... นางคอย ๓ (วันงาน) ...







๑.
๏ บนท้องฟ้ายังคงมืดสนิท
หากรอบทิศเรือนทางสว่างไสว
ด้วยตะเกียงคบฟืนแลโคมไฟ
จุดขับไขก่อนรุ่งอรุณทอ


๒.
๏ แว่วยินเสียงผ่านพร้องสู่ห้องหับ
คือเสียงศัพท์สั่งงานของท่านพ่อ
"เอ็งจงรีบเร็วทีอย่ารีรอ
ให้ทันต่อทุกกิจมงคลกาล"


๓.
๏ ฝ่ายเรือนครัวจัดปรุงคอยหุงหา
เร่งตระเตรียมข้าวปลาแลอาหาร
อีกสำรับเพื่อหมายถวายทาน
เทียบใส่พาน..รอพร้อมไว้ก่อนเพล


๔.
๏ ภายในห้องเรือนนอนแต่ก่อนสาง
แสงสว่างจุดส่องให้มองเห็น
เผยร่างหนึ่งปรากฏ..อย่างชัดเจน
ลออเด่น..ด้วยถนิมพิมพาภรณ์

๏ สไบพริ้วผืนบางที่พาดบ่า
คือภูษา..ทอสอดประภัสสร
สวมซิ่นยาวทอดชาย..ลายประอร
เรียวปลายกร..คล้องผจงวงกำไล

๏ เรียวนิ้วนาง..ประดับลงด้วยวงแหวน
ที่หวงแหน..หวงยิ่งกว่าสิ่งไหน
เมื่อชายหนึ่งผู้เป็นยอดแห่งดวงใจ
สวมฝากให้เมื่อครั้งสู่สงคราม

๏ ประหนึ่งขอจับจองเป็นของหมั้น
จนถึงวันเสร็จศึก..สิ้นเสี้ยนหนาม
สัญญามั่นก่อนจากได้ฝากความ

“จักขอทรามสวาทพี่..เป็นศรีเรือน”

๏ มีมารดาห่วงใยอยู่ใกล้ชิด
แลบ่าวสนิท..เสมอทีเป็นพี่เพื่อน
ช่วยแต่งกายดูแลไม่แชเชือน
จนแลเหมือนรูปนิมิตรวิจิตรา

๏ เสียงเอ่ยจากมารดาด้วยปรานี

"วันนี้ลูกแม่งามนักหนา"
พร้อมมือลูบศีรษะไล้อยู่ไปมา
ดวงหน้า..โอนโยนยิ้มละไม


๏ "คุณแม่ท่าน..สุดกล่าวคำได้แม้นครึ่ง
เป็นที่พึ่งแต่เล็กจนเติบใหญ่
นับแต่นี้..จำต้องพรากจากอกไป
มิทันได้แทนบุญพระคุณเลย"


๏ เสียงตอบถ้อยมารดานั้นพร่าสั่น
จึงมารดารู้ทัน..ก็พลันเอ่ย

"อย่าไห้เชียว..ใช่จักอ้อนเหมือนก่อนเคย
ลูกเอ๋ย..จะพลอยหม่น..มงคลตัว

๏ ด้วยแต่นี้..ต้องตระหนักในหน้าที่
เป็นแม่ศรีเรือนผูกทั้งลูกผัว
การใดจำเริญชอบ..ต่อครอบครัว
จงอย่ามัวนิ่งอยู่เหมือนดูดาย

๏ จงจดจำคำเถิด..ประเสริฐเจ้า
ที่แม่เฝ้าสอนสั่งอยู่ทั้งหลาย
ประพฤติหญิง..ควรงามกิจ..แลจิต-กาย
จักเชิดชูวงศ์สาย..มิอายใคร"



๕.
๏ มโหรีขับขานประสานก้อง
ท่วงทำนองรื่นรมย์..มงคลสมัย
เสียงหัวเราะยิ้มหัวอยู่ทั่วไป
บนเรือนใหญ่ล้วนสิ้นแต่ยินดี

๏ แลคับคั่งขณะนี้ที่หอกลาง
ล้วนขุนนางสูงศักดิ์ในหน้าที่
ประดับยศงามสง่าในท่าที
กำหนดคอย..ฤกษ์ศรีพิธีการ

๏ บุรุษหนึ่งแต่งกายเห็น..เต็มกำหนด
ด้วยเครื่องยศสมชายชาติทหาร
สวมเสื้อคาดเจียระบาดพระราชทาน
ลายปักสาน..สอดสิ้นด้วยดิ้นทอง

๏ คือตำแหน่งประทาน..ทหารกล้า
เป็นออกญาขุนศึกนามกึกก้อง
เนื่องนำทัพมีชัยสมใจปอง
อริต้องแก่ตระหนักถึงศักดา

๏ ที่ข้างกายบุรุษเคียงอยู่เพียงใกล้
คือหนึ่งนางดวงใจผู้ใฝ่หา
ถึงวันนี้ดั่งคำ..เคยสัญญา
คืนกลับมาร่วมหอที่รอคอย

๏ ตาสบตารู้สิ้นแต่เพียงสอง
แม้มิต้องเอ่ยนำสักคำถ้อย
ความปีติเปี่ยมเห็นเต็มร่องรอย
สองปลายก้อยเกี่ยววางไม่ห่างกัน


๖.
๏ ครั้นหนึ่งผู้เชิญหีบหมาก..แลจั่นเพชร
จากสมเด็จฯ มาประทานเป็นของขวัญ
แด่ข้าหลวงเก่าครั้งอยู่วังจันทร์ฯ
จนถึงวันทูลลาเพื่อออกเรือน

๏ แต่เล็กนั้นรับใช้อยู่ใกล้ชิด
ตระหนักจิต...น้ำพระทัยหาใดเหมือน
เปรียบมารดาฟูมฟักคอยตักเตือน
ผ่านปีเดือนจวบสาว..เป็นชาววัง


๗.
๏ ครั้นพระสงฆ์สวดธรรมจำเริญจบ
เพลาครบกำหนด..รดน้ำสังข์
ประโคมชั่ยลั่นฆ้องจึงก้องดัง
ตลอดทั้งเรือนใหญ่เป็นสัญญาณ

๏ พร้อมบรรเลงด้วยเสียง..ดุริยางค์สรรพ
เป็นฤกษ์ชัยลำดับ..ขึ้นรับขาน
อีกสำเนียงเสียงสังข์ก้องกังวาน
พราหมณ์อาจารย์เบิกเจิม..เริ่มพิธี

๏ คู่บ่าวสาวหมอบเคียงบนเตียงตั่ง
รับน้ำสังข์..เพื่อสุขสวัสดิศรี
มงคลแฝดสวมคล้อง..สองขีวี
ด้วยแต่นี้...จักมิพรากไปจากกัน

๏ ทั้งบิดามารดา..บรรดาญาติ
กล่าวโอวาทมงคลสู่..แก่คู่ขวัญ
อำนวยพร..จนสองชื่นแลตื้นตัน
ปีตินั้น..ฉายแพร้วในแววตา


๘.
๏ บนเรือนนอนเหลือเคียงแต่เพียงสอง
หากหนึ่งต้องอายข่ม..จึงก้มหน้า
จึงมือหนึ่งเชยคางนั้น..ให้หันมา
แนบอุรากระซิบพร่ำเพียงคำเบา


๏ “พี่รอคอยวันนี้..มานานนัก
วันที่จักเคียงอยู่..เป็นคู่เจ้า
มิต้องพรากไกลห่าง..แม้ร่างเงา
ให้สมเฝ้ารอรับอยู่นับวัน

๏ ฟังคำเถิดน้องหญิง..แม่มิ่งศรี
ดวงใจพี่..จักซื่อตรงและคงมั่น
จักถนอมเจ้าเทียมยอดชีวัน
มิให้ใครได้หยัน..พี่สัญญา

