Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
ล้มหมอน แต่ไม่นอนเสื่อ

ทักทายกันอีกครั้งค่ะ

พักเรื่องนินทาลูกค้าไว้ชั่วคราวค่ะ ด้วยว่ามีเรื่องให้บ่นเยอะแยะไปหมด ก็เจ้าของบ้านนี้เป็นคนนิสัยไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นี่ค่ะ แม่กับน้องก็บ่นให้เราปรับปรุงตัว แต่ทำได้แป๊บ ๆ ดีแตกอีกแล้ว

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว น้องเขยมีงานต้องไปทำที่กรุงเทพฯ พวกเราก็เลยคิดว่าจะพาหลาน ๆ ไปเที่ยวด้วยเพราะพ่อของหลานไปทำงานที่ดรีมเวอร์ วางแผนเสร็จสรรพก็ออกเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวกัน บ้านของน้องเขยก็อยู่คลองห้าปทุมธานี ไปถึงเอาเมื่อตอนค่ำมากเพราะแวะไปซื้อของในเมืองก่อน กลับถึงบ้านพักผ่อนก็ราวสามทุ่ม รุ่งเช้าก็ตื่นนอนตามปกติแล้วพากันออกไปที่ดรีมเวอร์เอาเมื่อช่วงสาย วันนั้นคนเยอะมากมายนัก ไม่ได้เล่นอะไรเพราะหลาน ๆ ยังเด็กได้แต่เดินดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย หลานก็เหนื่อยมากเราก็อุ้มหลานให้นอน พอใกล้ค่ำหลานคนโตก็อาเจียนออกมา เป็นที่แตกตื่นกับพวกป้า ๆ ที่ติดตามเป็นพรวน
หลานคนเล็กก็ท้องเสียตั้งแต่ยังไม่ได้ไปกรุงเทพฯ แล้วหลานก็อาเจียนออกมาเป็นรอบที่สองก็เลยตัดสินใจให้น้องสาวไปส่งที่บ้านก่อน กลับมาถึงบ้านก็กินอะไรไม่ลง ทั้งหลานทั้งป้าระบบรวนกันไปหมด

ไปกรุงเทพฯแต่ละทีเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ นี่ขนาดไม่ได้ไปโหนรถเมล์ยังขนาดนี้ แบบว่าเราเมารถเมาเรือ ถึงจะเป็นรถของที่บ้านนั่งมานานก็เมาอยู่นั่นแหละ แล้วเวลาเมาก็จะปวดหัวมาก ปวดอยู่ข้างเดียวจนต้องกินยา งานของน้องเขยเสร็จเอาเมื่อดึกแล้วทั้งสองก็นัดกันไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ต่อ เพราะนานแล้วไม่ได้มากรุงเทพฯกัน ทั้งสองกลับบ้านเอาราวตีสองเห็นจะได้ เราก็นอนไม่หลับทั้งคืน รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก หลานก็มาป่วยทั้งสองคน คอยดูหลาน กลัวหลานเป็นอะไรหนัก เจ้าคนโตเป็นจีซิกพีดีอยู่ด้วย

แล้วเราก็มารู้สึกตัวตอนใกล้เช้าคงจะหกโมงเช้าเห็นจะได้ เราลุกออกมาจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็ไม่รู้สึกตัวเลย นานเท่าไหร่ไม่รู้ เรารู้สึกตัวว่าเรานอนอยู่ตรงประตู พอเราเปิดประตู แสงไฟมันก็เข้ามาในห้อง น้องสาวก็รู้สึกตัว ถามเราว่าเป็นอะไร เราก็ตอบว่าไม่มีอะไรหรอกก็แค่อยากนอน (เป็นคำตอบที่งง ๆ มาก)

