I'll always love you.
 
 

ไซบีเรียนแบบนี้ผอมไปไหมค่ะ ??? (มีรูประกอบ)



ตอนนี้เจ้าลาเต้ได้3เดือนกว่าค่ะ(25เดือนนี้4เดือนพอ ดี)
นน.เพิ่ง8-8.5กก.เองน่ะค่ะ
ตามรูปนี้ (ถ่ายเมื่อเช้า) เค้าผอมไปมั๊ยค่ะ
ตอนนี้ให้ทานบาร์ฟ ตามสูตรในนี้เป๊ะๆเลย
แต่เค้าเหมือนไม่ค่อยกิน บ่ายๆมีฟักทอง+ผักต้ม ถึงจะกิน
ตอนนี้เลิกหมดค่ะ งดขนมและของว่างที่เคยให้
ออกวิ่งตอนเย็นๆ1-2กิโล ตอนเย็นจะกินเยอะมาก
ตอนกลางวันเค้าเล่นกับพุดเดิ้ลที่บ้านน่ะค่ะ
ส่วนอาการอื่นๆโดยรวมปกติดี ไม่ซึมค่ะ





Free TextEditor












 

Create Date : 09 สิงหาคม 2551   
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 14:06:05 น.   
Counter : 1551 Pageviews.  


6เดือนผ่านไป ไวเหมือนกันนะเนี่ย!!!!!!!



สวัสดีครับ


ตอนนี้เริ่มเข้าสู่เดือนแห่งวันแม่ เดือนสิงหาคม


แล้วต้าตงเองก็เริ่มจะเข้าสู่เดือนที่7แล้วล่ะครับ


เป็นเด็กนมแม่ครบ6เดือนผ่านไปได้ด้วยดีครับ


น้ำนมของแม่ตอนนี้ใกล้หมดแล้วต้องกินนมผสม


ช่วงแรกๆที่ลองต้าตงแพ้นมผื่นขึ้นเต็มเลยล่ะครับ


แต่ตอนนี้ก็หน้าใสปิ๊งๆๆเหมือนเดิมแล้วล่ะครับ อิอิ 






Free TextEditor




แม่บอกว่าเดือนนี้ต้าตงซนขึ้นมาก


เพราะว่าจับใส่ไว้ในเพลเพนไม่ได้แล้วล่ะครับ


ต้าตงเริ่มเกาะยืนได้เก่งขึ้นเลยชอบปีนรื้อของบนหัวเตียงแม่บ่อยๆ


แม่เลยแยกห้องนอนกับต้าตงแต่แอบเห็นแม่มานอนด้วยทุกทีเลย


ว้า...ตอนนี้ก็บ่ายแก่ๆแล้วต้าตงเริ่มง่วงแล้วล่ะครับ


วันนี้ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ พระเจ้าอวยพรทุกคนครับ


สวัสดีครับ...จุ๊บ...จุ๊บ






Free TextEditor






 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551   
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 20:14:29 น.   
Counter : 559 Pageviews.  


โรคแม่ทำ



อ่านมาแล้วชอบค่ะชอบมากด้วย เลยเอามาฝากกันค่ะ

โรคแม่ทำ" เขียนโดย ศ.น.พ.ชิเงโมริ คิวโทกุ บรรยายถึงสภาพการเลี้ยงดูเด็กญี่ปุ่นในสมัยนั้น (หนังสือเก่าแล้วน่ะ ประมาณ 20 ปีแล้ว - - แต่คิดว่าสำหรับตอนนี้ มันยังคงทันสมัยอยู่)

ความเจ็บป่วยที่เกิดกับเด็กนั้น มักจะเป็นเรื่องของการติดเชื้อ แต่ในยุคสมัยที่ยาปฏิชีวนะใช้กันแพร่หลาย การสาธารณสุขพัฒนาทั่วถึง โรคติดเชื้อต่างๆก็ลดความอันตรายลงไปมาก จนแทบไม่หลงเหลือความน่ากลัว

แต่ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นกับประเทศที่พัฒนาแล้ว สำหรับญี่ปุ่นนั้น เด็กที่ถูกเลี้ยงดูใน generation ที่ 2-3 หลังสงคราม กลับมีความแข็งแรงน้อยลง เจ็บป่วยออดๆแอดๆกันมากขึ้น นอกจากทางกายแล้ว ทางจิตใจ ก็ไม่ได้พัฒนาเข้มแข็งขึ้นเช่นกัน ซึ่งผู้แต่งก็แจงว่าเกิดจากการเลี้ยงดูเด็กและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป

ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่น เด็กวัยเรียนมักจะปวดท้อง หาสาเหตุไม่พบ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะพบว่าเกิดจากความเครียดที่ต้องไปโรงเรียน (กรณีนี้เจอได้บ่อยมาก)

ในกรณีของเมืองไทยนั้น โรคติดเชื้อยังคงเป็นความสำคัญอันดับ 1 อยู่ เรื่องโรคที่รักษาไม่ค่อยจะหายนั้น มักจะเกิดจากเอาใจใส่ของพ่อแม่มากกว่า

แต่ประเด็นของการเลี้ยงลูกนั้น คิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่คล้ายกัน พ่อแม่จะเปิดตำราเลี้ยงลูกกันมากขึ้น ละเลยวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกที่เคยมีมา ขนาดครอบครัวที่เป็นครอบครัวเดี่ยว ที่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวไปด้วย มักจะขาดคนเลี้ยงเด็กที่เอาความรักเอาใจใส่อย่างดี

นายแพทย์ผู้แต่งได้สรุปลักษณะหลายๆอย่างให้ลองสังเกตตัวเองดู

จุดบกพร่องลักษณะของแม่ที่อาจส่งผลต่อลูก
1. ไม่ค่อยจะชอบเด็ก ไม่คิดว่าเด็กๆจะน่ารัก
2. ไม่คิดว่าการมีลูกเป็นเรื่องมีความสุข คิดว่ายิ่งมีน้อยยิ่งดี
3. รู้สึกกังวลกับการเลี้ยงดูเด็กอย่างมาก
4. ไม่อยากจะเสียเวลาให้กับการเลี้ยงเด็ก ชอบเด็กที่เงียบๆและวิธีเลี้ยงเด็กที่สะดวก
5. คิดว่าการทำงานนอกบ้านสนุกกว่าการเลี้ยงดูเด็ก
6. ชอบบ่นอยู่เสมอ บางคราวถึงกับโมโหดุเด็ก
7. ไม่ค่อยชอบชมหรือกล่าวยกย่องเด็กนัก
8. คิดว่าลูกเป็นเด็กเลยตามใจหรือทะนุถนอมเสียจนเกินควร
9. แม้จะนำลูกอายุ 0-3 ขวบไปฝากให้คนอื่นเลี้ยงก็ไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรเท่าใดนัก
10. ไม่ค่อยจะพยายามทำให้เด็กรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาขึ้น
11. ไม่เคยคิดว่าลูกโตขึ้นอย่างเข้มเข็ง


จุดบกพร่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว

1. ภรรยามักจะมีสิทธิ์ในบ้านมากกว่าสามี
2. สามีและภรรยามีความเห็นไม่ตรงกันในการเลี้ยงลูก
3. พ่อแทบจะไม่สนใจในตัวเด็กหรือสนใจที่จะเลี้ยงดูเด็กเลย
4. เนื่องจากพ่อแม่มีเวลาว่างมากจึงมักเดินทอดน่องไปมาให้เด็กเห็นอยู่เรื่อยๆ
5. แม่มักจะมีงานยุ่งอยู่เสมอ จนรู้สึกว่าเด็กเป็นตัวเกะกะก่อความรำคาญ
6. ครอบครัวมักจะวุ่นเกี่ยวกับเรื่องผู้ใหญ่มากกว่าปัญหาของเด็ก
7. ทั้งสามีและภรรยาเกลียดการอยู่รวมเป็นครอบครัวใหญ่ เพียงแต่คิดว่าจะอยู่รวมกับปู่ย่าตายายก็รู้สึกขนลุกเสียแล้ว
8. เมื่อมองจากเด็กจะรู้สึกว่าแม่น่ากลัวกว่าพ่อ
9. กำลังคิดว่าจะหย่ากับสามี(หรือภรรยา) โดยไม่คิดว่าบ้านปัจจุบันเป็นบ้านที่น่าอยู่แต่อย่างไร
10. แม่ไม่รู้จักวิธีจัดการเกี่ยวกับการเงินภายในบ้าน แถมทำงานบ้านไม่ค่อยเป็น

ความสัมพันธ์อันดีกับสังคมท้องถิ่น
1. เป็นผู้ที่ชอบพบปะคบหาสมาคมกับเพื่อนบ้านเรือนเคียง
2. มีเพื่อนหรือบุคคลที่จะปรึกษาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็กอยู่ใกล้บ้าน
3. เคบให้เด็กข้างบ้านมากินอาหาร อาบน้ำหรือเรียนหนังสือในบ้านตน
4. เคยให้ความชวยเหลือหรือตักเตือนเด็กข้างบ้านเช่นเดียวกับลูกของตน
5. มีแนวโน้มที่จะปรึกษากับแม่บ้านคนอื่นๆเพื่อร่วมกันดูแลลูก
6. เนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน ดังนั้นจึงไม่รู้สึกเป็นการรบกวนเพื่อนบ้าน ถ้าจะไหว้วานหรือไต่ถามเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงดูเด็ก


