สายธารที่เปลี่ยนทาง : วศิน อินทสระ
เรื่อง : สายธารที่เปลี่ยนทาง
ผู้เขียน : วศิน อินทสระ
สำนักพิมพ์ : บรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2510 พิมพ์ครั้งที่ 2
เล่มเดียวจบ



          หลายคนรู้จักกันดีว่า นามปากกา วศิน อินทสระ เป็นนักเขียนนวนิยายอิงธรรมะ โดยเฉพาะผลงานอันลือชื่อ อย่าง จอมจักรพรรดิอโศก หรือ พระอานนท์พุทธอนุชา ซึ่งจัดเป็นจินตนิยายอิงธรรมะในสมัยพุทธกาล ที่เขียนได้อย่างสละสลวย งดงามด้วยเนื้อหา จินตนาการและสำนวนภาษาอันไพเราะอย่างยิ่ง
           *********************
            นอกจากงานเขียนนวนิยายขนาดยาวแล้ว ยังมีผลงานเรื่องสั้นของท่าน อีกหลายเรื่องถูกรวมเอาไว้ ในงานเขียน ต่างเล่ม ต่างวาระกัน อย่าง สายธารที่เปลี่ยนทางเรื่องนี้ เองก็นับเป็นการรวมเรื่องสั้น ทั้งในแนวจินตนิยาย หรือ สะท้อนชีวิตในยุคปัจจุบัน ผ่านคติธรรมสอนใจที่แทรกเอาไว้ในแต่ละช่วงตอน ซึ่ง ทำให้ผู้อ่านได้อิ่มเอมใจและได้อรรถรสในการอ่านในอีกรูปแบบหนึ่ง เช่นกัน
               *********************
                จากคำนำ สายธารที่เปลี่ยนทาง บอกถึง สายธารแห่งชีวิตเป็นสายธารที่ไหลคดเคี้ยวและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เรื่องของชีวิตก็เช่นกันเป็นเรื่องยาก ยากที่จะรู้และเข้าใจ ทุกชีวิตมีกรรมบงการอยู่เบื้องหลัง และเชื่อมโยงด้วยกรรมปัจจุบันอีก ในชีวิตจริงจึงมีเรื่องยุ่งยากและสับสนยิ่งกว่าชีวิตในนิยายเสียอีก สำหรับชื่อเรื่องนี้ นำมาเป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกในชุดหนังสือ บอกเล่าถึงชีวิตของ วีรพล นายทหารหนุ่มที่เดินทางกลับมาจากสนามรบ เพื่อมาพบว่า เพื่อนรักสองคน ได้ทรยศหักหลังเขาอย่างเลือดเย็น เขาตัดสินใจที่จะไปสังหาร เพื่อนทั้งสองให้สมแค้น เพราะคิดว่า การทำความดี ไฉนจึงไม่ได้รับผลดีตอบแทน แต่กลายเป็นได้แต่การหักหลัง
          หากโชคยังดีที่ได้พบกับ น้าชายที่บวชเป็นพระเสียก่อน คำสอนของหลวงน้า ได้เตือนสตินายทหารหนุ่มเอาไว้
+++++++++++++++++++++++
              “เธออย่าไปฆ่าเขาเลย ถ้าจะฆ่าใครละก็ ฆ่าความโกรธของเธอเสียดีกว่า ให้ผลเป็นสุขกว่า ไม่ต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง วีรพลเอย ในกาลไหนๆ เวรไม่เคยระงับได้ด้วยการจองเวรเลย แต่มันระงับได้ด้วยการไม่จองเวรเท่านั้น เราไม่เคยล้างพื้นให้สะอาดได้ด้วยโคลนตม แต่มันสะอาดด้วยน้ำที่ใสสะอาดต่างหากเล่า”
++++++++++++++++++
        เมื่ออารมณ์อันรุ่มร้อนเริ่มคลายลง วีรพลจึงเริ่มมีสติมองเห็นความจริง และสามารถล้มตัวลงนอนหลับได้อย่างมีความสุขเมื่อลาพระภิกษุกลับมายังบ้านของตนเองอีกครั้ง
            +++++++++++++++
เรื่องหลงทาง
         
