Ai Weiwei Speaks with Hans Ulrich Obrist


บอกตามตรงว่าไม่เคยรู้จัก Ai Weiwei มาก่อนเลยจนกระทั่งเห็นรูปชาวจีนปล่อยแจกันราชวงศ์ฮั่นที่ได้จากการประมูลปล่อยกระแทกพื้นใน fb ของ Tone Tipapanon สืบเนื่องมาจากวิวาทะโพสต์ท่าโหนรูปปั้นปรีดี (คลิกที่ลิงค์ที่ชื่อ เพื่ออ่านความคิดเห็นของคุณ Tone) นั่นเป็นครั้งแรก มาถึงครั้งที่สองตอนเดินจะไปนั่งกินชาใน toast box ที่ T21 ซึ่งผ่านเอเชียบุ๊ค แวะดูตามมารยาท เจอเล่มนี้พอดี ซื้อมาอ่านระหว่างกินชาสักหน่อย Ai Weiwie Speaks with Hans Ulrich Obrist เป็นหนังสือรวมบทสัมภาษณ์ 5 ครั้งเกี่ยวกับงาน แรงบันดาลใจ ประวัติส่วนตัวและครอบครัว รวมถึงความคิดที่มีมิติหลากหลายของแก ซึ่งชวนขนลุกใช้ได้ทีเดียว ขอเล่าพออุ่นเครื่องชวนให้หามาอ่านกันนะครับ

Ai มีพ่อเป็นกวีมีชื่อ พ่อของ Ai เรียนศิลปะในช่วงปี 30 ที่ปารีส และได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Apollinaire, Rimbaud กับ Baudelaire พอถึงช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม ความโชคร้ายก็มาเยือน ทำให้เขาไม่สนับสนุนให้ Ai อ่านหนังสือและเผาหนังสือทิ้ง แถมพ่อยังถูกลงโทษให้ทำความสะอาดส้วมในฐานะปัญญาชน Ai เรียนวาดรูปกับศิลปินที่ถูกต่อต้านผู้เป็นเพื่อนกับพ่อ ตอนมาอเมริกาก็เป็นเพื่อนกับ Allen Ginsberg ทั้งคู่เจอกันตอน Allen อ่านบทกวีที่โบสถ์นักบุญมาร์คในนิวยอร์ก บทกวีเกี่ยวกับชาวจีน พออ่านจบ เดินผ่าน Ai เห็นว่า อ้าวชาวจีนนี่หว่า ทักกันหน่อยเดียว ถูกคอ และกลายเป็นว่าชะตาเล่นตลก เพราะ Allen ก็เคยไปจีนและพบกับพ่อของ Ai ซึ่งในสมัยนั้นทั้งคู่สวมกอดกันดี นั่นเปิดประตูให้ Ai เข้าไปคลุกคลีกับกวีรุ่น Beat ของอเมริกัน หลังจากกลับจีน เขาก็สร้างบ้านสตูดิโอจากแรงบันดาลใจของวิทเก้นชไตน์ และในสัมภาษณ์หลายครั้งเขาบอกว่าวิทเก้นชไตน์นี่แหละแรงบันดาลใจหนึ่งเดียวของเขา แรงบันดาลใจดังกล่าวมาจากการออกแบบบ้านของวิทเก้นชไตน์ให้กับน้องสาวคนหนึ่ง ต่อมา Ai ออกแบบรังนกของจีนโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 กับ Herzog และ de Meuron บริษัท sina.com ขอให้เขียนเว็บบล็อก มียอดผู้ชมบล็อกของเขาถึงวันละหนึ่งแสนคน กระทั่งถูกรัฐบาลสั่งปิดในปี 2009 พอถึงปี 2011 สำนักพิมพ์แห่ง MIT ก็แปลและตีพิมพ์บล็อกของแกออกมาเป็นภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับ blog นี้ Ai เป็นปลื้มมาก และเป็นหนึ่งในหัวข้อที่สัมภาษณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายหน เพราะ blog เป็นช่องทางเสรีที่จะปลดปล่อยความคิด ชีวิตและกิจกรรมหลายอย่างของ Ai เผยให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่ไม่ได้วางแผนอะไรจริงจังล่วงหน้า และมักอ้างว่าอยากเก็บความไร้เดียงสากับการไม่รู้เรื่องต่าง ๆ เอาไว้เป็นสมบัติประจำตัว เมื่อมีสถานการณ์แปลกใหม่ ตื่นเต้นเมื่อไร เขากระโดดลงไปเป็นผู้เล่นทันที เช่นกรณีถ่ายภาพยนตร์เกี่ยวกับ Yang นักโทษที่ถูกตัดสินประหารชีวิตจากคดีฆาตกรรมซึ่งเต็มไปด้วยความคลุมเครือ Ai ไม่ชอบฟังเพลงนะครับ เขาว่าความเงียบคือเพลงของเขา ครั้งหนึ่งได้รับเชิญให้ไปสอนที่มหาวิทยาลัย และด้วยความที่ไม่เคยเรียนจบอะไรมาเลย และไม่ค่อยชอบระบบการศึกษาเท่าไรนัก แต่เขายินดีรับโดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องสอนกันบนรถบัสนะ ตอนออกจากจีนไปอเมริกาแบบแทบไม่มีเงินติดตัวและพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ (ซึ่งทำให้เขาต้องทำงานหาเงินด้วยงานทุกอย่างเพื่อให้อยู่รอด และเรียนภาษาอังกฤษไปด้วย) เขาบอกกับแม่ด้วยฝันของวัยหนุ่มเลือดแรงว่า "บางทีอีกสิบปีข้างหน้า ตอนที่ผมกลับมา แม่จะได้เห็นปีกัสโซอีกคน!" (หน้า 81)

ผมให้



Create Date : 17 มิถุนายน 2555
Last Update : 17 มิถุนายน 2555 11:08:32 น.
Counter : 1893 Pageviews.

1 comments
- รีวิวนิยายวาย Feng Mang : Chai ji dan - marina_rain
(19 ก.พ. 2564 18:18:33 น.)
ชวนอ่าน : ยามเมื่อลมพัดหวน : วาณิช จรุงกิจอนันต์ มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(14 ก.พ. 2564 20:46:39 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ปลุกจิตใจให้เปี่ยมพลัง :: กะว่าก๋า
(10 ก.พ. 2564 05:32:02 น.)
การ์ตูนรักใสใสริมขอบสระ ROUGH by Adachi Mitsuru มาช้ายังดีกว่าไม่มา
(10 ก.พ. 2564 23:28:13 น.)
  
คนนี้ใช่คนที่เคยติดคุกหรือเปล่า จำไม่ได้นานแล้ว แต่ cnn เคยทำสารคดีข่าว ตอนนั้นดูแล้ว ชอบงานต่างๆของเขามากเลย
โดย: Mr.Feynman วันที่: 12 สิงหาคม 2555 เวลา:1:21:39 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด