ธารโศก : ก.สุรางคนางค์


เรื่อง : ธารโศก
ผู้เขียน : ก. สุรางคนางค์
สำนักพิมพ์ : ณ บ้านวรรณกรรม
ปีที่พิมพ์ : 2547
เล่มเดียวจบ



         ธารโศก เป็นนวนิยายเล่มเล็กๆ ของ ก.สุรางคนางค์ น่าจะพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ประมาณช่วง พ.ศ. 2497 จากภาพปกหนังสือที่ผมมีโอกาสได้เห็น (ข้อมูลจาก เว็บไซต์ ร้านหนังสือข้างเขต) นับเป็นนิยายซึ่งสะท้อนภาพของชุมชนชาวกรุงยุคกึ่งพุทธกาลที่ยากจน และต้องอพยพไปสร้างที่ดินทำกินขึ้นมาใหม่ ในเขตนิคมสร้างตนเองธารโศก จังหวัดสระบุรี

          นิยายเรื่องนี้ อาจจะไม่เป็นที่คุ้นชื่อของนักอ่านเท่าใดนัก ต่างกับนิยายดังเรื่องอื่นๆของ ก. สุรางคนางค์ อย่าง ดอกฟ้า-โดมผู้จองหอง บ้านทรายทอง-พจมาน สว่างวงศ์ หรือ รักประกาศิต-ภูชิชช์ นริศรา ที่มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละคร หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็นับเป็นนิยายขนาดสั้นที่อ่านด้วยความเพลิดเพลินเล่มหนึ่งเลยครับ

        เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อเพียร พนาลัย หนุ่มชาวไร่ของนิคมธารโศก ตัดสินใจแต่งงานกับ คุณออม หรือ อดิศัย ลูกสาวผู้ดีมีเงินแห่งพระนคร แม้ว่าทั้งญาติพี่น้องของฝ่ายหญิง และฝ่ายชายต่างก็ไม่เห็นด้วยก็ตาม พ่อแม่ของเพียรอยากให้ลูกชายตนเองแต่งงานกับผ่อง สาวชาวไร่ที่อยู่ในนิคมด้วยกันเองเพื่อช่วยกันทำไร่ทำสวนไปด้วยกัน 

     ส่วนพ่อแม่ของอดิศัยก็ไม่อยากให้ลูกสาวแต่งกับคนยากจนอย่างเพียรเพราะกลัวลูกสาวต้องมาตกระกำลำบาก ซ้ำพี่สาวทั้งสามคนของอดิศัยก็ล้วนแต่แต่งงานไปกับผู้ดีมีเงินมีหน้ามีตาในสังคมทั้งสิ้น แต่ด้วยความรักและความผูกพันกันตั้งแต่อดีต อดิศัย ตัดสินใจแต่งงานกับคนที่เธอรัก   และเดินทางมาใช้ชีวิตยากลำบากในดินแดนบ้านป่า ที่ธารโศกแห่งนี้ร่วมกับ เพียร โดยไม่หวั่นเกรงอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น

       สองหนุ่มสาว ต่างเผชิญปัญหาที่ถาโถมเข้ามาตั้งแต่แรกที่มาถึง เมื่อทั้ง บิดา มารดา ของเพียร ต่างแสดงท่าทางมึนตึง เฉยชา ไมต้อนรับ ส่วนสีนวลน้องสาวของเพียรเอง แม้จะเกรงใจพี่ชาย แต่ด้วยแรงยุแยงของ ผ่อง สาวชาวบ้านธารโศก ที่แอบรักเพียรมานาน และผิดหวังที่เพียรไม่สนใจตนเอง ทำให้เกิดความเกลียดชัง ต่อต้านอดิศัย ตั้งแต่ยังไม่รู้จัก รวมถึง พี่ชายและพี่สะใภ้ของเพียร ที่เคยซุกซ่อนเงินทองเก็บไว้ใช้เอง ก็กลัวว่า น้องสะใภ้ชาวกรุง จะมาแอบรู้ความลับของตัวเอง เลยพลอยมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ไปโดยปริยาย

