม่เห็น มันจะโดน คุณหญิงแม่ ดุ เรยฟระ
ก็ยังเห็น ลอยหน้าลอยตา แพล่มในบอร์ด
ได้ ฉอด ๆ อยู่เล๊ยยย โอ๊ยยยยย เซ็งเป็ด !

 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:06:34 น.  

 
 
 
อ้อ แท้งกิ๋วนะคร้าาาาาา
ที่เอา เรื่อง "ฉลาดจริง ต้องไม่ทุกข์" มาฝาก
แต่ อิทั่นด็อกฯ มัน ฉงฉัย อ่า
เรย อาเหล่าม่า มาถาม ว่า

แล้ว บุคคลประเภทที่ จับไม่ได้ไล่ไม่ทันลื่นปรื๊ด ๆ
เพราะรู้รักษาตัวรอด เป็น ยอดชะนี จนม่ะค่อยจะ มี ทุกขังกะละมัง
อาทิเช่น อิปลาไหลทะเล อย่าง อิเจ้ศรีธนขวัญ เนี่ย
มันเรียก ฉลาดจริง อ๊ะปล่าวคร้าาาาาา อิอิ


อืม...ปุจจฉา !

1. หาก รู้ แล้ว รีบวาง เพราะ กลัวที่จะทุกข์

ก๊ะ

2. รู้ แล้ว ก็วาง เพราะ มันเกิด ตถาตาลงใจ ไปเอง


ทั้ง 2 สิ่งนี้ ทำให้ ไม่ทุกข์ เหมือนกันไหมน๊ออออ ?
อาเหล่าม่า มันบอกว่า แม้ process จะ ต่างกัน
แต่ outcome ที่ได้ ก็ คล้ายกัน มว๊ากกกกกกกก เรยฮ่ะ
และ ถ้า พ่อแม่พี่น้อง เลือก ได้ อ่ะนะ
อยากจะ ไม่ทุกข์ สไตล์ ไหนดีเอ่ย ( แบบที่ 1 หรือ 2 ? )


อ้อ แล้ว ขอต่อปากต่อคำ ก๊ะ ทั่นชยสาโร ภิกขุ อีกจั๊กดอกส์ นะเจ้าคะ

เนี่ย ถ้าฉลาดจริง อ่ะนะ
ไม่ใช่แค่ ต้องไม่ทุกข์ เท่านั้น
แต่ มันต้องรู้จัก บริหารจัดการ สภาวะจิต
ให้เกิด ดุลยภาพในหัวใจ ด้วยจร้าาา มันถึงจะเจ๋ง !



 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:09:33 น.  

 
 
 
เออ แต่อ่าน บทความ ท่อนนี้ แล้วก็ โดนใจ อย่างแรง นะ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
โยมคิดว่า อะไรคือความฉลาด อาตมาถามจริงๆ เวลาบอกว่า คนนี้ฉลาด คนนั้นไม่ฉลาด อยากถามว่า ความฉลาดแปลว่าอะไร ก็ตอบไม่ถูก แบบนี้งมงายได้ไหม แล้วใช้ศัพท์พวกนี้ทุกวัน มีความคิดเห็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่า ตัวความฉลาดคืออะไร

อาตมาขอยกตัวอย่างงานวิจัยในมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา เขาถามนักศึกษาว่า Are you smart ? เด็กฮาร์เวิร์ด ส่วนใหญ่ตอบว่า Yes หลังจากนั้นอาจารย์ที่สอนลองทดสอบ โดยเปิดโอกาสให้ทุจริตในการสอบ ปรากฏว่า เด็กที่ทุจริต คือ เด็กที่เชื่อว่าตัวเองฉลาด แต่เด็กที่เชื่อว่าตัวเองฉลาด จะไม่ฉลาดในหลายเรื่อง


เมื่อความฉลาดเป็นสิ่งที่ต้องปกป้องไว้ตลอดเวลา เวลาจะสอบเด็กพวกนี้จะเครียดมาก ถ้าทุจริตได้ก็จะทำ เพื่อที่จะปกป้องภาพพจน์ตัวเองว่าเป็นคนฉลาด เวลาสอบตกก็ทุกข์และซึมเศร้า ก็พิสูจน์ได้ว่า ไม่ฉลาดจริง เพราะเวลาทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เด็กที่คิดว่าตัวเองฉลาดจะไม่ค่อยเก่งเรื่องพวกนี้


เพราะความคิดสร้างสรรค์เป็นความเสี่ยง คนที่ฉลาดไม่อยากเสียภาพพจน์ จึงไม่อยากเสี่ยง ในหลายประเด็นคนที่ถือตัวว่าฉลาด กลายเป็นคนไม่ฉลาด หรือพ่อแม่ที่ชมลูกว่า ลูกทำอย่างนั้นฉลาดมาก นั่นไม่ใช่การชมลูกที่ดี


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เฮ้ออ อ่านแล้ว นึกถึง รุ่นพี่เภสัช ที่คณะคนนึง จัง
ขานั้นน่ะ เป็นถึงลูกชายคณบดี แถมสมองก็ปราดเปรื่อง
จนเป็นที่ คาดหมายกัน ประมาณว่า ตอนรับปริญญา
พี่แก คงได้ เกียรตินิยมเหรียญทอง ให้พ่อแม่ชื่นใจ แหง๋ ๆ

แต่ปรากฏว่า ไม่รู้อะไร ดลใจ ให้พี่แก ไปทุจริตในการสอบ ว่ะ
สุดท้าย โชคร้าย หรือ เวรกรรมมีจริอง ก็ม่ะรู้เ
รู้แต่ พี่แกโดน จับได้ น่ะ เลยต้องเรียนซ้ำชั้น
ทำให้ ชวด เหรียญทองที่หมายปอง
แถม ยังต้องเรียนซ้ำชั้นก๊ะรุ่นน้องจบทีหลังเพื่อน ซะงั้น


ตอนแรกที่ รู้เรื่อง ก็ แปลกใจมากมาย เรยนะ
เพราะ เท่าที่ รู้จักกัน พี่เค้าเป็นคนใจดี และ เพรนด์ลี่ มั่ก ๆ เรยอ่ะ
( ประมาณ วีกิจ พระเอกในเรื่อง แรงเงา ได้เรยมั้ง )
น่าเสียดาย เหมือนกัน ที่ดันหน้ามืดกับ ความ คิดชั่ววูบ น่ะนะ
อนาคต ที่แจ่มรัส ก็ เรย ดับวูบ ไปเลย
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:11:04 น.  

 
 
 
อ้อ และ นอกจากจะ คิด ถึงเรื่อง พี่คนนี้ แล้ว
อีกเรื่องนึง ที่ จิตมัน แว่บ ไประลึกถึง
ก็คือ เรื่องราว สมัย อยู่ ปี 1 ของ เด็กหญิง คนนึงอ่ะ
( สมมุติว่า ชื่อ นู๋ส้ม ก็แระกันเน๊าะ อิอิ )


นู๋ส้ม เป็นเด็กเรียนดี ชนิดที่ว่า ถ้าวิชาไหน ได้ B เมื่อไร
เธอว์จะเกิดความรู้สึก หยะแหยงตัวเอง
เกิดเป็น ทุกขังกาละมัง กินไม่ได้นอนไม่หลับ
เพราะ สวย แจ่ม เจ๋ง อย่าง she มี A เท่าน้านนน
ที่เป็น สะแตนดาร์ด 55555555


อยู่มาคืนนึง ก่อนจะสอบ วิชา Bio-chem ฯ
นู๋ส้ม ดันไป ค้นพบ เทคนิคการแอบลักไก่
เอาสูตรคำนวณ เข้าไปในห้องสอบได้ อย่างเนียน ๆ
เพราะเธอสามารถใช้ แทคติก ตั้งรหัสลับดาวินซี
ไปเมมโมรี่ ไว้ใน เครื่องคิดเลข ได้
โดยที่ อาจารย์ที่ไหน ก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
ถึงแม้จะเห็นเธอ โกงข้อสอบต่อหน้า แบ่บ จะ ๆ ก็เหอะ
ตอนนั้น เล่นเอา ยิ้มกริ่มเป็นแมวเห็นปลาย่างเรยมั้ง อิอิ





และ ขณะที่ กำลัง หน้ามืด ได้ที่
คิดว่าในเมื่อ เก็ทสะเทือน ก๊ะ รหัสลับ ดาร์วินซี งี้แล้ว
คงไม่แคล้ว ฟาด A มาเชยชม จนสมอุรา ชะลาล่า แหง๋ ๆ
แต่ปรากฏว่า พอจะทำงั้นจริง ๆ
ก็ต่อมคุณธรรม ก็ดั๊น กำเริบ
เจื๋อก หงายเงิบ ทำไม่ลง ซะงั้น


สุดท้ายน้อง A . apple ที่หมายปองไว้ ก็เรย ปลิวหายไปก๊ะสายลม
เหลือทิ้งไว้ แต่ อินัง Banana ที่น่าชัง มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ
เอามาไว้ให้ดูต่างใน ใบทรานสคริปต์ อ่ะเธอว์
เฮ้ออ เสีย เกียรติประวัติ บรรลัยเล๊ยยย อะซิก...อะซิก...


อิอิ แต่ก็น่าขำนะ ถ้าถาม อินู๋ส้ม มันว่า
เกรดวิชาไหน ที่ she ได้แล้ว ภูมิใจ ที่สุด
คุณเธอ ก็คง จะ อมยิ้มแล้ว ตอบว่า
ก็ อิเกรด B.banana ในวิชา Bio-chemฯ นี่แหล่ะ
ที่มันภูมิใจโคตร ๆ ที่ได้จับจองเป็นเจ้าของ


เฮ้ออ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่า
ถ้าตอนนั้น มันลักไก่ ใช้วิธีตุกติก
จนได้ น้อง A.apple มาไว้ในครอบครอง
มันจะยังคงรู้สึกภูมิใจ เหมือนตอนนี้ ไหม ?



 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:12:57 น.  

 
 
 
ปอลิง 1
อ่ะ เอา เดอะลิง อันนี้ มาฝากคร้าาาา

มหัศจรรย์! น้องลูกนก ชีวิตเปลี่ยน แค่ 7 เดือน ลดน้ำหนักได้ 63 กก.


http://health.kapook.com/view50857.html

http://www.youtube.com/watch?v=0Y_baB--EyQ


เนี่ย ดูเรื่องของ น้องลูกนก ในทีวี เมื่อตะเช้า
แล้ว นึกถึง น้องตือโป๊ยก่าย ของ ป๊ะป๋าโจ อ่า
เอิ่ม... ไม่ทราบว่า น้องตือฯ ไม่คิดจา มี วิวัฒนาการ
แบ่บ น้องลูกนกมั่ง หรอ คร้าาา
( แหม๊ ? ถ้าทำได้ ป๊ะป๋าโจ คงดีใจตายเยยย 55555 )


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:17:57 น.  

 
 
 

ปอลิง 2

เออ จิงดิ ใกล้จะ ถึงวันลอยกาทง แระ
ม่ะทราบว่า ฮาร์จัง ของ อาเหล่าม่า คิวว่าง อ๊ะปล่าวน้าาา
หรือว่า มีอิสาวที่ไหน ชวน ไปลอยกระทงด้วย แล้วล่ะนี่
แต่ถ้ายังไม่มี อาเหล่าม่า จาได้ ขอจองตัว
ไป ดิงดองซอง เอ๊ย ไป ลอยกาทง
ไว้ตะแต่เนิ่น ๆ อ่ะคร้าา แผล่บ ....แผล่บ...


เฮ้ออ นี่ ๆ อิหม่ามี๊ขราาาาาาาา
จิง ๆ อาเหล่าม่ามันก็ม่ะอยากจะเปิดศึกชิงนาย
ตบตีแย่งตัวพ่อหนุ่มน้อยเนื้อหอม อย่างฮาร์ทจัง
ก๊ะบรรดา แม่ยก ทั้งหลายหรอกน้าา
แต่ทำไงได้ล่ะ ปีนี้ ไม่มีไอ้หนุ่มหน้ามืดที่ไหน
มาติดบ่วงติดแร้วฯ ชวนนู๋บีไปนัดเดทลอยกระทง ด้วยนิ


เนี่ย ไอ้กิ๊กนอกกฏหมาย อย่างไอ้ตี๋ก้วยยี้
นั่นก็หายหัว ไปเต้นแร่พโยว์โชว์สเตป ก๊ะ อิสาวไหน ก็มิลู้
ส่วน อิตาเฒ่า ซือหม่าอี้ ที่เคยหลังไมค์มาอ่อยอี๋เอี๋ยง ด้วย น่ะ
ครั้นพอเจอ เรา พูดตัดรอน แสร้งทำเป็นเล่นตัว นิด ๆ หน่อย ๆ
แสร้งอ่อยเหยื่อ แบบเหลือ ฟอร์มไปตามประสา พูญิ๋งยิงเรือ แค่นี้อ่ะนะมันก็ เผ่นหนีป่าราบ ซะ กระเจิดกระเจิงไปซะแระ


แหม๊ ! ทีแรก เห็นทำท่าระริกระรี้ ซะดิบดี
บอกว่า ซือหม่าอี้คนนี้ บ่หยั่น บ่ย่าน
แต่ที่ไหนได้ มันขี้ฮกทั้งเพ ฮ่ะ อะฮือ ...อะฮืออออ

นี่ ๆ อิหม่ามี๊ขราาาาาาาา
นู๋บีเห็นการกระทำ ที่ดีแต่พรือ ดีแต่ปาก ของมันแร้ว
ก็ชัก อยากจะ ส่ง อีแมว ไปถามไถ่ มันจัง
แล้วก็ อยากจะยื้ม คำพูดที่ไอ้โซ๊ยตี
มันเคย บอกกับ แฟนเก่า ของมัน
มาพูด ก๊ะ บัก ซือหม่าอี้ โตย ว่า


เมิงจะแล่งทำพรื่อ อายไหมหลาววววว


อะโหย ยิ่งคิด ก็ยิ่ง น้อยใจในโชคชะตา ฮ่ะ
อิหม่ามี๊ช่วย เป็นพี่ศิราณี จับยามสามตาดูให้ทีจิค๊ะ ว่า
เหตุปัจจัยอันใดหนอ เหตุไฉนสวย แจ่ม เจ๋ง อย่างนู๋บี
ถึงได้ เกิดมา อาภัพร้ากกกกก ได้ตลอด ๆๆ
เฮ้อออ เนี่ย วันลอยกาทง ก็ใกล้เข้ามาเข้ามาทุกที ๆ แล้ว
แต่ก็ยัง ไม่มี ไอ้หนุ่มที่ไหน เอ่ยปากชวนไป..
ลอยอังคาร เอ๊ย ลอยกาทงด้วยเยยย แง๊






เฮ้ออออ นี่ก็ได้แต่หวังว่า ลูกชายอิหม่ามี๊
คงจะไม่ ทำให้ คนเฒ่าอย่าง อาเหล่าม่า ผิดหวังซ้ำซาก
เหมือนไอ้พวกผู้ชาย บ่มีไก๊ ไร้น้ำยา คนอื่น ๆ นะเจ้าคะ อ่ะซิก ๆ


มามะ ฮาร์ทจังจ๋าาาาาา วันเพ็ญเดือน 12 ปีนี้
มา ดิงดองซอง...เอ๊ย...มาลอยกระทง ก๊ะ อาเหล่าม่า นะจ๊ะ ทูนหัวววววว






+++++++++++++++++++++++++++++

จำนวนผู้ชม 15883 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 241 ครั้ง


++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 

โดย: อาเหล่าม่า มาชวนฮาร์ทจัง ไปลอยกระทง อ่ะจึ๋ย ! (นู๋บี ) วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:43:57 น.  

 
 
 
ขอมาแพล่มฟามในใจต่ออาเหล่าม่านิสนุง
ความเห็นเรื่องอาเหล่าม่าโดนตามล้างตามเช็ดนั้น
เป็นเพราะอาเหล่าม่าขาดออร่าที่สว่างไสว
ไม่สามารถทำให้เหล่ามาเฟียขาใหญ่ที่เฝ้าคอกนั้น(ญิ๋งเล็ก)
และญิ่งแม่ผู้คุมกฏ มาหลงไหลในหน้าตาและน้ำคำ
จะว่าไปก็เหมือนคนขาดบารมีไง พวกจ้าวเค้าไม่ร๊ากกก 55
พวกจ้าวที่กุมอำนาจในคอกนั้น เขาไม่ให้ฟามสนใจ
ไม่เห็นหัว แถมยังจ้องจะกีดกันไม่ให้เข้าไปในคอกของเขา
อีกด้วย คงเกรงว่าอาเล่าม่าจะไปปั่นจิ้งหรีดในคอกเขาทำให้
แกะน้อยหัวอ่อนมาเห็นดีเห็นงามกับอาเหล่ามาแล้วเขา
จะเสียแกะเอาได้ อาเหล่าม่าเข้าใจฟามชอบและไม่ชอบไหม
ถ้าจ้าวคอกเขาชอบ ต่อให้เลวเขาก็ว่าดี ถ้าจ้าวคอกเขาชัง
ต่อให้ดียังไงก็เป็นเลวในใจเขา ดังนั้นถ้าอาเหล่าม่าทำให้
ญิ๋งเล็กและญิ๋งแม่รักชอบไม่ได้ ก็จะโดน 2 มาตรฐานแบบนี้
ไปตลอด อะ ฟามยุิติธรรมไม่มีในโลกเบี้ยวนะฮ้า มีแต่
กฏแห่งกรรม อาเหล่าม่าไปสร้างกรรมทำให้ญิ๋งเล็กและ
ญิ๋งแม่เกลียดขี้หน้าและน้ำคำเสียแล้ว ก็โดนกาหัวเลือก
ปฏิบัติไปตามแต่ใจของจ้าวของคอกแหละฮะ การที่คนอื่น
เขาไม่โดนบี้แบบอาเหล่าม่าจากคำพูดที่โพสท์เหมือนๆกัน
ก็โดนเหตุผลประมาณนี้แหละ อยู่ที่ฟามชอบและชังของเขา
ถ้าชอบๆกันอยู่เขาก็ปล่อยผ่าน ถ้าชังๆกันอยู่ก็จะโดนแจ้ง
สอยหมด ญิ๋งแม่(มอดเว็บใช่ปะ)เขาไม่มาสอดส่องทุกเม็ด
หรอกมั้ง แต่ถ้ามีคนแจ้งเขาก็สอยออกไป ถ้าไม่มีคนแจ้ง
เขาก็ปล่อยๆไว้บ้าง ถ้าอาเหล่าม่ารักจะเล่นนอกกรอบ ทำตัว
คาบลูกคาบดอก ก็ต้องสร้างบารมีไว้คุ้มตัวนิสนุง
หรือสร้างเสน่ห์มัดใจญิ๋งแม่ให้ได้ ญิ๋งแม่จะได้ไม่หูเบาเชื่อ
แต่น้ำคำญิ๋งเล็กไง แต่เรื่องแบบนี้ อาเหล่าม่าก็รู้ๆอยู่แล้วนิ แต่ไม่ทำเอง เพราะอยากโดนแบนชิมิ หุหุ
อีกอย่าง อาเหล่าม่าไม่ได้ทำตัวเป็นแม่เหล็กดูดแกะเข้าคอก
ให้เขาไง จ้าวของคอกก็เลยไม่ใส่ใจจะเลี้ยงดูอุ้มชูให้เป็น
เกลียดประวัติแก่คอกของเขา 555 พอมีคนมาบอกให้ไล่
ออกจากคอกจ้าวเขาก็จัดเต็มให้ตามคำขอทันที
เป็นเรื่องปกติของโลกเบี้ยวๆ
และอาจสมใจตะละแม่คิตตี้ด้วยม้างงงง
ที่อาเหล่าม่าจะได้ไม่มีที่วิ่งเปี้ยวโชว์จ้ำบ๊ะ 555

ต้ากงเริ่น กล่าวกับขงจื๊อว่า
“ที่แล้วมาข้าพเจ้าเคยบอกเหตุผลของการหลีกเลี่ยงการถูกประทุษร้ายแก่ท่านแล้วมิใช่หรือ? ทางทะเลตะวันออกมีนกอยู่ตัวหนึ่งเรียกว่าอี้ไต้ นกตัวนี้ดู ๆ ไปคล้ายกับไม่มีความสามารถอะไร ในขณะที่บินมันต้องให้ตัวอื่นนำทางให้ ในขณะที่หยุดพักมันก็ปะปนอยู่ในฝูงนก ในขณะที่กินอาหารมันก็ไม่กล้าแย่งกินก่อน เพราะฉะนั้นคนภายนอกจึงไม่อาจจะทำร้ายมันได้ ต้นไม้ที่มีลำต้นตรงจะต้องถูกโค่นก่อน บ่อน้ำที่มีน้ำใสสะอาดจะต้องถูกขอดจนแห้งก่อน นี่เป็นเหตุผลที่แจ่มชัดมากเหลือเกิน บัดนี้พฤติการณ์ของท่าน ก็เหมือนหนึ่งถือแสงสว่างแห่งปัญญาไปส่องความโสมมอื่น ๆ เพื่อแสดงให้เห็นความบริสุทธิ์ผุดผ่องของท่าน การทำเช่นนี้ก็ย่อมจะไม่มีใครยอมอดกลั้นให้แก่ท่าน”

ขงจื๊อได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความสำนึกในทันที จึงล่ำลามิตรสหาย แยกตัวออกจากลูกศิษย์ ไปบำเพ็ญพรตในป่าเขาตามลำพัง

สติปัญญามิพึงเผยให้ปรากฏยังภายนอก มิฉะนั้นแล้ว หากผู้อื่นมิได้กลัวท่าน ก็จะต้องริษยาท่านเป็นแน่

- -"

หรืออย่างเรื่อง 3 ก๊ก ที่กุยแก เป็นบัณฑิตมากปัญญา
คิดไปทำงานให้อ้วนเสี้ยว แต่เพราะอ้วนเสี้ยวไม่เห็นค่า
ไม่ให้โอกาสแสดงฝีมือ กุยแกก็ละทิ้งอ้วนเสี้ยว ไปอยู่กับ
โจโฉ ที่มองเห็นออร่าเอ๊ยคุณค่าของกุยแก ไง ก็เลยให้
โอกาสกุยแกได้แสดงปัญญาและฟามสามารถจนเป็นที่
ประจักษ์ใจ กลายเป็นตัวละครที่มีคนพูดถึงและเป็นที่
ประทับใจกับใครหลายๆคน

แต่อย่างไร ก็ตาม ทุกคนมีเป้าหมายอยู่แล้ว
อาเหล่าม่าก็เหมือนกัน ถ้าบรรลุเป้าหมายไม่ได้มันก็ไม่สงบ
เป้าหมายของอาเหล่าม่าที่มีต่อคอกศาสดาของจ้าวพันดิ๊พ
เป็นไง ก็ตามนั้น บรรลุเป้าหมายได้ก็ดี บรรลุเป้าหมาย
ไม่ได้ก็เฟลล์ไป ไม่มีใครเขารู้เป้าหมายของอาเหล่าม่านิ
ญิ๋งเล็กเขาก็มีเป้าหมายเหมือนมั้ง คือ เฉดหัวอาเหล่าม่า
ออกจากคอกศาสดาพันดิ๊บให้ได้ แถมเพียรเป็นเลิศแบบ
ไม่รู้จบซะด้วย 555 ส่วนญิ๋งแม่ เป้าหมายเขาก็ทำตามหน้าที่
รักษาฟามสงบให้ญิ๋งเล็กได้ฉะบายใจกะการเป็นขาใหญ่
ของคอกฯ หุหุ

สรุป อาเหล่าม่าบรรลุเป้าหมายยังอ่า อาทิเช่น ...
ได้สร้างแบรนด์ ทุกล๊อกอิน ได้เป็นตำนานเรื่องเล่า หุหุ
นานๆโผล่หัวไปที่คอกที ก็มีญิ๋งเล็ก ขาใหญ่คอยบริการ
เอากระทู้ที่ติดป้ายเป็นเกลียดอมตะ มาโชว์ให้เหล่าแกะ
รุ่นเก่าและใหม่ได้รับแซ่บฟามเป็นมา โดยละเอียด เหมือน
ประกาศกิตติคุณ โดยไม่ได้จัดตั้ง มีน้ำใจจัดเต็มให้ทุกเวลา
ญิ๋งเล็กเขาตั้งใจทำทานกะอาเหล่าม่าไง ที่คอยเชิดชู
วีระเวรอมตะนิรันดร์กาลเป็นที่ประทับใจทุกคน 555
ถึงแม้จะมีลูกแกะนอกคอกบางตัวมาชื่นชมวิถีของอาเหล่าม่า
ตามไปกรีดเลือดสาบานกันหลังไมค์ตกลงปลงใจเป็นแควน
ขับเคลื่อนที่แบบกองโจร เห็นฟามงามของน้ำคำอาเหล่าม่า
และฟามแปลกฟามแซ่บที่หากินได้ยาก เป็นอาหารจาน
แปลกไว้กินเป็นอาหารว่าง

ปล. ที่แพล่มๆนี่ก็มั่วๆเอานะอาเหล่าม่า หุหุ
ไม่รู้จะโดนอาเหล่าซักอดอกสองดอกส์ไหม
หรือว่าฟาวล์ทุกดอกส์ ก็มะรู้ 555

1795
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.171.42 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:14:27 น.  

 
 
 
ที่อาเหล่าม่า ถามมา...
อืม...ปุจจฉา !
1. หาก รู้ แล้ว รีบวาง เพราะ กลัวที่จะทุกข์
ก๊ะ
2. รู้ แล้ว ก็วาง เพราะ มันเกิด ตถาตาลงใจ ไปเอง
ทั้ง 2 สิ่งนี้ ทำให้ ไม่ทุกข์ เหมือนกันไหมน๊ออออ ?
อาเหล่าม่า มันบอกว่า แม้ process จะ ต่างกัน
แต่ outcome ที่ได้ ก็ คล้ายกัน มว๊ากกกกกกกก เรยฮ่ะ
และ ถ้า พ่อแม่พี่น้อง เลือก ได้ อ่ะนะ
อยากจะ ไม่ทุกข์ สไตล์ ไหนดีเอ่ย ( แบบที่ 1 หรือ 2 ? )

ถ้าของจริงก็ต้อง ข้อ2 ดิคะ ฉลาดจริงอะไรจริง
แต่ถ้ายังทำข้อ2ไม่ได้ บางเวลาก็เลือกข้อ1 ไปก่อนถ้า
ขี้เกียจเก็บเลเวลประสบการณ์เพื่อทำให้ได้ตามข้อ2
คือเราก็ใช้สติปัญญาเลือกเอาว่า คุ้มค่าในการเสียเวลาไหม
ถ้าไม่คุ้มก็ไม่ต้องไปเปลืองตัวเกลือกกลั้วกับทุกข์เพื่อให้
ตถตาได้ทำข้อสอบเก็บค่าประสบการณ์ที่เป็นสัจธรรม หุหุ
คนที่เพียรทำจริง ก็ได้ฉลาดเป็นของจริงเยอะ ง่ะ
คนขี้เกียจเอาแต่หนีทุกข์มันก็ไม่ทุกข์จริง แต่เลเวลฟาม
ฉลาดมันไม่ได้เพราะขาดประสบการณ์ ง่ะ จะเอาฉลาดจริง
มากหรือน้อย ก็ขึ้นกับฟามเพียรแหละ เนอะ
ตอบพอจะถูกใจอาเหล่ามั่งไหม เคอะ หุหุ

อิอ่อนมันเลือกทำทั้ง2 ข้อ อะ ขึ้นกับอารมณ์ศิลป์และ
ตัณหาฟามอยากเล่นอยากเก็บเลเวลในเรื่องนั้น ๆ
และขึ้นกับฟามเพียรในขณะนั้นๆ

ฟามสำคัญของการอยากเก็บเลเวล ก็ขึ้นกับว่าเกี่ยวกับ
หัวข้อบารมี 10 ทัศน์ ที่ต้องเพียรด้วยหรือป่าว ถ้าไม่เกี่ยว
ก็ไม่อยากเสียเวลา ง่ะ มันเปลืองตัว เปลืองเวลา หุหุ

ถ้าทำ คือ เผชิญหน้าทุกข์ ได้ประสบการณ์เป็นฟามฉลาด
ในการรับมือและเอาตัวรอดจากทุกข์นั้นๆ เกิดเป็นไม่ทุกข์

ถ้าหนี ก็คือ หนีทุกข์ ก็ไม่ทุกข์ แต่ก็ไม่ได้ประสบการณ์เป็น
ฟามฉลาดในทุกข์ no input and no output ง่ะ ได้แค่
เสมอตัว ไม่มีได้ไม่มีเสีย ได้อยู่กับที่ หุหุ

คนขี้เกียจ มักไม่ทะเยอทะยาน และไม่อยากเจ๋ง อิอิ
แถมยังชอบหลีกเลี่ยงการเป็นคนเจ๋งอีกด้วย
เพราะมันจะเหนื่อย วุ่ยวายขายตลาด และน่าเบื่อ 555
เรื่อง นู๋ส้มก็น่าประทับใจนะ B-banana ก็โอเคเนอะ
ดีกว่าได้ A-apple แต่ต้องละอายเมื่อคิดถึงมัน 555

ปล. เรื่องน้องลูกนก นี่ อิอ่อนมันก็มีเรื่องโม้ด้วยนะวุ้ย
สมัยเรียนจบใหม่ๆ ก็อยู่หอมหาลัยจนอ้วนเป็นหมูตุ๊ต๊ะ
ตอนจบออกมาใหม่ๆ นี่สูง 163 ซม.หนัก 58 สำหรับสาวๆ
ก็เรียกว่าอวบเกินงาม หน้าซาละเปา แถมจบมาว่างๆ ยัง
ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉยๆ เลยลองลดหุ่นดูเล่นๆ ก็ทำแบบ
น้องนกนี่แหละ งดข้าว กินแต่ผักสลัด ผัดผัก ผลไม้และนม
พร่องมันเนย ออกกำลังกายวันละ 4 ชม. เช้า1รอบ
เย็น1รอบ รอบละ2 ชม. ไม่ได้ใช้เครื่องมือช่วยมีแค่เชือก
ไว้กระโดดแค่นั้น โดดเชือก100 สะก๊อดจั๊ม100
ทำกายบริหารสารพัดท่าไป มีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หุหุ
ทำไปเรื่อยๆ จนน้ำหนักเหลือ 47 กก. สวยเช้งเลยแหละ
หน้าเรียวขึ้นมาเลย น่อง ขา แขน เรียวเล็ก หน้าท้องแบน
กลายเป็นหมวยสวยในทันใด ใส่ชุดอะไรก็ดูดี หุหุ แถมยัง
หัดไว้ผมยาวไปดัดผมเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นอีก ตอนนั้นก็
ภูมใจฟามสวยและหุ่นของตัวเองนะ ไปเดินประตูน้ำหาชุด
แปลกๆสวยๆราคาเยาว์มาแต่งตัวเล่นหนุกๆ เดินไปไหน
ก็มีแต่คนมอง แบบว่าชอบแต่งสวย แต่ไม่ชอบให้ใครมอง
ก็รู้สึกอึดอัด ทำไปทำมา ก็เลิก มาทำตัวอิเพิ้งเหมือนเดิม
มีฟามสุขก่ากันเยอะใส่เสื้อยืดกางเกงธรรมดา เลิกดัดผม
เลิกแต่งหน้า ก็กลับมาที่ลุคเดิม หุหุ นน.ก็คงที่อยู่นะ
จนกระทั่งมีลูกนี่แหละ ทะลุไป 80 แล้วกับมา 67 ตอนนี้
อยู่ที่ 62 ถามว่าอยากผอมไหม ก็อยากนะ ผอมมันสบาย
ไม่อึดอัด ใส่เสื้อผ้าก็ง่าย หลวมๆสบายๆ ตอนนี้ก็ลดอยู่
แค่ลดกิน แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แค่งดข้าวมื้อเย็น
กินสลัดผักหรือผลไม้ ก็ลดได้หลายโลอยู่ 2 เดือนลดได้ 5 โล
ตอนนี้กำลังปรับฐาน พอหายจากอาการโหยๆก็จะเริ่มกินสลัด
เป็นมื้อเย็นต่อ ก็สนุกดี ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ จะกินหรือจะอด
ถ้าใจมันไม่เดือดร้อน กะการกินหรือการอด มันก็ง่ายแหละ

เรื่อง น้องฮาร์ท ตอนนี้มันบ้าเกมส์อยู่ง่ะ ไม่สนใจเรื่อง
ลอยกระทงเลย ขนาดชวนไปว่ายน้ำมันยังไม่ไป ขออยู่บ้าน
เล่นเกมส์ ซะงั้น น้องแองเจิล ก็เหมือนกัน บ้าเกมส์พอกัน
พี่บ้าอะไร น้องบ้าด้วย หุหุ น้องฮาร์ทนี่มีน้องแล้วก็ไม่สนใจ
เรียกร้องหาใครแระ มีน้องเป็นเพื่อนไม่เหงา แถมงานงอก
เพราะน้องอีก มีเรื่องให้วุ่นตลอด ไม่มีเหงาเลยล่ะ

ปล.เสียใจกะเหล่าม่าด้วยนะ ฮี่ฮี่
ขนาดแม่ชวนมันยังไม่ไปไหนเล้ย
ติดเครื่องคอมฯกะติดน้องฉาวมัน แค่นั้น ละตอนนี้นะ 555
7459
 
 

โดย: อิอ่อน IP: 124.122.171.42 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:56:24 น.  

 
 
 

ว้าาาาาาาาา อุส่าฝันหวาน ว่าจะได้ไปจู๋จี๋กระหนุงกระหนิง
ไปลอยกระทงหลงทาง แบบ จ๊ะจิงจา ก๊ะ อิน้องฮาร์ทจัง ซะหน่อย
แห้วซะแร้วเรา อะโหยยยย อาเหล่าม่า เก๊กซิมฮ่ะ อะซิก ๆ
แร้วงิ ลอยกาทงปีนี้ จะไปก๊ะไอ้หนุ่มที่ไหนดีล่ะเนี่ย


เฮ้ออ น่าเสียดายนะ ที่ม่ะเห็น ไอ้โซ๊ยตี๋ มันมาเพ่นพ่านแถวนี้
ม่ะงั้น อ่ะนะ อาเหล่าม่า ก็คงม่ะต้องง้อ อิเจ้รองสันขวานฯ
เรื่อง หาคนไปลอยกระทงด้วย แระอ่า
เพราะ อาเหล่าม่า จะ ไปปะเหลาะ ไอ้โซ๊ยตี๋
ขออนุยาดชวน อาตี่ตี๋ลูกชายมัน
ไปลอยกระทงด้วยกัน แทนฮาร์ทจังซะเรย อิอิ


เพราะถึงแม้ ไอ้เด็กแก่แดดแก่ลมนั่น
มันจะไม่ใสซื่อ ถูกสเปค อาเหล่าม่า เท่า ฮาร์ทจัง
แต่ว่า ไอ้เด็กขี้เก๊กที่มันชอบ แอ๊บท่าเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็ดงั้นน่ะ
มันก็น่า เอามาหยอกเล่น ( ด้วยการจับตรูด ) พิลึก เอิ๊ก ๆ


อ้อ ส่วนเรื่อง น้องลูกนก นั้นน่ะ
อิฉัน ทึ่ง ในความมุ่งมั่น ของ อินู๋มันว่ะ
ที่รีด น้ำหนัก ได้เยอะแยะ ขนาดนั้นน่ะ
ต้องมีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ที่สูงลิบเลยอ่ะ
และ ถ้าใครมีได้ หรือ ฝึกไว้จนเป็นนิสัยงี้
มันก็จะช่วยเจริญ อิทธิบาท 4
อันเป็น รากฐานในการปฏิบัติได้ดีทีเดียว


อืม...ไอ้เรื่อง ลด นน. เนี่ย ส่วนตัวก็ไม่เคยมีปัญหานะ
แบ่บว่า พุงมัน ยืดได้หดได้ สั่งได้เหมือนก๋วยเตี๋ยวอ่ะ อิอิ
แต่ก็ไม่เคยออกกำลังกายเป็นร้อย ๆ ที แบ่บ อิหม่ามมี๊ ซะทีนะ
ขี้เกียจอ่ะ ไม่ชอบออกกำลังกาย ชอบนั่งกินนอนกิน เอนจอยอีทติ้ง 555
นี่ ยิ่งตอนนี้ ถือศีล 6 กินมื้อเดียว ยิ่งแล้ว ใหญ่ นน.ลดฮวบบบบ
จาก 55 kg มาเหลือ 46 kg เรยอ่ะ ใครไม่รู้คงนึกว่าเป็นเอดส์แหง๋ ๆ เยยย 555
เล่นเอาเสื้อผ้าหลวมโพรก คงต้องหาเวลาเอาไปปรับแก้ขนาด ซะแระ เฮ้ออ

แถมที่น่าขำกว่านั้น คือ
พอกินมื้อเดียวนาน ๆ เข้า
มัน ก็ยิ่งกินน้อยลง ๆ อ่า
แถมแทนที่จะ เกิด โยโย่ แอฟเฟค
หรือว่า เก็บกดจนต้องกินแบบยัดทะนานในมื้อเช้า
ร่างกายมันกลับ ติดใจการกินแค่มื้อแเดียว
เวลามีไฟท์บังคับ ต้องเขมือบมื้อที่ 2 ในตอนเที่ยง
ก็เกิดอาการ ขี้เกียจกินข้าวกินปลาขึ้นมา ซะงั้น
แบบว่า ไม่อยากกิน อยากเอาเวลาไปนอนกลางวันมากกว่า เอิ๊ก ๆ



เออ ว่าแต่ ฟังเรื่อง เช้งกระเด๊ะ ของ น้องตือฯ เนี่ย
ทั่นด็อกฯ มันฉงฉัย อีกแระอ่า ว่า
ตอนที่ ป๋าโจได้เจอน้องค่อมครั้งแรก เนี่ย
น้องตือฯ อยู่ในโหมด น้องหมวยเช้งกระเด๊ะ
ดัดผมยาวสลวยสวยเก๋ เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น
หรือว่า อยู่ในโหมด อิเพิ้ง เสื้อยืด รองเท้าแตะ กันแน่ล่ะหว่า ?
555555555555555555555555555555555


อ้อ แล้วก็ แท้งกิ๋วคร้าาาาา
สำหรับคำแนะนำ เรื่อง ยัยหญิงเล็ก ก๊ะ คุณหญิงแม่
อะโหยยยยยยย โดนใจมากมายเยยยยย
โดยเฉพาะ ที่บอกว่า

----------------------------------------
ถ้าอาเหล่าม่ารักจะเล่นนอกกรอบ ทำตัว
คาบลูกคาบดอก ก็ต้องสร้างบารมีไว้คุ้มตัวนิสนุง
หรือสร้างเสน่ห์มัดใจญิ๋งแม่ให้ได้ ญิ๋งแม่จะได้ไม่หูเบาเชื่อ
แต่น้ำคำญิ๋งเล็กไง แต่เรื่องแบบนี้ อาเหล่าม่าก็รู้ๆอยู่แล้วนิ แต่ไม่ทำเอง เพราะอยากโดนแบนชิมิ หุหุ

เป็นเรื่องปกติของโลกเบี้ยวๆ
และอาจสมใจตะละแม่คิตตี้ด้วยม้างงงง
ที่อาเหล่าม่าจะได้ไม่มีที่วิ่งเปี้ยวโชว์จ้ำบ๊ะ 555

-------------------------------------------------

อ่ะนะ หูยยยย โดนใจไปหลายดอกส์

เอ้า เอา เดอะลิง มาฝากอีกแระ อิอิ

http://th.uncyclopedia.info/wiki/2011_ล้างพันธุ์อมยิ้ม


 
 

โดย: อาเหล่าม่าเก๊กซิม อดไปลอยกาทงก๊ะฮาร์จัง T - T (นู๋บี ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:0:00:28 น.  

 
 
 
ก็ตะละแม่เทียวเสี้ยม เล่นแจกยาเบื่อหมาตล๊อดดดด!!!
แร้วจะมีหมาที่ไหนมาให้ตะละแม่ เคี้ยวเล่น วะคะ หุหุ
โดนยาเบื่อเข้าไปก็หายหัวกันเป็นแถว 555
หมานะไม่ใช่ราชสีห์ !!!
ถ้าตะละแม่เทียวเสี้ยม คิดจะแจกยาเบื่อรอบต่อไป
ก็ให้ชัวร์ๆหน่อยดิ ว่าเป็นราชสีห์นะ มะใช่น้องหมาน่อย
จะได้มีเหยื่อมาให้ตะละแม่แทะเล่นไม่มีขาดช่วง 555
น้องหมา มะมีพิษภัย มะต้องแจกยาเบื่อมันหรอกน้า
แต่พวกราชสีห์นิดิ - -"
เผลอไปนิสนุงก็อาจโดนงาบได้มะรู้ตัวนะเฟร้ย หุหุ

ตอนที่ป๋าโจ มาเจอน้องค่อมเนี่ย อยู่ในโหมด อิเพิ้ง วะค่ะ
555
เบื่อสวยแล้ววุ่นวาย!!! ชอบมีเพื่อนป๋าที่สมาคมมาหวังดี
จะเป็นพ่อสื่อให้แต่งกะลูกชายของเสี่ยโน้น เสี่ยนี้
แถมบางทีไปเจอเพื่อนชายเก่าสมัยมัธยม กะมหาลัย
มันก็จะมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นถึงที่ทำงานอีก
เข้าทางตำรานี้เลย...
กลิ่นหอมที่รุนแรง ดึงดูดภุมรินที่น่าเกลียด!!!
ก็ไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่ไม่ใช่สเป๊ค ซักคน 555
จะหาคนบ้าอ่านตำราพระธรรม ปรัชญา สารคดีโลกกว้าง
บ้านิยาย และบ้าเล่นเกมส์ ที่จะคุยกันได้รู้เรื่องก็ไม่มี
พอเราเซย์โนไม่เล่นด้วย เขาก็เลิกกันไปไม่มีตื๊อ...555
พอเจอเลิกแบบนี้เข้าไปเลยเปลี่ยนเป็นโหมด อิเพิ้งดีฝ่า
ฉะบายใจ ไม่มีคนกวนใจ วันๆเล่นแต่เกมส์ก็หมดเวลาแร้ว
แต่ที่ต้องพลาดท่าอิป๋าโจ เนี่ย เพราะอีตื๊อไม่เลิก ก็เลยวัดใจ
ว่าจะให้อีสมใจนึกบางลำภู แล้วจะรู้เองว่าไม่ควรมาเสียเวลา
กะอิเพิ้งแม่มดไร้น้ำใจ 555 มาร่วมหัวจมท้ายกะอิเพิ้งเนี่ย
มีแต่ร่วมทุกข์ หุหุ สุขหาไม่ค่อยเจอในชีวิตคู่ 555
ทุกวันนี้ อีก็บ่นๆ มีเมียผิดคิดจนบ้านพัง ^.^
แต่ว่ามาอยู่กะป๋าโจ ก็ดีอย่าง ได้ฝึกปล่อยวางทุกข์ตล๊อดดด
555 มีข้อสอบเรื่องทุกข์มาให้ฝึกตถตาลงใจทุ๊กวัน 555
^.^
1892

 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.105.225 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:04:09 น.  

 
 
 
อิเพิ้ง เนี่ย มันชอบแบบ สุมาเต็กโช อะ
รู้ไปหมดทุกเรื่อง ชอบอยู่แบบสงบ มักน้อย
ดูคนอื่นเล่นไม่ชอบลงไปเล่นคลุกฝุ่นเอง ไม่ชอบมีนาย
รักอิสระ ชอบเดินทาง ไม่ชอบทำงานรับใช้คนอื่น 555
^.^
6360
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.105.225 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:11:53 น.  

 
 
 
แหม๊ ? ม่ะน่าเชื่อเน๊าะ ว่า
ถึงแม้ สัมมาฯ จะคนละสไตล์
แต่ว่า สเปคเรื่อง ผู้ชาย ของ อิปลาไหลอย่างพวกเรา
มันก็ช่าง มีรสนิยมอันวิไล เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย เรยวุ้ย เอิ๊ก ๆ

เฮ้ออ เนี่ย ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ( ตอน โครงการ 5 )
อิปลาไหลไฟฟ้ามันจะเคยแสร้งพูด
แหย่ ไอ้ก้วยยี้ บอกไป ประมาณว่า

+++++++++++++++++++++++
เจ้ชอบผู้ชายที่ร้ายกาจ หน้าด้านใจดำ
พร้อมที่จะกระทำทุกอย่างให้สำเร็จตามเป้าหมาย
ด้วยความใจเย็นอย่าง นี่ อ่า
++++++++++++++++++++++


ทว่า นั่นมันก็แค่ การชอบคนนู้นคนนี้เรื่อยเปื่อย
ตามประสาวัยสะรุ่น อ่ะคร้าาาา
จิง ๆ แล้ว...อิฉัน แอบปลื้ม ทั่นสุมาเต้กโช ตะหาก
เหตุผลก็เหมียน อิเพิ้งนั่นแหล่ะ คร้าาาา อิอิ


เฮ้ออ เนี่ย อิหม่ามี๊ ลู้แร้ว เหยียบไว้เรยน้าาาาาา
ถ้า อิปลาไหลไฟฟ้า มันได้เจอ ผู้ชายคนไหนแจ่ม ๆ
เหมียนทั่น ซินแสคันฉ่องวารี ผู้เป็นดั่ง ราชสีห์ ในพงไพร แล้วไซร้
มันจะรีบรี่เข้าไปหา แล้ว ถามทันทีว่า

อาเฮียเจ้าขราาาาาาาาาาาาา
มาจู่จุ๊กกรู ก๊ะน้องนู๋บี ไหมคร้าาา 5555555


เฮ้ออ แต่ ก็นั่นแหล่ะนะ
ฟามยุติธรรม ไม่มีในในโลกใบนี้ ฉันใด
ผู้ชายสไตล์เปอร์เฟคแมน
แบบทั่น สุมาเต้กโช เนี่ย
ก็หาไม่เจอ ในโลกนี้ฉันนั้น

สุดท้าย ตะละแม่เทียวเสี้ยม มันถึงต้องมานั่งช้ำใน
แล้ว เก๊าะ พาล งุงิ หัวใจ จนต้อง เม้งแตก
เที่ยวไล่แจกยาเบื่อ ให้บรรดาหมาน่อย
เพื่อเป็นการ ขัดตาทัพไปพลาง ๆ ก่อนไง
( แก้ หง่อม ระหว่าง รอทั่น สุมาเต๊กโชกลับชาติมางาบ อ่ะ หุหุ )




สุมาเต๊กโช
------------------------------------------
เกิดมาเพื่อใช้ประโยชน์แค่ครั้งเดียว แต่ผลที่ได้นั้นมากมายมหาศาล ถ้าหากเล่น Deck ที่เน้น Creature เยอะๆ ต้องมีใบนี้เลยครับ เพิ่ม AT / HP ให้ Creature ของเราทุกตัว ย้ำเพิ่มขึ้นทุกตัว แถมตลอดไปอีกด้วย ถ้าเราเลือกการ์ด 3 ดาว กองทัพเราก็จะเพิ่ม AT 30 / HP 30 ต่อ 1 ตัวเลยเชียวนะ แซบจริงๆ
-------------------------------------------------------------


 
 

โดย: จู่...จุ๊ก...กรู๊รรรรรรรรรรรรร.......... ^ 0 ^ (นู๋บี ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:12:43 น.  

 
 
 
อ้าวววววววววววววว แล้วตอนที่ป๋าโจ มาเจอน้องค่อมเนี่ย
อยู่ในโหมด อิเพิ้ง หรอกหรือนี่ ซาแดงว่า
ป๋าโจ นี่เจ๋งว่ะ ฉงฉัยจะมี ตาเอ๊กเรย์ เหมียน ตะละแม่รจนา
มองเห็น รูปทอง ของอิเพิ้ง ได้ด้วย ว้อยยยยย
ฝากไปบอก ป๋าโจให้ที ดิ ว่า ทั่นด็อก มันแอบ ซูฮก ว่ะ หุหุ

ว่าแต่ อ่าน สภาวะ เบื่อสวยแล้ววุ่นวาย !!!
ก๊ะ ปรากฏการณ์ กลิ่นหอมที่รุนแรง ดึงดูดภุมรินที่น่าเกลียด!!!
ของ น้องนู๋เช้งกะเด๊ะของอาเฮีย แร้ววว ขำก้ากเรยอ่ะ
อะโหย สมัยสาว ๆ เนี่ย คุณนายเน่ามันก็เสน่ห์แรง ไม่เบาวุ้ย อิอิ


แล้วก็เข้าใจ ความรู้สึกลั้ลลา ในโหมด สาวโสดสโมสร
ของ อิเพิ้งมากมายเรยฮ่ะ โดยเฉพาะ ไอ้ที่บอกว่า
"วันๆเล่นแต่เกมส์ก็หมดเวลาแร้ว" อ่ะนะ

เพราะว่า ตอนนี้ อาเหล่าม่า ก็เป็นคล้าย ๆ อิเพิ้งมันว่ะ
ประมาณว่า วัน ๆ เอาแต่เล่นเนต ล่า แบรนด์ ก็หมดเวลาแระ หุหุ

แต่ไอ้เรื่องที่ อิเพิ้ง มันใส่ไคล้นินทาว่าร้ายคุณสามี
บอกว่า ที่ต้องพลาดท่าอิป๋าโจ เนี่ย เพราะอีตื๊อไม่เลิก อ่ะนะ
ขอบอกว่า เชื่อไม่ลงอ่ะ นี่ ๆๆๆ โกหกหน้าตายงี้
มันผิดศีลข้อมุสา น้าาา 5555555555555


อืม...ว่าแร้ว ก็ ขออนุยาด ออกโรงมาปกป้อง ป๋าโจ
ว่าที่ คุณพ่อสามีในอนาคต ซะหน่อยก็แระกันเน๊าะ อิอิ
เนี่ย ที่ อิเพิ้ง มัน พลาดท่า ป๋าโจ อ่ะนะ
เป็นเพราะ อิเพิ้งมัน โลภมากชอบของดีราคาถูก
งกจะเอาเกมส์แจ่ม ๆ ของคุณป๋า มาเล่นฟรี ตะหากจร้าา
ก็ อิเพิ้งมันอยู่ดีไม่ว่าดี ดั๊นไปแกว่งตรูดล่อเสือล่อตะเข้ ทำไมล่ะ

ทีนี้ พอ โดนราชสีห์งาบขึ้นมา จะไปโทษ
ว่าเป็น ฟามผิดของป๋าได้ยังไง ว่า ป๋าแก ตื้อ ไม่เลิก ?
เก๊าะ อิปลาไหลทะเล มันไม่รู้จัก เจริญสติปัฏฐาน 4
อยากหน้ามืด กระโดดฮุบเหยื่อล่อ ถ่อสังขารเข้าไปอยู่ในตะแลงแกงเองนิ
แล้วงี้ ใครจะช่วย พาแหกคุกขี้ไก่ ออกไปได้ล่ะ อิอิ


เออ แต่จะว่าไป น้องนู๋บี มันก็ชักอิจฉา อิเพิ้งมัน ซะแระว่ะ
แหม๊ ? มีราชสีห์ มาติวเข้ม ช่วยฝึกให้ รู้จักปล่อยวางทุกข์ได้ ตลอด ๆๆ
แถมยัง มีข้อสอบเรื่องทุกข์มาให้ฝึกตถตาลงใจทุกวี่ทุกวันอีตะหาก
อืม...ป๊อก 9 สองเด้ง เรยนะนี่ 5555555555555
ว่าแต่ต้องทำบุญด้วยอะไรดีน๊อออ
ชาตินี้ ถึงจะได้มี ราชสีห์ห่มหนังลูกแกะเข้ามาแทะโลม งาบ ๆ
เอ๊ย เข้ามาติวเข้มเรื่อง ตถตาลงใจ ให้ อย่างอิเพิ้งมันมั่ง อ่ะ

อะโหยยยย นู๋อยากโดนงาบ นู๋อยากโดนงาบบบบบบบบบบ หุหุ



++++++++++++++++++++++++++++++++

จำนวนผู้ชม 16052 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 244 ครั้ง


+++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 

โดย: เมื่อไรจะมีราชสีห์มา งาบ ซ้าทีว้าาา หุหุ ^ @ ^ (นู๋บี ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:15:50 น.  

 
 
 

อ้อ เอา เดอะ เลตเตอร์ ฉบับนี้ เอามาฝากโตย
อ่านแร้ว ก็มิลู้เหมือนกัน ว่า ใครจะ โดนใคร งาบ ?
ตะละแม่เทียวเสี้ยม หรือว่า อิตาเฒ่า ซือหม่าอี้ ? 5555















To : สุมาอี้ [22 พฤศจิกายน 2555 22:42]







วุ้ยยย ลุงวินัยล่ะก้อ ไปโดนแขกที่ไหน เหยียบหาง มาล่ะเนี่ย
ถึงมาทำ งุงิ อารมณ์เสีย แล้ว มาเห่าโฮ่ง ๆ แฮ่
แช่งชักหักกระดูก ขู่น้องนู๋บี ซะขนาดเนี๊ยะ น่ะ
อะโหย กลัวจนตัวสั่น ไปหมดแระ อะซิก ๆ

เฮ่ย ? อิฉันว่านะ ไม่ต้องเสียเวลามาขู่ อิฉัน ก็ได้คร้าาาา
ลุงวินัย เอาเวลาไปเตือน ตาเฒ่าโซตาน หวานใจบังจิม ดีกว่ามั้ง
เนี่ย อิฉัน เห็นมันดิ้นพล่านบิดเร่า ๆ เป็นไส้เดือนโดนขี้เถ้า
ทำท่ากระสันต์รัญจวนใจ ชอบหาเรื่อง ดีดไข่ พวกอาบัง อยู่เรื่อย


แถม พอมีเวลาว่าง ก็ยังแอบมานั่งฟุ้งซ่านปรุงแต่งจิตสังขาร
ชอบแล่บลิ้นแผล่บ ๆ หาเรื่องโผล่หัวออกจากรูจอมปลวก
ไปส่ายตรูดดิ๊ก ๆ ยั่วเหล่าพวกอาบังทั้งหลาย ได้ตลอด ๆๆๆๆๆ
เนี่ย อิฉันว่านะ อีกหน่อยอิตาลุงโซตาน เนี่ย
คงจะถูก พวกอาบังหมั่นไส้ แล้ว โดนลงแขก
อุ้มไปอัดถั่วดำ จน รูโบ๋ว ขี้แตกไหลจ๊อก ๆ ก่อน อิฉัน อีกว่ะ
( ห่วงเพื่อนซี้ ซะก่อนเต๊อะ คุณลุ๊งงง อย่ามัวแต่ขู่คนอื่น ฮ่าๆๆ.. )

แล้วไอ้ พล็อต ของ กระทู้

" อิฉันเริ่มเห็นความงดงามตามวิถีแห่งอิสลาม
เมื่อ เปลี่ยนใจ หันไป ปฏิบัติธรรม "

ที่คิดจะเขียน อ่ะนะ
ก็คงจะคล้ายก๊ะ กาทู้ล่าสุด
ที่ บักระนาด มันโพสนั่นแหล่ะ
เล่าถึง มุมมอง และความรู้สึกประทับใจ
ต่อ วิถีแห่งอิสลามในสายตา ของกาเฟร์คนนึง
ซึ่งไม่เคยมีศรัทธาในพระเจ้า ( และ สมณะโคดม ) อ่ะ


อืม...คุณลุงวินัยเจ้าขราาาาา ไม่สนใจ
จะมาเป็น นอมินี หั้ยน้องนู๋บี จริง ๆ อ่ะ
แหม๊ ? เสียแรง ที่ ใคร ๆ อุส่า ตั้งฉายาให้ว่า มังกรเหนือเมฆ
เฮ้ออ เหตุใด ใย ซือหม่าอี้ คนนี้ถึงซื่อบื้อ นัก
ช่างไม่รู้จัก เปลี่ยน วิกฤต เป็น โอกาส ซะมั่งเรย


เนี่ย น้องนู๋บี อุส่าใจดี หยิบยื่น บทผู้ร้ายกลับใจ
ที่ ทนกล้ำกลืน ศักดิ์ศรี แล ทิฏฐิ มานะ
เสียสละตัวเอง ยอมทอดกายเป็นบันได เหยียบ
เพื่อช่วยเหลือ น้องนางเอกผู้อ่อนต่อโลก
ให้สมหวังในฟามร้าก ก๊ะ บังหนุ่มรูปหล่อ เชียวน้าาา
อะโหย โรแมนติ๊กจะตายไป ไม่สนใจหรอค๊ะ อิอิ

นี่ ๆ คุณลุงเองก็เป็นเพื่อนซี้
ของเซียนหมากรุก อย่างลุงโซตาน นี่หว่า
ลุงโซตานไม่เคย เลคเชอร์ให้ฟังหรือไงกันนะ
ว่า ในเกมส์หมากรุก นั้นน่ะ
บางที เราก็ต้อง ยอมเสียม้า เพื่อรักษา ตัวขุน
และ ยอมเสียเรือ เพื่อให้ได้ชัยชนะ ในบั้นปลาย

แหม ? ขนาด หมากรุกก็ยังต้องคิด
แล้ว หมากชีวิต จะไม่คิดได้ยังไงกันล่ะเจ้าคะ
ถ้าลุงยอมที่จะเสียหน้าเสียยี่ห้อ
และเสียเรทติ้ง ในเรื่องฐานแควนขับ ไปมั่ง
บางทีการเล่นบทเป็นพ่อพระผู้เสียสละงี้ อ่ะนะ
ลุงวินัยอาจจะ ได้ใจ สาว ๆ มุสลิมะฮฺ ตรึมเรยอ่า


ม่ะสนใจ หรือเจ้าคะ ไม่แน่น้าาาา เผื่อว่า
น้อง ลันตานารี อาจจะยอมใจอ่อน
หยิบยื่นไมตรี มาหั้ยลุงมั่ง อิอิ


ปอลิง
เออ นี่ ๆ ลุงวินัย คิดว่า นกรู้อย่างบังจิม เขารู้รึยังอ่ะ
ว่า ไผ คือ บักซือหม่าอี้ ที่อิฉันเอาหลังไมค์ ไปแฉ ?
แหม๊ ? ทำไม๊ อิฉัน สังหรณ์ใจตะหงิด ๆ น้าาาาาา
ว่า บังแกรู้แล้วอ่ะ ว่า ใครคือตาเฒ่าชีกอ
ที่หน้ามืดมาอ้อล้อก๊ะอิฉัน 5555







 
 

โดย: ง่าบ....งาบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:32:44 น.  

 
 
 
เรื่องเสียหมาเพราะแพ้ลูกตื๊อของป๋า มะได้มุสานะวุ้ย
แค่เล่าไม่หมด ตะหาก ฮี่ฮี่
คืออิตอนที่พลาดท่ารับปากเป็นแฟนป๋าเพราะเห็นแก่
เกมส์ถูกใจ ง่ะ มันที่หาที่อื่นมะได้ มาเจอคอลเลคชั่น
เกมส์หายากของป๋าเลยเกิดอาการหน้ามืดตาลาย
และประมาทสุดขีด คิดว่าป๋าใจดี สปอร์ต แหะ แหะ
ก็เลยหน้ามืดรับปากแฟนโดยมะได้คิด ง่ะ
เค้ามะได้รับปากจะเป็นเมียป๋า นะวุ้ย
ในชีวิตฉาวโฉดเนี่ย ก็มะเคยรับปากใครเป็นแฟนมาก่อน
มีป๋านี่แหละ ได้รับเกลียดเป็นแฟนคนแรก หุหุ
กะว่าได้เกมส์สมใจแล้วค่อยบอกเลิกเป็นแควนทีหลัง
แต่ป๋าไม่รับมุก ว่ะค่ะ มะยอมเลิก จะแต่งงานท่าเดว
พออิเพิ้งบอกไม่แต่งด้วยเพราะวางแผนจะบวชชีแร้ววว
หาทางชิ่งก็แร้ววววว แต่สู้ป๋ามะได้ว่ะ ป๋าหนังเหนียวฝ่า
ยิงมะเข้า แถมตื็อไม่เลิกอิเพิ้งก็หมดปัญญาแบบว่าโง่ อะ
จนด้วยเกล้าหาเหตุที่สมควรมาบอกเลิกมะด้าย ง่ะ
ก็เลยคิดว่า ยอมแต่งไปก่อนเด๋วป๋าก็เบื่ออิเพิ้งแร้วววว
กะว่าไปตายเอาดาบหน้า สิ้นคิดจิงๆ - -"
แต่ป๋าดันมะยอมเลิกซะที จนลูกสองแระเนี่ย
ก็เลยเป็นแบบเนี้ยพลาดไปเพราะโลภมากและหน้ามืดแท้ๆ
เป็นข้อแรก แต่ป๋าตื๊อไม่เลิกเนี่ยทำให้ต้องติกคุกขี้ไก่
หัวโต เป็นข้อหลังเนี่ยอิปลาไหลมันตายหยังเขียด
แหะ แหะ

7766
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.9.47.5 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:04:00 น.  

 
 
 
เวลาไปวัด ก็ชวนป๋าโจไปที่หน้าพระประธาน แล้วขออโหสิกรรมซึ่งกันและกันต่อหน้าพระประธาน ก็น่าจะดีนะผมว่า

คนอยากพ้นทุกข์ก็มองการมีครอบครัวเป็นสิ่งน่าปล่อยวางอย่างนี้แหละ พระพุทธยังทรงหนีครอบครัวไปบวชเลย เมื่อบารมีเต็ม แล้วอะไรก็ยั้งไม่อยู่หรอก
 
 

โดย: เตชพโล IP: 171.98.103.78 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:40:17 น.  

 
 
 
แร้วถ้าป๋าไม่ยอมอโหสิกรรม ด้วยละคะ
แบบว่าจะขออยู่ก่อกวน เอ๊ย อยู่สานกรรมกะอิเพิ้งไปเรื่อยๆ
จนกว่าอิเพิ้งจะจบกิจบรรลุธรรมเข้าถึงพระนิพพานเนี่ย
จะทำไงต่อไป

พอดีว่า อิเพิ้งตอนนี้ยังบารมีไม่เต็ม อะค่ะ
ช่วยตัวเองก็ยังเอาตัวรอดไม่ได้
ป๋าแกก็เห็นๆอยู่เนี่ย แหะ แหะ ขาดสติเป็นส่วนใหญ่
สมาธิก็ไม่เข้าขั้น แถมดีแต่โม้ อีก
โดนป๋าปรามาสอยู่ทุกวัน เราบอกจะบวชี ป๋าก็บอกว่า
อย่าบวชเลย หาว่าเราจะไปสึกพระอีก ซะงั้น - -"
จะไปอยู่ป่าวิเวกคนเดียว ก็อยู่มะรอด วิชาเลี้ยงตัวก็ไม่มี
ถ้าบรรลุธรรมได้ต่อหน้าป๋า ป๋าแกก็คงปล่อยวางอิเพิ้งไปเอง
คิดว่างั้น นะ ปัญหาคือทุกวันนี้ป๋าแกไม่เชื่อไง ว่าอิเพิ้งจะเอา
ตัวรอดได้ กลัวว่าถ้าปล่อยอิเพิ้งไปตามกรรมเนี่ย
มันก็มีแวว ว่าจะเสียหมาให้คนอื่น แน่นอน - -"
แถมยังมีลูกอีกสองหน่อที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายปี
กว่าหมดภาระ แต่จะว่าไปอยู่กะป๋าก็เหมือนเพื่อนร่วมทุกข์
น่าเห็นใจป๋านะ มาเลือกอิเพิ้งเป็นคู่ชีวิต เลยมีแต่คู่ทุกข์
เพราะอิเพิ้งเนี่ยมันก็รักแต่ตัวเองแหละ มีพัฒนาขึ้นมามั่ง
ก็อีตอนมีลูกก็เลยรักลูกเพิ่มขึ้นมา แต่ความรักแบบคู่รัก
เนี่ย มันไม่มีซักกะติ๊ด อิเพิ้งมันเห็นว่าเป็นเรื่องโง่ อะ ที่จะ
ไปหลงรักคนอื่น เหมือนเราตกเป็นทาสเขา
จิตใจขาดความเป็นอิสระ มันเลยไม่เคยมีความคิดจะรักใคร
อันนี้เป็นสันดานฝังลึกแก้ยาก ยิ่งไปเห็นคนที่มีความรัก
ยิ่งเกิดอาการสยองพองขนสลดสังเวช ซะงั้น ไม่มีความปลื้ม
เลยนะ เวลาเห็นคนรักกัน เหมือนเห็นความทุกข์ แบบว่า
มีแต่พิษรักแรงหึง ทำเรื่องผิดศีลผิดธรรมก็ได้เพื่อความรัก
แบบว่าเข้าข่ายคนหลงแบบมิจฉาทิฏฐิ จะสนองneed ตัวเอง
อย่างเดียวเลย ไม่รู้ถูกรู้ผิด เอาแต่ความพอใจของตัวเอง
แต่ถ้าเห็นคนที่เสียสละเพื่อความรัก อาจจะมีชื่นชมนิสนุง
ว่าความรักก็มีคุณค่าเป็นแรงบันดาลใจให้ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่
ได้ แต่ก็ยังไม่ปลื้มอยู่ดีแหละ เพราะคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นจะทำ
เพื่อคนอื่นถ้าทำไปเพื่อปลดปล่อยตัวเองและคนรักออกจาก
ทุกข์ในโลกได้ ถึงจะเป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ใช่ทำเพื่อเสพสุข
กันคนรักในโลกชั่วครั้งชั่วคราว

โดยส่วนตัว ไม่ปลื้มคนที่บูชาความรักเป็นสรณะ ง่ะ
ก็เลยไม่มีความคิดจะรักคนอื่น ถึงขั้นไร้น้ำใจเลยแหละ หุหุ
ใครมารักอิเพิ้งมีแต่ขาดทุน ความรู้สึกแบบนี้ อาจจะมี
ตะละแม่เทียวเสี้ยมเข้าใจได้ อิอิ
อิเพิ้งไม่ได้เป็นโรคนาซิสที่หลงรักเงาตัวเองนะ
แต่เห็นโทษของความรัก ก็เลยขอบาย ไม่ขอยุ่งเกี่ยว
ไม่ขอมีความรัก ประมาณนั้น รักความเป็นอิสระมากกว่า
ไม่รักตัวเอง ก็ไม่ต้องเป็นทาสของตัวเอง
แต่ก็ไม่ทำลายทำเอง เพราะต้องใช้ตัวเองทำประโยชน์
ให้ตัวเอง จนกว่าจะถึงฝั่งค่อยปล่อยวางตัวเองไป

6370


 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.69.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:55:46 น.  

 
 
 
สูงสุด ถึง ต่ำสุด แง่คิดชีวิตจาก Dr.Richard Teo หมอหล่อรวย สิงคโปร์
ผมเห็นว่า สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล กำลังเผยแพร่ ข้อมูลนี้อยู่ ซึ่งน่าสนใจมากเกี่ยวกับชีวิตของ Dr.Richard Teo ซึ่งเขาเป็นแพทย์ และเลือกที่จะเป็นแพทย์ความงามเพื่อความรวย อยู่กับความฟุ้งเฟ้อ และมาพบว่าตนเองเป็นมะเร็งระยะรุนแรง ก่อนที่จะเสียชีวิต เขาได้รับเชิญอบรมเกี่ยวกับการชีวิตที่ควรจะถูกต้อง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ซึ่ง Dr.Richard Teo ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 18 ตุลาคม 2555

Everyone knows that they are going to die; every one of us knows that. The truth is, none of us believe it because if we did, we will do things differently.

ข้างล่างนี้คือคำบรรยายของ Dr.Richard Teo เศรษฐีเงินล้านและแพทย์ด้านความงามชื่อดังชาวสิงคโปร์อายุ 40 ปี ซึ่งพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย เขาได้มาเล่าประสบการณ์ชีวิตในกับชั้นเรียนของนักศึกษาทันตแพทย์ในวันที่ 19 มกราคม 2012

สวัสดีครับทุกท่าน เสียงผมจะแหบเล็กน้อย ได้โปรดอดทนกับเสียงผมหน่อยแล้วกัน ขอแนะนำตัวเองก่อน ผมชื่อ Richard เป็นแพทย์ครับ ผมอยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์ในชีวิตของผม ต้องขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์ที่เชิญผมมาพูดในวันนี้. ผมหวังว่ามันคงจะช่วยให้พวกคุณได้คิดถึงเรื่องอื่นๆ บ้างในเส้นทางของการ train เป็นทันตแพทย์ศัลยกรรมช่องปากตอนผมยังเด็ก ผมเป็นตัวอย่างผลผลิตของสังคมในปัจจุบัน เป็นผลผลิตที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จตามที่สังคมต้องการ ตั้งแต่เด็กมาแล้ว ผมมาจากครอบครัวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน, ผมถูกพร่ำสอนจากสื่อต่างๆ จากผู้คนรอบๆ ตัวว่าความสุขเป็นเรื่องของความสำเร็จ และความสำเร็จที่ว่าก็เป็นเรื่องของความร่ำรวย ด้วยแนวคิดนี้ ผมจึงต้องต่อสู้ แข่งขัน อยู่เสมอตั้งแต่เป็นเด็ก

ไม่เพียงแต่ต้องเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุด, ผมต้องประสบความสำเร็จในทุกสนามแข่ง ขัน ในทุกกลุ่มที่สังกัด ในถนนทุกสาย ผมต้องได้ถ้วยรางวัล ต้องได้รับชัยชนะทุกๆ อย่าง ผมเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ จบมาเป็นแพทย์ พวกคุณบางคนอาจจะพอรู้ว่าในบรรดาสาขาต่างๆ นั้น จักษุวิทยา (Opthalmology) เป็นหนึ่งในสาขาที่แย่งกันเรียนมากที่สุด ดั้งนั้นผมจึงต้องเรียนจักษุวิทยาให้ได้ และผมก็ได้เรียน แถมยังได้ทุนงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์เพื่อพัฒนาเลเซอร์สำหรับรักษาตาอีกด้วย

ในช่วงที่ผมเรียนอยู่นั้น ผมได้สิทธิบัตร 2 ฉบับ ฉบับหนึ่งเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ อีกฉบับหนึ่งเกี่ยวกับเลเซอร์ แล้วพวกคุณรู้มั้ย, บรรดาความสำเร็จทางวิชาการพวกนี้ไม่ได้นำความร่ำรวยมาให้ผมเลย ดังนั้นหลังจากหมดพันธะกับทางมหาวิทยาลัยแล้ว ผมบอกกับตัวเองว่า นี่มันนานเกินไปแล้ว การฝึกฝนทางจักษุวิทยามันใช้เวลานานเกินไป. ผมน่าจะทำเงินได้มากโขในภาคเอกชน. พวกคุณคงพอรู้ว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรื่องของเวชศาสตร์ความงามบูมมาก แถมยังทำเงินได้มหาศาล ดังนั้นผมจึงตัดสินใจ พอกันทีกับงานในมหาวิทยาลัย ถึงเวลาต้องไปแล้ว ผมจึงลาออกจากการ train กลางคันและหันเหไปตั้งคลินิกความงามของตัวเอง

พวกคุณรู้มั้ย น่าขำที่ผู้คนไม่ได้มองหาฮีโร่จากแพทย์ทั่วไป (GP) หรือแพทย์ครอบครัว (family physician) พวกเขามองหาฮีโร่จากแพทย์ที่มีชื่อเสียงและร่ำรวย พวกเขาจะไม่มีความสุขกับการเสียเงิน 20 เหรียญเพื่อพบแพทย์ทั่วไป แต่ไม่บ่นสักคำที่จะจ่ายเป็นหมื่น ๆ ดอลล่าร์สำหรับการดูดไขมันหรือเสริมเต้านมหรืออะไรก็แล้วแต่ ดูเหมือนไม่มีสมองเอาเลยว่ามั้ยครับ แล้วพวกคุณจะเป็น GP ไปทำไมกัน เป็นแพทย์ความงามดีกว่า ดังนั้น, แทนที่ผมจะรักษาความเจ็บไข้ได้ป่วย

ผมตัดสินใจที่จะเป็นผู้ดูแลความงาม คุณเอ๋ย ธุรกิจมันดี ดีจริงๆ ผ่านไป 1 สัปดาห์ 3 สัปดาห์ 1 เดือน 2 เดือน แล้วก็ 3 เดือน คลินิกผมก็ล้น คนมารับบริการมากมาย ช่างเป็นธุรกิจที่มหัศจรรย์จริงๆ ผมต้องจ้างแพทย์เพิ่ม จาก 1 คน เป็น 2 คน 3 คน และสุดท้าย 4 คน ภายในปีแรก ผมทำเงินเป็นล้านๆ นั่นแค่ปีแรกนะ ผมเริ่มลุ่มหลง หมกมุ่นกับมัน ผมขยายธุรกิจไปที่อินโดนีเซียเพื่อให้บริการกับคนไข้ชาวอินโดนีเซียผู้ร่ำรวยทั้งหลาย ชีวิตมันช่างสวยงามจริง ๆ

ทีนี้ผมทำกับเงินที่หามาได้มากมายก่าย กองนั่นยังไง? วันสุดสัปดาห์ผมใช้ชีวิตยังไง? ผมสังกัดกลุ่มคนรักรถ supercar ผมชอบสะสมรถครับ ผมซื้อรถหรูๆ ขับไปถึงมาเลเซียโน่น เพื่อไปแข่งรถในสนามแข่ง นั่นละครับชีวิตของผม เงินยังเหลืออีกเยอะ ทำอะไรอีก? ผมซื้อ Ferrari ครับ ตอนนั้น รุ่น 458 ยังนิยมมาก เปิดประทุนได้ด้วย (ชี้ใน slide) นี่เพื่อนสมัยมัธยมของผมครับ เป็นนายธนาคาร คันของเขาสีแดง ผมก็เลยต้องเลือกสีเงิน

(จากรูป) เขากล่าวคำฮิตว่า กอดเฟอร์รารี่ไม่ได้ (ไม่มีใครให้กอด ตายไปก็เอารถไปไม่ได้) คนไข้ที่เขามี ไม่ใช่คนไข้คนไข้ที่แท้จริงเขามองคนไข้เป็นแค่แหล่งหาเงินเท่านั้นเอง

พอได้รถแล้วทำอะไรอีก? ถึงเวลาที่ต้องซื้อบ้านแล้ว ผมเที่ยวหาทำเลสร้างบ้าน และก็สร้างบ้าน (slide แสดงรูปคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขา) ดูผมใช้ชีวิตสิครับ ผมอยู่ท่ามกลางสังคมของคนร่ำรวยและ มีชื่อเสียง คนนี้เป็น Miss universe ผมไปดื่มไปเที่ยวกับคนพวกนี้ นี่ก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Facebook มหาเศรษฐีพันล้านเชียวนะครับ ร้านอาหารก็ต้องระดับ Michelin เท่านั้น

ตอนนั้นผมถึงจุดที่ได้ทุกสิ่งทุกอ ย่างในชีวิตแล้ว ผมถึงจุดสูงสุดในวิชาชีพของผม นี่คือรูปผมเมื่อปีก่อน กำลังเล่น Gym อยู่ หล่อล่ำเลย ตอนนั้นผมคิดไปว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายในการควบคุมของผมและผมถึงยอดเขาแล้ว

แต่…ผมผิดถนัดครับ ทุกอย่างไม่ได้อยู่ในการควบคุมของผม ปีที่แล้วเดือนมีนาคม ผมเริ่มรู้สึกเจ็บตรงกลางหลัง ตอนนั้นคิดไปว่าอาจจะออกกำลังกายมากเกินไป ผมจึงไปโรงพยาบาล พบเพื่อนผม ผมทำ MRI เพื่อดูว่าอาจจะมีหมอนรองกระดูกหลังเคลื่อนหรือเปล่า.

เย็นวันนั้น เพื่อนผมโทรมาบอกว่า “กระดูกสันหลังของนายดูเหมือนจะมี เนื้องอกอะไรบางอย่างนะ” ผมตอบไปว่า “ว่าไงนะ มันหมายความว่ายังไง?” อันที่จริงผมรู้ความหมายดี แต่ไม่ยอมรับความจริง “พูดจริงหรือเปล่า” ตอนที่คุยนั้น ผมยังวิ่งอยู่ใน Gym อยู่เลยคุณรู้หรือเปล่า วันถัดมาผมทำ scan ต่างๆ เพิ่มเติม รวมทั้ง PET scan ด้วย สุดท้ายก็สรุปว่าผมเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ตอนนั้นผมคิดในใจว่า “มันมาจากไหนกันวะ” มะเร็งลามไปสมอง ไปกระดูกสันหลัง ไปตับและต่อมหมวกไตเรียบร้อยแล้ว พวกคุณลองคิดดู ผมคิดว่าผมควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้ ผมถึงจุดสูงสุดในชีวิตแล้ว แต่ฉับพลันผมก็สูญเสียมันไปในทันที

อยากให้ดูรูป CT scan ปอดผม ลองดูดีๆ ทุกๆ เม็ดในนั้นคือมะเร็งครับ เราเรียกมันว่า Miliary tumor จริงๆ แล้วผมมีมันเป็นหมื่นๆ เม็ดในปอด ผมได้รับคำอธิบายว่า ถึงแม้จะให้เคมีบำบัดอย่างเต็มที่ ผมก็จะอยู่ได้เต็มที่ประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น เหมือนฟ้าถล่มดินทลายทับตัวผมมั้ยครับ ใครจะไม่เป็นบ้างล่ะ ผมมีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรงเป็นเดือน ชีวิตผมหมดสิ้นแล้ว

น่าขำที่ว่าสิ่งต่างๆ ที่ผมมี ความสำเร็จเอย ถ้วยรางวัลเอย รถหรูๆ เอย คฤหาสน์เอย ทั้งหมดนั้นผมคิดไปว่ามันจะนำความสุขมาให้ผม แต่ในยามที่ผมตกอยู่ภาวะซึมเศร้า หดหู่ใจ สิ่งต่างๆ ที่ผมมี มันกลับไม่ทำให้ผมมีความสุขได้เลย และความคิดที่ว่าผมนอนกอดรถ Ferrari แล้วจะทำให้ผมหลับตาลงได้ มันไม่มีทางเป็นไปได้ มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายได้ เลยแม้แต่นิดเดียวตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงเลย สิ่งที่นำความสุขมาให้ผมในช่วง 10 เดือนสุดท้ายกลับเป็นการได้พบปะกับผู้คน ได้พบกับคนที่ผมรัก เพื่อนๆ ผู้คนที่เป็นห่วงเป็นใยผมอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่นำความสุขมาให้ผม ไม่ใช่สิ่งของต่างๆ ที่ผมมี ไม่ใช่สมบัติที่ผมครอบครอง สิ่งต่างๆ ที่ผมเคยเหมาเอาว่ามันจะนำความสุขมาให้ผม แต่เปล่าเลย ถ้ามันทำได้จริง เวลาที่ผมคิดถึงมัน ผมควรจะมีความสุข แต่มันกลับทำให้ผมแย่ลงไปอีก

ตรุษจีนใกล้จะมาถึงแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมทำอะไรรู้มั้ย ผมมักจะขับรถหรูของผม ไปทำงาน ไปเยี่ยมบรรดาญาติของผม เพียงเพื่อจะอวดร่ำอวดรวย ผมเองก็บันเทิงกับเรื่องแบบนี้เสียด้วย แต่มานึกแล้วเพื่อนๆ ของผม ญาติๆ ของผมคงจะกระอักกระอ่วนใจและคงอยาก จะให้ผมกลับไปเสียเร็วๆ มากกว่า พวกเขาจะร่วมยินดีไปกับผมหรือ? ไม่มีทาง เขาคงไม่คิดจะดีใจไปกับผม และคงอยากให้ผมไปให้พ้นๆ คงอยากให้ผมลองนั่งรถเมล์ดูมั่ง จริงๆ แล้ว สิ่งที่ผมทำลงไป ทำให้พวกเขาอิจฉาริษยาสิ่งที่ผมมี และบางทีก็คงนึกหมั่นไส้ผมอีกด้วย

นั่นแหละที่เรียกว่า “ตัวสร้างความอิจฉาริษยา” ผมไปอวดร่ำอวดรวย เพียงเพื่อจะเติมเต็มอัตตาและความยะโสของตัวเอง มันไม่ได้นำความสุขมาให้ผู้อื่นเลย ทั้งเพื่อน ทั้งญาติของผม ผมคิดไปเองว่าพวกเขาจะมีความสุขไปกับผม

ผมจะเล่าเรื่องๆ หนึ่งให้ฟัง ตอนที่ผมมีอายุเท่าพวกคุณ ผมพักอยู่ที่หอ Edward VII Hall ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีนิสัยแปลก เธอชื่อ Jennifer ตอนนี้เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ เวลาผมเดินไปตามทางกับเธอ ถ้าเธอเห็นหอยทากคลานอยู่ในทางคนเดิน เธอจะคอยหยิบพวกหอยทากนั่นไปวางใน สนามหญ้าให้พ้นจากทางเดิน ผมถามเธอว่า เธอทำอย่างนั้นทำไม ทำให้มือสกปรกเปล่าๆ มันก็แค่หอยทากตัวหนึ่ง ความจริงก็คือ เธอเข้าใจหอยทากได้ ความรู้สึกที่ว่าถูกเหยียบบี้แบนจนตายนั้น เธอรับรู้ได้ แต่สำหรับผม มันก็แค่หอยทาก ถ้าคุณไม่มีปัญญาจะเกิดมาเป็นคนได้ คุณก็สมควรโดนเหยียบตาย นั่นเป็นกฎของวิวัฒนาการอยู่แล้วไม่ใช่หรือ?

ที่ที่สอนผมให้เป็นแพทย์ เขาสอนผมให้เป็นคนที่มีความเห็นอกเห็นใจ ให้เป็นคนที่เข้าใจผู้อื่น แต่ผมกลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย. ตอนที่ผมเป็นแพทย์ประจำบ้าน ทำงานอยู่ในแผนกรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ทุกเมื่อเชื่อวัน วันแล้ววันเล่า ผมพบเจอกับความตาย ยามที่ผมมองคนไข้กำลังทุกข์ทรมาน ผมเห็นแค่ว่าพวกเขากำลังปวด และผมมีหน้าที่ให้ Morphine แก่พวกเขาเพียงเพื่อระงับอาการปวด ผมเห็นพวกเขากำลังดิ้นรนหายใจจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้าย นั่นเป็นเพียงภาระหน้าที่ ผมไปที่ตึกผู้ป่วย เจาะเลือด ให้ยาแก่พวกเขา แต่มันมีความหมายอะไรกับผมหรือเปล่า? ไม่เลย มันก็แค่งาน ผมทำงาน ทำหน้าที่จนเสร็จ แล้วก็ออกจาก ward ไป แต่ละวันผมแทบจะรอกลับบ้านแทบไม่ไหว

ความเจ็บปวดคืออะไรหรือครับ? ความทุกข์ทรมานที่ผู้ป่วยต้องประสบ มันมีความหมายอะไร? ไม่มี แน่ละ เรามีศัพท์เทคนิคต่างๆ ในการนิยามในการวัดความปวด ความทุกข์ทรมานเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมไม่รู้ซึ้งจริงๆ ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งผมกลายมาเป็นผู้ป่วยเสียเอง ตอนนี้ผมเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ และถ้าคุณจะถามผมว่าผมจะเปลี่ยนไปเป็นแพทย์อีกคนที่แตกต่างไปจากนี้หรือเปล่าถ้าผมกลับมีชีวิตอีกครั้ง ผมตอบได้เลยว่าใช่ ผมจะเปลี่ยนไปแน่นอน เพราะผมรู้แล้วว่าผู้ป่วยเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร และบางทีเราก็ควรจะเรียนรู้สิ่งนี้จากของจริง

แม้ว่าพวกคุณจะเพิ่งเริ่มเรียนปีแรก และเข้าสู่เส้นทางของการเป็นศัลยแพทย์ช่องปาก ผมอยากจะลองท้าทายคุณ 2 เรื่อง

ประการแรก หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทุกคนในที่นี่จะต้องเข้าไปสู่ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน พวกคุณจะเริ่มสะสมความมั่งคั่ง รับประกันได้เลยครับ แค่ใส่ Implant สักอัน คุณก็ได้เงินเป็นพันๆ ดอลลาร์แล้ว ช่างน่ามหัศจรรย์ใช่มั้ยครับ จริงๆ แล้วไม่ผิดหรอกครับที่จะประสบความสำเร็จ ไม่ผิดที่จะร่ำรวยมั่งคั่ง ไม่ผิดเลย ปัญหาประการเดียวก็คือ พวกเราส่วนใหญ่รวมทั้งตัวผมด้วยไม่สามารถควบคุมจัดการมันได้

ทำไมผมพูดอย่างนั้น ก็เพราะเมื่อผมเริ่มสะสมเงินทอง ยิ่งผมมีมากเท่าไร ผมก็ยิ่งอยากมีมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งต้องการอะไรมาก เราก็ยิ่งหมกมุ่นอยู่กันมัน เหมือนกับที่ผมได้พูดไปเมื่อก่อนหน้านี้ ทั้งหมดที่ผมทำก็คือสะสม ๆ ๆ เพื่อที่จะให้ไปถึงจุดสูงสุด เหมือนกับที่สังคมทำกับเรา เหมือนกับที่สังคมอยากให้เราเป็น เมื่อผมหมกมุ่นอยู่กับมันแล้ว อะไรอื่นก็ไม่มีความหมายสำหรับผมอีกต่อไป คนไข้ที่เดินเข้ามาก็เพียงแค่ถังเงิน และผมก็จะรีดเงินออกจากคนไข้พวกนี้จนถึงหยดสุดท้าย

นานมากแล้วที่เราหลงคิดไปว่าเราจะต้องเป็นฝ่ายรับ เราหลงลืมเสียสนิทว่าเราแทบจะไม่ได้ ให้ใครเลยเว้นแต่ตัวเราเอง สิ่งนี้มันเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว ไม่ว่าจะในวงการแพทย์, วงการทันตแพทย์ ผมบอกได้เลย ขณะนี้ในภาคเอกชน บางครั้งเราถึงกับให้คำแนะนำกับผู้ป่วยเพื่อให้รับการรักษาหรือการผ่าตัดที่ไม่มีข้อบ่งชี้ มันเป็นพื้นที่สีเทา และแม้ว่าบางเรื่องมันจะไม่จำเป็นเลย เราก็ยังแนะนำคนไข้ให้ทำ และถึงตอนนี้ ผมก็รู้ว่าใครบ้างที่หวังดีกับผมอย่างแท้จริง และใครบ้างที่หลอกเอาเงินผมโดยการเสนอ “ความหวัง” ให้ผมอยู่ เราสูญเสียเข็มทิศทางจริยธรรม (moral compass) ไปเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางสายนี้ เพียงเพราะว่าเราต้องการ make money

ที่แย่ไปกว่านั้น ผมบอกได้เลย 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เราพูดให้ร้ายเพื่อนร่วมวิชาชีพของเรากันเอง เสมือนเป็นคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน เราแทบไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องนี้เลย ถ้าเราสามารถจะกดคนอื่นลงเพื่อให้เราได้ผลประโยชน์แล้วละก็ เราก็จะทำมันทันที นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ทั้งในวงการแพทย์ ทันตแพทย์ และทุกๆ วงการ สิ่งที่ผมจะเตือนคุณก็คือ อย่าทิ้งเข็มทิศทางจริยธรรมไปเป็นอันขาด ผมเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาอย่างยากลำบาก และหวังว่าพวกคุณจะไม่เป็นเช่นนั้น

ประการที่สอง พวกเราหลายคนด้านชากับคนไข้ของเราในยามที่เรารักษาพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน คราวที่ผมทำงานอยู่ในโรงพยาบาลและต้องสรุปแฟ้มประวัติผู้ป่วยเป็นตั้งๆ ผมจะรีบจัดการเจ้าแฟ้มเหล่านั้นไปโดยเร็วที่สุด, ผมจะรีบตรวจคนไข้และให้เขาออกไปจากห้องของผมโดยเร็วที่สุด เพราะคนไข้มันช่างมากมายเหลือเกิน นั่นคือเรื่องจริง เพราะมันเป็นแค่งาน งานที่ซ้ำซากจำเจมากๆ นั่นแค่ส่วนหนึ่ง ถามว่าผมรู้ไหมว่าคนไข้แต่ละคนรู้สึก อย่างไร? ผมไม่รู้หรอก ความหวาดวิตกกังวลต่างๆ ที่พวกเขามี ที่พวกเขาประสบอยู่ ผมรู้มั้ย? ไม่เลย จนกระทั่งมันเกิดขึ้นกับผมเอง และผมคิดว่านั่นเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวงในระบบสาธารณสุขของเรา

เราถูกสอนมาให้เป็นผู้ให้บริการสาธารณสุข เป็นมืออาชีพ แต่ทั้งหมดทั้งเพ เราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าคนไข้รู้สึกจริงๆ เช่นไร ผมไม่ได้ให้ขอให้พวกคุณเข้าอกเข้าใจคนไข้อย่างลึกซึ้งอะไรมากมาย ผมไม่คิดว่านั่นจะทำให้เราเป็นมืออาชีพหรอก แต่จริงๆ แล้วเราได้พยายามที่จะเข้าใจความเจ็บปวดของพวกเขาหรือยัง? พวกเราส่วนใหญ่คงจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่เป็นไรครับแต่อย่าละเลย สิ่งที่ผมจะบอกพวกคุณคือ จงพยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา (put yourself in your patient’s shoes)

เพราะความเจ็บปวด ความกังวลใจ ความหวาดกลัว สำหรับคนไข้แล้วมันเป็นของจริงครับแม้ว่ามันอาจจะดูไม่จริงสำหรับคุณ ดังนั้นจงอย่าละเลยมัน พวกคุณรู้มั้ยครับ ตอนนี้ผมกำลังได้รับเคมีบำบัดรอบที่ 5 อยู่ ผมบอกได้เลยว่ามันเลวร้ายมาก เคมีบำบัดเป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณไม่อยากจะประสบ ต่อให้กับศัตรูของคุณก็เถอะ เพราะมันช่างทุกข์ทรมาน ทุเรศทุรัง เหมือนถูกโดดเดี่ยว กินอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว เลวร้ายจริงๆ และถึงตอนนี้ ยามที่ผมพอมีเรี่ยวแรงอยู่บ้าง ผมพยายามที่จะปลอบประโลมผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นๆ เท่าที่จะทำได้ เพราะผมเข้าใจอย่างแท้จริงแล้วว่าความเจ็บปวดทุกข์ทรมานมันเป็นอย่างไร. แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปและยังไม่เพียงพอ

พวกคุณทั้งหลายมีอนาคตที่สดใสรออยู่เบื้องหน้า ตัวคุณเปี่ยมไปด้วยพลัง ผมกำลังจะบอกให้คุณไปหาคนไข้คนถัดไปของคุณ มองเขาในฐานะมนุษย์ที่มีความเจ็บปวดและกำลังทุกข์ทรมาน อย่าได้คิดว่าคนยากจนเท่านั้นที่จะทุกข์ นั่นไม่จริงเลย คนยากคนจนทั้งหลายจริงๆ แล้วเขาพอใจในสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ พวกคุณควรจะรู้ไว้ด้วยว่าพวกเขามีความสุขมากกว่าคุณและผมเสียอีก ยังมีผู้คนอีกมากที่กำลังทุกข์ทรมาน ทั้งทางจิตใจ ทางร่างกาย ทางอารมณ์ และอื่นๆ อีกมาก และนั่นเป็นของจริง เราเลือกที่จะมองข้ามพวกเขา หรือเพียงไม่อยากรับรู้ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่

ลองกลับไปคิดดูนะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือทันตแพทย์ ลองสัมผัสถึงผู้คนเหล่านั้นผู้ซึ่งต้องการคุณ ไม่ว่าอะไรที่คุณทำลงไปจะสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่กับพวกเขา สำหรับผมตอนนี้ใกล้จะถึงฉากสุดท้าย ผมรู้ดีว่ามันเป็นอย่างไร คนที่เป็นห่วงเป็นใยผม ให้กำลังใจผม ได้สร้างความแตกต่างอย่างมากในตัวผม รูปที่เห็นคือผมหลังได้รับการรักษาเมื่อไม่นานมานี้ สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และนั่นทำให้ผมยังมีลมหายใจอยู่และสามารถมาพูดคุยกับพวกคุณได้ในวันนี้

ผมอยากจะจบการบรรยายด้วย ประโยคนี้ มันมาจาก หนังสือเรื่อง Tuesdays with Morrie พวกคุณบางคนคงเคยอ่านแล้ว

Everyone knows that they are going to die; every one of us knows that. The truth is, none of us believe it because if we did, we will do things differently.

เมื่อผมเผชิญหน้ากับความตาย ผมได้ลอกคราบตัวเองออกทั้งหมด เหลือไว้เพียงสิ่งที่สำคัญที่สุดเท่านั้น ที่น่าขำก็คือ เมื่อเราเรียนรู้ว่าเราจะตายอย่างไร นั่นแหละเราถึงจะเรียนรู้ว่าเราจะมีชีวิตอย่างไร ผมรู้ว่ามันออกจะเคร่งเครียดไปหน่อยสำหรับเช้าวันนี้ แต่นั่นคือความจริงครับ นี่คือสิ่งที่ผมได้ประสบมา

อย่าให้สังคมบอกคุณว่าคุณจะใช้ชีวิตอย่างไร อย่างให้สื่อต่างๆ บอกคุณว่าคุณควรจะทำอะไร สิ่งเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นกับผมมาแล้ว ผมปล่อยให้ชีวิตผมจมไปกับความคิดที่ว่าสิ่งเหล่านี้จะนำความสุขมาให้ ผมหวังว่าคุณจะใคร่ครวญกับเรื่องนี้และตัดสินใจเลือกว่าจะใช้ชีวิตของคุณเองอย่างไร ไม่ใช่เพราะคนอื่นบอกให้คุณทำ คุณต้องตัดสินใจว่าคุณจะให้เฉพาะแต่ตัวคุณเอง หรือจะสร้างความแตกต่างขึ้นในชีวิตของผู้อื่น เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการให้อะไรกับตัวเอง ผมเคยคิดว่ามันเป็นเช่นนั้น แต่มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นเลย

ผมขอขอบคุณทุกท่าน ถ้ามีคำถามอะไรที่จะถามผม ยินดีครับ ขอบคุณ

เครดิต: สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล MUSA (ผู้เผยแพร่ ไม่ระบุผู้แปล)
เครดิต: เว็บเผยแพร่เรื่องราวของ Dr. Richard Teo http://www.facebook.com/drrichardteo และ http://www.heavenaddress.com/Dr-Richard-Teo-Keng-Siang/424153/379719/content

แก้ไขเมื่อ 26 พ.ย. 55 22:11:25

จากคุณ : M_moshi

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12986863/Y12986863.html

2872
 
 

โดย: อิน้องทาก IP: 124.120.69.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:33:47 น.  

 
 
 
อ่านเรื่องหมอหล่อรวย สิงคโปร์แร้ว ประทับใจเรื่องของ
Jennifer ง่ะ หุหุ

เธอชื่อ Jennifer ถ้าเธอเห็นหอยทากคลานอยู่ในทางคนเดิน เธอจะคอยหยิบพวกหอยทากนั่นไปวางใน สนามหญ้าให้พ้นจากทางเดิน ผมถามเธอว่า เธอทำอย่างนั้นทำไม ทำให้มือสกปรกเปล่าๆ มันก็แค่หอยทากตัวหนึ่ง ความจริงก็คือ เธอเข้าใจหอยทากได้ ความรู้สึกที่ว่าถูกเหยียบบี้แบนจนตายนั้น เธอรับรู้ได้ !!!

w๊ow Jennifer *-*
2392
 
 

โดย: อิน้องหอยทาก หุหุ IP: 124.120.69.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:45:57 น.  

 
 
 
คุยเรื่องนินทาสามีในนี้ กลัวมีคนเข้าใจผิด หุหุ
คือจริงๆแล้ว ชีวิตครอบครัวก็ปกติสุขดีนะ
แต่ว่าก็เหมือนลิ้นกับฟันแหละ มีกระทบกระทั่งไปเรื่อย
ไม่รู้จะไประบายให้ใครฟัง ก็มีแต่ตะละแม่เทียวเสี้ยม ง่ะ
ที่พอจะเข้าใจหัวอกคนรักอิสระ หุหุ
เพื่อนๆมาอ่านไปนี่ไม่ต้องเป็นทุกข์ตามอิเพิ้งมันนะ
มันก็บ่นๆไปงั้นแหละ รู้ว่าสามีเขาหวังดีแต่ชอบขัดใจ
และไม่เคยตามใจ อิเพิ้ง มันก็เลยมีอาละวาดฟาดงวงฟาดงา
นินทาสามีไปงั้นๆ อะ เพราะไปทำอะไรเขามะได้ หุหุ
ได้นินทาลับหลังมั่งก็ยังดี 555
คนอย่างอิเพิ้งเนี่ย มีเยอะนา แบบว่าไร้หัวใจ ไม่มีน้ำใจ
รักใครไม่เป็น ใครจะเป็นแฟนด้วยมีแต่ขาดทุน
ไม่ควรมาเสียเวลาด้วย
ไม่เคยอกหัก เพราะรักคนอื่นไม่เป็น

เนี่ย ถ้าไม่ได้แต่งานกะป๋า นะ ป่านนี้คงเที่ยวไปเรื่อยแหละ
อาจจะไปทำงานพวกจิตอาสา เป็นแม่ชี ไม่คิดสร้างอนาคต
หรอก ชอบหาประสบการณ์ชีวิต ศึกษาชีวิตจริงๆในโลกกว้าง
ไปเรื่อย ไม่ชอบอยู่กับที่ จริงๆน่าเกิดเป็นผู้ชายนะ หุหุ
เป็นผู้หญิงมันเที่ยวไปตะลอนๆนอกบ้านก็อันตราย เนอะ

5800

 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.69.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:49:39 น.  

 
 
 
โดยความเห็นส่วนตัวนะ คนที่มีบุพเพอาละอาวาด อะ
แบบว่าเจอปุ๊บตกหลุมรักปั๊บ คนพวกนี้มีเวรกรรมกันง่ะ
ต้องตกเป็นทาสรักซึ่งกันแระกัน มีความสุขแค่สั้นๆ
แต่ความทุกข์มันยาวนาน ถ้าไม่เจอกันก็แล้วไป
แต่เจอกันเมื่อไหร่ กฏแห่งกรรมมันทำงานทันที
ถ้าถูกทำนองคลองธรรมก็ไม่เท่าไร
แต่ถ้ามันผิดศีลผิดธรรม นี่ดิ
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดไม่ต้องสืบเรย มีนรกรออยู่เสมอ
คนฉลาดนะ ถ้าเขารู้ทัน เขาก็เผ่นแนบหมดแหละ
ไม่อยู่ก่อเวรก่อกรรมก่อภพก่อชาติไม่มีที่สิ้นสุด หรอก
มันขาดอิสระภาพ - -"
บางคนชอบติดคุก อันนี้มันก็เป็นเวรกรรมของเขา อิอิ
ของงี้มันห้ามกันไม่ได้ ต่างจิตต่างใจ
คนฉลาดเขาก็ไปตามทางของเขา
คนโง่ เขาก็ไปตามทางของเขา
ชอบแบบไหนก็ไปทางนั้น ต่างคนต่างใจ

9334
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.69.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:03:20 น.  

 
 
 
หลุมมีเยอะอ่ะพี่ จะหลบไง
ทั้งที่กรรมก็สร้างทางหลบให้แล้ว
มันไม่รอด สุดท้าย เราก็ต้องแหกคุกเอง
3540
 
 

โดย: หลบใจ IP: 58.181.134.142 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:20:32 น.  

 
 
 
หลุมเยอะ ก็ต้องมีสติให้เยอะ ดิคะ นู๋หลบ
ขาดสติก็ตกหลุมไปตามระเบียบ - -"
ตกหลุมไปแล้วมันก็เจ็บ ง่ะ แต่ยังไม่ตายก็ต้องสู้ต่อไป
ถ้าใจสู้ ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา
อดทนทำกรรมดีละลายเข้าไป (สมถ+วิปัสสนากรรมฐาน)
ซักวันก็ต้องได้พ้นหลุมออกมา ง่ะ
หรือไม่ก็แหกคุกไปเลย อิอิ
ถ้าแหกคุกแล้วรอด ก็แหกไปโลด เด้อคะ หนับหนุน
พี่ขวัญ ลองแหกคุกหลายรอบแระ ไม่รอดซักยก แหะ แหะ
เจอสัสดีโหด หนังเหนียวมือตุ๊กแก
T-T จนแทบกระอักเลือดตาย ยิ่งแหกคุกยิ่งเจ็บตัว T-T
นานๆไปเราจะยิ่งแย่ เราจะกลายเป็นอิแม่มดชั่วร้ายไป อิอิ
เรยต้องเปลี่ยนกลยุทธ ตอนนี้ใช้กลยุทธ์
นิ่งสงบ สยบการเคลื่อนไหว
บรรลุธรรมได้เมื่อไหร่ ไม่ต้องแหกคุก ประตูคุกมันเปิดเอง

ไม่ต้องไปกลัวเรื่องหลุม จะหลบหลุมได้ หรือจะ ตกหลุมไป
มันก็ได้ประสบการณ์ชีวิต เพิ่มเลเวลให้ตัวเราเองซำเหมอ
ทำกรรมเยอะ ก็มีหลุมเยอะหน่อย เป็นเรื่องปกติ อิอิ

มีเรื่องมันส์ๆมาฝาก ประเทืองปัญญากันเนาะ

บุพเพสันนิวาสอันเหลือเชื่อของหลวงปู่แหวน

…หลวงปู่ว้าวุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง จิตที่เคยควบคุมบังคับให้สงบนิ่งได้ก็เกิดปรวนแปรไป ความคิดคำนึงคอยแต่จะโลดแล่นซัดส่ายไปหาหญิงงามอย่างเดียว ทำให้หลวงปู่แหวนเกิดความหวาดกลัวตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ขืนอยู่ต่อไปอาจจะพ่ายแพ้ต่อกิเลสเมื่อไหร่ก็ได้
ดังนั้น หลวงปู่แหวนจึงตัดสินใจเก็บบริขารทั้งหลายเดินทางกลับประเทศไทยอย่างฉับพลันทันที เมื่อข้ามแม่น้ำโขงสู่ผืนแผ่นดินมาตุภูมิแล้วก็มุ่งหน้าขึ้นไปทางอำเภอศรีเชียงใหม่ ระหว่างเดินทางหนี “มาตุคาม” ซึ่งเป็นเนื้อคู่บุพเพสันนิวาสมาแต่ชาติปางก่อน จิตใจของหลวงปู่ยังโลดแล่นไปหาสาวงามเกือบตลอดเวลา เป็นความรู้สึกที่ฟุ้งซ่านที่รุนแรงร้ายกาจสุดพรรณานาทีเดียว
หลวงปู่แหวนเดินทางมาถึงพระบาทเนินกุ่ม หินหมากเป้ง จึงหยุดยั้งอบรมตนอยู่ ณ ที่นี้ และก็เป็นวาสนาของหลวงปู่ที่ได้พบกับท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งท่านได้ปลีกตัวออกจากหมู่คณะมาบำเพ็ญภาวนาอยู่ในบริเวณนั้นพอดี
หลวงปู่แหวนมีปีติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกับท่านอาจารย์ใหญ่ การได้มาพักอบรมตนอยู่ใกล้กับท่านพระอาจารย์มั่นก่อนเข้าพรรษาปีนั้น ทำให้หลวงปู่แหวนระงับความฟุ้งซ่านลงได้ไม่น้อย แม้กระนั้นภาพของหญิงงามก็ยังปรากฏเป็นครั้งคราว ทำให้ดวงจิตหวั่นไหวอยู่เสมอ แต่เมื่อเร่งภาวนายิ่งขึ้นภาพนั้นก็สงบระงับไป หากพลั้งเผลอเมื่อใดภาพสาวงามก็จะผุดขึ้นมาอีก
หลังจากเข้าพรรษาแล้ว หลวงปู่แหวนได้ตั้งใจปรารภความเพียรอย่างหนัก การเร่งความเพียรอย่างเต็มที่ทำให้จิตสงบอย่างรวดเร็ว ทรงตัวสู่ฐานสมาธิได้ง่าย ไม่วุ่นวายฟุ้งซ่านอีก คล้ายกับจิตมันยอมสยบราบคาบแล้ว และเกิดอุบายทางปัญญาพอสมควร
แต่หลวงปู่หารู้ไม่ว่า ยิ่งเร่งความเพียรเอาจริงเอาจังหนักขึ้นเท่าใด กิเลสที่แสร้งสงบนิ่งก็เริ่มต่อต้านเอาจริงเอาจังมากขึ้นเท่านั้น คราวนี้แทนที่จะควบคุมจิตให้ดำเนินไปตามทางที่ต้องการ มันกลับเตลิดโลดแล่นไปหาสาวงามที่บ้านนาสอง ริมฝั่งแม่น้ำงึมอีก และครั้งนี้พลังของกิเลสดูจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
หลวงปู่แหวนพยายามหาอุบายธรรมต่างๆ มาปราบเจ้าตัวกิเลสที่ฟูขึ้นมา แต่ไม่สำเร็จ หลวงปู่เล่าว่า
“ยิ่งเร่งความเพียร ดูเหมือนเอาเชื้อไปใส่ไฟ ยิ่งกำเริบหนักเข้าไปอีก เผลอไม่ได้เป็นต้องไปหาหญิงนั้นทันที บางครั้งมันหนีออกไปซึ่งๆ หน้า คือขณะที่คิดอุบายการพิจาณาอยู่นั้นเอง (จิต) มันก็วิ่งออกไปหาหญิงนั้นซึ่งๆ หน้ากันเลยทีเดียว” โอ… “มาตุคาม” นี้อันตรายนัก และหากเป็นบุพกรรมอันผูกพันร้อยรัดอยู่ด้วยบุพเพสันนิวาสเข้าไปอีก การเอาชนะเพื่อยุติกรรมยิ่งลำบากยากเข็ญเป็นที่สุด”
หลวงปู่แหวน ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อพลังกิเลสกองนี้โดยเด็ดขาด อุบายการปฏิบัติธรรมทุกอย่างถูกนำมาใช้เพื่อต่อสู้กับกิเลสมารสุดชีวิต เช่น เว้นการนอนเสีย มีเฉพาะอิริยาบถนั่ง เดิน ยืน เท่านั้น หลวงปู่แหวนทรมานจิตมันอยู่หลายวันหลายคืน พร้อมกันนั้นก็พิจารณาดูว่าจิตยอมอยู่ใต้บังคับหรือไม่ มันคลายความรักต่อหญิงงามคนนั้นหรือไม่
ทำถึงอย่างนี้แล้วกลับไม่ได้ผล เพราะเผลอเมื่อไหร่ จิตมันจะโลดทะยานไปหาหญิงนั้นอีก
เอาใหม่…เมื่อจิตมันยังรัดรึงอยู่กับ “มาตุคาม” ไม่ยอมปล่อย ยอมคลาย หลวงปู่จึงตัดอิริยาบถนั่งกับนอนทิ้งไป เหลือยืนกับเดินจงกรม กระทำความเพียรเช่นนี้ทั้งวันทั้งคืน
แต่จิตมันก็ยังแส่ส่ายไปหาหญิงงามไม่ยอมหยุด ยิ่งทรมานมันมากเท่าไหร่ ดูเหมือนว่ามันจะดื้อรั้นโต้ตอบมากเท่านั้น
คราวนี้เปลี่ยนวิธีใหม่อีก… ไม่ฉันอาหารมันล่ะ เหลือแต่น้ำอย่างเดียว ถ้าจิตมันยังดื้อถือดี ยังทะยานเข้าหากองกิเลสไม่ยอมเลิกรา หลวงปู่ตั้งเจตนาว่า ตายเป็นตาย ให้มันรู้ไปว่าจิตได้พ่ายแพ้แก่อำนาจกิเลสอย่างราบคาบแล้ว
หลวงปู่แหวนเพ่งพิจารณาหาอุบายกำราบจิตใหม่โดยการเพ่งเอาร่างกายของหญิงงามนั้นยกขึ้นมาแล้วพิจารณากายคตาสติ แยกอาการ ๓๒ นั้นทีละส่วน โดยอนุโลม ปฏิโลมเทียบเข้าหากายของตน พิจารณาละเอียดให้เห็นตามความเป็นจริงว่า อวัยวะแต่ละส่วนของหญิงนั้นก็มีเหมือนกันทุกอย่าง จะผิดแผกแตกต่างกันก็ด้วยลักษณะแห่งเพศเท่านั้น
หลวงปู่ทรงสมาธิแล้วพิจารณาอยู่เช่นนั้นกลับไปกลับมา ปัญญาก็เกิดขึ้น ปัญญาพิจารณา กายคตาสติ ไปจนถึงหนังถ้าถลกหนังที่ห่อหุ้มเนื้อออกจนหมด ความจริงก็ปรากฏทันที นั่นคือเนื้อกายซึ่งปราศจากผิวหนังห่อหุ้มอยู่ย่อมีสภาพที่ไม่น่าดู หรือ ดูไม่ได้เอาเสียเลย เพราะเหลือแต่เนื้อแดง ๆ เยิ้มด้วยน้ำเหลือง มีเส้นเลือดผุดพราวไปทั่ว “ตัวรู้” ก็บอกว่าหากหญิงงามไม่มีหนังหุ้ม เหลือแต่เนื้อแดง ๆ ใครเล่าจะพิศวาสได้ลงคอ
อ้อ… คนเรามา “หลง” อยู่ตรง “หนัง” นี่เอง
ปัญญาเพ่งพินิจต่อไปอีกจนเห็นความเน่าเปื่อยแล้วก็สลายกาย เป็นกองเนื้อเน่า ๆ และกองกระดูกเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรตั้งอยู่ทรงสภาพเดิมไว้ได้อีก ไม่มีส่วนไหนจะคงอยู่ได้เลย
ปัญญาเพ่งต่อไปถึง มูตร (ปัสสาวะ) และ กรีษ (อุจจาระ) ของหญิงงาม
ปัญญาก็ตั้งคำถามอีกว่า ที่หญิงงาม น่ารัก น่าพิศวาสนั้น มูตรกับกรีษงามด้วยหรือเปล่า กินได้ไหม เอามาตระกองกอดได้ไหม “จิต” ตอบว่า “ไม่ได้”
ปัญญาก็ตั้งคำถามอีกว่า เมื่อกินไม่ได้ เอามาตระกองกอดไม่ได้ แล้วอันไหนล่ะที่ว่างาม อันไหนที่ว่าดี
จิตโดนปัญญาซักฟอกอย่างหนักเช่นนั้นก็ตอบไม่ได้ หาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้ จิตมันก็อ่อนลงเพราะจนด้วยเหตุผลของปัญญา ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ยอมสารภาพผิดแต่โดยดี
จิตซึ่งเคยโลดแล่นแส่ส่ายออกไปตามวิสัยความอยากของมันก็พลันถึงความสงบ ไม่กำเริบร้อนเร่าอีก
หลวงปู่แหวนยังไม่วางใจจิตนัก ท่านจึงทดสอบโดยส่งจิตไปหาหญิงงามบ้านนาสอง ริมฝั่งแม่น้ำงึมหลายครั้ง แต่จิตก็ไม่ยอมโลดแล่นไปอีก จิตคงทรงอยู่ในความสงบเพราะได้เห็นความเป็นจริงของธรรมแล้ว
การอดอาหาร และทำความเพียรอย่างยิ่งยวด เพื่อเอาชนะกิเลสมารของหลวงปู่แหวนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ จิตของท่านรู้แจ้งเห็นจริงในภัยของมาตุคาม อย่างทะลุปรุโปร่งและสิ้นพยศตั้งแต่นั้น…ตลอดไป
(ข้อมูลจากหนังสือ “อนุสรณ์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ)
คัดลอกบางส่วนจาก : มาตุคาม มหาภัยพรหมจรรย์
นที ลานโพธิ : รวบรวม/เรียบเรียง
_/|\\_ _/|\\_ _/|\\_ ด้วยจิตกราบบูชา

http://pangmon.wordpress.com/2010/06/22/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99/
8974
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.69.73 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:45:57 น.  

 
 
 
ผมอ่าน ๆ ดูนี่ผมมั่นใจนะว่าป๋าโจมีธรรมในใจ แกต้องยินดีแน่นอน

เรื่องความรักน่ะเหรอ บอกตรง ๆ ตอนนี้ผมไม่สนใจจะคิดเลย ไปนิพพานอย่างเดียว ไม่ได้มาสนใจใครล่ะ
 
 

โดย: เตชพโล IP: 171.98.103.78 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:57:03 น.  

 
 
 
ลืมบอกรายละเอียดเดี๋ยวจะเ้ข้าใจผิด

การที่บอกให้ไปอโหสิกรรมกันไม่ได้หมายความว่า จะต้องแยกแตกกันไปเพราะไม่มีกรรมเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปอย่างนี้ไม่ใช่นะ เพียงแต่จะทำให้ความคิดความเห็นที่แตกต่างกัน เห็นต่างกันจนส่งผลกระทบต่าง ๆ ลดน้อยลงได้ จะทำเห็นอกเห็นใจกันยิ่งขึ้น ความคิดเห็นที่ขัดแย้งจะน้อยลงไป

อโหสิกรรมกันบ่อย ก็ไม่เป็นไร เหมือนเราอาบน้ำนั่นแหละฟอกคราบไคลออกไป
 
 

โดย: เตชพโล IP: 171.98.103.78 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:30:48 น.  

 
 
 
เรื่องขออโหสิกรรม ต้องเกิดจากเห็นว่าตนเองทำผิดโดย
ไปล่วงเกินคนนั้นจริงและสำนึกผิดจริงต้องการเปลี่ยนแปลง
การกระทำของตนหรือเปลี่ยนนิสัยสันดานไม่ทำแบบเดิมๆ
จึงควรกล่าวอโหสิกรรมต่อคนนั้น แต่ถ้ายังไม่เห็นความ
บกพร่องของตนหรือไม่เห็นความผิดพลาดของตน
ไม่คิดแก้ไขนิสัยสันดานตนเองแล้ว การไปขออโหสิกรรม
ก็ไม่ช่วยให้ิอะไรมันดีขึ้น เหมือนพูดไปงั้นๆ ต่อไปมันก็จะ
ไม่ศักดิ์สิทธิ์ พูดแล้วก็ไม่มีผลอะไร เพราะแต่ละคนก็ยังทำ
เหมือนเดิมๆ

อาจจะเห็นต่างกันนะ แต่ก็ขอบใจที่แนะนำนะ
1689

 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 171.96.15.251 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:45:24 น.  

 
 
 
” การอโหสิกรรม ก็คือ การให้อภัย
ความผิดพลาดพลั้งที่ผู้อื่นกระทำต่อตน
ผลของการให้อภัยนี้ ย่อมเกิดแก่ผู้ให้ทันที
คือ การดับทุกข์ในใจ เพราะไฟโทสะ
เกิดเป็นความสงบเย็นในใจ
เพราะไม่คิดจองเวรจองกรรมอีกต่อไป “

-หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม-
http://www.jaowka.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B1/

4340
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 171.96.15.251 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:49:03 น.  

 
 
 
ครือว่า อิเพิ้งไม่เคยคิดจองเวรกะสามีอยู่แล้วอะนะ
ถึงจะเกิดโทสะบ่อยๆ เพราะสามี แต่ก็ไม่มีอาฆาตจองเวร
หรือจ้องจะเอาคืน มีแต่ฝึกปล่อยวางโทสะ แค่นั้น
ก็เหมือนการอโหสิกรรมด้วยการกระทำอะนะ
ไม่จำเป็นต้องพูดให้เขาได้ยิน ว่าเราให้อภัยเขา - -"

2647
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 171.96.15.251 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:55:18 น.  

 
 
 
เจ้ ยกหลวงปู่แหววนมาให้อ่าน ซึ้งอ่ะเจ้
ไปลอยกระทงที่ไหนจ๊ะ
 
 

โดย: หลบ IP: 58.181.134.142 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:24:05 น.  

 
 
 
กะว่าไม่ไปไหนอะจะ กลัวคนมันเยอะแยะไปหมด
เบื่อรถติด แถวบ้านอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยจิ
มีงานคนเยอะรถแยะ กลัวลูกหายด้วยแหละเพราะมันซนจัด
ไม่ค่อยอยู่นิ่ง จับไม่ค่อยอยู่ เผลอเป็นหาย
แถมตอนนี้ฝนตกหนักอีก เฉอะแฉะ อะ
ลูกฉาวมันไม่ชอบเปียกแฉะด้วย ก็เลยอยู่บ้านดีฝ่า
ตอนเย็นถ้าคุงลูกเค้าไม่รีเควสเรื่องลอยกระทง
เจ้ก็จะทำเนียน อิอิ ไม่พูดเรื่องลอยกระทง ง่ะ

ปล.เรื่องบุพเพฯหลวงปู่แหวน นี่เด็ดเนอะ
อ่านแล้วถึงใจจริงๆ เห็นภาพ รู้สึกตามได้ อ่านแล้วมันส์
แต่ถ้าเจอกะตัวเอง คงจะมันส์ไม่ออก แหะ แหะ
น่ากลัวเนอะ เรื่องบุพเพอาละวาด จิตมันยากจะควบคุม
เจ้ คิดว่าตัวเองโชคดีมากเลยนะ ตั้งแต่สมัยฉาวๆมาจนแก่
ยังไม่เคยเป็นแบบนั้นเลยอะ ไม่เคยตกหลุมรักใคร
จิตใจอยู่กะตัวตลอด แค่คิดเล่นๆว่าถ้าเกิดจิตใจเรามัน
ไปหลงบ้าคนอื่นขึ้นมาเนี่ย จะทำไงดีวะ มันยิ่งดื้อด้าน
ไม่ฟังคำสั่งใครเอาแต่ใจและเชื่อแต่ตัวเอง ซะด้วยจิ
เตือนอะไรก็ไม่ค่อยได้ - -"
เคยอ่านนิยายเจอพวกที่อยากรู้จักความรักแบบว่าทำไง
ก็ได้ขอแค่รักเป็นก็ยอมทำทุกอย่าง เจ้ไม่เคยเข้าใจเลยนะ
ว่ามันไม่รู้จักทุกข์ของความรักรึไงถึงได้อยากมีความรักกัน
ขนาดนั้น แล้วดูอาการคนมีความรักดิ ดูไม่ได้เอาซะเลย
ใจลอย ใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัว ขาดสติ หลงตลอดเวลา
เสียการควบคุมจิตใจ แถมจิตใจยังฝักใฝ่ในคนอื่นมากว่า
ตัวเองซะอีก รักมันดีตรงไหนคนส่วนใหญ่ถึงได้บ้าอยากมี
อยากเป็นกันจัง เจ้ น่ะ แค่รู้จักรักตัวเองเป็นก็โอเครแระ
รักลูกเป็นก็ดีขึ้นมาหน่อยนึง แหะ แหะ
แต่อยู่สงบๆโล่งๆปลอดโปร่งเป็นอิสระ น่ะ ดีที่สุด
เพราะว่ามันเกิดทุกข์น้อยหน่อย
ความรักความหลงเป็นเหตุให้ขาดสติยิ่งกว่ากินเหล้าเมาอีกนะ
2751
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 171.96.15.251 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:32:52 น.  

 
 
 
ขอบคุณนะคะพี่

เขาถึงบอกว่า อย่าไว้ใจความเหงา

หุหุุหุ

8758
 
 

โดย: หลบ IP: 110.49.232.145 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:16:44 น.  

 
 
 
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๒
ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส

[๖๖๘] ความรักทั้งหลายย่อมมีแก่บุคคลผู้มีความเกี่ยวข้อง. ทุกข์นี้
เป็นไปตามความรัก ย่อมปรากฏ. บุคคลเมื่อเห็นโทษอันเกิด
แต่ความรัก พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น.
[๖๖๙] ความเกี่ยวข้องมี ๒ อย่าง คือ ความเกี่ยวข้องเพราะได้เห็น ๑ ความเกี่ยวข้อง
เพราะได้ฟัง ๑ ชื่อว่าสังสัคคะ ในอุเทศว่า สํสคฺคชาตสฺส ภวนฺติ เสฺนหา ดังนี้.
ความเกี่ยวข้องเพราะได้เห็นเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ เห็นสตรีหรือกุมารีที่มี
รูปสวย น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงามอย่างยิ่ง ครั้นพบเห็นแล้ว ก็ถือ
นิมิตเฉพาะส่วนๆ ว่า ผมงาม หน้างาม นัยน์ตางาม หูงาม จมูกงาม ริมฝีปากงาม ฟันงาม
ปากงาม คิ้วงาม นมงาม อกงาม ท้องงาม เอวงาม ขางาม มืองาม แข้งงาม นิ้วงาม
หรือว่าเล็บงาม ครั้นพบเห็นเข้าแล้ว ย่อมพอใจ รำพันถึง ปรารถนา ติดใจ ผูกพันด้วยอำนาจ
ความรัก. นี้ชื่อว่าความเกี่ยวข้องเพราะได้เห็น.
ความเกี่ยวข้องเพราะได้ฟังเป็นไฉน? บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมได้ฟังว่า ในบ้าน
หรือในนิคมโน้น มีสตรีหรือกุมารีรูปสวย น่าดู น่าชม ประกอบด้วยความเป็นผู้มีผิวพรรณงาม
อย่างยิ่ง ครั้นได้ยินได้ฟังแล้ว ย่อมชอบใจ รำพันถึง ปรารถนา ติดใจ ผูกพันด้วยอำนาจ
ความรัก. นี้ชื่อว่าความเกี่ยวข้องเพราะได้ฟัง.
ความรัก ในคำว่า เสนหา มี ๒ อย่าง คือ ความรักด้วยอำนาจตัณหา ๑ ความรัก
ด้วยอำนาจทิฏฐิ ๑.
ความรักด้วยอำนาจตัณหาเป็นไฉน? สิ่งที่ทำให้เป็นเขต ทำให้เป็นแดน ทำให้เป็นส่วน
ทำให้มีส่วนสุดรอบ การกำหนดถือเอา ความยึดถือว่าของเราโดยส่วนแห่งตัณหาเท่าใด คือ
บุคคลถือเอาว่า สิ่งนี้ของเรา นั่นของเรา สิ่งเท่านั้นของเรา ของๆ เราโดยส่วนเท่านี้ รูปของเรา
เสียงของเรา กลิ่นของเรา รสของเรา โผฏฐัพพะของเรา เครื่องลาดของเรา เครื่องนุ่งห่มของเรา
ทาสีของเรา ทาสของเรา แพะของเรา แกะของเรา ไก่ของเรา สุกรของเรา ช้างของเรา
โคของเรา ม้าของเรา ลาของเรา ไร่นาของเรา ที่ดินของเรา เงินของเรา ทองของเรา
บ้านของเรา นิคมของเรา ราชธานีของเรา แว่นแคว้นของเรา ชนบทของเรา ฉางข้าวของเรา
คลังของเรา ย่อมยึดถือแผ่นดินใหญ่แม้ทั้งสิ้นว่าของเราด้วยอำนาจตัณหา. ตัณหาวิปริต ๑๐๘
นี้ชื่อว่าความรักด้วยอำนาจตัณหา.
ความรักด้วยอำนาจทิฏฐิเป็นไฉน? สักกายทิฏฐิมีวัตถุ ๒๐ มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ อันตคา-
*หิกทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ ทิฏฐิเห็นปานนี้ ทิฏฐิไปแล้ว ทิฏฐิรกชัฏ ทิฏฐิกันดาร ทิฏฐิเป็นเสี้ยนหนาม
ทิฏฐิกวัดแพว่ง ทิฏฐิเป็นสังโยชน์ ความถือ ความถือเฉพาะ ความถือมั่น ความลูบคลำ ทาง
ผิด คลองผิด ความเป็นผิด ลัทธิแห่งเดียรถีย์ ความถือด้วยการแสวงหาผิด ความถืออันวิปริต
ความถืออันวิปลาส ความถือผิด ความถือว่าจริงในวัตถุอันไม่จริง ทิฏฐิ ๖๒ ประการ. นี้ชื่อว่า
ความรักด้วยอำนาจทิฏฐิ.
คำว่า ความรักทั้งหลายย่อมมีแก่บุคคลผู้มีความเกี่ยวข้อง ความว่า ความรักด้วยอำนาจ
ตัณหา และความรักด้วยอำนาจทิฏฐิ ย่อมมี คือ ย่อมเกิด ย่อมเกิดพร้อม ย่อมบังเกิด ย่อม
บังเกิดเฉพาะ ย่อมปรากฏ เพราะเหตุแห่งวิปัลลาส และเพราะเหตุแห่งความเกี่ยวข้องด้วยการ
ได้เห็นและการได้ยิน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ความรักทั้งหลายย่อมมีแก่บุคคลผู้มีความเกี่ยวข้อง.

http://www.84000.org/tipitaka/book/v.php?B=30&A=6281&Z=6413

3590
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:38:00 น.  

 
 
 
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒
[๓๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ
ตัณหา ๓ เป็นไฉน คือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ควรละ
มานะ ๓ เป็นไฉน คือ ความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่าเลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติ อันภิกษุละได้แล้ว
เมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหา ขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว
ได้กระทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ

ตัณหาสูตรที่ ๓
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕
[๑๘๒] เทวดาทูลถามว่า
โลกอันอะไรหนอ ย่อมนำไป อันอะไรหนอ ย่อมเสือกไสไป
โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร ฯ
[๑๘๓] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
โลกอันตัณหาย่อมนำไป อันตัณหาย่อมเสือกไสไป
โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือตัณหา

http://nkgen.com/395.htm
2387
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:46:04 น.  

 
 
 
กัณฑินชาดก
การตกอยู่ในอำนาจสตรี

******************
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้ามคธครองราชสมบัติอยู่ในพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธ ในสมัยข้าวกล้าของชนชาวมคธมีอยู่เต็มท้องทุ่ง พวกเนื้อทั้งหลายมีอันตรายมาก เนื่องจากพวกมนุษย์ไล่ฆ่าพวกเนื้อที่มากินข้าวกล้า เนื้อบ้านเหล่านั้นจึงเข้าไปยังป่าเนินเขา เนื้อภูเขาที่อยู่ในป่าตัวหนึ่ง ทำความสนิทสนมกับลูกเนื้อบ้านตัวเมียตัวหนึ่ง ในเวลาที่พวกเนื้อบ้านเหล่านั้นลงจากเชิงเขา กลับมายังชายแดนบ้านอีก เนื้อป่านั้นก็ได้ลงมากับเนื้อบ้านเหล่านั้นนั่นแหละ เพราะมีจิตปฏิพัทธ์ในลูกเนื้อบ้านตัวเมียนั้น
ลำดับนั้น ลูกเนื้อตัวเมียนั้นจึงกล่าวกะเนื้อภูเขานั้นว่า ข้าแต่เจ้า ท่านแลเป็นเนื้อภูเขาที่เขลา ก็ธรรมดาชายแดนของบ้าน น่าระแวง มีภัยเฉพาะหน้า ท่านอย่าลงมากับพวกเราเลย เนื้อภูเขานั้นไม่กลับเพราะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อลูกเนื้อตัวเมียนั้น ได้มากับลูกเนื้อตัวเมียนั้น นั่นแหละ ชนชาวมคธรู้ว่า บัดนี้ เป็นเวลาที่พวกเนื้อลงจากเนินเขา จึงยืนซุ่มในซุ้มอันมิดชิดใกล้หนทางเพื่อยิงเนื้อเหล่านั้นด้วยธนู
ในหนทางที่เนื้อทั้งสองแม้นั้นเดินมา มีพรานคนหนึ่งยืนอยู่ในซุ้มอันมิดชิด ลูกเนื้อตัวเมียได้กลิ่นมนุษย์ จึงคิดว่า จักมีพรานคนหนึ่งยืนอยู่ จึงทำเนื้อเขลาตัวนั้นให้อยู่ข้างหน้า ส่วนตนเองอยู่ข้างหลัง นายพรานได้ยิงเนื้อป่าตัวนั้นล้มลงตายตรงนั้นนั่นเอง ด้วยการยิงด้วยลูกศรครั้งเดียวเท่านั้น ลูกเนื้อตัวเมียเมื่อรู้ว่าเนื้อป่านั้นถูกยิง จึงโดดหนีไปโดยเร็ว นายพรานออกจากซุ้มชำแหละเนื้อก่อไฟ ปิ้งเนื้ออร่อย บนถ่านไฟอันปราศจากเปลว เคี้ยวกินแล้วดื่มน้ำ หาบเนื้อที่เหลือไปด้วยไม้คานไปยังเรือนตน
ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นเทวดาอยู่ในป่าชัฏแห่งนั้น พระโพธิสัตว์นั้นเห็นเหตุการณ์นั้น จึงคิดว่า เนื้อโง่ตัวนี้ตายเพราะอาศัยมารดา เพราะอาศัยบิดาก็หาไม่ ที่แท้ตายเพราะอาศัยกาม จริงอยู่ เพราะกามเป็นเหตุ สัตว์ทั้งหลายจึงถึงทุกข์นานัปการ แล้วแสดงเรื่องสำหรับติเตียน ๓ ประการ ด้วยคาถา ๑ คาถา เมื่อเทวดาทั้งหลายในป่าให้สาธุการแล้วบูชา ด้วยของหอมและดอกไม้ เป็นต้น เมื่อจะยังไพรสณฑ์นั้นให้บันลือขึ้นด้วยเสียงอันไพเราะ จึงแสดงธรรมนี้ว่า


เราติเตียนบุรุษผู้มีลูกศรเป็นอาวุธ ผู้ยิงไปเต็มกำลัง
เราติเตียนชนบทที่มีหญิงเป็นผู้นำ
อนึ่ง สัตว์เหล่าใดตกอยู่ในอำนาจของหญิงทั้งหลาย
สัตว์เหล่านั้น บัณฑิตก็ติเตียนแล้วเหมือนกัน.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศ สัจจะทั้งหลาย ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสันจะสึก ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วทรงประชุมชาดก เนื้อภูเขาใน ครั้งนั้น ได้เป็นภิกษุผู้กระสันจะสึกในบัดนี้ ลูกเนื้อตัวเมียในครั้งนั้น ได้เป็นภรรยาเก่าในบัดนี้ ส่วนเทวดาผู้เห็นโทษในกามทั้งหลาย ในครั้งนั้น ได้เป็นเราแล.
จบกัณฑินชาดก

http://www.intaram.org/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=34&thispage=3

4630
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:10:08 น.  

 
 
 
ทุราชานชาดก
อาการของหญิงรู้ได้ยาก

***********
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภอุบาสกผู้มีภรรยาคบชู้ คนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี ที่สำนักเรียนของอาจารย์ทิศาปาโมกข์อยู่แห่งหนึ่ง มีลูกศิษย์ประมาณ ๕๐๐ คน ลูกศิษย์คนหนึ่งอยู่ต่างเมืองได้ภรรยาชาวเมืองพาราณสี ภรรยาของเขามีนิสัยชั่วใฝ่ต่ำ ในวันที่ประพฤตินอกใจสามีได้จะสดชื่นร่าเริง ในวันที่ประพฤติไม่ได้จะดุร้าย หยาบคาย เขาไม่ทราบความประพฤติของนาง จึงเกิดเอือมระอาขุ่นข้องหมองใจ ไม่ได้ไปบำรุงอาจารย์เป็นเวลาหลายวัน
ครั้นเวลาผ่านไป ๗-๘ วัน เขาจึงได้ไปที่สำนักเรียน เมื่อถูกอาจารย์ถามก็ได้เล่าสาเหตุให้อาจารย์ฟัง อาจารย์จึงกล่าสอนว่า " ก็ธรรมดาผู้หญิงที่มีนิสัยชั่วช้า ถ้าวันใดประพฤตินอกใจสามีได้ จะดูสดชื่นแจ่มใสร่าเริง โอนอ่อนผ่อนตามสามี วันใดประพฤตินอกใจสามีไม่ได้ จะดูกระด้าง ดุร้าย หยาบคาย ไม่ยอมรับนับว่าเป็นสามี สภาพของหญิงรู้ได้ยาก นางจะต้องการหรือไม่ก็ตาม พึงตั้งตนเป็นกลางเข้าไว้ " แล้วให้โอวาทว่า
" อย่ายินดีเลยว่า นางปรารถนาเรา อย่าเสียใจเลยว่า นางไม่ปรารถนาเรา สภาวะของหญิงรู้ได้ยาก เหมือนรอยของปลาในน้ำ"
อาจารย์ได้สั่งสอนเขาต่อไปอีกว่า
" ผู้หญิงเป็นของทั่วไปแก่ผู้คน บัณฑิตจะไม่ทำความขุ่นเคืองในหญิงเลย "
แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า
" ขึ้นชื่อว่า หญิงทั้งหลายในโลก มีอุปมาเหมือนแม่น้ำ หนทาง โรงน้ำดื่ม ที่ประชุม
และบ่อน้ำ บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ถือโกรธหญิงเหล่านั้น "

http://www.intaram.org/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=34&thispage=5

2660 หุหุ
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:30:24 น.  

 
 
 
อาวาริยชาดก
คนแจวเรือ

*************

ในสมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภคนแจวเรือประจำท่าคนหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษี บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าหิมพานต์เป็นเวลาช้านาน คิดอยากจะโปรดญาติโยม จึงเข้าไปเที่ยวภิกขาจารในเมืองพาราณสี พระราชาทรงเลื่อมใสแล้วนิมนต์ให้จำพรรษาในสวนหลวงเพื่อถวายทาน พระราชาจะเสด็จไปฟังธรรมวันละครั้ง ฤๅษีมักจะให้โอวาทเป็นประจำว่า "มหาบพิตร พระราชาไม่ควรมีอคติ ๔ อย่าง เป็นผู้ไม่ประมาทสมบูรณ์ด้วยขันติ มีเมตตากรุณา ครองราชย์โดยธรรม ที่สำคัญพระองค์อย่างทรงโกรธเป็นอันขาด ไม่ว่าในที่ไหนๆ จะเป็นในบ้านในป่าหรือที่ลุ่มที่ดอนก็ตาม ถ้าทำได้พระองค์จะเป็นที่รักของทวยราษฎร์ตลอดไป" พระราชาทรงเลื่อมใสยิ่ง จึงถวายหมู่บ้านชั้นดีที่เก็บเงินส่วยภาษีได้ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กหาปณะให้ ๑ ตำบล แต่ฤๅษีไม่รับเพราะถือเป็นกิเลส จนเวลาผ่านไปได้ ๑๒ ปี

ต่อมาวันหนึ่ง ฤๅษีคิดจะเดินทางไปโปรดญาติโยมที่อื่นบ้างจึงไม่ได้เข้าเฝ้าทูลลาพระราชา เพียงบอกให้คนเฝ้าสวนหลวงไปกราบทูลให้ทรงทราบ แล้วก็ออกเดินทางไปถึงฝั่งแม่น้ำคงคา ที่ท่าเรือมีคนแจวเรือไปส่งคนข้ามฟากแล้ว่ค่อยคิดเงินค่าจ้างเอาตามใจชอบ เมื่อลูกค้าไม่ให้ก็มักจะมีเรื่องทะเลาะชกต่อยและขู่เอาเงินค่าจ้างจากผู้โดยสารอยู่เป็นประจำ

ฤๅษีเมื่อไปถึงท่าเรือแล้วก็ขอใช้บริการเรือจ้างของนายอาวาริย์ปิตานั้น เขาถามขึ้นด้วยอาการเกียจคร้านว่า "ท่านจะให้ค่าจ้างเรือผมเท่าไรละ?" "โยม..อาตมาจะให้ของดีทำให้ร่ำรวยทรัพย์แก่ท่าน" ฤๅษีตอบเขาฟังแบบงง ๆ ว่าจะได้อะไรกันแน่ จึงพาฤๅษีข้ามฟากไป พอถึงฝั่งที่หมายแล้ จึงพูดขึ้นอีกว่า "ท่านจ่ายค่าจ้างด้วยครับ" ฤๅษีจึงบอกของดีเป็นธรรมโอวาทว่า "โยม..ขอค่าจ้างกับคนที่ยังไม่ข้าไปฝั่งโน้นก่อนสิ เพราะจิตใจของคนที่ข้ามฟากแล้วกับคนที่ยังไม่ได้ข้ามต่างกัน โยม.. ขอท่านจงอย่าโกรธนะ ไม่ว่าในที่ไหนๆ ทั้งในบ้าน ในป่า ความร่ำรวยในทรัพย์ก็จะมีแก่โยม นี่แหละของดีนะโยม"
เขาถามว่า "สมณะ นี่หรือคือค่าจ้างเรือที่ท่านให้ผม"
ฤๅษี "ใช่ละ โยม"
คนแจวเรือ "ไม่ได้ ต้องเป็นเงินสิ"
ฤๅษี "โยม..นอกจากโอวาทนี้แล้ว อาตมาไม่มีอย่างอื่น" เขาโกรธมากพร้อมกับตวาดว่า "เมื่อไม่มีเงินแล้ว ลงเรือผมมาทำไม" ผลักฤๅษีให้ล้มลงแล้วนั่งทับอกตบปากท่านหนึ่งดี ขณะนั้นภรรยาของเขาซึ่งกำลังท้องแก่ได้ถืออาหารมาส่งเขา จำฤๅษีนั้นได้จึงร้องห้ามบอกสามีว่า "พี่.. ฤๅษีนี่ประจำอยู่ราชสำนักนะพี่อย่าตีท่านนะ" เขากำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจึงลุกขึ้นตบภรรยาโดยแรง ถาดข้าวแตกกระจาย ภรรยาล้มลงกระแทกพื้นดินทำให้ลูกทะลักออกมาทันที
ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นต่างมายืนมุงดูและช่วยกันจับมัดเขาไว้เพราะนึกว่าเป็นโจรฆ่าคนตาย นำไปถวายพระราชา เขาถูกวินิจฉัยให้จำคุกตลอดชีวิต

พระพุทธองค์เมื่อตรัสอดีตนิทานจบแล้วได้ตรัสให้โอวาทภิกษุว่า "ภิกษุทั้งหลาย ผู้จะให้โอวาทควรให้แก่คนที่เหมาะสมไม่ควรให้แก่คนที่ไม่เหมาะสม ดังฤๅษีให้โอวาทแก่พระราชาได้ หมู่บ้านชั้นดี แต่ให้โอวาทแก่คนแจวเรือจ้างกลับถูกตบปาก ฉะนั้น

http://www.intaram.org/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=34&thispage=6

4342
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:38:25 น.  

 
 
 
มัจฉชาดก
ไฟราคะ

******************
ชายผู้หนึ่งได้ฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บังเกิดความศรัทธาเลื่อมใส จึงขออนุญาตภรรยาบวชในพระพุทธศาสนา ฝ่ายภรรยาก็อนุญาตแม้จะไม่เต็มใจนักก็ตาม

เมื่อชายผู้นี้บวชเป็นพระภิกษุแล้ว นางผู้เป็นภรรยาก็มักนำอาหารที่ท่านเคยชอบมาถวายอยู่เสมอ ยิ่งกว่านั้น ทุกครั้งที่ไปหาพระภิกษุอดีตสามี นางจะแต่งตัวงดงาม ทั้งยังนำเรื่องครอบครัวมาพูดให้ท่านฟังเป็นประจำ ทำให้ภิกษุนั้นกระวนกระวายใจ ห่วงหาอาลัยใคร่จะสึกกลับไปครองเรือนตามเดิม

เมื่อพระบรมศาสดาทรงทราบถึงความรู้สึกของพระภิกษุรูปนี้ จึงตรัสถาม ท่านก็ยอมรับแต่โดยดี พระพุทธองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณ ปรารถนาจะเตือนสติพระภิกษุนั้นให้เลิกล้มความตั้งใจที่จะหวนกลับไปเวียนว่ายอยู่ในกองทุกอีก จึงทรงระลึกชาติแต่หนหลังของพระภิกษุรูปนี้ด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ พระพุทธองค์จึงตรัส มัจฉาชาดก ดังนี้

เนื้อหาชาดก

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี ณ คุ้งน้ำหน้าเมือง มีปลาใหญ่ตัวหนึ่งเกิดติดใจรักใคร่นางปลาสาว จึงว่ายน้ำติดตามหยอกเย้าเคล้าเคลียนางปลาไม่ยอมห่าง

ขณะที่กำลังว่ายน้ำเคียงกันอยู่นั้น นางปลาได้กลิ่นแหที่ชาวประมงนำมาดักไว้ จึงว่ายหลบฉากออกไปทันที ฝ่ายปลาตัวผู้นั้นคิดแต่จะไล่ต้อนนางปลา ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น จึงว่ายพุ่งเลยเข้าไปติดแห ชาวประมงรีบยกแหขึ้นจับเอาปลาใหญ่นั้นไป เมื่อจับได้แล้ว ชาวประมงก็โยนทิ้งไว้ริมฝั่งรวมกับปลาอื่นๆ ที่ถูกจับมาก่อนหน้านั้น แล้วเตรียมก่อไฟ ตั้งใจจะย่างกินให้อร่อย

ปลาใหญ่นั้นดิ้นทุรนทุรายฟาดหัวฟาดหางอยู่บนตลิ่ง แต่แทนที่มันจะหวั่นกลัวความตายที่กำลังจะมาถึง มันกลับคร่ำครวญรำพันถึงนางปลา ทุกข์ใจเพราะคิดถึงนางปลา กลัวว่านางปลาจะเข้าใจผิด คิดว่าตนแอบไปติดพันนางปลาตัวอื่น

ขณะนั้น พราหมณ์ปุโรหิตผู้หนึ่งของพระเจ้าพรหมทัต ซึ่งเป็นผู้รักษาสัตว์ทั้งหลาย กำลังเดินออกมาอาบน้ำพร้อมด้วยข้าทาสบริวาร ท่านเห็นปลาใหญ่กำลังดิ้นทุรนทุรายคร่ำครวญอยู่ ก็คิดสงสารคิดว่าถ้าปลาตัวนี้ตายขณะที่มีจิตใจเร่าร้อนอยู่ด้วยกามราคะ มันจะต้องไปเกิดในนรกอย่างแน่นอน ท่านจึงคิดหาทางอนุเคราะห์ปลาใหญ่นั้น

ท่านปุโรหิตจึงเดินเข้าไปหาชาวประมงเจ้าของปลาซึ่งคุ้นเคยกันดี กล่าวทักทายปราศรัยกันพอสมควร แล้วท่านจึงขอปลาใหญ่กับชาวประมง

เมื่อได้ปลามาแล้ว พราหมณ์ปุโรหิตก็นำไปที่ท่าน้ำแล้วกล่าวสั่งสอนปลาว่า เพราะความรักใคร่ติดพันนางปลา ทำให้เจ้าเกือบจะต้องตายถ้าไม่บังเอิญมาพบท่านเสียก่อน ต่อไปนี้เจ้าต้องหมั่นสำรวมระวัง อย่าปล่อยให้อำนาจกิเลสเข้าครอบงำ อย่ามัวหลงติดอยู่ในกามอีกเลย กล่าวเสร็จแล้ว ก็ปล่อยปลาลงน้ำ ณ ท่าน้ำนั้นเอง

ประชุมชาดก

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัส มัจฉาชาดก จบแล้ว ทรงแสดงอริยสัจ ๔ โดยนัยต่างๆ อย่างละเอียดลึกซึ้ง พระภิกษุรูปนั้นฟังพระธรรมเทศนาแล้ว ก็สำเร็จเป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั่นเอง

จากนั้นพระพุทธองค์ทรงประชุมชาดกว่า

นางปลา ในครั้งนั้น ได้มาเป็นภรรยาเก่าของภิกษุผู้อยากสึก

ปลาใหญ่ ได้มาเป็นภิกษุผู้อยากสึกรูปนี้

พรหมณ์ปุโรหิต ได้มาเป็นเป็นพระองค์เอง

ข้อคิดจากชาดก

๑. ผู้ตกอยู่ในอำนาจของความรัก มักใช้เวลาส่วนใหญ่หมกหมุ่นครุ่นคิดถึงแต่ความรักจนจิตใจฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิ หากเกิดแก่ผู้ที่อยู่ในวัยเรียน การเรียนจะตกต่ำลง เพราะสมาธิในการเรียนเสียไป

๒. คนที่กำลังจะตาย หากยังมีใจเร่าร้อนและหมกมุ่นอยู่กับความโลภ โกรธ และหลง เมื่อละโลกไปแล้ว อำนาจบาปนั้นจะชักนำให้ไปสู่นรก

เมื่อการเกิดเป็นคนนี้แสนยาก ดังนั้น ก่อนจะตายพึงรู้จักทำใจให้ดี เพื่อเตรียมตัวตาย ไม่ควรทำจิตใจให้ขุ่นมัวเศร้าหมองเป็นอันขาด มิฉะนั้น จะตกนรกหรือไปเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานอย่างน่าเสียดาย วิธีเตรียมตัวตายที่ดีที่สุด ได้แก่ การฝึกสมาธิให้มากๆ ใจจะได้ผ่องใส ตายเมื่อไรก็ไปดีเมื่อนั้น

http://www.intaram.org/index.php?lay=show&ac=article&Ntype=34&thispage=8

4205
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:45:36 น.  

 
 
 
พุทธภาษิต ว่าด้วยเรื่อง...ความรัก
1.ติดบ่วงแห่งรัก
บุตร บิดา มารดา...ออกบวชตามกันตามลําดับ แต่ทั้งสามก็ยัง คลุกคลีใกล้ชิดกันเป็นที่รําคาญของภิกษุและภิกษุณีทั้งหลาย พระพุทธเจ้า เรียกมาตักเตือนแล้วตรัสภาษิตว่า...

พยายามในสิ่งที่ไม่ควรพยายาม
ไม่พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม
ละเลยสิ่งที่เป็นประโยชน์ ติดอยู่ในปิยารมณ์
คนเช่นนี้ก็ได้แต่ริษยาผู้ที่พยายามช่วยตัวเอง

อย่าติดอยู่ในสิ่งที่เรารัก หรือไม่รัก
การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารัก เป็นทุกข์
การพบเห็นแต่สิ่งที่ไม่รัก ก็เป็นทุกข์

เพราะฉะนั้น ไม่ควรรักสิ่งใด
เพราะการพลัดพรากจากของรัก เป็นทุกข์
ผู้ที่หมดความรักและความไม่รักแล้ว
เครื่องผูกพันก็พลอยหมดไปด้วย

2.ทุกข์เพราัะยึดติด
พราหมณ์เศรษฐีผู้หนึ่ง...สูญเสียบุตรชายไปแล้วมีความเศร้าโศกอยู่พระพุทธเจ้าเสด็จไปปลอบพราหมณ์นั้นโดยเล่าอุรคชาดกพร้อมตรัสภาษิตว่า...

ที่ใดมีของรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีของรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีของรักเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

3.ทุกข์เพราะรัก
นางสุทัตตี...หลานสาวของนางวิสาขาเสียชีวิตลง นางวิสาขามีความเสียใจไม่อาจหักห้ามไว้ได้ เที่ยวร้องไห้อยู่ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว พระพุทธเจ้าจึงตรัสภาษิตว่า...

ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความรักเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

4.ทุกข์เพราะยินดี
เช้าตรู่วันมีมหรสพวันหนึ่ง...เหล่าเจ้าลิจฉวีต่างแต่งองค์แข่งกัน อย่างสวยงาม แม้พระพุทธเจ้ายังตรัสว่าคล้ายกับเทวดาชั้นดาวดึงส์ แต่ยามค่ำเหล่าเจ้าลิจฉวีได้ประหัตประหารกันเพื่อแย่งหญิงโสเภณีนางหนึ่ง ต่างคนต่างบาดเจ็บถึงความพินาศแล้วพระพุทธเจ้าจึงตรัสภาษิตว่า...

ที่ใดมีความยินดี ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความยินดี ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความยินดีเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

5.ทุกข์เพราะพิศวาส
อนิตถิคันธกุมาร...จุติมาแต่พรหมโลกเกิดในครรภ์มนุษย์ เมื่อคลอดออกมามีความรังเกียจสตรี แม้สตรีใดจับต้องก็ร้องไห้ ภายหลังบิดามารดาได้อ้อนวอนให้สืบตระกูล โดยยอมทําตามเงื่อนไขของอนิตถิคันธ กุมารให้หาสตรีที่งามดั่งรูปทองได้แล้ว หากแต่สตรีนั้นตายเสียระหว่างทาง อนิตถิคันธกุมารมีความโศกเศร้าเป็นอันมาก พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรด พร้อมตรัสภาษิตว่า...

ที่ใดมีความใคร่ ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความใคร่ ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความใคร่เสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

6.ทุกข์เพราะคาดหวัง
พราหมณ์ผู้หนึ่ง...นับถือพระพุทธองค์ดุจสหาย ได้ให้สัญญาแก่พระพุทธเจ้าว่าจะถวายข้าวเมื่อข้าวออกผล แต่เกิดพายุฝนทําลายข้าว กล้านั้นจนสิ้นเสียก่อน พราหมณ์มีความเสียใจที่ไม่อาจกระทําตามสัญญาได้ พระพุทธเจ้าแสดงอุบายระงับความโศกแก่พราหมณ์แล้วตรัสภาษิตว่า...

ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีโศก
ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีภัย
เมื่อไม่มีความทะยานอยากเสียแล้ว
โศก ภัย ก็ไม่มี

7.บุคคลย่อมเป็นที่รัก
พระพุทธเจ้า...เสด็จพร้อมภิกษุ ๕๐๐ รูปได้สวนทางกับกลุ่มเด็ก ๕๐๐ คนที่ถือกระเช้าขนม เด็กเหล่านั้นไม่ได้ถวายขนมแก่ใครๆ แต่ถวายขนมแด่พระมหากัสสปเถระ พระมหากัสสปเถระได้แนะให้เด็กเหล่านั้นถวายขนมแก่พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุบริวารด้วย ภิกษุทั้งหลายโจษกันว่า เด็กเหล่านั้นถวายขนมเพราะเห็นแก่หน้า พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าภิกษุเช่น พระมหากัสสปเถระนั้นย่อมเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายพร้อม ตรัสภาษิตว่า...

ผู้ประพฤติดีมีความเห็นถูกต้อง
มั่นอยู่ในคลองธรรม พูดคำสัตย์
ปฏิบัติหน้าที่ของคนสมบูรณ์
คนย่อมเทิดทูนด้วยความรัก

8.ผู้ทวนกระแส
พระเถระผู้เป็นพระอนาคามีรูปหนึ่ง...ละอายคําถามของพระลูกศิษย์ที่ถามถึงการบรรลุธรรมของพระเถระ เพราะพระเถระนั้นบรรลุเพียงพระอนาคามีผล คิดว่าความเป็นพระอนาคามีผลนั้นแม้คฤหัสถ์ก็บรรลุได้ จึงไม่กล่าวตอบคําถามของพระลูกศิษย์ คิดว่าเมื่อตนบรรลุเป็นพระอรหัตผลแล้วจึงบอกคุณธรรมของตนแก่พระลูกศิษย์ พระเถระยังไม่บรรลุเป็นพระอรหันต์แต่ได้กระทํากาละเสียก่อน เหล่าพระลูกศิษย์จึงโศกเศร้า เสียใจ พระพุทธเจ้าทรงทราบความทั้งหมดแล้วจึงกล่าวว่าพระเถระเป็น พระอนาคามีผลแล้วตรัสภาษิตว่า...

พระอนาคามีผู้ใฝ่พระนิพพาน
สัมผัสผ่านผลสามด้วยใจ
หมดปฏิพัทธ์รักใคร่ในกาม
จึงได้สมญานามว่า “ผู้ทวนกระแส”

9. เสวยผลบุญ
นายนันทิยะ...เป็นผู้ศรัทธาในพระศาสนา สร้างศาลาโรงทานไว้ในป่าอิสิปตนะ กุศลนั้นทําให้ได้วิมานปราสาททิพย์ในเทวโลกชั้นดาวดึงส์เป็นรัตนะ ๗ ประการ พระมหาโมคคัลลานเถระจาริกไปยังเทวโลกเห็นปราสาททิพย์นั้น เมื่อกลับมาสู่แดนมนุษย์พระเถระได้สนทนาเรื่องปราสาททิพย์นั้นกับพระศาสดา พระพุทธเจ้าจึงตรัสภาษิตว่า...

บุรษผู้จากไปนาน
เมื่อกลับมาจากไพรัชสถานโดยสวัสดี
ญาติและมิตรสหาย
ย่อมยินดีต้อนรับ

บุญที่ได้ทำไว้ในโลกนี้
ย่อมต้อนรับผู้ที่จากไป
เหมือนญาติสนิทกลับมาจากแดนไกล
ฝูงชนย่อมเต็มใจต้อนรับ

http://www.96rangjai.com/buddha/love.html
1358
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.237.46 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:00:55 น.  

 
 
 
สจฺจํ เว อมตา วาจา ความจริงไม่มีวันตาย

8294
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 115.87.138.218 วันที่: 2 ธันวาคม 2555 เวลา:20:04:58 น.  

 
 
 
บทเรียนนักเก็งกำไร..'เจสซี่ ลิเวอร์มอร์'

มนสิช จันทนปุ่ม ยกตัวอย่างหนังสือที่เขียนขึ้นพิเศษสำหรับสมาชิกเว็บไซต์ โดยยกกรณีศึกษาของ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตำนานแห่งวอลสตรีท โดยเฉพาะช่วงที่เกิดเหตุการณ์ Great Depression ปี 1929 เป็นคนที่เก่งมากแต่มีจุดอ่อนที่ใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นบทเรียนสำคัญให้นักลงทุนทุกคน

“เขาเป็นเซียนหุ้น เซียนคอมมอดิตี้ เมื่อ 90 กว่าปีที่แล้ว เขาเป็นต้นแบบการเก็งกำไร วิชาการเทรดที่เราได้เรียนมาอย่างเล่นตามแนวโน้ม การควบคุมความเสี่ยง ทยอยซื้อช่วงขาขึ้น ฯลฯ เจสซี่เป็นต้นแบบทั้งนั้นทำให้เขาเป็นมหาเศรษฐีและก็เจ๊งหมดตัวและก็กลับมารวยใหม่ แต่สุดท้ายต้องฆ่าตัวตาย น่าสนใจว่าทำไมคนเก่งเรื่องการลงทุนถึงมีผลการลงทุนผันผวนขนาดนี้”

ข้อคิดจากบทเรียนดังกล่าวก็คือ เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ มักจะ “ลืมตัว” และลืมในสิ่งที่ตั้งใจไว้เพราะประสบความสำเร็จมามากจนมีอีโก้ที่สูง ถ้าศึกษาแนวทางลงทุนของเขาจะค่อยๆ กำไรจากการเพิ่มโพสิชั่นการเทรดในเวลาที่ตลาดกำลังเป็นขาขึ้นถ้าถูกทางก็จะเติมเงินลงไปเรื่อยๆ แต่พอบางช่วงที่เขาคิดว่าหุ้นจะต้องลงก็ไปชอร์ตไว้แต่กลับไม่ลง เขาก็ทำใจไม่ได้เพราะมั่นใจในตัวเองสูงเลยเฉลี่ยขาดทุน เงินที่มีอยู่เท่าไรก็เติมไปจนหมด สุดท้ายก็ขาดทุนหนักเพราะฝืนแนวโน้มตลาด นี่คือเครื่องเตือนใจว่าแม้จะมีระบบการเทรดและแนวคิดดีแค่ไหน สำคัญคือจะต้องมีการควบคุมอารมณ์เสมอ

“เขามักจะลืมตัวและลืมในสิ่งที่ตั้งใจไว้ ถึงอย่างไรเขาก็กล้าที่จะเขียนความผิดพลาดของตัวเองลงไปในหนังสือว่าไม่ควรทำแบบนั้นเลย เขาถึงเจ็บซ้ำแบบเดิมๆ เดี๋ยวรวยเดี๋ยวจน จะเห็นได้ว่าเขามีไอคิวการลงทุนสูงแต่มีอีคิวไม่สม่ำเสมอ อารมณ์แบบนี้ทำให้ชีวิตครอบครัวแตกแยก จนต้องยิงตัวตายในที่สุด”

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/bizweek/20121204/480355/%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%8A-%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A.html

6908
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.121.250.109 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:9:54:12 น.  

 
 
 
เจสซี่ ลิเวอมอร์ ผู้เป็นตำนานนักเก็งกำไรของโลก
เจสซี่ ลิเวอร์มอร์ หรือที่คนชอบเรียกเขาว่า J.L.เกิดในครอบครัวชาวไร่ที่ยากจน เขาทะเลาะกับพ่อจนต้องหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุได้ 15 ปี เขาเริ่มงานแรกและน่าจะเรียกว่าเป็นงานเดียวในชีวิตก็คือ เป็นเด็ก “เคาะกระดานหุ้น” หลังจากนั้นเพียงปีเดียว เขาก็เริ่ม “เล่นหุ้น” แต่เนื่องจากมีเงินน้อย เขาจึงเริ่มเล่นตาม “ห้องค้าเถื่อน”ที่รับ “แทงหุ้น”โดยอิงกับราคาหุ้นบนกระดาน โดยการเก็งกำไรครั้งแรกร่วมกับเพื่อนของเขา เขาสามารถทำกำไรได้ถึง $3.12ต่อหุ้น หลังจากนั้นไม่นานเขามีกำไรสะสมถึง $1,000

J.L.เก็งกำไรเก่งมากและทำกำไรจนทำให้ห้องค้าเถื่อนเกือบทุกแห่ง“แบล็กลิสต์”ไม่ให้เขาเข้าเล่นในห้องค้า ในที่สุดเขาก็เข้าสู่ตลาดหุ้นและเริ่มชีวิตของนักเก็งกำไรเต็มตัว


J.L.ร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ จากการเป็นนักเทรดหุ้น เขาไม่เชื่อในการถือหุ้นระยะยาว และในเวลาเดียวกัน เขาก็ไม่เชื่อเรื่องเทคนิคัลซึ่งเขามองว่าเป็นสัญญาณที่สับสน วิธีการของเขาคือการมองมหภาคบวกกับการจดบันทึกการเคลื่อนไหวของหุ้นที่เขาสนใจติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ เพื่อทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมของรายใหญ่ที่เล่นหุ้นตัวนั้นอยู่ (รวมทั้งพฤติกรรมของตัวเขาเองด้วย) J.L. สามารถจดจำราคาหุ้นที่เขาซื้อในอดีตได้อย่างแม่นยำมาก นอกจากนี้ J.L. เชื่อว่าไม่ว่าบริษัทจะดีเพียงใด เวลาที่ตลาดพัง หุ้นทุกตัวก็จะไป ดังนั้นภาวะตลาดจึงมึความสำคัญเหนือตัวหุ้น



J.L.เป็น millionaire ได้ตั้งแต่ก่อนอายุครบ 30 ปี และเริ่มมีชื่อเสียงมากจากการ short หุ้นช่วงตลาดหุ้น crash ปี 1907 ซึ่งเขาทำได้กำไรได้มากถึง 3 ล้านเหรียญในวันเดียว (เทียบเท่ากับเงิน $60 ล้านในปัจจุบัน) ในเวลานั้น JP Morgan ต้องติดต่อไปยังเขาเพื่อขอร้องให้เขาหยุด short หุ้น เพื่อสกัดวิกฤตการเงินมิให้ลุกลาม ในปี 1929 เขาก็ short หุ้นครั้งใหญ่อีกครั้งทำให้เขาได้กำไรมากกว่า $100 ล้าน

J.L.เป็นบุคคลที่เคยเป็นเศรษฐีมากกว่าหนึ่งครั้งในชีวิต เพราะเขาเคยหมดตัวหลายครั้งและสามารถกลับมาเป็นเศรษฐีได้ใหม่ เขากล่าวว่า เขามักจะหมดตัว เพราะไม่สามารถอดใจที่จะไม่ฝ่าฝืนกฏเหล็กในการเทรดหุ้นของตัวเองได้

ในชีวิตส่วนตัวของ J.L.เป็นคนเจ้าชู้ เขามีภรรยาหลายคน ภรรยาคนแรกของเขาเป็นคนสุรุ่ยสุร่ายมาก ลูกของเขาถึงสามคนจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย ครอบครัว J.L.มีปัญหามาอย่างต่อเนื่องจนทำให้เขาเริ่มมีอาการซึมเศร้าเมื่อเข้าสู่บั้นปลายชีวิตและยิงตัวตายเมื่ออายุได้ 63ปี โดยได้เขียนโน็ตสั้นๆไว้ก่อนตายว่า "ล้มเหลว" โดยในช่วงก่อนตายเขาเพิ่งจะสูญเสียเงินจำนวนมากในตลาดหุ้นและยังไม่สามารถทำกำไรกลับคืนมาได้ อย่างไรก็ตาม หลังการเสียชีวิตของเขาพบว่า เขายังคงมีทรัพย์สินเหลืออยู่ประมาณ $5 ล้าน!!!