เป็นชีวิตของดารณี สาวใหญ่ที่กำลังเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายในวาระสุดท้ายของชีวิต และมีโอกาสสนทนากับนายแพทย์หนุ่มที่เพิ่งลงเวรในเย็นวันนั้นพอดี หล่อนเล่าถึงชีวิตของตนเองที่บิดามารดาใฝ่ฝันจะให้เป็นแพทย์ แต่ด้วยชีวิตที่หลงติดกับกับแสงเสียง เมื่อบิดาเสียชีวิตลง ดารณีจึงขัดคำสั่งของแม่และพี่สาว ลาออกจากโรงเรียน มาเป็นนักร้อง และใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง จากนักร้องในยามราตรี ผันตัวมาทำงานบาร์ ตราบจนกระทั่งได้รู้จักกับ ทม ชายหนุ่มที่มาเที่ยวคลับแห่งนั้น ดารณีหลงใหลเขาจนยอมออกมาใช้ชีวิตร่วมกัน แต่แล้วโชคชะตาก็พัดพาพายุลูกใหญ่ผ่านเข้ามาอีกระลอก เมื่อเขาหมดสิ้นเสน่หาในตัวหล่อน ปล่อยดารณีให้ต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง เมื่อสิ้นเงินใช้ หนทางเลือกเดียว คือการไปเป็นหญิงขายบริการ จนติดโรคร้ายมาในที่สุด
ก่อนสิ้นใจ ดารณีได้บอกกับหมอของเธอว่า ขออุทิศร่างกายซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิต เพื่อให้เป็นวิทยาทานแก่นักศึกษาแพทย์ และสิ้นลมอย่างสงบ
                 +++++++++++++++++++
เรื่องราชบัลลังก์สาคละ
          สำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ เป็นจินตนิยายในยุคพุทธกาล กล่าวถึงเมืองสคาละที่ เมื่อสิ้นองค์กษัตริย์ลง เหลือเพียง สามพี่น้องรัชทายาท คือ เจ้าชายเชตพล โอรสองค์ใหญ่ เจ้าชายมงคลเกษ โอรสองค์รอง และเจ้าหญิงน้อยนามวิเสสสุมน ในเวลานั้น เสนาบดีทุรพล คิดการใหญ่ ต้องการยืดอำนาจขึ้นเป็นกษัตริย์ เพราะไม่ต้องการให้เจ้าชายเชตพล ขึ้นครองราชย์ เจ้าชายองค์พี่ที่ฝักใฝ่ในพุทธศาสนา ไม่ต้องการให้เกิดสงครามเดือดร้อนประชาชน จึงตัดสินใจเสด็จออกผนวช และให้ เจ้าชายมงคงเกษ ขึ้นครองราชย์แทน เนื่องจาก มธุรตี ธิดาของทุรพล รักใคร่กับเจ้าชายมงคลเกษ ทำให้ เสนาบดีทุรพล ไม่คิดจะแย่งชิงราชบัลลังก์อีกต่อไป
++++++++++++++++++
          เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยเป็นปกติสุข ในขณะที่ เจ้าหญิงวิเสสสุมนก็อภิเษกกับเจ้าชายอีกพระองค์หนึ่ง และมีโอรส คือ เจ้าชายมณฑลหทัย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์พลิกผัน เมื่อ เจ้าหญิงมธุรตี มเหสี สิ้นพระชนม์ด้วยโรคตับพิการ และ เจ้าชายพระสวามีของ เจ้าหญิงวิเสสสุมนเองก็สิ้นพระชนม์ ขณะออกล่าสัตว์ในป่า
            +++++++++++++++++++++++
          กษัตริย์มงคลเกษ จึงอภิเษกสมรสใหม่กับเจ้าหญิงรัตนาวลี และเป็นชนวนให้ เสนาบดีเฒ่า เกิดความกระหายอยากจะชิงราชสมบัติขึ้นมาอีกครั้ง ในเวลาเดียวกับ ที่เจ้าหญิงม่าย วิเสสสุมนเองก็ปรารถนาให้โอรสของตน ได้ขึ้นครองราชย์สมบัติเช่นกัน ทรงทราบว่า เสนาบดีเฒ่ามีใจเสน่หาต่อตนเอง ซึ่งยังคงความสาวความสวย ไม่เสื่อมคลาย พระนางจึงใช้มารยาล่อลวง ให้เสนาบดี ทุรพลมาร่วมมือกัน

