Group Blog
 
 
มกราคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มกราคม 2549
 
All Blogs
 

A Bungee Jumping of Their Own

ครั้งแรกที่รู้จักหนังเรื่องนี้ ผมเข้าใจว่า คือหนังรักเกาหลีทั่วๆ ไป คงไม่ต่างจากหนังจำนวนมากมายที่ผมเคยดูมาแล้ว



แต่ว่าด้วย Theme ของเรื่องที่โดนใจผมอย่างแรง ก็ทำให้ผมหาโอกาศที่จะได้ดูเรื่องนี้จนได้

จุดเริ่มต้นของเรื่องมาจากนักเขียนหญิง ที่เป็นผู้เขียนบทเรื่องนี้ เธอถามชายคนรักของเธอว่า
"ถ้าชาติหน้าชั้นเกิดเป็นผู้ชาย คุณจะยังคงรักชั้นอยู่หรือเปล่า"

ผมอ่านแล้วก็คิดไปนานเลยครับว่าถ้าเป็นเรา เราจะตอบคำถามนี้ยังไงดี แต่ก็ตอบไม่ได้ ก็เลยไปหาหนังเรื่องนี้มาดู เผื่อจะได้แนวคำตอบสำหรับตัวเองบ้าง

หนังเปิดเรื่องเหมือนๆ กับหนังรักทั่วๆ ไป ชายหนุ่มคนหนึ่ง พบกับหญิงสาวที่น่ารัก แล้วทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกัน ทั้งคู่รักกันมาก แต่วันหนึ่งฝ่ายชายก็ต้องจากไปเป็นทหาร วันที่เค้าต้องเดินทาง ได้นัดให้ฝ่ายหญิงมาเจอกันที่สถานีรถไฟ แต่หญิงคนรักกลับไม่ได้มาส่งเค้าที่สถานี เค้าไม่รู้ว่าทำไมคนรักของเค้าถึงไม่ยอมมาตามนัด และหลังจากนั้น เค้าก็ไม่ได้เจอกับเธออีกเลย นี่คงเป็นความรักที่ฝังใจ และติดตราอยู่ในความรู้สึกของเค้าตลอดมา

แม้ว่าภายหลัง ในหลายสิบปีต่อมา เค้ากลับจากการเป็นทหาร ได้ทำงานมั่นคงในอาชีพครู และที่สำคัญได้แต่งงานและมีลูกแล้วก็ตาม แต่แต่เค้าก็ยังไม่สามารถลืมรักครั้งแรกไปได้



ทุกอย่างคงจางหายไป เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ถ้าหากเค้าไม่ได้พบกับลูกศิษฐ์คนหนึ่ง ความรู้สึกบางอย่างบอกกับเค้าว่า เด็กคนนี้มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับหญิงสาวที่เป็นรักแรกของเค้า

ปัญหาไม่เพียงเกิดจากความรักระหว่างลูกศิษฐ์วัยรุ่นกับอาจารย์วัยผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมาจากที่ลูกศิษฐ์คนนั้นเป็นเด็กผู้ชาย จนถึงตอนนี้ ผู้เขียนบท กำลังตั้งคำถามกับคนดูว่า เราจะยังคงรักเค้าอยู่หรือเปล่า ถ้าต่อมาเค้าเกิดมามีเพศเดียวกับเรา

หนังตั้งคำถามได้อย่างแยบคาย และชวนคบคิด หนังไม่ได้มีเรื่องราวของเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่สามารถแสดงถึงความรู้สึกรัก และความต้องการทางเพศของตัวเอกที่ถูกเก็บกดเอาไว้ ต้องขอชมตัวพระเอกของเรื่องที่แสดงบทนี้ได้อย่างดี การแสดงสีหน้าเพียงเล็กน้อย สามารถดึงอารมณ์คนดูได้เป็นอย่างดี