๏ ยศตำแหน่งได้มาก็หมายเจ้า
จะได้เอาชื่นชมให้สมหน้า
ดั่งเช่นวันได้เคยเอ่ยวาจา
เมื่อกลับมาจักควรคู่..มิอายใคร”


๏ “ตื้นตันนักใจนี้..แก้วพี่เอ๋ย
จนสุดเอ่ยตอบนำด้วยคำไหน
อันความรักค่าล้ำของน้ำใจ
หมื่นคำใดหรือจักเรียงออกเพียงพอ

๏ ขอตอบแทนน้ำใจ..ด้วยใจรัก
แลคอยภักดิ์ร่วมเรียงอยู่เคียงหอ
ให้สมกับสองเราที่เฝ้ารอ
แต่นี้ต่อเบื้องหน้า..จนกว่าวาย

๏ อันตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์
ก็ตระหนักใจนวลที่ขวนขวาย
หากว่าแท้คือองอาจ..แห่งชาติชาย
ที่มั่นหมายจักสนองป้องแผ่นดิน"



๙.
๏ สองวิญญาณร่วมเรียง..เคียงถนอม
รวมหล่อหลอมครรลองสองถวิล
บรรเลงหนึ่งราตรีแห่งชีวิน
ที่จักยินเพียงห้วง..สองดวงใจ..
















Create Date : 16 กรกฎาคม 2557
Last Update : 16 กรกฎาคม 2557 16:36:25 น.
Counter : 8191 Pageviews.

7 comments
ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 261 "สงครามล้างโลก" toor36
(17 ก.ย. 2563 18:00:38 น.)
~*~ ดาวดวงนั้น ~*~ วลีลักษณา
(16 ก.ย. 2563 21:13:26 น.)
ตอนที่ 13 บัวหลวง โดย ภูปรดา (ฉบับตีพิมพ์) Handmade
(16 ก.ย. 2563 09:34:47 น.)
บันทึกใต้แสงดาว (밤편지) สมาชิกหมายเลข 5106714
(16 ก.ย. 2563 10:25:56 น.)
  
สวัสดีค่ะคุณเพรง

อ่านไปเห็นภาพไป เป็นบทกวีที่งดงามมีชีวิตมากค่ะ
โดย: ฟ้าเวียงพิงค์ วันที่: 17 กรกฎาคม 2557 เวลา:9:36:44 น.
  
เพราะมากเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับบทกลอนเพราะๆนะคะ
โดย: lovereason วันที่: 17 กรกฎาคม 2557 เวลา:23:05:08 น.
  
สวัสดีค่ะคุณนาง

ช่วงก่อนที่หายไปเพราะเตรียมตัวเรียนต่อค่ะ
ตอนนี้อยุ่อังกฤษ

คิดถึงนะคะ
โดย: medkhanun IP: 94.23.252.21 วันที่: 20 กรกฎาคม 2557 เวลา:16:18:28 น.
  

มาเยี่ยมยลชื่นชมครับ...งามงามครับ
โดย: ภูษิต IP: 182.53.18.205 วันที่: 12 สิงหาคม 2557 เวลา:12:17:11 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณนาง...

ไม่ได้พูดคุยกันเป็นปีเลยนะคะ
ป้าปิดบล๊อกไปนานมาก เพิ่งกลับมาเปิดบล๊อก
ถ้าโชคดี คุณนางแวะกลับมาที่บล๊อกก็ไปเยี่ยมป้าบ้างนะคะ

คิดถึงเสมอค่ะ

โดย: พรหมญาณี วันที่: 14 มกราคม 2558 เวลา:9:38:33 น.
  
งดงามเหลือเกินครับ
โดย: นิราลัย วันที่: 21 มกราคม 2558 เวลา:14:34:41 น.
  
.
โดย: by4711 IP: 119.76.34.48 วันที่: 26 มิถุนายน 2562 เวลา:5:35:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Praingpayear.BlogGang.com

เพรง.พเยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]