ทักษภณ
<<
ธันวาคม 2562
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
9 ธันวาคม 2562

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 15/2 ขุนแผนต้องพรากนางลาวทอง จบตอน

ขุนช้าง ขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ

ตอนที่ 15/2 ขุนแผนต้องพรากนางลาวทอง

 

 

ขุนช้างรับปากว่า

“เออจะเป็นไร พอทำแทนกันได้ไม่ยากดอก ไปเถิดไม่ต้องเป็นห่วง”

เมื่อฝากเวรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขุนแผนพร้อมบ่าวก็ออกมา ทั้งหมดรีบเร่งเดินลัดตัดป่ามา ถึงเขาชนไก่ในเวลาไม่นาน ขึ้นไปบนเรือนทันที กราบเท้ามารดา นางกล่าวว่า

“เมียเจ้าอยู่ที่นั่น ล้มไข้อยู่ แม่บนบาน หาหมอมารักษา อาการมิใคร่จะบรรเทา จนแม่ท้อใจ”

ขุนแผนลุกไปหาเมีย เห็นนางนอนซมอยู่จึงกล่าวว่า

“อย่าเสียใจไปเลย ผัวมาแล้วนะเจ้า เนื้อหอม ออเจ้าผอมลงกว่าเดิมนัก ข้าวปลากินมิได้เลยฤา เด็กไปบอก พอรู้ก็รีบมา ใช่ว่าพี่จะบิดเบือนนิ่งเฉย”

จากนั้นประคองลาวทอง ให้รู้สึกดีขึ้น นางเงยหน้าขึ้นมา กล่าวว่า

“น้องอยู่ได้เพราะยา แต่จะดับเสียในเพลาใดมิรู้ได้ น้องนี้ได้แต่ฝืนใจคอยท่า ถ้าช้าไปอีกหลายวันไม่เห็นมา หยูกยาน้องจะไม่กินให้ขมคอ ได้เห็นหน้าพี่มาเหมือนว่า จะหายไข้ ดียิ่งกว่าได้พระอินทร์มารักษา”

ขุนแผนเอนตัวหัวร่อตัวงอ ประคองคอให้นางผินหน้ามากินยา รักษาอยู่หลายวัน ก็หายไข้ ค่อยสบาย คลายทุกข์ใจ ขุนแผนนิ่งนึกตรึกตรอง คิดจะกลับอยุธยาในวันพรุ่งนี้ กลางคืนวันนั้นเข้านอนหลับ อยู่กับลาวทอง ทัั้งสองสุขเกษมเปรมปรีดิ์ โดยมิได้คาดคิดว่า จะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น

กล่าวถึงพระองค์ผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน เสด็จออกประทับที่ข้างฝ่ายหน้า พร้อมด้วยอำมาตย์ ผาสุกสำราญพระหฤทัย พอเห็นขุนช้างตรัสว่า

“อ้ายขุนแผนนั้นหวามันไปไหน ไม่ร่วมเวรเกณฑ์กันฤา อ้ายนี่ใช้สอยเรียบร้อยดี”

ขุนช้างฟังรับสั่ง คิดถึงความหลัง เจ็บใจดังไฟจี้ คิดว่า

“ขุนแผนมีความแค้นอยู่ ถ้าหากได้ที คงไม่ละเว้นกู เพราะเอาวันทองของมันมา มันก็มุ่งหมายจะล้างทำลายอยู่ กูจะล้างผลาญเอาชีวิตดังพิษงู ครู่เดียวให้มันย่อยยับ ดังสับปลา คิดได้ดังนีั้แล้ว กราบทูลว่า

“ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าไม่มุสา เข้าเวรร่วมกันหลายวันมา เห็นบ่นถึงภรรยาอยู่ทุกวัน เมื่อวานนี้บอกว่าจะไปบ้าน เกล้ากระหม่อมทัดทานก็หุนหัน ขู่ ด่าว่าสารพัน

ครั้นดึกได้สักยามสามปลาย ขุนแผนปีนข้ามกำแพงวัง คิดว่าคงไปบ้านภรรยา ช่างเป็นการกระทำ ที่ชั่วช้าเหลือหลาย หม่อมฉันยังคิดอยากจะฆ่าทิ้งเสีย พระเจ้าข้า”

พระองค์ พอฟังจบทรงกริ้วหนักหนา กระทืบพระบาท ตวาดว่า

“อ้ายนี่ มิเกรงใจใคร อ้ายขุนช้างว่ากล่าวกลับห้าวหาญ บังอาจปีนกำแพงออกไปได้ โทษมันถึงประหารชีวิต เสียบหัวประจาน เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพียงแต่ว่ามันมีความชอบอยู่บ้าง หาไม่คงจะได้ดับสิ้นชีวิตเป็นแน่แท้

อีเมียเป็นเยี่ืยงไร จึงจากกันมิได้ ลอยมาจากสวรรค์ฤา จึงมิได้เกรงกลัว เหวย ราชาอำมาตย์ ไปบัดเดี๋ยวนี้ พาอีลาวทองมาจากผัว อ้ายขุนแผนกูไม่ขอเห็นตัว มันทำชั่วหนักหนา ให้มันอยู่ที่กาญจบุรี ให้คุมไพร่พลเที่ยวไปตระเวนด่าน ต่อมีราชการ หรือเกิดศึกในกรุงศรี จึงจะเกณฑ์ให้มันไปต่อตี ให้รีบไปแต่ในราตรีนี้”

ฝ่ายอำมาตย์ เมื่อได้รับสั่ง ออกมาจากวังอย่างรีบเร่ง ขึ้นม้า พาพวกตำรวจใน ออกมาจากเมืองภายในราตรี

กล่าวถึงลาวทอง อาการโรคค่อยคลายหายลง ตกกลางคืนนอนแนบแอบกับสามี สุขเกษมเปรมปรีดิ์ จนหลับไปกับที่นอน นางฝันไปว่า ยักษ์ใหญ่เข้ามาในห้อง จับลาวทองมัดลากไปจากหมอน เอาไปใส่ไว้ในกรงเหล็ก ให้ได้รับความทุกข์ร้อน ชอกช้ำระกำใจ ตลอดชั่วนาตาปี ในฝันนั้นว่าผัวตามไป ก็ตกในห้วงเหวแห่งภูเขา ได้รับความลำบากยากแค้น ยิ่งนัก

ต่อมามีชายผู้หนึ่งเรืองฤทธิ์เกริกไกร มาอุ้มเอาลาวทองกับขุนแผน ออกมาจากแดนยักษ์นั้นได้ ครั้ัันสิ้นฝันพลันตื่นขึ้นก็ตกใจ ปลุกผัวให้ช่วยทำนายฝันพลัน

ขุนแผน นิ่งคิดตามที่ลาวทองฝัน

“เอ๊ะ ฤกษ์ยามร้ายเข้าพร้อมกัน ในวันพรุ่งนี้จะมีภัย กูกับลาวทองจะต้องพลัดพราก เกิดความใหญ่โต ต่อเนิ่นนาน จึงจะมีผู้แก้ไขให้ค่อยคลายสบายใจ และได้กลับมาพบกันในที่สุด

ครั้นจะทักว่าร้ายนัก กลัวว่าลาวทองจะเสียใจ จึงบอกเถลไถลแก้ไขไปว่า

“ฝันนี้ไม่ร้าย ไม่ดีนัก เพราะธาตุแปรปรวนด้วยน้องเป็นไข้ จึงฝันฟั่นเฟือนไปเรื่อยเปื่อย”

จากนั้นพูดจากลบเกลื่อน ชวนเมียรักพูดคุยเรื่องอื่นให้สบายใจ พระอาทิตย์ส่องสว่างแสงทองต้องขอบฟ้า ดุเหว่า เรไร ร้องก้อง ลมอ่อนๆ พัดระรื่นมา เหล่าผีเสื้อบินคับคั่ง ดูละลานตา สดใส เพลิดเพลินตา

ขุนแผนสะกิดลาวทอง ชวนให้ฟังเสียง เพลานี้ฟังดู ให้รู้สึก วังเวง วิเวก น่าหวาดหวั่นใจยิ่งนัก หนูไล่จิ้งจกกระเจิง แมลงมุมทุ่มทรวงหาหยุดไม่ วิปริตหนักหนาเป็นที่ตระหนักแก่ใจ ดังจะบอกเหตุให้ประจักษ์แก่ตา

พอรุ่งสางตำรวจในก็ไปถึง ลงจากม้าหน้าบึ้ง ขึ้นมาบนเรือน ขุนแผนพอเห็นตำรวจมา ดังใครกระชากชีวิตออกจากกาย แข็งใจไปหาราชาอำมาตย์ ในท่ามกลางผู้คน เกลื่อนกลาดมากหลาย

“นายมีธุระอันใดฤา หรือว่าเกิดการวุ่นวาย ศึกสงคราม”

ฝ่ายราชาอำมาตย์ ได้ฟังคำถาม ก็บอกเรื่อราวความเป็นมาแก่ขุนแผนทั้งหมดว่า

“ขุนช้างกราบทูลสมเด็จพระพันวษา ว่านายปีนข้ามกำแพงหนีมา แม้ขุนช้างจะทัดทาน กลับห้าวหาญ หุนหัน จะฆ่าฟัน

โทษของนายถึงประหาร พระองค์ ทรงเมตตา ด้วยยังมีความดี ความชอบที่ได้เชียงทอง แต่ทรงห้ามมิให้เข้าไปในวัง สั่งให้พรากเมียไปเสียจากเรือน เพราะว่าผัวลำพองนัก จึงให้เอาเมียของท่านไป”

ขุนแผนได้ฟังคำ ของราชาอำมาตย์ ใจหวาดหวั่นดังจะเป็นไข้ ลุกเข้าไปในห้องทันที ทอดตัวบนที่นอนถอนใจ มือซ้ายก่ายหน้าผาก มือขวากอดลาวทองไว้

“อนิจจา ออเจ้าลาวทอง คงจะต้องจากกันแล้ว เป็นเหมือนดังใครเอาดาบมาฟาดให้ขาดกลาง ครั้งนี้อ้ายขุนช้างฆ่าพี่แล้ว เมื่อจะมาได้ลาฝากเวรไว้ มันคงจะเพ็ดทูลพระองค์ ใส่ความพี่ ความผิดของพี่ ที่ไม่คิดตริตรองให้รอบคอบ เป็นเหมือนแร้วที่ดักไว้ในดง

ส่วนพี่เหมือนนกผกผินกลางอากาศ คิดจะหาร่มหลบลมแรง จึงบินลัดลงมา แต่เป็นเพราะความประมาท จึงเสียเชิง เพราะสำคัญว่าแร้วเป็นกิ่งไม้ จำเพาะบินตรงเข้าแร้วของผู้ที่คิดปองร้าย สุดท้ายแร้วติดตีน ต้องดีดดิ้นจนเป็นผี

พระองค์ ทรงโกรธาคาดโทษพี่ถึงตาย แต่ด้วยมีความชอบ มาก่อน จึงยกโทษไว้ ให้เอาแต่ออเจ้าไป โอ้ที่ไหน ตายเป็นจะได้เห็นหน้ากัน สุดจิตสุดใจพี่แล้ว ออเจ้าเอย”

ลาวทองเมื่อได้รู้เรื่องความเป็นมา ที่ืเกิดขึ้น อาการเป็นดัง ถูกคมกริช กรีดอกแยกเป็นสอง สะอึกสะอื้่นน้ำตานอง กล่าวว่า

“พ่ออยู่ครองคู่เมียไม่ถึงปี จะต้องพลัดพรากจากกัน ดังพลัดตกในลงไปในห้วงเหวลึกกายถูกฟาดขาดลงกลายเป็นผี กระดูกเย็นดังเถ้าผงธุลีดิน ตราบสิ้นดินฟ้าก็มิอาจพ้นทุกข์ได้ ยามเดือนแรมตัวน้องนี้ คงจะมืดมิดไปตามเดือน ยามเดือนขึ้นคงฟั่นเฟือนมิมีความสุข ตราบจนสิ้นมิคสัญญีกลียุค คงจมอยู่ในความเศร้าโศกไม่เคลื่อนคลาย

โอ้กรรมใดหนอ มาดลจิต ลองคิดดู ยังขุ่นเคืองไม่จางหาย หากมีศึกสงครามมาแล้ววายปราณ ถึงจะตายไปก็ไม่เสียใจเลย แต่การนี้รู้สึกเสียใจ น่าน้อยใจนัก เวรกรรมใดหนอ มาดลจิต ให้พ่อพลายเปิดทางให้เขา

คนมันคอยคิดแก้แค้นมาแต่หนหลัง รอคอยหาโอกาสอยู่แล้ว ในใจพ่อพลายไม่เห็นเขาว่าเป็นกริชคด ขุนช้างนั้น เป็นดังแมลงป่องหางชี้งองอน บ่งบอกว่ากูนี้พยศไม่มีตรง ทั้งแย่งวันทอง รื้อห้องหอ ทั้งชิงและทำลายของรัก ไม่เหลือหลอ

แต่พ่อพลาย ยังไปไว้เนื้อเชื่อใจ เหมือนเปิดช่องทางให้เขาได้สมความตั้ังใจ ทางเรียบเตียนฤา ไยกลับเวียนไปเข้าดง ต่อเดินหลงแล้ว จึงรู้ว่าผิดทาง ต้องเข้าตาจน เพราะผลแห่งความสัตย์ เมียคงจะต้องพลัดพรากจากกันไป”

ลาวทอง เพลานี้สุดแสนทุกข์ระทม ตรมตรอมใจ ร้องไห้พลาง ดุจดังคลุ้มคลั่ง เกลือกกลิ้งไปมาในท่ามกลางห้อง

ขุนแผนเข้าไปปลอบประโลม ให้กำลังใจว่า

“จะจากกันไกลแล้วหนา ด้วยเพราะพี่รักจึงได้มา เพราะพี่มา ถึงได้พรากจากกัน รักเมียแต่เหมือนเป็นเหตุนำพาให้รักร้าง ดังพี่เป็นผู้ขว้างออเจ้าไปลงทะเลใหญ่ น้องเอย ผลกรรมที่เราได้ทำไว้ จะร้องไห้ไปจนเลือดตากระเด็น อกพี่ อกน้องถึงพองพัง ใครเล่าจะหยั่งเห็น

รักษาตัวไว้เถิดหนา เรื่องชั่วร้ายใดๆ ขออย่าได้ทำ ผลบุญที่เราได้สร้างไว้แต่ปางก่อน คงจะมีวัน ได้บรรเทาเบาบางลง

สิ่งใดที่ดีๆ เจ้าจงจำ ทนชดใช้กรรมไปจนกว่าจะบรรเทา ท่านผู้ใดเป็นใหญ่ใช้สอยน้อง จงนอบน้อมฝากตัว เกรงกลัวเขา ปากคอ จงรู้จักที่หนักเบา ถือเอาแต่ความสัตย์ เป็นประมาณ อย่าโศกเศร้าไปเลย เพลานี้ช้านานนักก็ไม่ได้ ตำรวจในเขาจะรีบเดินทางไป”

ทั้งสองผัวเมียช่วยกัน จัดแจงสิ่งของเสร็จเรียบร้อยในเวลาไม่นาน จากนั้นทั้งสองเข้าไปหามารดา กราบที่เท้าทั้งน้ำตาอาบแก้ม ขุนแผนกล่าวกับมารดาว่า

“มีรับสั่งให้พรากลาวทองเสีย เกิดเหตุเภทภัยหนักหนานัก ต้องพรากจากเมียครั้งนี้เพราะขุนช้าง ลาวทองจะต้องไปอยู่วัง”

ขุนแผน เล่าเรื่องความเป็นมาทุกประการให้แม่ฟัง ลาวทองร้องไห้พิไร ว่า

“ตั้งแต่ลูกร้างแรมจากเชียงทองมา พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอยู่ห่างไกลหนักหนา ลูกก็ได้พึ่งพาคุณแม่ เอ็นดู ปราณี เผื่อแผ่ลูกนี้ ตั้งแต่วันที่มาถึง ได้อยู่อย่างเป็นสุข

เมื่อคราวลูกยากลำบาก เกิดป่วยไข้ ก็ได้อาศัยคุณแม่ทุกเช้า ค่ำ หาหมอ หายา มารักษาอย่างเต็มกำลัง ป้อนข้าว น้ำ ปลอบขวัญ ให้กำลังใจ

ลูกหวังว่า จะได้ทดแทนพระคุณ ช่างกระไรหนอ น่าจะให้ได้ทดแทนพระคุณบ้าง แต่นี่ต้องมาพรากจาก เหมือนดังตายจากกัน หาได้เห็นหน้าอีกกันไม่ ต่างคน ต่างอยู่ ห่างกันแสนไกล ลูกคงจะได้เห็นหน้ามารดาเพียงเท่านี้”

นางทองประศรี ฟังแล้วรู้สึกเวทนาสงสาร คนทั้งสองหนักหนา น้ำตาไหลรินดังสายน้ำ รำพันว่า

“ชะ เนื้อกรรมชักนำไปจริงเชียว แม่จะเหลียวเห็นใครเหมือนลาวทองได้อีก ไม่มีแง่งอน สอนได้ดังใจแม่ โอ้ ต่อแต่นี้จะหายลับไม่เห็นหน้ากันแล้วลูกเอ้ย”

นางเข้ามากอดลาวทองร้องไห้

“แม่หมายใจจะให้เจ้าได้เผามารดา แต่เพลานี้เจ้าจะหนีไปไกลนัก คงจะมิได้กลับมาเผาแม่แล้ว จากกันไปไกล เช้า เย็น มิได้เห็นหน้า แม่คิดถึงนัก ถ้าอยู่ไปหลายเดือนเขาผ่อนปรนลง จงกลับมาหาแม่ให้ได้คลายคิดถึงบ้าง”

จากนั้นนางทองประศรีนับเงินออกให้ไปสามชั่ง กล่าวว่า

“หมดแล้วค่อยมาเอาใหม่ อีสี อีสา เร็วๆ อย่าช้า นางเวียง นางวัน เป็นผู้ใหญ่ ไปกับลูกข้าร่วมกันห้าคน อย่าได้รังเกียจเดียจฉันท์ ให้ผ่อนปรนกันและกัน”

เสร็จแล้วลุกออกมาหาตำรวจกล่าวว่า

“นายท่านขอให้เมตตาปราณี ลูกข้าเป็นสาวชาวไพรไม่รู้การ ผิด ชอบ ขอให้ว่ากล่าวตักเตือนตามควร”

ราชาอำมาตย์ตอบไปว่า

“เป็นไรมี ขุนแผนกับข้าก็ชอบกัน คงต้องไปแล้วหนา ช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

ว่าแล้วก็ลุกไปทันที ลาวทองกราบนางทองประศรี สะอื้ืนหันมาลาสามี ยิ่งข่มใจ ยิ่งใจหวั่น เป็นดังเหยียบแผ่นดินผิดถล่มหนี

ขุนแผนนั้น ก็ชอกช้ำเสียใจ ไม่น้อยกว่ากัน ลาวทองโศกสะอื้นไม่หยุด สงสารตัวเอง ผัว บ้าน แม่ยาย คิดถึงสวนมวลไม้ร่มรื่น หอมหวน ข้าไทที่เคยได้อยู่ร่วม เห็นหน้ากัน

ขุนแผน รู้สึกสงสารเห็นใจลาวทอง เห็นห้องนอนฟูกหมอน ยิ่งทำให้คิดอาลัยลาวทอง ได้แต่มองตามผู้ที่รักค่อยๆ ลับสายตาไป และหายเข้าไปในเส้นทางที่เข้าไปสู่ป่า ยิ่งคิด ยิ่งเศร้าใจ ตัดใจ หันหลังกลับเข้าห้อง ร้องไห้บนที่นอน

ฝ่ายราชาอำมาตย์ มาตามทาง ลาวทองบนหลังช้างสะอื้นตลอดเวลา ใช้เวลา สองวันกับหนึ่งคืนถึงพระนคร บ่าวไสช้างกลับมาบ้านทันที

ราชาอำมาตย์เข้าไปในวัง ลาวทองติดตามมาข้างหลัง พาเข้าเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ทรงผินพระพักตร์ชำเลืองมา

“เอออีนี่ฤา เมียอ้ายขุนแผน ดูอ้อนแอ้นเอวกลม ผิวผ่อง คิ้วคางหน้าตา สวยสำอางนัก งามไม่แพ้สนมในวัง

กระนี้ฤา อ้ายขุนแผนจะละเลยได้ ถึงได้ต้องปีนกำแพง เจ้าขรัวนาย จงมีหมายสั่งนายประตู คอยดูให้ดี อย่าให้ได้ออกไปนอกวัง ให้เป็นชาวสะดึงกรึงไหม”

เจ้าขรัวนายผู้ใหญ่ก็รับสั่งให้ลาวทองอยู่ที่ริมคลัง นั่งปักสะดึง ทุกเวลา ลาวทองเย็น เช้า เฝ้ารำพึงถึงแต่ผัว งานราชการของตนก็มากมายนัก ได้แต่ฝากตัวกับเจ้าขรัวทั้งหลาย อยู่ด้วยความเจียมตัวด้วยกลัวโทษทัณฑ์

 

จบตอนที่ 15




Create Date : 09 ธันวาคม 2562
Last Update : 9 ธันวาคม 2562 12:46:45 น. 0 comments
Counter : 1409 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]