ช่วงกลางของเรื่องเป็นความพยายามของพระเอกที่จะพยายามหาทางให้คนรักของตน (ที่อยู่ในร่างของเด็กหนุ่ม) จำเค้าได้ แต่ช่างยากเหลือเกิน เพราะเด็กผู้ชายคนนั้น ไม่มีควาทรงจำอะไรเหลืออยู่เลย ยิ่งเค้าพยายามเข้าใกล้เด็กหนุ่มคนนั้นมากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้คนอื่นเข้าใจผิด คิดว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นความรักระหว่างชายกับชาย คงต้องอธิบายสักหน่อยว่า ในประเทศเกาหลี เป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่เสมอ และพฤติกรรมรักร่วมเพศถือเป็นเรื่องผิดทางสังคมอย่างร้ายแรง

ในช่วงกลางของหนัง เป็นการต่อสู้ของความขัดแย้งทั้งภายในตัวของพระเอกเอง กับความขัดแย้งกับสังคมภายนอก แต่ตลอดเวลาพระเอกไม่เคยอธิบายเรื่องนี้กับใคร เพราะเค้ารู้ว่าสิ่งที่เค้าเชื่อ คงยากที่คนอื่นจะเชื่อตามเค้า

ผู้กำกับมีความละเอียดอ่อน ในการใส่รายละเอียดหลายอย่างในเรื่อง ทำให้มีความเชื่อมโยงกันระหว่าง หญิงสาวคนรัก กับเด็กหนุ่มนักศึกษา ทำให้คนดูเห็นภาพตามว่า ทำไมพระเอกถึงปักใจเชื่อเหลือเกินว่า สองคนนี้เกี่ยวข้องกัน

จากเดิมเด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่เชื่อ และปฏิเสธที่จะเข้าใกล้เค้า เพราะว่ารังเกียจที่จะต้องอยู่ใกล้ และไม่อยากถูกมองว่าเป็นเกย์ เด็กหนุ่มเองก็ต่อต้านเค้าอย่างมาก


แต่ต่อมา เด็กหนุ่มคนนั้น ก็ค่อยๆ จำได้ขึ้นมา ความทรงจำค่อยๆ กลับคืนมา ในตอนนี้ในหนังทำการเล่าเรื่องแบบย้อนกลับไป บอกเล่าถึงสาเหตุว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงไม่ไปที่สถานีรถไฟ และความทรงจำอื่นๆ ก็ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นมา การตัดต่อในช่วงนี้ทำได้ดีมาก ในการเล่าเรื่องปัจจุบันสลับการอดีต และสุดท้ายเด็กหนุ่มก็เริ่มยอมรับ และให้โอกาศพระเอกได้เข้ามาใกล้ชิด และเริ่มต้นความรักกันอีกครั้งหนึ่ง

จนถึงตอนนี้ ผู้เขียนบท คงกำลังบอกเราว่า ถ้าเรารักใครสักคน ด้วยหัวใจอย่างแท้จริง เรื่องเพศ สังคม หรือสิ่งอื่นก็คงไม่สำคัญ

และในตอนท้ายของหนัง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง เพราะในครั้งอดีต คนทั้งคุ่เคยสัญญากันไว้ ว่าจะไปโดดบันจี้จัมป์ด้วยกัน การโดดบันจี้จัมป์ คงเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งในหนัง ที่เป็นการที่ชั่วขณะหนึ่ง ที่เราหลุดออกไปจากโลกความเป็นจริง อยู่กับตัวเองเท่านั้น



ในตอนจบของเรื่อง การตัดสินใจของคนทั้งคู่อาจยากและซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดาได้

หนังจบลงพร้อมๆ คำตอบที่ผมได้รับ




 

Create Date : 05 มกราคม 2549
19 comments
Last Update : 11 มกราคม 2549 21:41:12 น.
Counter : Pageviews.

 

มาแวะดู blog เกือบทุกวันเลย อยากเห็นเจ้าของ blog post มากๆ

 

โดย: โจเซฟิน 7 มกราคม 2549 22:19:34 น.  

 

ดีใจจังเลยครับ ที่มีคนมาเยี่ยม ประหลาดใจมากๆ เลย ที่มีคนเข้ามาแล้ว เพราะผมเพิ่งเริ่มทำ blog หน่ะครับ ในนี้ก็เลยยังโล่งๆ ไม่มีอะไรเท่าไหร่

เอาเป็นว่าถ้ายังไง คงได้รู้จักกันมากกว่านี้นะครับ

 

โดย: seabreeze_psu (seabreeze_psu ) 9 มกราคม 2549 8:02:17 น.  

 

เรื่องนี้เป็นผลงานเก่า ของดาราสาว Lee Eun-joo ที่ฆ่าตัวตายเมื่อวันที่ 22 ปีที่แล้วค่ะเสียดายเธอมากๆเพราะเป็นดาราในดวงใจอีกคนเลย ส่วน Lee Byung-hun พระเอกของเรื่อง เป็นดาราที่มากด้วยความสามารถระดับแนวหน้าของเกาหลีค่ะ ชอบพล๊อตเรื่องแปลกๆเรื่องนี้เหมือนกัน

 

โดย: โจเซฟิน 13 มกราคม 2549 21:23:28 น.  

 

สวัสดีครับ เห็นคุณมาโพสความคิดเห็นหนังที่บล๊อคผม วันนี้ได้โอกาสเลยลองแวะมาเยี่ยมหน่อย

หนังเกาหลีเรื่องนี้...รู้สึกผมยังไม่ได้ดูนะ แต่หนังเกาหลีส่วนมากจะมีภาพโปสเตอร์หนังไปในแนวทางเดียวกันหมด ทำให้เรารู้สึกว่า มันน่าจะคล้ายๆกัน (ซึ่งผมก็เคยเจอความรู้สึกอย่างนี้หลายครั้งแล้วครับ) แต่ก็ไม่เชื่อตัวเอง...ต้องเข้าไปดูด้วยตาเกือบทุกที

ท่าทางคุณก็เป็นคนชอบดูหนังเหมือนกันนะ ว่างๆมาคุยเรื่องหนังกันใหม่ได้นะครับ (ถ้าเรื่องไหนที่คุณได้ดูมา)

แล้วผมจะแวะเข้ามาเยี่ยมใหม่นะครับ

 

โดย: ใครชอบดูหนัง มาคุยกันในบล๊อคผมก็ได้นะครับ (ตี๋หล่อมีเสน่ห์ ) 17 มกราคม 2549 16:33:47 น.  

 

ไม่ชอบครับ เรื่องพยายามทำให้เป็นโรแมนติคเพียว ๆ ไม่ลงลึกในเรื่องแคแร็คเตอร์เลย ผมไม่ชอบจริง ๆ ที่มีการปิดปมอดีตท้ายเรื่อง แล้วมาเฉลย มันง่าย และไม่
คมคายเอาเสียเลย ดู bishonen lan yu เหนือชั้นกว่ากันเยอะเลยครับ

 

โดย: นักกล้าม IP: 61.91.97.248 22 มกราคม 2549 16:28:00 น.  

 

ผมก็เห็นด้วยนะครับ ที่ว่าเรื่องนี้ออกจะเน้นไปที่ความโรแมนติกซะมากกว่า แต่กลับไม่เน้นไปที่ความซับซ้อนใน character ของแต่ละตัวละคร

แต่เท่าที่อ่านๆ วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้มา ผู้อำนวยการสร้างพยายามจะเปลี่ยนบท ไม่ให้มีเกี่ยวกับความรักแบบชายกับชาย เค้ากลัวหนังขายไม่ได้ เพราะประเทศเกาหลียังไม่เปิดรับเรื่องแบบนี้

ทางผู้กำกับ กับคนเขียนบท เลยต้องพยายามเลี่ยง และปรับเนื้อเรื่องออกไป ทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นน้อยลงไป

นึกแล้วก็น่าเสียดาย ถ้าเกิดว่า คนเขียนบทเค้าได้ทำตามที่คิด เนื้อหาคงออกมาแน่กว่านี้เยอะนะครับ

 

โดย: seabreeze_psu 23 มกราคม 2549 8:19:52 น.  

 

มาเยี่ยมค่า

เขียนดีจังค่ะ
อ่านดูก็รู้ว่าตั้งใจ(เนอะ)

ชอบชื่อล็อกอินของคุณค่ะ โรแมนติกดี


ไม่เข้าใจว่าทำไมหนังเกาหลีชอบใช้เขียนตัวเกาหลีเป็นชื่อภาษาอังกฤษ หรือว่าเป็นเฉพาะดีวีดีที่ขายต่างประเทศ

 

โดย: concubine 2 กุมภาพันธ์ 2549 18:05:19 น.  

 

เห็นทีจะต้องไปสอยมาดูบ้างซะแล้ว

แต่...เอ หาที่ไหนหว่า หรือจะไปเช่ามาดี....

ว่าแต่เจ้าของบล๊อกได้มาดูยังไงครับ

ผมจะได้ไปหามาดูบ้าง

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

 

โดย: kaazanova 8 กุมภาพันธ์ 2549 10:07:04 น.  

 

ขอบคุณนะครับที่ไปเยี่ยม blog ร้างๆของผม รู้สึกว่าเราคอเดียวกัน ไว้มีโอกาศหวังว่าจะได้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันนะครับ

 

โดย: Docthurr 10 กุมภาพันธ์ 2549 15:48:16 น.  

 

อยากดูจังเลยค่ะ หนังน่าดูมากๆๆๆ

ถ้ามีโอกาศต้องดูให้ด้ายยยย

 

โดย: "ZeN" IP: 202.133.139.156 13 กุมภาพันธ์ 2549 12:32:37 น.  

 

เป็นหนังที่ผมชอบมากๆ และทำให้ผมอึ้งกิมกี่จะตอนจบ

ดูแล้วคิดถึง ลีอุนจู จังครับ - -"

เล่นหนังกี่เรื่องๆ ก็ได้รับแต่บทน่าสงสารๆ ทั้งนั้น ..

 

โดย: เด็กชายหัวหอม IP: 58.8.192.71 20 กุมภาพันธ์ 2549 21:51:44 น.  

 

แวะตามเข้ามาอ่านครับ หนังแต่ละเรื่องที่เจ้าของบล็อกโพสเป็นหนังแนวๆที่ผมชอบเช่นกันครับ ชอบหนังเอเชียมากๆเหมือนกันครับ ตามมาอ่านก็ไม่ผิดหวังครับ

เคยดูหนังเรื่องนี้เหมือนกันครับ ดูตอนจบของหนังเรื่องนี้ ก็เข้าใจว่าคงเหมือนหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริง โลกความสัมพันธ์ของเพศชายและหญิง แต่ก็ยังสงสัยอยู่เสมอว่า ตอนจบของหนังเรื่องนี้ จริงๆแล้วเป็นอย่างไร เป็นการกระโดดบันจี้จัมพ์ธรรมดา หรือว่าเหมือนกระโดดเพื่อสิ้นสุดชีวิตของคนทั้งคู่เลยหรือเปล่า

ยังไงจะตามเข้ามาอ่านบล็อกนะครับ บล็อกหนังที่เขียนไว้น่าสนใจดีครับ

 

โดย: Tempting Heart 3 มีนาคม 2549 20:15:42 น.  

 

คำตอบสำหรับคุณ Tempting Heart นะครับ อาจมีการบอกตอบจบ คนที่ยังไม่ดูอ่านข้ามไปนะครับ
.
.
.
.
.