แม้ว่า บั้นปลายชีวิตของ J.L.จะจบลงด้วยความเศร้าสลด แต่ทั่วโลกต่างก็ยอมรับว่า ถ้าวอร์แรน บัฟเฟตต์ คือนักลงทุนที่เก่งที่สุดในโลก นักเก็งกําไรของโลกที่เป็นตำนานและควรค่าแก่จดจำ ก็คือ Jesse Livermore ดังนั้นการเรียนรู้แนวคิดของเขาจึงเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างมาก.....

J.L. เคยเขียนไว้ในบันทึกของเขาว่า การจะรวยด้วยตลาดหุ้นอย่างที่เขาทำได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คนทั่วไปคิด เขาบอกว่าตลาดหุ้นคือที่ที่อันตรายมากสำหรับ คนที่ไม่ชอบทำการบ้าน คนโง่ คนชอบรวยทางลัด และคนที่อารมณ์ไม่มั่นคง เขากล่าวว่า คนที่คิดว่าจะรวยทางลัดด้วยตลาดหุ้นเปรียบเสมือนคนที่หวังจะรวยเร็วๆ ด้วยการยึดอาชีพเป็นหมอหรือทนายความ เพราะจริงๆ แล้ว นักลงทุนในตลาดหุ้นก็เป็นเหมือนอาชีพอย่างหนึ่ง ถ้าจะรวยได้จะต้องทุ่มเทอย่างหนักหน่วงเท่านั้น

เขาเล่าว่าทุกครั้งที่เขาไปร่วมงานเลี้ยง ผู้คนมักจะวิ่งเข้ามาถามเขาเสมอว่าจะรวยเร็วๆ ด้วยตลาดหุ้นได้อย่างไร ในช่วงแรกๆ เขาพยายามอธิบายให้คนเหล่านั้นฟังว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น แต่หลังๆ เขาเพียงแต่บอกคนเหล่านั้นว่า เขาไม่รู้ เขารู้สึกเบื่อหน่ายความคิดของคนทั่วไปที่คิดว่าการร่ำรวยด้วยตลาดหุ้นเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

J.L.เขียนวิธีการสำหรับคนที่มุ่งมั่นจะเป็นยึดการลงทุนเป็นอาชีพจริงๆ แบบเดียวกับเขาไว้ในหนังสือชื่อ How to Trade in Stocks

เขากลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งในช่วงไม่หลายปีมานี้เนื่องจากหนังสือชื่อ Reminescence of a stock operator ซึ่งเป็นหนังสือที่นักหนังสือพิมพ์คนหนึ่งเขียนเล่าประสบการณ์การเทรดหุ้นในชีวิตของ J.L.จากการสัมภาษณ์เขาอย่างลับๆ โดยปกปิดชื่อจริงของเขาไว้ ได้ถูกนำมาตีพิมพ์อีกครั้ง ทำให้ตำนานของเขากลับมาเป็นที่สนใจของนักลงทุนรุ่นใหม่ในอีก 80 ปีต่อมา

By: 2Binvestor
เครดิต : บางส่วนจากบทความของ ดร.นิเวศน์ และสุมาอี้

http://2binvestor.blogspot.com/2012/03/blog-post_1638.html
9870
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.121.250.109 วันที่: 4 ธันวาคม 2555 เวลา:10:03:14 น.  

 
 
 
คัดมาบางส่วนจากบทความรักแท้มีจริง โดยคุณดังตฤณ
.....
กรรมไม่เหมือนความทรงจำ ความทรงจำยิ่งนานยิ่งเลือนไป ส่วนกรรมนั้นจะนานแค่ไหนก็อยู่ยั้งยืนยงเช่นเดิมจนกว่าจะให้ผล เหมือนกับสัจจะความจริง ที่เมื่อเกิดสิ่งใดขึ้น ความจริงก็ย่อมเป็นความจริงว่าสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้น จะบอกว่าไม่เกิดขึ้น หรือลดปริมาณ ลดคุณภาพของการเกิดขึ้นไม่ได้

กรรมจะจัดสรรทุกอย่าง นับแต่ดึงดูดคู่กรรมมาพบกัน บันดาลให้เกิดความรู้สึกคุ้นเคย ตลอดจนส่งแรงดึงดูดหรือแรงผลักออก โดยไม่สนใจว่าคู่กรรมต้องการให้เป็นไปเช่นนั้นหรือไม่

ที่มาhttp://blog.eduzones.com/friends/14617
9877
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.246.156 วันที่: 6 ธันวาคม 2555 เวลา:13:33:20 น.  

 
 
 
ตะแล๊ปแก๊บส่งสัญญาณควันมาม่าถึง ตะละแม่เทียวเสี้ยม หุหุ
ช่วงนี้กะลังเอ็นจอยมาม่าอิ๊ทติ้งในห้องศาสดาว่ะค่ะ
เรื่องของมุสลิมะ กาเฟร มุนาฟิก แอนด์พุทธมามกะ
อยากบอกว่า ที่ตะละแม่เทียวเสี้ยมแทงหวยฝั่งเฮียจิมฯ เนี่ย
อิเพิ้งมันชักจะรู้สึกว่างวดนี้ตะละแม่แทงหวยถูกรางวัลที่1
ทีเดียวเชียว!!! หุหุ ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ อิเพิ้งมันชักอยากเป็น
แควนขับ(เคลื่อนที่แบบกองโจร)ของเฮียจิมฯ ซะแระ
ในฐานะเพื่อนต่างศาสนิกที่ชื่นชมในคุณธรรม ความมุ่งมั่น
ความเฉียบขาดในการตีความ จิกกัดไม่ปล่อยในประเด็นที่
สำคัญ ปามีดเสียบคาอกพุทธมากะหน่อมแน้มแม่นยังกะ
จับวาง หุหุ ถึงแม้อิเพิ้งจะเป็นพุทธมากะเต็มตัวทั้งหัวใจ
แต่เรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความจริงใจต่อเพื่อนร่วมโลก
มันต้องมาก่อนพวกพ้อง อะนะ เรื่องถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ต้อง
มาก่อนความถูกใจส่วนตัว เสมอ ยิ่งมาเจอพุทธมามกะ
หน่อมแน้มไปรับรองความเป็นมุสลิมะที่ถูกต้องให้คนบางคน
เนี่ย เสียหายหลายแสนเรยว่ะค่ะ เรื่องของตัวเองยัง
เอาตัวมะรอด แต่จะไปรับรองความถูกต้องให้คนศาสนาอื่น
ก็หมดความน่าเชื่อถือทางปัญญาแระ ห้องศาสดาเนี่ยถ้าขาด
ตะละแม่เทียวเสี้ยมซะแร้ว ก็คงไม่มีใครไปกระตุกหาง
เหล่าพุทธมามกะให้รู้สึกตัวได้ ทีนี้ก็มีเฮียจิมฯมาอีกคน
ไม่รู้พุทธมากะจะโชว์ฟอร์มปัญญาพุทธออกมาได้มั่งไหม
ที่อ่านๆไปเนี้ย อ่านไปลุ้นไป ว่าจะมีพุทธมามกะตัวพ่อตัวแม่
มาแสดงปัญญาและคุณธรรม ได้สูสีกะเฮียจิมและเหล่า
มุสลิมะ ที่เคร่งครัด ได้รึป่าว มาชมปัญญาคนอื่นแก้ง่วง หุหุ
นาทีนี้ต้องยกนิ้วหัวแม่มือให้เฮียจิม ไปก่อนว่าของเขา
มาแรง เจงๆ ที่พูดๆเนี่ยไม่ได้มาชื่นชมศาสนานะ แต่ชื่นชม
คนมีปัญญา มีคุณธรรม มีจริยธรรม ที่ปฏิบัติตามความเชื่อ
และศรัทธาของตนอย่างมุ่งมั่น จนแสดงออกมาเป็นตัวตน
และการกระทำโดยบริสุทธิ์ใจ มันต่างกับคนที่พูดอย่างหนึ่ง
คิดอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง แม้แต่ความจริงของตัวตนแห่ง
ตนเองยังสับสนตอบคำถามให้คนอื่นไม่ได้ตรงเป้า แล้วจะ
อธิบายตีความตามคัมภีร์ที่ตนศรัทธาให้คนอื่นเข้าใจได้
อย่างไร ทั้งศาสนาอิสลาม และพุทธ ก็มีคัมภีร์หลักและ
คำอธิบายอรรถกถาคล้ายๆกัน ถ้าตนเองยังสับสนแบบ
ไม่รู้ตัวเองว่าตนไม่รู้อะไร แล้วจะไปสอนคนอื่นๆให้รู้จริง
ได้ไงฟระ มันก็วุ่นวายไปเรื่อย อะเนอะ แต่ก็สนุกดี ดูคนอื่น
เพื่อประเทืองปัญญา แก้ง่วง หุหุ
มะได้เข้าข้างใครนะ แต่รู้สึกจะเอียงไปนิสนุงแระ
ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ตามจริงของสัจธรรม
ต้องไม่มีอคติ4 และความถูกใจเป็นส่วนตัว
รวมถึงไม่เข้าข้างตัวเอง ถึงจะพัฒนาปัญญาตนเองได้เนาะ

กระทู้สัญญาณควันมาฝากตะละแม่เทียวเสี้ยม
กลัวว่าจะตกข่าว เลยต้องหอบมาฝาก อิอิ
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y13031168/Y13031168.html
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y13020452/Y13020452.html
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y13021063/Y13021063.html
7750 หุหุ
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.218.24 วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:10:27:17 น.  

 
 
 
ประเด็นที่เฮียจิมฯ ตั้งข้อสังเกตว่ามีคนบางคนปฏิบัติตน
ในแนวนับถือศาสนายิวมาอ้างตนว่าเป็นมุสลิม เนี่ย
ต้องนับถือสายตาเฮียจิมฯมองประเด็นได้ขาด ปามีดเสียบ
ยอดอกได้เข้าเป้าเลยนะ ในฐานะที่อ่านๆมาบ้างแบบงูๆ
ปลาๆ ก็เข้าใจว่า ถ้าศรัทธาทั่นนบีอับราฮัม แต่ไม่ได้ศรัทธา
ทั่นนบีมูฮัมหมัดก็เข้าเค้าว่านับถือศาสนายิวแต่ว่ายิวเขา
ไม่นับเป็นพวกด้วย เพราะศาสนายิวเขาเป็นโดยเชื้อชาติ
ยิวเท่านั้น คนที่ศรัทธาในพระเจ้าของนบีอับราฮัม
แต่ไม่ได้เป็นสาวกของนบีมูฮัมหมัดหรือไม่ได้เป็นสาวกของ
นบีอีซา(พระเยซู) เนี่ย ลำบากง่ะ เพราะนับถือพระเจ้าองค์
เดียวกับเขา แต่ไม่มีพวกพ้องให้การยอมรับตามหลักสากล
นิยมก็ต้องโดนชาวยิวและศาสนสาวกทั้งหลายปฏิเสธ
ไม่ยอมรับ การเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าร่วมกับเขา
นอกจากว่า คนนั้นจะบอกว่าตนเองเป็นศาสนาฑูตเข้าถึง
พระเจ้าได้โดยตรงไม่ต้องผ่านใครก็ไปตั้งนิกายของตนเอง
จึงจะถูกต้องนะ แบบนี้ก็ไม่ต้องทะเลาะกับคนในศาสนา
ไหนด้วย พวกยิวโดยเชื้อชาติของยิวเขาเชื่อว่าพระเจ้าติดต่อกับพวกเขาโดยตรงไม่จำเป็นต้องผ่านศาสนฑูตจึง
ถือเป็นศาสนายิว ส่วนคริสต์ที่เป็นสาวกพระเยซูก็เชื่อว่า
ติดต่อถึงพระเจ้าได้ โดยผ่านทางพระเยซู(นบีอีซา)
ส่วนสาวกทั่นนบีมูฮัมหมัดก็เชื่อว่าติดต่อถึงพระเจ้าได้โดย
ผ่านทั่นนบีมูฮัมหมัด ทั่นนบีอีซาและทั่นนบีมูฮัมหมัดเป็น
ศาสนาฑูตที่พระเจ้าส่งมารับคนที่ไม่ใช่เชื้อชาติยิวให้เข้าสู่
อาณาจักรของพระเจ้าทีนี้คนอื่นๆนอกจากนี้ได้ยินเรื่องพระเจ้าจากคัมภีร์คนยิวคือทั่นนบีอับราฮัม
จากคัมภีร์คนอาหรับคือทั่นนบีมูฮัมหมัด
จากคัมภีร์คริสต์คือทั่นบีอีซา(พระเยซู)
แล้วอยากเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าองค์เดียวกัน
แต่ไม่ทำตามอย่างคำสอนของศาสนาที่เขายอมรับกัน
ย่อมถูกปฏิเสธจากคนทั้ง 3 กลุ่ม
คือทั้งคนยิว สาวกทั่นนบีมูฮัมหมัด สาวกทั่นนบีอีซา
เพราะพวกเขามีศาสนามีศาสนฑูต มีคัมภีร์ มีผู้รู้ที่พวกเขา
ยอมรับเป็นสากลไปแล้ว มีแนวทางของตัวเองชัดเจน
ส่วนพวกที่อยู่ในกลุ่มนับถือพระเจ้าของทั่นบีอับราฮัม
แต่บอกว่าตัวเองเป็นมุสลิม ก็ย่อมต้องโดนทั่นที่เป็นมุสลิม
ปฏิเสธ มุสลิมเขายอมรับเรื่องนบีอับราฮัม และนบีอีซานะ
แต่ไม่ยอมรับคนที่ไม่ใช่ยิว ไม่ใช่มุสลิม ไม่ใช่คริสต์
จะเข้าใจเรื่องของพระเจ้าของเขาได้ถูกต้องตามจริง
เขานับเป็นพวกแอบอ้างพระเจ้าของพวกเขาเท่านั้น
และเรื่องมันยิ่งแย่กว่านั้นก็คือ ดันไปบอกว่ามุสลิมคนอื่นเชื่อผิดแต่ตนเชื่อถูก ของตนชอบธรรมกว่าคนอื่น
ความวุ่นวายก็ไม่รู้จบ พุทธมากะที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ก็โดนลากไปร่วมวงมาม่ากะเข้าอีกด้วย เลยถูกกาหัวว่า
คนต่างศาสนิกและยิวกำมะลอ ไปบิดเบือนศาสนาของเขา
ไปรองรับยิวกำมะลอ ให้เป็นมุสลิมที่ถูกต้องซะงั้น
คำว่าบิดเบือนคำสอนเนี่ย คนที่เป็นสาวกของศาสนาไม่มี
ใครยอมให้เกิดหรอก เพราะเขาถือว่าคำสอนเป็นสิ่งที่
สืบทอดความถูกต้องของสังคมของเขา อย่างสังคมพุทธก็
เหมือนกันยังไม่ยอมให้ใครมาบิดเบือนมาปนเปื้อน
เพราะเราต้องการสืบทอดคำสอนที่ถูกต้องตามจริงที่สุด
ไปให้คนรุ่นต่อไป ศาสนาอื่นก็เหมือนกัน ใจเขาใจเรา
อะนะ เราควรตั้งอยู่ในคุณธรรมที่ได้จากการปฏิบัติ
และไม่ก้าวล่วงความเชื่อและศรัทธาของคนศาสนาอื่นๆ
มันเป็นประเด็นที่อ่อนไหว อะนะ
แต่คงไม่เกินปัญญาของทั่นผู้ออกปากว่าเป็นคนดีหรอก
ก้าวพ้นจากความเชื่อไม่ได้ ก็ย่อมไม่รู้สัจธรรมตามจริง
มีแต่ความเชื่อและทิฏฐิเท่านั้นที่เป็นที่ยึดมั่นถือมั่นแห่งตน

ปล.ขออภัยเพื่อนๆต่างศาสนิกด้วย ถ้าใช้คำเฉพาะของ
ศาสนาท่านผิดไป เช่น ชื่อทั่นนบี หรือคำว่า มุสลิมะ
ในกระทู้บนอาจใช้ผิดที่ผิดความหมายไป
คือจะหมายถึงชาวมุสลิมแต่มือมันพิมพ์ติดสละ อะ ไปด้วย
เป็นมุสลิมะ มาคิดได้ว่าใช้คำผิดไป เพราะรู้น้อยแต่อยาก
พูดมาก แหะๆ ก็ขออภัยมานะที่นี้ ด้วยค่ะ
พอดีไปอ่านเจอว่า "มุสลิมะห์" หมายถึงผู้หญิงชาวมุสลิม

จากสาวกพระพุทธเจ้า
7700 แหะ แหะ
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.218.24 วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:11:28:02 น.  

 
 
 
ชอบความเห็นเรื่องปาหิน ของ 2 คนนี้

ถึงอาxxxxxxxxไม่ได้ถามผม แต่ผมก็อยากนำเสนอตัวเอง
ผมไม่เห็นด้วยกับการปาหิน
และก็ไม่เห็นด้วยกับการผิดประเวณี
ครับอาxxxxxxxx

เหมือนไม่มีที่ยืนก็ขอยืนบนส้นเท้าของตัวเอง :D

มาแซวขำๆ
ยึดมั่นไม่สนคุณธรรมเพราะกลัว
หรือ ไม่เลือกวิธีเพื่อหวังผล
ก็ไม่ได้หนีอะไรกันมากนัก
บางทีโลกมันก็เป็นของมันเสียอย่างนี้

ปิดหู ปิดตา ปิดปาก คงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
เมื่อรุ้ว่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
นอกจากตัวเอง

ใจผมยังไม่สงบในดึกนี้หวังว่า แวะมาทักทายอาคงไม่เป็นการรบกวน

จากคุณ : xxxxxxxx

การปาหิน เป็นสิ่งที่ โมเสส ตั้งขึ้นมา ยิวและอาหรับ ใช้ลงโทษคนมานาน

แต่ภายหลัง พระเยซู หรือ นบีอิซา ได้ขยายความเข้าใจว่า การทำโทษแบบนี้

คนที่จะขว้างหิน (คือตัดสินคนอื่น) คือคนที่ไร้ความผิดเช่นกัน... ในตอนที่

หญิงโสเภณี ถูกจับมาให้ขว้างหินให้ตาย... พระเยซูบอกว่า คนที่จะขว้างคนแรก

คือคนที่ไม่มีความบาปผิดให้ทำได้... ดังนั้นผู้ที่จะตัดสินว่าให้ใครตายมีแต่พระเจ้าเท่านั้น

การถือศาสนาแบบตามตัวอักษร พระเยซูบอกว่าเป็นพวก hypocrite หรือแบบ ฟาริซาย

คือเอาของหนักแบกใส่บ่ามนุษย์ แต่ตัวเองไม่ทำ

จากคุณ : xxxxx

4467 *-*


 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.218.24 วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:11:54:58 น.  

 
 
 

แท้งกิ๋วเจ้าค่ะ อิเพิ้งเจ้าขราาาา
ที่ เอา มาม่า มาฝาก ตะละแม่ เทียวเสี้ยม
( เพราะกัวว่า จะตกข่าวววว อิอิ )

เฮ้อออ ขออภัยแควน ๆ ด้วยน้าาา
ที่ช่วงนี้ อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม มันหายแซ่บหายสอยไปเรย
แบ่บว่า อิเฒ่ามันโดน ไอ้ซือหม่าอี้ขี้เอา
มันชวน ยิก ๆ ให้ไปเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะ ด้วยว่ะ
อิเฒ่า มันนึกครึ้ม เรยฉลองศรัทธา ไปร่วม สังฆกรรม
ด้วยการ ไป กระเทาะหน้าแว่น ไอ้เฒ่าขุนแผนแสนสะท้านมันซะหลายดอกส์
เรยฟัดกันติดพัน ม่ะได้โผล่หัวมาเม้าส์มอย ในสุสานโบราณเรยอ่ะคร้า แหะ ๆ


เอ้า เห็นพูดเรื่อง มุสลิมะ ทั่น แมทท์ ก๊ะ บังจิม
เรย เอา เดอะลิง ที่เคยโพสไว้ ลิ้งค์เนี้ยะ มาฝากคร้าาา


ส่วนอันนี้ แถม เพราะ หน้า กูเกิ้ลแคช มันม่ะอัพเดต อิอิ
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:24:14 น.  

 
 
 

++++++++++++++++++++++++++++

แม่เจ้าโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยย
ทริปเปิ้ลแบรนด์ แร้วจร้าาาาาาาาาาาาาา



"http://ทำผิดกฏ-ใบแดง-สำหรับ-คุณ-k-kwan-เนื้อหาไม่เหมาะสม-388303.html"


"http://ทำผิดกฏ-ใบแดง-สำหรับ-คุณ-ลูกบัวผัน-เนื้อหาไม่เหมาะสม-390532.html"


"http://ทำผิดกฏ-ใบแดง-สำหรับ-คุณ-u-know-who-ก่อกวนเพื่อนสมาชิกหรือทีมงาน-390548.html"





++++++++++++++++++++++++++
อนึ่ง เพื่อเป็นการ ฉลอง ทริปเปิ้ลแบรนด์

ขอ อนุยาด งัด ไอ้นี้ มาฝากแควนขับฯ คร้าาา อิอิ







หลังไมค์ เดอะ ท็อปซีเคร็ต หุหุ














From : Jimbovy [28 พฤศจิกายน 2555 21:05]






ซื่อมาอี้ในบล้อต นู๋บีไม่ทราบครับ


ผมนึกว่ากลยุทธ 3ก๋ก นะครับ


หม่มี้แก้ว ช่วงนี้อย่าไปขวางทางปืนนะครับ เรื่องซีเรียสสำหรับอิสลามเลยละ















To : Jimbovy [28 พฤศจิกายน 2555 21:41]




บังจิมเจ้าขราาาาาาา

เท่าที่ผ่านมา บังก็เห็น ๆ อยู๊

ว่า อิฉันเคย ก้าวล่วงในศรัทธา

ของ มุสลิมมะฮฺ ที่ไหนกัน ล่ะเจ้าคะ

แค่ไป เบิ๊ดกะโหลก อิพวกพุทธมามกะจ๋า

เก๊าะ แทบจะมะมีเวลาแระคร้าา



แต่ที่ มาสะแหล๋นแจ๋นในเรื่องนี้

ก็เพราะ ไอ้นู๋ Zim-MorLuth มันหลังไมค์

เอา ลิ้งค์มาหั้ยอ่าน อ่ะ เรยนึกครึ้ม

เกิดอารมณ์ขันพิเรนทร์ จิ๊ดนุงส์ แหะ ๆ


เฮ้ออ ก็แค่ ต้องการจะ บอกเล่าถึง

สิ่งที่ตัวเองพบเห็น และ เป็นอยู่ มันก็เท่านั้น

ที่สำคัญ อิฉัน อยากจะ แสดงจุดยืน ของตัวเอง ด้วยอ่ะ

ว่ามุมมองของตน ต่ออิสลามิกชน นั้นเป็นเช่นไร

จะได้ ไม่ต้องมา ระแวงระวัง อะไรกะ อิฉัน นัก

ที่สำคัญ ขี้เกียจโดนด่า หาว่า หน้าไหว้หลังหลอก ทีหลังง่ะ

คิดไงก็เรยควักออกมาโชว์ ทุก ๆ ฝ่าย ให้มันเห็นดำเห็นแดง

รู้แจ้งแทงตลอด กันไปเลย อ่ะ อิอิ


ขออภัยที่ทำให้เป็นกังวล

และ ยุ่งยากลำบากใจ เจ้าค่ะ ^ 0 ^


ปอลิง


อ้อ ช่วงนี้ อิฉันโดน หญิงแม่ กักบริเวณ ในคุกขี้ไก่อยู๊

ฉะนั้น อิฉันคงไม่สามารถไปแกว่งปากหาเท้า

หรือ ไปแสบซ่าส์ที่หน้าบอร์ดได้หรอกคร้าาาา

บัง ฉะบายใจได้ คร้าา wink














From : สุมาอี้ [29 พฤศจิกายน 2555 01:26]



(๑)

-ยังไม่รู้เลยว่า ใครคือ ตั๋งโต๊ะ ใครคือลิโป้ ?

แต่ยังไงก็ตาม นู๋บีห้ามเอาชื่อสุมาอี้ไปเปิดเผยเด็ดขาดว่าคือใคร ไม่งั้นเจอเมื่อไหร่จะหักคอทิ้งเอาไปถ่วงน้ำครำในคลองของกทม.


-ก็กรณีที่ศาลตัดสินคดีทักษิณไม่ยุติธรรม
นั่นแหละ.แม้จะชอบทักษิณเพียงเรื่องเดียวคือความเก่งทางด้านเศรษฐกิจ
เรื่องอื่นๆของทักษิณไม่ชอบสักอย่างเลย แต่ยังไงศาลก็ควรจะยุติธรรม


-เห็นในลิ้งค์ที่ส่งมา เขาคุยกันเรื่องทำยังไงให้สาวๆถึงจุดออกัสซั่ม
ฮ่าๆๆ.เรื่องนี้ต้องมีวิธี
ไม่ใช่เพียงแต่ลูบๆคลำๆจับๆจูบๆหรือขย่มแบบทนนานจนเอวเคล็ด ก็ตาม
เพราะผู้หญิงมากมายแม้จะโดนเล้าโลมครบเครื่องขนาดนั้น
ก็ยังไม่ถึงออกัสซั่มสักที ทั้งนี้สาเหตุเพราะฝ่ายชายงี่เง่า
ไม่รู้ว่าจุดสำคัญคือความรู้สึกในใจของฝ่ายหญิง
ถ้าไม่เคลียร์ความรู้สึกในใจของฝ่ายหญิงให้สุขสบายเต็มที่ก่อน ต่อให้ใช้มือ
ใช้ลิ้นหรือใช้หอกโมกขศักดิ์ หรือขย่มได้ทนนานเป็นชั่วโมง
เก่งขนาดไหนก็ตาม ยังไงฝ่ายหญิงก็ไม่มีทางถึงได้หรอก ฮ่าๆ
.แต่ถ้าหาวิธีทำให้ใจของฝ่ายหญิงรู้สึกสุขสบายเต็มที่ก่อน
แค่จี้แป๊ปเดียวก็จี๊ดแล้ว และจะจี๊ดๆได้ติดๆกันหลายๆครั้งด้วย


(๒)

-ดูดวงไม่เป็นเลยจ้าา ทูนหัว...ก็เคยดูบ้างสมัยหนุ่มๆ แต่เป็นแค่ดูลายมือ
เพราะอยากเอาไว้ใช้จับมือสาวๆ แค่นั้น ..แต่เดี๋ยวนี้ลืมหมดแล้ว
เพราะไม่สนใจ เนื่องจากไม่เชื่อเรื่องดวงนะจ๊ะ ..เชื่อเรื่องใจเราเอง
หรือกรรมเราเอง ดีที่สุด .. จะทำอะไรก็พิจารณาหาข้อมูลเหตุผล
ไม่เคยสนใจเรื่องดวงเลย


ถ้าเจอนู๋บีเมื่อไหร่ จะให้ดูลายมือก็ได้ จะจับมือดูเล่นได้ทั้งวัน ฮ่าๆๆ...

-ถ้ามาเป็นหญิงของสุมาอี้ จะคล้องพาไปเที่ยวสวรรค์ด้วย นิพพานด้วย
ไม่ยากหรอก เพราะรู้เส้นทางดีอยู่แล้ว จะกลัวอะไรกัน ? แบบนางวิสาขา หรือ
อนาถบิณธิกะ ไง ท่านทั้งสอง ชอบมีความสุขในกามด้วย และไปนิพพานด้วย
เพราะพวกท่านยินดีในภพ และยินดีในนิพพานด้วย
ท่านทั้งสองจึงค่อยๆขึ้นสวรรค์ไปทีละขั้นๆๆ เสพย์กามสุขไปเรื่อยๆๆ
แล้วไปนิพานในชั้นพรหมสุดท้ายทีหลัง ท่านไม่รีบร้อนหลุดพ้นไวๆ
..ชอบแบบนี้ไหมละ ถ้าชอบแบบนี้ก็มาร่วมวงตุนาหงันกับสุมาอี้ได้เลย


(ปริศนาธรรม โกอานของวันนี้ .. 6.5 นิ้วจ้าา .เดาคำตอบเอาเอง ฮิๆๆ..คงพอจะโดดเด่นในสนามสู้วัวกะทิงได้นะ ฮ่าๆๆ)


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:32:17 น.  

 
 
 











To : สุมาอี้ [29 พฤศจิกายน 2555 23:38]




1

อ้าวววว จนถึงป่านนี้แร้ว

ลุงวินัย ยังไม่เก็ท อีกหรอคร้าาาา

ว่า ตั๋งโต๊ะ ก๊ะ ลิโป้ นั้น คือครายยยยยยยยย ?

ขานั้นน่ะ เซเลบตัวพ่อ ในห้องศาสดา เรยน้าาาา อิอิ


เอ ? หรือว่า แท้จริงแล้ว

ทั้งตั๋งโต๊ะ ก๊ะ ลิโป้ ก็ล้วนแล้วแต่ไม่มีตัวตนจริง ๆ

เหมือน ๆ กับที่ ซือหม่าอี้ มันไม่มีน้ำยา ล่ะหว่า

แล้วที่ผ่าน ๆมานั้น ตะละแม่เทียวเสี้ยมคนนี้ มัน สตอเบอรี่

หลอกเอาของปลอมมาโฆษณาเกินจริง เพื่อเพิ่มมูลค่า ล่ะนี่ ?



แหม๊ ? เนื่องจากวันนี้ น้องนู๋บี อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ฮ่ะ

ที่ ลุงวินัย อุส่า เอาเลขท้าย 2 ตัว เอ๊ย ปริศนาธรรมโกอาน มาให้ แทงหวย

งั้นเด๋ว สาวสวยผู้ทรงศีล จาเปิดหน้าไพ่โชว์ก็ได้คร้าาาาว่า ครายคือ ลิโป้

เอ ? แต่ว่า บอกเฉย ๆ มันก็ดูเลื่อนลอย อ่า

เอาเป็นว่า ลุง ก็ลองไป คลิ๊กดู ที่ปุ่ม reply

ใน หลังไมค์ ของนาย....ที่ ลิงค์ข้างล่างนี้ดีป่ะ หุหุ


....


2

อิอิ ลุงวินัยเจ้าขราาาา คราวนี้ รู้ หรือยังล่ะเจ้าคะ

ว่า ทำไมเวลาที่ น้องนู๋บี ไปจวก คนบางคนเหย็ง ๆ

ไอ้หมอนั่นมันถึงเงียบกริ๊บบบบบ ไม่กล้าโต้ตอบ โฮ่ ๆ


อืม...ไม่ใช่เพราะว่า อิฉันนั้นเป็น เพศแม่

ที่เจ้าลิโป้มันต้องยอมอ่อนข้อให้หรอกนะ

ก็ขนาด อิเจ้ .... ก๊ะ เจ้.....

ก็เป็นผู้หญิงยิงเรือเหมือน ๆ กัน อิฉัน ยังเห็นมัน จิกหัวตบ

แล้วจรเข้ฟาดหาง จนกลิ้งแล้วกลิ้งอีกเรยนิ



แต่ ที่อิฉัน ถือไพ่ เหนือกว่า ลิโป้ มากกว่าแม่ 2 คนนั้นน่ะ

เป็นเพราะว่า อิฉันมีสองสิ่ง ที่ ตั๋งโต๊ะ และ สุมาอี้ ไม่มีไง เจ้าคะ

สองสิ่งนั้น ก็คือ 1. มิตรภาพระหว่างกัน

และ2....มารยาหญิง ห้าร้อยเล่มเกวียน ! หุหุ




เอาล่ะ ในเมื่อ ลุงรู้แล้ว ว่า ใครคือ ลิโป้

ลุงคิดหรือว่า ตอนที่ อิตาเฒ่าสุมาอี้ มันยุ ยิก ๆ

ให้ อิฉัน กระโดดเข้าจิกหัวตบแล้วขย้ำคอหอย ทั่นลิโป้ นั้นน่ะ

อิฉันจะบ้าจี้ ทำตามคำชี้โพรงให้กระรอกของมันหรือค๊ะ


3

เฮ้ออ แม้ จะไม่สนิทกะ ทั่นลิโป้เท่าไร

แต่ไงซะ สำหรับ อิฉัน น่ะ ก็ถือว่า

ทั่นลิโป้ มันเป็น กัลยา ณ มิตร เสมอว่ะ

ถึงจะหมั่นไส้มันแค่ไหน อย่างมากก็แค่เม้งแตก

แล้ว หาเรื่องเขกกระโหลกมันเล่นซักโป๊กสองโป๊ก

จากนั้น ถ้า มันงอล น่ะนะ ก็ค่อยหาโอกาสไปง้อ

ขอคืนดีพ่อเจ้าประคุณ อีกครั้ง อิอิ



นี่ ๆๆๆๆ ลุงวินัยเจ้าขราาาา จะบอกให้น้าาาาา

ตอนแรก ที่ เห็นอิตาเฒ่าสุมาอี้หัวงู

มันหลังไมค์มาร้อง จู่จุ๊กกรู ด้วย น่ะ

อิฉันก็รู้สึกเหมือน เห็น หมูวิ่งมาชนปังตอ ฮ่ะ

ยังนึกครึ้ม กะว่า จะหลอกใช้อาศัยตาแก่คนนี้มาเป็นบันไดเหยียบ

แล้วเก๊าะตัดหัว มันมาเสียบประจาน เอาไปใส่พาน

ไว้เป็นของกำนัล ให้ทั่นลิโป้ ที่หน้าบอร์ดเล๊ย หุหุ


4

อุ๊ยต๊ายย ว้ายกรี๊ดดดด น้องนู๋บีม่ะพูดแล้วดีกว่าฮ่ะ

เด๋วจะโดน ไอ้เฒ่าหื่น มัน ประทุษร้ายเอาคร้าาาา

เฮ้ออ จิง ๆ ไอ้เรื่อง จะ โดนมันหักคอทิ้ง

เอาไปถ่วงน้ำครำในคลองของกทม. เนี่ย

น้องนู๋บี ก็ บ่หยั่น บ่ย่าน ก๊ะ ถ้อยคำข่มขู่ ของไอ้เฒ่าขี้ฮกนั่นหรอกน้าาา



ก็ขนาด มันขู่ว่า ถ้า น้องนู๋บี เอาหลังไมค์ ไป เปิดโปง

มันจะโกรธ จน ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

อิช้าน ก็เห็นมันยัง ส่ายหางระริกระรี้

หาเรื่องชวนน้องนู๋บีไปเล่นจ้ำจี้หอยเสียบ อยู่ตลอดๆๆ เลยคร้าา

ฉะนั้น ไอ้เรื่องที่จะโดน ขู่ว่า จะหักคอจิ้มน้ำพริกนี่ มีหรือ อิฉานจะกลัว



ถ้าจะกลัว อ่ะน่ะ อิฉันกลัวว่า ถ้าแกล้ง คนแก่มากเกินไป

เด๋ว อิตาเฒ่าซือหม่าอี้ มันจาทนชีช้ำไม่ไหว

แล้วแอบไปนั่งร้องห่มร้องไห้ กัดชายผ้าห่ม อะซิก ๆ มากกว่าคร้าาา

เฮ้ออ ขี้เกียจโดนประณาม ว่า เป็นคนสวยใจดำ

ทำร้ายได้ แม้กระทั่ง คนเฒ่า ฮ่ะ หุหุ

อ้อ จิงดิ ในเมื่อ อิฉัน เฉลยแล้ว ว่า ไผ คือ ทั่นลิโป้

งั้นคงไม่ต้องบอกล่ะมั้ง ว่า ครายคือ ทั่นตั๋งโต๊ะ

ที่ถูกเจ้าลิโป้ มันเอาหอกเสียบหน้าอก จนตายแหงแก๋ ? อิอิ


4

เออ แล้วที่ ลุงบอกว่า ศาลตัดสินคดีทักษิณไม่ยุติธรรม นี่

มันคดีอะไรอ่ะเจ้าคะ แบ่บว่า สงสัยอ่ะ เพราะ ทักกี้ อ่ะนะ

คดีทั่นท่วมหัวท่วมหู อิฉันก็เรย ม่ะชัวร์ ว่าคดีไหน แหะ ๆ



อ้อ แล้ว ก็ขอบใจนะเจ้าคะ

ที่ เอาเทคนิค ซั่ม กันยังไงให้ถึงออกัสซั่ม

มาเล่าสู่กันฟังเป็น ธรรมทาน

แถมยัง เอาขนาดหนอนชาเขียว

มาคุยโวโอ้อวดให้ฟังอีกตะหาก


แหม๊ อ่านแล้ว ก็นึกถึง เจ้าหลานชายนอกไส้ อย่างไอ้แง่บศักดิ์ จังอ่ะ

เพราะ ว่า ขานั้น มันก็ชอบเอาเรื่องพรรณนี้ มาโม้เหม็น

ให้ชาวบ้านชาวช่อง รับฟังเป็นประจำเหมือนกั๊น

เฮ้อออ รู้สึกว่า พวกพูชายพายเรือ

มันจะภูมิอกภูมิใจในเรื่องพวกนี้กันจังอ่ะ


แต่ก็แปลกเน๊าะ ขนาดพวกมันคุยโว

เล่าถึงคุณภาพน้ำยา เสียใหญ่โต

แต่ ทำไม๊ ทำไม น้ำยาของพวกมัน

ถึงได้ทำให้ ผู้สาวประทับใจไม่ได้

จนพวกมันกลายเป็นผู้บ่าวเฒ่าล่ะหว่า

ว้าาาาา สงสัยว่า ไอ้ที่ แพล่ม ๆ มานั้นน่ะ

คงจะเป็นเพียงแค่ราคาคุยของไอ้เฒ่าทึนทึก

ประมาณว่า นึกคึกคะนอง เรยร้องโฆษณาเกินจริง

เพื่อเพิ่มมูลค่า ล่ะมั้ง ฮ่า ๆ


5

อ๊ะ ๆๆๆ แล้วคุณลุงก็ไม่ต้อง มาทำเป็นท้า

ให้พิสูจน์เหย็ง ๆ เรยนะยะ

น้องนู๋บีก็แค่ ถามเรื่อยเปื่อย

ตามประสา พูยิง ขี้ฉงฉัย ไปงั้นเองแหล่ะคร้าาาาา

และถึงตะละแม่เทียวเสี้ยมคนนี้

มันจะเป็นสาวกของลัทธิเสพสุขจากทวารทั้ง5



แต่ก็คงไม่คิดจะ ไปร่วมวงตุนาหงันกับสุมาอี้

เพื่อพิสูจน์ รสชาติ "ทิพยอาโป" คุณภาพระดับเป็นทิพย์

ของไอ้บ่าวเฒ่าที่ไหนหรอกน้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

แบ่บว่า กลัวจะเจอแต่น้ำมูตรเน่า ๆ อ่ะคร้าาา 555

ที่สำคัญ สภาวะไคลแมกซ์ อ่ะนะ

มันไม่จำเป็นต้องเกิดจากเซ็กส์อย่างเดว อ่า

แหม๊ ? ลุงเองก็เป็น ลูกศิษย์พระป่า ภาษาอะไรวะเนี่ย



หัดนั่ง ' มาธิปฏิบัติธรรมมาตั้งนมนาน

ลุงไม่เคยรู้หรือไงกันนะ ว่า บางครั้ง น่ะ

แค่ นั่งสมาธิอย่างเดียวก็เสียวได้คร้าาา

ไม่เห็นจะต้อง เหนื่อยยากลำบาก

คอยเปิดดากให้ใครมาทิ่มแทง

จนต่อเวรสร้างกรรม ก๊ะใคร ๆ ให้เสียเวลา ปฏิบัติ เรยนิ

อีกอย่างอิฉันน่ะ บ่ พิสมัย วิสาขา สไตล์ หรอกน้าาาา

อิฉันน่ะ อยากเดินตามรอยเท้า ของ พระเขมาเถรี ตะหากจร้าา

( ถึงได้มี พญามารผู้บาปหนา หาเรื่องมา ล่อลวง ยิก ๆ งี้ไง ฮ่า ๆ )


6

ด้วยเหตุฉะนี้ ขอเชิญ คุณลุงเก็บล๊อค

ซ่อนไว้หลายๆชั้นแบบเหล้าสองร้อยปี

รอคนมีบุญมาจิบมาดื่มกินให้เมาค้าง ต่อไปเหอะคร้าาาา

ทั่นซือหม่าอี้ เจ้าขราาาาาาาาาาาาาาา

อย่าได้มาทำหื่นจนหน้ามืด

แล้ว"ชักออกจากฝัก" ง่าย ๆ เรยน้าาา

เด๋ว ขี้สนิมร่วงกราววว ขึ้นมา

จะขายขี้หน้า น้องนู๋บี มิรู้ด้วย ...

เฒ่าชะแรแก่ชรา แล้วน้าาา คุณลุง

อย่าทำอะไรที่มันฝืนสังขารขันธ์นักเรยคร้าา เอิ๊ก ๆ


เอ ? นี่ ๆ ลุงวินัยเจ้าขราาาาาา

ถ้า น้องนู๋บีนึกครึ้ม ตั้ง กาทู้ ไปร้องถาม ชาวบ้าน ณ ห้อง ศาสดา

ว่า ลุงวินัยเพื่อนซี้ลุงโขตาน เป็น คัสซาโนว่า ที่แท้จริง หรือไม่ ?

กระทู้ ของน้องนู๋บี อันนี้ จาได้ขึ้นเป็น กาทู้แนะนำ หลายอาทิตย์ซ้อน

เหมือน กาทู้ ของ ไอ้นู๋กดข้าม แฟนขับ ของลุงโขฯไหมน้อออ ? //wink
















From : สุมาอี้ [30 พฤศจิกายน 2555 01:01]




จ๊ากกๆๆๆ

ดูๆไปถ้าใครมาบอกว่าผู้หญิงยิงเรือหรือจะยิงอะไรๆก็ตามมีมารยา๑๐๘เล่มเกวียน
รู้สึกไม่คิดจะเชื่อเท่าไหร่นัก
แต่ถ้าใครเกิดมาบอกว่านู๋บีมีมารยาหมื่นเล่มเกวียนก็ชักรู้สึกว่าจะเชื่อ
มากกว่า.อ๊วกๆรู้สึกเสียวสันหลังซะแล้ว(เป็นความเสียวอีกแบบนะ
ไม่ใช่แบบจะขึ้นสวรรค์ไปนั่งจี๋จ๋อกับเหล่าประดานางฟ้าเอ๊าะๆ..แต่เป็นแบบ
เสียวจะลงนรกไปคุยกับนายนริยบาล นะซี)

แต่ว่าไปมารยาเยอะแบบนู๋บีนี่ก็เป็นความเซ๊กซี่ไปอีกแบบเหมือนกัน(แต่ ว๊ากก น่ากลัวชิ๊ปหายเลย).



โธ่ๆๆ เรื่องน้ำยานี่แหละที่สุมาอี้มีปัญหามากๆเลย
มันยังมีเรื่อยๆๆไม่เคยหยุดเหมือนสมัยอายุ ๒๐ เล๊ยย
ต้องเปิดก๊อกทิ้งทุกๆวัน วันละ ๓-๔ ครั้งก็มี
จะบ้าตาย.ไม่สังเกตบ้างหรือว่าสุมาอี้ไม่เคยไปให้อุบายตอบใครเลยในคำถามว่า
จะละกามยังไง
เพราะรู้ตัวว่ายังจนมุมกับปัญหานี้แกะไม่ออกซะที.เคยเห็นข่าวเมื่อประมาณ ๓
ปีก่อนไหมละ ที่รายงานว่ามีเฒ่าอายุเกือบ ๘๐รายหนึ่งที่ปทุมธานี
ได้เมียสาวอายุ ๓๕ปรากฏว่าเมียหนีไปแจ้งตำรวจขอหย่า เพราะสู้ตาเฒ่าไม่ไหว
โดนโย้สำเภาวันละ ๖-๗ ครั้งทั้งวันทั้งคืนจนเหนื่อยแทบตาย
สุมาอี้มั่นใจตัวเองว่า ไม่แพ้ตาเฒ่านั่นแน่นอน ไม่ใช่โม้

 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:37:03 น.  

 
 
 












To : สุมาอี้ [1 ธันวาคม 2555 00:18]



1

อ้าววววววววววววววววววววว ลุงวินัยเจ้าขราาา

น้องนู๋บี เปิดผ้าโชว์หน้าไพ่ ว่า ใครคือทั่นลิโป้ แค่นี้

เหตุใดไย เซียนไพ่ อย่าง ทั่นซือหม่าอี้ เพื่อนซี้ลุงโขฯ

จึงได้ หวาดกลัวจนตัวสั่น งันงก กลายร่างจาก มังกรเหนือเมฆ

เปลี่ยนเป็น หนอนชาเขียวเสียวสันหลังวาบ ๆ ไปได้ล่ะนิ อิอิ



อะโหยยย กัวอะไร กันนักกันหนาเนี่ย

เฮ้ออออออออ น้องนู๋บี ก็แค่ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ

ลุงวินัยตบหัวทีเดียว น้องนู๋บีก็ล้มคว่ำคะมำหงาย

ลงไปคลุกฝุ่น นั่งร้องไห้แง ๆ แระคร้าาาาาาาาาาาา

ฉะนั้น น้องนู๋บี มีหรือจะกล้า ทำอารัยให้คุณลุงขุ่นข้องหมองใจ

ไอ้ฉายา ม่วยม่วยอำมหิต ที่ ป๋าจิตซังฯ ตั้ง หั้ยน่ะ

มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงซะหน่อย น้าาาาา อย่ากัวไปเรยคร้าาา

แหม ๆ ทำเป็นกระต่ายตื่นตูม ไปด้ายยย


อืม...แล้วไหนลองบอกน้องนู๋บีทีซิ

ว่า ถ้า ลิโป้ คือ .... แล้ว ครายคือ ทั่นตั๋งโต๊ะ เหอ...เหอ...


2

เออ ว่าแต่ว่า ลุงวินัยช่วย วิเคราะห์ กลไพ่ ให้ทีดิ

ว่า เคสของ อิตาเฒ่าซือหม่าอี้ นั่นน่ะ

ในวงดรัมมี่ เรียกว่า ทิ้งโง่สะเปโต ให้อีกฝ่ายน๊อคมืดไปเลย

จนหมดตัวแหล่วววววววววววว ช่ายอ๊ะปล่าคร้าาาา อะคริ ๆ



แหม ? นี่ ถ้าหั้ยเซียนหมากรุกอย่างลุงโข

มาวิจารณ์ คงบอกว่า จนตาแปด

จะล้มกระดานก็ไม่ทันซะล่ะมั้ง ฮ่า ๆ



เฮ้ออ แต่พูดก็พูดเหอะน้าาา น้องนู๋บีล่ะ สงซ้าน สงสาร

อิตาเฒ่าตัณหากลับ อย่างเจ้าซือหม่าอี้จังเรยฮ่ะ

ที่โดนกลยุทธ์ "จับกระต่ายในโพรง"

จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด

ขึ้นอยู่กับฝ่ายที่กำชัยชนะว่าจะเอายังไง ?



เอ๊ ? ลุงวินัยเจ้าขราาาาา ช่วย น้องนู๋บี คิดหน่อยจิค๊ะ

ว่าจะเอาไงก๊ะ กระต่ายในโพรง แบบอิตาเฒ่าชีกอตัวนี้ดีน้ออออ

จะสั่งให้มัน ไปขี่ไม้กวาดวิ่งรอบวัดหินหมาเป้ง สัก 3 รอบ

หรือ ดีดมะกอก 10 ที แบ่งเป็น ดีดเบา ๆ 5 ทีและ ดีดแรง ๆ 5 ที ดีล่ะหว่า

อืม...หรือว่า จะตบกะโหลกมันสักโป๊กสองโป๊ก

แล้วค่อย ๆ บรรจงลูบหลังแผ่ว ๆเพื่อปลอบประโลม

ให้มันหายขวัญหนีดีฝ่อดีน้าาาาา อืม...ตัดสินลำบากจังเยยยย 555


3

อิอิ...ล้อเล่นคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

แหม ๆ น้องนู๋บี น่ะ เอ็นดู คนเฒ่าจะตายไป

คงไม่ทำอะไรให้ คนแก่หัวใจวาย ตายคาอก หรอกคร้าาา

ยังไง ก็คงจะยัง ร้อยก้นไว้ใช้งาน...เอ๊ย...เก็บตาเฒ่าคนนี้

ไว้ในฐานะ กัลยา ณ มิตร ( คิดไม่ซื่อ ) อยู่ดีอ่า สบายใจได้ 555

อืม...อิฉันให้ความสำคัญกับคำว่า มิตรภาพ ค่อนข้างมากนะ

ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายคนที่เป็น สหาย ซ้าที

ส่วนที่ ผ่าน ๆ มานี่ น้องนู๋บีก็แค่แหย่เล่น เท่านั้นเอง

ต้องปรามไว้จิ๊ดนุงส์ฮ่ะ อิตาเฒ่าชีกอมันจะได้ไม่เอาลิ้นมาเลียแผล่บ ๆ
แล้ว ลามปามเป็นขี้กลาก หาเรื่องจะลากขึ้นเตียงได้ตลอด ๆๆ หุหุ



อีกอย่าง น้องนู๋บีอยากจะสอน บทเรียน(ค่อนข้างแพง)

ให้ อิตาเฒ่า ซือม่าอี้มันด้วยคร้าาาาา

ว่า ทีหลังอย่าเจื๋อก เผลอคะนองปากอีก

เพราะปลาหมอจะตายเพราะปากตนเอง นั่นเอง....

แหม๊ ? คุ้น ๆ ไหมค๊ะ ลุงวินัยเจ้าขราาา

น้องนู๋บี ก็แค่จำขี้ปากลุงโขฯ มาแพล่ม อ่ะคร้าาา

เห็น ลุงโขเคยพูดไว้ ในกาทู้อวสานเซลล์แมน

แล้ว รู้สึกว่า มันเท๊ เท่ห์ เรยหลอยมาใช้ฮ่ะ โฮ่ ๆ


4

เออ แล้ว ทั่นขงเบ้ง ฝากเลคเชอร์

หั้ย เซียนหมากกระดานอย่างซือหม่าอี้ ฟังด้วยอ่ะ ว่า ...


เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว

เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร ?


จำไว้ให้ขึ้นใจ นะจ๊ะ คุณลุงซือหม่าอี้

ทั่นมังกรตกก้อนเมฆ เอ๊ยมังกรเหนือเมฆ

เห็นหัว ไม่เห็นหาง เห็นหางไม่เห็นหัว อิอิ

เฮ้ออ แต่พูดก็พูดเหอะนะ เวรกรรมไม่น่าชักนำ

ให้ลุงแกโคจรมาเจอ ก๊ะ แม่นางบูเม่ยเหนียงเรย ว่ะ

เพราะ รายนั้นน่ะ อีเป็น นงพญาหงส์เหนือมังกร

ประมาณว่า เห็นหัวก็เหยียบหัว เห็นหางก็เหยียบหาง

ทำให้ศัตรูหลงวนอยู่ใน อเวจีพิสวาท จนซรวยลิ่วไปเลยอิอิ



อืม...พูดถึง เรื่องหมากรุก นี่ ลุงวินัยรู้ป่ะ ?

ว่าบางทีเราก็สามารถวิเคราะห์ สันดาน เอ๊ย นิสัยของคนเล่น

ผ่านการโขกหมากในกระดาน ของคน ๆ นั้นได้ด้วย น้าาา

อย่าง อิตาเฒ่าซือหม่าอี้ นี่นะ ถ้าจะให้วิจารณ์

มันก็เป็นพวก ชอบบุกตะบี้ตะบัน โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อ่ะคร้าาา

และ ถ้า เดาไม่ ผิด อ่ะนะ มันคงมีความสุข

ก๊ะการ พยามไล่ต้อนคู่ต่อสู้ให้จนมุม

แล้วก็ แหกปาก พูดว่า รุกๆๆ ตลอด แหง๋ ๆ เรย


5

เฮ้ออ...แต่ไอ้ซือหม่าอี้ มันไม่รู้หรอกคร้าาาาา

ว่า การไล่ต้อนคู่ต่อสู้ให้จนมุม แล้ว ใช้ เบี้ย ขยี้ ขุน จนแตกพ่าย

ทำให้ คู่ต่อสู้ อับอายแทบกระอักเลือดตาย

เพราะต้องปราชัย อย่างไร้ศักดิ์ศรี เนี่ย

มันก็แค่ ความสนุกแบบเด็ก ๆ เล่นขายของ อ่ะค่ะ



ความสนุกของการเล่นหมากรุกที่แท้จริง นั้น

มันอยู่ที่ การสามารถ อ่านเกมส์ของฝ่ายตรงข้ามออก

แล้ว สามารถ ใช้เทคนิคทางจิตวิทยา ค่อย ๆ ตะล่อมไล่ต้อน

ให้อีกฝ่ายเดินหมาก เล่นเกมส์ตามที่เราบงการ ได้ตะหากอ่ะคร้าาาาาาาา



อิอิ จิง ๆ น้องนู๋บีก็ม่ะช่ายเซียนหมากรุก

เหมือนลุงโขฯ เพื่อนซี้ลุงวินัย หรอกน้าาาาาา

แต่ ก็พอจะเล่นหมากรุกมั่ง แบ่บงู ๆ ปลา ๆ อ่ะ

เนี่ยเวลาเล่น หมากรุกทีไร รู้ป่ะ เทคนิคที่อิฉันชอบใช้ก็คือ

การเดิน โคน เบี้ย เม็ด สารพัดตัว ไปสังเวย ตัวหมาก

ที่อยู่รายล้อมตัวขุนของฝ่ายตรงข้ามอ่ะคร้าา


6

ครั้นพอ ฝ่ายตรงข้าม มันโดนความโลภครอบงำ

แล้ว ย่ามใจ กินเอา ๆ อย่าง ตะกรุมตะกราม

อิฉัน ก็จะแอบโยกเรือ มาเล็ง ตัวขุน แบ่บไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว อ่ะคร้าาาาา

จากนั้น อิฉันก็ใช้ กลยุทธ เสียม้า เพื่อฆ่าขุน

ด้วยการโยกม้า ไปอ่อย ล่อให้ตัวหมาก ที่บังหน้าตัวขุนอยู่

มันเดินมากินม้า ที่ใช้เป็นนกต่อ



และ เมื่อไม่มีหมากมาบังตัวขุนแร้ววว

เรือที่แอบซุ่มอยู่ เก๊าะ รุก และ ฆาต ได้อย่างชอบธรรม

โดยไม่ต้องกระโตกกระตาก เสียน้ำลาย

เตือนให้ฝ่ายตรงข้าม ได้ทันรู้เนื้อรู้ตัว

นั่นแหล่ะ กลหมากตามสไตล์ ของ ตะละแม่บูเม่ยเนียง เขาล่ะ ฮ่า ๆ



อิอิ...นี่ ๆ ลุงเคยเอา น้ำหวาน มาขีดเป็นเส้น ล่อให้มดมันหลงเดิน

ไปตามกลิ่นหวาน ๆ ตามเส้นทางที่เรา ขีดไว้ไหมล่ะ

เวลาที่เห็นเจ้ามดตัวจ้อย มันเดินตามเส้นทางที่เราลิขิตให้

โดยไม่รู้ประสีประสาเนี่ย มันสนุกดีออกนะ

มันก็เหมือน การ อาศัย กิเลสตัณหา และ ความโลภของคน

มา ยั่วยวนให้หน้ามืด แล้ว เผลอเดินลงนรก

ตามที่เรา วางกลหมาก เอาไว้ไง หุหุ


7

แหม๊ พูดแล้ว ก็อยากให้ อิตาเฒ่าซือหม่าอี้

ได้อ่าน คำบาลี บทนี้จัง


มธุวา มญญตี พาโลยาว ปาปํ น ปจจติ

ยทา จ ปจจติ ปาปํอถ (พาโล) ทุกขํ นิคจฉติ.


ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน

แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น


สำเหนียก สำนึก และ ระลึกไว้

แล้ว บริกรรม ก่อนกินข้าว วันละ 3 เวลาเลยนะจ๊ะ

ทั่นซือหม่าอี้ที่ร้ากกกกก เอิ๊ก ๆ



อ้อ แท้งกิ๋วเจ้าค่ะ ที่มาเล่าสู่กันฟัง

ถึงข่าว อิตาเฒ่าตัณหากลับ ที่ชวนเมียไปเล่นจ้ำจี้

โดยไม่รู้จักบันยะบันยัง จน เมียต้องวิ่งโร่ไปฟ้องหย่า

แหม๊ อ่านแล้ว ก็ขำดีว่ะ งั้น แสดงว่า ไอ้ สมชีวิธรรม 4

ที่ว่า คู่ครองที่ต้องกัน ควรจะเสมอกันด้วย ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา

นี่ มันก็ ไม่เพียงพอ อ่ะดิน สงสัยต้องเพิ่ม ข้อที่ 5

คือ เสมอกันด้วย เซ็กส์ ด้วยล่ะมั้ง จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหา

"เข้ากันได้ แต่ไม่ไหวจะเอา" เอิ๊ก ๆ


8

อืม...นี่ ๆ ถ้า ทั่นลุงซือหม่าอี้ไม่อยากจา เป็นข่าวฉาวโฉ่

แบ่บอิปู่ตัณหากลับรายนี้ น่ะนะ น้องนู่บี จะแนะนำให้ เอาป่ะ

ทางออกน่ะง่ายนิดเดียวอ่ะ คือ....

ลุงวินัย ก็มีเมียทีเดียวพร้อม ๆ กันไปเลย 4 คนดิ

จาได้ มีตัวหารมาช่วยแบ่งเบา เวิร์คโหลด ในการโล้สำเภา ไง หุหุ

อ้อ แล้ว ถ้า ลุงกลัวว่า การมี เมียทีละ 4 เนี่ย

มันจะทำให้ ศีลข้อ 3 ของลุงถลอกปอกเปิก อ่ะนะ

เรื่องนี้ ก็แก้ ไม่ยากส์ ฮ่ะ



ลุง ก็แค่ยอมละทิ้ง ความเป็น พุทธมามกะ

แล้วหันไปรับ อิสลาม จิค๊ะแค่นี้ลุงก็สามารถ ที่จะมีเมีย

เป็น แขกสาว ผิวเข้ม ตาคม

มาหั้ยเปลี่ยนรสเปลี่ยนชาติได้ตั้ง 4 คนแหน่ะ

แถม ไม่ผิดศีล 5 ด้วยน้าาาาาาาาาาา

แหม๊ ? เข้าท่าดีเหมือนกันนะ ลุงวินัย ม่ะสนใจหรือคร้าาา 5555


9

อ้อ แล้ว ไอ้ปัญหาเรื่อง ตัณหากลับ นี่

ถ้า มันทำให้คุณลุงสุมาอี้มีปัญหามากมาย นัก

ก็อย่าเพิ่ง บ้าตาย ไปเรยจร้าาาาาาา

พวกเราเป็นยังเป็น โลกียชน ไม่ใช่ โลกุตรชน นี่หว่า

ถ้าจะหน้ามืด หอบหื่นกำเริบ ด้วยเรื่องพรรณนี้ ไปมั่ง

มันก็ไม่ได้ เป็นเรื่องที่น่าละอาย หรือ ผิดบาปตรงไหน นี่

ตราบเท่าที่ ลุงยังไม่ใช้มารยาสาไถย อะไร

ไปโฆษณาชวนเชื่อ ล่อลวงให้อิสาวไหน

มาเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะ ที่ ดือสมุทร ก๊ะลุงอ่ะนะ เอิ๊ก ๆ



เฮ้ออ ป๊ะป๋าหมาน สอนอิฉัน ไว้ เสมอนะ

ว่า กิน ขี้ ปี้ นอน มันเป็นเรื่อง ธรรมชาตของคน

อิฉัน เรยมีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหมือน อิเจ้ แขก( คำผกา ) อ่ะ

ดังนั้น ถ้า ทำแล้ว มันไม่ ก้าวล่วง ศีล 5 ก็ โอ แระ

ส่วน ไอ้เรื่อง ศีล ข้อ 3 ระดับ อพรหมจริยา เนี่ย

ก็ไม่เห็น ต้อง ซีเรียส อะไร เรยนิ

มันไม่จำเป็นต้องจริงจังอะไรขนาดน้านนน


10

อิอิ ไม่รู้สินะ เวลาเห็นกาทู้

ที่ถามเกี่ยวกับเรื่อง ศีลข้อนี้

อาทิเช่น กาทู้นี้

PANTIP.COM : Y12931836


แล้วอิฉัน ล่ะคันปากยิก ๆ

อยากจะไป ร่วมด้วยช่วยแจม ชะมัดเลย

น่าเสียดายที่ โดนเจี๋ยนอมยิ้มซะก่อน เลย อดแจม

อืม...อิฉันว่า คนส่วนใหญ่ เขาไม่ค่อยเข้าใจ มูลเหตุ

และ ที่มาที่ไปในการบัญญัติศีล ในแต่ละข้อ อ่ะ

อย่าง ไอ้ ศีล ข้อ 3 ระดับ อพรหมจริยา เนี่ย

มันก็แค่ การพยามฝึกควบคุมตัณหาราคะ ของตัวเอง อ่ะนะ



มันก็ไม่ได้หมาย ความว่า เซ็กส์จะเป็นเรื่องที่บาปมหันต์

จนเราจะต้องระวังตัวแจ แล้วมานั่งวิตกจริต จนไม่เป็นอันทำอะไรน่ะ

แต่ ที่มันมีการห้าม แตะเนื้อต้องตัวเพศตรงข้าม เนี่ย

มันก็คงเพราะ เขากลัวเด๋ว มันจะ ช๊อต ล่ะมั้ง 5555

11

ไม่รู้สินะ สำหรับอิฉัน กามราคะ มันก็เหมือน ไฟ อ่ะ

ส่วนการ ถือศีล ข้อ 3 ในระดับ อพรหมจริยา เนี่ย

มันก็เหมือนเป็น การหัดตัดไฟแต่ต้นลม

เพราะ เขาเห็นว่า เรายังไม่เก๋าพอ ที่จะควบคุมไฟ มั้ง

เกิดพลาดท่าพลั้งเผลอขึ้นมา มันอาจลุกพรึ่บ จนไหม้บ้านได้ น่ะ



แต่บังเอิญ อิฉันมันเป็นพวก สวย แจ่ม เจ๋ง และ มีน้ำยาอ่ะนะ

เลย คิดว่า ตัวเองมี ศักยภาพเพียงพอ

ที่จะสามารถ ควบคุม ไฟราคะ ได้แบบชิล ๆ

โดยไม่ต้องบ้าตาย หรือ ประสาทกิน แบบ คนบางคน 555

ประมาณว่า ถึง ตรูจะ ดับไฟราคะ ไม่ได้

แต่ก็มีความสามารถในการ ควบคุม

และ รู้จักใช้สอยประโยชน์จากมัน ได้ว้อยยย หุหุ



อ้อ แล้ว ถ้า คุณลุง จนมุมก๊ะ ปัญหาเรื่อง น้ำมาก เนี่ย

น้องนู๋บี ก็จะช่วยชี้ทางสว่าง ให้นะคร้าาาาา

นี่ ๆ คุณลุงต้อง รู้จัก พลิก วิกฤติ เป็น โอกาส

ด้วยการ เปลี่ยน ไฟราคะ ให้เป็น ทานบารมี

แบบ ไอ้หนุ่ม ในลิ้งค์นี้ อ่ะ อิอิ

"http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338705230&grpid=01&catid=&subcatid="


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:38:03 น.  

 
 
 














From : สุมาอี้ [1 ธันวาคม 2555 01:56]




พอจะมองเห็นช่องทางที่จะมุดรูนางเฒ่าเตียวเสี้ยมได้บ้างแล้วละ.ดีๆ ชอบๆ
ชี้โพรงอ้อมๆให้"กระรอก" เก่าๆตัวโตๆได้มุดกันบ้าง
ก็ไม่เลว,แต่กระรอกตัวนี้ผ่านโลกมานานพอควรแล้ว ไม่ใช่ถึงคราวมุดแล้วจะ
มุดๆๆ เดินหน้าลูกเดียวหรอกน๊าา ก็ต้องดูจังหวะกันว่า จะถอย จะมุด จะหยุด
หรือจะหนี ตามสูตรของประธานเหมาเจ๋ตุง
สมัยพากองกำลังชาวนายึดครองประเทศจีนไง

พอเดาออกละว่าตั๋งโต๊ะคือใคร โอเค


เรื่อง "น้ำมาก" นั่นอย่าห่วงหน่อยนา ยังไงก็มีระบชลประธานที่ดีเยี่ยม
ระบายได้ทุกๆวันอยู่แล้ว ก็ฮอร์โมนมันยังทำงานดีไม่เคยหยุด
แล้วจะให้ว่าไงละ ?

แต่ยังไงเรื่องนี้ เฒ่าสุมาอี้ ก็ไม่มีรสนิยมไปซื้อหาตามสาธารณะ
เพราะมีนิสัยกลัวโรคขึ้นสมอง กลัวเอดส์เป็นอันดับ ๑
สมัยมาเรียนหนังสือกรุงเทพใหม่ๆ พี่ๆพาไปขึ้นครูก็ป้องกันซะอย่างดิบดี
แค่ครั้งเดียวก็ไม่เอาอีก เมื่อจบมาทำงานก็เอาแค่ ๒-๓ ครั้งตามใจเพื่อนๆ
แต่ก็ป้องกันแบบสุดๆ หลับหูหลับตาซอย พั๊บๆๆเสร็จ...

สุมาอี้ชอบแบบประเภทของดีๆ ที่ไม่ใช่ได้มาด้วยการซื้อหานะ
ของดีแบบนี้จะตั้งใจ"ประเคน" ให้ครบเครื่องโดยไม่ตะขิดตะขวง
เพราะวางใจได้เรื่องไม่มีโรค แต่ก็นานๆเจอที ฮ่าๆๆ















From : Jimbovy [28 พฤศจิกายน 2555 21:44]




จร้าหมามี๋ แก้ว เพราะเข้าใจบาบาทไง จร้า

เตือนด้วยความเป็นห่วงกลัวโดนลูกหลง ไส้ทะลักเอา

รัก เสมอนาจร้า จุฟฟฟ















From : Jimbovy [30 พฤศจิกายน 2555 09:33]


มีเรื่อง ฟ้องร้อง เอาไปลงบล้อค นู่บี ได้เลย

ว่าปุ่แมท และสาวก เล่นไม่แฟร์ บล้อคผม มัดมือมัดเท้าไม่ให้ตอบโต้

จากนั้นออกมาจากถ้ำ มาด่า ผมเย้วๆๆ

ผมขอท้าว่าแน่จริง อย่ามัดมือมัดเท้าสิ ปู่แมท

นู๋บี ช่วย ปชส ให้ด้วยนะครับ
















From : สุมาอี้ [29 พฤศจิกายน 2555 01:26]



(๑)

-ยังไม่รู้เลยว่า ใครคือ ตั๋งโต๊ะ ใครคือลิโป้ ?

แต่ยังไงก็ตาม นู๋บีห้ามเอาชื่อสุมาอี้ไปเปิดเผยเด็ดขาดว่าคือใคร ไม่งั้นเจอเมื่อไหร่จะหักคอทิ้งเอาไปถ่วงน้ำครำในคลองของกทม.


-ก็กรณีที่ศาลตัดสินคดีทักษิณไม่ยุติธรรม
นั่นแหละ.แม้จะชอบทักษิณเพียงเรื่องเดียวคือความเก่งทางด้านเศรษฐกิจ
เรื่องอื่นๆของทักษิณไม่ชอบสักอย่างเลย แต่ยังไงศาลก็ควรจะยุติธรรม


-เห็นในลิ้งค์ที่ส่งมา เขาคุยกันเรื่องทำยังไงให้สาวๆถึงจุดออกัสซั่ม
ฮ่าๆๆ.เรื่องนี้ต้องมีวิธี
ไม่ใช่เพียงแต่ลูบๆคลำๆจับๆจูบๆหรือขย่มแบบทนนานจนเอวเคล็ด ก็ตาม
เพราะผู้หญิงมากมายแม้จะโดนเล้าโลมครบเครื่องขนาดนั้น
ก็ยังไม่ถึงออกัสซั่มสักที ทั้งนี้สาเหตุเพราะฝ่ายชายงี่เง่า
ไม่รู้ว่าจุดสำคัญคือความรู้สึกในใจของฝ่ายหญิง
ถ้าไม่เคลียร์ความรู้สึกในใจของฝ่ายหญิงให้สุขสบายเต็มที่ก่อน ต่อให้ใช้มือ
ใช้ลิ้นหรือใช้หอกโมกขศักดิ์ หรือขย่มได้ทนนานเป็นชั่วโมง
เก่งขนาดไหนก็ตาม ยังไงฝ่ายหญิงก็ไม่มีทางถึงได้หรอก ฮ่าๆ
.แต่ถ้าหาวิธีทำให้ใจของฝ่ายหญิงรู้สึกสุขสบายเต็มที่ก่อน
แค่จี้แป๊ปเดียวก็จี๊ดแล้ว และจะจี๊ดๆได้ติดๆกันหลายๆครั้งด้วย


(๒)

-ดูดวงไม่เป็นเลยจ้าา ทูนหัว...ก็เคยดูบ้างสมัยหนุ่มๆ แต่เป็นแค่ดูลายมือ
เพราะอยากเอาไว้ใช้จับมือสาวๆ แค่นั้น ..แต่เดี๋ยวนี้ลืมหมดแล้ว
เพราะไม่สนใจ เนื่องจากไม่เชื่อเรื่องดวงนะจ๊ะ ..เชื่อเรื่องใจเราเอง
หรือกรรมเราเอง ดีที่สุด .. จะทำอะไรก็พิจารณาหาข้อมูลเหตุผล
ไม่เคยสนใจเรื่องดวงเลย


ถ้าเจอนู๋บีเมื่อไหร่ จะให้ดูลายมือก็ได้ จะจับมือดูเล่นได้ทั้งวัน ฮ่าๆๆ...

-ถ้ามาเป็นหญิงของสุมาอี้ จะคล้องพาไปเที่ยวสวรรค์ด้วย นิพพานด้วย
ไม่ยากหรอก เพราะรู้เส้นทางดีอยู่แล้ว จะกลัวอะไรกัน ? แบบนางวิสาขา หรือ
อนาถบิณธิกะ ไง ท่านทั้งสอง ชอบมีความสุขในกามด้วย และไปนิพพานด้วย
เพราะพวกท่านยินดีในภพ และยินดีในนิพพานด้วย
ท่านทั้งสองจึงค่อยๆขึ้นสวรรค์ไปทีละขั้นๆๆ เสพย์กามสุขไปเรื่อยๆๆ
แล้วไปนิพานในชั้นพรหมสุดท้ายทีหลัง ท่านไม่รีบร้อนหลุดพ้นไวๆ
..ชอบแบบนี้ไหมละ ถ้าชอบแบบนี้ก็มาร่วมวงตุนาหงันกับสุมาอี้ได้เลย


(ปริศนาธรรม โกอานของวันนี้ .. 6.5 นิ้วจ้าา .เดาคำตอบเอาเอง ฮิๆๆ..คงพอจะโดดเด่นในสนามสู้วัวกะทิงได้นะ ฮ่าๆๆ)

 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:38:51 น.  

 
 
 













To : สุมาอี้ [29 พฤศจิกายน 2555 23:38]




1

อ้าวววว จนถึงป่านนี้แร้ว

ลุงวินัย ยังไม่เก็ท อีกหรอคร้าาาา

ว่า ตั๋งโต๊ะ ก๊ะ ลิโป้ นั้น คือครายยยยยยยยย ?

ขานั้นน่ะ เซเลบตัวพ่อ ในห้องศาสดา เรยน้าาาา อิอิ


เอ ? หรือว่า แท้จริงแล้ว

ทั้งตั๋งโต๊ะ ก๊ะ ลิโป้ ก็ล้วนแล้วแต่ไม่มีตัวตนจริง ๆ

เหมือน ๆ กับที่ ซือหม่าอี้ มันไม่มีน้ำยา ล่ะหว่า

แล้วที่ผ่าน ๆมานั้น ตะละแม่เทียวเสี้ยมคนนี้ มัน สตอเบอรี่

หลอกเอาของปลอมมาโฆษณาเกินจริง เพื่อเพิ่มมูลค่า ล่ะนี่ ?



แหม๊ ? เนื่องจากวันนี้ น้องนู๋บี อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ฮ่ะ

ที่ ลุงวินัย อุส่า เอาเลขท้าย 2 ตัว เอ๊ย ปริศนาธรรมโกอาน มาให้ แทงหวย

งั้นเด๋ว สาวสวยผู้ทรงศีล จาเปิดหน้าไพ่โชว์ก็ได้คร้าาาาว่า ครายคือ ลิโป้

เอ ? แต่ว่า บอกเฉย ๆ มันก็ดูเลื่อนลอย อ่า

เอาเป็นว่า ลุง ก็ลองไป คลิ๊กดู ที่ปุ่ม reply

ใน หลังไมค์ ของนาย....ที่ ลิงค์ข้างล่างนี้ดีป่ะ หุหุ


....


2

อิอิ ลุงวินัยเจ้าขราาาา คราวนี้ รู้ หรือยังล่ะเจ้าคะ

ว่า ทำไมเวลาที่ น้องนู๋บี ไปจวก คนบางคนเหย็ง ๆ

ไอ้หมอนั่นมันถึงเงียบกริ๊บบบบบ ไม่กล้าโต้ตอบ โฮ่ ๆ


อืม...ไม่ใช่เพราะว่า อิฉันนั้นเป็น เพศแม่

ที่เจ้าลิโป้มันต้องยอมอ่อนข้อให้หรอกนะ

ก็ขนาด อิเจ้ .... ก๊ะ เจ้.....

ก็เป็นผู้หญิงยิงเรือเหมือน ๆ กัน อิฉัน ยังเห็นมัน จิกหัวตบ

แล้วจรเข้ฟาดหาง จนกลิ้งแล้วกลิ้งอีกเรยนิ



แต่ ที่อิฉัน ถือไพ่ เหนือกว่า ลิโป้ มากกว่าแม่ 2 คนนั้นน่ะ

เป็นเพราะว่า อิฉันมีสองสิ่ง ที่ ตั๋งโต๊ะ และ สุมาอี้ ไม่มีไง เจ้าคะ

สองสิ่งนั้น ก็คือ 1. มิตรภาพระหว่างกัน

และ2....มารยาหญิง ห้าร้อยเล่มเกวียน ! หุหุ




เอาล่ะ ในเมื่อ ลุงรู้แล้ว ว่า ใครคือ ลิโป้

ลุงคิดหรือว่า ตอนที่ อิตาเฒ่าสุมาอี้ มันยุ ยิก ๆ

ให้ อิฉัน กระโดดเข้าจิกหัวตบแล้วขย้ำคอหอย ทั่นลิโป้ นั้นน่ะ

อิฉันจะบ้าจี้ ทำตามคำชี้โพรงให้กระรอกของมันหรือค๊ะ


3

เฮ้ออ แม้ จะไม่สนิทกะ ทั่นลิโป้เท่าไร

แต่ไงซะ สำหรับ อิฉัน น่ะ ก็ถือว่า

ทั่นลิโป้ มันเป็น กัลยา ณ มิตร เสมอว่ะ

ถึงจะหมั่นไส้มันแค่ไหน อย่างมากก็แค่เม้งแตก

แล้ว หาเรื่องเขกกระโหลกมันเล่นซักโป๊กสองโป๊ก

จากนั้น ถ้า มันงอล น่ะนะ ก็ค่อยหาโอกาสไปง้อ

ขอคืนดีพ่อเจ้าประคุณ อีกครั้ง อิอิ



นี่ ๆๆๆๆ ลุงวินัยเจ้าขราาาา จะบอกให้น้าาาาา

ตอนแรก ที่ เห็นอิตาเฒ่าสุมาอี้หัวงู

มันหลังไมค์มาร้อง จู่จุ๊กกรู ด้วย น่ะ

อิฉันก็รู้สึกเหมือน เห็น หมูวิ่งมาชนปังตอ ฮ่ะ

ยังนึกครึ้ม กะว่า จะหลอกใช้อาศัยตาแก่คนนี้มาเป็นบันไดเหยียบ

แล้วเก๊าะตัดหัว มันมาเสียบประจาน เอาไปใส่พาน

ไว้เป็นของกำนัล ให้ทั่นลิโป้ ที่หน้าบอร์ดเล๊ย หุหุ


4

อุ๊ยต๊ายย ว้ายกรี๊ดดดด น้องนู๋บีม่ะพูดแล้วดีกว่าฮ่ะ

เด๋วจะโดน ไอ้เฒ่าหื่น มัน ประทุษร้ายเอาคร้าาาา

เฮ้ออ จิง ๆ ไอ้เรื่อง จะ โดนมันหักคอทิ้ง

เอาไปถ่วงน้ำครำในคลองของกทม. เนี่ย

น้องนู๋บี ก็ บ่หยั่น บ่ย่าน ก๊ะ ถ้อยคำข่มขู่ ของไอ้เฒ่าขี้ฮกนั่นหรอกน้าาา



ก็ขนาด มันขู่ว่า ถ้า น้องนู๋บี เอาหลังไมค์ ไป เปิดโปง

มันจะโกรธ จน ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ

อิช้าน ก็เห็นมันยัง ส่ายหางระริกระรี้

หาเรื่องชวนน้องนู๋บีไปเล่นจ้ำจี้หอยเสียบ อยู่ตลอดๆๆ เลยคร้าา

ฉะนั้น ไอ้เรื่องที่จะโดน ขู่ว่า จะหักคอจิ้มน้ำพริกนี่ มีหรือ อิฉานจะกลัว



ถ้าจะกลัว อ่ะน่ะ อิฉันกลัวว่า ถ้าแกล้ง คนแก่มากเกินไป

เด๋ว อิตาเฒ่าซือหม่าอี้ มันจาทนชีช้ำไม่ไหว

แล้วแอบไปนั่งร้องห่มร้องไห้ กัดชายผ้าห่ม อะซิก ๆ มากกว่าคร้าาา

เฮ้ออ ขี้เกียจโดนประณาม ว่า เป็นคนสวยใจดำ

ทำร้ายได้ แม้กระทั่ง คนเฒ่า ฮ่ะ หุหุ

อ้อ จิงดิ ในเมื่อ อิฉัน เฉลยแล้ว ว่า ไผ คือ ทั่นลิโป้

งั้นคงไม่ต้องบอกล่ะมั้ง ว่า ครายคือ ทั่นตั๋งโต๊ะ

ที่ถูกเจ้าลิโป้ มันเอาหอกเสียบหน้าอก จนตายแหงแก๋ ? อิอิ


4

เออ แล้วที่ ลุงบอกว่า ศาลตัดสินคดีทักษิณไม่ยุติธรรม นี่

มันคดีอะไรอ่ะเจ้าคะ แบ่บว่า สงสัยอ่ะ เพราะ ทักกี้ อ่ะนะ

คดีทั่นท่วมหัวท่วมหู อิฉันก็เรย ม่ะชัวร์ ว่าคดีไหน แหะ ๆ



อ้อ แล้ว ก็ขอบใจนะเจ้าคะ

ที่ เอาเทคนิค ซั่ม กันยังไงให้ถึงออกัสซั่ม

มาเล่าสู่กันฟังเป็น ธรรมทาน

แถมยัง เอาขนาดหนอนชาเขียว

มาคุยโวโอ้อวดให้ฟังอีกตะหาก


แหม๊ อ่านแล้ว ก็นึกถึง เจ้าหลานชายนอกไส้ อย่างไอ้แง่บศักดิ์ จังอ่ะ

เพราะ ว่า ขานั้น มันก็ชอบเอาเรื่องพรรณนี้ มาโม้เหม็น

ให้ชาวบ้านชาวช่อง รับฟังเป็นประจำเหมือนกั๊น

เฮ้อออ รู้สึกว่า พวกพูชายพายเรือ

มันจะภูมิอกภูมิใจในเรื่องพวกนี้กันจังอ่ะ


แต่ก็แปลกเน๊าะ ขนาดพวกมันคุยโว

เล่าถึงคุณภาพน้ำยา เสียใหญ่โต

แต่ ทำไม๊ ทำไม น้ำยาของพวกมัน

ถึงได้ทำให้ ผู้สาวประทับใจไม่ได้

จนพวกมันกลายเป็นผู้บ่าวเฒ่าล่ะหว่า

ว้าาาาา สงสัยว่า ไอ้ที่ แพล่ม ๆ มานั้นน่ะ

คงจะเป็นเพียงแค่ราคาคุยของไอ้เฒ่าทึนทึก

ประมาณว่า นึกคึกคะนอง เรยร้องโฆษณาเกินจริง

เพื่อเพิ่มมูลค่า ล่ะมั้ง ฮ่า ๆ


5

อ๊ะ ๆๆๆ แล้วคุณลุงก็ไม่ต้อง มาทำเป็นท้า

ให้พิสูจน์เหย็ง ๆ เรยนะยะ

น้องนู๋บีก็แค่ ถามเรื่อยเปื่อย

ตามประสา พูยิง ขี้ฉงฉัย ไปงั้นเองแหล่ะคร้าาาาา

และถึงตะละแม่เทียวเสี้ยมคนนี้

มันจะเป็นสาวกของลัทธิเสพสุขจากทวารทั้ง5



แต่ก็คงไม่คิดจะ ไปร่วมวงตุนาหงันกับสุมาอี้

เพื่อพิสูจน์ รสชาติ "ทิพยอาโป" คุณภาพระดับเป็นทิพย์

ของไอ้บ่าวเฒ่าที่ไหนหรอกน้าาาาาาาาาาาาาาาาาา

แบ่บว่า กลัวจะเจอแต่น้ำมูตรเน่า ๆ อ่ะคร้าาา 555

ที่สำคัญ สภาวะไคลแมกซ์ อ่ะนะ

มันไม่จำเป็นต้องเกิดจากเซ็กส์อย่างเดว อ่า

แหม๊ ? ลุงเองก็เป็น ลูกศิษย์พระป่า ภาษาอะไรวะเนี่ย



หัดนั่ง ' มาธิปฏิบัติธรรมมาตั้งนมนาน

ลุงไม่เคยรู้หรือไงกันนะ ว่า บางครั้ง น่ะ

แค่ นั่งสมาธิอย่างเดียวก็เสียวได้คร้าาา

ไม่เห็นจะต้อง เหนื่อยยากลำบาก

คอยเปิดดากให้ใครมาทิ่มแทง

จนต่อเวรสร้างกรรม ก๊ะใคร ๆ ให้เสียเวลา ปฏิบัติ เรยนิ

อีกอย่างอิฉันน่ะ บ่ พิสมัย วิสาขา สไตล์ หรอกน้าาาา

อิฉันน่ะ อยากเดินตามรอยเท้า ของ พระเขมาเถรี ตะหากจร้าา

( ถึงได้มี พญามารผู้บาปหนา หาเรื่องมา ล่อลวง ยิก ๆ งี้ไง ฮ่า ๆ )


6

ด้วยเหตุฉะนี้ ขอเชิญ คุณลุงเก็บล๊อค

ซ่อนไว้หลายๆชั้นแบบเหล้าสองร้อยปี

รอคนมีบุญมาจิบมาดื่มกินให้เมาค้าง ต่อไปเหอะคร้าาาา

ทั่นซือหม่าอี้ เจ้าขราาาาาาาาาาาาาาา

อย่าได้มาทำหื่นจนหน้ามืด

แล้ว"ชักออกจากฝัก" ง่าย ๆ เรยน้าาา

เด๋ว ขี้สนิมร่วงกราววว ขึ้นมา

จะขายขี้หน้า น้องนู๋บี มิรู้ด้วย ...

เฒ่าชะแรแก่ชรา แล้วน้าาา คุณลุง

อย่าทำอะไรที่มันฝืนสังขารขันธ์นักเรยคร้าา เอิ๊ก ๆ


เอ ? นี่ ๆ ลุงวินัยเจ้าขราาาาาา

ถ้า น้องนู๋บีนึกครึ้ม ตั้ง กาทู้ ไปร้องถาม ชาวบ้าน ณ ห้อง ศาสดา

ว่า ลุงวินัยเพื่อนซี้ลุงโขตาน เป็น คัสซาโนว่า ที่แท้จริง หรือไม่ ?

กระทู้ ของน้องนู๋บี อันนี้ จาได้ขึ้นเป็น กาทู้แนะนำ หลายอาทิตย์ซ้อน

เหมือน กาทู้ ของ ไอ้นู๋กดข้าม แฟนขับ ของลุงโขฯไหมน้อออ ? //wink







 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:39:23 น.  

 
 
 














From : สุมาอี้ [30 พฤศจิกายน 2555 01:01]




จ๊ากกๆๆๆ

ดูๆไปถ้าใครมาบอกว่าผู้หญิงยิงเรือหรือจะยิงอะไรๆก็ตามมีมารยา๑๐๘เล่มเกวียน
รู้สึกไม่คิดจะเชื่อเท่าไหร่นัก
แต่ถ้าใครเกิดมาบอกว่านู๋บีมีมารยาหมื่นเล่มเกวียนก็ชักรู้สึกว่าจะเชื่อ
มากกว่า.อ๊วกๆรู้สึกเสียวสันหลังซะแล้ว(เป็นความเสียวอีกแบบนะ
ไม่ใช่แบบจะขึ้นสวรรค์ไปนั่งจี๋จ๋อกับเหล่าประดานางฟ้าเอ๊าะๆ..แต่เป็นแบบ
เสียวจะลงนรกไปคุยกับนายนริยบาล นะซี)

แต่ว่าไปมารยาเยอะแบบนู๋บีนี่ก็เป็นความเซ๊กซี่ไปอีกแบบเหมือนกัน(แต่ ว๊ากก น่ากลัวชิ๊ปหายเลย).



โธ่ๆๆ เรื่องน้ำยานี่แหละที่สุมาอี้มีปัญหามากๆเลย
มันยังมีเรื่อยๆๆไม่เคยหยุดเหมือนสมัยอายุ ๒๐ เล๊ยย
ต้องเปิดก๊อกทิ้งทุกๆวัน วันละ ๓-๔ ครั้งก็มี
จะบ้าตาย.ไม่สังเกตบ้างหรือว่าสุมาอี้ไม่เคยไปให้อุบายตอบใครเลยในคำถามว่า
จะละกามยังไง
เพราะรู้ตัวว่ายังจนมุมกับปัญหานี้แกะไม่ออกซะที.เคยเห็นข่าวเมื่อประมาณ ๓
ปีก่อนไหมละ ที่รายงานว่ามีเฒ่าอายุเกือบ ๘๐รายหนึ่งที่ปทุมธานี
ได้เมียสาวอายุ ๓๕ปรากฏว่าเมียหนีไปแจ้งตำรวจขอหย่า เพราะสู้ตาเฒ่าไม่ไหว
โดนโย้สำเภาวันละ ๖-๗ ครั้งทั้งวันทั้งคืนจนเหนื่อยแทบตาย
สุมาอี้มั่นใจตัวเองว่า ไม่แพ้ตาเฒ่านั่นแน่นอน ไม่ใช่โม้


















To : สุมาอี้ [1 ธันวาคม 2555 00:18]



1

อ้าววววววววววววววววววววว ลุงวินัยเจ้าขราาา

น้องนู๋บี เปิดผ้าโชว์หน้าไพ่ ว่า ใครคือทั่นลิโป้ แค่นี้

เหตุใดไย เซียนไพ่ อย่าง ทั่นซือหม่าอี้ เพื่อนซี้ลุงโขฯ

จึงได้ หวาดกลัวจนตัวสั่น งันงก กลายร่างจาก มังกรเหนือเมฆ

เปลี่ยนเป็น หนอนชาเขียวเสียวสันหลังวาบ ๆ ไปได้ล่ะนิ อิอิ



อะโหยยย กัวอะไร กันนักกันหนาเนี่ย

เฮ้ออออออออ น้องนู๋บี ก็แค่ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ

ลุงวินัยตบหัวทีเดียว น้องนู๋บีก็ล้มคว่ำคะมำหงาย

ลงไปคลุกฝุ่น นั่งร้องไห้แง ๆ แระคร้าาาาาาาาาาาา

ฉะนั้น น้องนู๋บี มีหรือจะกล้า ทำอารัยให้คุณลุงขุ่นข้องหมองใจ

ไอ้ฉายา ม่วยม่วยอำมหิต ที่ ป๋าจิตซังฯ ตั้ง หั้ยน่ะ

มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงซะหน่อย น้าาาาา อย่ากัวไปเรยคร้าาา

แหม ๆ ทำเป็นกระต่ายตื่นตูม ไปด้ายยย


อืม...แล้วไหนลองบอกน้องนู๋บีทีซิ

ว่า ถ้า ลิโป้ คือ .... แล้ว ครายคือ ทั่นตั๋งโต๊ะ เหอ...เหอ...


2

เออ ว่าแต่ว่า ลุงวินัยช่วย วิเคราะห์ กลไพ่ ให้ทีดิ

ว่า เคสของ อิตาเฒ่าซือหม่าอี้ นั่นน่ะ

ในวงดรัมมี่ เรียกว่า ทิ้งโง่สะเปโต ให้อีกฝ่ายน๊อคมืดไปเลย

จนหมดตัวแหล่วววววววววววว ช่ายอ๊ะปล่าคร้าาาา อะคริ ๆ



แหม ? นี่ ถ้าหั้ยเซียนหมากรุกอย่างลุงโข

มาวิจารณ์ คงบอกว่า จนตาแปด

จะล้มกระดานก็ไม่ทันซะล่ะมั้ง ฮ่า ๆ



เฮ้ออ แต่พูดก็พูดเหอะน้าาา น้องนู๋บีล่ะ สงซ้าน สงสาร

อิตาเฒ่าตัณหากลับ อย่างเจ้าซือหม่าอี้จังเรยฮ่ะ

ที่โดนกลยุทธ์ "จับกระต่ายในโพรง"

จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด

ขึ้นอยู่กับฝ่ายที่กำชัยชนะว่าจะเอายังไง ?



เอ๊ ? ลุงวินัยเจ้าขราาาาา ช่วย น้องนู๋บี คิดหน่อยจิค๊ะ

ว่าจะเอาไงก๊ะ กระต่ายในโพรง แบบอิตาเฒ่าชีกอตัวนี้ดีน้ออออ

จะสั่งให้มัน ไปขี่ไม้กวาดวิ่งรอบวัดหินหมาเป้ง สัก 3 รอบ

หรือ ดีดมะกอก 10 ที แบ่งเป็น ดีดเบา ๆ 5 ทีและ ดีดแรง ๆ 5 ที ดีล่ะหว่า

อืม...หรือว่า จะตบกะโหลกมันสักโป๊กสองโป๊ก

แล้วค่อย ๆ บรรจงลูบหลังแผ่ว ๆเพื่อปลอบประโลม

ให้มันหายขวัญหนีดีฝ่อดีน้าาาาา อืม...ตัดสินลำบากจังเยยยย 555


3

อิอิ...ล้อเล่นคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

แหม ๆ น้องนู๋บี น่ะ เอ็นดู คนเฒ่าจะตายไป

คงไม่ทำอะไรให้ คนแก่หัวใจวาย ตายคาอก หรอกคร้าาา

ยังไง ก็คงจะยัง ร้อยก้นไว้ใช้งาน...เอ๊ย...เก็บตาเฒ่าคนนี้

ไว้ในฐานะ กัลยา ณ มิตร ( คิดไม่ซื่อ ) อยู่ดีอ่า สบายใจได้ 555

อืม...อิฉันให้ความสำคัญกับคำว่า มิตรภาพ ค่อนข้างมากนะ

ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายคนที่เป็น สหาย ซ้าที

ส่วนที่ ผ่าน ๆ มานี่ น้องนู๋บีก็แค่แหย่เล่น เท่านั้นเอง

ต้องปรามไว้จิ๊ดนุงส์ฮ่ะ อิตาเฒ่าชีกอมันจะได้ไม่เอาลิ้นมาเลียแผล่บ ๆ
แล้ว ลามปามเป็นขี้กลาก หาเรื่องจะลากขึ้นเตียงได้ตลอด ๆๆ หุหุ



อีกอย่าง น้องนู๋บีอยากจะสอน บทเรียน(ค่อนข้างแพง)

ให้ อิตาเฒ่า ซือม่าอี้มันด้วยคร้าาาาา

ว่า ทีหลังอย่าเจื๋อก เผลอคะนองปากอีก

เพราะปลาหมอจะตายเพราะปากตนเอง นั่นเอง....

แหม๊ ? คุ้น ๆ ไหมค๊ะ ลุงวินัยเจ้าขราาา

น้องนู๋บี ก็แค่จำขี้ปากลุงโขฯ มาแพล่ม อ่ะคร้าาา

เห็น ลุงโขเคยพูดไว้ ในกาทู้อวสานเซลล์แมน

แล้ว รู้สึกว่า มันเท๊ เท่ห์ เรยหลอยมาใช้ฮ่ะ โฮ่ ๆ


4

เออ แล้ว ทั่นขงเบ้ง ฝากเลคเชอร์

หั้ย เซียนหมากกระดานอย่างซือหม่าอี้ ฟังด้วยอ่ะ ว่า ...


เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว

เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร ?


จำไว้ให้ขึ้นใจ นะจ๊ะ คุณลุงซือหม่าอี้

ทั่นมังกรตกก้อนเมฆ เอ๊ยมังกรเหนือเมฆ

เห็นหัว ไม่เห็นหาง เห็นหางไม่เห็นหัว อิอิ

เฮ้ออ แต่พูดก็พูดเหอะนะ เวรกรรมไม่น่าชักนำ

ให้ลุงแกโคจรมาเจอ ก๊ะ แม่นางบูเม่ยเหนียงเรย ว่ะ

เพราะ รายนั้นน่ะ อีเป็น นงพญาหงส์เหนือมังกร

ประมาณว่า เห็นหัวก็เหยียบหัว เห็นหางก็เหยียบหาง

ทำให้ศัตรูหลงวนอยู่ใน อเวจีพิสวาท จนซรวยลิ่วไปเลยอิอิ



อืม...พูดถึง เรื่องหมากรุก นี่ ลุงวินัยรู้ป่ะ ?

ว่าบางทีเราก็สามารถวิเคราะห์ สันดาน เอ๊ย นิสัยของคนเล่น

ผ่านการโขกหมากในกระดาน ของคน ๆ นั้นได้ด้วย น้าาา

อย่าง อิตาเฒ่าซือหม่าอี้ นี่นะ ถ้าจะให้วิจารณ์

มันก็เป็นพวก ชอบบุกตะบี้ตะบัน โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ อ่ะคร้าาา

และ ถ้า เดาไม่ ผิด อ่ะนะ มันคงมีความสุข

ก๊ะการ พยามไล่ต้อนคู่ต่อสู้ให้จนมุม

แล้วก็ แหกปาก พูดว่า รุกๆๆ ตลอด แหง๋ ๆ เรย


5

เฮ้ออ...แต่ไอ้ซือหม่าอี้ มันไม่รู้หรอกคร้าาาาา

ว่า การไล่ต้อนคู่ต่อสู้ให้จนมุม แล้ว ใช้ เบี้ย ขยี้ ขุน จนแตกพ่าย

ทำให้ คู่ต่อสู้ อับอายแทบกระอักเลือดตาย

เพราะต้องปราชัย อย่างไร้ศักดิ์ศรี เนี่ย

มันก็แค่ ความสนุกแบบเด็ก ๆ เล่นขายของ อ่ะค่ะ



ความสนุกของการเล่นหมากรุกที่แท้จริง นั้น

มันอยู่ที่ การสามารถ อ่านเกมส์ของฝ่ายตรงข้ามออก

แล้ว สามารถ ใช้เทคนิคทางจิตวิทยา ค่อย ๆ ตะล่อมไล่ต้อน

ให้อีกฝ่ายเดินหมาก เล่นเกมส์ตามที่เราบงการ ได้ตะหากอ่ะคร้าาาาาาาา



อิอิ จิง ๆ น้องนู๋บีก็ม่ะช่ายเซียนหมากรุก

เหมือนลุงโขฯ เพื่อนซี้ลุงวินัย หรอกน้าาาาาา

แต่ ก็พอจะเล่นหมากรุกมั่ง แบ่บงู ๆ ปลา ๆ อ่ะ

เนี่ยเวลาเล่น หมากรุกทีไร รู้ป่ะ เทคนิคที่อิฉันชอบใช้ก็คือ

การเดิน โคน เบี้ย เม็ด สารพัดตัว ไปสังเวย ตัวหมาก

ที่อยู่รายล้อมตัวขุนของฝ่ายตรงข้ามอ่ะคร้าา


6

ครั้นพอ ฝ่ายตรงข้าม มันโดนความโลภครอบงำ

แล้ว ย่ามใจ กินเอา ๆ อย่าง ตะกรุมตะกราม

อิฉัน ก็จะแอบโยกเรือ มาเล็ง ตัวขุน แบ่บไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว อ่ะคร้าาาาา

จากนั้น อิฉันก็ใช้ กลยุทธ เสียม้า เพื่อฆ่าขุน

ด้วยการโยกม้า ไปอ่อย ล่อให้ตัวหมาก ที่บังหน้าตัวขุนอยู่

มันเดินมากินม้า ที่ใช้เป็นนกต่อ



และ เมื่อไม่มีหมากมาบังตัวขุนแร้ววว

เรือที่แอบซุ่มอยู่ เก๊าะ รุก และ ฆาต ได้อย่างชอบธรรม

โดยไม่ต้องกระโตกกระตาก เสียน้ำลาย

เตือนให้ฝ่ายตรงข้าม ได้ทันรู้เนื้อรู้ตัว

นั่นแหล่ะ กลหมากตามสไตล์ ของ ตะละแม่บูเม่ยเนียง เขาล่ะ ฮ่า ๆ



อิอิ...นี่ ๆ ลุงเคยเอา น้ำหวาน มาขีดเป็นเส้น ล่อให้มดมันหลงเดิน

ไปตามกลิ่นหวาน ๆ ตามเส้นทางที่เรา ขีดไว้ไหมล่ะ

เวลาที่เห็นเจ้ามดตัวจ้อย มันเดินตามเส้นทางที่เราลิขิตให้

โดยไม่รู้ประสีประสาเนี่ย มันสนุกดีออกนะ

มันก็เหมือน การ อาศัย กิเลสตัณหา และ ความโลภของคน

มา ยั่วยวนให้หน้ามืด แล้ว เผลอเดินลงนรก

ตามที่เรา วางกลหมาก เอาไว้ไง หุหุ


7

แหม๊ พูดแล้ว ก็อยากให้ อิตาเฒ่าซือหม่าอี้

ได้อ่าน คำบาลี บทนี้จัง


มธุวา มญญตี พาโลยาว ปาปํ น ปจจติ

ยทา จ ปจจติ ปาปํอถ (พาโล) ทุกขํ นิคจฉติ.


ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน

แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น


สำเหนียก สำนึก และ ระลึกไว้

แล้ว บริกรรม ก่อนกินข้าว วันละ 3 เวลาเลยนะจ๊ะ

ทั่นซือหม่าอี้ที่ร้ากกกกก เอิ๊ก ๆ



อ้อ แท้งกิ๋วเจ้าค่ะ ที่มาเล่าสู่กันฟัง

ถึงข่าว อิตาเฒ่าตัณหากลับ ที่ชวนเมียไปเล่นจ้ำจี้

โดยไม่รู้จักบันยะบันยัง จน เมียต้องวิ่งโร่ไปฟ้องหย่า

แหม๊ อ่านแล้ว ก็ขำดีว่ะ งั้น แสดงว่า ไอ้ สมชีวิธรรม 4

ที่ว่า คู่ครองที่ต้องกัน ควรจะเสมอกันด้วย ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา

นี่ มันก็ ไม่เพียงพอ อ่ะดิน สงสัยต้องเพิ่ม ข้อที่ 5

คือ เสมอกันด้วย เซ็กส์ ด้วยล่ะมั้ง จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหา

"เข้ากันได้ แต่ไม่ไหวจะเอา" เอิ๊ก ๆ


8

อืม...นี่ ๆ ถ้า ทั่นลุงซือหม่าอี้ไม่อยากจา เป็นข่าวฉาวโฉ่

แบ่บอิปู่ตัณหากลับรายนี้ น่ะนะ น้องนู่บี จะแนะนำให้ เอาป่ะ

ทางออกน่ะง่ายนิดเดียวอ่ะ คือ....

ลุงวินัย ก็มีเมียทีเดียวพร้อม ๆ กันไปเลย 4 คนดิ

จาได้ มีตัวหารมาช่วยแบ่งเบา เวิร์คโหลด ในการโล้สำเภา ไง หุหุ

อ้อ แล้ว ถ้า ลุงกลัวว่า การมี เมียทีละ 4 เนี่ย

มันจะทำให้ ศีลข้อ 3 ของลุงถลอกปอกเปิก อ่ะนะ

เรื่องนี้ ก็แก้ ไม่ยากส์ ฮ่ะ



ลุง ก็แค่ยอมละทิ้ง ความเป็น พุทธมามกะ

แล้วหันไปรับ อิสลาม จิค๊ะแค่นี้ลุงก็สามารถ ที่จะมีเมีย

เป็น แขกสาว ผิวเข้ม ตาคม

มาหั้ยเปลี่ยนรสเปลี่ยนชาติได้ตั้ง 4 คนแหน่ะ

แถม ไม่ผิดศีล 5 ด้วยน้าาาาาาาาาาา

แหม๊ ? เข้าท่าดีเหมือนกันนะ ลุงวินัย ม่ะสนใจหรือคร้าาา 5555


9

อ้อ แล้ว ไอ้ปัญหาเรื่อง ตัณหากลับ นี่

ถ้า มันทำให้คุณลุงสุมาอี้มีปัญหามากมาย นัก

ก็อย่าเพิ่ง บ้าตาย ไปเรยจร้าาาาาาา

พวกเราเป็นยังเป็น โลกียชน ไม่ใช่ โลกุตรชน นี่หว่า

ถ้าจะหน้ามืด หอบหื่นกำเริบ ด้วยเรื่องพรรณนี้ ไปมั่ง

มันก็ไม่ได้ เป็นเรื่องที่น่าละอาย หรือ ผิดบาปตรงไหน นี่

ตราบเท่าที่ ลุงยังไม่ใช้มารยาสาไถย อะไร

ไปโฆษณาชวนเชื่อ ล่อลวงให้อิสาวไหน

มาเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะ ที่ ดือสมุทร ก๊ะลุงอ่ะนะ เอิ๊ก ๆ



เฮ้ออ ป๊ะป๋าหมาน สอนอิฉัน ไว้ เสมอนะ

ว่า กิน ขี้ ปี้ นอน มันเป็นเรื่อง ธรรมชาตของคน

อิฉัน เรยมีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้ เหมือน อิเจ้ แขก( คำผกา ) อ่ะ

ดังนั้น ถ้า ทำแล้ว มันไม่ ก้าวล่วง ศีล 5 ก็ โอ แระ

ส่วน ไอ้เรื่อง ศีล ข้อ 3 ระดับ อพรหมจริยา เนี่ย

ก็ไม่เห็น ต้อง ซีเรียส อะไร เรยนิ

มันไม่จำเป็นต้องจริงจังอะไรขนาดน้านนน


10

อิอิ ไม่รู้สินะ เวลาเห็นกาทู้

ที่ถามเกี่ยวกับเรื่อง ศีลข้อนี้

อาทิเช่น กาทู้นี้

PANTIP.COM : Y12931836


แล้วอิฉัน ล่ะคันปากยิก ๆ

อยากจะไป ร่วมด้วยช่วยแจม ชะมัดเลย

น่าเสียดายที่ โดนเจี๋ยนอมยิ้มซะก่อน เลย อดแจม

อืม...อิฉันว่า คนส่วนใหญ่ เขาไม่ค่อยเข้าใจ มูลเหตุ

และ ที่มาที่ไปในการบัญญัติศีล ในแต่ละข้อ อ่ะ

อย่าง ไอ้ ศีล ข้อ 3 ระดับ อพรหมจริยา เนี่ย

มันก็แค่ การพยามฝึกควบคุมตัณหาราคะ ของตัวเอง อ่ะนะ



มันก็ไม่ได้หมาย ความว่า เซ็กส์จะเป็นเรื่องที่บาปมหันต์

จนเราจะต้องระวังตัวแจ แล้วมานั่งวิตกจริต จนไม่เป็นอันทำอะไรน่ะ

แต่ ที่มันมีการห้าม แตะเนื้อต้องตัวเพศตรงข้าม เนี่ย

มันก็คงเพราะ เขากลัวเด๋ว มันจะ ช๊อต ล่ะมั้ง 5555

11

ไม่รู้สินะ สำหรับอิฉัน กามราคะ มันก็เหมือน ไฟ อ่ะ

ส่วนการ ถือศีล ข้อ 3 ในระดับ อพรหมจริยา เนี่ย

มันก็เหมือนเป็น การหัดตัดไฟแต่ต้นลม

เพราะ เขาเห็นว่า เรายังไม่เก๋าพอ ที่จะควบคุมไฟ มั้ง

เกิดพลาดท่าพลั้งเผลอขึ้นมา มันอาจลุกพรึ่บ จนไหม้บ้านได้ น่ะ



แต่บังเอิญ อิฉันมันเป็นพวก สวย แจ่ม เจ๋ง และ มีน้ำยาอ่ะนะ

เลย คิดว่า ตัวเองมี ศักยภาพเพียงพอ

ที่จะสามารถ ควบคุม ไฟราคะ ได้แบบชิล ๆ

โดยไม่ต้องบ้าตาย หรือ ประสาทกิน แบบ คนบางคน 555

ประมาณว่า ถึง ตรูจะ ดับไฟราคะ ไม่ได้

แต่ก็มีความสามารถในการ ควบคุม

และ รู้จักใช้สอยประโยชน์จากมัน ได้ว้อยยย หุหุ



อ้อ แล้ว ถ้า คุณลุง จนมุมก๊ะ ปัญหาเรื่อง น้ำมาก เนี่ย

น้องนู๋บี ก็จะช่วยชี้ทางสว่าง ให้นะคร้าาาาา

นี่ ๆ คุณลุงต้อง รู้จัก พลิก วิกฤติ เป็น โอกาส

ด้วยการ เปลี่ยน ไฟราคะ ให้เป็น ทานบารมี

แบบ ไอ้หนุ่ม ในลิ้งค์นี้ อ่ะ อิอิ

"http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1338705230&grpid=01&catid=&subcatid="

















From : สุมาอี้ [1 ธันวาคม 2555 01:56]




พอจะมองเห็นช่องทางที่จะมุดรูนางเฒ่าเตียวเสี้ยมได้บ้างแล้วละ.ดีๆ ชอบๆ
ชี้โพรงอ้อมๆให้"กระรอก" เก่าๆตัวโตๆได้มุดกันบ้าง
ก็ไม่เลว,แต่กระรอกตัวนี้ผ่านโลกมานานพอควรแล้ว ไม่ใช่ถึงคราวมุดแล้วจะ
มุดๆๆ เดินหน้าลูกเดียวหรอกน๊าา ก็ต้องดูจังหวะกันว่า จะถอย จะมุด จะหยุด
หรือจะหนี ตามสูตรของประธานเหมาเจ๋ตุง
สมัยพากองกำลังชาวนายึดครองประเทศจีนไง

พอเดาออกละว่าตั๋งโต๊ะคือใคร โอเค


เรื่อง "น้ำมาก" นั่นอย่าห่วงหน่อยนา ยังไงก็มีระบชลประธานที่ดีเยี่ยม
ระบายได้ทุกๆวันอยู่แล้ว ก็ฮอร์โมนมันยังทำงานดีไม่เคยหยุด
แล้วจะให้ว่าไงละ ?

