สมการวัย : ศรีฟ้า ลดาวัลย์
เรื่อง : สมการวัย
ผู้ขียน : ศรีฟ้า ลดาวัลย์
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า
ปีที่พิมพ์ : 2538 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
เล่มเดียวจบ



         เนื่องในวาระ 90 ปี ชาตกาล ของนักเขียนรุ่นครูและเป็นศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ หม่อมหลวงศรีฟ้า ลดาวัลย์ (26 มกราคม พ.ศ. 2473 )รวมถึง วาระวันเด็กแห่งชาติที่เพิ่งผ่านไป โอกาสนี้ผมขอรีวิว ผลงานนวนิยาย ที่เกี่ยวข้องกับ วัยต่างๆ รวมถึงตัวละครเอก หนูน้อยเถิดเทิง ใน นวนิยายสะท้อนชีวิตครอบครัวเรื่องเยี่ยม สมการวัยครับ
        +++++++++++++++++++
       ศรีฟ้า ลดาวัลย์ เปิดตัว สมการวัย ด้วยตัวเลขที่น่าสนใจว่า
X= (เกษียณ) 55-60
Y = 13-17 ขวบ
Z = 1-10 ขวบ
X-Y-Z = ?

          +++++++++++++++++
        ศรีฟ้า ลดาวัลย์ เขียนสมการวัย ภาคต่อ ของ ไม้อ่อน ด้วยเรื่องราวชีวิตของ ครอบครัว จามิกร และครอบครัวของ เก็จไพฑูรย์ ผ่านตัวละคร เจ้าหนูเถิดเทิง ได้อย่างน่ารักน่าชังยิ่ง
         เปิดตัว ด้วยภาพของเก็จไพฑูรย์สาวน้อยที่วัยทำงานที่อายุยี่สิบเศษ แต่มีลูกชายติดมาด้วย หลังจากไปเรียนต่อที่อเมริกา กลับมา เก็จไพฑูรย์ มาอาศัยอยู่กับคุณยาย ที่ต่างจังหวัด และนำเถิดเทิง มาเลี้ยงด้วย
ครอบครัวของเก็จไพฑูรย์ ที่กรุงเทพฯ ประกอบด้วย คุณ พวงเพชร และนายพลแกล้ว ราชกิจยุทธการ นายทหารที่เพิ่งเกษียณอายุราชการ ผู้เป็นมารดาและบิดา มีลูกสาวสามคน คือ พลอยพวง ตวงเพชร และเก็จไพทูรย์ ซึ่งพลอยพวงก็มีครอบครัวไปแล้ว ส่วนตวงเพชร ก็ไปอยู่ต่างประเทศ
         +++++++++++++++++
         ชีวิตของ นายพลแกล้ว ที่เพิ่งเกษียณ ขณะที่พวงเพชร ภรรยายังอยู่ในวัยสาวใหญ่ ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน นายพลวัยเกษียณ เมื่อได้พบกับ เสาวรภย์ ที่เพิ่งอกหักจากหนุ่มรุ่นน้อง อิษฏ์ ทำให้หล่อนหลงใหลได้ปลื้มกับภาพลักษณ์ในพลหนุ่มใหญ่ ขณะที่เขาเอง ก็รู้สึกว่าได้รับความชื่นชมจากหล่อน มากกว่าภรรยา ที่เอาแต่บ่นและไม่เคยมีเวลาให้เลย จนในที่สุด ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่เลยเถิดกัน นำไปสู่สภาวะครอบครัวที่แตกแยกกันในที่สุด

             นายพลแกล้ว ตัดสินใจ ย้ายออกมาใช้ชีวิตอยู่กิน กับเสาวรภย์ ที่บ้านของหล่อน โดยยอมมาแต่ตัว กับเงินบำนาญรายเดือน ขณะที่พวงเพชรเอง เมื่อครอบครัวล้มเหลว สาวใหญ่วัยสี่ห้าสิบ อย่างหล่อน ก็เริ่มไขว้เขว เมื่อมีสุพพัต หนุ่มวัยทำงาน ที่เข้ามาช่วยเหลือเทคแคร์หล่อนเหมือนหวังดีและมีความสัมพันธ์ด้วย เพราะคาดหวังผลประโยชน์จากพวงเพชร
          +++++++++++++++++
            เด็กชายเถิดเทิงตัวร้อน ไม่สบาย และเก็จไพฑูรย์ก็พาเจ้าหนูมารักษากับ หมอจามิกร ที่ขึ้นเวรโรงพยาบาลพอดี ความน่ารักของเด็กน้อย ที่ยิ้มเก่ง และเริ่ม “ติด”หมอ ทำให้จามิกร กับเก็จไพฑูรย์ ได้เชื่อมต่อความสัมพันธ์กันโดยไม่รู้ตัว จามิกร เข้าใจว่า เก็จไพฑูรย์ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ของเจ้าหนูเถิดเทิง ซึ่งตอนนี้ กลายเป็นติดเขาแจ เพราะเถิดเทิงเองก็ขาดความรักจากพ่อ
             +++++++++++++++++
          เก็จไพฑูรย์ ได้รับ งาน ที่ต้องไปต่างประเทศสามเดือน หญิงสาวเป็นห่วงเถิดเทิง และรู้ดีว่า คุณยายที่ตนเอง นำหลานมาฝากไว้ ไม่ได้สนใจเจ้าหนูมากนัก เห็นจะมีแต่ หมอจามิกร ที่ให้ความรักและเจ้าหนูเองก็ติดใจจามิกร ทำให้หล่อนกล้าเอ่ยปาก ขอฝากเถิดเทิงไว้ในความดูแลของเขา โดยจะส่งเงินมาช่วยค่าเลี้ยงดูตลอดเวลาที่ไปทำงานสิงคโปร์
                +++++++++++++++++
           จินดาหรา พี่สาวของ จามิกร (จากเรื่องไม้อ่อน) เดินทางมาเยี่ยมน้องชาย และพบว่า เขาเองเลี้ยงเจ้าหนูเถิดเทิงเอาไว้ ความน่ารักของเถิดเทิง ทำให้จินดาหรา ติดใจ และเมื่อมีโอกาสที่จามิกร และจินดาหรา ต้องกลับไปเยี่ยม ใจจันทร์กับ รักษา ที่เป็นพ่อแม่ที่กรุงเทพฯ เขาก็พาเถิดเทิงไปด้วย สถานการณ์นี้เอง ทำให้นายแพทย์หนุ่มต้องตกกระไดพลอยโจน รับว่าเขา มีลูกกับเก็จไพฑูรย์ และแม่ของเด็กก็ฝากเขาเลี้ยงไว้ เพื่อทำให้ ใจจันทร์ ยอมรับเถิดเทิงเป็นหลาน
            +++++++++++++++++
         ครอบครัวของ ใจจันทร์กับรักษา ก็ไม่ต่างกับพวงเพชร และ นายพลแกล้ว ที่ผ่านวันวัยแห่งความรักหนุ่มสาว มาจนถึงบั้นปลายชีวิต และเกิดความเคยชิน จนเริ่มเป็นความเบื่อหน่าย เมื่อรักษาเอง ก็เจ้าทิษฐิ ส่วน ใจจันทร์ ก็ยังเป็นสาวใหญ่วัยทำงาน ที่ต้องออกสังคม ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันในครอบครัว และลูกๆต่างเติบโตกันไปหมดแล้ว ใจจันทร์เองก็กำลังหวั่นไหวกับสุพพัต ที่เป็นหนุ่มเจ้าเล่ห์ ล่วงรู้ความต้องการ ความเปลี่ยวเหงา ของหญิงในวัยนี้เป็นอย่างดี และพาตัวเข้ามาเพื่อหวังปอกลอก สาวใหญ่เหล่านั้น
       +++++++++++++++++
           แต่ใจจันทร์โชคดีกว่า พวงเพชร ที่มีทั้งสติคอยรั้งดึงมโนธรรมของตัวเองเอาไว้ และเมื่อมีเจ้าหนูเถิดเทิงเข้ามาอยู่ในบ้าน โดยที่เข้าใจว่า เป็นหลานแท้ๆของตน ทำให้ใจจันทร์ ทุ่มเทให้ความรัก กับเจ้าหนู จนลืมความบาดหมางในครอบครัวไปหมดสิ้น เช่นเดียวกับรักษา ที่เมื่อได้เป็นปู่ของเถิดเทิง ก็พลอยหลงหลานไปด้วย ทั้งสองตั้งใจว่าจะ เลี้ยงเถิดเทิงเอง โดยที่จามิกร ก็ได้แต่น้ำท่วมปาก ไม่อาจพูดอะไรได้

             เก็จไพฑูรย์เดินทางกลับมาจากสิงคโปร์ และเมื่อรู้ว่าลูกชายตนเองไปอยู่กับ ใจจันทร์ โดยจามิกร เล่าว่าต้องสร้างสถานการณ์นี้ขึ้น หญิงสาวก็เข้าใจ และตามไปพบเถิดเทิง เจ้าหนูดีใจที่เจอแม่อีกครั้ง ทำให้ใจจันทร์และรักษา ที่เริ่มกลับมามีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เกรงว่า แม่อย่างเก็จ จะมาแย่งเถิดเทิงไป
                 +++++++++++++++++
           ตวงเพชร เดินทางมาจากต่างประเทศ และแล้วความจริงก็ปรากฏว่า เถิดเทิงหรือเท็ดดี้ ก็คือลูกที่เกิดจากเธอ กับชายอเมริกัน ที่ใช้ชีวิตร่วมกันที่นั่นในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจแยกทางไปมีครอบครัวใหม่ เก็จไพฑูรย์ จึงรับเป็นแม่บุญธรรม เลี้ยงดูเจ้าหนูเอาไว้เอง จนกลายเป็นความผูกพัน ตวงเพชร เมื่อเห็นเถิดเทิงอีกครั้ง ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกผิด และอยากจะอุปการะเด็กชายที่เป็นลูกแท้ๆ ของตัวเอง แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ก็เกิดอุบัติเหตุ ทำให้หล่อนเสียชีวิตเสียก่อน

      นายพลแกล้ว เมื่อมาอยู่กับเสาวรภย์แล้ว เขากลับพบว่า ชีวิตที่วาดหวังว่าจะสบาย กว่าการอยู่กับภรรยาคนเดิม กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เสาวรภย์ เป็นคนเก็บอารมณ์ความรู้สึก ไม่เอะอะโวยวายเหมือนพวงเพชรก็จริง แต่ความนิ่ง ของหล่อน บางครั้งก็เหมือนกับ อาการเย็นชา เบื่อหน่าย ที่ไม่มีคำตอบชัดเจน และคาดเดาไม่ได้
           เสาวรภรย์เอง ก็เริ่มรู้สึกว่า หล่อนไม่ได้รักนายพลแกล้ว อย่างที่คิด เขาเพียงแค่ เป็นตัวแทนอิฎฐ์ หนุ่มน้อย ที่เคยเป็นรักแรกในหัวใจหล่อน เพื่อเข้ามาเติมเต็มความอ้างว้าง เท่านั้นเอง หล่อนยังเป็นสาวใหญ่วัยทำงาน ที่มีอนาคตรออยู่ ขณะที่ นายพลแกล้ว เป็นเพียงชายแก่ ที่เฝ้ารอการกลับบ้านของหล่อนทุกๆวัน ซ้ำยังเหมือนกับมาอาศัยอยู่กับหล่อน เกาะหล่อนกิน เสียมากกว่า แทนที่จะทำให้หล่อนรู้สึกภาคภูมิใจ
             +++++++++++++++++
            ซ้ำร้าย อิฎฐ์ หนุ่มน้อยเมื่อหลายปีก่อนและทิ้งหล่อนไปแต่งงานอยู่กินกับเด็กสาววัยเดียวกัน ได้หันกลับมาหาหล่อนอีกครั้ง ด้วยอายุที่มากขึ้น และเสาวรภย์ ก็คิดว่า ความรักที่หล่อนเคยมี มันยังคงอยู่เหมือนเดิม หล่อนเริ่มเบื่อหน่าย แกล้ว ที่เป็นเหมือนอุปสรรคชีวิต และแสดงออกให้เขาเห็นว่าหล่อนเบื่อ!!
             +++++++++++++++++
          แกล้ว หงุดหงิด และยิ่งรู้สึกไร้ค่ามากขึ้น เมื่อเห็นเสาวรภย์ไม่กลับบ้าน แต่ออกไปเที่ยวกับผู้ชายที่เคยเป็นคนรักเก่าของหล่อนมาก่อน ยิ่งเมื่อรู้ว่า พวงเพชร อดีตภรรยา ก็ไม่คบหากับสุพพัต หนุ่มอ่อนวัยกว่า จนเป็นที่โจษขานกันไปทั่ว ทำให้เขาทนอยู่กับ เสาวรภย์ไม่ได้ และตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาว พลอยพวง แทน
           +++++++++++++++++
                แต่แล้วการปรากฏตัวของ แหม่ม อีดิธ คาวแวน แม่ของ ราล์ฟ คาวแวน ก็ทำให้เรื่องราวทุกอย่างยุ่งยากขึ้น อีดิธ ทราบเรื่องตวงเพชร กับลูกชายตนเอง มีเจ้าหนูเถิดเทิง หรือเท็ดดี้ด้วยกัน ทำให้หล่อนอยากจะได้ เถิดเทิงมาเลี้ยงดู เพราะอยู่เพียงลำพัง ลูกชายก็แยกไปมีครอบครัวใหม่ จึงใช้สิทธิ์ความเป็นย่า เจรจากับพวงเพชร แม่ของเก็จ โดยมีสุพพัต คอยเป็นฝ่ายสนับสนุน เพื่อ นำตัว เถิดเถิง กลับไปอเมริกา ระหว่างที่เก็จ ยังกลับไปทำงานที่สิงคโปร์ โดยไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย

            เมื่อเก็จกลับมาถึง จึงรู้ว่าเถิดเทิงถูกพาตัวไปแล้ว หญิงสาวปรึกษาจามิกร และตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อนำตัวเถิดเทิงกลับมาให้ได้

           ที่นั่นเอง หล่อนจึงรู้ว่า อีดิธ ไม่สามารถกำราบเถิดเทิงได้ เด็กน้อยเอาแต่ร้องหาแม่ จนทำให้เพื่อนบ้านรำคาญ และเมื่อเห็นเก็จ เถิดเทิงก็คลานเข้ามาหาอย่างดีใจ จน อีดิธ ไม่สามารถเอาชนะได้
                 +++++++++++++++++
            พวงเพชร ที่เริ่มตาสว่าง หล่อนเบื่อสุพพัตที่คอยแต่ฉกฉวย กู้เงิน ยืมเงิน ตลอดเวลาที่สามารถเอาเปรียบได้ จึงตัดสินใจชวนใจจันทร์ ให้เดินทางมาอเมริกา เพื่อเจรจาต่อรองกับทนายความ นำเถิดเทิงหรือเท็ดดี้กลับมาเมืองไทย จนสำเร็จ หล่อนเริ่มเข้าใจลูกสาวตัวเอง มากขึ้น และรักหลานชายผู้นี้ และในที่สุด เจ้าหนูผู้เป็นดวงใจของทุกคน ก็เป็นสื่อกลางสร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกของสองครอบครัวนี้ รวมทั้งจามิกร และ เก็จไพฑูรย์ พ่อและแม่กำมะลอของเถิดเทิงนั่นเอง
             +++++++++++++++++
              ศรีฟ้า ลดาวัลย์ ปิดฉากของสมการวัย ด้วยบทสรุปที่ชัดเจนว่า
สมการวัยของเจ้าหนูเถิดเทิง ต้องการคน “แก้” เพื่อหาค่าของชีวิตให้เจ้าหนู
         แต่สมการวัยของคุณตาคุณยาย เห็นทีคุณตาคุณยายจะต้อง “แก้”กันเอง เพื่อหาค่าของชีวิตในบั้นปลาย...

              +++++++++++++++++
การอ่านนวนิยายเรื่องนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่มีประเด็นค่อนข้างหนักอยู่บ้าง แต่ด้วยฝีมือการเขียนและลูกเล่นทางวรรณศิลป์ ทำให้ผมอ่าน สมการวัย ด้วยความรื่นรมย์อย่างยิ่ง อดอมยิ้มกับการ ใส่ความคิดของเจ้าหนูเถิดเทิง ที่ขโมยซีน ทุกครั้ง เวลาออกมา วาดลวดลายไม่ได้เลยทีเดียว อาจารย์ศรีฟ้า ลดาวัลย์ บรรยายหลายฉากได้อย่างประทับใจมาก
           +++++++++++++++++
          ฉากหมอจามิกร ต้องเป็นพ่อจำเป็น เลี้ยงเจ้าหนูเถิดเทิง...
           ไอ้หนูกำลังพลิกตัวเป็นท่านอนคว่ำ เสียงแอะๆทีแรก กลายเป็นว้ากจ้าออกมา
         ...ทำไมไม่ให้ว้าก ทุกทีพอจะแอะ ก็จะมีหัวนมจ่อที่ปาก พร้อมกับมือของใครคนหนึ่ง ตบก้นเบาๆ และอืออกล่อมให้หลับต่อ... แต่นี่ แอะเบาๆก็แล้ว พลิกไปพลิกมาก็แล้ว ไม่เห็นมีหัวนม ไม่เห็นมีมือตบก้น
          ...แล้วจะไม่ให้โมโหได้ยังไง

        ไอ้หนูแผดเสียงดังขึ้นอีก หมอจามิกร รีบก้มลงอุ้มเจ้าลูกหลงแม่ขึ้นมา พลางจุปากเบาๆ
         “เถิดเทิง...นิ่ง นิ่ง”
          จำได้หรอกว่าเป็นเสียงหมอ แต่ตอนนี้เถิดเทิงไม่ต้องการอ้อมแขนแข็งแรงของชายชาตรี เถิดเทิงอยากอยู่ในอ้อมกอดแม่ เถิดเทิงไม่เห็นหน้าแม่ ไม่ได้ยินเสียงมาหลายวันแล้ว


           หมอจามิกร แง้มดูผ้าอ้อมของเจ้าหนู... ไม่เปียกฉี่ ไม่เปรอะอึ... จึงแบกเจ้าหนูพาดบ่า มือตบก้นและเขย่าเบาๆ
เจ้าหนูยิ่งแผดเสียงหนักขึ้น พูดไม่ได้ บอกไม่ได้ แต่รู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณ
           ...คิดถึงแม่ หิวนม (โว้ย)!

           +++++++++++++++++
        หรือในบางประโยค ก็ให้ข้อคิด คำสอนแก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
         บุคคล... แม้เกิดมาในชาติตระกูลอันสูงศักดิ์ แม้จะพยายามขัดเกลาอบรมบ่มนิสัยด้วยวิถีทางของบัณฑิต ก็ยังยากนักที่จะขุดถอนสันดานอันหยั่งรากลึกติดมาจากกรรมกำเนิด ยามใดลืมตัว สันดานนั้นก็จะผุดขึ้น อุปมาเหมือนฟองสกปรกใต้น้ำ ผุดขึ้นเหนือน้ำ ซึ่งมองดูสะอาดราบเรียบ แต่เพียงพื้นผิวฉะนั้น
             +++++++++++++++++
          สมการวัย จึงเป็นนิยายอีกเรื่องหนึ่งที่อ่านสนุก ได้สาระและมีคุณค่า ควรแก่การอ่านเรื่องหนึ่งเลยครับ และนวนิยายเรื่องนี้ก็ได้รับรางวัลชมเชย จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2531 อีกด้วยครับ
+++++++++++++++++
                สำหรับประวัติคร่าวๆ ของผู้เขียนจากข้อมูลของวิกินั้น พบว่า หม่อมหลวงศรีฟ้า มหาวรรณ มีนามเดิมว่า หม่อมหลวงศรีฟ้า ลดาวัลย์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2473 ที่วังมหาสวัสดิ์ เป็นธิดาของหม่อมราชวงศ์สนั่น ลดาวัลย์ (โอรสหม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ กับหม่อมห่วง ลดาวัลย์ ณ อยุธยา) กับนางบัวจันทร์ ลดาวัลย์ ณ อยุธยา โดยมารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่ท่านอายุได้ 5 ขวบ หม่อมหลวงศรีฟ้ามีน้องสาว คือ หม่อมหลวงศรีทอง ลดาวัลย์ (ถึงแก่กรรม) ซึ่งเป็นนักเขียนเช่นกัน ใช้นามปากกาว่า "ข.อักษราพันธ์" และ ก. เจษฎาพงศ์ เป็นผู้เขียนนวนิยายเรื่อง ภาพอาถรรพณ์ , ดาวพระศุกร์ , ดอกโศก , พลับพลึงสีชมพู , มรสุมสวาท , โรงแรมวิปริต และ สายรักสายสวาท เป็นต้น



Create Date : 12 มกราคม 2563
Last Update : 12 มกราคม 2563 15:27:18 น.
Counter : 662 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
หยดน้ำหวานในหยาดน้ำตา อุรุดา โควินท์ เขียน ออโอ
(16 ก.ย. 2563 14:02:56 น.)
คฤหาสน์ไอยรา : อรธนินทร์ สามปอยหลวง
(13 ก.ย. 2563 14:58:23 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - พลิกวิกฤตเป็นกำไร :: กะว่าก๋า
(13 ก.ย. 2563 00:21:57 น.)
ข้อความในกระดาษแทรก Insignia_Museum
(11 ก.ย. 2563 18:59:52 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณruennara

  
ผลงานของนักเขียนในดวงใจผมเลย แต่เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านหรือมีในครอบครองเลยครับ
โดย: ruennara วันที่: 12 มกราคม 2563 เวลา:17:45:07 น.
  
สวัสดีครับคุณ ruennara : เรื่องนี้ หายากเหมือนกันครับ แต่อ่านแล้วคุ้มค่ามากๆเลยครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 13 มกราคม 2563 เวลา:9:31:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]

บทความทั้งหมด