กลิ่นดอกส้ม : โบตั๋น
เรื่อง : กลิ่นดอกส้ม
ผู้ขียน : โบตั๋น
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2524
เล่มเดียวจบ


           เห็นชื่อ “กลิ่นดอกส้ม” นวนิยายชื่อหวานละมุน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าน่าจะเป็นนวนิยายรักโรแมนติคในบรรยากาศธรรมชาติสดใส แต่เมื่อเห็นชื่อผู้ประพันธ์ “โบตั๋น” แล้ว ก็มั่นใจได้เลยว่า จะต้องเป็นนวนิยายสะท้อนชีวิตที่เข้มข้นอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว
            ++++++++++++++++++++++
        ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็อยู่บ้านใต้ถุนสูงหลังนี้ ในสวนแห่งนี้ บ้านหลังเก่าฝาขัดแตะอยู่ไม่สบาย เราเป็นชาวสวนในบริเวณชานเมืองหลวง การขนส่งอาศัยเรือ ลำคลองมากมายรอบบริเวณอำเภอที่เราอยู่ หมู่บ้านของเรานั้น ไม่มีถนนตัดผ่าน แต่ถนนที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างเพียงแค่แจวเรือชั่วโมงเดียว เราก็สามารถขนผลไม้ของเราไปใส่รถบรรทุกเล็กนำไปตลาดได้
             +++++++++++++++++++++++++
         นี่คือฉากเปิดเรื่อง ชีวิตของสามพี่น้อง ส้มโอ ทองดี และเขียวหวาน หรือ ประคำกรอง ประคองทรัพย์ และประดับใจ ลูกชาวสวนส้มย่านชานเมือง กรุงเทพฯในยุค สองพันห้าร้อยยี่สิบ ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ในขณะที่ลูกบ้านอื่นๆ อย่างมากก็เรียนต่อครู หรือไม่ก็ออกมาทำสวนช่วยงานทางบ้าน แต่ส้มโอพี่สาวคนโตซึ่งเป็นเด็กเรียนเก่ง และพ่อก็สนับสนุนให้เรียนจนกระทั่งเข้าเตรียมอุดม และไปเรียนต่อคณะแพทย์ โดยมีคนรักคือหมอเวช ซึ่งเป็นลูกคนจีนที่มีฐานะในตัวเมือง ทั้งคู่ต่างได้ทุนไปเรียนต่อเฉพาะทางที่เมืองนอกร่วมกัน
            ++++++++++++++++++++++
        ทองดี น้องชายคนกลาง เรียนต่อทางด้านกฎหมาย ส่วน “ฉัน”หรือ เขียวหวาน เด็กสาวมอมแมม ที่ใช้ชีวิตไม่ต่างกับลูกผู้ชาย ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านครู และมาช่วยพ่อกับแม่ทำสวนส้ม ซึ่งในเวลาต่อมาก็เริ่มประสบกับปัญหาต่างๆเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือน้ำเค็มทะลักเข้ามา จนทำให้ต้นไม้ที่ปลูกเริ่มมีปัญหามากขึ้น
        +++++++++++++++++++++
         ส้มโอ เรียนต่อที่เมืองนอกหลายปี และต่อมาก็แต่งงานกับหมอเวช ที่นั่นโดยที่เขียวหวานรู้ภายหลังว่า พี่สาวตัวเอง ปล่อยตัว จนกระทั่งตั้งครรภ์ แต่แล้วชีวิตครอบครัวที่เมืองนอกก็ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ภายหลังเมื่อส้มโอใช้ทุนจนหมด และจำเป็นต้องกลับมาทำงาน ที่เมืองไทย ทำให้ ทั้งคู่ต้องแยกทางกัน ส้มโอกลับมาเป็นหมอที่บ้านเกิด และหมอเด็กตามที่เรียนมา ส่วนลูกชาย คือเด็กชายอ้อม เขียวหวานก็ช่วยรับเลี้ยงไว้ ในขณะที่พี่สาว ทำงานอย่างหนัก
           ++++++++++++++++++++++++++++
       เขียวหวานได้ไปช่วยพี่สาว ในการทำงานหมออาสาวันอาทิตย์ ที่นั่นเอง เธอมีโอกาสได้รู้จักกับ หมอสันต์ ทันตแพทย์หนุ่มใหญ่ ที่มาช่วยงานจิตอาสาครั้งนี้ ด้วย เขาเป็นชายหนุ่มฐานะดี มีรถโก้หรูขับ และเป็นญาติห่างๆกับ หมอเวชอดีตสามีของ พี่ส้มโอของเธอ อีกด้วย เขาแวะเวียนมาที่บ้านของเธอ เพื่อเยี่ยมหลาน คือตาอ้อม บ่อยครั้งจนครอบครัวสนิทสนมกัน

      เขียวหวานประทับใจ ในบุคลิกความอบอุ่นอ่อนโยน หล่อนรับรู้ด้วยความปวดร้าวใจว่า หมอสันต์ แอบชอบ ส้มโอ พี่สาวของเธออีกด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดสำหรับ เขียวหวาน แล้ว หมอสันต์กลับมองว่าเธอเป็นเด็กสาวที่ยังไร้เดียงสา ไม่ใช่คุณหมอสาวรูปงามอย่างประคำกรอง เลยสักนิดเดียว
         ++++++++++++++++++++++
         แต่พี่ส้มโอ ก็ไม่ได้สนใจ หมอสันต์ เพราะคิดกับเขาเพียงแค่เพื่อนเท่านั้นและเธอเองก็ยังไม่ได้หย่าขาดจากหมอเวช เพียงแต่แยกกันอยู่ ภายหลัง เมื่อหมอสันต์รับรู้ความรู้สึกนี้เขาจึงเริ่มมองเห็น ความรู้สึกที่แท้จริงที่เขียวหวานมีต่อเขา จนเริ่มกลายเป็นความรักเกิดขึ้น แต่อุปสรรคที่หญิงสาวได้พบกลับเป็นเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า นพพันธ์!
         ++++++++++++++++++
         หล่อนรู้มาว่า หมอสันต์ชอบช่วยเหลืออุปการะเด็กๆยากจน ให้มีการศึกษา แต่เธอไม่รู้เลยว่า นพพันธ์ คือเด็กหนุ่มกำพร้าวัยรุ่น ที่กำลังเรียนทันตแพทย์ปีสาม คนนี้ จะมีท่าทางหึงหวง และคอยกีดกันหล่อนกับหมอสันต์ตลอดเวลา เขียวหวานรู้จักญาติของหมอสันต์ และเล่าว่า หมอสันต์เคยมีคนรักมาก่อน แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไป เพราะนพพันธ์ คอยกลั่นแกล้ง และขัดขวาง เขียวหวานเริ่มไม่แน่ใจ ว่าความผูกพันระหว่าง หมอสันต์กับนพพันธ์ เป็นเพียงแค่เด็กในอุปการะหรือทั้งคู่เป็นคนรักกันแน่?
          +++++++++++++++++++++
      แต่ไม่ว่านพพันธ์จะพยายามหาเรื่อง กับเธอและส้มโอมากเพียงใด เขียวหวานก็โต้ตอบกลับอย่างไม่ยอมกัน ภายหลัง เมื่อเธอและหมอสันต์ ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว ทั้งคู่จึงแต่งงานกัน แม้ว่าจะทำให้นพพันธ์ต้องผิดหวัง แต่เด็กหนุ่มก็ยังมาช่วยงาน หมอสันต์ที่คลินิกเช่นเดิม

         เขาหลงรักหมอสันต์ ด้วยความจงรักภักดี และความหวั่นกลัวอนาคตที่ไม่แน่นอนของตัวเอง นพพันธ์เป็นเด็กกำพร้า ขาดความอบอุ่น มาก่อน เมื่อหมอสันต์ยื่นมือมาช่วยเหลือก็ทำให้เขาไขว่คว้า และหลงคิดว่า หมอสันต์มีใจให้กับตน จนขัดขวางผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาผูกสัมพันธ์กับหมอสันต์ด้วย แต่ภายหลัง นพพันธ์ ก็เข้าใจความจริงทั้งหมด
+++++++++++++++++++++++
        หมอเวช เดินทางกลับมาเมืองไทย และเดินเรื่องขอหย่าขาดกับ ส้มโอ ทำให้ เขียวหวานหวั่นระแวง ว่า หมอสันต์ซึ่งเคยรักส้มโอมาก่อน จะกลับไปคืนดี เมื่อเห็นว่าพี่สาวเธอ หมดพันธะแล้ว ความหวั่นระแวงนี้เอง ทำให้ ในเวลานั้น หมอสันต์มีอาการปวดศีรษะไม่สบาย อยู่ แต่เขียวหวานกลัวว่า หมอจะไปพบกับหมอส้มโอ จึงไม่ต้องการให้เขาไปรักษา และอาการกำเริบหนัก ภายหลังสันต์เส้นโลหิตสมองแตก และกลายเป็นอัมพฤกษ์ ทำให้ เขียวหวาน รู้สึกผิดและเสียใจ ต่อความคิดแย่ๆของตัวเอง แต่กลายเป็นว่า หมอสันต์ กลับเป็นคนปลอบใจ และเข้าใจเธอดีที่สุด
++++++++++++++++++++++
     ในห้วงเวลานั้นเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติกับครอบครัวของเธอและของหมอสันต์ ทั้งสวนส้มที่กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วม และน้ำทะเลหนุนเข้ามาในสวนส้ม ทำให้ขาดทุนย่อยยับ การเสียชีวิตของบิดาหมอสันต์ และการที่ต้องดูแลธุรกิจรวมถึงสุขภาพของหมอสันต์ด้วย ทำให้จิตใจของ เขียวหวานหวั่นไหว เมื่อ กรกฎ ลูกหนี้ของหมอสันต์ เข้ามาติดต่อ และหว่านเสน่ห์ ให้กับเธอ ทำให้ เขียวหวานรู้สึกวาบหวาม และกลายเป็นความรู้สึกแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะ หมอสันต์ไม่ใช่ผู้ชายที่พูดจาหวานหู เอาอกเอาใจเมีย แตกต่างจากชายหนุ่มผู้นี้เป็นอันมาก ทั้งที่ความจริงแล้ว กรกฎ ต้องการหว่านเสน่ห์ เพื่อปอกลอกเธอ และให้เธอช่วยเคลียร์หนี้สิน ให้กับเขามากกว่า
ส้มโอ มองเห็นเหตุการณ์นี้ด้วยความเป็นห่วง และเข้าใจอารมณ์เปลี่ยวเหงาของเขียวหวาน เธอจึงตัดสินใจคุยกับน้องสาวเพื่อเตือนสติ
+++++++++++++++++++
         “หวานอย่าคิดว่าตัวเองทำความผิดอะไรนักหนา ไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยทำผิด ไม่มีใครหรอกที่ไม่เคยเสียใจในการกระทำของตนเองเลยในชีวิต มันต้องมีบ้างเป็นบางครั้ง ของมันพลาดกันได้ ยิ่งเรื่องของหัวใจไม่ใช่ความผิด เรื่องของประเพณี ที่ขีดวงล้อมให้เราดำเนินชีวิต ก็ต้องมีบ้างละ ที่เราเดินออกไปนอกวงหรือว่าอยากเดินออกไป”
พี่โอเอ่ยต่อว่า
        “หวานแน่ใจหรือว่า ความรู้สึกครั้งนี้ของหวานน่ะคือความรัก ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเธอกำลังทุกข์ ผิดหวังเรื่องสามีเธออย่างแรง เมื่อมีคนที่พูดจากันถูกใจผ่านเข้ามาในชีวิต เธอก็เลยคิดว่าเธอรักเขา ที่แท้เธอเพียงแต่ชอบเขานิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง พิจารณาความรู้สึกของตัวเองให้ดี หากเป็นเวลาปรกติเธอจะชอบผู้ชายคนนี้ถึงเพียงนี้ไหม?”
        “พี่โอหมายความว่า...”

          “หมายความว่า เธอไม่ได้รักเขาสักนิดเดียว เธอยังรักสามีของเธออยู่ แต่เธอเหมือนคนกำลังจมน้ำ พอมีขอนไม้ผุๆ ลอยผ่านเธอก็จะคว้าไว้ หรือที่จริง เธอไม่ได้จมน้ำหรอก เพียงแต่คิดว่าจมเท่านั้นเอง”

           คำพูดนั้นเอง ที่ทำให้เขียวหวานตาสว่าง และในที่สุดเธอกับหมอสันต์ ก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กันอีกครั้ง ด้วยความรักและความเข้าใจ ต่อมา หญิงสาวก็รู้ตัวเองว่า ตั้งครรภ์กับหมอสันต์ และ ลูกสาวตัวน้อยๆ ชื่อ ดอกส้ม ก็ถือกำเนิดขึ้น พร้อมกับอาการเจ็บป่วยของสันต์ ก็ดีขึ้นตามลำดับ
++++++++++++++++++++
          ชีวิตของ ประดับใจ หรือเขียวหวาน แม้จะยังไม่เดินทางไปจนถึงจุดสิ้นสุดแห่งถนนชีวิต แต่ในวันนี้ เมื่อหล่อนได้ผ่านร้อนหนาว และประสบการณ์ต่างๆที่เข้มข้นและเป็นบทเรียนที่ท้าทาย จนก้าวผ่านมันมาได้ ด้วยสติปัญญา และจิตใจที่ใฝ่ดี ทำให้เขียวหวานรู้ว่า สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต คือความรักความอบอุ่นในครอบครัว ที่มีหมอสันต์ และดอกส้ม อยู่เคียงข้างตลอดไป!
++++++++++++++++++++
       นวนิยายชีวิตเข้มข้นเรื่องนี้ นอกจากจะสะท้อนกิเลสตัณหา ทั้งดีเลว ผ่านพฤติกรรมของตัวละครแล้ว โบตั๋น ยังได้สะท้อนภาพชีวิต ชาวสวนส้มในยุคนั้น พร้อมเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ต่างกับบันทึกภาพยุคสมัยไว้ในหนังสือเล่มนี้ รวมถึงวัฒนธรรม ความเชื่อของชาวจีน อย่าง ช่วงเหตุการณ์การเสียชีวิต บิดาของหมอสันต์ ซึ่งเป็นคนจีนโพ้นทะเล เสียชีวิตระหว่างการรับประทานอาหาร ก็มีธรรมเนียมปฏิบัติที่น่าสนใจ ไม่น้อย
++++++++++++++++++++
          “ท่านเสียหกโมงเย็นใช่ไหม เวลากินข้าวเย็นพอดี โบราณถือ เอาชามข้าวมาวางไว้ปลายเท้าชามหนึ่งด้วย ใส่ข้าวให้เต็มนะ”
        ที่ปลายเท้าผู้ตายจึงมีกระถางธูป จุดธูปเพียงหนึ่งดอก ตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงจิ๋วสำหรับส่องทางส่งวิญญาณ และข้าวสวยอีกหนึ่งชาม ฉันไม่เข้าใจว่าต้องเอาชามข้าวมาวางไว้ทำไม ภายหลังมารดาหมอเวชจึงอธิบายว่า
           “สิ้นใจเวลากิน โบราณกลัวว่าจะกินลาภกินอาหารลูกหลานหมด ต้องเอาชามข้าวมาวางเซ่นทำเคล็ดว่าให้ท่านกินอิ่ม จะถือหรือไม่ถือก็ควรจะปฏิบัติเพราะไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร”
+++++++++++++++++++
        กลิ่นดอกส้ม จึงเป็นนวนิยายอีกเรื่องหนึ่ง ที่อ่านด้วยความรื่นรมย์ ประทับใจ ด้วยฝีมือการเขียน ที่ชวนติดตามตั้งแต่บทแรก ไปจนถึงบทสุดท้าย ของโบตั๋น ผู้เป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ครับ



Create Date : 09 มีนาคม 2564
Last Update : 9 มีนาคม 2564 9:18:02 น.
Counter : 495 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
เรื่องราวของ คำว่า "อัศวิน" อาจารย์สุวิมล
(11 ก.ย. 2564 13:25:46 น.)
สวรรค์กลางดง * ชูวงศ์ ฉายะจินดา เมฆชรา
(4 ก.ย. 2564 23:02:24 น.)
ภูตปรารถนา : ศรีทอง ลดาวัลย์ สามปอยหลวง
(30 ส.ค. 2564 12:32:14 น.)
วรรณยุกต์ในภาษาไทย อาจารย์สุวิมล
(28 ส.ค. 2564 22:28:46 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]

บทความทั้งหมด