ข้อสังเกตเรื่องขันธ์ ๕ คือชีวิตรวมทั้งสรรพสิ่งล้วนตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ของ ว. วชิรเมธี
ในหนังสือเล่มหนึ่ง (เล่มที่ผมบอกว่าตกใจสุดขีดนั่นแหละครับ) ว. วชิรเมธี พระนักวิชาการ พระนักคิดนักเขียน และพระนักบรรยายธรรม (พระอะไรต่าง ๆ นานานั้นผมลอกมาจากข้อความแนะนำตัว) เขียนว่า "ไตรลักษณ์ (อนิจจตา ทุกขตา อนัตตตา) = แสดงให้เห็นความจริงของขันธ์ ๕ คือชีวิตรวมทั้งสรรพสิ่งว่าล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่งธรรมชาติที่มีอาการสามอย่าง คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง) และ ไม่มีตัวตน (อนัตตา) อย่างเสมอหน้ากัน และในเมื่อสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ดังนั้น บุคคลจึงไม่ควรยึดติดถือมั่นด้วยประการทั้งปวง"

ลองภูมิชาวพุทธ: คุณคิดว่าข้อความดังกล่าวมีที่ผิดหรือไม่? ถ้ามี ตรงไหน?



ข้างบนนั้น ผมลองเอาไปโพสต์ลงเฟสบุ๊ค เท่าที่มีเพื่อน ๆ เข้ามาแสดงความเห็นคือ ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดตรงไหน เพราะคำอธิบายนี้เป็นคำอธิบายที่พบเห็นได้ทั่วไป พี่ Mn Ng ตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวกับการใช้คำสามัญลักษณะไม่ถูกต้องหรือเปล่า ผมคิดว่าไม่นะครับ ถ้าจะเคร่งจริง ๆ ก็มีเล็กน้อยซึ่งไม่ควรถือเป็นข้อผิด นั่นคือ คำว่า 'ความไม่เที่ยง' เป็นคำนาม แต่ 'อนิจจัง' แปลว่าไม่เที่ยง ไม่ใช่คำนาม แค่นั้น (เล็กน้อยมาก) ส่วนอนิจจตา ทุกขตา กับอนัตตตา เป็น 3 ข้อของไตรลักษณ์เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว แปลว่า ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตา

สิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตในข้อความนี้คือส่วนที่บอกว่า "ไตรลักษณ์ (อนิจจตา ทุกขตา อนัตตตา) = แสดงให้เห็นความจริงของขันธ์ ๕ คือชีวิตรวมทั้งสรรพสิ่งว่าล้วนตกอยู่ภายใต้..." สนใจคำว่า สรรพสิ่ง เป็นพิเศษ รูปประโยคนี้สามารถตีความได้ 2 แบบ แบบแรกคือ ขันธ์ 5 คือชีวิตรวมทั้งสรรพสิ่ง หมายความว่า สรรพสิ่งเป็นขันธ์ 5 แบบที่สองคือ เป็นการแสดงความจริงของขันธ์ 5 (ซึ่งขันธ์ 5 คือ ชีวิต) และเป็นการแสดงความจริงของสรรพสิ่ง หมายความว่า สรรพสิ่งเป็นอีกอย่างหนึ่งที่นอกเหนือไปจากขันธ์ 5 แต่ไม่ว่าจะตีความแบบไหน ต่างก็มีจุดที่ผมคิดว่าผิดพลาดหรือไม่สมบูรณ์เมื่อมองด้วยสายตาของความเป็นวิชาการที่นักวิชาการไม่ควรจะผิดพลาดอยู่ดี

แบบแรก สรรพสิ่งก็คือขันธ์ 5 ซึ่งสรรพสิ่งในความหมายของขันธ์ 5 นี้ในพระสูตรก็มีครับ และไม่แปลกอะไร เช่น เท่าที่ผมจำได้ (เนื่องด้วยไม่มีตำราอยู่ใกล้มือ ฉะนั้นท่านที่สงสัยและตรวจสอบแล้วจะยืนยันหรือหักล้างกับผมก็ยินดี) มีสูตรหนึ่งพระพุทธเจ้าบอกว่า สรรพสิ่งคือตากับรูป จมูกกับกลิ่น ลิ้นกับรส กายกับสัมผัสทางกาย และใจกับความนึกคิดทางใจ นั่นคือสรรพสิ่งคืออายตนะ 12 และอายตนะ 12 โดยปรมัตถ์แล้วก็เป็นอย่างเดียวกับขันธ์ 5 ฉะนั้นในความหมายนี้ พระ ว. บอกว่า ไตรลักษณ์แสดงให้เห็นความจริงของสรรพสิ่ง (ซึ่งมีความหมายไม่มากไปกว่าขันธ์ 5) ว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา อันนี้ถูกครับ แต่ไม่สมบูรณ์ เพราะกฎไตรลักษณ์นั้นได้พูดไว้มากกว่าลักษณะของสรรพสิ่งในความหมายนี้ กฎไตรลักษณ์พูดถึงลักษณะของปรมัตถธรรมอย่างอื่นที่นอกเหนือจากขันธ์ 5 ด้วย ลองตรวจสอบกับพระสูตรที่พระพุทธเจ้าบอกว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายจะอุบัติหรือไม่ก็ตาม ธาตุนั้นก็ยังคงมีอยู่ เป็นธรรมฐิติ เป็นธรรมนิยามว่า แล้วก็แถลงกฎไตรลักษณ์ออกมา ฉะนั้นแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ผิด แต่ไม่สมบูรณ์ครับ

แบบที่สอง แบบที่บอกว่ากฎไตรลักษณ์แสดงให้เห็นความจริงของขันธ์ 5 กับสรรพสิ่ง (สรรพสิ่งซึ่งนอกจากขันธ์ 5 แล้วยังมีสิ่งอื่นอีก) ว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา แบบนี้คือพูดถึงกฎครบ คือพูดถึงลักษณะของขันธ์ 5 และสิ่งที่ไม่ใช่ขันธ์ 5 แต่ปัญหาคือ ถ้าพูดแบบข้อความดังกล่าวมันจะเป็นการพูดผิดครับ เพราะปรมัตถธรรมที่ไม่ใช่ขันธ์ 5 มีอยู่อย่างเดียวคือนิพพาน และนิพพานไม่ได้มีลักษณะไม่เที่ยงและเป็นทุกข์ แต่นิพพานมีลักษณะเป็นอนัตตา

โดยทั่วไป ไตรลักษณ์ที่เป็นธรรมนิยามในพุทธพจน์ (สำหรับนักวิชาการที่ต้องการทั้งความครบถ้วนและถูกต้อง) พูดว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ และธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา หรือจะพูดด้วยภาษาชาวบ้านว่า สภาวะที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งไม่เที่ยง สภาวะสิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งเป็นทุกข์ สภาวะทั้งปวงเป็นอนัตตา



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2554 11:27:20 น.
Counter : 1232 Pageviews.

0 comments
🚗วัดถ้ำตะเพียนทอง (หลวงพ่อทองคำ) ลพบุรี🚗 โอน่าจอมซ่าส์
(11 ก.พ. 2563 10:06:36 น.)
มีสติ รู้กาย รู้ใจ **mp5**
(3 ก.พ. 2563 15:03:19 น.)
:: ดาบซ่อนคม 9 :: กะว่าก๋า
(30 ม.ค. 2563 07:31:01 น.)
:: ดาบซ่อนคม 6 :: กะว่าก๋า
(27 ม.ค. 2563 06:15:13 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Zol.BlogGang.com

ศล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]

บทความทั้งหมด