ลักษณะของเด็กที่อาจจะเป็นโรคแม่ทำ โดยไม่มีเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ
ทารก
1. ทารกมักจะอยู่นิ่งๆเสียมาก
2. มักจะไม่แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นมีชีวิตชีวา แต่จะมีสีหน้าค่อนข้างเย็นชา
3. กลางวันไม่ค่อยจะยอมนอน กลางคืนก็มักจะนอนดึกเป็นประจำ
4. อุณหภูมิในร่างกายค่อยข้างต่ำ ถ้าร่างกายปกติไม่มีไข้ โดยเฉลี่ยแล้วไม่เคยสูงเกินกว่า 37 องศาเซลเซียส
5. อุ้มขึ้นลงแล้วไม่ดีใจ แต่กลับกลัว
6. เล่นด้วยเช่นเกว่งตัวไปมาก็ไม่ดีใจ ไม่ยิ้มหัว
7. เกลียดการที่จะดูดนมเมื่อโดนอุ้ม ชอบนอนดูดนมในเปลมากกว่า

เด็กเล็ก
1. มักจะใช้เวลาอยู่คนเดียวเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเป็นกิจลักษณะ
2. ไม่ค่อยจะเล่นกับเพื่อนๆ ไม่ยอมเข้ากับเพื่อนๆได้ง่ายๆ
3. ไม่รู้สึกอยากกินอาหารอร่อยใดๆ
4. เมื่อเทียบกับเด็กคนอื่นแล้วค่อนข้างจะเชื่องช้าอย่างเห็นได้ชัด มีแนวโน้มที่จะเอาแต่ใจตัวเองและชอบให้พ่อแม่ตามใจ
5. ใส่เสื้อผ้าหนาๆเพราะขี้หนาว
6. ไม่มีความรู้สึกอยากจะช่วยพ่อแม่ทำงาน
7. ไม่ชอบไปโรงเรียนเตรียมอนุบาล หรือโรงเรียนอนุบาล มักจะหยุดเรียนเป็นประจำ

วัยเรียน(นักเรียนประถม)
1. ไม่ชอบออกไปเล่นนอกบ้านกับเด็กคนอื่น ชอบจะเล่นในบ้านคนเดียว
2. มักจะแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่ยอมทำอะไรเป็นกิจลักษณะ ชอบอยู่เฉยๆคล้ายกับไม่มีอะไรจะทำ
3. เอาแต่ใจตัวเองอย่างเห็นได้ชัด ต้องให้พาอแม่ตามใจเป็นอย่างมาก
4. ไม่ยอมช่วยพ่อแม่ทำอะไร และไม่คิดอยากจะช่วยเลยแม้แต่น้อย
5. ไม่นอมเล่นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับพ่อแม่ ไม่เคยหยอกล้อกับพ่อแม่
6. ไม่เคยนั่งรถเมล์หรือรถไฟคนเดียว พ่อแม่ก็ไม่เคยฝึกให้ทำเช่นนั้น
7. ชอบโทรทัศน์มาก สามารถจะนั่งดูคนเดียวได้เป็นวัน
8. ไม่ชอบไปโรงเรียน มักหยุดโรงเรียนเป็นประจำ
9. ได้รับค่าขนมจากพ่อแม่ทั้งๆที่ไม่เคยช่วยพ่อแม่ทำงาน และรู้สึกว่าจะได้รับมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ
10. ทั้งๆที่อยู่ในวัยที่ควรได้รับการปฏิบัติคล้ายผู้ใหญ่แล่ว แต่ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติเหมือนเด็กอยู่ตลอดเวลา


ความสัมพันธ์กับเด็กในแต่ละช่วงอายุพิจารณาจากการพัฒนาและช่วงอายุ
0-1ขวบ
พื้นฐานของมนุษย์ ยืน เดิน มือ พูด พัฒนาจากการกระตุ้นและสัมผัส

1-3 ขวบ
อุปนิสัยและปัญญา สร้างความทรงจำที่เกี่ยวกับแม่ ความสัมพันธ์ที่ดีของแม่และเด็ก

เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบที่ไม่รู้สึกอะไรเมื่อไม่อยู่กับพ่อแม่ หรือหลงทางกับพ่อแม่แล้วไม่ร้อง แสดงถึงความสัมพันธ์อันเจือจาง

3-6 ขวบ
เรียนรู้สังคม ความสัมพันธ์แม่และเด็กเป็นพื้นฐาน ฝึกให้อยู่ห่างจากแม่บ้าง การรู้จักปฏิบัติกับผู้อื่น

