เขาชื่อเดช : กาญจนา นาคนันทน์
เรื่อง : เขาชื่อเดช
ผู้ขียน : กาญจนา นาคนันทน์
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2513
เล่มเดียวจบ



             หลายคนรู้จักผลงานในนามปากกา กาญจนา นาคนันทน์ จาก หัสนิยายพาฝัน อย่าง ชุด ผู้กองยอดรัก ยอดรักผู้กอง ผู้กองอยู่ไหน ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ธรณีนี่นี้ใครครอง หรือ ชื่นชีวานาวี เป็นต้น แต่ในความจริงแล้ว กาญจนา นาคนันทน์ ยังมีผลงาน ในแนววรรณกรรมเยาวชน ที่น่าสนใจอีกหลายเรื่องด้วยเช่นกัน และหนึ่งในจำนวนนั้น ก็คือ เขาชื่อเดช
               +++++++++++
          เขาชื่อเดช เป็นหนึ่งใน 100 เรื่อง ที่ได้รับการคัดเลือก ในโครงการหนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน จาก สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แม้ว่าเรื่องราวในนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้ จะเป็นเหตุการณ์ในช่วง ปี พ.ศ. 2513 ที่แตกต่างจากยุคปัจจุบัน ไปไม่น้อย ทว่าแนวคิดและคำสอนที่แทรกผ่านเรื่องราวของ เขาชื่อเดช ก็ยังเป็นปัจจุบัน ที่ไม่เคยล้าสมัย หรือตกยุคไปเลยสักนิดเดียว

           ชีวิต ของเด็กชาย เดช คงพันธุ์ เด็กใฝ่ดี ที่มีครอบครัวอบอุ่น ประกอบด้วยพ่อ คือนายดวง ที่เป็นอาจารย์สอนพลศึกษา และอดีตเป็นแชมป์ชกมวย ส่วนแม่ ชื่อวิไล ที่เป็นแม่บ้าน รวมถึง วิภาน้องสาว นอกจากนี้ยังมี หมูกับเป็ดที่เขาเลี้ยง และตั้งชื่ออย่างน่ารักว่า มาดามอี๊ดกับ ลอดร์ดกิ๊ฟ บ้านของเขาอยู่แถวถนนสุโขทัย ซึ่งผู้เขียนบรรยายภาพ พระนคร ในเวลานั้นไว้ อย่างสวยงามว่า

           เส้นทางที่เดชจะต้องเดินทางกลับบ้านนั้น เป็นถนนที่น่าเดินที่สุดในพระนคร มีต้นมะขามตัดเป็นพุ่มงามเป็นระยยะสองข้าง ทางถนนพระรามที่ห้า เมื่อยามแสงแดดกล้า ร่มมะขามก็บรรเทาความร้อนได้ ด้านซ้ายเป็นคลองเปรมประชากร มีวัดเบญจมบพิตรอันงดงาม มีเขาดินวนาที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยเสียงร้องของสัตย์ต่างๆ ต่อไปก็ถึงโรงเรยนวชิรราวุธวิทยาลัยอันงามสง่า ด้านขวามีคูกว้าง รอบสนามม้าราชตฤณมัย ในคูเต็มไปด้วยผักบุ้งทอดยอดเบียดเสียดกันจนแทบแลไม่เห็นพื้นน้ำ ต่อไปก็ถึง วังสวนจิตรลดาบริเวณกว้างขวาง ล้อมด้วยน้ำในคูอันใสแจ๋ว เห็นตัวตึกอันเป็นพระราชฐานไกลลิบอยู่ในหมู่ไม้ เหมือนกับปราสาทลึกลับในนิทานฝรั่ง...
              ++++++++++++++
         แต่แล้ว ชีวิตของเดช ก็ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เมื่อต้องสูญเสียบิดาไป เพราะทำหน้าที่พลเมืองช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่ง ไม่ให้ถูกไฟฟ้าช็อต แต่ตัวเองรับเคราะห์ไปแทน เด็กชายคนนั้นชื่อสุรัส เขารู้สึกผิด ที่มีส่วนทำให้ครอบครัว ของเดช ต้องกลายเป็นกำพร้า และนั่นเองที่ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองคน ได้บังเกิดมิตรภาพที่ดีต่อกันในเวลาต่อมา

            ชีวิตยากจนของเดช เมื่อสิ้นพ่อ ทำให้เขาตัดสินใจทำงานไปด้วยระหว่างเรียนหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นส่งหนังสือพิมพ์ และแอบไปรับชกมวย เพื่อหารายได้ ส่งเสียตัวเอง ช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ กระนั้น ด้วยนิสัยที่ยึดมั่นในคุณความดี และความเป็นสุภาพบุรุษที่พ่อเคยสอน ทำให้เดช เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆทุกคน เขาเป็นนักกีฬา และมีโอกาสได้แข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ

           ในวันหนึ่ง ระหว่างการรับส่งหนังสือพิมพ์นั่นเอง ที่เดช มีโอกาสได้เห็นเด็กชายบุญส่ง กระชากสร้อยคอ แล้ววิ่งหนีมา เขาจับตัวบุญส่งไว้ได้ และรู้ว่า แม่ของบุญส่ง ป่วยเป็นวัณโรคระยะสุดท้าย และต้องการเงินไปรักษา ทำให้เด็กชายตัดสินใจเป็นโจร

         ด้วยความสงสารเขาช่วยเหลือบุญส่ง และคืนสร้อยให้กับ ชายที่ไล่วิ่งตามมา โดยบอกว่าขโมยหนีไปและทิ้งสร้อยเอาไว้พอดี ชายคนนั้นบอกว่า เขาชื่ออนันต์ และสร้อยที่ถูกกระตุกไปเป็นของ ลูกสาว ของเขาชื่อคุณหนูเล็กหรือพัชรี ในเวลานั้นเอง ที่ทำให้เดชมีโอกาสได้รู้จัก กับเด็กหญิงตัวน้อย ที่ประทับใจในความกล้าหาญและซื่อสัตย์ของเขา จนผูกพันกับเด็กหนุ่มในเวลาต่อมา
ความรู้สึก ของอารมณ์หนุ่มสาวของเดช เมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่นและว้าวุ่นกับความรักจนเสียสมาธิในการเรียน ทำให้เขามีโอกาสได้ปรึกษากับครูวินิจ ที่ช่วยไขความกระจ่างและให้ข้อคิดในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม

      “ผมเจ็บใจตัวเอง ที่จิตใจมันเป็นอย่างไร จึงได้คิดถึงเขานักหนา อยากจะพบ อยากจะเห็นอยากจะพูดด้วย แต่ทำอย่างนั้นไม่ได้”

        “งั้นครูจะพูดให้ฟังถึงธรรมชาติของมนุษย์ก่อน เดชกำลังเข้าอยู่ในขั้นเปลี่ยนแปลงจากเด็กเข้าสู่วัยรุ่น ร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไป เสียงก็ห้าวขึ้น จิตใจก็เปลี่ยนแปลงตามร่างกายเหมือนกัน ความสนใจเด็กๆของเราก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างผู้ใหญ่ ธรรมชาติของคนสัตว์ทั้งหลายเมื่อเต็มที่แล้ว ก็ต้องการสืบพันธุ์ คือการมีลูกมีหลานต่อไป เดชก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ฉะนั้นครูจึงว่าไม่ใช่ความผิด ที่จะรักใครสักคนหนึ่ง แต่เราต้องเป็นคนมีเหตุผล อย่าให้อารมณ์เข้ามาเป็นเจ้าหัวใจ...”
             +++++++++++++++++++++
      และด้วยคำสอนของครูวินิจนั่นเอง ที่ทำให้เขาปฏิบัติตนในกรอบอย่างเหมาะสม เมื่อเริ่มคบหากับพัชรี และเรียนหนังสือไปพร้อมๆกัน โดยไม่เกิดความรู้สึกสับสนในใจตัวเองอีกต่อไป

       เดชไปบ้านบุญส่ง และพยายามหาทางช่วยเหลือแม่ของเขา จนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้าย มารดาของบุญส่งสิ้นใจด้วยโรคร้ายไปในที่สุด เขาเข้าใจ สหายตัวน้อย ที่ความจนและความจำเป็นทำให้บุญส่งต้องตัดสินใจ เช่นนั้น และพยายามสอน บุญส่งให้กลับตัวเป็นคนดี แม้ว่าจะไม่มีมารดาอีกต่อไปแล้ว
           ++++++++++++++++++++++
         เดชสารภาพกับมารดา เรื่องที่ไปรับชกมวย เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว แม้เธอจะไม่ชอบเลยก็ตาม วิไลไม่อาจปฏิเสธเหตุผลของลูกชายได้ แต่เดชก็รับปากว่า ถ้าเขาเรียนจบจะเลิกชกมวย เพื่อให้แม่ได้สบายใจ

        การทำความดีในโอกาสต่างๆของเดช ทำให้ เขาเป็นที่รู้จักและชื่นชม รวมถึง อนันต์พ่อของ คุณหนูเล็ก ที่ทำให้ครอบครัวของทั้งสอง ได้รู้จักคุ้นเคยกันอีกด้วย เดชและคุณหนูเล็ก ผูกพันกัน จนกลายเป็นความรักของวัยรุ่นหนุ่มสาวในเวลาต่อมา

        เดชมีโอกาสได้รู้จักกับ คุณพระสมัครนรากร ซึ่งท่านเป็นบิดาของสุรัสนั่นเอง ท่านประทับใจความดีงามความกตัญญูที่เขาสร้างขึ้นและ ภายหลัง เมื่อท่านรู้ว่าพ่อของเดชเสียชีวิตลงเพราะช่วยเหลือสุรัส ทำให้ คุณพระสมัครนรากร รับส่งเสีย ให้กับเขาเรียน จนจบการศึกษา
           +++++++++++++++++++++++
         เส้นทางชีวิตของเดช เจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ด้วยคุณงามความดีของตัวเอง และความใฝ่ดี อันเป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต แม้จะต้องสูญเสีย เพื่อนรักตัวน้อย อย่าง ลอร์ดกิ๊ป และ มาดาอิ๊ดไปตามอายุขัยของมัน
         เดชจึงตั้งเป้าหมาย ว่าจะเรียนเป็นสัตวแพทย์ ให้ได้ เพื่อมารักษาสัตว์ต่างๆที่เขารักเหล่านั้น
         +++++++++++++++++++++
        เขาสอบเข้าเรียนเตรียมอุดมหลังจบมัธยม โดยมีคุณพระ คอยสนับสนุน ซึ่งท่านก็เอ็นดูเขาไม่ต่างกับสุรัส บุตรชายของท่านเองเลยทีเดียว และต่อมา เดชก็สอบติดคณะสัตวแพทย์ได้อย่างที่ตั้งใจ ขณะที่พัชรี ก็สอบติดคณะอักษรศาสตร์ ในเวลาต่อมา

        เดช จบสัตวแพทย์ ด้วยปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และออกไปทำงานในชนบทตามที่ได้เรียนมา ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น และภายหลัง ก็ได้รับทุนจากหน่วยงานที่เขาสังกัดอยู่ ให้ไปศึกษาต่อปริญญาโทและเอก ที่สหรัฐอเมริกา ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายปี เขาและพัชรี ได้คบหากันด้วยความรักและความจริงใจ แม้ว่าจะมีผู้หญิงคนอื่นผ่านเข้ามาในชีวิต และแสดงท่าทีสนใจ แต่เดชก็รู้ตัวเองว่าความรักที่เขามีให้ มีเพียงพัชรี คนเดียวเท่านั้น และเป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้ก้าวมาสู่ความสำเร็จในวันนี้
            ++++++++++++++++++++++
       บทอวสานของ “เขาชื่อเดช” คือฉาก วันที่เขาออกเดินทางไปต่างประเทศ ที่สนามบินดอนเมือง เขาได้มีโอกาสจับมือหนูเล็กบีบเบาๆ และให้สัญญากับเธอ ก่อนจะก้าวผ่านด่านตรวจออกไป

      “อีกสองปี ผมจะกลับมาหาคุณ”
         “ค่ะ หนูเล็กจะคอยเดชคนเดียว” พัชรี พูดอย่างมั่นใจ

        และเดช ก็ตั้งปณิธานว่า เมื่อเรียนจบ เขาก็พร้อมจะกลับมาเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ ประชาชนชาวไทยและประเทศชาติที่รักของเขา นำความชื่นชมมาสู่ทุกคนซึ่งเป็นที่รัก และกำลังคอยเขาอยู่ นั่นเอง...

         +++++++++++++++++++
            เมื่อได้อ่าน นิยายเรื่องนี้ จบลง ผมอดนึกถึงนิยายอีกเรื่อง ของ คุณกาญจนา นาคนันทน์ ขึ้นมาด้วย ก็คือ ผมชื่อไอ้จุก ที่ท่านได้เคยเขียนลงในนิตยสารพลอยแกมเพชร เมื่อหลายปีก่อน และต่อมาได้พิมพ์รวมเล่มโดยสำนักพิมพ์ศรีสารา เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2550 นิยายเรื่องนี้น่าจะเป็นผลงานเรื่องท้ายๆในชีวิตของผู้เขียน

       ผมชื่อไอ้จุก นับเป็นนวนิยายขนาดสั้นๆ ที่บอกเล่าชีวิตของเด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อจุก และผ่านเส้นทางชีวิตต่างๆมามากมายเช่นเดียวกัน



Create Date : 11 มิถุนายน 2564
Last Update : 11 มิถุนายน 2564 14:18:46 น.
Counter : 314 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
6 ก.ย. 64 การบ้านเขียนเกม kae+aoe
(7 ก.ย. 2564 17:03:15 น.)
รีวิวเกม Hoa เกมภาพสวยดนตรีเพราะที่ทำให้ใจละลายได้อย่างง่ายดาย ออโอ
(31 ส.ค. 2564 20:11:31 น.)
- รีวิว วาสนาบันดาลรัก : ตงเทียนเตอหลิ่วเย่ - marina_rain
(26 ส.ค. 2564 00:06:48 น.)
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/4 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา 0000
(23 ส.ค. 2564 05:18:04 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]

บทความทั้งหมด