แล้วเราก็บอกน้องนอนต่อเถอะ เราจะไปเข้าห้องน้ำ พอเข้าไปห้องน้ำกำลังจะทำธุระส่วนตัวเสียหน่อย ก็ไม่รู้สึกตัวอีกแล้ว น้องมันเล่าว่าได้ยินเสียงตึง มันรีบวิ่งไปดู มันบอกว่าเห็นเราตกจากชักโครกลงมานั่งกับพื้นแล้วตัวค่อย ๆ ไถลลงกับพื้นช้า ๆ บุญธรรมที่เคยทำมาแต่หนหลังละมั้ง ที่หัวเราไม่ฟาดพื้น สาธุ สาธุ น้องมันร้องกรี๊ด บ้านแทบแตกรีบเข้าไปอุ้มเราออกมา (อันนี้ฟังมันเล่าอีกที อย่างที่รู้เหมือนประสาทมันไม่รับรู้อะไรแล้ว ) แต่ก็ได้ยินน้องมันบอกว่าเป็นอะไร เป็นอะไร เราก็ตอบแบบน่าทุบหัวว่า ไม่เป็นอะไรนี่แค่อยากนอน แล้วเราก็คอพับไปอีก จำทุกคำที่โต้ตอบกับน้องได้ แล้วน้องเขยกับน้องสาวก็หิ้วปีกเราลงมาจากชั้นสอง เราก็ตื่นเป็นพัก ๆ ยังมีหน้าบอกน้องอีกว่า อยากนอน ๆ น้องมันร้องเสียงหลงว่า อย่าหลับ ๆ มันเรียกชื่อเราตลอด มองหน้าน้องก็รู้ว่าน้องห่วงแต่เราก็ยิ้มแบบเบลอ ๆ หน้าซีด ๆ น้องมันบอกใจมันตอนนั้นหล่นหายไปไหนไม่รู้ แล้วก็มาถึงช่วงพักของบันได เราไม่รู้ตัวเลยว่าเราฉี่ราด (เป็นเรื่องน่าอายมากที่สุดในชีวิต ฮือ ฮือ) แล้วเราก็ไม่รู้สึกตัวอีก แต่ได้ยินเสียงพ่อของน้องเขยท่านบอกว่าอย่าเป็นอะไรนะลูก ๆ (น่าสงสารคนแก่ ท่านป่วยมีหลายโรค ยังมาทำให้ท่านตื่นเต้นอีก และก็ขอบคุณแม่ของน้องเขยที่ตามเช็ดฉี่ของเรา)

ทีนี้พอตอนขึ้นรถเราก็รู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ดันไปถามให้น้องมันตกใจอีกว่าแม่ล่ะ แม่อยู่ไหน แล้วหลานล่ะ หลานอยู่กับใคร (หลานนอนอยู่บนห้อง คุณย่าของพวกเขาเข้าไปเฝ้าให้แล้ว) แบบออกอาการเพ้อ น้องบอกหลอนมาก แบบพี่ตรูจะตายไหมนี่
น้องมันก็ร้องตลอดว่าอย่านอน อย่านอน (น้องมันมาเล่าให้ฟังว่าน้องเขยถึงกับสติแตกทำอะไรไม่ถูก ไปโรงพยาบาลทั้งที่สวมบล็อกเซ่อ โชคดีในรถมีกางเกงให้ใส่ พอออกรถไปเราก็รู้สึกตัวตลอดเวลา คงเพราะได้เจออากาศยามเช้า น้องมันเปิดกระจกให้ลมโกรกหน้าเราตลอด เห็นสภาพน้องแล้วอยากหัวเราะ จำได้อายไลเนอร์น้องยังทิ้งรอยดำเป็นปื้นเพราะเมื่อคืนคงทั้งสนุกทั้งกลับดึก ตื่นเช้ามายังเจอเรื่องระทึกใจอีก น้องพาเราไปส่งโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน รู้ว่าแพงแต่มันบอกว่ามันใกล้ที่สุด (ซึ้งมาก) มันคงกลัวเราตายแล้วไม่มีใครเลี้ยงลูกให้มันเป็นแน่

พอถึงโรงพยาบาลหมอก็เข้ามาถามอาการก็บอกไป หมอรึก็พูดให้ตกอกตกใจว่าต้องตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจนั่นตรวจนี่สารพัด น้องมันบอกจะโทรหาแม่ เราก็ไม่อยากให้โทรหรอกเพราะกลัวแม่ตกใจ แต่มันก็โทรไป วันนั้นแม่แกก็แปลกเอาโทรศัพท์ไว้ที่ข้างหมอนเพราะลูกทั้งสองกับหลานรักไม่อยู่บ้านก็คงนึกห่วง พอแม่ได้รับโทรศัพท์น้องมันเล่าว่าเราเข้าโรงพยาบาล แม่ร้องไห้เลย แม่มาเล่าให้ฟังว่าแม่นึกถึงแม่ ๆ คนอื่น ๆ ที่เสียลูก ที่ลูกตายว่าเขาจะรู้สึกยังไง (แต่แม่ขาตอนนั้นหนูยังไม่ตายเน้อ)
แล้วแม่ก็จับเครื่องเที่ยวแรกของวันตรงมาหาเรา ตลอดที่นั่งเครื่องมาเรารู้ว่าหัวใจแม่คงทุกข์ทรมานมาก น้องเขยวานให้เพื่อนเขาไปรับแม่เราที่สนามบิน (ขอบคุณเพื่อนคนนี้ด้วยใจจริง เพราะมากรุงเทพฯทีไรมีเรื่องต้องรบกวนเขาทุกที) เราก็ถูกย้ายไปห้องไอซียู (ทำไมต้องให้เราอยู่ห้องน่ากลัว ๆ ด้วยทำยังกับเราอาการง่อนแง่นเต็มที) น้องเรียกให้ป้าอีกคนมาคอยดูแลหลานทั้งสองช่วยแม่ของน้องเขย แล้วเราก็หลับเพราะฤทธิ์ยา จนบ่ายแม่ก็ได้เข้ามาหาเรา แม่ตาบวมแดงมาก แม่บอกนั่งเครื่องมาก็สะอึกสะอื้นมาตลอดทาง บาปกรรมจริง ๆ ทำให้แม่เสียน้ำตานี่ เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไรมาก หลานคนโตที่มากับแม่หน้าเศร้าสลดเลย บอกว่ากลัวเราตาย(หลานอายุห้าขวบ) แล้วผลการตรวจก็ออกมาว่าเราพักผ่อนไม่พอ ร่างกายแค่เหนื่อยเฉย ๆ โอ้ขนาดแค่เหนื่อยนะเนี่ย

เป็นครั้งแรกที่เข้าโรงพยาบาล และก็เป็นครั้งแรกที่ได้ใส่สายอ๊อกซิเจ่น กลัวง่ะ เราถามพยาบาลว่าต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ เขาก็บอกทำแล้วดี หันไปมองสองเตียงข้าง ๆ อาการหนักมากเพราะเกิดจากอุบัติเหตุ แล้วคืนนั้นเรา
ก็นอนกั้นม่านอยู่คนเดียว พ่อฝากพระมากับแม่ให้เราด้วย คงรู้ว่าเรากลัวผีมากถึงมากที่สุด แต่อยู่บ้านก็นอนคนเดียวได้นะ แถมนอนอยู่หน้าบ้านคนเดียวเสียด้วย แม่บอกว่านึกไม่ถึงว่าเราจะนอนโรงพยาบาลในห้องไอซียูได้ เราก็แค่อยากทำตัวให้เข้มแข็งไม่อยากให้แม่ห่วงมากกว่านี้ แล้วอีกอย่างโดนยานอนหลับจากหมอขนาดนั้นหลับเป็นตาย ต่อให้ผีหน้าไหนมาหลอกเราก็คงไม่รู้เรื่อง คงเสียเวลาเปล่านะคุณผี

รุ่งเช้าออกจากโรงพยาบาลเสียไปหมื่นกว่าบาท (มีเรื่องขำปนน้ำตา เพราะเราเพิ่งไปเปลี่ยนเรื่องเงินชดเชยประกันชีวิต ว่าไม่ต้องคลุมทุกอาการหรอก เราอึด เลยเสียสิทธิ์ไม่ได้เงินค่านอนโรงพยาบาลและค่ารักษาอีก 40 % ซวยซ้ำจริง ๆ) น้องมันบอกรู้งี้พาส่งโรงบาลรัฐที่คลองสิบห้าดีกว่า ตอนนั้นนึกอยากจะกระโดดถีบน้องเหลือกำลัง แต่ก็รู้มันแค่พูดไปอย่างนั้นแหละ มันร๊ากกกกเราจะตาย แล้วน้องก็พาเราไปห้างเล็ก ๆ แถวนั้นซื้อของกินเพียบ ตอนนั้นเราบวมน้ำเกลือแต่กินอะไรไม่ได้มาก อย่างที่รู้อาหารโรงพยาบาลมันอร่อยแค่ไหน

อุตสาห์หยุดร้านดันมาป่วย เลยเป็นเรื่องขำขันประจำบ้าน ที่ยังไม่ทันได้ฉลองวันเกิด (เราเกิด 2 ธันวา) ก็จะมาตายเอาเช้าวันที่ 3 แล้ว

กลับมาที่บ้านวันไหนที่เริ่มจะมองอะไรเป็นสีเหลือง ๆ แล้วจะรีบหาที่ล้มตัวลงนอนทันที เลย ตั้งแต่ต้นปีีมามีอาการแบบนี้ได้สามครั้งแล้ว ก็แค่ขึ้นไปนอนพักก็หาย กลายเป็นว่ามีโรคกระแดะติดตัว ทำงานต่อเนื่องนาน ๆ ไม่ได้ร่างกายพาลจะหยุดการทำงานเอาดื้อ ๆ

รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ อย่าโหมงานหนักมาก เดี๋ยวจะเป็นอย่างอิฉัน










Create Date : 16 กรกฎาคม 2551
Last Update : 10 สิงหาคม 2553 11:30:11 น. 6 comments
Counter : 327 Pageviews.

 
เคยเป็นเหมือนกัน ตอนนั้นงานเร่ง ทั้งตรวจข้อสอบ ทั้งเตรียมสอบ ทั้งต้องทำรายงาน เกือบตายเป็นอย่างนี้เอง ร่างกายคงประท้วงว่าฉันต้องการพักย่ะ เธอใช้งานฉันหนักเกินไปแล้ว

พักผ่อนมากๆ นะคะ


โดย: redclick ไม่ได้ล็อคอิน IP: 125.26.78.155 วันที่: 17 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:03:11 น.  

 
ไม่แปลกหรอกค่ะ..

ที่การจะรักใครสักคนมันยาก

เพราะเป็นเรื่องยากที่เราจะเข้าใจใครสักคนไปทุกเรื่อง

เพราะบางครั้งเรายังไม่เข้าใจตัวเราเองเลย


โดย: By_satan วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:37:10 น.  

 
Free Image Hosting


โดย: พลังชีวิต วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:32:01 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมคร๊า


โดย: CheMeiJung วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:07:58 น.  

 
ชอบกินเหมือนเหรอคะ อืม... อร่อย


โดย: redclick วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:02:09 น.  

 
สวัสดีครับ บล็อกคุณสวยมากครับ น่ารักจัง


โดย: Neo015 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:54:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นางสาวอ้วนจัง ตังค์มากมี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]





ฝาก"บัลลังก์เสน่หา : จากหนึ่งคำมั่น ตราบสิ้นนิรันดร์" ด้วยค่ะ
กรงขังสิเนหา
ทาสสวาทเงาเสน่หา
บุพเพเล่ห์จันทร์
ในรั้วรัก
เสี้ยวสิเน่หา
รอยนิรันดร์
กลีบเหมยกลางทราย
เล่ห์รักร่ายปรารถนา
ตะวันเยี่ยมรุ่ง
ขวัญข้าเอย
ลิขิตลวง
สิ้นแสงรังสิมา (หนึ่งหทัยมังกร)
ดาริกากลางใจ (ดวงใจรักจ้าวยุทธ์)
หากฟ้าไร้เมฆินทร์ (ทาสรักสลักใจ)
ฤาศศินอำพราง (ยอดพธูจอมทัพ)
รื่นกลิ่นปทุม
รักลุ้นวุ่นหวาน
สัญญาลับฉบับรัก
เพียงสิ้นชีวา
เนื่องนิจสิน
แม้นเดือนดับ
จันทร์ร้างฟ้า
กรงบรรณาการ
ฝนซาเมื่อฟ้าสาง
กลีบเก็ดถวา
แสงแรกของตะวัน
ทั้งหมดภายใต้นามปากกา วิรมย์รดา กะรัต ลนาริน ธาราพิศุทธิ์
Friends' blogs
[Add นางสาวอ้วนจัง ตังค์มากมี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.