       ออมอาศัย ทั้งความรัก และความอดทน พิสูจน์ตนเอง แม้ว่าหญิงสาวจะเป็นสาวชาวกรุง ที่ไม่คุ้นเคยกับการทำไร่ทำสวน มาก่อน แต่เธอก็แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่คนมือห่างตีนห่าง หนักเอาเบาสู้ และพร้อมจะทุ่มเททำในส่วนที่ตนเองถนัด เช่นการทำกับข้าวให้คนในครอบครัวกิน การช่วยเหลือตัวเองไม่ให้เป็นภาระของคนอื่น แรกๆออมก็ถูกปรามาส จากแม่สามี และชาวบ้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็เริ่มเห็น และรู้จักวิถีชีวิตของคนกรุงในอีกแบบหนึ่ง ที่แตกต่างจากความเข้าใจไปแต่แรกโดยสิ้นเชิง แม้แต่ในเวลาที่ “คนกรุง” ยกขบวนมาทำบุญที่วัดครั้งใหญ่ และอดิศัยก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า หล่อนรู้งาน จัดการเรื่องราวต่างๆได้เป็นอย่างดีและเรียบร้อยงดงาม ทำให้เป็นที่ชื่นชมของทุกคนทั่วไป ตรงกันข้ามกับนางผ่อง ที่ตั้งตัวเป็นอริ ด้วยความริษยา

       “มันน่าเจ็บใจ ที่คนของเราขาตะไกรค้าง พูดไม่ออก แกเอ๋ย” 
         แม่เผื่อนกลับมาเล่าให้ผัวของแกฟัง 
        “มันดีแต่เก่งในบ้าน พอไปเจอหน้าเขาเข้า ปากเหมือนถูกเย็บ เขาเก่งอีตอนพระฉันเกือบเสร็จ พวกเจ้านายท่านก็มากันเป็นแถว รถยนต์คันใหญ่ๆ สองสามคัน เขาว่า ท่านเป็นอธิบดี คนผอมๆเขาว่า ท่านเป็นรองอธิบดี ท่านผู้ปกครองท่านก็มาด้วย พากันขึ้นมาเยี่ยมหลวงพ่อ ท่านผู้ปกครองท่านเดินไปซุบซิบกับเมียเจ้าเพียรเขาสักครู่ ก็พาเขาเข้าไปหาเจ้านาย เขาเก่งแฮะ พูดจาฉาดฉาน ท่านถาม เขาตอบไม่เคอะเขิน หันมาดูคนของเรา มันแย่ เพียรเขาคิดถูก ขืนได้กะอีผ่องลูกสาวเรา มันก็ไม่รู้จักเชิดหน้าชูตา”

          เหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นใน ธารโศก ยิ่งช่วยพิสูจน์ ความสามารถของ อดิศัย ให้ประจักษ์ชัดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาการแย่งน้ำในบ่อน้ำ ที่เกิดเรื่องราวไม่คาดคิดจนเกือบจะเกิดจลาจลในหมู่บ้าน แต่หญิงสาวและเพียรก็ช่วยชาวบ้านในการแก้ปัญหาเหล่านั้นจนลุล่วงไปได้ในที่สุด

     ในที่สุด ทั้งเพียรและอดิศัย ก็สามารถก่อร่างสร้างตัว บนผืนดินของธารโศกได้สำเร็จ สองหนุ่มสาวเกษตรกร ปลูกพืชผลไม้ พออยู่พอกิน บนเนื้อที่ที่ได้รับมานั้น และสร้างบ้านของตนเอง เพื่อวางแผนในอนาคต งานทำบุญฉลองบ้านใหม่นั้นเอง ทุกคนมาร่วมงาน รวมถึงผ่อง แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผ่องถูกงูพิษกัด

       อดิศัย เป็นคนแรกที่มีความรู้ทางปฐมพยาบาลอยู่บ้าง หญิงสาวช่วยจัดการดูแลอย่างรวดเร็ว และให้เพียรขับรถไปส่งผ่อง ที่โรงพยาบาลได้ทันท่วงที จนรอดชีวิต ผ่องสำนึกบุญคุณ และเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้น

         ที่ธารโศก สามีภรรยาหนุ่มสาวที่รักและทะนุถนอมกันปานจะกลืนนั้น ถ้าเขานึกอยากจะแสดงความรักอย่างพระเอกนางเอกในภาพยนตร์คือ ยืนจูบกันกลางป่า เขาก็ไม่สามารถกระทำได้ นอกจากเขาหยุดเดินมองดูตากันอย่างเข้าใจ