เด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ถ้ากลับจากโรงเรียนแล้วออกไปเล่นกับเพื่อน แสดงว่าดี

6-10 ขวบ
เล่นเต็มที่ ทำงานบ้านเต็มที่ สร้างความอดทน พยายาม ฝึกฝนตนเอง
ฝึกให้ช่วยงานบ้าน ความรับผิดชอบ ภาระหน้าที่
จิตสำนึกความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ควรติดพ่อแม่โดยที่ทำอะไรไม่เป็น

10-15 ขวบ
ฝึกเข้าสมาคมและเป็นผู้ใหญ่ ปฏิบัติกับลูกเหมือนเป็นผู้ใหญ่




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2551   
Last Update : 8 มิถุนายน 2551 15:07:13 น.   
Counter : 340 Pageviews.  


เรื่องดีๆที่อยากแบ่งปัน ใน3ขวบปีแรก



0-3 ปีแรกเรียกว่าเป็นช่วงปีทองของลูกรักเราเลยล่ะค่ะ หลายคนคงทราบดีอยู่แล้ว เป็นช่วงที่ดีที่จะกระตุ้นพัฒนาการของลูกรัก จากเดิมที่เคยอ่านหนังสือ "กว่าจะถึงอนุบาลกสายเสียแล้ว"


จริงแล้ว 3 ปีทองนี้ เด็กเรียนรู้มากกว่าการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเสียอีก แต่การเรียนรู้ตรงนี้ มีผู้ไปตีความว่าเป็นการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่โดยการส่งเสริมให้เรียนหนักตั้งแต่เด็กๆ


มีคุณพ่อคุณแม่บางท่านไม่เคยอ่านหนังสือเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ได้ยินเค้าพูดกัน ก็จะรีบเร่งให้ลูกเรียนแล้ว ด้วยกลัวคำว่า" กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" ที่เค้าว่ากันต่อๆมา


อันที่จริงแล้วก็เป็นหนังสือสอนเลี้ยงลูกแบบ How to? อีกเล่มหนึ่งค่ะส่วนเรื่องเนื้อหาน่าสนใจนั้นเป็นเรื่องของการสร้างเสริมพัฒนาการ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับตัวเด็กมากกว่า


เช่นเรื่องของการอบรมพื้นฐานที่พ่อแม่มักสอนลูกแต่เล็กแต่น้อย เรื่องของการพูดการจามารยาทซึ่งออกมาจากตัวของพ่อแม่และสภาพแวดล้อมนั้นๆที่เด็กได้เข้าไปสัมผัส


การพูดคำไม่ไพเราะ ทะเลาะเบาะแว้ง ตามใจเกินควร หรือแม้แต่ การสัมผัสให้ความอบอุ่น เป็นเรื่องที่ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องใกล้ตัวคนที่เป็นพ่อเป็นแม่กันทั้งนั้น ใครที่เคยอ่านคงทราบดีว่าหลายเรื่องเป็นเรื่องที่เรารู้ดีอยู่แล้วแต่เราเองที่มองข้ามไป


ท้ายนี้ขออวยพรให้ทุกครอบครัวที่มีเจ้าตัวน้อย ไม่ว่าจะเป็นเทวดาน้อย หรือนางฟ้าน้อย มีความสุขไปกับการได้ดูเค้าเติบโตมาอย่ามีคุณภาพ และศักยภาพนะค่ะ






Free TextEditor




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2551   
Last Update : 8 มิถุนายน 2551 15:01:37 น.   
Counter : 267 Pageviews.  


MY SUNSHINE MY LOVE TATONG.



เริ่มจะเข้าเดือนที่5แล้วล่ะค่ะ ลูกชายสุดที่รัก

เดือนนี้ต้าตงดูท่าเลี้ยงง่ายขึ้นนิดหน่อย

รวมทั้งความสำเร็จในการให้นมแม่ได้จะ5เดือนแล้ว (ดีใจ ๆ ๆ)



ค่านมผงตอนนี้เห็นแล้วมันแพงเหลือเกิน

เป็นอีกเหตุผลที่อยากให้นมแม่

วันนี้นึกอยากทำบล๊อคมาซะงั้น...



วันนี้ไปก่อนล่ะค่ะ

ต้าตงงอแงอีกแล้ววว

ใครมีวิธีเพิ่มนมบอกกันบ้างได้ไหมค่ะ?




ขอบคุณคร้าบบบบบบบ
ต้าตร๊ากกกทู้กกกก คนนนนน จุ๊บๆๆๆๆ




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2551   
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 11:06:04 น.   
Counter : 262 Pageviews.  


1  2  

สงสัยทำไมไม่ถาม
 
Location :
ลพบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




God BLess US
[Add สงสัยทำไมไม่ถาม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com