ตอนจบ เท่าที่จำได้คือคนทั้งคู่โดดบันนี้จัมพ์ลงไปพร้อมๆ กัน โดยที่ไม่ได้ผูกเชือกที่เท้า นั่นน่าจะบอกได้ว่า คนทั้งคู่ "ฆ่าตัวตาย" พร้อมๆ กัน

แล้วหนังก็ตอกย้ำอีกครั้ง ในการถ่ายภาพของคนที่วิ่งตามเข้ามาจะห้ามไม่ให้ทั้งคู่โดดลงไป แต่ว่าทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

ผมประทับใจที่สุดสำหรับการถ่ายภาพในช่วงสุดท้าย ถ้าคนที่สังเกตุจะเห็นได้ว่า เค้าจะถ่ายภาพเป็นเหมือนกับคนที่ดิ่งลงมาจากหน้าผา แล้วก็ลึกลงไปเรื่อยๆ จนถึงจังหวะหนึ่งที่มีการเปลี่ยนหมุนกล้อง คล้ายๆ เป็นการล่องลอยไปตามแม่น้ำ

เข้าใจได้ง่ายๆ ครับ ว่าเค้าถ่ายภาพแทนสายตาของคนทั้งคู่ ที่โดดลงไป แล้วก็เสียชีวิต แล้ววิญญาณทั้งคู่ ก็ล่องลอยไปพร้อมๆ กัน ผมเสียน้ำตากับช่วงนี้ของเรืองไปเยอะมาก T_T มันเศร้าอะครับ

 

โดย: seabreeze_psu 4 มีนาคม 2549 11:28:05 น.  

 


ผมอ่านที่คุณเล่า กลับชอบเรื่องย่อนี้แฮะ(ยังไม่ได้ดูหนัง) ถ้ามีโอกาสจะดูครับ

ผมเป็นคนชอบดูหนังแบบลิเกหน่อยๆ ประเภทไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ถ้าทำให้มีความสุขจะชอบดู อย่างหนัง Pretty Woman เนี่ยชอบ The Sound of Music ก็ชอบ

ขอสารภาพว่ายังไม่เคยดูหนังเกาหลีในโรง ดูแค่แดจังกึมทางทีวี (เพราะคุณแม่ชอบดู)

 

โดย: yyswimไม่ได้log in IP: 203.152.15.3 3 สิงหาคม 2549 15:29:16 น.  

 


เมื่อตะกี้ ไม่ได้log in
ตอนนี้เข้าแบบ log in คือจะขอแอดเฟรนด์บล๊อกไว้ครับ

 

โดย: yyswim 3 สิงหาคม 2549 15:34:44 น.  

 

มาเยี่ยมครับ หลายเดือนแล้วที่หายไป
ตอนนี้ชื่อ เซ็งเป็ด ค่อนข้างดัง

เอ๊ะ เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวนิ ..งั้น ลองเสิร์ชเอาเอง

 

โดย: yyswim 22 ตุลาคม 2549 19:18:27 น.  

 

สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะ..

 

โดย: poongie 25 ธันวาคม 2552 15:52:11 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ สุขกันเถอะเรา..

 

โดย: poongie 30 ธันวาคม 2552 12:53:26 น.  

 

http://www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H11739115/H11739115.html

อยากเข้ามาแค่ขอชื่นชมในความคิดของ comment กระทู้นี้ค่ะ ซึ่งเห็นเหมือนกันเป๊ะ! คนที่ไม่ได้ไปเมืองนอกไม่รู้จริงๆว่าทำไมเราถึงมีความคิดต่าง มันพูดออกมาเป้นฉากๆไม่ได้ แต่พวกเค้าต้ิองไปเห็นเอง :)

 

โดย: Oui IP: 58.8.84.174 9 มีนาคม 2555 16:20:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

seabreeze_psu
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add seabreeze_psu's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.