      สักครู่ก็พากันเดินต่อไปใหม่ ผ่านลำห้วย ผ่านร่มโศกสาขา เดินกลับไปสู่กระท่อมน้อยอันแสนจะผาสุกนั้น ใกล้เข้าไป เขาจะได้ยินเสียงเพลงธารโศก ซึ่งสาวๆหนุ่มๆ ร้องไป ทำงานไป เพื่อเพิ่มบรรยากาศของบ้านใหม่
         ชีวิตใหม่ที่อิสรเสรีให้มากขึ้น... เท่าที่ชีวิตจะเรียกร้องต้องการ


         แม่เอ๋ยแม่งู เจ้าไปอยู่ไหนมา
ฉันไปกินน้ำหนา กลับมาเมื่อตะกี้
ไปกินน้ำบ่อไหน จงบอกไปให้ถ้วนถี่
ฉันจะบอกประเดี๋ยวนี้ บอกไปซี อย่าเนิ่นช้า
      ไปกินน้ำเอย กินน้ำที่ธารโศก
กินน้ำที่ธารโศก โยกไปโยกมา
โศกเอ๋ยโศกเศร้า คิดถึงเจ้าอยู่ทุกเวลา
รักสาวที่ธารโศก โยกมาโยกไปเอย

ปล. รูปด้านล่าง คือภาพปกนิยาย ธารโศก ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2497 โดยสำนักพิมพ์คลังวิทยา ครับ

                    *********************




Create Date : 29 มกราคม 2561
Last Update : 29 มกราคม 2561 8:50:33 น.
Counter : 1100 Pageviews.

7 comments
เกิดแล้วเป็นคน / สีฟ้า ruennara
(9 ม.ค. 2563 02:51:38 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ภาคสอง ของ 'อัศวินนักฝัน' ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า :: กะว่าก๋า
(7 ม.ค. 2563 07:33:26 น.)
ปรมาจารย์ลัทธิมาร 1/2 (ep.1-33) ซีรีส์ lovereason
(6 ม.ค. 2563 21:53:50 น.)
สื่อสยุมพร : ชูวงศ์ ฉายะจินดา สามปอยหลวง
(5 ม.ค. 2563 17:00:23 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณหงต้าหยา, คุณruennara

  
เราชอบนิยายสมัยก่อนมากค่ะ

แต่ของคุณ ก.สุรางคนางค์นี่ยังอ่านน้อยอยู่ เรื่องนี้ก็ยังไม่เคยอ่าน แหะๆ

อ่านแล้วน่าสนใจดี นางเอกน่ารักดีค่ะ ดูเป็นคนมีดีอยู่ในตัว

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


หนัง เราเองก็อยากดู แต่หนังเข้าช่วงเรายุ่งมากๆ เลยอดค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Movie Blog ดู Blog
oranuch_sri About Weblog ดู Blog
สามปอยหลวง Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 29 มกราคม 2561 เวลา:9:06:11 น.
  
เพิ่งไปเม้นท์บล็อคเก่ามาตะกี้
ธารโศก นี่ยังไม่เคยผ่านตาว่า
เคยมีช่องไหน หยิบมาทำละคระ
เพราะที่จริงนิยายของนักประพันธ์ ท่านนี้
ก็เป็นละครใน TV หลายเรื่องอยู่ !!
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 มกราคม 2561 เวลา:10:44:45 น.
  
เรื่องนี้ชอบค่ะ ตามหาเพื่อจะอ่านซ้ำแต่ไม่พบ
ถ้ามีเวลาจะไปหาอ่านตามตลาดหนังสือเก่าอีก

นวนิยายของก.สุรางคนางค์ ชอบอ่านทุกเรื่อง
ชอบสำนวน ชอบภาษา ชอบเนื้อเรื่อง
ที่ไม่เน้นเรื่องริษยาจนสุดโต่ง
แฝงการสอนเรื่องใดเรื่องหนึ่งในเนื้อหาเสมอ
เหมือนเช่นเรื่องดอกฟ้า-โดมผู้จองหอง
บ้านทรายทอง-พจมาน สว่างวงศ์
หรือ รักประกาศิต-ภูชิชช์ นริศรา รักประกาศิต
(เล่มนี้อ่านที่สกุลไทย คุณแม่รับประจำ)

คุณกัณหา เคียงศิริ สมควรอย่างยิ่งที่ได้เป็น
ศิลปินแห่งชาติ
โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 29 มกราคม 2561 เวลา:13:19:38 น.
  
