the straw man fallacy ไม่ใช่การโจมตีจุดอ่อน
the straw man fallacy ไม่ใช่การโจมตีจุดอ่อน หรือเอาจุดอ่อนมาขยายเกินกว่าที่เจ้าตัวพูด ตราบเท่าที่การขยายนั้นไม่ใช่การบิดเบือน การขยายเพื่อสร้างข้อความที่มากกว่าข้อความที่ผู้พูดพูดกับการบิดเบือนนั้นคนละอย่างกัน ข้อแตกต่างหนึ่งคือ ข้อความที่ผู้พูดไม่ได้พูดโดยตรงสามารถถูกสร้างได้โดยหลักการให้เหตุผลทางตรรกะ เช่น เธอพูดว่า "ทุกคนมีส่วนที่เลว" ฉันเอามาอ้างว่า "เธอบอกว่าฉันมีส่วนเลว" กับฉันเอามาอ้างว่า "เธอบอกว่าทุกคนเป็นคนเลว" สองข้อความนี้ เป็นการพูดข้อความที่ผู้พูดไม่ได้พูดทั้งคู่ แต่ข้อความหลังเท่านั้นที่บิดเบือน

คีย์เวิร์ดของ straw man คือ การบิดเบือน และการบิดเบือนนั้น ไม่จำเป็นต้องเอาจุดอ่อนมาบิดเบือน เอาจุดไหนมาบิดเบือนก็ได้ จุดแข็งก็ได้ เพื่อว่า หลังจากที่เราบิดเบือนแล้ว เราใช้ข้อความที่บิดเบือนอันนั้นแหละเป็นประโยคตั้งนำไปสู่ข้อสรุปที่ต้องการบางอย่าง และข้อสรุปนั้นอาจเอาไปใช้หักล้างข้อความเดิมก่อนที่จะถูกบิดเบือน การให้เหตุผลเพื่อหักล้างแบบนี้แหละครับคือ straw man fallacy

ฟอร์มของ straw man คลาสสิกฟอร์มหนึ่งคือ (ถ้าดูหนังสือบางเล่ม เช่น Logic and Argumentation บ.ก. โดย Johan van Bentham และคณะ จะอ้างถึงจุดกำเนิดของ fallacy ตัวนี้ว่า อาจสาวไปได้ถึงข้อสังเกตของอริสโตเติลหรือของเดอมอร์แกน) มีคนสองคงโต้เถียงกัน M กับ N และมีมุมมองหรือข้อความหรือตำแหน่งของข้อโต้แย้งสองจุด Q กับ R, ฟอร์มนะครับ (1) M บอกว่าข้อความของ N คือ Q, (2) แต่ข้อความของ N จริง ๆ แล้วคือ R, (3) M โจมตี Q ราวกับว่ามันคือข้อความของ N ฟอร์มอันนี้คือโครงสร้างทางตรรกะของ straw man fallacy ผมว่ามันค่อนข้างชัดเจนนะ ว่านี่เป็นคนละเรื่องกับการโจมตีจุดอ่อน หรือเอาจุดอ่อนมาขยายเกินกว่าที่เจ้าตัวพูด ตราบเท่าที่การขยายนั้นไม่ใช่การบิดเบือน แน่นอน ตรงนี้ก่อให้เกิดความยุ่งยากประการหนึ่ง เราจะตัดสินยังไงว่าข้อความไหนที่บิดเบือน โอเค ตัวอย่างในย่อหน้าแรก เราอาจคิดว่าตัดสินได้ง่าย แต่ใน real-life argumentation มันก็ไม่ง่ายเท่าไร เช่น ฉันไปบอกกับอีกคนหนึ่งว่า "คนนั้นบอกว่าเธอมีส่วนเลว" คนฟังจะตีความข้อความนี้ยังไง และถ้าฉันกำลังเสี้ยม เราพูดได้มั้ยว่าฉันบิดเบือน ซึ่งกรณีนี้เราคงเห็นด้วยว่าได้ เพราะข้อความดังกล่าวอาจอยู่ผิดตำแหน่ง ฉันใช้ข้อความของเธอนอกบริบทที่เป็นสภาพแวดล้อมข้อความของเธอ

การโจมตีจุดอ่อนเป็นกลยุทธ์ที่โดยตัวของมันเองอาจไม่ logical fallacy แต่เป็นกลยุทธ์ดึงความสนใจไปอีกทาง ยิ่งถ้าเป็นจุดอ่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งขาเม้าส์ หรือคู่อริที่ชอบจับผิดชอบใช้กัน จุดเหล่านั้นเป็น red herring, ผมคิดว่า red herring กับ straw man คล้ายกันนะครับ เราพูดได้ว่าทั้งคู่ทำหน้าที่เดียวกัน แต่ข้อแตกต่างคือ red herring ไม่จำเป็นต้อง logical fallacy

นี่ยังไม่ได้พูดถึงว่าคนที่โจมตีจุดอ่อนด้วยเจตนาดี และไม่ใช้มันเป็น red herring ก็มี, dissertation committee เป็นตัวอย่าง



Create Date : 18 ธันวาคม 2556
Last Update : 18 ธันวาคม 2556 8:06:39 น.
Counter : 2845 Pageviews.

0 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
การทำภาพนูนต่ำ “ข้างหลังหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดงเชอร์รีที่ดูเหมือน” (ไข่ย้อย ดากานดา) A Bas-Relief ทุเรียนกวน ป่วนรัก
(22 ก.พ. 2562 01:47:57 น.)
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด