In Praise of Love


หนังสือเล่มนี้มีที่มาจากรายการสัมภาษณ์ชุด Theatre of Ideas ของ Nicolas Truong ในหัวข้อเกี่ยวกับความรักและปรัชญา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2008 ซึ่ง Alain Badiou ตั้งข้อสังเกตน่าสนใจเกี่ยวกับการเลือกคุยเรื่องความรัก เซ็กส์ ศิลปะ อะไรทำนองนี้ในวันชาติหรือวันบาสตีย์ของฝรั่งเศส อันมีนัยเกี่ยวเนื่องกับทหารและรัฐ (ในปี 1789 เป็นวันที่ฝูงชนกรุงปารีสบุกโจมตีคุกบาสตีย์ในการปฏิวัติฝรั่งเศส) บาดยูยกคำพูดของเพลโตขึ้นมาเป็นบทนำว่า "ใครที่ไม่ใช้ความรักเป็นจุดเริ่มต้นจะไม่มีวันเข้าใจธรรมชาติของปรัชญา" แต่ความรักที่บาดยูเอามาพูดในรายการนี้เข้าใจโคตรยากเลยครับ อ่านจบไปแบบงง ๆ ดีว่าสั้น และเนื้อความมีการอ้างถึงงานอื่น ๆ เยอะมาก จนทำให้ผู้อ่านที่ความรู้น้อย--อย่างผมนี่แหละ--ตามไม่ทัน ภาพกว้าง ๆ เริ่มจากแนวคิดที่ว่าความรักกำลังถูกคุกคาม เช่น จากเว็บไซต์หาคู่ Meetic ที่ดูเหมือนเกิดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในความรัก บาดยูบอก ไม่มีหรอกความรักที่ไม่มีความเสี่ยงนั่นนะ ก็เหมือนคำโฆษณาชวนเชื่อสงครามที่ไม่มีการสูญเสียนั่นแหละ และพูดถึงปรัชญาความรักสองขั้วระหว่างโชเพนเฮาเออร์กับเซอเรน เคียร์เคอกอร์ มีอยู่คำถามหนึ่ง Truong ขอให้บาดยูอธิบายความหมายของลากองที่พูดว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ "there is no such thing as a sexual relationship" ตรงนี้แปลยากนิดหน่อย เพราะ sexual relationship ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์ทางเพศในแง่ที่ความสัมพันธ์ทางเพศหมายถึงการมีเซ็กส์หรือเอากัน แต่หมายถึง relationship หรือความสัมพันธ์ระหว่างกันอันเนื่องมาจากการร่วมเพศ เปรียบเทียบสิ่งที่ลากองพูดก็เหมือนกับบอกว่า การที่ผมไปนั่งดูหนังกับใครไม่ได้ทำให้มีสถานะที่เรียกว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันอันเนื่องมาจากการดูหนังระหว่างผมกับคนนั้น บาดยูตอบคำถามโดยบอกว่า ในเซ็กส์ แต่ละคนมีความสัมพันธ์กับตัวเอง กล่าวคือตัวเองเป็นคนที่มีความสุขโดยใช้ร่างกายของคนอื่นเป็นเครื่องมือหรือสื่อนำพา และความสุขดังกล่าวยิ่งทำให้ทั้งคู่อยู่ห่างจากกัน หมายถึงอยู่กับตัวเองมากขึ้น ก่อให้เกิดความว่างเปล่า แล้วอะไรที่เข้ามาเติมแทนที่การขาดหายไปของ sexual relationship ล่ะ สิ่งนั้นคือความรัก ลากองไม่ได้บอกว่าความรักคือการปลอมตัว แฝงตัว หรือซ่อนตัวของ sexual relationship เพราะ sexual relationship ไม่มีอยู่จริง

ความรักของบาดยูคือการสร้างความจริง (บางแห่งแกใช้คำว่า truth procedure อันนี้ก็แอบงงเล็ก ๆ) หรือสร้างโลกจากมุมมองที่แตกต่างกัน 2 คน บาดยูปฏิเสธความรักที่พยายามอธิบายโดยหมายถึงการรวมเป็นหนึ่งเดียว ความรักในแง่นี้จึงเป็นการรับรู้ว่ามีคนอื่น และความจริงที่รับรู้ก็เป็นความจริงที่มีคนอื่น (เอาจากคำของแกเองละกันนะครับ--หนังสือแปลโดย Peter Bush--Love isn't simply about two people meeting and their inward-looking relationship: it is a construction, a life that is being made, no longer from the perspective of One but from the perspective of Two.) นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เปรียบเทียบความรักกับเรื่องต่าง ๆ เช่น ความรักกับการเมือง การเมืองมีศัตรูเป็นองค์ประกอบ แต่ความรักไม่มี บาดยูบอกว่าศัตรูของความรักคือตัวเองหรือความเห็นแก่ตัว ความรักกับศิลปะ ฯลฯ ใครอยากปวดหัวกับความรักก็ลองหาอ่านดู

ผมให้



Create Date : 20 มิถุนายน 2555
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 23:24:55 น.
Counter : 1920 Pageviews.

0 comments
:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 272 :: กะว่าก๋า
(26 ก.พ. 2564 06:14:00 น.)
สัมปรายภูมิ : ศรีทอง ลดาวัลย์ สามปอยหลวง
(23 ก.พ. 2564 08:40:36 น.)
แนะนำหนังสือ "ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี" สองแผ่นดิน
(18 ก.พ. 2564 22:52:19 น.)
007 :: จนศพสุดท้าย by Agatha Christie polyj
(17 ก.พ. 2564 16:47:24 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด