สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
14 สิงหาคม 2550

วันนี้เป็นวันแรก

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้ามาเขียน ใน blog นี้หลังจากห่างหาย เพราะขี้เกียจ ๆๆ ขี้เกียจเรียนรุ้ ขี้เกียจทุกสิ่งอย่างม่ะอยากศึกษาว่าเขียนยังไงอาไร เนอะ ผมไม่ค่อยเก่งในด้านด้านการเล่าเรื่องสักเท่าไหร ยังไงถ้ามีใครมาอ่านก็ขอบคุณน่ะครับ
ตอนนี้งานวิจัยที่ผมได้ทำ ก็คือ เกี่ยวกับ เจ้าตัว neural network ตอนแรกผมไม่คิดว่ามันน่าสนใจอาไรมากมายแต่พอได้อ่านรายละเอียดดูมันก็เจ๋งดีนี้วา เดือนนี้ผมลางาน มา (โดดงานมา) 9 วันเพื่อจะเคลียร์งานให้เสร็จ
1. วิชาสัมนา 1 ผมยังไม่ได้แปลเลย (ไอ้ตัวบทความมันก็ไม่ถึง 10 หน้าอ่ะต้องหามาเพิ่มด้วย)
2. งานที่เป็น TA คือ หา โจทย์ math ในเรืองที่อาจารย์ท่านให้มา (ยังไม่ได้ทำ)
2. การบ้านวิชา optic communication , apply math , random ยังไม่ได้ทำสักอย่าง (บางอันง่ายๆ ก็ทำบ้างนิดหน่อย)
ทุกสิ่งอย่างจะเคลียร์ให้เสร็จภายใน9 วันที่จะถึงนี้เลย ตารางที่คิดขึ้นมาเองไม่รุ้จะทำได้อ่ะ เปล่า
วันที่ 1 : เคลียร์ seminar 1 ศึกษาการแปลบทความ (ไม่เก่งภาษาอังกฤษอ่ะ) วันนี้คงจะอยู่ที่บ้านแหละนั่งทำ
วันที่ 2,3 :เหมือนวันแรกนี้แหละ แต่คงศึกษาให้มากขึ้น เพราะว่า เราไม่มีรายละเอียดที่อ้างอิงอะไรมากมาย คงต้องไปมหาลัยใน 2 วันนี้แหละ พร้อมกับแปล ให้สัมบูรณ์ พิมพ์ด้วย แล้วก็หาหนังสือ math มาด้วยเลย จะได้ทำเคลียร์ไอ้ตัวนี้ด้วย
วันที่ 4: วันนี้แหละเป็นฤกษ์ดีเนอะในการเคลียร์ งาน TA(ส่งวันที่ 20 นี้แล้วเลยต้องรีบรีบหน่อย)
แล้วก็ไปทำงานต่ออีก 3 วันเฮอออออะ
แล้ววันที่5-7 :กะจะศึกษาเน้น การทำการบ้านที่อาจารย์ใหนี้แหละ ยากเหลือ อ. ไกรสิน แกเป็นเจ้าแห่ง math เลย ขนาดเราคิดว่าเราก็พอจะมีความรู้ด้าน math บ้างยังไม่รู้สึกว่าทำอะไรได้มากเลย
8-9: กะจะเริ่มสักที เรื่องที่เราทำวิจัยเรืองนี้แหละเราจะเอาไปต่อยอด


สิ่งที่ผมคิดมีอย่างหนึ่ง คือผมอยากเรียนไปเรื่อย แต่ผมจะอยู่เมืองไทยตราบใดที่ยังดูดความรู้จากอาจารย์ ไม่หมด ตอนนี้
ขั้นที่1: อ่าน siminar ก่ะ อาจารย์ที่ปรึกษา สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง(เคยทำช่วงแรกๆแล้วก็ขี้เกียจอ่ะมีงานต้องทำด้วยอ่ะเนอะ)แล้วเอาที่เราแปลครั้งที่แล้วให้อาจารย์ตรวจ
ขั้นที่2: คงต้องพยายามให้มากกว่านี้เพราะรู้สึกตัวเองขี้เกียจเหลือเกินแล้วต้องปรับที่ตัวเองแล้วไม่ใช่คนอื่น (อาจารย์ที่ปรึกษาก็ไม่ค่อยตามงานเราด้วยเนอะเห็นว่าเราทำงานด้วยแหละ ) ศึกษา ศึกษา แล้วก็ศึกษา
ขั้นที่3:ใช่ทรัพยากรให้คุ้มค่า คงต้อง scope ศึกษาก่ะหนังสือแล้วก็อาจารย์ที่ทำวิจัยด้านนี้ก่อน (เน้นทฤษฏี 80/20)คือใช่พลังงานให้น้อยที่สุดแต่ได้ผมตอบแทนมากที่สุด ซึ่งต้องกับแนวคิดสำหรับคนขี้เกียจอย่างเราด้วย๐๐


ยังไงเราเริ่มเขียน blog นี้แล้วขอฝากเนื้อฝากตัวก่ะเพื่อนทุกคน ต่อไปอาจเห็นผมใน pantip เรื่อยก็เป็นได้น่ะครับบ




Create Date : 14 สิงหาคม 2550
Last Update : 14 สิงหาคม 2550 16:42:56 น. 5 comments
Counter : 241 Pageviews.  

 
มาทักทายเพื่อนใหม่ค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะ emoemo


โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:16:56:45 น.  

 
ยินดีที่รู้จักเช่นกันน่ะครับ


โดย: werton (werton ) วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:16:59:05 น.  

 
สัมมนาไม่ใช่การแปล paper นะคุณ คุณเรียน major อะไรเอ่ย ถ้าคุณเข้าพูดสัมมนาที่มีดิฉันนั่งฟังคุณคงโดนถามเละแน่นอน

การอ่าน paper ในสัมมนาคือคุณต้องอยากรู้เรื่องนั้นจริงๆ แล้วก็ศึกษาค้นคว้าด้วยความอยากรู้ อ่านด้วยความเร้าใจว่าเค้าทำอะไรไปแล้วบ้าง บางที่ต้องหยุดหา paper ใหม่ แล้วมาสรุปดีๆซิ มันมี paper ไหนเป็น paper มั่งเนี่ย

ไม่ใชว่า เผอิญอ่านเรื่องนี้แล้วเข้าใจง่ายกว่า paper อื่นๆก็เลยเลือก paper นี้มาอ่าน คุณคิดเหมือนนักศึกษาไทยทั่วๆไปเลย มันแย่อะไรนักหนาถ้าจะอ่านหนังสือหรือทำงานมากกว่าสัปดาห์ละหกสิบถึงแปดสิบชั่วโมง

ถ้าคุณรู้สึกอย่างนั้น คุณไม่ควรเรียนแล้ว ทรมานเปล่าๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณควรรู้สึกว่าเวลามีน้อยไปที่จะเรียนรู้ แล้วความอยากเรียนรู้เป็นสิ่งที่ทำให้คุณมาเรียนระดับบัณฑิต ไม่ใช่ตัวใบปริญญา

อย่าตกใจที่มีอาจารย์มาอ่าน blog นะคุณ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 27 สิงหาคม 2550 เวลา:23:31:27 น.  

 
มันไม่ทรมานหรอกครับ ผมเรียนเพราะอยากเรียน แต่ที่ทรมานเพราะต้องทำงานด้วยแล้วที่เรียนมันไกลกับผมมากเกินไป แค่นั้นแหละ เลยอยากหาที่ระบาย



ตามหลักสัมมา 1 ที่ผมทำคือการเรียบเรียง paper จากสิ่งที่ผมอยากจะทำอ่ะถูกแล้วครับ แต่ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษ เพราะผมแปลไม่ดีมากเลย โดนอาจารย์ให้แก้ เป็น 10 รอบ เลยเขียนมาบ่นน่ะครับ แต่บ่นยังไงงานก็ต้องเสร็จ เพราะผมชอบ และรักที่จะทำ ตอนนี้ผมก็พยายามอ่านภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นอ่าน reference จากpaper เพิ่มขึ้น แต่ผมไม่จำเป็นต้องทำงานหรืออ่านหนังสือถึง 60-80 ชั่วโมงก็ได้เพื่อที่จะรู้เรื่องเรื่องหนึ่งอย่างจริงจัง เวลาของผมแค่นี้แต่ใช่ให้คุ้มค่าผมว่ามันพอแล้วกับการศึกษา+ทำงานน่ะครับ คือไม่เกิน 60 ชั่วโมงแน่นอน


น่ะครับ ผมเรียนสาขาเดิมอ่ะครับ เกี่ยวกับสื่อสาร ขอบคุณน่ะครับ คุณพี่หมูน้อย ที่ให้คำแนะนำผม


โดย: werton วันที่: 28 สิงหาคม 2550 เวลา:23:43:09 น.  

 
อีกอย่างน่ะครับ ผมศึกษามาเต็มที่ แล้วพยายามตอบคำถาม ถ้าคำถามนั้นเป็นคำถามที่อยากรู้น่ะครับ ไม่ใช่ถามเพราะจับผิด หรือหาว่าตรงนี้พูดผิด เพราะ ผมก็เป็นคนคนหนึ่งซื่งก็ไม่ได้เก่งอาไร แต่ก็พยายามแล้ว ผมจึงไม่กลัวว่าจะโดนถามเยอะแค่ไหน ถ้าสิ่งที่ถามนั้นทำให้ความรู้เพิ่มขี้นจิงจิง .....


โดย: werton วันที่: 29 สิงหาคม 2550 เวลา:0:18:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

werton
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add werton's blog to your web]