แต่ยังไงเรื่องนี้ เฒ่าสุมาอี้ ก็ไม่มีรสนิยมไปซื้อหาตามสาธารณะ
เพราะมีนิสัยกลัวโรคขึ้นสมอง กลัวเอดส์เป็นอันดับ ๑
สมัยมาเรียนหนังสือกรุงเทพใหม่ๆ พี่ๆพาไปขึ้นครูก็ป้องกันซะอย่างดิบดี
แค่ครั้งเดียวก็ไม่เอาอีก เมื่อจบมาทำงานก็เอาแค่ ๒-๓ ครั้งตามใจเพื่อนๆ
แต่ก็ป้องกันแบบสุดๆ หลับหูหลับตาซอย พั๊บๆๆเสร็จ...

สุมาอี้ชอบแบบประเภทของดีๆ ที่ไม่ใช่ได้มาด้วยการซื้อหานะ
ของดีแบบนี้จะตั้งใจ"ประเคน" ให้ครบเครื่องโดยไม่ตะขิดตะขวง
เพราะวางใจได้เรื่องไม่มีโรค แต่ก็นานๆเจอที ฮ่าๆๆ

ที่มา

http://board.palungjit.com/f181/โพสเรื่อยเปื่อย-เมื่อยก็พัก-^-0-^-322353-10.html

++++++++++++++++

จำนวนผู้ชม 16935 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 250ครั้ง

+++++++++++++++++++

 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:40:26 น.  

 
 
 
ส่วนอันนี้ แถมมมมมมม

เดอะ เลตเตอร์ จากไอ้เฒ่าซือหม่าอี้ ถึง อิพริ้ง คนเริงเมือง

หมายเหตุ

ติดเรท AV 20+ นะจ๊ะ ไผ อายุ บ่ ถึง ห้าม ลากเม้าท์ ลงไปอ่าน
หรือ ถ้าจะอ่าน ควร มีผู้ปกครองคอยชี้แนะ หุหุ


+++++++++++++++++++++++++++++++++

ถึงอินังน้องนู๋บี ....
FROM: อิตาเฒ่าซือหม่าอี้
TO: อิพริ้งคนเริงเมือง

Thursday, December 6, 2012 3:31 AM

โอเค...งั้นไม่เรียกนังเฒ่าละ เพราะจริงๆอายุแค่นี้พอจะเป็นลูกสาวของลุงได้พอดี ถ้าสมุมุติสมัยตอนลุงจบมัธยมปลายใหม่ๆ แล้วลุงได้เจาะไข่แดงสาวๆคนไหนแล้วประพรม พ่นน้ำมนตร์ใส่ท้อง จนมีลูกออกมาสักคน คงจะรุ่นๆเดียวกับนู๋บี (แต่ตอนนี้อยากมาเป่ามนตร์มหาละลวยของขุนแผนเจ้าตำหรับปรมาจารย์เฒ่าหัวงูของประวัติศาสตร์ไทย มาพ่นน้ำมนตร์ใส่ช่องท้องนู๋บีมากที่ซู๊ดดดๆๆ)

ว่าไปนะ..ลุงไม่มีพรสวรรค์ในการวาดลวดลายทางตัวหนังสือนะ มีก็แต่พวงสวรรค์ระดับเทพ ( ไม่ได้คุยหรอก ของจริง) เอาไว้วาดลวดลายเท่านั้น ถ้าสาวใดได้ไปลองเชยชม รับรองจะไม่ผิดหวัง


เนินสวรรค์ของบรรดาสาวๆทั้งหลาย จะใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญอะไรเล๊ย จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดให้ฝูงตัวโลนไปจับจองพื้นที่เล่นฟุตบอลกันได้หลายๆล้านทีม หรือจะแคบเล็กจนเล็นเกาะได้ไม่กี่สิบตัว ก็บ่มีความหมายอีหยังดอก ....หนุ่มๆ หรือแก่ๆ สัญชาติหัวงูทั้งหลายเขาไม่สนเรื่องนี้ จุดสำคัญอยู่ที่รูสวรรค์ควรต้องแคบๆเล็กๆ มุดยากๆ อันนี้สำคัญที่สุด ...


ถามก็เพราะอยากรู้ตามนิสัยธรรมชาติของผู้ชายนะจ๊ะ... อยากเอามานึกวาดมโนภาพไงละ .... เพราะเคยเห็นรูปน้องแนท สุดยอดดาราหนัง AV ขอไทยเมื่อ ๓-๔ ปีก่อนนั้น ดูหุ่น ทรวดทรง ใบหน้า โอ้โหๆๆ สุดยอด ...แต่พอดูตรงกลีบทุเรียน ว๊าาา ก็หมดอารมณ์หายหดลดลงเหมือนเอาปรอทจุ่มในอ่างน้ำแข็ง จนเจ้ามังกรยักษ์น้องชายมันหมดสภาพไปชั่วคราว ...ตรงกลีบทุเรียนของน้องแนท บ่งชี้ว่า อีนังหนูรายนี้ผ่านศึกสงครามมาหลายพันสนามรบแล้ว กลีบทุเรียนชอกช้ำดำน่าเกลียดมากๆ ยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้วเช็ดกะทะซะอีก สุดๆเลย..

แล้วเนินเขาพระแม่อุมา สองลูกนั่น จะใหญ่หรือเล็กก็ไม่สำคัญอะไรนัก อย่าให้บี้แบนเหมือนโดนรถบดถนนวิ่งผ่านก็พอ ใหญ่ๆเป็นลูกแตงโมแบบของพาเมล่า แอนเดอร์สัน นั่นก็ดูน่าเกลียด แทนที่จะน่าเอา เฮ่อออ...

งั้นมาว่ากันถึงคำตอบจากที่ได้อ่านผลงานการฝึกจิตของน้องนู๋กันดีกว่า .... จะตอบว่าดังนี้...

จากที่เล่ามานั้น แสดงว่าพอจะมีของเก่าเป็นฐานมาก่อนไม่น้อย จึงฝึกได้ดีพอควรในระดับนั้น ไม่เลวเลย พอจะออกกวัดแกว่งฝีไม้ลายมือในยุทธจักรได้เหมือนกัน แต่ระวัง ถ้าไปปะทะกับยอดฝีมือระดับสูงๆ อาจจะคอขาดได้ง่ายๆ ไม่รู้ตัว เอาไปกวัดแกว่งร่ายรำกระบวนท่าในกระดานลานทำมะจก หรือลานพลังกะจิ๊ด นั่นคงได้ ไม่มีปัญหา อาจจะได้ศานุศิยย์มาร่วมวงลำตัดติดตามห้อยโตงเตงมาได้อีกหลายๆราย

ปัญหาคือ ยังต้องฝึกแก้ในชั้นของ ทิฏฐิ มากๆ ซึ่งตรงนี้แก้ยากจริงๆ ตามตำราบอกว่า ต้องระดับได้โสดาปัตติมรรคแล้วจึงจะแก้ดานของชั้นนี้ออกไปได้ ก็ดานชั้นนี้มันสะสมไว้แข็งแกร่งมากๆ สำหรับปุถุชนทั้งหลาย (ที่เราพูดๆกันว่า สันดาน นั่นไง) ฝึกต่อๆไปเรื่อยๆๆ ควรต้องมาตั้งหลักพิจารณากาย มากๆๆแทนดีกว่า อย่าเพิ่งไปดูจิตดูใจอะไรตอนนี้ เพราะมันข้ามขั้น ... ยังไงก็จะดูไม่ได้ครบเครื่องหรอกจ๊ะ ถ้ายังไม่ชำนาญเจนจัดในเรื่องดูกายเป็นพื้นฐานของปัญญารองรับไว้ก่อน

อย่าไปหลงบูชาแนวคิดของท่านพุทธทาสมากนัก เพราะมีอะไรผิดๆมากมาย ไม่ตรงทางนัก จะปรับแก้ทิฏฐิยากทีหลัง แล้วจะซวยแบบหมอไม่รับเข้าห้องไอซียู เหมือนหลายๆรายที่ไปหลงมุมกับแนวคิดของท่านพุทธทาส ... เห็นไหมละ ติ๊งๆต๊องๆกันทั้งนั้น เช่น เฒ่าเซน งี้ , ตั๋งโต๊ะ งี้ , What am I งี้ , คึกริด ๑๕๐ งี้ ..เป็นต้น

เรื่องปาฏิหาริย์ อิทธิฤทธิ์อะไรต่างๆ นรกสวรค์ ภูตผี เทวดา ..ฯลฯ ทั้งหลายทั้งปวง ที่จริงก็เป็นของที่มีจริงทั้งนั้น ไม่ใช่ของเปรียบเทียบแบบที่ท่านพุทธทาสตีความ , ของพวกนั้น ในพระไตรปิฏก ท่านก็ว่ากันตรงๆ ไม่ใช่เปรียบเทียบ .. ในวงการวัดป่า ครูบาอาจารย์ที่เก่งๆในยุคก่อน หลวงปู่หลวงตาทั้งหลาย ท่านก็แสดงของแปลกๆพวกนั้นให้บรรดาลูกศิษย์ได้เจอได้ชมเป็นขวัญตากันบ้างเรื่อยๆ พอให้ตื่นตาตื่นใจ มีอารมณ์คึกคักในการฝึก ในยามที่ท้อๆแท้ๆ(เพื่ออยากจะได้ จะเป็น จะเก่ง แบบท่านบ้าง)

ตอบแค่นี้ก่อน โชคดีๆ จุ๊บๆๆ (ที่ตรงนั้น ... ไม่ใช่ที่แก้ม)




 
 

โดย: อิพริ้งคนเริงเมือง โฮ่...โฮ่... (นู๋บี ) วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:12:48:51 น.  

 
 
 
อ่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แถมหั้ยอีกอัน ก็แระกันจร้าาาาาาาาาาา
เพราะ อ่าน แร้ว รู้สึกว่า มันเข้าก๊ะเรื่องที่เอามาโพส ไว้ได้พอดิบพอดี อิอิ
อ้อ ขอมอบลิ้งค์นี้ หั้ยเป็นพิเศษ แด่ น้องแนท ผู้อาภัพ
ที่มักจะโดน ไอ้พวกผู้ชายปากเปราะ มันเอาไปเม้าส์ลับหลัง

http://drama-addict.com/2012/01/15/รักแท้แพ้เห็นหมี/



 
 

โดย: อิพริ้ง...คนเห็นหมี.... ? อิ...อิ... (นู๋บี ) วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:21:29:05 น.  

 
 
 
ตัวละครชักเยอะ หุหุุ
แม่เจ้าโว้ย อิพริ้งนี่ อาวุธลับเยอะวุ้ย
พูดถึงศึกมุสลิม กาเฟร มุุนาฟิก นี่เขาจริงจังกันน่าดู
เห็นว่ายาวนานกันถึงสิบปี แม่เจ้ารักกันยืนยงเนอะ
หุหุ
6245

 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.9.141.56 วันที่: 7 ธันวาคม 2555 เวลา:22:45:18 น.  

 
 
 
นี่ ๆ อิเพิ้งจ๋าาาาาาา ขอแก้ข่าวหน่อยน้าาาา
ว่า อิพริ้ง มันเปล่า แทงหวย ข้างบังจิม น้าาาาา
แต่ว่า มัน เป็น เจ้ามือหวยเถื่อน
ที่ชอบ สร้างปรากฏการณ์ หวยล็อต
โดย อาศัย มารยาญิ๋ง หมืนเล่มเกวียน
และ เทคนิค เหยียบเรือสองแคม คร้าาา
อ้อ ถ้า อิเพิ้ง อ่านแร้วม่ะเก็ท ก็ลอง จุดธูป ถามไอ้เฒ่า ซือหม่าอี้ ดูดิ๊
เพราะว่า มัน ซาบซึ้ง กับเรื่องนี้
จนจะเห็น ไกรวัลย์ธรรม อยู่แระ โฮ่ ๆ


ปอลิง
อันนี้ บังจิม ฝากมาหั้ย คร้าาาา


From : Jimbovy [7 ธันวาคม 2555 22:49]




มามี๋แก้วคนจ๋วย ฝากข้อความนี้ไปด้วย ถึงสาวพริ้งเชงกะเดะ นะก้าบ
มาบอกว่าผมให้ล้านไลค์สำหรับ พี่พุทธ สมแล้วกับคำที่ปู่ย่าตายายผมบอกว่า พี่พุทธ อิสลามน้อง

สังคมเรายืนอยู่ได้ เพราะต่างคนต่างรักษาเส้นของตนให้แข็งแรง ไม่ก้าวข้าม มันก็อยู่กันได้

ไม่ต้องอะไรมาก เรื่อง ผัวเมีย ยังต้องมี พื้นที่เล็กๆ ของต่างฝ่ายเอาไว้ ไปกดโทรศัพท์เมียดู เมียไปเปิดกระเป๋าตังค์ผัวเดี๋ยวก้ได้เรื่อง

ขอบคุณนะครับ กับความเป้นธรรม นี่แหละสมชื่อว่าพุทธมามกะ




 
 

โดย: อิพริ้ง...คนเห็นหมี.... ? อิ...อิ... (นู๋บี ) วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:1:01:26 น.  

 
 
 
จำนวนผู้ชม 16970 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 250 ครั้ง
 
 

โดย: อิพริ้ง...คนเห็นหมี.... ? อิ...อิ... (นู๋บี ) วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:1:02:59 น.  

 
 
 
อิอิ รับแซบจร้า แระขออภัยที่เดาผิดเรื่องหวยบังจิม อิอิ
ลืมไปว่า ตะละแม่เทียวเสี้ยม ต้องกินรวบทุกขาเท่าน้านนน
แต่นึกไม่ถึงว่าจะถึงขั้นเป็นเจ้ามือหวยเถือ่นรับกินไปทั่วราช
อาณาจักร 555 ขอให้กิจการเจริญก้าวหน้ามีลูกค้ามาอุดหนุน
ไม่มีหยุดหย่อน เน้อ

6012


 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.9.252.5 วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:22:31:53 น.  

 
 
 

อ่ะ เอามาฝากคร้าาาาาา


From : Jimbovy [8 ธันวาคม 2555 06:52]




แทงยูจร้า
ผมดีใจนะที่ทีเพื่อนต่างศาสนิกโดยฌฉพาะพุทธศาสนิกชน ที่ไม่ชอบการก้าวล้ำเส้นของขบวนการล้มล้างศาสนาของผู้อื่น
น่ารักมากครับ
ปู่ของผมก็เป็นพระสงฆ์เช่นกันละสังขารใน ผ้าเหลือง ก็ไม่เห็นย่มย่ามเหมือนคนเหล่านี กลับสอนธรรมและบอกว่า โยมหลานมาถุกทางแล้วละ

ขอบคุณนะครับ กับความเป้นธรรม นี่แหละสมชื่อว่าพุทธมามกะ




 
 

โดย: ตะละแม่เทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:0:20:46 น.  

 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++

จงรักกันและกัน แต่อย่าสร้างพันธะแห่งรัก
และขอให้ความรักนั้น เป็นเสมือนห้วงสมุทร
อันเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างฝั่งแห่งวิญญาณของเธอทั้งสอง
จงเติมถ้วยของกันและกัน แต่อย่าดื่มจากถ้วยเดียวกัน
จงให้ขนมปังแก่กัน แต่อย่ากัดกินจากก้อนเดียวกัน


จงร้องและเริงรำด้วยกัน และจงมีความบันเทิง
แต่ขอให้แต่ละคนได้มีโอกาสอยู่โดดเดี่ยว
ดังเช่นสายพิณนั้น ต่างอยู่โดดเดี่ยว
แต่ว่าสั่นสะเทือนด้วยทำนองดนตรีเดียวกัน

จงมอบดวงใจ แต่มิใช่ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
เพราะหัตถ์แห่งชีวิตอมตะเท่านั้นที่จะรับดวงใจของเธอไว้ได้
และจงยืนอยู่ด้วยกัน แต่อย่าใกล้กันนัก
เพราะว่าเสาของวิหารนั้นก็ยืนอยู่ห่างกัน
และต้นโพธิ์ ต้นไทรก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้

คาลิล ยิบราน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++
จำนวนผู้ชม 17031 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 251 ครั้ง

+++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
 

โดย: ตะละแม่เทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:0:21:48 น.  

 
 
 
อะโหล ๆๆๆ แควน ๆ เจ้าขราาาาา
วันนี้ อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม มันขึ้นเวร อีกแระคร้าาาา
ช่วงนี้ขึ้นเวรยาว 3 วัน รวดดดดดดดดดด เยย อิอิ

อ้อ หลังจาก วันนี้ อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม
คงต้องขออนุยาดแควนขับที่ร้ากกกกก
หายหัวไปจากหน้าบล็อก สักพักหญ่ายๆ น้าา
อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ว่า จะหลบไปจู๋จี๋ ก๊ะ ไอ้หนุ่มที่ไหน นะจ๊ะ
นังเฒ่าเทียวเสี้ยม มันตั้งใจจะหลบเข้ากะลา
หาโอกาสไป สะหวี่ วี่วี ฮันนีมูนรอบที่ 7 ก๊ะ คุณน้องคิตตี้ อ่ะจร้าาา
เนี่ย จะ สิ้นปีอยู่มะรอมมะร่อแระ แต่ก็ยัง ทวนศีลทวนจิต
สังคยานา ดินพอกหางหมู ม่ะเสร็จเรยว่ะ
ม่ะน่า มัวแต่ อิแร่ดแต๊ดแต๋ หาเรื่องไปแกว่งตรูดล่อเสือ ล่อตะเข้ เรยกรู
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออ

บ๊ายบายจร้าาาาาา ^ 0 ^
 
 

โดย: อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:9:52:11 น.  

 
 
 
ปอลิง 1

อ่ะ เอา หลังไมค์ เดอะ ท็อป ซีเครต
มาฝากไว้ให้ดูต่างหน้าเพิ่มเติมจร้าาาา
( ตะคืน อิเฒ่ามันง่วงจัด จะรีบไปนอนหลับฝันหวาน
ก็เรยโพสไม่หมด แหะ...แหะ...)




To : Jimbovy [9 ธันวาคม 2555 00:08]




อืม...บังจิมเจ้าขราาาาาา วันนี้นู๋บีขึ้นเวรคร้าาาาา
เก๊าะเรยเพิ่งจะได้ฤกษ์งามยามดี ส่งหลังไมค์ ไปให้บังฯ อ่ะ
ตอนแรกเห็น ลิ้งค์กาทู้ ที่บังส่งให้ แร้ว ก็ งง ๆ นะ
เพราะ ดูจากหัวข้อกระทู้ แล้ว อิฉันคงช่วยไร บัง บ่ ได้ ดอก
เพราะไม่มีภูมิรู้ ในเรื่องที่กำลัง ถกกัน
ที่สำคัญ ยังติดคุกขีไก่ อยู่คร้าาา
ม่ะสามารถออกไปลั้ลลา หน้าบอร์ดได้ แหะ ๆ


แต่ เห็น โพสของ ลุงโขฯ ปะทะคารม ก๊ะ บังจิมฯ
แถมยังมีชื่อ ลุงวินัย ก๊ะ ทั่น สุมาอี้ พ่วงไปอีก
เก๊าะเรย ถึงบาง อ้อ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
นอกจาก หลับหูหลับตา แจกกิ๊บ หั้ยทั้งคู่
ในฐานะที่เป็นผู้ที่คุ้นเคยกันมาแต่ก่อน


ของลุงโขฯ นี่ ให้ 1 กีบ เพราะอ่านแร้วขำดี
ส่วนของ บังจิม แจกไป 3 กีบ คร้าาาาาาาา
เนื่องจาก อ่านแล้ว ขำแทบตกเก้าอี้ !
แหม๊ แต่ป่านฉะนี้ ทั่นขงเบ้งผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร อย่างบังจิม
คง รู้ แร้วละมั้ง ว่าใครคือ ซิอหม่าอี เพื่อนซี้ ลุงโข ฯ เอิ๊ก ๆ

อ้อ ขอ อนุญาต เอาหลังไมค์ ของบัง
ไปแปะที่หน้าบล็อก ด้วยน้าาาาาา
อิเพิ้ง มันจะได้ อ่านด้วย คร้าาา อิอิ



 
 

โดย: อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:9:52:42 น.  

 
 
 
ปอลิง 2

อันนี้ก็แถมมมมมมมมมมมมมมมม
แบ่บว่า ปล่อยให้ ไอ้เฒ่าสุมาอี้ขี้เอา
มันถูกแฉแต่เช้า เพียงฝ่ายเดียว
เก๊าะคง ม่ะค่อยจะยุติธรรม ว่ะ
ฉะนั้นเอา อีแมว เมี๊ยว ๆ ในส่วนที่ตัวเองเขียน
มาเปิดโปงด้วยดีกว่าแฮะ จะได้แฟร์ ๆ 55555
แหม๊ ? ไอ้เรื่อง แก้ผ้าขึ้นฟลอโชว์ แร้วเต้นอะโกโก้ นี่...
จัดว่า เป็น งานถนัด ของอิเฒ่าเทียวเสี้ยม มัน เรยคร้าาา หุหุ


++++++++++++++++++
แท้งกิ้วเจ้าค่ะ ลุงวินัยเจ้าขราาาาาา

FROM: อิพริ้ง...คนเห็นหมี...
TO: ไอ้เฒ่าสุมาอี้...คนขี้เอา...

Saturday, December 8, 2012 12:48 AM

อืม...ลุงวินัยเจ้าขราาาาาา
น้องนู๋บีแท้งกิ๋วหลาย ๆ เจ้าคร้าาาา
ที่คุณลุงยอมตามใจ กันฉะเหมอ
แล้ว เลิกเรียกอิฉันว่า นังเฒ่า ซะที
( ท่าทางคุณลุงจะเป็น คุณป๋าใจดี
ที่จะ ชอบตามใจบรรดาน้อง ๆ นู๋ ๆ นะนี่ อิอิ )


แหม ? อยากจะบอก อ่ะ ว่า จิง ๆ แร้ว
อิฉัน ก็แกล้งมารยา สาไถย
ทำเป็น งุงิ บ่นง้องแง้ง ไปงั้นเอง อ่ะ
นี่ ๆ ลุงจะเรียก อิฉันว่า อารัย
ก็ตาม พระราชหฤทัย ลุงเหอะน้าาา
อิฉัน ม่ะถือสา หรอกคร้าาา


จะเรียกว่า อินังเฒ่า ต่อไป ก็ด้ายน้าาา
เพราะฟังดูแล้ว มันทำให้ อิฉันรู้สึกปลอดภัย
มากกว่า ถูกเรียกว่า น้องนู๋บี ตั้งแยะ อิอิ
เอ ? หรือจะเรียกอิฉัน ว่า " แม่ลูกสะใภ้ในอนาคตของลุง" เรย
อิฉัน ก็ไม่เกี่ยงคร้าาา เพราะว่า
อิฉัน ชอบ รับประทาน หญ้าอ่อน จ๊วบ ๆ เหมือนลุงเช่นกัน จร้าาา
แบ่บว่า เบื่อ อิฟางแห้ง แร้วว่ะ มันชอบตำคอว่ะ 555


อืม...แต่จะว่าไป เรียก อิฉันว่า น้องนู๋บี
นี่ก็ทำให้ นึกครึ้ม ๆ ดี ว่ะ
เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้ น้องนู๋บียิ่งมั่นใจ
ในตัวคุณลุงวินัยขึ้นมามากมายเรยอ่า
ว่า ไอ้พวกผู้ชายขี้เอาทั้งหลาย ....
มันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้รู้ว่า จะ... ได้เอา... อะซิก...อะซิก..
เอ ? แล้วที่ผ่านๆ มานี่ น้องนู๋บี เคยเผลอแสดงท่าที
ชี้โพรงให้กระรอกเฒ่า มันรู้แล้วหรือ เจ้าคะ ว่า...เอาได้...น่ะเอิ๊ก ๆ



อิอิ คุณลุงเชื่อเรื่อง เวรกรรมมีจริง อ๊ะปล่าวคร้าาา
นี่ ๆ ไม่แน่นา บางที ชาติก่อนน้องนู๋บี
อาจจะเป็นลูกสาวหล้าของลุงก็ได้คร้าาา
ม่ะงั้น จะรู้สึก นึก ....เอ็นดู... ไอ้เฒ่าหัวงู สุมาอี้ ซะขนาดนี้ หรอ
ฉะนั้น ลุงก้ออย่าได้ มาเป่ามนตร์มหาละลวยคะยั้นคะยอ
แล้ว ก้อ พยามจะโฆษณา ชวนเชื่อ ล่อลวง ชวนให้ เกิดโมหะ ไหลหลง
จนเริ่มอยากจาลงจากคาน ไป ...ดูเอ็น ...ขนาด 6.5 ( เซนติเมตร ) ของลุงเรยน้าาา


ฮือ ๆ คุณลุงวินัยเจ้าขราาาาาาาาา
ได้โปรด เอ็นดู อิฉัน เหมือนเป็น ลูกเป็นหลาน เหอะคร้าาา
อย่าได้ คิดจะเอาไป ทำลูก ด้วยการพ่นน้ำมนตร์ใส่ช่องท้องนู๋บี เรยว่ะ
น้องนู๋บี กั๊วกัว งูเขียวหางไม้ บนหัว คุณลุง จะแย่อยู่แระอ่า
แบ่บว่า กลัวจา อดใจไม่ไหว แล้วเผลอจับมารีดพิษ
เอาไปทำเซรุ่ม ไว้แจก บรรดา หญ้าอ่อน ทั่วราชอาณาจักร อ่ะคร้าาาา อ่ะซิก ๆ


แล้ว ก็นะ คุณลุงม่ะต้อง ทะลึ่งเอา พวงสวรรค์ระดับเทพ
มาจัด โปรโมรชั่น ปะเหลาะจะเจาะไข่แดง อิฉัน เรยคร้าาาาาาาาาา
เฮ่ย ไอ้ก้วยยี้ เคยสอนไว้ว่า ผู้ชายบางจำพวก
มันเหมาะที่จะ สต๊าฟไว้ดูเล่น แต่อย่าเผลอเอามาทำพันธุ์ อ่ะ
เพราะฉะนั้น เสือสิงห์กระทิงแรด อันเป็นสัตว์ป่าหายาก อย่างลุง น่ะ
จง มายืนนิ่ง ๆ ให้อิฉัน สต๊าฟเพื่อเก็บเอาไว้ ให้ลูกหลานดู จะดีกว่ามั้ง อิอิ



ที่สำคัญ ลุงโข ฯ เคยเลคเชอร์ สอน น้องนู๋บี เอาไว้ด้วย อ่ะค่ะ ว่า

ไอ้เยื่อบางๆตรงหว่างขาของอิสาวนั่นแหละ
คือสิ่งมีค่า สำคัญสุดๆเลยนะ อย่ามองข้ามเด็ดขาด
แร้ว เรื่อง'ไร อิฉันถึงจะต้องมาหลงคารี้คารม
เอาผังผืดพรหมจรรย์ ไปเซ่นสังเวยตัณหาหน้ามืด
ของ ไอ้เฒ่าหัวงู สุมาอี้ ด้วย ล่ะยะ


ก็ในเมื่อ ถ้าเก็บรักษาผังผืดฯ อันนี้ เอาไว้ให้ดี ๆ
บางที อาจจะมี สุลต่านบรูไน รูปหล่อ
มาสู่ขอ น้องนู๋บี ไปเป็น พระชายาคนที่ 4 ก็ได้นิ
ขืนเสือกใจง่าย เที่ยวไปไล่แจกจ่ายผังผืดพรหมจรรย์
แบ่บสุ่มสี่สุ่มห้า โดยไม่ใช้ทรัพยากร ให้คุ้มค่า
และ ไม่เกิดประโยชน์สูงสุด ตามหลักเศษสาด งี้
แล้ว ต่อไป น้องนู๋บี จะไปเอา ผังผืดฯ ที่ไหน
ไปถวายทั่น สุลต่าน ตอนส่งตัวเข้าห้องหอล่ะค๊ะ
น้องนู๋บี ขี้เกียจเสียตังค์ ไปทำ รีแพร์ ที่ โรงบานยันฮี นะ ฮิ ๆ


เออ แล้วถ้า ตอนส่งตัวเข้าห้องหอ
ทั่นสุลต่านมันรู้เข้า ว่า ทุเรียนที่มันไปสอยมา
โดน ไอ้กระรอกหื่น มันแอบเจาะไปแร้ว
ถ้าเกิด ไอ้ผัวแขก นั่นมันไม่พอใจ แล้วเตะไส้แตก ขึ้นมา
ใครจะรับผิดชอบชีวิต น้องนู๋บี ล่ะคร้าา อ่ะซิก ๆ
แมร่ง ลุงนี่แพล่มอะไร ไม่คิดถึง ความปลอดภัย ของ น้องนู๋บี เล๊ยยยย


อนึ่งจาก เหตุผลทั้งหลายทั้งพวงที่กล่าวมานี้
ฉะนั้น ลุงวินัย ไม่ต้องมาร้อง จู่จุ๊กกรู
หรือ มาจู มาจุ๊บ ที่ ซ่งติง เอ๊ย ที่ตรงนั้น
หรือ ตรงไหน ของน้องนู๋บี ให้มีราคีคาวติดตัวเรยจร้าาา
แล้วถ้า ลุงกระสันรัญจวนจิต
คิดอยากจะ วาดมโนภาพกลีบทุเรียน ของน้องนู๋บี อ่ะน่ะ


นี่เลย ลุงวินัย เจ้าขราาาา ลุงจงหลับตา
แล้ว ระลึกนึกถึง กลีบทุเรียนของ น้องแนท นั่นแหล่ะคร้าาา
เพราะ น้องนู๋บี คิดว่า น้องนู๋บี ก็ หน้าตาดี เหมือนน้องแนท
ฉะนั้น กลีบทุเรียนของตัวเองจึงน่าจะสูสีก๊ะ น้องแนท ว่ะ ฮ่า ๆ
ขอเชิญ คุณลุงจินตนาการ ปรุงแต่ง จิตสังขาร ให้บรรเจิดไปเรยน้าา
แล้วไงก็ อย่าลืมเจียดเวลามา นั่งปลง อสุภะ เพื่อเจริญสติ ด้วยล่ะ
อย่ามัวแต่ลุ่มหลงในกามคุณ ก๊ะอินางทั้ง5 เอาแต่ปรุงแต่งจิตสังขาร
วุ่นวายก๊ะการบริหารระบบชลประทาน วันละ 3-4 รอบสนามศุภฯ เอิ๊ก ๆ


เอาล่ะ ถอนหงอก เอ๊ย เฉ่งเรื่อง ค้างคาใจ ก๊ะ อิเฒ่าหัวงูเสร็จแระ
ตานี้เปลี่ยนโหมดมาพูดเรื่อง ธรรมมะธรรโม ต่อก็แร้วกัน หุหุ
อืม...แท้งกิ๋วคร้าาาาาาาาาาาา ลุงวินัย ที่แนะนำเรื่องการปฏิบัติ หั้ย
แต่ ไอ้เรื่องที่ เตือนว่า ถ้าไปปะทะกับยอดฝีมือระดับสูงๆ
อาจจะคอขาดได้ง่ายๆ ไม่รู้ตัว เนี่ย ม่ะทราบว่า
จะ คอขาดอีท่าไหน หรอคร้าาาาาาาาาาาาาาาาาา
น้องนู๋บีจะถูกเสกหนังควาย เข้าท้อง อ๊ะปล่าวคร้าา อยากรู้จังเรยอ่ะ 555


อ๊ะ ๆ นี่ ๆ น้องนู๋บี ม่ะได้ คิดจะท้าทายอะรัยใคร น้าาา
แค่ ฉงฉัยจริง จริ๊งงงงงงงงง จร้าาาาาาาาาาาาา
ม่ะรู้ดิ ตามที่รู้สึกอ่ะนะ ยิ่งถ้าเป็นพวกนักปฏิบัติที่มีเลเวลสูง ๆ เนี่ย
เค้าจะไม่พิสมัย การเอาทองมาลู่กระเบื้อง หรอกคร้าาา
ฉะนั้น ถ้าเค้าเห็น อิฉัน ไปแกว่งปากหาเท้า
สร้างความรำคาญให้ อย่างมากก็คงแค่
เจริญเวทนานุปัสนา โกรธหนอๆ
แล้วก้อ พยามดูจิตดูใจตัวเอง
หรือ ไม่ก้อ แสร้งทำเป็นเมินเพื่อรักษาฟอร์ม นักปฏิบัติ
แล้วคงแอบ ด่าโคตรพ่อโคตรแม่ ในใจ ล่ะมั้ง แหะ ๆ


อืม...คนเป็นนักปฏิบัติที่เป็นยอดฝีมือน่ะ
เวลาที่มี ผัสสะ อะไรมากระทบ
เขาจะ วกกลับมาดูที่จิตที่ใจ ตัวเองนะ
ไม่ใช่ไปหาเรื่องเอาชนะคะคาน ก๊ะ ชาวบ้าน
เผลอ ๆ พวกนั้น อาจจะปลีกวิเวก
เลิกเล่นเนต แล้วหันไปทำวัตรปฏิบัติ หมดแระมั้ง
ส่วนไอ้ที่ยัง เข้ามา อิแร่ดแต๊ดแต๋ ในโลกไซเบอร์ เนี่ย
ก็คงมีแต่ จอมยุทธระดับลูกกระจ๊อก ที่มันชอบไปดีดไข่อิสลาม อย่างลุง
ก๊ะ อิพวกที่ชอบ ลามปามชาวบ้าน เป็นขี้กลาก อย่างอิฉัน นี่แหล่ะ หุหุ

อ้อ ส่วนไอ้เรื่อง ที่มี ศานุศิยย์มาร่วมวงลำตัด
ติดตามห้อยโตงเตงมาได้อีกหลายๆราย เนี่ย
นี่ยังแปลกใจเรยนะ ประมาณ ว่า เฮ้ย ตรูเกรียนซ้า ขนาดเนี๊ยะ
ไง๋ยังมี แควนขับฯ มา มะรุมมะตุ้มรุมรักแมรี่ ได้ว้าาา
มันก็น่าปลื้มอกปลื้มใจ ไม่หยอกนะ
แต่ อิฉันชอบอยู่แบบจิ๊กกี๋ที่ไม่มีใครคาดหวัง ดีกว่านะ
ยิ่งมีใคร มาคาดหวังกับเรามาก ๆ
มันเหมือน ต้องมีภาระที่แบกไว้บนบ่า มากขึ้นนะ เหนื่อยตายหอง
เห็น สารรูป นักเขียนโซดาปั่น เพื่อนลุงวินัย
ตอนที่ตกจากสวรรค์แล้วขยาดเรยว่ะ เหอะๆ


เออ แล้วที่คุณลุงแนะนำว่า
------------------------------------
ควรต้องมาตั้งหลักพิจารณากาย มากๆๆแทนดีกว่า อย่าเพิ่งไปดูจิตดูใจอะไรตอนนี้ เพราะมันข้ามขั้น ... ยังไงก็จะดูไม่ได้ครบเครื่องหรอกจ๊ะ ถ้ายังไม่ชำนาญเจนจัดในเรื่องดูกายเป็นพื้นฐานของปัญญารองรับไว้ก่อน
++++++++++++++++++++

นี่ คุณลุงจะให้ พิณากาย ไง ล่ะหว่า
ถ้าเป็น ยกหนอ เหยียดหนอ ย่างหนอ
สไตล์ หลงพ่อเทียน นี่ คงไม่ไหวมั้ง
อิฉันว่า มัน น่าเบื่อบรรลัย เรยว่ะ
เฮ้ออ ก็ไม่ใช่ ทำไม่ได้ อ่ะนะ
อย่าลืมดิ คนที่เกิดวันที่ 12 น่ะ
ถ้าสนใจจะทำเรื่องไหน
มันก็เก่งทำได้เจ๋ง ทุก ๆ เรื่อง น่ะ 555

แต่มันม่ะถูกจริต อ่ะ รู้นะว่า ถ้าตั้งใจทำจริง ๆ
มันก็ทำได้ และ ทำได้ดีด้วย แต่รู้สึกว่ามัน ไม่ท้าทายว่ะ
คงเหมือน นักปีนเขา ที่ต้องไปปีนเขาลูกง่าย ๆ
หลับตาปีนก็ยังได้ ไม่ต้องใช้ฝีมือ อะไรทำนองนั้นน่ะ
ซึ่งมันก็ไม่ใช่ สไตล์ของอิพวกเปอร์เฟคชั่นนิสต์ อย่างอิฉันว่ะ 555


แล้วไอ้เรื่องดูจิต ที่เห็นเป็นปัญหา กันมานาน
ตั้งแต่สมัย บักเกิดเเป็นคนช่างยากแท้ มัน เนี่ย
มันข้ามขั้นไงล่ะหว่า ลุงวินัย คนอื่นไงไม่รู้อ่ะนะ
แต่ สำหรับ อิพวก ครูพักลักจำ พวกลูกศิษย์คิดล้างครู อย่างอิฉันเนี่ย
มันก็ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยน ไปตามลำดับขั้น ทีละสเตปนะ
ไม่ใช่ เห็นคนนู้นทำ คนนี้ทำ ก็จะ อินเทรนด์
ไปเดินตามตรูด ใครต้อย ๆ
เฮ่ย อิฉัน มันพวก จอมยุทธพเนจร อ่ะคร้าาา
ไม่เคย ยอมรับ ใครเป็นคูบาอาจาน หรอกน้าาา
ไม่ว่า จะ สายพระป่า หรือว่า พระบ้าน 555

อ่ะ เนี่ย จุดเปลี่ยนของนู๋บี ในแต่ละสเตป ของการปฏิบัติธรรม

http://board.palungjit.com/f4/the-letter-จ-ม-เปิดผนึก-ถึงอิหม่ามี๊-330944.html#post5857558

ส่วนไอ้ วิธีการ ดูจิต นี่ ก็ไม่ได้ ไปศึกษามาจากคูบาอาจาน ที่ไหนหรอกนะ
ส่วนใหญ่มันก็เกิดอาการวาบในความคิด
แร้วก็ปิ้งไอเดีย นู้นนี่นั่น พอนึกครึ้มอกครึ้มใจ
มันก็เรย ลองทำเล่น ๆเป็นงานอดิเรกไปงั้นเองอ่ะอิอิ
นี่อ่ะขั้นตอนการ ดูจิต ของอิฉัน และ ผลที่ได้ อ่ะ
พอไหว ป่ะค๊ะ ลุง วินัย ? หรือว่าต้อง ปรับแก้ ตรงไหน ไหมเจ้าคะ ?

http://board.palungjit.com/f181/โพสเรื่อยเปื่อย-เมื่อยก็พัก-^-0-^-322353-10.html#post7096881

แล้ว ลุงก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน้าาาา
ว่าอิฉันจะไปหลงบูชาแนวคิดของท่านพุทธทาส น่ะ
ถ้าจะให้ตอบ ด้วยความสัจจริง
สิ่งที่อิฉันมีให้ ทั่นพุทธทาส
ก็คงเหมือน ความรู้สึกที่อิฉันมี ให้ บรรดาพระป่า ล่ะมั้ง
นั้นก็คือ อิฉันรู้สึก เอ็นดู พวกทั่นว่ะ
ไม่รู้ดิ ก็มันรู้สึกงั้นเองนิ ก็ตามประสา ปัจเจก
ผู้ไร้ซึ่งศรัทธาจริตโดยสิ้นเชิง นั่นแหล่ะ แหะ ๆ


เพียงแต่ อิฉันไม่สนใจ จะไป ฟันธงโต้ง ๆ แบบคนบางคนอ่ะ
ว่า แนวคิดของทั่นพุทธทาส เป็นมิจฉาทิฏฐิ
เพราะตราบใดที่อิฉันยัง มิมี เจโตฯ
ไม่สามารถล่วงรู้สภาวะจิต และ เจตนาของทั่น
ถ้าแนวคิดไหน พิณาแล้วมันยังไม่ผิดกลิ่นจนรู้สึกทะแม่ง ๆ จริง ๆ
และ ปฏิปทานั้น มันเข้าได้กับ สัมมัปทาน 4 และ มหาปเทส 4
อิฉันก็ยังยอมรับได้ว่ะ ยกเว้นถ้าหมั่นไส้ขึ้นมา ก็อาจมีเขกหัวเล่นจิ๊ดนุงส์ 555


อาทิเช่น ไอ้เรื่อง นรกสวรรค์และ อิทธิปาฏิหารย์ เนี่ย
หรือว่า เอี้ย พูดได้ ในพุทธชาดก เนี่ย อิฉัน ก็ไปคุ้ยเขี่ยเล่น ๆ ไปงั้นเอง
ก็ตามสันดานชอบ ยั่วยวนกวนซ่งติง ชาวบ้าน นั่นแหล่ะ
แต่ก็เข้าใจ พุทธทาส ทั่นนะ ว่าไมต้อง สอนงี้น่ะ
การจะทำให้ได้การยอมรับจาก พวกปัญญาชนหัวก้าวหน้า
ขืนไปพูดถึง สิ่งที่พิสูจน์ และ หาหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้
เด็กรุ่นใหม่ หัวสมัย มันก็ไม่ยอมรับ และ หันมาสนใจการปฏิบัติอ่ะดิ


อีกอย่างพุทธทาส ทั่นคงนิยม ไปทางสายปัญญา แนว เซน
มากกว่า จะเน้นเรื่อง อภิญญาญาณ มั้ง
ถ้าขืนไม่ทำลายศรัทธา และ ความคาดหวัง
ในเรื่อง นรกสวรรค์ อิทธิปาฏิหารย์
มันก็จะติด อยู่กับ การอยากได้อยากมี

แต่ปัญหามันก็คือว่า ไอ้พวกลูกศิษย์ลูกหางี่เง่า
มันไม่มอง ภาพรวม และ ไม่เข้าใจ จุด ประสงค์ของทั้นมั้ง
ก็เลย เกิด มหากาพย์ อาจานกรู คูบาเมิง ในห้องศาสดา ตลอด ๆ ไง


อืม...โดยส่วนตัว อิฉันคิดว่า คนที่ เขาเป็นนักปฏิบัติตัวพ่อตัวแม่ แล้วอ่ะนะ
เค้าจะไม่มานั่งสนใจหรอกนะว่า นรกสวรรค์ มันมีจริงไหม
เพราะ เขาจะ ก้าวข้าม ความสงสัยตรงนั้นไปแล้ว
โดยไม่สนใจจะพิสูจน์ อ่ะ มีไม่มี ก็ ช่างแมร่ง จิค๊ะ
ไม่มีผลอะไรก๊ะกรูหรอกนะค๊ะ
เพราะ นรกสรรค์จะมี หรือไม่มี
กรูก็ ยังจะถือศีล 5 เพราะเวทนา สัว์โลกตาดำ ๆ อยู่ แระว่ะ 555

อีกอย่าง เรื่องนรก สวรรค์ฯ นี่
มันก็แค่เรื่อง อจินไตย เป็นแค่ใบไม้นอกกำมือ นะ
รู้แล้วได้อะไร ? ไม่รู้แล้วได้อะไร ?
นักปฏิบัติส่วนใหญ่ เขาสนใจแค่เรื่อง
จะทำไง ถึงจะ ละ รัก โลภ โกรธ หลง ในใจตนได้
มากกว่า ที่จะมัวมาเถียงกัน เรื่องนรกสวรรค์ นะ อิอิ



อืม...จะว่าไป ไอ้เรื่องแนวคิด แบบ พุทธทาส เนี่ย
มันก็คล้าย ๆ การเล่นหมากล้อม ล่ะมั้ง
เหมาะสมกับพวกชนชั้นปัญญาชนคนชั้น อำมาตยา
ที่ต้องการค้นหา แก่นของสาระธรรม มากกว่า กระพี้
ส่วน วิถีแห่งพระป่า นี่ก็คล้าย ๆ กับ หมากรุก
ที่ลุงชอบเล่นละมั้ง ประมาณว่า เป็นเกมส์การละเล่น
ที่เหมาะกับ ชนชั้นไพร่ เอ๊ย รากหญ้าอิอิ


แต่ไม่ว่า จะ หมากล้อม หรือ ว่า หมากรุก
แม้ กฏกติกาในการเล่นมันจะต่างกัน
แต่ถ้าดูที่ จุดมุ่งหมายของหมากทั้งสอง
มันก็คือ การฝึกลับสมองให้รู้จักการคิดและวางแผน อ่ะนะ
ส่วน จุดมุ่งหมายในการปฏิบัติ ในวิถีพุทธ ก็คือ
การบริหารจัดการความทุกข์ ณ ปัจจุบันขณะ
ซึ่ง ไม่ว่าจะใช้ ปฏิปทา ไหน มันก็ไม่ได้ ซีเรียส อะไร นี่หว่า
ก็แล้วแต่จริต แล้วแต่สไตล์ใคร สไตล์มัน


สรุปก็คือ ลุงวินัย ไม่ต้องห่วง อิฉันหรอกคร้าาา
ไอ้ เรื่อง จะไป บูชา ลัทธิพุทธทาสน่ะ
โคตะระเก่ง และ สวย แจ่ม เจ๋ง หุ่นเช้งกระเด๊ะ อย่าง อิฉันน่ะ
มัน ระดับ ตัวแม่ นะเจ้าคะ ม่ะใช่ ไก่อ่อนสอนขัน แบ่บคนบางคนนิหน่า
จะได้ไร้เดียงสาซะจน มองว่า
ทุกอย่างไม่ใช่ตัวตนตามแนวท่านพุทธทาส จนป้ำๆเป๋อๆ
( ตัวแม่ อย่างอิแนน่ะ เขี้ยวลากดิน กว่า ไอ้เด็กนั่น เยอะ อิอิ )


ส่วน ไอ้เรื่อง ปรามาส อริยะ อะไรนั่นน่ะ
ลุงวินัยก็ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกคร้าาาาา
ปล่อย ให้ มันเป็น ธุรกรรม ระหว่าง อิฉัน
กับบรรดาพระอริยะท่าน ตามลำพังแค่ 2 ต่อ 2 เหอะน้าา
อย่ากระโดดเข้ามาร่วมจอย ในวงจรกรรม ร่วมกัน เรยว่ะ
อย่าห่วงไปห่วง อินังเฒ่าเทียวเสี้ยมมันเรยคร้าาาาา
อินังนี่มัน อินกรู้ อ่า ไงซะมันก็รู้รักษา ตัวรอดเป็นยอดชะนี อยู่แระจร้าาา
ไอ้กรรมหนักจากการปรามาสอริยะ น่ะนะ อิฉันไม่กลัว หรอกจร้าาา


ถ้าลุงวินัย เข้าใจ ในหลัก อิทัปปัจจยตา
และ ความเกี่ยวเนื่องของ วงปฏิจฯ จริง ๆ
ลุง ก็ต้องรู้ดีว่า คนที่เป็น อริยะ น่ะ เขาพร้อมจะ ยุติกรรม
กับพวกจิ๊กกี๋ อย่างอิฉันเสมอแหล่ะ
เขาคงจะรียเข้าไปสู่ นิพพานัง ปรมัง สุขขัง เลย
คงไม่มัวมาต่อความยาวสาวความยืด อะไร ก๊อิฉันหร็อก
ฉะนั้น วิบากจากปฏิฆะ อันเกิดจาก เหล่า อริยะ ที่จะมีต่อ อิฉัน จึงไม่เกิด
จะเหลือ ก็ แต่ วิบาก อันเป็น ผลมาจาก อกุศลกรรม ในจิต ของอิฉันเอง
ซึ่ง ในส่วนนี้ มันก็มีแต่อิฉันเท่านั้น อ่ะ
ที่รู้ว่า สภาวะจิตขณะที่ก่อกรรมทำเข็ญ ตอนนั้นเป็นไง ?


คนที่เขาฝึกดูเวทนา บ่อย ๆ น่ะ
ถ้าเขาซื่อสัตย์ กับ อัตตาของตน เพียงพอ
จิตของเขาจะไว รู้สึก และ รับรู้ได้เสมอนะ
เวลาที่ สภาวะจิตของตน เป็น อกุศล นึกปรามาสชาวบ้านน่ะ
มันจะเหมือนมี ระบบ เซนเซอร์ อกุศล ที่เกิดขึ้นในใจ น่ะ
มันจะมีอาการ ตะขิดตะขวงใจ ถ้า สภาวะจิต ก้าวล่วงสู่ ความเป็น อกุศล


ดังนั้น ลุงไม่ต้องห่วงอิฉัน ในเรื่องนี้ หรอกน่า
ถ้าจะห่วง ลุง เป็น ห่วงว่า อิฉันจะเจอ กรรมหนัก
ถูกอิพวกศรัทธาจริตจ๋า มันรุมกระทืบ ดีกว่าอ่ะ อิอิ


ปอลิง

อนึ่ง ผู้มี ผังผืดพรหมจรรย์ เอาไว้ในครอบครองน่ะ
มันไม่ต้องมานั่ง ขมิบดาก วันละหลาย ๆ รอบ ฉันใด
ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ใจ ในดวงจิต
เขาก็ไม่ต้องเสียเวลามา นั่งคิด
ว่าจะรีบไปทำการขอขมาพระรัตนตรัยด่วน
วันละ หลายๆครั้ง หรอกจร้าา

แม้คนอย่างอิฉัน แม้มันจะไม่เคารพ สมณะโคดม
และ ไม่ใส่ใจ ใน พระ รัตนตรัย
แต่ อิฉัน เคารพ กฏแห่ง นิยามทั้ง 3
คือ พีชนิยาม กรรมนิยาม และ ธรรมนิยาม เสมอนะ ลุงวินัย

คนอย่างอิฉันน่ะ ถ้ากล้าที่จะทำระยำ
อิฉันก็กล้าที่จะ รับวิบากของมันอยู่แระ
แหม๊ อิฉันมันก็เป็น คุณป้ามหานที ของไอ้หลานถ้วยชา นิคร้าาา
ต่อให้เทเกลือทั้งนา ลงไป มหานทีก็ ไม่มี วันเค็ม อิอิ


ดังนั้น ถึง กรรมหนัก จักส่งผล ให้แก่ตัวไป
อนาคต ในชาตินี้จะต้องเข้าไปอยู่ใน ศรีธัญญา
แต่ อิฉันก็คงจะเข้าไปอยู่ ในฐานะ ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ ว่ะ
ม่ะใช่ อยู่แบบ อิสมทรง นางเอกเรื่อง คำพิพากษา ของชาติ กอบจิตต์
เอ ? แต่จะว่าไป ก็ชักอยากจะเป็นสาวสวยสติแตก
แบบ อิสมทรง เหมือนกันแฮะ จะได้ พิสูจน์รักแท้
ว่า ผู้ชายดี ๆ แบบไอ้ฟัก มันจะยังมีหลงเหลือ อยู่บนโลกเบี้ยว ๆ ใบนี้ไหม
หรือว่า โลกนี้ มันจะมีแต่ ไอ้พวกชายหื่นหมื่นกาม
แบบ ไอ้เจ้าสุมาอี ขี้เอา ล่ะหว่า อะซิก ๆ

เอ้า เอา นิทาหลอกเด็ก มาฝากคร้าาา 555


http://superrookiedome.com/ข้อคิด-ใน-ชีวิต/ปล่อยวางอย่างเซน.html


+++++++++++++++++++++++++++++
จำนวนผู้ชม 17048 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 251 ครั้ง

++++++++++++++++++++++++++++++
 
 

โดย: อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:9:55:39 น.  

