Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตอนที่ 15

15

ดวงตาสีเข้มหลุบลงต่ำเมื่อกวาดสายตาไปตามตัวอักษรบนหน้ากระดาษเพียงไม่กี่บรรทัด คิ้วเข้มของหนุ่มใหญ่วัยกว่าสี่สิบก็มีอันขมวดหมุนเขาละสายตาจากหน้ากระดาษฉบับนั้นก้มลงไปดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วหยิบซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่พอบรรจุเอกสารได้พอดีออกมาเขมขวัญมองการกระทำของชายตรงหน้าด้วยความสงสัยเมื่อเห็นเขาดึงกระดาษภายในซองออกมาวางเทียบ

“มีอะไรหรือคะ” เธออดไม่ได้ที่จะถาม

“ครับ...มีเยอะเชียวล่ะ”บรรณาธิการหนุ่มตอบ ทว่าสายตาไม่ได้ละไปจากกระดาษทั้งสองแผ่นเลยสักวินาที “ไม่ทราบว่าพล็อตเรื่องนี้เป็นของใคร”

“เธอไม่ได้ระบุนามปากกาเอาไว้หรือไงครับ”กริชนะที่เงียบฟังอยู่ ถามกลับ

ดูเหมือนการเจรจาทั้งสองฝ่ายจะมีคำถามมากกว่าคำตอบทว่าก็ไม่ได้สร้างความรำคาญให้อีกฝ่ายแต่อย่างใดนอกจากรอลุ้นความคิดเห็นในแต่ละฝ่ายว่าจะออกมาในรูปแบบไหน

วินิจพลิกกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นดูคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนโดยไม่ได้นัดหมายทั้งสอง“ทิพย์ราตรี...ในนี้ระบุนามปากกาว่าทิพย์ราตรี”

“ว่าไงนะ!” กริชนะหันขวับมามองเลขานุการของเขาด้วยสายตาแสดงคำถาม

“อย่ามองฉันอย่างนั้นสิคะ...”เขมขวัญทำหน้าแหย

“ไม่ทราบว่าคุณได้พล็อตเรื่องนี้มายังไง”

“คุณป้าคุณวานให้ฉันนำพล็อตเรื่องนี้มาส่งให้คุณบ.ก. ค่ะ” เขมขวัญตอบตามจริงแต่เท่าที่วิเคราะห์สายตาทั้งสองคู่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เธอพูดแม้แต่น้อย

“ก่อนที่ท่านจะได้รับอุบัติเหตุเหรอครับ”

“เอ่อ...” คนถูกถามถึงกับอึ้งจนด้วยคำอธิบาย จะบอกไปว่าเป็นผีคุณป้ามาเข้าฝัน คนพวกนี้คงหาว่าเธอบ้าไปแล้วแน่ ๆ

“จะได้มาด้วยวิธีไหนผมคงไม่สนใจเพราะยังไงก็รับพล็อตเรื่องนี้มาพิจารณาไม่ได้”

“ทำไมคะ”

สีหน้าแสดงออกว่าผิดหวังอย่างชัดเจนของเขมขวัญทำให้อีกฝ่ายแปลความหมายไปว่าเธอผิดหวังที่ไม่อาจสวมรอยนักเขียนชื่อดังได้ทั้งที่จริงแล้วเขมขวัญผิดหวังแทนความพยายามครั้งสุดท้ายของทิพย์ราตรีต่างหาก

“คุณดูพล็อตเรื่องฉบับนี้สิพล็อตนี้เป็นของนักเขียนนามปากกาอัสนียา” วินิจส่งกระดาษที่เขาหยิบออกจากลิ้นชักมาเทียบเคียงพล็อตที่ได้รับใหม่ให้“เหมือนกันมาก เหมือนทุกตัวอักษร...อย่างนี้จะให้ผมเข้าใจว่ายังไงกันครับ”

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจสายตาของเธอไล่ไปทุกอักษร ไม่พอ...เธอยังคว้าพล็อตเรื่องอีกฉบับมาเทียบเคียงมันเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน...โธ่คุณป้า...จะหาคุกให้หนูซะแล้ว...

วินิจรับพล็อตทั้งสองฉบับกลับมาวางบนโต๊ะ“ผมยอมรับนะว่าสำนวนการเขียนนั้นคล้ายพี่ทิพย์มากจนแทบจะเชื่อได้ว่าคนเขียนเป็นคนๆ เดียวกัน...แต่การลอกพล็อตกันมาแบบนี้แถมยังแอบอ้างนักเขียนมีชื่อเพื่อผลประโยชน์ ผมยอมรับไม่ได้จริง ๆเชิญพวกคุณกลับไปได้แล้ว”

เขมขวัญหน้าซีดเผือดไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ เธอจึงมิได้เตรียมใจยอมรับ และดูเหมือนคนข้างๆ จะรู้ มืออบอุ่นเอื้อมมากุมมือเย็นเฉียบที่วางอยู่หน้าตักหลัง ถ่ายทอดความเชื่อมั่นและกำลังใจให้รวมไปถึงคำพูดที่ทำเอาเขมขวัญถึงกับน้ำตาคลอ

“ขอโทษครับคุณวินิจ ผมเชื่อคนของผมผมเชื่อว่าเธอไม่ทำเรื่องแบบนั้นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการลอกพล็อตหรือแอบอ้างชื่อนักเขียน”

ผมเชื่อคนของผม...ประโยคนี้สร้างความอบอุ่นปลอดภัยให้หัวใจดวงน้อย ๆที่กำลังรู้สึกเคว้งคว้างได้ไม่ยาก เขมขวัญหันไปมองเสี้ยวหน้าคมคาย จริงจังแม้ไม่เห็นดวงตาคมกล้าคู่นั้นตรง ๆ แต่เธอก็เชื่อว่าหากใครได้สบตาเขาเวลานี้คงยากจะไม่รู้สึกไหวหวั่น

“คุณมีอะไรมาแก้ต่างครับหลักฐานมีให้เห็นชัดแบบนี้...ผมว่าพวกคุณกลับไปเถอะ อย่าเอาพล็อตมั่ว ๆอันนี้ไปส่งที่อื่น ไม่งั้นผมแจ้งความจับเพราะพล็อตเรื่องนี้ผ่านการพิจารณาที่สำนักพิมพ์ของเราแล้ว”

โป๊ก!...

สิ้นประโยคคำพูดอันยืดยาวกรอบรูปที่วางอยู่บนชั้นหนังสือก็มีอันร่วงหล่นกระแทกพื้น ทั้ง ๆที่ภายในห้องปราศจากลม

เอาล่ะสิ...คุณป้าส่งสัญญาณให้แล้ว... คิดพลางขนลุกเกรียว แต่จะดีกว่านี้ถ้าคุณป้าจะปรากฏตัวออกมายืนยันความจริงนะคะ...เธอยังคิดต่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“คุณไม่คิดว่าเรื่องมีเงื่อนงำบางอย่างเหรอครับ”กริชนะเอ่ย

“เงื่อนงำอะไรกันคุณ...เรื่องการลอกพล็อตมีให้เห็นการดาษดื่นโดยเฉพาะนักเขียนใหม่ไร้ความสามารถบางคนที่นึกอยากดังชั่วข้ามคืน”วินิจเอ่ยอย่างไม่คิดเกรงใจ

“คนนั้นไม่ใช่ฉันแน่นอนค่ะเพราะฉันไม่เคยคิดที่จะยึดอาชีพนักเขียนเลยสักครั้ง” เขมขวัญยืนยันเสียงสั่นเครือ

“แต่คุณกลับเอาพล็อตฉบับนี้มาส่งพล็อตที่ไม่น่าจะเหมือนใคร แต่มันก็เหมือนยิ่งกว่าคู่แฝด”

“คุณอัสนียาเขียนนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นรูปเล่มหรือยังครับ”

“ผมเพิ่งได้รับพล็อตเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอรับปากกว่าจะส่งต้นฉบับบางส่วนให้ผมภายในสิ้นเดือนนี้” วินิจบอก

“งั้นก็น่าแปลก...นิยายเรื่องนี้คุณป้าของผม...เอ่อ...ผมหมายถึงคุณทิพย์ราตรีเธอเขียนเรื่องนี้ไปได้กว่าครึ่งเรื่องแล้วนะครับนี่อาจพอสรุปได้หรือเปล่าว่าใครลอกใครกันแน่” กริชนะเอ่ย เมื่อนึกไปถึงแผ่นกระดาษที่ค้างคาอยู่ในพิมพ์ดีดบนโต๊ะทำงานของคุณป้าเขาไม่รู้หรอกว่านั่นใช่เรื่องเดียวกันกับพล็อตเรื่องนี้หรือเปล่าแต่คงไม่มีเรื่องไหนอ้างได้ฟังขึ้นเท่านี้อีกแล้ว “ผมกริชนะ ทรัพย์บริบูรณ์ในฐานะที่เป็นทายาทคนเดียวของคุณป้าทิพย์ราตรี ทรัพย์บริบูรณ์ขอยืนยัน เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำบางอย่างผมจะสืบให้แน่ชัด” กริชนะเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ เขากำมือนุ่ม บีบเบา ๆ อย่างปลอบโยนก่อนจะดึงให้เธอลุกตาม“เห็นทีจะขอรบกวนคุณแค่นี้นะครับ...กลับกันเถอะขวัญ”

“ดะ...เดี๋ยวค่ะ”เขมขวัญรีบคว้าพล็อตนิยายฉบับนั้นกลับคืน เมื่อบก.มีอีกฉบับที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนแล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งฉบับนี้ไว้ที่นี่อีก

วินิจมองตามหลังชายหญิงที่เพิ่งเดินพ้นประตูออกไปชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ยอมรับว่าคำพูดของชายหนุ่มผู้อ้างตัวว่าเป็นหลานชายนักเขียนชื่อดังคนนั้นทำให้เขาหวั่นไหวหากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีเงื่อนงำจริง ๆ และเขาปฏิเสธที่จะยอมรับคงเป็นเรื่องผิดพลาดไม่น้อย

“เฮ้อ...”เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อการตัดสินใจที่เด็ดขาดเกิดขึ้น ...เพื่อทิพย์ราตรีนักเขียนที่เขาเคารพรักอย่างสุดซึ้ง นิยายเรื่องนี้จะถูกระงับเอาไว้ก่อนจนกว่าต้นฉบับทั้งสองฝ่ายจะแล้วเสร็จเขาเชื่อว่าแม้พล็อตเรื่องจะเหมือนกันสักแค่ไหนแต่การถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวย่อมแตกต่างตามสำนวนและมุมมองของนักเขียน ไว้ถึงครานั้นค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร

รถคันหรูแล่นฝ่าการจราจรอันติดขัดในแทบทุกเส้นทางของเมืองกรุงแม้ยามนี้จะเป็นช่วงย่ำค่ำภายในห้องโดยสารเงียบกริบไร้ซึ่งเสียงสนทนาแม้จะบรรจุผู้ขับขี่และผู้โดยสารถึงสามคนดูเหมือนแต่ละคนจะตกอยู่ในภวังค์ความคิด ทว่าจะคิดในเรื่องเดียวกันหรือไม่คงยากที่จะรู้ได้

“เจ้านายคะ...” เขมขวัญเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“หือ...”

คำตอบรับเป็นเพียงเสียงที่ส่งผ่านลำคอนั่นไม่ได้ให้ความรู้สึกสบายใจเลยสักนิด มันกลับทำให้อึดอัดไม่น้อยกับความเงียบนิ่ง เฉยชาของชายหนุ่ม ให้เขาโวยวายกับเธอบ้างคงทำให้รู้สึกดีกว่านี้

“ขอโทษนะคะที่ทำชื่อเสียงของคุณป้าเจ้านายมัวหมอง” ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำเหมือนสำนึกผิด

“ไม่นี่...นี่ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ชื่อเสียงของป้าทิพย์มัวหมองแต่มันเป็นเรื่องน่าแปลกต่างหาก” กริชนะเอ่ยในสิ่งที่เขากำลังคิด

“ยังไงคะ...” ดวงตาที่มีแววหม่นพลันเจิดจ้าขึ้นเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้โกรธเธอ ทว่าไม่นานความสงสัยฉายแววมาให้เห็น

“ผมถามคุณตรง ๆพล็อตเรื่องฉบับนี้คุณได้มาจากไหน แล้วนึกยังไงถึงเอาไปส่งสำนักพิมพ์”กริชนะหันมาถามจริงจัง

“เอ่อ...”จะต้องตอบยังไงให้คนถามได้รู้ว่าสิ่งที่เธอพูดไม่ใช่เรื่องที่กุขึ้น

“ว่าไง...เล่ามา...”น้ำเสียงคาดคั้นให้อีกฝ่ายตอบตามจริง

“ฉันกลัวว่าคุณจะหาว่าฉันบ้า”

“เล่ามาก่อน...ผมจะเป็นคนตัดสินเองว่าคุณบ้าหรือเปล่า”

เขมขวัญเหลือบตามองไปแทบจะทั่วรถแววตาหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะขยับเข้าใกล้เจ้านายหนุ่มอย่างไม่เคยคิดที่จะทำอากัปกิริยานั้นไม่ได้รอดพ้นสายตาของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

“คุณป้าบอกให้ฉันเอาพล็อตฉบับนั้นไปส่งสำนักพิมพ์จริงๆ”

“คุณฝันเหรอ”

“มันก็มีบ้าง...ทั้งฝัน...แล้วก็...”พอนึกถึงเหตุการณ์สัมผัสวิญญาณที่ผ่านมา ขนแขนของเธอก็ลุกเกรียว“มีปรากฏตัวให้เห็นบ้าง” เขมขวัญมองอีกฝ่ายสายตาอ้อนวอนให้เขาเชื่อในสิ่งที่เธอพูด

“เมื่อไหร่?”

“หมายถึงอะไรคะ”

“ที่คุณป้าปรากฏตัวให้เห็น”

น้ำเสียงของเขาราบเรียบจนยากจะฟังออกว่าเชื่อในสิ่งที่เธอพุดหรือไม่“หลายครั้ง วันแรกก็ตอนที่ฉันเข้ามาเก็บของในบ้านคุณคุณป้าเป็นคนชี้บอกทางเข้าประตูเล็กนั่น...แล้วก็ตอนที่คุณว่าฉันเมาหมดสติจนต้องนอนค้างที่บ้านครั้งนั้น...จะว่าไปแล้วฉันไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษมากมายถึงขนาดฟังแล้วจดตามได้จะเรียกว่าฟังหูไม่กระดิกซะด้วยซ้ำ ตอนไปเจรจากับลูกค้าครั้งนั้นทำไมฉันถึงทำงานที่คุณสั่งได้สำเร็จ นั่นก็เพราะคุณป้าคุณท่านช่วย”

“คะ...คุณผู้หญิงเหรอครับคุณขวัญ”ถึงพยายามไม่คิดจะยุ่งเรื่องเจ้านาย แต่ลุงชูก็อดไม่ได้

“ใช่ค่ะลุง”

“จะบอกว่าป้าเป็นคนกระซิบบอกให้คุณจดรายละเอียดพวกนั้นเหรอ”กริชนะถามขึ้น

“ไม่ใช่ค่ะ...คุณป้าไม่ได้กระซิบบอกแต่ท่านเข้ามาซ้อนทับในร่างของฉัน”

“เข้าสิง!” ลุงชูโพล่งขึ้น ขนลุกเกรียวเมื่อคิดเห็นสีหน้า แววตาและท่าทางของเขมขวัญในวันนั้น มันช่างเหมือนคุณผู้หญิงไม่มีผิด

“เหลวไหลที่สุด!”

นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่ได้จากชายหนุ่มเขาไม่เชื่อเลยสักนิดในสิ่งที่เขมขวัญพูด ดีไม่ดีตอนนี้เขาคงคิดว่าเธอกำลังบ้า...และถ้าหากเธอยังอธิบายต่อไป...ปลายทางสุดท้ายคงไม่พ้นโรงพยาบาลจิตเวชที่ไหนสักแห่ง

“นึกแล้วว่าคุณต้องไม่เชื่อฉันก็ไม่น่าเล่าให้เมื่อยปาก” ว่าพลางเมินมองไปนอกหน้าต่าง

“ช่างเถอะ...จะอะไรก็แล้วแต่ผมไม่สนใจเรื่องผีสางหรือเรื่องที่คุณจะเอาพล็อตนิยายไปส่งสำนักพิมพ์แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้มันทำให้ผมได้เบาะแสบางอย่าง”

“ยังไงคะ”เขมขวัญหันมาถามสีหน้าแสดงอาการสนใจ จนลืมความน้อยใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

“อย่าเพิ่งรู้เลย...เอาเป็นว่าคุณเตรียมเดินทางไว้ก็แล้วกัน ผมจะพาคุณไปดูงานที่ต่างจังหวัด...งานนี้คุณน่าจะช่วยเหลือผมได้ดี เพราะเท่าที่ดูจากประวัติ คุณเป็นคนในพื้นที่นั้น”

“คะ?”

ไม่มีคำตอบมีเพียงความเงียบนับแต่นั้นจนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่อาณาเขตคฤหาสน์หลังงามบนพื้นที่กว้างใจกลางเมืองหลวงอันยากที่จะหาพื้นที่อาศัยขนาดใหญ่เพียงนี้หากไม่มีทรัพย์สินศฤงคารแต่เก่าก่อน

หลังรับประทานอาหารค่ำร่วมกันกับเจ้านายเขมขวัญก็ขอตัวกลับมาบ้านพักหลังเล็กของเธอด้วยข้ออ้างว่าจะตรวจสอบบัญชีการเงินของบริษัทให้เสร็จจะว่านั่นเป็นข้ออ้างก็ไม่เชิง เพราะเมื่อมาถึงเธอก็เข้าห้องทำงานรวบรวมสมาธิไว้ที่แฟ้มเอกสารตรงหน้าด้วยคิดว่ามันจะทำให้เธอไม่ต้องฝักใฝ่คิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงกลางวัน

เข็มนาฬิกาบนผนังหมุนไปเรื่อย ๆจากนาทีเป็นชั่วโมง ภายในห้องไม่ได้มีสิ่งผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นความคิดกลัวว่าวิญญาณดวงนั้นจะปรากฏหมดไปทว่าเธอกลับอยากให้มันเกิดขึ้น...แม้จะตั้งใจทำงานแต่ความหงุดหงิดนั้นเพิ่มทวีจนทนไม่ไหว

พรึบ!

เสียงปิดแฟ้มแรงตามอารมณ์ของคนที่กำลังสะกดอารมณ์โกรธ...ไม่รู้หรอกว่ากำลังโกรธอะไรโกรธผีหรือโกรธตัวเองที่บ้าบอเชื่อและทำตามผีบอก

“คุณป้า...อยู่ที่ไหน...ทำไมไม่ปรากฏตัวออกมาช่วยกัน...คุณป้ารู้มั๊ยว่าเกือบจะทำให้หนูติดคุก” เขมขวัญเริ่มโวยสายตากวาดมองไปรอบห้องที่เงียบกริบอย่างเอาเรื่อง โดยเฉพาะโต๊ะทำงานใหญ่ที่ยังคงไว้ด้วยพิมพ์ดีดและกระดาษปึกหนึ่งซึ่งเขมขวัญพอรู้ว่าเป็นสิ่งที่ที่เจ้าของห้องใช้งานมากที่สุดเพราะถูกห้ามไม่ให้เคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ ภายในห้อง เขมขวัญจึงของโต๊ะทำงานชุดเล็กเข้ามาวางไว้ในมุมหนึ่ง

“ว่าไงคะ...หรือต้องให้หนูจุดธูปเชิญ”

ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเงียบ ไร้คำตอบแม้กระแสลมอ่อน ๆที่เคยพัดเป็นสัญญาณก็ไม่ปรากฏ...แล้วหญิงสาวก็เข้าใจในบัดดล“เฮ้อ...ที่แท้ฉันก็บ้าไปเอง คิดเป็นตุเป็นตะว่าติดต่อวิญญาณได้”

หมดอารมณ์จะเจรจากับผี พอ ๆกับเบื่อที่จะตาลายกับตัวเลขในแฟ้มงานที่ไม่รู้ว่าคำตอบสุดท้ายมันคืออะไรเอกสารต่าง ๆ ถูกรวบรวมเอาไว้มุมโต๊ะหลังเงยหน้ามองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าดึกพอสมควรจะเข้านอน ไฟทุกดวงในห้องทำงานปิดเรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องประตูหน้าต่างถูกตรวจสอบว่าปิดลงกลอนในทุกที่ เพื่อความสบายใจ

ที่นอนแม้ปราศจากเตียงแต่ก็นุ่มสบายสำหรับหญิงสาวที่เคยชินกับการนอนแบบนี้มีค่อนข้างนานเพราะเมื่อหัวถึงหมอนเธอก็หลับสนิทโดยไม่ต้องเสียเวลานับแกะ

เมื่อจิตเข้าสู่ภวังค์ความมืดมิดที่มีอยู่รอบตัวก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นจากแสงนวลที่มองเห็นเป็นลำคล้ายเบื้องหน้าคือทางออก...

ฝันอีกแล้ว...เขมขวัญบอกตัวเอง...เพราะหากนี่คือความเป็นจริงก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะหลงอยู่ในอุโมงค์อันดำมืดเช่นนี้...

แสงสว่างนำทางให้เธอเดินออกมายังดินแดนใหม่แปลกตา ทว่าก่อให้เกิดความอ้างว้างอย่างประหลาด ความกลัวถูกระงับลงเมื่อเข้าใจถึงสภาวะที่แท้จริงในความฝันสิ่งอันตรายใด ๆ ที่ปรากฏก็หาได้มีอันตรายในความเป็นจริงแล้วใยเธอต้องกลัว...

“เก่งมาก...ที่หนูยอมรับกับสิ่งที่บังเกิดอยู่เบื้องหน้านี้ได้อย่างกล้าหาญ...”

เขมขวัญหันไปมองตามเสียง...ตรงหน้าปรากฏร่างของบุคคลที่เธอเพิ่งจะต่อว่าต่อขานไปเมื่อช่วงดึกใบหน้านางยังดูงดงามอ่อนเยาว์จนไม่อาจบอกได้ว่าหญิงผู้นี้ลาจากโลกไปเมื่ออายุเกือบหกสิบ

“คุณมาแล้วเหรอ...ทำไมคุณเพิ่งปรากฏตัวตอนนี้”เขมขวัญถามขึ้นน้ำเสียงแสดงอาการไม่พอใจออกมาชัดเจน ทว่าอีกฝ่ายหาได้ตอบคำถามนางเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ดั่งมิเคยทำสิ่งใดผิด หรือ มีสร้างความเดือดร้อนแก่ใคร

“หนูอุตส่าห์ทำตามที่คุณขอร้องแต่สิ่งที่ได้ตอบแทนคือความผิดมันสร้างความอับอายให้หนูมากมายแค่ไหนคุณรู้หรือเปล่า...แถมเจ้านายยังไม่เชื่อเรื่องที่หนูเล่าตอนนี้เจ้านายคงคิดว่าหนูบ้า” เธอบ่นทั้งตัดพ้อ

“สิ่งที่หนูกลัวที่สุดคืออะไรจ๊ะ...กลัวที่วินิจกล่าวหาว่าหนูลอกพล็อตนิยายและใช้ประโยชน์จากนามปากกาฉันเหรอ...” ร่างโปร่งแสง ที่เพียงยืนยิ้มเอ่ยถามอย่างเอ็นดู

“มันก็...ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะเรื่องนั้นเขาไม่ได้แจ้งตำรวจจับ และต่อไปหนูคงไม่ไปพบเขาอีก”

“งั้นก็แสดงว่าหนูแคร์ความรู้สึกของหลานชายฉัน”

“เอ่อ...มันก็ต้องแน่อยู่แล้วหนูต้องทำงานกับเจ้านาย ต้องเห็นหน้ากันทุกวันหนูคงทำตัวไม่ถูกหากในสายตาเจ้านายมองหนูสติไม่สมประกอบดีไม่ดีเขาอาจไล่หนูออกจากงาน คราวนี้ครอบครัวหนูคงแย่” ว่าพรางทำหน้าสลด

“ไม่ต้องกลัว...กริชไม่มีวันไล่หนูออก”

“ถึงคุณจะบอกอย่างนั้นแต่หนูก็ไม่อยากเสี่ยง”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะอธิบายให้เขาฟังเอง หนูจะอนุญาตให้ฉันทำอย่างนั้นไหม”เสียงเยือกเย็นเอ่ยขอเบา ๆ ทั้งมองนิ่งมายังหญิงสาวตรงหน้าอย่างรอคำตอบ

“ถ้าเขาจะเชื่อ...หนูก็ไม่มีอะไรขัดข้อง”

สภาวะจิตในตอนนั้นสร้างความคิดความเข้าใจขึ้นเอง สิ่งที่วิญญาณสามารถทำได้ก็คงไม่พ้นการเข้าฝันอย่างที่เธอกำลังเผชิญอยู่ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร หากป้าของเขาจะไปเข้าฝันหลานชาย ทว่า...การเข้าฝันนั้นจำเป็นด้วยหรือที่วิญญาณตนนี้จะเคลื่อนเข้ามาใกล้เธอ ใกล้มาก ใกล้จนไม่อาจหลบพ้น ความรู้สึกหนักอึ้งของร่างกายที่ถูกกดทับจนขยับเขยื้อนไม่ได้ก่อเกิดขึ้น ก่อนที่การรับรู้แม้เป็นเพียงภาพฝันจะค่อย ๆ ดับมืดลงในที่สุด





Create Date : 28 กันยายน 2558
Last Update : 29 กันยายน 2558 6:00:41 น. 3 comments
Counter : 548 Pageviews.

 
แค่ลอกนิยายไม่น่าถึงกับต้องฆ่ากัน เรื่องที่บริษัท หรือว่า ?


โดย: พี่หมูน้อย IP: 171.5.248.54 วันที่: 30 กันยายน 2558 เวลา:10:40:18 น.  

 
รอตอนต่อไปนะจ๊ะ จุ๊บๆๆๆๆๆอยากรู้มากคุณป้าจะอธิบายแบบไหนอิอิอิอิ


โดย: panon IP: 203.158.141.6 วันที่: 2 ตุลาคม 2558 เวลา:16:53:45 น.  

 
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:17:03:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.