Living Here and Now ที่นี่และเดี๋ยวนี้
​​​​



 ตอนนี้เราฝึกเจริญสมาธิมาได้ 9 เดือนแล้ว เลยลองชวนสามีมาฝึกด้วยกัน แต่ฝึกกันคนละเวลาเพราะเขาต้องทำงานเลยมีเวลาไม่มาก ตอนที่ชวนมาฝึกก็หว่านล้อมนิดหน่อยว่าเราอยากรู้ว่าเขาฝึกสมาธิแล้วเป็นยังไงบ้าง เราเห็นเขาเป็นคนไม่ฟุ้งซ่าน ไม่คิดมาก หัวถึงหมอนก็หลับแทบจะทันที เลยอยากรู้ว่าสำหรับเขาแล้วการฝึกสมาธินั้นยากไหม

 ซึ่งอันนั้นก็เป็นเรื่องที่เราอยากรู้จริงๆ แต่เป้าหมายที่เราอยากให้เขาลองฝึกดูเพราะอยากให้เขาเข้าถึง
ธรรมะซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเขาเอง พอเราบอกเรื่องนี้ให้เขาฟังหลังจากเขาฝึกได้หนึ่งสัปดาห์ เขาก็ขอบคุณเราที่ดูแลเขาอย่างดีกระทั่งในเรื่องจิตวิญญาณ

 ก่อนที่จะชวนเขามาฝึกสมาธิ เรามักจะเล่าถึงธรรมะที่เราฟังอยู่บ่อยๆให้เขาฟัง เขาก็เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่มีอ
คติต่อศาสนาพุทธ และบอกว่าสิ่งที่เราเล่าให้ฟังนั้นน่าสนใจ เราก็เลยคิดไว้นานแล้วว่าวันนึงจะลองชวนเขาฝึก

 ครั้งแรกเราให้เขาฝึกรับรู้ความรู้สึกทางร่างกายเป็นส่วนๆตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นเวลา 10 นาที โดยมีเรานั่งพูดอยู่ข้างๆว่าตอนนี้ให้รู้สึกที่ร่างกายส่วนไหน ให้รับรู้ทางร่างกายนะ อย่านึกเป็นภาพ ถ้าเผลอไปคิดเรื่องอื่นให้กลับมารับรู้ความรู้สึกที่ร่างกายใหม่นะ อะไรประมาณนี้ พอฝึกเสร็จก็ถามว่ารู้สึกไงบ้าง เขาก็บอกว่าผ่อนคลายมาก แล้วมีเราพูดอยู่ข้างๆรำคาญไหม(เพราะเราพูดภาษาอิตาลีในเรื่องฝึกสมาธิไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยรู้คำศัพท์ด้านนี้) เขาก็ว่าไม่รำคาญแต่กลับกันรู้สึกดีมาก เราถามว่ามีเผลอไปคิดเรื่องอื่นๆบ้างไหม เขาบอกไม่มี มีสติตลอด และสำหรับเขาฝึกอย่างนี้ไม่ยากเลย

 อีกสองครั้งต่อมาเราเลยหาวีดีโอการฝึกสมาธิให้เขาฟัง มีวีดีโอนึงที่เขาฟังแล้วง่วง มีสัปหงกไปทีนึงด้วยแต่ก็รู้สึกตัวแล้วกลับมาตั้งสติใหม่ ทั้งที่วีดีโอนั้นยาวแค่ 14 นาทีเอง เราเลยคิดว่าเขาสงบได้เร็วมาก ถึงขั้นเคลิ้มหลับได้ขนาดนี้

#วีดีโอนี้แหละที่เขาฟังแล้วสัปหงกไปทีนึง  เราฟังแล้วก็ชอบเหมือนกัน อธิบายดีและเสียงน่าฟังมาก



 ต่อมาเราเปิดวีดีโอคำสอนของหลวงพ่อชาให้ฟัง เขาฟังแล้วบอกว่าน่าสนใจมาก เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลย เรื่องที่เราเปิดให้ฟังมีคำสอนเรื่องหัวงูหางงูด้วย เขาประทับใจเรื่องนี้มาก และมีอีก 2-3 เรื่องที่เขาฟังในการฝึกสมาธิครั้งต่อๆมาแล้วชอบเป็นพิเศษ บล็อกหน้าจะมาเล่าให้ฟังค่ะ 

 
 เรื่อง หัวงู หางงู
มนุษย์เราทั้งหลายไม่ต้องการทุกข์ ต้องการแต่สุข
ความจริงสุขนั้นก็คือทุกข์อย่างละเอียดนั่นเอง
ส่วนทุกข์ก็คือทุกข์อย่างหยาบ พูดอย่างง่าย ๆ
สุขและทุกข์นี้ก็เปรียบเหมือนงูตัวหนึ่ง ทางหัวมันเป็นทุกข์ ทางหางมันเป็นสุข เพราะถ้าลูบทางหัวมันมีพิษ ทางปากมันมีพิษ ไปใกล้ทางหัวมัน มันก็กัดเอา ไปจับหางมันก็ดูเหมือนเป็นสุข แต่ถ้าจับไม่วาง มันก็หันกลับมากัดได้เหมือนกัน เพราะทั้งหัวงูและหางงู มันก็อยู่ในงูตัวเดียวกัน
 
ความดีใจ ความเสียใจ มันก็เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน คือ
ตัณหาความลุ่มหลงนั่นเอง ฉะนั้น บางทีเมื่อมีสุขแล้วใจก็ยังไม่สบาย ไม่สงบ ทั้งที่ได้สิ่งที่พอใจแล้ว เช่น ได้ลาภ ยศ สรรเสริญ ได้มาแล้วก็ดีใจก็จริง แต่มันก็ยังไม่สงบจริง ๆ เพราะยังมีความเคลือบแคลงใจว่ามันจะสูญเสียไป กลัวมันจะหายไป
 
ความกลัวนี่แหละ เป็นต้นเหตุให้มันไม่สงบ
บางทีมันเกิดสูญเสียไปจริง ๆ ก็ยิ่งเป็นทุกข์มาก
นี่หมายความว่าถึงจะสุขก็จริง แต่ก็มีทุกข์ดองอยู่ในนั้นด้วย แต่เราไม่รู้จัก เหมือนกันกับว่าเราจับงู ถึงว่าเราจับหางมันก็จริง ถ้าจับไม่วางมันก็หันกลับมากัดได้
ฉะนั้น หัวงูก็ดี หางงูก็ดี บาปก็ดี บุญก็ดี
อันนี้อยู่ในวงวัฏฏะหมุนเวียนเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ความสุข ความทุกข์ ความดี ความชั่ว ก็ไม่ใช่หนทาง
 

 



Create Date : 02 สิงหาคม 2564
Last Update : 9 สิงหาคม 2564 1:45:11 น.
Counter : 330 Pageviews.

2 comments
ตั้งเป้า วางแผน **mp5**
(10 ม.ค. 2565 09:46:58 น.)
🙏 ขอแชร์ 🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(10 ม.ค. 2565 05:34:18 น.)
เทวดาราฟาเอล กะว่าก๋า
(10 ม.ค. 2565 06:34:15 น.)
แก้ไขให้ถูก ปัญญา Dh
(20 ม.ค. 2565 10:44:52 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**

  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 25 สิงหาคม 2564 เวลา:9:19:03 น.
  
สวัสดียามบ่ายครับ
โดย: **mp5** วันที่: 2 กันยายน 2564 เวลา:14:55:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Lalanguedemoliere.BlogGang.com

gardasee
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]