 
 
 
++++++++++++++++++++++++++++++++

Your clothes conceal much of your beauty,
เสื้อผ้าของเธอนั้นได้ปิดบังความงามของเธอเสียมาก

yet they hide not the unbeautiful.
แต่มันก็มิได้ปกปิดส่วนน่าเกลียด

And though you seek in garments the freedom of privacy
และถึงแม้เธอจะแสวงหาอิสรภาพของการปกปิดเฉพาะตนจากเครื่องนุ่งห่ม

you may find in them a harness and a chain.
เธอก็จะได้รับบังเหียนและโซ่ตรวนจากมันด้วย

Would that you could meet the sun and the wind with more of your skin.
เราอยากจะให้เธอเผชิญกับแสงแดด และสายลม ด้วยผิวหนังมากกว่านี้

and less of your raiment,
และด้วยเสื้อผ้าน้อยกว่านี้

For the breath of life is in the sunlight
เพราะลมหายใจของชีวิตนั้นอยู่ในแสงแดด

and the hand of life is in the wind.
และหัตถ์แห่งชีวิตก็อยู่ในสายลม

Some of you say, เธอบางคนกล่าวว่า

"It is the north wind who has woven the clothes to wear."
ลมเหนือเป็นผู้ทอเสื้อผ้าที่เราสวมใส่

But shame was his loom,
(และเราก็ตอบว่า ถูกแล้ว ใช่ลมเหนือ)แต่หูกของมันคือความอับอาย

and the softening of the sinews was his thread.
และเส้นด้ายก็คือความอ่อนแอของเส้นเอ็น

And when his work was done he laughed in the forest
และเมื่อมันทอเสร็จแล้วก็ไปหัวเราะอยู่ในป่า

Forget not that modesty is for a shield against the eye of the unclean.
อย่าลืมว่าความอายนั้นเป็นเพียงเครื่องกำบังต่อสายตาของคนใจสกปรก

And when the unclean shall be no more,
แต่เมื่อผู้มีใจสกปรกสูญไปแล้ว

what were modesty but a fetter and a fouling of the mind?
ความอายจะเป็นอะไรอื่น นอกจากเครื่องเกี่ยวพันและราคีของดวงจิตเอง

Kahlil Gibran/ระวี ภาวิไล


+++++++++++++++++++++++++++++

อย่าลืมว่าความอายนั้น
เป็นเพียงเครื่องกำบังต่อสายตาของคนใจสกปรก
แต่เมื่อผู้มีใจสกปรกสูญไปแล้ว
ความอายจะเป็นอะไรอื่น

นอกจากเครื่องเกี่ยวพันและราคีของดวงจิตเอง

+++++++++++++++++++++++++++++



 
 

โดย: อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:10:26:25 น.  

 
 
 
ตะแล๊ปแก๊ป ถึง อิเพิ้งของโคตรไอ้เข้
นี่ ๆ หลังจาก ฟัง อิเพิ้ง มันแพล่ม
เกี่ยวกับ ดราม่ากบฏจิ้งจก เนี่ย
อิเฒ่าเทียเสี้ยม มันขอสารภาพว่า
อ่านแร้ว มันมึนโคตร ๆ เรยว่ะ
เพราะว่า ตาลาย ก๊ะ ภาษาแขก
หูยยย มีแต่ นบีนู่น นี่ นั่น เต็มไปโม๊ดดดดด


แต่ วันนี้ พอ ว่าง ๆ ลองตามรอยไปไล่อ่าน
แร้วเพิ่งจะเก็ทสะเทือน ว่ะ ว่า
โดยสรุปแล้วปัญหา มันมี ลำดับขั้น
ซึ่ง สรุปเป็น ข้อ ๆ ได้ดังนี้ อ่ะ

1.บังจิม และ เหล่ามุสลิม ในห้องศาสดา
ไม่ยอมรับ ว่า ปู่แมทท์
คือ มุสลิมสายเลือดบริสุทธิ์ ผู้ได้รับพร
โดยบังจิม ได้กระทำการ ตั้งกระทู้
กล่าวหาว่า ปู่แมทท์ ไม่ใช่คนของโลกมุสลิม


แต่เป็น ลัทธิจิ้งจก ชอบแอ๊บ เนียน
เข้ามาบ่อนทำลายศาสนาของเขา
โดยแอบเอา โลโก้ ของ อิสลาม ไปทำมิดีมิร้าย
พยามเข้ามาบิดเบือน คำสอนเผยแผ่แนวคิดผิดๆ
ซึ่งต่างไปจากสิ่งที่บรรพบุรุษ อุตส่าห์เพียรรักษา และสืบทอดกันมา


2. อนึ่งถึงแม้สิ่งที่ ปู่แมทท์เอามาเผยแพร่
จะทำให้ ผู้คนต่างศาสนา รู้สึกว่า ฟังแร้วถูกจริต
และคิดบวกรู้สึกดี ๆ ก๊ะ ความเป็นอิสลาม ( ตามวิถีของปู่แมทท์ )
แต่ทว่า ดูแล้ว มันกลับ ทะแม่ง ๆ ฟัง แร้ว แปร่ง ๆ หู อิสลามิกชน
ผู้เป็น ต้นตำรับอย่างบังจิมเขา มั้ง
บังแกก็เรยต้อง แปลงร่างเป็น นักรบมูจาฮีดิน
ออกมากวัดแกว่งดาบ เพื่อ กำหราบ กบฏจิ้งจก น่ะ


อืม...อิเรื่องนี้ก็คงจะคล้าย ๆ ก๊ะ มหากาพย์ เรื่องนี้
ของ บรรดา พุทธเถรวาท มั้ง
เห็นแล้วคนนอกอย่างอิฉันก็ได้แต่ ทำตาโต
แร้วร้องว่า โอ้โหหหหห มาม่า อาหย่อยยย แผล่บ ...แผล่บ....



 
 

โดย: อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:23:25:41 น.  

 
 
 
อ้อ และถ้าจะให้ อินเทรนด์
แล้วเด็กวัยรุ่นมัน เก็ท สะเทือนเพิ่มขึ้น
ก็จะ ขอหยิบยก ตัวอย่าง ว่า ดราม่าเรื่องจิ้งจกนี่
มันก็อุปมาคล้าย ๆ กับ ละครยอดฮิตเรื่อง นี้อ่ะ



ประมาณ ถึงแม้ มุตตาจะเป็นแม่พระ
ที่แสนซื่อ แอนด์ แสนดี แค่ไหน
she ก็ไม่มีวัน ที่จะ ทรานฟอร์เมอร์
แล้ว มิวเตชั่น เป็น มุนินทร์ หวานใจพี่วีกิจ ได้ อิอิ


3. แล้วที่มันมีกลายเป็นปมความขัดแย้ง
ที่เป็น ปัญหาลุกลาม เป็นขี้กลาก ให้ ปวดกบาล ก็คือ
แรงเงา ในเวอร์ชั่นของ ห้องศาสนา นั่นน่ะ
มุนินทร์...เอ๊ย...บังจิม แกเห็นว่า แม่มุตตา...เอ๊ย...ปู่แมทท์
โดนก่นด่าโคตรพ่อโฏคตรแม่ และ ประณามหยามเหยียด แค่ไหน
ปู่แกก็มีน้ำอดน้ำทน เล่นบทนางเอกผู้น่าฉงฉาน
ยอม ตบจูบ ๆ ก๊ะ เหล่ามุสลิม ในห้องศาสดา
โดยที่ไม่ยอมหนีไปผูกคอตาย เพื่อหนีความอับอาย
ตามสคริปต์ของผู้กำกับ แบบในละครช่อง 3 ซะทีอ่ะดิ


แถม ซ้ำร้าย นอกจากจะไม่ถูกคอตาย แระ
มุนินทร์ ยังรู้สึกว่า มุตตา มักจะสะแหล๋นแจ๋น
เผลอเมื่อไร เป็นต้องพยายาม จะแอ๊บแบ๊ว สวมรอยเป็น มุนินทร์
เพื่อหลอกลวงให้ พี่วีกิจ เข้าใจผิด ในตัว มุนินทร์ อีกตะหาก
มุนินทร์ ก็เรยปรี๊ดแตก แปลงร่างเป็น อิเจ้ นพนภา
บุกไปจิกหัวน้องมุตตา แล้ว เปิดศึก ตบแหลก กลางกระทรวง
เพื่อ ทวงคืนสร้อยไข่มุก อันเป็น สมบัติของ โลกมุสลิม คืนอิอิ


4. อนึ่งเนื่องจาก อิเฒ่าเทียวเสี้ยม
มันไม่ค่อยมีภูมิรู้ ในเรื่อง อิสลาม เท่าไร นัก อ่ะนะ
เพราะ มันไม่เคยมี หนุ่มแขกมาจีบ
มักก็เรย ขออนุยาด แทงกั๊ก ไว้ จิ๊ดนุงส์ ว่า


เรื่องนี้ มันไม่รู้ หรอกนะค๊ะ ว่า ใครผิด ใครถูก
แต่ไงซะ ไอ้เรื่อง มุตตา ก๊ะ มุนินทร์ นั้นน่ะ
มันก็เป็นได้ แค่ แฝดคนละฝา
ที่บังเอิญว่า ตกฟากคลอดออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
และ มี หน้าตาเหมือนกัน เท่านั้น
แต่ อิสองสาวนี่ มันก็เป็น ความเหมือนที่แตกต่างอ่ะ
ก็เหมือน ไอโฟนแท้ของ จ็อบส์ ก๊ะ ไอโฟนจากจีนแดง
ตามที่บังจิม บอก แหล่ะมั้งงงงงงงงงงงงงง ประมาณว่า

-------------------------------------------
ปัญหา มันไม่ได้อยู่ที่ คุณภาพ ของ ไอโฟนเครื่องไหน ดีกว่ากัน
แต่ ปัญหามันอยู่ที่ ในเมื่อ เมิง ไม่ใช่ ไอโฟน ออริจินอล ของ แอ๊ปเปิ้ล
โลคอล เมค อย่างเมิงจะ เจื๋อกมาทำตัวเป็น หิดโลน อาศัย ติดแบรนด์
แสร้งว่า เป็น ไอโฟนของ สตีฟ จ๊อบส์ ทำไม
ถ้าเมิง เจ๋งจริง ก็ไปตั้ง แบรนด์ใหม่ซะดิ ไป๊ ชิ้ว ๆ
อย่าได้สะแหล๋นแจ๋นมาแอบอ้าง พี่จ็อบส์ ของกรู
มาเป็น พรีเซนเตอร์ ให้เมิง หน่อยเรย ฯลฯ
------------------------------------

อุ๊ยต๊ายยยย ขออภัย แบ่บว่า องค์ลง อ่ะ
เอาเป็นว่า ข้อความ ข้างบน นี่ อิฉันม่ะได้คิดเอง เออเองนะเจ้าคะ
แต่ว่า อ่านกาทู้แล้ว โดน บังจิม เข้าสิงอ่ะเลย แพล่มออกไป แบบนี้
ส่วน base on fact มันจะเป็น ไง ฝ่ายไหนจะ สตอเบอแหล๋ ไหม ?
อันนี้ อิฉัน ไม่ขอ คอนเฟิร์ม จร้าาาา
ขี้เกียจมีปัญหาโดนฟ้องจนหัวโต แบบหมอกฤช ว่ะแหะ ๆ



แต่ถ้าจะให้ อิเฒ่าเทียวเสี้ยม มันวิแคะ
เกี่ยวกับ มหากาพย์จิ้งจกจิ้งเหลน ตุ๊กแกตุ๊กกิ้ม ฯ
ตามประสา คนที่นั่งเสพย์มาม่าบนภูดูเสือกัดกัน อ่ะนะ


อิเฒ่ามันรู้สึกว่า ยัยมุนินทร์ นี่
ค่อนข้างจะเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน เกินไปนะ
ช่าง ไม่สุขุมคัมภีรภาพ เอาซะเรย
มุ่งแต่จะแฉแต่เช้า โดยไม่ดูทิศทางลม
น่าจะหัดทำตัวเป็น น้ำนิ่งไหลลึก
เล่นบท แม่พระ เหมียนน้องมมุตตา ซะมั่งว่ะ
จะได้เรียก คะแนนฉงฉาน จากเหล่าพุทธมามกะจ๋า ได้มั่งหุหุ


ส่วน อิน้องนู๋มุตตา นี่ ก็ ดื้อตาใส
กลัวอยู่นั่นแหล่ะ ว่าจะไม่มีที่ยืน
เลย ไม่กล้าที่จะ ยืนหยัด อยู่บน ซ่งติง ตัวเอง
จึง ไม่ยอมรับกับชาวบ้านชาวช่อง ซะที
ว่า ตรู คือ มุตตา บ่ ใช่ มุนินทร์


และ ถ้าจะให้ มัน แฟร์ ๆ อ่ะนะ
มุตตา ควรจะเลิกปลอมตัว เป็น มุนินทร์
แล้ว หันมาเป็นตัวของตัวเอง เต็ม ๆ ตัว
โดยไม่ต้องไปอิงแอบแบรนด์ชาวบ้าน ด้วยอ่ะ


แหม๊ ? นี่ ถ้า อิเฒ่าเทียวเสี้ยม มันเป็น น้องนู๋มุตตา อ่ะนะ
มันจะเชิดสะบัดบ๊อบ ใส่ มุนินทร์ แล้วบอกไปอ่ะ ว่า
เช๊อะ ถ้าพวกเมิง ม่ะยอม ให้กรู ใช้ แบรนด์ ร่วมก๊ะ พวกเมิง ก็ไม่เป็นไร
ตรูหา หาแบรนด์ใหม่ มาติด เองก็ได้ว้อยยยย
ไม่เห็นจะต้องง้อ เยยยยนี่หว่า
ไอ้เรื่อง สร้างแบรนด์ ด้วยตัวเองนี่ ตรูถนัดนักล่ะ
( ไม่เชื่อไปถาม มอดเวบ ที่พังจิตดูดิ๊ 55555 )


 
 

โดย: อินังเฒ่าเทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:23:28:05 น.  

 
 
 
เฮ้ออออออ ถ้าพูดกันตรง ๆ อ่ะนะ
อิฉันชอบ แนวคิดของปู่แมทท์ ในหลาย ๆ เรื่องนะ
เพราะ ดูแล้ว จริตของ น้องนู๋มุตตา เอ๊ย ปู่แมทท์ อ่ะ
ค่อนข้างจะคล้าย อิเฒ่าเทียวเสี้ยม มันนะ
ประมาณว่า เป็นพวกหัวสมัย ชอบสวนกระแสสังคม
แล้วทำตัวเป็นกบฏนอกคอก เอ๊ย นอกกรอบ ไม่แคร์สื่อ
ซึ่ง ไอ้นิสัยงี้ ค่อนข้างจะถูกสเปค อิเฒ่ามันหลายอย่างเยยยย


แต่ที่ ทำให้ผืดหวัง คือ ปู่แก ไม่มีความ อหังการ์
พอที่จะยืนหยัดด้วยขาตัวเอง แบบลูกผู้ชายตัวจริง เรยว่ะ
ดูอย่าง อิฉัน เด่ะ หมั่นไส้ ไอ้พวกพุทธมามกะจ๋า
ที่คอยมาบ่นง้องแง้ง ให้รำคาญหู
ชอบหาว่า ตรูเป็น สปายจากศาสนาอื่น
แล้ว แอบแฝงกายมาบ่อนทำลาย พุทธศาสนา อยู่เรื่อย


เนี่ย พอหมั่นไส้ ที่พวกมันมาฟื้นฝอยหาตะเข็บ
ที่มาคิดเล็กคิดน้อย ก๊ะ อิฉันนัก
อิฉันก็เรยหาเรื่องอัปเปหิ ตัวเอง
เขี่ย คำว่า พุทธมามกะจ๋า ออกจากบัตร ประชาชน
แล้ว ประกาศตนเหย็ง ๆ ว่า

"เฮ้ย พวกเมิงทั้งหลาย จงแหกตาดูซะนะ
ว่า กรูมิใช่ สาวกสมณะโคดม แร้วนะว้อยยยยย"

อิอิ ไม่เห็นจะต้องแคร์สื่อ อะไรเรยนิ
เพราะ ถ้าเรา มั่นใจว่า ตรูนั้นเป็น ทองแท้ อ่ะนะ
ไงซะ มันก็ไม่แพ้ไฟ อยู่แร้ว ว่ะ
ถึงแม้ คนทั้งโลกจะไม่ยอมรับ
แล้วมองว่า เราเป็น ตะกั่วที่ไร้ค่า
แต่เมื่อถึงเวลา คุณค่าของทอง
มันก็จะเปล่งประกาย ประกาศศักดา
ถึง คุณค่าของความเป็น ทอง อยู่ดี ว่ะ
จะไปสนใจอะไรก๊ะ ขี้ปากคนอื่น


ถ้าชาวบ้าน เขาทำตัวเป็น จงอางหวงไข่
ไม่ประสงค์จะให้เราร่วมใช้ ศาสนาเดวก๊ะเขา
ถ้าเรา ไม่สามารถ พิสูจน์ ดีเอ็นเอ ให้ชาวบ้านเขายอมรับได้
ว่า เฮ้ย กรูนี่เป็น มุสลิมสายเลือดบริสุทธิ์ ผู้ได้รับพร นะจ๊ะ ๆ

เราก็อย่าไปดิ้นรนกระเสือกกระสน
ไปร่วมวงศ์ อสัญแดหวา ก๊ะเขารยว่ะ
มีปัญหานัก ก็ไปตั้ง วงศ์สกุลใหม่ เรยดีกว่า
จะได้ ไม่ต้องเกิด ปฏิฆะตบตีกัน ให้อับอายขายขี้หน้าชาวบ้าน
เหมือน การ สาวไส้ ให้กากิน งี้น่ะ เฮ้อออ

ว้า ม่ะแพล่มมากดีกว่าแฮะ
เด๋ว อิเพิ้ง อ่านแล้ว มันจะเคลิ้ม
แล้ว รี่เข้ามา อวย ฯ อิตั้วเจ้นู๋บี ว่า

Noobi is a real Woman of irreligion !

เอาล่ะ แพล่มมาแยะแระ
เผ่นเข้ากะลา ตามประสา แม่หญิง
ผู้ รู้รักษา ตัวรอด เป็น ยอดชะนี ดีกว่า วุ้ย 5555


บ๊ายบายจร้าาาา ไปจิง ๆ ล่ะ อิอิ


จำนวนผู้ชม 17080 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 251 ครั้ง



 
 

โดย: บัวหุ๊บ...บัวหุบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ (นู๋บี ) วันที่: 9 ธันวาคม 2555 เวลา:23:30:24 น.  

 
 
 
อ่านจบแระ ขอนุญาติแพล่มคำเดียวพอ
อิอิ

1664
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.168.129.39 วันที่: 10 ธันวาคม 2555 เวลา:7:11:49 น.  

 
 
 

เติ้ง เสี่ยวผิง “ชูหนึ่งนิ้ว’ ที่สร้างความตกตะลึงแก่โลก

"หนึ่งนิ้วของเติ้ง ที่ทำโลกตะลึง": วันที่ 4 มิ.ย. 1985 (2528) ในการประชุมใหญ่คณะกรรมการธิการทหารกลาง ณ มหาศาลาประชาคม กรุงปักกิ่ง ขณะนั้นเติ้ง เสี่ยวผิงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการธิการทหารกลาง ค่อยๆชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว กล่าวว่า“กองทัพปลดแอกประชาชนจีนตัดลดกำลังทหาร 1,000,000 คน” พลัน...ผู้สื่อข่าวแห่งสำนักข่าวซินหวาก็ได้เก็บภาพประวัติศาสตร์ในชั่วขณะที่ลั่นวาจานี้ไว้ ต่อมา กลุ่มสื่อเทศจึงได้ขนานนามเติ้ง เสี่ยวผิง “นิ้วเดียว ที่ลดกำลังทหารหนึ่งล้าน” สร้างความตื่นตะลึงแก่ชาวโลก

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9550000070487

6092 *.*
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.202.231 วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:9:03:11 น.  

 
 
 
ว่าจะไม่แสดงตัวว่าเป็นแควนขับ(เคลื่อนที่แบบกองโจร อิอิ)
ของคุณเจ้ากก ณ.อ๊อด อ๊อด นู๋ว่า ถั่วอาบังไม่มันส์เอาสะเลย
กระทู้คุณภาพห้องบลู มหากาพย์ถั่วอันโด่งดัง มันอดรนทน
มะได้กลัวว่า อาเหล่าม่าจะตกข่าว เลยต้องมาปล่อยสัญญาณ
ควันตามลายแทงกระทู้แนะนำห้องบลู หุหุ
อ่่านกันตาแฉะเบย *.*
ไม่รู้ว่าได้รับเกลียดลงเว็บจ่าฯ รึยัง หุุหุ
มีอัศวพักตร์ระดับคุณภาพ ตายคากระทู้ หลายหน่วยซะด้วยจิ
มีขาเผือก อะโลนอินเดอะด๊าก ณ.จอมโจรอินดี้มอมผู้ลือลั่น
อาสามาจับผิดเจ้ากก เอ๊ย อาสามาเคลียร์ฟามจริงตาม
สัจธรรมให้ฟามยุติธรรมกับทุกฝ่ายถึงขนาดยอมออกตังค์
ซื้อตั๋วบินไทยกะ จอง รร. ให้คุณเจ้ากก มาเคลียร์ใจที่
กทม.อีก แม่จ้าว อะไรจะทุ่มทุนกันขนาดน้านนนน ทั่นผู้โชม
แบบนี้ไม่ตามให้จบก็มะใช่ขาเผือกคุณภาพคับแก้วซะแร้วววว
อ่านแล้วชอบ นะฆ้า....ถึงไม่มีมาม่าแต่ก็อร่อยแซ่บเวอร์ ฆิฆิ
ขอโหวตให้...ฆ่า .....อิิอิ

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E12987810/E12987810.html

http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E13000391/E13000391.html

9011 *.*
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.202.231 วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:11:42:22 น.  

 
 
 

มาส่งส่วยต่อเนื่องกระทู้สัญญาณควันคุณจ้ากก
จากกระทู้คู่ขนานของขาเผือกคุณภาพ อิอิ
จากสงครามขาหมู สู่ บททดสอบวิจารณญาณ
ร่อยจังฮู้....ฆิฆิ...กระทู้แก้ง่วง *.*
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E13010843/E13010843.html

3235
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.202.231 วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:13:24:26 น.  

 
 
 
"คนดียอมเสียสละตัวเองเพื่อรักษากฏกติกา แต่คนเลวมันยอมที่จะละกฏกติกาเพื่อรักษาตัวเอง"

สจฺจํ เว อมตา วาจา ความจริงไม่มีวันตาย

ก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต
5902
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.106.146 วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:9:28:43 น.  

 
 
 
ราชอาณาจักรไทยจงเจริญ!

ไมเคิล ยอน

นักข่าวสงครามอเมริกันชื่อดัง

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000152032

3699
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 171.99.87.205 วันที่: 15 ธันวาคม 2555 เวลา:13:07:51 น.  

 
 
 
ดูหนังเตือนสติในวันสิ้นโลก

จิรนันท์ พิตรปรีชา ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีว่า

“ถ้าจะแนะนำหนังสักเรื่องให้คนดู เพื่อเตือนสติปัญญาตัวเองว่าอย่าเชื่ออะไรแบบนี้ตามข่าวโหมกระพือ หนังเรื่องที่ดิฉันอย่างแนะนำคือ Life of Pi เพราะแม้ว่าเนื้อหามันจะไม่ได้เกี่ยวกับวันสิ้นโลกอะไร แต่เรื่องราวที่อยู่ในหนังนั้น ดีเยี่ยมและเปี่ยมไปด้วยความคิดสอนเรา”

“อย่างแรกเลยนะ มันสอนให้เรารู้ว่า โลกแห่งความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายนั้น เป็นคนละอย่างกับโลกแห่งจินตนาการสวยงาม อย่างที่สองนี่สำคัญกว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ไปอยู่บนเรือกลางน้ำแบบ พาย พาเทล นั่นแหละที่แย่ยิ่งกว่าสิ้นโลกหรือแผ่นดินไหว โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่บนเรือกับเสือตัวหนึ่ง” นักแปลบท คุณแม่ของ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ชี้ถึงแง่มุมในหนัง

“ทำไมถึงแนะให้ดู life of pi ที่แนะเรื่องนี้เพราะว่า หนังมันชวนให้เราค้น ได้คิด ท้าทายอย่างกล้าหาญ เป็นความท้าทายตัวเองทางความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ชีวิตต้องเผชิญ สิ่งที่ดิฉันต้องบอกว่ามันดีเหลือเกินก็คือ ทั้งๆ ที่มันเป็นหนังมีมุมปรัชญามากมาย แต่มันไม่เคยคิดจะสั่งสอนคนดู ไม่ได้ทำตัวเป็นศาสดา เป็นอะไรที่บอกว่าข้าลุ่มลึกนะ ฉะนั้น ถ้ามนุษย์แตกตื่นทางปัญญากับวันสิ้นโลก life of pi น่าจะเป็นทางออกที่ดีในยามดี เป็นหนังที่ดูแล้วชอบมากค่ะ”
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20121221/482984/%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81.html
5780
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.121.248.238 วันที่: 21 ธันวาคม 2555 เวลา:14:43:33 น.  

 
 
 
“เรื่องของคนมีปัญญาแต่ขาดสติ...”
หลังจากหลวงพ่อหมื่นอุดม ได้ฉันภัตตาหารเสร็จ และรับสังฆทานจากเจ้าภาพในงานแล้ว ท่านหันมาที่คุณทมยันตี พร้อมกับเอ่ยคำปนยิ้ม...
“ตั้งใจเล่านิทานให้โยมพี่ทมยันตีฟังสักเรื่องนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส วันนี้จะถือโอกาสเล่าละ...”
“นิทานอะไรคะ?” คุณทมของเราพาซื่อย้อนถาม
“เรื่องของคนมีปัญญาแต่ขาดสติ...” หลวงพ่อพูดเบา ๆ ขณะที่คุณทมยันตีทำหน้ากระอักกระอ่วน หากทุกคนลอบซ่อนยิ้ม โดยเฉพาะภูเตศวรถึงกับหัวเราะออกมา เพราะรู้ว่ารายการสั่งสอนกำลังบังเกิด ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ผู้เป็นนักเขียนใหญ่...
ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะในหมู่ญาติสนิทมิตรสหายของคุณนายทมของเราต่างล้วนทราบดีว่า สิ่งหนึ่งที่คุณนายทมหรือป้าอี๊ดยังแก้ไม่หายก็คือ ‘ความเจ้าอารมณ์’ เรียกว่าทุกอย่างดีหมด รู้หมดแต่ระงับความโกรธไม่เคยได้
เมื่ออาจารย์จะเล่านิทานให้ฟัง ลูกศิษย์หรือจะกล้าไม่สำรวมจิตน้อมรับสาระนั้น นิทานของหลวงพ่อทั้งหมดมีดังนี้ครับ...
“มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง อายุมากแล้ว เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีศรัทธาปสาทะต่อพระศาสนามาก ทุกเช้าจะลุกขึ้นใส่บาตรพระเป็นประจำไม่เคยขาด ตั้งแต่เป็นสาวจนเป็นคุณยาย อยู่มาวันหนึ่ง คุณยายเกิดปัญญาธรรม อยากให้หลานสาวอายุเจ็ดแปดขวบได้ทำบุญใส่บาตร เพื่อเป็นการเพาะบ่มนิสัยเอาไว้เป็นปัจจัยในภายหน้า คุณยายก็เลยสั่งหลาน...” ผู้เล่าเว้นจังหวะด้วยรอยยิ้มละมุน ในขณะที่เหล่าลูกศิษย์ตั้งอกตั้งใจฟังอย่างเงียบกริบ
“เช้านี้หนูใส่บาตรแทนยายด้วยนะลูก...” ประโยคของหลวงพ่อหมายถึงคำพูดของยายบอกกับหลานตัวเล็ก
และเมื่อเตรียมของใส่บาตรเสร็จ คุณยายก็เดินเข้าบ้านปล่อยให้หลานสาวยืนรอพระ และเมื่อพระสงฆ์ชักแถวมาถึงหน้าบ้านเจ้าตัวเล็กก็ตะโกนถามคุณยายที่กำลังทำงานในบ้านขึ้นว่า...
“คุณยายขา ใส่บาตรยังไงคะ ?”
คุณยายผู้มีศรัทธาปสาทะมาโดยตลอด ก็ตะโกนตอบออกมาว่า “ก็ใส่ตั้งแต่หัวเลยสิลูก...” ความหมายคือให้ใส่ตั้งแต่ ‘หัวแถว’ ไปจนถึงท้ายแถว
มาถึงพระเองก็นึกเอ็นดูเด็ก เห็นว่าตัวยังน้อยนิดท่าจะใส่บาตรไม่ถึง ท่านก็เลยย่อตัวลงให้หนูน้อยใส่บาตร แต่หนูน้อยแทนที่จะตักข้าวร้อน ๆ ลงบาตร กลับตักข้าววางแหมะลงบนศีรษะของพระ
ท่านผู้อ่านลองนึกภาพเอาก็แล้วกันครับว่า สภาพของพระสงฆ์จะเป็นยังไง? คงไม่ต้องอธิบายให้มากความ
ฝ่ายคุณยายพอได้ยินหลานสาวตะโกนถาม ก็วางงานที่ทำลง เดินออกมาแอบมองหลานสาวหวังชื่นชมผลงานที่ตนตั้งใจฝึกเจ้าตัวน้อยของตัวเอง และทันทีที่เห็น คุณยายแทบจะลมใส่ เพราะเจ้าหนูเล่นโปะข้าวร้อน ๆ ลงศีรษะพระสงฆ์ที่เรียงแถวจนจะหมดแถวอยู่แล้ว...
คุณยายนึกอะไรไม่ออก อารามตกใจกลัวพระจะร้อน มือคว้าไม้กวาดได้ ก็วิ่งลงมาจากบ้าน พร้อมกับกวาดข้าวบนศีรษะพระสงฆ์ที่มาบิณฑบาตออกเป็นการใหญ่
หลวงพ่อหมื่นฯ เอ่ยถามคุณนายทมของเราเบา ๆ ในที่สุดว่า “โยมพี่ว่าหลานกับยายใครบาปกว่ากัน?”
คุณนายทมยันตีไม่ได้ตอบหรอกครับ ได้แต่ยิ้มลูกเดียว ขณะที่ลูกศิษย์อื่น ๆ หัวเราะกันเกรียว ผู้เขียนเลยขอยกคำถามนี้ให้ท่านผู้อ่านนำไปคิดหาคำตอบเอาเองก็แล้วกัน...
ท้ายสุด หลวงพ่อหมื่นอุดมท่านสรุปไว้อย่างนี้ครับ...
“ยายเป็นผู้มีปัญญาธรรม เจตนาดีต้องการปลูกฝังนิสัยงาม ๆ ให้กับหลาน แต่เป็นการมีปัญญาที่ขาดสติ รู้ว่าหลานยังเด็กเกินประสา และตัวเองก็ไม่คิดอธิบายหรือสอนให้หลานเข้าใจเรื่องราวนั้นเสียก่อน...”
เท่ากับเป็นการบอกให้รู้ว่า ‘การมีปัญญาเพียงประการเดียวนั้นยังไม่พอ แต่ต้องมีสติอีกด้วยจึงจะสมบูรณ์’
ดังนั้น ก่อนจะทำอะไรควรคิดอ่านให้รอบคอบ อย่าผลีผลามผลุบผลับ บุญจะไม่คุ้มกับบาป อย่างที่หลวงพ่อเล่านิทานให้ฟังข้างต้น...
ท้ายที่สุดในงานทำบุญเลี้ยงพระวันนั้น คุณทมยันตีได้ปรารภกับท่านว่า...
“ดิฉันเบื่อหน่ายกับเรื่องราวทั้งหลายเต็มทน อยู่ ๆ ก็มีหนังสือพิมพ์เขียนด่าเสีย ๆ หาย ๆ ...”
หลวงพ่อหมื่นฯ ท่านยิ้ม ๆ ก่อนให้ธรรมโอวาทน่าขบคิด เป็นการเตือนสติอย่างนี้ครับ...
“มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อทำสมาธิ และปัญญามันเกิดรู้ขึ้นมา ปัญญามันบอกอย่างนี้จำไว้นะโยมพี่ ดอกไม้ที่ยิ่งขยี้ยิ่งเหม็นคือ ดอกอุตพิต ดอกไม้ที่สวยแต่ไม่หอมเลยคือดอกสำโรง แต่มีพันธุ์ไม้บางอย่างยิ่งขยี้ ยิ่งทุบ ยิ่งหอม อย่างเช่นผักชี”
หลวงพ่อพระครูสิริปุณญาทร จากไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนสมฐานะอริยสงฆ์สาวกบุตรแห่งตถาคต จากไปพร้อมกับประโยคที่ดังอยู่ในจิตลูกศิษย์ลูกหาทุกคนในงานบุญวันนั้นด้วยประโยคเบาและช้าชัด...
“ถ้าเราเป็นผักชี จะกลัวอะไรในการถูกทุบทุกขยี้ล่ะโยมพี่?”

http://www.dhamma5minutes.com/webboard.php?id=26&wpid=0017

1864
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.69.108 วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:11:23:10 น.  

 
 
 
" รู้จริง และ รู้มาก "
โดย.... ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
อกุศลเหมือนโอฆะ ซึ่งกว้างใหญ่มาก เพราะเหตุว่า เวลาที่มีการเห็นครั้งหนึ่ง แล้วไม่รู้ความจริงของสภาพธรรมในขณะนั้น เพราะ "อวิชชา" เพราะฉะนั้น เราใช้คำว่า อวิชโชฆะ หมายความถึง ทะเลที่กว้างใหญ่มากของอวิชชา เป็นการแสดงให้เห็นว่า ความไม่รู้ของเรานี้มากแค่ไหน
เพราะเหตุว่า ถ้าเราคิดว่าเราฟังธรรม แล้วเรามีความรู้มากนะคะ จริงๆ แล้วเนี่ยค่ะ ที่เราเข้าใจว่ารู้มาก ต้องรู้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏในขณะนี้ได้ จึงจะชื่อว่าเป็นผู้ที่รู้จริง แล้วก็รู้มาก
แต่ถ้าเราเพียงอ่าน และก็เพียงฟังนะคะ แล้วไม่เข้าใจเลยว่าปัญญาเนี่ยค่ะ คือสามารถที่จะเห็นถูกต้อง ในลักษณะของสิ่งที่ปรากฏตามความเป็นจริง

(เมื่อเรายังไม่เข้าใจลักษณะของสิ่งที่ปรากฏตามความเป็นจริงจะทำให้เราเป็นผู้ที่ชื่อว่า รู้จริง และ รู้มาก ได้อย่างไร ในเมื่อเห็นครั้งหนึ่ง ก็เต็มไปด้วยอวิชชาและอกุศลมากมายตามมาโดยไม่รู้ตัว)

http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=18023
8301
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.69.108 วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:11:33:04 น.  

 
 
 
ปัจจุบันมีคนรู้มากเพราะตำราและคัมภีร์สะสมความรู้ไว้มากมาย
แต่คนที่รู้จริงตามตำราและคัมภีร์กลับมีน้อยกว่า
คนรู้มากเพราะอ่านมากแล้วหลงผิดคิดว่าตนรู้จริงนับว่า เป็น
อตร.ต่อตนเองและคนอื่นๆที่มาเกี่ยวข้อง
คนที่รู้มากเพราะอ่านมากและรู้ตัวเองว่าตนเองยังไม่รู้จริง
เหมือนอย่างในตำราย่อมไม่กระทำการบิดเบือนตำราและ
คัมภีร์โดยความไม่รู้ของตนเอง จึงเรียกว่าความรู้ที่ไม่เป็น
พิษภัยกับตนเองและคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ปล.เบื่อคนรู้มากแต่รู้ไม่จริงแล้วไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้อะไร - -"
ไม่มีสาระน่าจดจำ สู้อ่านของคนที่เขารู้จริงไม่ได้ เนาะ
ยังตามอ่านมหากาพย์ญีฮาดจิ้งจกกะพี่พันอยู่ แหะ แหะ
ท่าทางจะของจริงไม่อิงนิยาย 10 ปียังไม่ฝ่อหลังจากนี้ไป
อีก10 ปี จิ้งจกจะเป็นยังไงต่อล่ะเนี่ย หุหุ อ่านๆไปแล้วนึกถึง
พวกมีปัญญามากแต่ขาดสติ ซะงั้น *-*
8612
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.69.108 วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:11:52:47 น.  

 
 
 
เฮ้อออ นี่ ๆ อิหม่ามี๊ขราาาาาาาาาาาา
จิง ๆ ก็อยากจามาเม้าส์มอย ต่อใน สุสานโบราณแห่งนี้ อ่ะนะ
แต่ว่า ตะกี้ฝอยมากจนน้ำลายหนืด แย้ววววววว
ฉะนั้น ขอ แปะ ไว้ก่อนน้าาาา เด๋วจามาฝอยโตย
ส่วนตอนนี้ ขออนุยาดไปเคลียร์พื้นที่เตรียมจะลงเวรบ่ายแระ คร้าาา แหะ ๆ


ปอลิง

อ่ะ เอา เดอะลิง มาฝากคร้าาา

http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7725.msg32348.html#msg32348


จำนวนผู้ชม 17921 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 254 ครั้ง


 
 

โดย: ตะละแม่เทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 24 ธันวาคม 2555 เวลา:23:57:45 น.  

 
 
 
ตามลายแทงนู๋บีไปอ่านถึงเว็บจ่า ง่ะ ดราม่าเรื่องอัตตาอัตต้า!!
ถูกใจความเห็นที่208 จากคุณวาปมาเสพ เจงๆ หุหุ
โดนไปหลายดอกส์ คันยิบๆ เรย 555

คุณวาปฯเขาอ้างอิงจากโพสท์ของคุณควายเอ้ย ความว่า
ควายเอ้ย wrote:
"จากประสบการณ์ของผม พวกบ้าศาสนาเนี่ย ตัวขยะเลย บอกตรงๆ เพราะหลายปัจจัย
1. ทำเป็นผู้รู้คำสอนต่างๆมากมาย พูดได้เขียนได้ แต่แมร่งทำไมไ่ด้ แล้วเมิงจะจำไปทำอะไรครับ?
2. ยิ่งศรัทธามาก ยิ่งแคบมาก หัวสมองจะปิดรับทุกสิ่ง ทำให้บางครั้งพวกนับถือหนัก ดูเป็นพวกที่มีเขางอกขึ้นมาเลยทีเดียว
3. ทำเป็นผู้ดี ถือศีลเสมอ โดยไม่ดูสถานการณ์ บางเรื่อง คำว่า อภัย แก้ปัญหาอะไรไมไ่ด้ แต่กลับซ้ำเติมให้ปัญหามันยังคงมีต่อไป แถมหนักขึ้นด้วย ก็ยังหลับหูหลับตาอภัย การอภัย มันต้อง อภัย อย่างมีศิลปะ ไม่ใช่เออะ อะไรก็ อภัย ปัญญาอ่อนสัด
4. พวกนี้คิดว่าตัวเอง อยู่สูงกว่าคนอื่น หารู้ไม่ ตัวเองนั้น ไม่ได้สูงหรือรู้มากกว่าคนอื่นเลย บางคนโง่กว่าด้วยซ้ำ เพราะสักแต่ว่าท่องธรรมะ เอาคำพูดของพระอาจารย์คนนี้มาบอกเล่ากล่าวขาน
5. ไม่รู้ว่าอะไรคือแก่นของศาสนาด้วยซ้ำ ทั้งที่ศรัทธาหรือบ้าสัดๆเนี่ย บางคนศึกษาธรรมะมาทั้งชีวิต ก็ยังเชื่อเรื่อง พระเครื่อง ไสยศาสตร์ ฯลฯ บอกตรงๆ ขยะ

ปล. ดูคับแค้นใจมาก แต่ขอสาบานว่า เป็นความจริงทุุกประการ คนประเภทนี้มีอยู่เยอะจริงในสังคมไทย สักแต่เอาธรรมะมาใช้ เพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาของสังคม แต่ความจริงแมร่งขยะ ไม่มีความสามารถในการทำให้คนอื่นยอมรับตนเองได้ จนต้องสร้างภาพด้วยวิธีการแบบนี้(บางคน)

แต่เอาเหอะ คิดว่า พวกบ้าศาสนาเนี่ย ต้องมีความขยะ 1 ใน 5 ข้อ นี้ เกือบทุกคนละนะ หึๆ"

คุณวาปฯเขาเพิ่มความเห็นต่อโพสท์คุณควายฯ ดังนี้
พวกนี้ไม่ได้โง่ครับ แต่พวกนี้กำลังหลง ภาษาพระเขาเรียกตกอยู่ใน โมหะจริตคือหลงไปกับรายละเอียดตัวบทของศาสนา หลงความรู้สึกที่ได้เสพ ได้ปฏิบัติว่ากันตามความเชื่อเขาว่าพวกนี้หลุดพ้น “ยาก” ที่สุด เพราะคนที่หลงน่ะมันไม่รู้ตัวเองยิ่งเรียนรู้ ยิ่งปฏิบัติ ก็ยิ่งเพิ่มมิจฉาทิฏฐิ มาบดบังตา ทั้งๆที่หลายๆสิ่งหลายๆอย่างกองอยู่ตรงหน้าแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้เพราะสิ่งที่ขาดหายไปคือ สติ นั่นคือการระลึกตน แล้วยิ่งออกมาฟาดงวงฟาดงาอย่างนี้ พูดตรงๆ สะกดคำว่าสติไม่ถูกแล้ว ลุ่มหลงมัวเมาครับ นี่คือสิ่งที่คนพวกนี้เป็น

ปล.อ่านแล้วเข้ากับหัวข้อมีปัญญามากแต่ขาดสติได้สะงั้น หุหุ
*-*
วิจัยธรรมมาได้อีกข้อ ขาดสติ=มิจฉาทิฏฐิ ก็ได้เนาะ
หรือมีปัญญามากแต่ขาดขสติ=มีปัญญามากแต่อยู่ในข่าย
มิจฉาทิฏฐิ ก็ได้อีกเนาะ
หุหุ แหล่ม!!!
5218
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.244.62 วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:10:06:55 น.  

 
 
 
ขออีกดอกส์ แระกัน
อ่านเม้นทนี้แร้วขำมว๊ากกก หุหุ
จากดราม่าอัตตาอัตต้า!!
เม้นท์ที่213 จากคุณTheCrazyGamer

กุขำอ่ะนะ ห้องศาสนาทะเลาะกัน – ท้าแข่งนั่งสมาธิ คิดเล่น(เล่นๆเอาฮานะโว้ย) ถ้าห้องอื่นทะเลาะกัน

-ห้องเฉลิมไทยทะเลาะกัน – ดูหนังมั๊ยแสรดดดด ตัวๆเอาเรื่องที่ขึ้นกระทู้แนะนำเรยยยมรึ๊งงงง
-ห้องเฉลิมกรุงทะเลาะกัน – ดูคอนเสริตออปปา มั๊ยแสรดดด(อินี่) เจอกันที่ประตู main gate ใครแบกป้ายไฟมาเยอะกว่ากัน แถม ดงบังวงแตก
-ห้องจตุจักรทะเลาะกัน – เอาเจอกันเรยยสราดดดด ปอมมรึงกะชิวาว่ากุ เดวแมร่งให้กัดจมเขี้ยวม เดวแมร่งเห่าให้ช๊อคตายย
-ห้องก้นครัวทะเลาะกัน – แดรกข้าวกันมรั๊ยสาดด เจอกันที่ร้าน…… ที่ขึ้นรีวิวแนะนำเรยยย (น่าทะเลาะกันเป็นที่สุด )
-ห้องมาบุญครองทะเลาะกัน – ปลุกวิญญาณ ติ๊ป จ๊อบ เรยมรึง ถามให้แน่ว่ามัน design ถึง Iphone…รุ่นเท่าไหร่ จะรอซื้อรุ่นสุดท้าย
-ห้องศุภชลาศัยทะเลาะกัน – เตะบอลมั๊ยแสรด (winning มั๊ยสาด)
-ห้องกล้องทะเลาะกัน(สมมุติว่าเป็นเทพมาโคร ทะเลาะกัน) – ถ่ายขนตาแมลงหวี่ตอนบินมั๊ยสาดดดดด
-ห้องสมุดทะเลาะกัน – อ่านหนังสือมั๊ยแสรดดดดด … .. . . . .Z Z zz z อิคู่นี้แหละคงเงียบที่สุด(มันคงนัดกันที่ห้องสมุด)
-ห้องสินธรทะเลาะกัน – แน่จริงช้อนซื้อตัวนี้สิสราดดดดด
-ห้องหว้าก้อทะเลาะกัน – อืม…(เสียงอาจารย์ J **ขออนุญาตพาดพิงด้วยความเคารพ) การทะเลาะของสมาชิก 2 ท่านนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างมีนัยยะ จึงจำเป็นต้องให้ทั้ง 2 ท่านทำการทะเลาะกันอีก 20 โดยต่างสถานที่ และ ต่างเวลา เพื่อหาข้อสรุปทาง… …. บาล … บลา ….
-ห้องไกลบ้านทะเลาะกัน – ขั้วโลกมั๊ยสาด

คิดเล่นๆ ขำๆ สมาชิกแต่ละห้องอย่าไปจิงจังนะฮับ

^.^
2200
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 58.11.244.62 วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:10:33:55 น.  

 
 
 
ภาษาวันละคำ
วันนี้ขอเสนอคำว่า "โมฆะบุรุษ"

โมฆะบุรุษ แปลว่า บุคคลผู้ว่างเปล่า ไร้แก่นสาร ไม่ก่อประโยชน์ทั้งส่วนตนแลส่วนรวม

" ดูก่อนกัสสปะ อะไรอื่นเป็นต้นว่า ปฐวีธาตุ หาทำให้พระสัทธรรมเสื่อมได้ไม่

แต่สิ่งที่ทำให้พระสัทธรรมเสื่อมก็คือ "โมฆะบุรุษ" ที่เกิดขึ้นในศาสนานี้นี่เอง "

โมฆบุรุษ หรือ บุรุษที่ว่างเปล่า หมายถึง ว่างเปล่าจากคุณธรรม หรืออุปนิสัยที่จะบรรลุ

มรรค ผล เป็นพระอริยเจ้า ถ้าชาตินั้นไม่มีอุปนิสัยที่จะได้บรรลุ ก็ชื่อว่าเป็นโมฆบุรุษ
++++++

ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

บุรุษว่างเปล่าจากการที่จะบรรลุมรรค ผลและแม้มีอุปนิสัยในการบรรลุมรรค ผลในชาตินั้น แต่มรรค ผลไม่มีในขณะนั้นก็ชื่อว่า โมฆบุรุษ เช่นกัน คือบุรุษที่ว่างเปล่าจากการบรรลุ คุณธรรม คือ มรรค ผล ดังเช่น พระอุปเสนวังคันตบุตร พระพุทธองค์ ก็ทรงตรัสเรียกว่าโมฆบุรุษ เพราะเป็นบุรุษว่างเปล่าจากคุณธรรม มรรค ผล และประพฤติไม่เหมาะสม แม้ชาตินั้นมีอุปนิสัยในการบรรลุมรรคผล แต่ขณะนั้นเป็นโมฆบุรุษ แต่ต่อมาท่านก็เพียรพยายามได้บรรลุ มรรค ผลในชาตินั้น( พระอรหันต์ )

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 70

ข้อความบางตอนจาก....

อรรถกถา มหาสีหนาทสูตร

บทว่า โมฆปุริโส ความว่าบุรุษเปล่า จริงอยู่ พระพุทธเจ้าทั้งหลายเรียกบุรุษ

ผู้ไม่มีอุปนิสัยแห่งมรรคและผลในอัตภาพนั้นว่าโมฆบุรุษ. ครั้นเมื่ออุปนิสัยแม้ มีอยู่ แต่มรรคหรือผล ไม่มีในขณะนั้น ก็เรียกว่า โมฆบุรุษเหมือนกัน. แต่ สุนักขัตตะนี้ ได้ตัดขาดอุปนิสัยแห่งมรรคและผลทั้งหลายแล้วในอัตภาพนั้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกสุนักขัตตะนั้นว่า โมฆบุรุษ.

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้าที่ 301

บทว่า อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ นี้เป็นอนุสนธิแผนกหนึ่ง

โดยเฉพาะ. ได้ยินว่า อริฏฐภิกษุคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเรียกเราว่า

โมฆปุริส แต่เธอจะไม่มีธรรมอันเป็นอุปนิสัยแห่งมรรคและผล ด้วยเหตุเพียง

ตรัสว่า โมฆปุริส หามิได้แล จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกอุปเสนวัง

คันตบุตรด้วยวาทะว่าโมฆปุริส ว่าดูก่อนโมฆปุริส เธอเป็นผู้เวียนมาเพื่อความ มักมากเร็วเกินไป ภายหลังพระเถระเพียรพยายามกระทำให้แจ้งซึ่งอภิญญา ๖

ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=7479

5702
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.242.122 วันที่: 25 ธันวาคม 2555 เวลา:17:03:48 น.  

 
 
 
อิอิ ดีใจจัง ที่ อิหม่ามี๊ ชอบ ดราม่า
เรื่อง อัตต๊าอัตตา ที่ เอามาแปะ ไว้
ม่ะอยาก บอกเรยว่า จิง ๆ ตอนแรก ตั้งใจว่า
จะไม่แปะ ดราม่า ลิ้งค์นี้ ให้ แควน ๆ อ่าน หรอกน้าาา
เพราะว่า ถ้าโพส แล้ว มันเปิดหน้าไพ่ โชว์หรา เลย อ่ะ
ว่า ทั่นตั๋งโต๊ะ คือคราย ? ( เสียวโดน รถ เหยียบ ชะมัด หุหุ )

อืม....สำหรับ ดรามา อัตต้า อัตตา
อิฉัน ชอบ ความเห็นที่ 215
ของ คุณ otacool อันนี้อ่ะ ขำดี 55555


+++++++++++++++++++++++++++
ห้องสยาม -- เอากันมั้ยแสรดดด
เจอกันที่ โรงแรม xxx พก ky มาด้วยนะเว้ย
++++++++++++++++++++++++++++++



เฮ้อออ จิง ๆ เมื่อต้นเดือนธันวา
พอแจกยาเบื่อหมา ให้ ทั่นผู้เฒ่าซือหม่าอี้ ครบคอร์ส แล้ว
ก็ตั้งใจ ว่าจะ หุบเข้าไปจำศีล ตามที่แพลน ไว้
แต่ปรากฏ ว่า ไป ๆ มา ๆ ดั๊นไม่ได้ ทำ ซะงั้น
มัวแต่เล่นเนต แอนด์ ติดเกมส์ เพลินไปเรย

แต่ก็นั่นแหล่ะนะ บังเเอิญ เกิดมาโชคดี
ไม่มี ราหุล มาชาตะ พันธนะ
เก๊าะเรย เอ้อระเหยลอยชาย
ปฏิบัติเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก ได้อย่างชิล ๆ
ไม่ค่อยได้ซีเรียสอะไร นักหนา อ่ะ อิอิ

ทว่า ถึงไง ช่วงนี้ ก็คงจะอยู่ในโหมด จำศีลในกะลา อยู่ดีอ่ะ
นาน ๆ ที ถึงจะหาเรื่องออกมาแร่ด ในสุสานโบราณ
( บอกไว้ก่อนอ่ะ กัวว่า เด๋ว แควนขับ จะชะเง้อคอยหา แหะ ๆ )
 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:0:27:40 น.  

 
 
 
อ้อ จิง ดิ เห็น อิหม่ามี๊ โพสถึง หนังเรื่อง life of pi
ก็เรย เอา ลิงค์นี้ มาฝากคร้าาาาาาาาา

"การเชื่อในทุกสิ่ง คือการไม่เชื่ออะไร"

http://charthree.wordpress.com/2012/12/23/movie-review-life-of-pi/





+++++++++++++++++++++++++++++++++

เอาล่ะ ถ้า พี่จี๊ด แม่นางฟ้านางในฝัน ของไอ้โซ๊ยตี๋
แนะนำ ให้ดูหนังเรื่อง life of pi ช่วงก่อนจะถึงวันสิ้นไปแร้ว
อิตั้วเจ้นู๋บี ปูชะนียะบุคคล ของ ไอ้ก้วยยี้ ก็เรยกลัวจะน้อยหน้า ว่ะ
เก๊าะ เรย ขอ อนุญาต โผล่หัว มาแนะนำ ชาวบ้านชาวช่อง มั่ง
ว่า ไหน ๆ วันสิ้นโลก ก็ ยังมาไม่ถึง
ว่าง ๆ ก็ ลองไปหา หนังเรื่องนี้มาดูอ่ะ
จริง ๆ หนังเรื่องนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไรหรอกนะ
ก็แค่ หนัง แอคชั่นทริลเลอร์ แอนด์ ดราม่า ธรรมด๊า ธรรมดา


แต่ว่า ฉากสุดท้ายตอนจบ นี้มัน กระแทกหัวใจ ดีพิลึก
มันทำให้ อิฉัน ได้ข้อคิด อะไร มากมายเรย...
แล้วก็ นึกถึง ไอ้ตัวความหวัง ที่ มันยังถูกเก็บไว้
อยู่ ในกล่อง แพนโดร่า จังแฮะ

ไอ้ตัว ความคาดหวัง นี่....
บางที มันก็เหมือน ดาบ สองคม ว่ะ
ถ้าใช้สอย มันอย่างไม่ระมัดระวัง
ก็อาจจะพลาดพลั้ง และมีจุดจบของชะตากรรม ที่ไม่ค่อยสวยเท่าไร


-------------------------------------------
ความรัก ความโกรธเกลียด ความหลงใหล
คล้ายหมอกควัน (The Mist)
ยิ่งมีมาก เท่าไร ... ยิ่งกลัว เท่านั้น

ข้างหลังหมอกหนา เราจะพบต้นเหตุความกลัว

จบบทวิจารณ์ The Mist, Stephen King !

khun_aut
-------------------------------------------------




http://movie.mthai.com/movie-review/38995.html


http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/03/A6421469/A6421469.html



http://culturegap.wordpress.com/2008/03/08/the-mist/


 
 

โดย: นู๋บี วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:0:28:55 น.  

 
 
 
ปอลิง

ส่วน เดอะ ลิง อันนี้ ก็เอามาฝากคร้าาาา อิอิ


http://www.tairomdham.net/index.php/topic,7725.msg32366.html#msg32366



จำนวนผู้ชม 17998 ครั้ง
จำนวนผู้ชม Profile 254 ครั้ง


 
 

โดย: ตะละแม่เทียวเสี้ยม นงรามงามล่มเมืองงงงง หุหุ (นู๋บี ) วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:0:37:25 น.  

 
 
 
ตามไปอ่านตามลายแทงแระ หุหุ
ชักมึนกับเรื่องสติเรื่องโจร อิอิ
เลยอยากรู้เรื่องของโจรมั่ง
กูเกิลไปอ่านเจอเรื่องโจรเคราแดง มีข้อคิดสกิดใจอยู่เยอะ
เลยเอามาฝากเพื่อนเนาะ

๘. สหัสสวรรควรรณนา
๑. เรื่องบุรุษผู้ฆ่าโจรมีเคราแดง [๘๑]
ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภบุรุษผู้ฆ่าโจร มีเคราแดง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "สหสฺสมปิ เจ วาจา" เป็นต้น.

เพชฌฆาตเคราแดง
ดังได้สดับมา โจร ๔๙๙ คนทำกรรมมีการปล้นชาวบ้านเป็นต้น สำเร็จความเป็นอยู่แล้ว. ครั้งนั้น บุรุษผู้หนึ่งมีตาเหลือกเหลือง มีเคราแดง ไปยังสำนักของโจรเหล่านั้น กล่าวว่า "แม้เราจักเป็นอยู่กับพวกท่าน." ทีนั้น พวกโจรแสดงบุรุษนั้นแก่หัวหน้าโจรแล้วกล่าวว่า "ชายแม้นี้ ปรารถนาจะอยู่ในสำนักของพวกเรา." ครั้งนั้น หัวหน้าโจรแลดูบุรุษนั้นแล้วคิดว่า "บุรุษผู้นี้ กักขฬะนัก สามารถในการที่จะตัดนมของแม่ หรือนำเลือดในลำคอของพ่อออกแล้ว กินได้" จึงห้ามว่า "กิจคือการอยู่ ในสำนักของพวกเราสำหรับบุรุษนี้ไม่มี." บุรุษนั้นแม้ถูกหัวหน้าโจรห้ามแล้วอย่างนั้น ก็ไม่ไป บำรุงศิษย์คนหนึ่งของหัวหน้าโจรนั้นนั่นแล ให้พอใจแล้ว. โจรนั้นพาบุรุษนั้นเข้าไปหาหัวหน้าโจรแล้ว อ้อนวอนว่า "นาย ผู้นี้เป็นคนดี มีอุปการะแก่พวกเรา, ขอท่านจงสงเคราะห์เขาเถิด" ให้หัวหน้าโจรรับไว้แล้ว.
ภายหลังวันหนึ่ง พวกชาวเมืองร่วมกันกับพวกราชบุรุษจับโจรเหล่านั้นได้ จึงนำไปสู่สำนักของพวกอำมาตย์ผู้วินิจฉัยทั้งหลาย. พวกอำมาตย์สั่งบังคับการตัดศีรษะของโจรเหล่านั้นด้วยขวาน. ลำดับนั้น พวกชาวเมืองปรึกษากันว่า "ใครหนอแล? จักฆ่าโจรเหล่านี้" แสวงหาอยู่ ไม่เห็นใครๆ ผู้ปรารถนาเพื่อจะฆ่าโจรเหล่านั้น จึงพูดกะหัวหน้าโจรว่า "ท่านฆ่าโจรเหล่านี้แล้ว จักได้ทั้งชีวิต ทั้งความนับถือทีเดียว, ท่านจงฆ่าโจรเหล่านั้น." แม้หัวหน้าโจรนั้นก็ไม่ปรารถนาจะฆ่า เพราะความที่พวกโจรนั้นอาศัยตนอยู่แล้ว. พวกชาวเมืองถามโจร ๔๙๙ คนโดยอุบายนั้น แม้โจรทั้งหมดก็ไม่ปรารถนาแล้ว.
พวกชาวเมืองถามนายตัมพทาฐิกะ (เคราแดง) ผู้มีตาเหลือกเหลืองนั้น ภายหลังโจรทั้งหมด.
นายตัมพทาฐิกะนั้นรับคำว่า "ดีละ" แล้ว ฆ่าโจรทั้งหมดนั้น ได้ทั้งชีวิตทั้งความนับถือแล้ว.

เพชฌฆาตออกจากตำแหน่งเวลาแก่
พวกชาวเมืองนำโจร ๕๐๐ คนมาแม้แต่ทิศทักษิณแห่งเมืองแล้ว แสดงแก่พวกอำมาตย์โดยอุบายนั้น, เมื่อพวกอำมาตย์นั้นสั่งบังคับให้ตัดศีรษะโจรเหล่านั้น จึงถามตั้งแต่หัวหน้าโจรเป็นต้นไป ไม่เห็นใครผู้ปรารถนาจะฆ่า จึงถามว่า "ในวันก่อน บุรุษหนึ่งฆ่าโจร ๕๐๐ คนแล้ว, บุรุษนั่นอยู่ที่ไหนหนอแล?" เมื่อชนทั้งหลายตอบว่า "พวกข้าพเจ้าเห็นเขาแล้วในที่ชื่อโน้น" จึงให้เรียกเขาแล้วสั่งบังคับว่า "ท่านจงฆ่าโจรเหล่านี้ ท่านจะได้ความนับถือ."
นายตัมพทาฐิกะนั้นรับว่า "ดีละ" แล้วฆ่าโจรเหล่านั้น ได้ความนับถือแล้ว.
ครั้งนั้น ชาวเมืองเหล่านั้นปรึกษากันว่า "บุรุษคนนี้ดี, พวกเราจักทำเขาให้เป็นคนฆ่าโจรประจำทีเดียว" ดังนี้แล้ว จึงให้ตำแหน่งนั้นแก่เขา กระทำความนับถือแล้ว.
นายตัมพทาฐิกะนั้นฆ่าโจร (คราวละ) ๕๐๐ๆ ซึ่งเขานำมาแต่ทิศปัศจิมบ้าง ทิศอุดรบ้าง. เขาฆ่าโจร (สิ้น) ๒ พันคน ซึ่งนำมาแต่ทิศทั้ง ๔ ด้วยอุบายอย่างนั้น. จำเดิมแต่นั้น เมื่อฆ่ามนุษย์ที่เขานำมาๆ คือ "คนหนึ่ง สองคน" ทุกวันๆ ได้กระทำโจรฆาตกกรรมสิ้น ๕๕ ปี. ในเวลาเป็นคนแก่ เขาไม่อาจจะตัดศีรษะด้วยการฟันทีเดียวได้ ต้องฟัน ๒ - ๓ ที ทำให้มนุษย์ทั้งหลายลำบาก. พวกชาวเมืองคิดกันว่า "คนฆ่าโจร แม้อื่นจักเกิดขึ้น ผู้นี้ทำมนุษย์ทั้งหลายให้ลำบากเหลือเกิน จะต้องการอะไรด้วยผู้นี้" จึงถอนตำแหน่งนั้นของเขาเสีย.
นายตัมพทาฐิกะนั้นกระทำโจรฆาตกรรมอยู่ในกาลก่อน จึงไม่ได้กิจ ๔ อย่างนี้ คือ "การนุ่งผ้าใหม่ การดื่มยาคูเจือน้ำนมที่ปรุงด้วยเนยใสใหม่ การประดับดอกมะลิ การทาด้วยของหอม." ในวันที่ถูกออกจากตำแหน่ง เขากล่าวว่า "ท่านทั้งหลายจงต้มยาคูเจือน้ำนมแก่เรา" แล้วให้คนถือผ้าใหม่ ระเบียบดอกมะลิและเครื่องทา ไปยังแม่น้ำอาบน้ำแล้ว นุ่งผ้าใหม่ ประดับดอกไม้ มีตัวทาด้วยของหอมมาสู่เรือน นั่งแล้ว. ทีนั้น ชนทั้งหลายวางยาคูเจือน้ำนมที่ปรุงด้วยเนยใสใหม่ข้างหน้าของเขาแล้ว นำน้ำสำหรับล้างมือมา.

นายตัมพทาฐิกะกระทำบุญแก่พระสารีบุตร
ในขณะนั้น พระสารีบุตรเถระออกจากสมาบัติ พิจารณาทางเที่ยวภิกษาของตนว่า "วันนี้ เราควรไปที่ไหนหนอแล?" เห็นยาคูเจือน้ำนมในเรือนของนายตัมพทาฐิกะนั้น จึงใคร่ครวญว่า "บุรุษนั้นจักทำการสงเคราะห์เราหรือหนอแล?" รู้ว่า "เขาเห็นเราแล้ว จักทำการสงเคราะห์แก่เรา, ก็แล กุลบุตรนี้ ครั้นกระทำแล้ว จักได้สมบัติใหญ่" จึงห่มจีวร ถือบาตร แสดงตนยืนอยู่ที่ประตูเรือนของนายตัมพทาฐิกะนั้น นั่นแล.
นายตัมพทาฐิกะนั้น พอแลเห็นพระเถระก็มีจิตเลื่อมใส คิดว่า "เรากระทำโจรฆาตกกรรมมานาน, เราฆ่ามนุษย์เสียเป็นอันมาก บัดนี้ ในเรือนของเราตกแต่งยาคูเจือน้ำนมไว้, แลพระเถระก็มายืนอยู่ที่ประตูเรือนของเรา, เราถวายไทยธรรมแก่พระผู้เป็นเจ้าเสียในเวลานี้ ก็ควร" ดังนี้แล้ว จึงนำยาคูที่วางไว้ข้างหน้าออกไปแล้ว เข้าไปหาพระเถระ ไหว้แล้วนิมนต์ให้นั่งภายในเรือน เกลี่ยยาคูเจือน้ำนมลงในบาตร ราดเนยใสใหม่แล้ว ได้ยืนพัดพระเถระอยู่.
ทีนั้น อัธยาศัยเพื่อดื่มยาคูเจือน้ำนมได้มีกำลัง เพราะเขาไม่เคยได้แล้วสิ้นเวลานาน. พระเถระรู้อัธยาศัยของนายตัมพทาฐิกะนั้น จึงพูดกะเขาว่า "อุบาสก ท่านจงดื่มยาคูของตนเถิด." เขาให้พัดในมือแก่ผู้อื่นแล้วดื่มยาคูเอง. พระเถระพูดกะบุรุษผู้พัดว่า "ท่านจงไป จงพัดอุบาสกเถิด." เขาอันบุรุษนั้นพัดอยู่ ดื่มยาคูเต็มท้องแล้วมายืนพัดพระเถระ ได้รับบาตรของพระเถระ ผู้กระทำภัตกิจเสร็จแล้ว.
พระเถระเริ่มอนุโมทนาแก่เขาแล้ว. เขาไม่อาจกระทำจิตของตนให้ไปตามธรรมเทศนาของพระเถระได้. พระเถระสังเกตได้จึงถามว่า "อุบาสก เหตุไร ท่านจึงไม่อาจทำจิตให้ไปตามธรรมเทศนาได้?"
ตัมพทาฐิกะ. "ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทำกรรมหยาบช้ามาสิ้นกาลนาน. มนุษย์เป็นอันมากถูกข้าพเจ้าฆ่าตาย, ข้าพเจ้ามัวระลึกถึงกรรมของตนนั้นอยู่ จึงไม่อาจทำจิตให้ไปตามเทศนาของพระผู้เป็นเจ้าได้."
พระเถระคิดว่า "เราจักลวงบุรุษนั้น" จึงพูดว่า "ก็ท่านได้กระทำตามชอบใจตน หรือถูกคนอื่นให้กระทำเล่า?"
ตัมพทาฐิกะ. "ท่านผู้เจริญ พระราชาให้ข้าพเจ้าทำ."
พระเถระ. "อุบาสก เมื่อเป็นเช่นนั้น อกุศลจะมีแก่ท่านอย่างไรหนอ?"

นายตัมพทาฐิกะตายไปเกิดในดุสิตบุรี
อุบาสกเป็นคนธาตุทึบ ถูกพระเถระกล่าวอย่างนั้น มีความสำคัญว่า "อกุศลไม่มีแก่เรา" จึงกล่าวว่า "ท่านผู้เจริญ ถ้ากระนั้น ขอท่านจงกล่าวธรรมเถิด." อุบาสกนั้น เมื่อพระเถระทำอนุโมทนาอยู่, มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ฟังธรรมอยู่ ยังขันติเป็นไปโดยอนุโลม (แก่อริยสัจ) ภายในแห่งโสดาปัตติมรรค ให้บังเกิดแล้ว. แม้พระเถระกระทำอนุโมทนาแล้วก็หลีกไป.
นางยักษิณีตนหนึ่งมาแล้วด้วยเพศแห่งแม่โคนม ขวิดที่อกอุบาสก ผู้ตามส่งพระเถระหน่อยหนึ่งแล้วกลับอยู่ให้ตายแล้ว. อุบาสกนั้นกระทำกาละแล้วก็บังเกิดในดุสิตบุรี.

กัลยาณมิตรเป็นเหตุให้เกิดในดุสิต
ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า "บุรุษฆ่าโจร กระทำกรรมหยาบช้าสิ้น ๕๕ ปี พ้นจากกรรมนั้นในวันนี้แล ถวายภิกษาแก่พระเถระก็ในวันนี้เหมือนกัน กระทำกาละก็ในวันนี้นั่นแล, เขาบังเกิดในที่ไหนหนอแล?"
พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ตรัสถามว่า "ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยถ้อยคำอะไรหนอ?" เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า "ด้วยถ้อยคำชื่อนี้" จึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย บุรุษนั้นบังเกิดในดุสิตบุรี." ภิกษุทั้งหลายทูลถามว่า "พระเจ้าข้า พระองค์ตรัสอะไร? บุรุษนั้นฆ่ามนุษย์เท่านี้สิ้นเวลาเท่านี้ แล้วบังเกิดในวิมานดุสิต."
พระศาสดาตรัสว่า "อย่างนั้น ภิกษุทั้งหลาย บุรุษนั้นได้กัลยาณมิตรผู้ใหญ่ เขาฟังธรรมเทศนาของสารีบุตร ยังอนุโลมญาณให้บังเกิดแล้ว เคลื่อนจากโลกนี้แล้ว บังเกิดในวิมานดุสิต"
ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
บุรุษผู้ฆ่าโจรในเมือง ฟังคำเป็นสุภาษิตแล้ว
ได้อนุโลมขันติ ไปสู่เทวโลกชั้นไตรทิพย์
ย่อมบันเทิงใจ.
ภิกษุ. "พระเจ้าข้า ธรรมดาอนุโมทนากถามีกำลัง, บุรุษนั้นกระทำอกุศลกรรมไว้มาก, เขายังคุณวิเศษให้บังเกิดด้วยเหตุเท่านั้นอย่างไรได้?"
พระศาสดาตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอย่าถือประมาณแห่งธรรมที่เราแสดงแล้วว่า ‘น้อยหรือมาก’ เพราะว่า แม้วาจาคำเดียวที่อาศัยประโยชน์ ประเสริฐโดยแท้"
เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-
๑. สหสฺสมปิ เจ วาจา อนตฺถปทสญฺหิตา
เอกํ อตฺถปทํ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ.
หากวาจาแม้ตั้งพัน ไม่ประกอบด้วยบทที่เป็นประโยชน์ไซร้,
บทที่เป็นประโยชน์บทเดียว ซึ่งบุคคลฟังแล้วสงบระงับได้
ประเสริฐกว่า.

แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สหสฺสมปิ เป็นคำสำหรับกำหนด. อธิบายว่า "แม้หากว่าวาจา เขากำหนดด้วยพันอย่างนี้ คือ ๑ พัน ๒ พันไซร้, ก็วาจาเหล่านั้นไม่ประกอบด้วยบทที่เป็นประโยชน์ คือประกอบด้วยบททั้งหลายที่ไม่เป็นประโยชน์ อันประกาศแต่เรื่องพรรณนาอากาศ พรรณนาภูเขา และพรรณนาป่าเป็นต้น ไม่แสดงนิพพาน มีมากเพียงใด ก็เป็นวาจาชั่วนั่นแหละเพียงนั้น."
สองบทว่า เอกํ อตฺถปทํ ความว่า ส่วนบุคคลฟังบทใด ที่เป็นประโยชน์แม้บทเดียว เห็นปานนี้ว่า "นี้กาย, นี้สติไปในกาย, วิชชา ๓ เราตามบรรลุแล้ว, คำสอนของพระพุทธะทั้งหลาย เรากระทำแล้ว." ย่อมสงบระงับ ด้วยการสงบระงับกิเลส มีราคะเป็นต้นได้, บทนั้นสำเร็จประโยชน์ ประกอบด้วยนิพพาน คือแสดงขันธ์ ธาตุ อายตนะ อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ และสติปัฏฐาน แม้บทเดียว ยังประเสริฐกว่า โดยแท้.
ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.

เรื่องบุรุษผู้ฆ่าโจรมีเคราแดง จบ.

http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=18&p=1

ปล.อ่านแล้วรู้สึกว่าโจรสมัยพุทธกาลยังมีคุณธรรมมากกว่าคนที่อ้างตนว่าเป็นบัณฑิตผู้รู้มากในสมัยนี้อีกนะ เห็นบัณฑิตมิจฉาทิฏฐิสมัยนี้แล้วให้รู้สึกเพลียใจเป็นอันมาก หุหุ โจรกระทำอกุศลกรรมแล้วรู้ตัวว่าเป็นอกุศลกรรม ยอมรับตามจริง ไม่แถ ไม่ดริ๊ฟ เมื่อมาเจอกัลยาณิตรอย่างพระสารีบุตรจึงพ้นภัยจากอบายภูมิได้ แต่บัณฑิตโมฆะบุรุษก่อกุศลกรรมแล้วไม่รู้ว่าเป็นอกุศลกรรมมันมีแต่ล่องจุ๊น นิ ถ้าบัณฑิตโมฆะบุรุษได้มาเจอกัลยาณิตรอย่างพระสารีบุตรจะเกิดประโยชน์ต่อตนหรือจะเกิดโทษหนักแทนก็ไม่รู้เนอะ - -"

3841
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.242.122 วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:10:24:48 น.  

 
 
 
โจรที่ทำอกุศลกรรมแล้วรู้ว่าเป็นอกุศลกรรมคือรู้จริงตามจริงก็เรียกว่ามีสติสัมปัชญญะได้ เป็นสัมมาทิฏฐิได้ ส่วนจะหยุดทำอกุศลกรรมพลิกมากลับด้านเลิกเป็นโจรได้เมื่อไร อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะขึ้นกับอะไร แต่ที่แน่ๆ คือได้เจอกัลยามิตรผู้ใหญ่อย่างพระสารีบุตรก็พลิกจากที่คว่ำเป็นหงายได้ สามารถฟังธรรมและสำรวามจิตเป็นหนึ่งยังอนุโลมญาณให้บังเกิดตามได้

แต่โมฆะบุรุษทำอกุศลกกรรมแล้วไม่รู้ว่าอกุศลกรรม คือขาดสติ ไม่รู้สภาวะตามความเป็นจริง เรียกว่าหลงตลอด ขาดธรรมเรื่องสติสัมปัญญะ เป็นมิจฉาทิฏฐิ ก็ล่องจุ๊นตลอด แม้จะได้เจอกัลยาณมิตรผู้ใหญ่ก็ไม่อาจทำกิจเพื่อช่วยเหลือตนเองให้พ้นภัยจากอบายได้

อ่านพระสูตรแล้วเพ้อเจ้อ คิดเองเออเองได้ประมาณนี้ อิอิ
แบบว่าเป็นลูกอิช่างคิด หุหุ ไม่รับรองว่าอิเพิ้งคิดถูก เนาะ
อาจจะคิดผิดก็ได้ เพราะมันเป็นความคิด
ไม่ได้เป็นเพราะรู้จริง เห็นจริงตามพระสูตร อะนะ
- -"
9648

 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.242.122 วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:11:07:23 น.  

 
 
 
ฮิตเลอร์

ถ้าคุณชนะ คุณไม่ต้องชี้แจงอะไรทั้งนั้น . . . .
แต่ถ้าคุณแพ้ คุณไม่ควรอยู่ชี้แจง

ก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต อ่านแล้ว ขำ ง่ะ หุหุ
6979
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.204.111 วันที่: 2 มกราคม 2556 เวลา:14:38:28 น.  

 
 
 
คัดลอกมาจากปิฏิทินตั้งโต๊ะ พศ.2556 ของ รพ.สงฆ์
ฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

ชีวิตนี้...สำคัญนัก

ชีวิตนี้...สำคัญนัก เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นทางแยก
จะไปสูง ไปต่ำ จะไปดี ไปร้าย
เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น...
พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี...
แล้วจงเลือกเถิด...เลือกให้ดีเถิด

5938
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.204.111 วันที่: 2 มกราคม 2556 เวลา:15:06:12 น.  

 
 
 
หวัดดีปีใหม่ย้อนหลังนะจ๊ะ อิหม่ามี๊ แอนด์ แควน ๆ เจ้าขราาาา
อ่ะ เอา เดอะลิง มาฝาก เป็นของขวัญวันปีใหม่ จร้าาา
รีบ ๆ ไปอ่านซะนะ คาดว่า อีกไม่นาน กาทู้คงโดนอุ้มว่ะ อิอิ

" พุทธ " ม่ะช่าย ศาสนาของ "ตรู" ! [ กาทู้นี้ นู๋บี ตั้ง เลียนแบบ ปู่แมทท์ เจ้าค่ะ : มีรูปจิ้งจกด้วย

http://www.pantip.com/topic/30010649

ปอลิง

ปีใหม่นี้ มีทั้งข่าวดี และข่าวร้าย

ข่าวดี คือ นู๋บีเข้าไปเสนอหน้าและซ่งติง
ที่ห้องศาสดาได้แระจร้าา
ม่ะรู้ว่า ญิ๋งแม่ใจดีนิรโทษกรรมหั้ย
หรือว่า ระบบพันติ๊ปโฉมใหม่ มันเกิด บั๊ค จนรวน
เรยผิดพลาดทางเทคนิก ทำให้ นักโทษคดีอุฉะกัน อย่างทั่นด็อกฯ
แหกคุกขี้ไก่ ออกไปรับประทานดินเนอร์ได้ หุหุ

ส่วน ข่าวร้าย ก็คือ นู๋บี ล็อกอิน เข้า บล็อกตัวเอง ในนี้ บ่ได้ ง่ะ แง๊ !
ก็เลย จัดการแก้ไขอะรัยในบล็อกนี้ม่ะได้เยย
( และคาดว่า อีก ม่ะนาน คงโดนญิ๋งแม่ จับไปสำเร็จโทษ
ล่ามโซ่ติดหัวกระได ณ คุกขี้ไก่
เป็น เพื่อน อิเพิ้ง เมียป๋าโจ อีกแหง๋ ๆ เยย อ่ะซิก....อ่ะซิก....



8212
 
 

โดย: อิพริ้งคนเริงเมือง โฮ่...โฮ่... IP: 110.77.138.136 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:0:12:56 น.  

 
 
 
ตามไปเสพตัวอักษรตามลิ้งค์แระ
อร่อย!!! แม๋...มีแควนขับเยอะเหมือนกันนะยะหล่อน!!! อิอิ *.*
ทั้งมุสลิมะห์ ทั้งพุทธมามกะ มาอวยให้กะลังใจอีกแน่ะ
น้องพจมาน สิเหน่หา ยังมีเหลือเฟือ วุ้ยส์ 555
ขาดแต่ปู่แมทกะลิโป้ แอนด์ยาจกเฒ่าและสุมาอี้ ยังไม่มาเนอะ

ปล. อิเพิ้ง มันก็ปฏิญาณตนรับพระไตรสรณคมณ์เป็นที่พึ่งตลอดไป จนกว่าจะเข้าถึงพระนิพพาน ขอเกิดในศาสนาของพระพุทธเจ้าตลอดไป ง่ะ อิอิ

หุหุ
5712
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.105.9 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:9:13:52 น.  

 
 
 
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศง 2556 นี้
ก็อยากให้เกิดแต่สิ่งดีๆ ชีวีมีสุขปลอดทุกข์ปลอดโศก
หรือถ้าเกิดมีทุกข์มีโศกก็ขอให้มีสติปัญญามาช่วยได้ทันกาล
ตั้งต้นใหม่ในปีพ.ศ. 2556 นี้ เริ่มง่าย ๆ จากการมีสติตั้งมั่นที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความจริงมากกว่าความเคยชิน และความอยาก
ตั้งใจเลือกทางที่นำไปสู่ความดีและความสุขความเจริญในชีวิตนี้
ตามคำแนะนำของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

3576
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.122.105.9 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:9:28:39 น.  

 
 
 
วรภัทร์ ภู่เจริญ "จุดตะเกียง ดีกว่าด่าความมืด"
....
ธรรมะเป็นของฟรี การศึกษาสมัยใหม่ต้องมีตำรา สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าไม่เคยให้เขียนตำราด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่สมัยนั้นขีดเขียนได้แล้ว สังเกตได้เลยว่า พวกนักอ่านจะไม่ค่อยเข้าใจธรรม แล้วตีความเอง เหมือนเราไม่สามารถเขียนกลิ่นทุเรียนให้คนเข้าใจได้ เราไม่สามารถแต่งเพลงเพื่อบรรยายรสชาติพริกได้ เรื่องทางพุทธเป็นเรื่องทางใจ ไม่ใช่เรื่องสมอง เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นที่กลางใจผู้คน ต้องผ่านครูบาอาจารย์ที่วางแบบฝึกหัดไว้ให้ อย่างผมสอนให้ลองเดินจงกรมเจ็ดวัน ถ้าสามวันเริ่มขี้เกียจ ผมก็เลิกสอน เสียเวลา เขาศรัทธาไม่พอ ครูบาอาจารย์ก็จะใช้วิธีแบบนี้ ถ้าไม่สนใจ ก็เวียนว่ายตายเกิดต่อไป ตัวผมเองก็ต้องฝึกอยู่เรื่อยๆ ประมาทไม่ได้ ทุกอย่างไม่เที่ยง หลงตัวเองไม่ได้

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20130101/483801/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%8D-%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%94.html

8546
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 124.120.48.188 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:13:25:39 น.  

 
 
 
อิอิ ขอ อภัย ที่น้องพจมาน เที่ยวหว่านเสน่ห์ จนหกเรียราดดด
บาดตาบาดใจ ทั่นผู้อ่านทั้งหลาย จนเห็น กงจักร เป็น ดอกบัวป่อง
เฮ้อออ กลุ้มใจจิง ๆ ม่ะรู้ชาติก่อนทำบุญด้วยอะไร น๊อออ
ทำไม กลิ่นสาบสางเสน่ห์นาง มันถึงแร๊งส์ งี้หนอ หุหุ
แต่เด๋วตั้งใจว่า จะเลิกอิแร่ดแต๊ดแต๋ กลับเข้ารูจอมปลวกแระฮ่ะ ( ถ้าอดใจได้ อ่ะนะ อิอิ )
เพราะ ตะคืน ญิ๋งแม่ ยื่นโนติ๊ส มาให้อีกแระ เรยว่าจะชิ่งก่อนดีกว่าว่ะ
เพื่อ สวัสดิภาพ ของล็อกอินหม่ามี๊แก้ว 5555


อ้ออ มีเรื่องจาฟ้อง อิหม่ามี๊โตยยยยย
เนี่ย ล็อกอิน k.kwan ที่ นู๋บีเซ้งต่อจากอิหม่ามี๊ อ่ะ
ถูก คนใจร้ายที่ไหน วาง สนุ๊ก ไว้ก็ มิลู้
ล็อกอินเข้าไปทีไร มัน อืดมว๊ากกกกกกกกกกก ผิดปกติ
อืด พอ ๆ ก๊ะ ล็อกอิน 5th-lotus ที่เคยใช้เยยยยย
แถม ล็อกอิน ลูกบัวผัน ก็โดนหางเลข อืดดดดดเป็นชาติ ก๊ะเขาด้วย
คิดดูดิ ล็อกอินอันอื่น ปกติ ใช้เวลา แค่ห้าวินาทีมั้ง
แต่ อิล็อกอินพวกนี้ โหลดนาน เกือบ หนึ่งนาทีได้มั้ง
อะโหยยย เล่นเอา วัยรุ่นเซ็ง อะซิก...อะซิก...


3585
 
 

โดย: อิพริ้งงงงงง อิอิ IP: 110.77.138.136 วันที่: 5 มกราคม 2556 เวลา:19:42:27 น.  

 
 
 
แปะไว้ให้อ่านเล่น เป็น บุ๊ค มาร์ค อิอิ

คิดอย่างไรกับคนที่แต่งชุดขาวแบบแม่ชีไปวัด แต่หน้าผมเครื่องประดับเป๊ะ

http://pantip.com/topic/30018514/comment37



" พุทธ " ม่ะช่าย ศาสนาของ "ตรู" ! [ กาทู้นี้ นู๋บี ตั้ง เลียนแบบ ปู่แมทท์ เจ้าค่ะ : มีรูปจิ้งจกด้วย

http://pantip.com/topic/30010649



ทำไมคน ๆหนึ่งต้องนับถือศาสนาเดียว...

http://pantip.com/topic/30013372/comment44



รบกวนขอคำแนะนำเรื่องจิตดูจิตด้วยค่ะ

http://pantip.com/topic/30015886/comment16


สงสัยครับ ศีลเสมอกัน นี่หมายถึงอะไร

http://pantip.com/topic/30015106/comment30



เผย"คนไร้ศาสนา"เพิ่มมากขึ้น ครองอันดับ 3 ของโลก"คริสต์"ครองแชมป์คนนับถือมากที่สุด

http://pantip.com/topic/30006567/comment15


8849


 
 

โดย: อิพริ้งงงงงงงง IP: 110.77.138.136 วันที่: 6 มกราคม 2556 เวลา:17:58:37 น.  

 
 
 
มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอ ที่ล๊อคอินโดนแฮก อิอิ
แม๋มันจงใจแฮกเป็นบางล๊อคอินก็ได้ด้วยวุ้ย
สงสัยมีคนอยากีดกันอาเหล่าม่าไม่ให้ไปวิ่งเปี้ยวต้อนลูกแกะ
ในเว็บพลังบิดละมั้ง เรื่องแบบนี้ อิอ่อนไม่ถนัดฮะ

7947
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 61.90.94.142 วันที่: 6 มกราคม 2556 เวลา:18:16:22 น.  

 
 
 
นี่ ๆ อิหม่ามี๊ขราาาาา คาดว่า .....
พี่มอด เขาไม่ได้คิดกีดกัน อาเหล่าม่า เข้าหาลูกแกะ หรอกน้าาาา
เพราะว่า ทดลองใช้ล็อกอิน U Know who
ที่สมัครใหม่เมื่อหลายเดือนก่อน ไปโพส
ก็ไม่ได้โหลดช้า อะรัยนะ เข้าได้โพสได้ตามปกติ
และก็ถูก ลบตัวหนังสือทิ้ง ภายในข้ามคืน ( ตามปกติ เช่นกัน 55555 )
แต่พอใช้ ล็อกอินนอมินี ของ อิเจ้งสันขวาน ก๊ะ อินู๋ลูกบัวผัน ทีไร
ดั๊น อืดมว๊ากกกกกกกกกกกก ทุ๊กที เรยว่ะ
ส่วน ล็อกอิน U Know who นี่ปกติดีทุกอย่าง


จึงได้แต่สัณนิษฐานว่า พี่มอดคงเสียหน้ามั้ง
ที่พยามดิสเครดิต อาเหล่าม่า ยังไง ทั้งบล็อกก็แร้ว ทั้งแบนก็แร้ว
มั๊นก็ยังอึด อิ๊บอ๋ายยยย ไม่ไปไหนซ้าที
แถมยัง เจื๋อกมี เซเลบคนดังขวัญใจมหาชน
อย่าง คุณนายหมื่นโมฯ ก๊ะ อินู๋ลูกบัวผัน
มาพลีกายเป็น นอมินี หั้ย อาเหล่าม่า เข้าสิง
แล้วไปลอยหน้าลอยตาวิ่งผลัด สี่คูณร้อย ต่อที่จักรวาลพังจิต อีตะหาก


เนี่ย ถ้าอาเหล่าม่ายื้มล็อกอินตาสีตาสา ของโนบอดี้ มา
คงม่ะเจอปัญหาวางสนุ๊กงี้หร็อก
เนี่ย เป็น ความผิดของ อิหม่ามี๊ ก๊ะ อินู๋ลูกบัวผัน นะเนี่ย
ที่ดันเป็น ซัม บอดี้ เป็น เซเลบคนดัง ที่ เวบพังจิต
เอ้อออ ทำไมต้องไปสร้างเครดิตไว้ซะมากมายก็มิลู้
ดูดิ๊ พอใครเขาจะเซ้ง ล็อกอินไปใช้ต่อ
พี่มอดก็วิตกจริต กลัวว่า อาเหล่าม่าจะ แอบสวมรอย
อ้างชื่อเซเลบคนดัง มาหากิน ก้อเรยวางสนุ๊ก เพื่อตัดไฟ แต่ต้นลม ฯลฯ หุหุ



นี่ ทั่นด็อกฯ มันก็เริ่มเคือง ๆ พี่มอดฯ เหมือนกันนะ
พยามสะกิด อาเหล่าม่า ยิก ๆ จะให้แท๊กทีม ถลกหนังหัวพี่มอดที่พังจิต
แต่ว่า อาเหล่าม่า มันมัวแต่ไปแปลงร่างเป็น อิพริ้ง ไปหลงระเริงแสงสี ที่พันติ๊ป
เรย ยังขี้เกียจ ไปช่วย ทั่นด็อกฯ ปรุง สมองมอดผัดเผ็ด มาเป็นมื้อดินเนอร์ เหอ...เหอ...


ปอลิง

จิงดิ ช่วงนี้ บล็อกสุมหัวฯ โครงการ ๑๓ ใกล้จะครบร้อยแระ
อาจจะโหลดช้า จิ๊ดนุงส์ แอิหม่ามี๊ ก๊ะ แควน ๆ ก็ทน ๆ เอาหน่อยเน๊าะ
เพราะ อิตั้วเจ้นู๋บี มันยังเข้า ล็อกอินเข้าบล็อก นี้ บ่ได้เยยย
ไอ้ครั้นจะอพยพ ออกจากสุสานโบราณ หรือก็ยังลังเล อยู่
เอาไว้ชัวร์ ๆ ติดต่อผู้ดูแลระบบ แล้วรู้แน่ ๆ
ว่า จะไม่สามารถ ล็อกอินเข้าบล็อก ได้จริง ๆ
ค่อยขยับขยายอีกทีก็แระกัน แหะ ๆ


อ้อ ไอ้เรื่อง สัมมาสไตล์ และ สารพัดคำถาม
ทั้ง เรื่องพุทธอวตาร เรื่องก้วยเจ๋งลงโทษลูกสาวว ฯลฯ
นี่ ก็ไม่ได้หลงลืมหรอกน้าาาาาาาา
ไงก็จะมาฉะเหลย ตามสัญญา แน่ ๆ
เนี่ย ขนาด นู๋บีติดค้าง กิ๊บ ที่จะหั้ยเป็นสินบน ไอ้แง่บ หนึ่งโหล
ตอนที่ขอให้มันช่วยเป็น นอมินีให้
ผ่านไป เกือบสามปี พอมีโอกาสนู๋บียัง ตามไปใช้คืนให้มันเรย



แต่ก็อย่างที่บอกแหล่ะคร้าาาา
ว่า อาเหล่าม่า มันพวกอารมณ์ศิลปิน
นึกอยากเขียนมันก็เขียน
พอบิ้วอารมณ์ไม่ขึ้น องค์ไม่ลง
มันก็ติ๊สแตกวางปากกาดื้อ ๆซะงั้น


ฉะนั้น อย่าไปคาดหวัง อะรัย
ก๊ะ อาเหล่าม่าลมเพลมพัด นักเลยคร้าาา
ยิ่ง อาเหล่าม่า มันหวนคืนสังเวียน
ที่พันติ๊ปโฉมใหม่ในระบบแทกอลวนป่วนข้ามห้องได้นี่
อาเหล่าม่ามันยิ่งระริกระรี้เป็นกระดี่ได้น้ำ
มัวแต่ไปพล่ามแหลกเพื่อขยายฐานแควนขับอยู่ที่ พันติ๊ปคร้าาา
แต่ไงก็จะเขียน เรื่องที่ติดค้างไว้ ให้ อิหม่ามี๊อ่านแน่ ๆ
เพียงแต่ว่า ขอรอฤกษ์งามยามดี ให้ องค์มันลง ก่อนเน๊าะ แหะ ๆ


Counter : 777 Pageviews. 98 comments

9876 ( ว้าววว เลขเรียงงงงง อิอิ )

 
 

โดย: อิพริ้ง IP: 110.77.138.136 วันที่: 6 มกราคม 2556 เวลา:20:47:24 น.  

 
 
 
ตามฉะบายอิพริ้งก๊ะอาเหล่าม่าเรยจร้า
วิ่งเปี้ยวโชว์จ้ำบ๊ะให้เต็มที่ไปเยย โลกนี้เป็นของเราแร้ววว
555
ช่วงที่ระบบกะลัง งงๆ รวนๆ แบบนี้
นับเป็นช่วงโอกาสทองที่จะได้แสดงแสนยานุถาพกะพี่พัน อิอิ

2706
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.234.209 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:8:59:43 น.  

 
 
 
สมจิตต์ เครือนวสุนทร *.* wow !!!
คนโกหกไม่ทำชั่วไม่มี!!!
ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในวันนี้ที่อาจนำไปสู่การล่มสลายของประเทศได้คือ การพยายามล้างสมองคนด้วยการสร้างชุดความคิดใหม่ยัดเยียดให้เชื่อว่าเป็นความจริง ถึงขนาดเดี๋ยวนี้มีสื่อกล้าที่จะพูดว่า “ความจริงมีหลายชุด” ทั้ง ๆ ที่ “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น” แต่ความเชื่อจากมุมมองของแต่ละคนต่างหากที่ถูกนำมาเป็นภาพมายาบดบังความจริงจนสังคมเต็มไปด้วยความสับสน วุ่นวาย เพราะแยกความจริงออกจากความเชื่อไม่ได้ จึงวนเวียนอยู่กับความขัดแย้งบนความเชื่อของตัวเองเป็นหลัก แต่ไม่ยึดความถูกต้องด้วยหลักเหตุและผล

^.^ ปลื้ม คุณสมจิตต์ ซะแร้ว แหะ แหะ ^.^

"คนดียอมเสียสละตัวเองเพื่อรักษากฏกติกา แต่คนเลวมันยอมที่จะละกฏกติกาเพื่อรักษาตัวเอง"

สจฺจํ เว อมตา วาจา ความจริงไม่มีวันตาย

1787
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.234.209 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:10:09:44 น.  

 
 
 
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เมื่อบุคคลยังไม่ละอายธรรมข้อหนึ่งคือ
การพูดปดทั้งๆที่รู้
เราย่อมไม่กล่าวว่า มีบาปกรรมอะไรบ้างที่ผู้นั้นจะทำไม่ได้"

จาก อิติวุตตก 25/243
ศิษย์ตถาคต

ก๊อปมาจากอินเตอร์เน็ต
6312
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.234.209 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:10:18:23 น.  

 
 
 
คุณพระช่วย
เพิ่งรู้ ตอนจบของหนังเรื่องเหนือเมฆ2 มีตัวละครหนึ่งโดย
พระแม่ธรณีสูบ !!!

อาจารย์พิรงรอง รามสูต แห่งคณะนิเทศศาสตร์, จุฬาฯใน Facebook

---------------------------------------

...“ปกติไม่เคยดูละครเหนือเมฆ 2 จริงๆ จังๆ นั่งดูเป็นเพื่อนลูกชายบ้าง บางที แต่พอมันโดนแบนไปแบบมีเงื่อนงำ ก็เลยพยายามหาคำตอบ ตามประสาคนถูกปิดกั้น ถามไปที่คนที่รู้จักแถวช่อง 3 ก็เจอคำตอบประมาณว่า ตอนนี้ช่อง 3 อยู่ในจุดที่น่ากลัวมากทางการเมือง ใครๆ ก็ไม่กล้าทำอะไรแล้ว ถามไปทาง กสทช. ก็ยืนยันว่าคือเรื่องการเซนเซอร์ตัวเองของสถานี (ไม่ใช่กำกับดูแลตนเอง เพราะไม่เหมือนกัน) พอมานั่งอ่านเรื่องย่อละครก็เจอ keyword กับเค้าโครงเรื่องที่น่าสนใจอยู่บางจุด ดังนี้

ดร.แพรไพลิน นางเอกเป็น ลูกสาว เพชรแท้ เจ้าแม่ธุรกิจเครือข่ายสื่อสารอันดับหนึ่งของเมืองไทย แพรไพลิน ไม่พอใจการทำธุรกิจแบบไม่ซื่อตรงของแม่ ดร.เมฆา นายกรัฐมนตรีผู้ซื่อตรงมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับจักร นักการเมืองดาวรุ่งเรื่องสัมปทานดาวเทียม ดวงใหม่ เพราะจักร ต้องการให้เครือข่ายของเพชรแท้ ได้รับอนุมัติ เมฆา ถึงกับประกาศปลดจักร ออกจากทุกตำแหน่ง แต่ทำอะไรจักร ไม่ได้เพราะจักร มีจอมขมังเวทย์ชื่อ "วิญญู" คอยช่วยเหลือ

ตอนจบ วิญญู โดนธรณีสูบ บทบรรยายว่า "ปรากฏธรณีแยกแตกออกเป็นรอยร้าว ดูดกลืนร่างวิญญู ตกลงไปภายในคล้ายต้องการฝังกลบความเลวร้ายให้สูญสิ้น วิญญูขาดใจตายไปตรงนั้นพร้อม ๆ กับที่ร่างโดนดูดกลืนหายวับไปในพริบตา !"

แต่ดูยังไง ก็ยังไม่เห็นว่าจะผิดมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ตรงไหน เพราะมาตรานี้บอกห้ามอยู่สาม สี่ เรื่องเกี่ยวกับเนื้อหาคือ
1) ที่มีลักษณะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2) ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน
3) ที่เข้าลักษณะลามกอนาจาร หรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

แล้วตอนจบที่คนชั่วถูกธรณีสูบนี่มันผิดข้อไหนอ่ะ? ช่วยให้ความกระจ่างด้วยค่ะ”...

---------------------------------------
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/suthichaiyoon/20130107/484600/%E2%80%98%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%86%E2%80%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3,-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2-37.html

1370
 
 

โดย: อิเพิ้ง IP: 110.169.234.209 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:10:30:49 น.  

 
 
 
อ่ะ เอามาฝาก ก่อนลงเวรบ่าย อิอิ

http://pantip.com/topic/30024374



Counter : 804 Pageviews. 103 comments


1416
 
 

โดย: สาวกกาลิเลโอ อิอิ... IP: 110.77.138.136 วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:0:13:50 น.  

 
 
 
อิเพิ้ง เข้าไปตามลายแทง แร้วเจอแบบนี้ ง่ะ อิอิ 555
*.*
กระทู้นี้ถูกลบเนื่องจาก กระทู้นี้ถูกลบโดยระบบอัตโนมัติทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศการสนทนา ของเพื่อนสมาชิกโดยรวมค่ะ

^.^
3218
 
 

โดย: อิอิ IP: 124.122.102.23 วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:9:00:34 น.  

 
 
 
ย้อนรอย "คำขวัญวันเด็ก" นายกคนไหนใส่ใจคุณธรรม
คัดมาบางส่วน เนาะ...
หากการเกิดขึ้นของวันเด็กจะหมายถึงการที่เด็กได้รับความสำคัญ และตระหนักในความต้องการของเด็ก รวมถึงเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมสู่การเป็นกำลังของประเทศในวันข้างหน้าแล้วไซร้

สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญและอยู่คู่กับวันเด็กมาช้านานรวมถึงมีอิทธิพลต่อย่อหน้าข้างต้นคงหนีไม่พ้น "คำขวัญวันเด็ก" ที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเป็นผู้กำหนดขึ้น และมอบให้แก่เด็ก ๆ เป็นข้อคิดเตือนใจ ซึ่งคำขวัญวันเด็กนั้นเริ่มมีครั้งแรกในปี พ.ศ. 2499 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ต่อมาในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้เปลี่ยนเป็นการมอบคำขวัญวันเด็กปีละ 1 คำขวัญ จากนั้นก็ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนายกรัฐมนตรีไทยสืบมา
....
ขณะที่ยุคของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วง พ.ศ. 2524 - 2531 นั้นพบว่า ปรากฏหัวข้อของความซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมในคำขวัญวันเด็กมากที่สุด รวมทั้งสิ้น 7 ครั้งตลอดระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 8 ปี

รองลงมาคือยุคของนายชวน หลีกภัย ที่ปรากฏว่ามีการให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และคุณธรรมในคำขวัญวันเด็กถึง 4 ครั้ง (ช่วงปีพ.ศ. 2541 - 2544) หรือแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหารอย่างรัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ปรากฏคำขวัญวันเด็กที่เน้นถึงความมีคุณธรรมเช่นกัน
...
ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยให้คำขวัญวันเด็ก แต่ไม่ปรากฏหัวข้อของคุณธรรม และความซื่อสัตย์เลยตลอดระยะเวลาที่ได้ดำรงตำแหน่งมีทั้งสิ้น 4 รายได้แก่ นายบรรหาร ศิลปอาชา พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังรายละเอียดที่ปราฏด้านล่าง
พ.ศ.2539 สมัยของนายบรรหาร ศิลปอาชา คำขวัญวันเด็กได้แก่ "มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพย์ติด"

พ.ศ.2540 สมัยของพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ คำขวัญวันเด็กได้แก่ "รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจ ใฝ่ศึกษาไม่พึ่งพายาเสพย์ติด"

พ.ศ.2545 สมัยของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส"

พ.ศ.2546 สมัยของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี"

พ.ศ.2547 สมัยของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดี ๆ อนาคตดีแน่นอน"

พ.ศ.2548 สมัยของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส"

พ.ศ.2549 สมัยของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด"

พ.ศ.2555 สมัยของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี"

และปีสุดท้าย พ.ศ.2556 ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คำขวัญวันเด็กได้แก่ "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน"
*.*
http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9560000002824

9607
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.12.92 วันที่: 9 มกราคม 2556 เวลา:10:26:54 น.  

 
 
 
คำขวัญวันเด็ก เป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดยคำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยที่จอมพล ป. พิบูลสงครามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตั้งแต่ พ.ศ. 2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กให้ จึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ.2499 จอมพล ป.พิบูลสงคราม-จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
พ.ศ.2502 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์-ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า
พ.ศ.2503 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์-ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่รักความสะอาด
พ.ศ.2504 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์-ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่อยู่ในระเบียบวินัย
พ.ศ.2505 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์-ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่ประหยัด
พ.ศ.2506 จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์-ขอให้เด็กสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด
พ.ศ.2507 จอมพล ถนอม กิตติขจร-ไม่มีคำขวัญ เนื่องจากงดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ
พ.ศ.2508 จอมพล ถนอม กิตติขจร-เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี
พ.ศ.2509 จอมพล ถนอม กิตติขจร-เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะ บากบั่น และสมานสามัคคี
พ.ศ.2510 จอมพล ถนอม กิตติขจร-อนาคตของชาติจะสุกใส หากเด็กไทยแข็งแรง เรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย
พ.ศ.2511 จอมพล ถนอม กิตติขจร-ความเจริญและความมั่นคงของชาติไทยในอนาคต ขึ้นอยู่กับเด็กที่มีวินัย มีความเฉลียวฉลาด และรักชาติยิ่ง
พ.ศ.2512 จอมพล ถนอม กิตติขจร-รู้เรียน รู้เล่น รู้สามัคคี เป็นความดีที่เด็กพึงจำ
พ.ศ.2513 จอมพล ถนอม กิตติขจร-เด็กประพฤติดีและศึกษาดี ทำให้มีอนาคตแจ่มใส
พ.ศ.2514 จอมพล ถนอม กิตติขจร-ยามเด็กจงหมั่นเรียนเพียรกระทำดี เติบใหญ่จะได้มีความสุขความเจริญ
พ.ศ.2515 จอมพล ถนอม กิตติขจร-เยาวชนฝึกตนดี มีความสามารถ
พ.ศ.2516 จอมพล ถนอม กิตติขจร-เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ
พ.ศ.2517 สัญญา ธรรมศักดิ์-สามัคคีคือพลัง
พ.ศ.2518 สัญญา ธรรมศักดิ์-เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี
พ.ศ.2519 หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช-เด็กที่ต้องการเห็นอนาคตของชาติรุ่งเรือง จะต้องทำตัวให้ดีมีวินัยเสียแต่บัดนี้
พ.ศ.2520 ธานินทร์ กรัยวิเชียร-รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเยาวชนไทย
พ.ศ.2521 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์-เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง
พ.ศ.2522 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์-เด็กไทยคือหัวใจของชาติ
พ.ศ.2523 พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์-อดทน ขยัน ประหยัด เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2524 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-เด็กไทยมีวินัย ใจสัตย์ซื่อ รู้ประหยัด เคร่งครัดคุณธรรม
พ.ศ.2525 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-ขยันศึกษา ใฝ่หาความรู้ เชิดชูชาติศาสน์กษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของเด็กไทย
พ.ศ.2526 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-รู้หน้าที่ ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีวินัยและคุณธรรม
พ.ศ.2527 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-รักวัฒนธรรมไทย ใฝ่ดีมีความคิด สุจริตใจมั่น หมั่นศึกษา
พ.ศ.2528 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-สามัคคี นิยมไทย มีวินัย ใฝ่คุณธรรม
พ.ศ.2529 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์-นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2532 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ-รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม
พ.ศ.2534 พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ-รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา
พ.ศ.2535 อานันท์ ปันยารชุน-สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม
พ.ศ.2536 ชวน หลีกภัย-ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2538 ชวน หลีกภัย-สืบสานวัฒนธรรมไทย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม
พ.ศ.2539 บรรหาร ศิลปอาชา-มุ่งหาความรู้ เชิดชูความเป็นไทย หลีกไกลยาเสพติด
พ.ศ.2540 พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ-รู้คุณค่าวัฒนธรรมไทย ตั้งใจใฝ่ศึกษา ไม่พึ่งพายาเสพติด
พ.ศ.2541 ชวน หลีกภัย-ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
พ.ศ.2543 ชวน หลีกภัย-มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำประชาธิปไตย
พ.ศ.2545 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร-เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส
พ.ศ.2546 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร-เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี
พ.ศ.2547 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร-รักชาติ รักพ่อแม่ รักเรียน รักสิ่งดี ๆ อนาคตดีแน่นอน
พ.ศ.2548 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร-เด็กรุ่นใหม่ ต้องขยันอ่าน ขยันเรียน กล้าคิด กล้าพูด
พ.ศ.2549 พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร-อยากฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด
พ.ศ.2550 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์-มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุข
พ.ศ.2551 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์-สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2552 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี
พ.ศ.2553 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม
พ.ศ.2554 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ
พ.ศ.2555 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี
พ.ศ.2556 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร-รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
3594
 
 

โดย: อิอิ IP: 171.96.12.92 วันที่: 9 มกราคม 2556 เวลา:10:42:35 น.  

 
 
 

อืม...เม๊นท์ เริ่มแยะแระ
ขอนุยาด ขึ้น โครงการ 14จร้าาาาา
มีไรไปโพสคุยกันต่อในนั้น น้าาาา


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ssonj&month=01-2013&date=09&group=1&gblog=2



 
 

โดย: ทายซิครายเอ่ย ? อิอิ (ป๊ะป๋าหมาน ) วันที่: 9 มกราคม 2556 เวลา:23:13:04 น.  

 
 
 
หมายเหตุ


Counter : 835 Pageviews. 108 comments

 
 

โดย: ทายซิครายเอ่ย ? อิอิ (ป๊ะป๋าหมาน ) วันที่: 9 มกราคม 2556 เวลา:23:15:18 น.  

 
 
 
ป้า จะ 3 ปี แล้ว เด้อ สบายดี ป่าวววววววววว อยู่ที่เดิม ครับ

ช่วย เค้า ทำ กระทู้อยู่ หาย ๆ โผล่ ๆ มาหลาย เพลาแล้ว

ข่วงนี้ กะจะ ช่วยเค้า เต็ม ๆ อีกรอบ

http://www.sookjai.com/index.php?action=forum

http://www.tairomdham.net/index.php

เฟซบุค ส่วนตัว https://plus.google.com/104449699045535495280
 
 

โดย: มดเอ๊ก IP: 119.76.2.10 วันที่: 27 มิถุนายน 2559 เวลา:2:14:26 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นู๋บี
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
[Add นู๋บี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com