วังดอกหญ้า : วัสสิกา
เรื่อง : วังดอกหญ้า
ผู้ขียน : วัสสิกา
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2523
เล่มเดียวจบ



เมื่อเห็นนามปาก วัสสิกา นักอ่านแฟนพันธุ์แท้จะรู้ว่า คือนามปากกา ของ ว.วินิจฉัยกุล นักเขียนรุ่นครููที่หลายคนชื่นชอบนั่นเอง ซึ่งในช่วงแรกๆของการเขียนนวนิยาย ท่านได้ใช้หลายนามปากกา อย่าง วัสสิกา ปารมิตา (สำหรับงานแปล) รักร้อย เป็นต้น สำหรับวังดอกหญ้า นวนิยายขนาดสั้นๆเล่มนี้ สะท้อนภาพชีวิตสังคม คนเมือง ที่แตกต่างกัน ได้เป็นอย่างดี
+++++++++++++++++++++++++
         เรื่องราวเริ่มต้น ระหว่างสองครอบครัวในซอยเดียวกัน ครอบครัวแรกคือ ท่านเจ้าสัว โภคา มหาทรัพยากร และคุณนายพลอยหยก เจ้าของธุรกิจร้อยล้าน และเจ้าของที่ดิน ส่วนใหญ่ในซอยแห่งนี้ ที่แปรอสังหารริมทรัพย์ ให้กลายเป็นทำเลทอง ทั้งโรงแรม และบริษัทธุรกิจ รวมถึงคฤหาสน์หลังงาม ในพื้นที่กว้างขวาง เหลือแต่เพียง
        “บ้านหลังกระจ้อยร่อยสีเข้มดูคร่ำคร่า ที่ประกอบด้วยรั้วต้นไม้หนาทึบ ผุดขึ้นขวางสายตา อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับยาจกที่แฝงกายเข้ามานั่งสงบเสงี่ยมพร้อมกับถุงย่าม หรือชามกาละมังเก่าๆ ในมือ...”
+++++++++++++++++++++++++
           นั่นคือบ้านของ ครอบครัวของนายเหรียญ ส่งดี อดีตนายอำเภอเกษียณ ราชการ และภรรยา รวมถึงหลานสาวคนเดียวในวัยแรกรุ่น ดวงเทียน อาศัยอยู่อย่างมีความสุข ภายในพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ของตัวเองอย่างสมถะ แม้ว่า เจ้าสัว จะพยายามให้คนมาติดต่อ ซื้อที่เพื่อแปลงเป็นทรัพย์สิน ตามแนวคิดทางธุรกิจ แต่ คุณตาเหรียญ ก็ปฏิเสธทุกครั้ง

         ในความสัมพันธ์ที่ แยกจากกันราวกับคนละฝั่งฟ้า เด็กชายเอกรถ ลูกชายคนเล็กของท่านเจ้าสัว เคยผ่านเข้าไปในรั้วร่มไม้แห่งนั้น และรู้จักกับเด็กหญิงดวงเทียน ด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย หากกาลเวลาที่ผ่านไป เขาถูกส่งตัวไปเรียนเมืองนอก กลับมาเป็นนักธุรกิจ ช่วยเหลืองานบริหารจากบิดา ในขณะที่ดวงเทียน เป็นเพียงครูเล็กๆคนหนึ่ง ในโรงเรียนเอกชน ที่ มี คุณจุลจันทร์ บุตรสาวคุณจันทร์เพ็ญ เจ้าของโรงเรียนเป็นผู้อำนวยการ และ จุลเจิม พี่ชายคนโต ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองนอก
+++++++++++++++++++++++
          จุลเจิมเองเมื่อเห็น ดวงเทียน ก็ประทับใจในความเรียบง่าย อ่อนหวานอย่างผู้หญิงไทยๆ แต่เขาก็ยังอคติ ในเรื่องฐานะความเป็นอยู่ ของหล่อน ที่ด้อยกว่าเขามากนัก ส่วน จุลจันทร์ ก็เป็นหญิงสาวที่มั่นใจในตนเอง แม้จะไว้วางใจให้ดวงเทียนมาช่วยเหลืองานของตนเอง แต่หล่อนก็มีช่องว่าง ที่แบ่งแยก ระหว่างตัวเอง กับ ดวงเทียน เอาไว้อย่างชัดเจน
++++++++++++++++++++++
    ชีวิตของดวงเทียน กับ เอกรถ คงไม่มีโอกาสได้โคจรมาพบกัน ถ้าหากเขาไม่กลับมาช่วยบริหารงานโรงแรม และ นายบุญลือ ทนายความเจ้าเล่ห์ของเจ้าสัว เป็นผู้เสนอไอเดีย ส่งชาตรี หนุ่มกะล่อนบุคลิกดี ให้ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจ มาติดต่อ คุณตาผ่านทางดวงเทียน เพื่อขอแบ่งซื้อที่ดิน และถือโอกาส จีบหญิงสาว ที่เขามองว่า ไร้เดียงสา และอ่อนต่อโลกอย่างเธอ โดยที่เอกรถ ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
+++++++++++++++++++++
        ชาตรี พยายามหว่านเสน่ห์ และเพื่อความมั่นใจ กันพลาด เมื่อเขาไปโรงเรียนที่ดวงเทียนสอนหนังสืออยู่ และพบกับ จุลจันทร์ อาจารย์ใหญ่ ที่ยังสาวสวย แต่บุคลิกปั้นปึ่ง เย็นชา ไว้ตัว เขาก็สามารถใช้ลมปากและบุคลิกที่ประทับใจ เอาชนะใจหล่อนไว้อีกทางหนึ่งด้วย จุลจันทร์ ซึ่งมองคนแต่เปลือก ประทับใจคำหว่านล้อม ที่เขาสร้างเรื่องเป็นนักเรียนนอก และทำธุรกิจต่างชาติ เลยหลงลมปากของเขาไปโดยไม่รู้ตัว
+++++++++++++++++++++++
          แต่ดวงเทียน ซึ่งมีคุณตา คุณยาย และนายสิงห์ คนรับใช้ มองทะลุผ่านเปลือกนอกของบุรุษรูปงามผู้นี้ไปได้ หล่อนออกอุบาย ลวงเขาว่าที่ดินทั้งหมดของตน ได้นำไปจำนองไว้หมดแล้ว นั่นยิ่งทำให้ ชาตรี เผลอแสดงธาตุแท้ของตนเองออกมา และไม่ลังเลที่จะทิ้งหล่อน ไปคบหากับ จุลจันทร์ อย่างเปิดเผย

         ดวงเทียนสงสัยในพฤติกรรมของชาตรี และเมื่อได้พบกับเอกรถ จึงรู้ความจริงทั้งหมด หล่อนตัดสินใจ นำเรื่องนี้ไปปรึกษากับ จุลเจิม หวังว่าเขาจะช่วยเตือนจุลจันทร์ แต่กลายเป็นว่า จุลเจิม ก็ประเมินหล่อน เป็นเพียงแค่ดอกหญ้า ที่คิดอิจฉา น้องสาวเขาเอง และเขาก็มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับครอบครัวเขา แต่เมื่อเรื่องล่วงรู้ไม่ถึงหูจุลจันทร์ หล่อนโกรธดวงเทียน และคิดว่า หญิงสาวต้องการเสี้ยมให้หล่อนกับชาตรี แตกแยกกัน เพราะเขาเป็นฝ่ายมาขอแต่งงานกับหล่อนแล้ว นั่นทำให้ จุลจันทร์ตัดสินใจ ไล่ดวงเทียนออกจากโรงเรียน โดยไม่ฟังเหตุผลใดๆทั้งสิ้น
++++++++++++++++++++++
        เจ้าสัว ทำงานหนัก ด้วยความเคร่งเครียด จนเกิดล้มเจ็บลง อาการป่วยจนแทบเสียชีวิตในครั้งนี้ ทำให้ท่านเริ่มเห็นสัจธรรมของชีวิตมากขึ้น ยิ่งเมื่อต้องนอนอุดอู้อยู่ในบ้านหลังใหญ่โต แต่อ้างว้างสิ้นดี ในวันหนึ่ง ท่านจึงลงมาเดินเล่นในสวน และเดินข้ามฝั่งถนนมาเจอ นายเหรียญ และภรรยากำลังใส่บาตรอยู่พอดี
++++++++++++++++++++
       ด้วยอัธยาศัยไมตรี ของ สองสามีภรรยา เจ้าของบ้านที่ท่านเคยอยากได้ที่ดินผืนนี้นักหนา นายเหรียญชวนให้ เจ้าสัวเข้ามาพักผ่อน ในบ้าน และเมื่อนั้นเองที่ท่านก้าวเข้ามา ภายในอาณาจักรเล็กๆ ไม่ต่างกับวังดอกหญ้าที่ดูไร้ค่า เจ้าสัวกลับพบกับความอบอุ่นของมิตรภาพ ความร่มเย็นของสมาชิกในบ้าน
++++++++++++++++++++
        เขาคุยกับเจ้าของบ้านด้วยเรื่องสัพเพเหระ รู้สึกว่า นายเหรียญนั้นแม้ชราแล้ว และไม่ใช่นักธุรกิจ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่เง่าเต่าตุ่น หากพูดจาฉลาดเฉลียวและมีหลายอย่างแสดงให้เห็นว่าได้ผ่านแง่มุมต่างๆของโลกมาแล้ว จนเกิดความเอื่อมระอา

        ปรัชญาชีวิต ที่ไม่ดิ้นรน ตะเกียกตะกาย หาเงินทองอย่างบ้าคลั่ง แบบนี้ นายโภคา เคยเรียกว่าเป็นความคิดของคนเกียจคร้าน งอมืองอเท้ารอความตาย หากแต่เมื่อย่างวัยเข้าสู่เลขหก ทำงานจนสังขารไม่ไหว และโรคภัยไข้เจ็บรุมล้อมตลอดเวลา จนไม่มีเวลาหยุดพักเหนื่อยหรือชื่นชมกับชีวิตของตัวเองหรือสมบัติของตัว ที่หามาได้เลย

    “มีเงินมันก็ดีกว่าไม่มีนะคุณตา” นายโภคา ค้านข้าวของบ้าน
     “ผมไม่ค้าน อย่างน้อยอยู่ได้มันก็ต้องมีปัจจัยการดำเนินชีวิตกับเขาบ้าง เพราะไม่ได้อยู่ในป่าอย่างฤาษีชีไพร” นายเหรียญว่า
     “แต่ว่าต้องไม่เป็นทาสของเงินเสียจนไม่มีความสุข จะกินจะนอนก็ไม่เป็นอันปกติสุขกับเขา คอยห่วงแต่เงินยังงี้ มีเท่าไรก็เหมือนกับไม่มีอยู่ดี...”

+++++++++++++++++++
         และในที่สุด เจ้าสัว ก็เริ่มเรียนรู้มิตรภาพกับเพื่อนบ้านที่ท่านไม่เคยมองเห็นพวกเขามาก่อน หากแต่มันเป็นมิตรภาพ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และทำให้ท่านพลอยเอ็นดู ดวงเทียนหลานสาวของ คุณตาเหรียญไปด้วย เมื่อรู้ว่า ดวงเทียนถูกไล่ออกจากโรงเรียน ท่านจึงเสนอ ให้ ดวงเทียนทำขนมลูกชุบ ที่เธอเคยทำคุณยาย มาขายที่โรงแรม โดยมีเอกรถ ช่วยสนับสนุน กลายเป็นว่า งานอดิเรกนี้ กลับสร้างรายได้ให้กับ หญิงสาวมากไปกว่าที่คิด และทำให้ดวงเทียน กับเอกรถ สนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิม
++++++++++++++++++
      แต่แล้ว จุลเจิม ก็มาหา ดวงเทียน ขอร้องให้เธอกลับไปทำงานที่โรงเรียนอีกครั้ง เพราะจุลจันทร์ตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว เพื่อหนีความอัปยศ!
หล่อนเผลอมีความสัมพันธ์กับชาตรี และให้อีกฝ่ายยืมเงิน ยืมรถ โดยมีข้ออ้างต่างๆที่เขาหว่านล้อมแต่ความจริงแล้ว เมื่อชาตรี ทำงานไม่สำเร็จ ทนายความที่ติดต่อชาตรี ก็ระงับเงินใช้จ่ายทั้งหมด รวมถึงความจริงที่เอกรถรับรู้ ทำให้เขาไปต่อว่า ทนายความผู้นี้ด้วย แผนการทั้งหมด จึงล้มครืนลงอย่างไม่เป็นท่า ชาตรี ซึ่งยึดติดกับความหรูหรา จึงต้องหาทางรวบรัด จุลจันทร์ โดยเร็วที่สุด
+++++++++++++++++++++++++++++
       หนุ่มกะล่อน เดินทางมาที่โรงเรียนและประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าเขามีอะไรกับจุลจันทร์ ทำให้มารดาของเธอถึงกับเป็นลมด้วยความผิดหวัง ส่วนจุลเจิม ตัดสินใจ ให้เงินตามข้อเรียกร้องอีกฝ่ายเพื่อปิดปาก แต่หญิงสาวก็ทนความอับอายไม่ได้ จนต้อง หนีไปเรียนต่อเมืองนอก และจุลเจิม เลยต้องกลายเป็นผู้ดูแลโรงเรียนนี้เพียงลำพัง

         แต่ดวงเทียนก็ตอบปฏิเสธไป หล่อนรู้สึกสนุกกับการทำงานของตัวเอง รวมถึงมีความใฝ่ฝันเป็นเป้าหมายชีวิต โดยมีเอกรถอยู่เคียงข้าง และคุณตากับเจ้าสัว ที่ต่างมองเห็นความเหมาะสม ที่ดูเหมือนจะแตกต่างกันนี้ ได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ที่สุด
     และขอปิดท้ายบทรีวิวนี้ ด้วยข้อคิดน่าสนใจ ของผู้เขียนที่แทรกไว้ ภายในเนื้อหาอันสนุกสนานเข้มข้น และเป็นคติเตือนใจแก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี ครับ
+++++++++++++++++++++
   สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับยาจก คือเงินทองที่จะเลี้ยงชีวิต
สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับคนเห็นแก่ตัว คือความรู้จักพอ
   สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับผู้ตกอยู่ในความทุกข์ คือความสุข และ
สิ่งที่หายากที่สุดสำหรับเศรษฐี คือเวลาความสุข และความรู้จักพอ!


ปล.หนังสือวังดอกหญ้า มีพิมพ์หลายต่อหลายครั้ง และครั้งล่าสุดน่าจะเป็นของสำนักพิมพ์เพื่อนดี ทรีบีส์ ที่นำมาพิมพ์ครับ



Create Date : 15 พฤษภาคม 2563
Last Update : 15 พฤษภาคม 2563 16:03:57 น.
Counter : 235 Pageviews.

6 comments
(โหวต blog นี้) 
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 6/1 พลายแก้วเข้าห้องนางสายทอง 0000
(26 ก.ค. 2563 09:19:10 น.)
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 5/1 ขุนช้างขอนางพิม 0000
(12 ก.ค. 2563 08:15:56 น.)
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 4/3 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม จบตอน 0000
(7 ก.ค. 2563 09:38:10 น.)
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 4/1 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม 0000
(28 มิ.ย. 2563 11:42:44 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**, คุณภาวิดา คนบ้านป่า

  
ถามหน่อยค่ะ พอดีอยากจะอ่านนิยาย ตุ๊กตามนุษย์ ของศรีฟ้า ลดาวัลย์หน่อยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดนางเอกเป็นคนที่มีไอคิวต่ำ และรู้สึกว่าเรื่องนี้เคยทำละครมาแล้ว
โดย: ฉันก็แค่เสนาที่เดินผ่านมา วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:3:05:12 น.
  
สวัสดีครับ คุณ ฉันก็แค่เสนาที่เดินผ่านมา เรื่องตุ๊กตามนุษย์ ของศรีฟ้า ลดาวัลย์ ครับ ล่าสุดสำนักพิมพ์เพื่อนดี นำมาพิมพ์ใหม่ ครับ อาจจะต้องลองสอบถามตามร้านที่รับของเพื่อนดีมาจำหน่าย อย่างบีทูเอส หรือ ลองสอบถาม สำนักพิมพ์ โชคชัยเทเวศร์ ที่เคยพิมพ์ตุ๊กตามนุษย์ ครั้งก่อน ไม่แน่ใจว่า จะยังมีอยู่หรือเปล่านะครับ เรื่องนี้ผมเองก็นานๆจะเห็นวางขายในเวบ สักครั้งเหมือนกันครับ
ตัวละคร ชื่อแป๋วแหวว เป็นเด็กสาวที่สวยแต่บกพร่องทางสมองครับ รายละเอียดเคยอ่านในสกุลไทย นานมากๆ จำไม่ได้ชัดเจนเท่าไรแล้วครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 พฤษภาคม 2563 เวลา:15:14:38 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 19 พฤษภาคม 2563 เวลา:14:40:06 น.
  
คุณ **mp5**: ขอบคุณมากๆครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 พฤษภาคม 2563 เวลา:9:27:10 น.
  
เป็นนักเขียนร่วมสมัยของพี่เลยค่ะ
ว่าจะเก็บเก่าๆมาอ่านอีก

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:10:20:42 น.
  
สวัสดีครับพี่ ภาวิดา คนบ้านป่า งานของ อาจารย์ ว. น่าอ่านทุกเรื่องเลยครับ นอกจากความรื่นรมย์จากการอ่านแล้วยังได้ข้อคิดเตือนใจ ที่แทรกอยู่ในเนื้อเรื่องอีกด้วย
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 22 พฤษภาคม 2563 เวลา:12:38:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]

บทความทั้งหมด