สวัสดีครับคุณสามปอยหลวง
ชื่อเรื่องธารโศก ผมคิดว่าจะต้องเศร้า แต่เอาเข้าจริงๆจากรีวิวไม่น่าจะเศร้าสักเท่าไหร่ เป็นการเล่าเรื่องชีวิตที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคของพระนาง สมัยนี้คงหายากที่ใครคนหนึ่งจะยอมทิ้งความสุขสบายมาตรากตรำหารักแท้ในชนบท ทั้งๆที่ความจริง ชนบทนั้นน่าอยู่มาก
แนวนี้ผมชอบอ่าน มันมักให้บางอย่างเกิดในความคิด เหมือนจุดประกายให้เห็นสัจธรรมหรือไม่ก็เข้าใจความธรรมดาของโลกมากขึ้น มีประสบการณ์ร่วมไปกับตัวละครด้วยครับ
ปล.ผมกับต้องไปหาคำว่ากึ่งพุทธกาล ว่าแปลว่ายุคไหน ทีแรกคิดไปว่ายุคเก่ามาก เพิ่งมาอ๋อว่าอายุครึ่งหนึ่งของพระพุทธศาสนา 2500 เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นช่วงปี 2500 ใช่ไหมครับ
โดย: ruennara วันที่: 30 มกราคม 2561 เวลา:3:17:38 น.
  
คุณ สาวไกด์ใจซื่อ: เรื่องนี้เป็นเรื่องขนาดสั้นๆครับ เลยอาจจะผ่านตาไปบ้าง ตอนแรก ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าจะอ่านสนุกเท่าไร แต่ไปอ่านมา รวดเดียวจบ เลยครับ

คุณ เริงฤดีนะ: อ่านแล้วอยากให้มาทำละครเหมือนกันเลยครับ แม้จะเป็นแค่เรื่องสั้นๆ แต่มีประเด็นน่าสนใจ และออกแนวโรแมนติคไม่น้อยเลยครับ

คุณหมุยจุ๋ย : เป็นเรื่องที่เจอโดยบังเอิญมากเลยครับ และคิดว่า ทางสำนักพิมพ์ คงไม่น่าจะพิมพ์ใหม่ เพราะไม่ใช่แนวที่สร้างเป็นละครฮิต เหมือนกับหลายเรื่องของผู้เขียน แต่อ่านแล้ว อิ่มเอมในอารมณ์ ไม่น้อยเลยครับ งาน ของ ก.สุรางคนางค์ เอง คนส่วนใหญ่จะนึกไปถึงแต่แนวพาฝัน แต่ความจริงแล้ว ท่านเขียนในแนวเรียลิสติค หลายเรื่องเลย และที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงวรรณกรรม ยุคนั้น อย่าง หญิงคนชั่ว ที่เป็นอีกผลงานที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ

คุณ ruennara : ชื่อเรื่องเหมือนเป็นแนวโศกนาฎกรรมเลยครับ แต่เมื่ออ่านแล้ว กลับได้ความเพลิดเพลินไม่น้อยเลย เป็นเรื่องสั้นๆ ที่เต็มอิ่มเรื่องหนึ่งมากครับ
พุทธกาล ผมเคยได้ยินบางท่าน บอกว่ายุคสมัยในพระพุทธศาสนาจะยืนยาวนับแต่ถือกำเนิดพระพุทธองค์ ไป 5000 ปี กึ่งพุทธกาล ก็น่าจะหมายถึง 2500 ปี โดยประมาณครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 30 มกราคม 2561 เวลา:13:44:00 น.
  
สวัสดีครับคุณสามปอยหลวง ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ
มาริษาราตรี ผมเล็งๆไว้เหมือนกันครับ กับอีกสองเรื่องคือ ดินแดนไร้ความจำ และ กาฬปักษี ครับ
ปล.ลาไปเที่ยวสองวัน แล้วจะกลับมาใหม่ครับ
โดย: ruennara วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:2:11:24 น.
  
คุณ ruennara: กาฬปักษี ยังไม่มีโอกาสอ่านเลยครับ ดูชื่อแล้วน่าอ่านมาก
ขอให้สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยวนะครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา:9:35:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]

บทความทั้งหมด