       แผนการกำจัด เจ้าหญิงรัตนวลี และ กษัตริย์มงคลเกษ ผู้เป็นพี่ชายของตนจึงเริ่มต้นขึ้น และจากนั้น ก็สถาปนาเจ้าชายน้อย มณฑลหทัย ให้ขึ้นครองราชย์สมบัติแห่งสาคละ
             +++++++++++++++++++++
        หากก็ผ่านไปเพียงไม่กี่ปี เจ้าชายน้อย มณฑลหทัย ก็ถูกลอบปลงพระชนม์!
เจ้าหญิงทรงรับรู้ทันที ว่าเป็นฝีมือของเสนาบดีเฒ่าทุรพล จึงวางแผนให้คนมาลอบสังหารให้อีกฝ่ายตายตกตามกัน

        ในที่สุดราชบัลลังก์แห่งสาคละก็ว่างลง ไม่มีผู้ใดเหลืออีกต่อไป แม้แต่เจ้าหญิงวิเสสสุมนเองก็ตาม ความปรารถนาทั้งหลายทั้งปวง หมดสิ้นไปหมดแล้ว เหลือแต่ความว้าเหว่ หมดที่พึง สูญเสียแม้แต่พี่ชายที่เคยเคารพนับถือ เมื่อนั้นเอง ความรู้สึกสำนึกในผิดบาปจึงบังเกิดขึ้น และตัดสินพระทัยเสด็จไปหา พระเชษฐา เจ้าชายเชตพล ที่ผนวชเป็นภิกษุอยู่
+++++++++++++++++++++++++++++++
       “ภคินี! ชีวิตเริ่มต้นและจบลงด้วยเสียงคร่ำครวญ เมื่อลืมตาดูโลกเป็นครั้งแรก เขาก็ร้องไห้เมื่อจะหลับตาลาโลก เราก็ร้องไห้อีก เด็กร้องไห้พร้อมด้วยกำมือแน่น เป็นสัญลักษณ์ว่า เขาเกิดมาเพื่อจะหน่วงเหนี่ยวยึดถือ แต่เมื่อจะหลับตาตายนั้น ทุกคนแบมือออก เหมือนจะเตือนให้ผู้อยู่เบื้องหลังสำนึกและเป็นพยานว่า “ฉันมิได้เอาอะไรไปเลย”
++++++++++++++++++++++++
      “ทรัพย์สมบัติและอื่นๆ มันเป็นสมบัติของโลกใครจะเอาไปไม่ได้ จะต้องอยู่ประจำโลกเรื่อยไป มนุษย์ทั้งหลาย เป็นเพียงผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาขอยืมใช้ชั่วคราวเท่านั้น ทุกคนต้องตาย ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าได้ เมื่อความตายมาถึงเข้า พระราชาก็ต้องวางคทาอันวิจิตร ถอดมงกุฎประดับเพชรวางลง แล้วเดินเคียงคู่ไปกับชาวนา ซึ่งเพิ่งจะวางแอกและไถไว้เป็นมรดกแก่บุตรผู้อยู่เบื้องหลัง”

           และท้ายที่สุดก็คือการยกพุทธพจน์ของพระศาสดา มาสอน เจ้าหญิงผู้ที่กำลังจะกลับตัวกลับใจในที่สุด
++++++++++++++++++++++++++++
        สำหรับ สายธารที่เปลี่ยนทางนั้น จึงเป็นเสมือนสายธารแห่งชีวิต ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การยอมรับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ แล้วปฏิบัติตนให้เหมาะสม เป็นทางดีที่สุดในมรรคาชีวิต ซึ่งเต็มไปด้วยขวากหนาม เรื่องเศร้า การกระทบกระเทือนใจ ความผิดหวัง และสำหรับเป้าหมายในการเขียนของผู้เขียนก็คือ เพื่อให้ผู้อ่านได้ประกอบคุณงามความดี และได้รับประโยชน์ที่คุ้มค่ากับเวลาที่ต้องเสียไป...

         และสำหรับภาพประกอบเป็นปก รูปด้านบนคือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2510) และรูปด้านล่าง คือฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 (พ.ศ. 2519) ครับ




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2563 17:04:42 น.
Counter : 505 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ขุนเขา สายหมอก ดอกไม้ :: กะว่าก๋า
(14 ก.ย. 2563 07:51:52 น.)
เงาใจในกิ่งท้อ Jessica (คุ่นคุ่น) เขียน ออโอ
(14 ก.ย. 2563 19:02:27 น.)
เพียงรักข้ามภพ Wing Ying เขียน ออโอ
(13 ก.ย. 2563 20:22:34 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - a day ฉบับที่ 240 :: กะว่าก๋า
(12 ก.ย. 2563 06:49:37 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sampoiluang.BlogGang.com

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]

บทความทั้งหมด