ทักษภณ
<<
ธันวาคม 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
26 ธันวาคม 2561

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 7/1 พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

 

 

ขุนช้าง ขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ

ตอนที่ 7/1พลายแก้วแต่งงานกับนางพิม

 

พลายแก้วเมื่อพิมลับไปจากสายตาก็รู้สึกใจหาย แต่ผีก็ยังคงพุ่งพาห่างไปเรื่อยๆ ทำให้ต้องตัดใจ มันพาลัดดงข้ามทุ่ง ละลิ่วเร็วปานลมพัด เลาะลัดหนองน้ำแนวท่า จนกระทั่งเข้าเมืองสู่กาญจนบุรีเมื่อถึงบ้านผีก็หายตัวไปพลายแก้วดีใจยิ่งนัก รีบเข้าไปในบ้านแม่ สำรวจมองไปรอบๆ พร้อมกับเดินเข้าไปในขณะที่เดินขึ้นเรือนมีจิตจดจ่ออยู่ที่เมืองสุพรรณเศร้าโศกคิดถึงแต่พิมได้แต่รำพึงกับตนเองว่า

พี่นี้จากเจ้ามาด้วยตั้งใจมาไหว้แม่โอ้เจ้าพิมผู้เพื่อนชีวิตของพี่ เพลานี้คงจะเศร้าโศกอาลัยรักเพราะพี่นี้จากมาไกลสุดจะคิดถึงทุกข์แท้แล้วเจ้าพิมของพี่เอ๋ยผู้ใดหนอจะช่วยปลอบเจ้าให้หายทุกข์โศก”

พอเดินเข้าเรือนแลเห็นแม่ก็ตรงเข้าไปกอดเท้าน้ำตานองหน้านางทองประศรี เห็นลูก็ตกตะลึงไป

เออแก้วของแม่เยี่ยงไรจึงสึกมาเป็นไรพ่อจอมกระหม่อมของแม่เจ้าเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ไม่เงยหน้าเงินทองเจ้าได้แต่ใดมา”

นางถามลูกรักพลางน้ำตาไหลโดยไม่รุู้ตัวพลายแก้วก้มกราบมารดาที่เท้า

แม่ขาครั้งนี้ฉันทุกข์หนักสุดทนเพราะรักใคร่กับน้องพิมก่อนจากน้องพิมให้เงินห้าชั่งมาทำทุนให้ไปสู่ขอต่อแม่ศรีประจันแม่บังเกิดเกล้าโปรดเอ็นดูลูกเถิดพิมเศร้าโศกคอยลูกอยู่สงสารน้องต้องกินแต่น้ำตาขอแม่อย่าเฉยเมยไปเลย”

นางทองประศรีน้ำตารื้นปลอบลูกว่า

กรรมเอ๋ยกรรมพ่อแก้วตาของแม่เจ้าบวชก่อนเถิดอย่าเพ่อมีเมียเลยแม่จะได้ชมเชยชายจีวรพ่อของเจ้าเขาก็ตายไปนานแล้วลูกแก้วโปรดพ่อเสียก่อนจะดีกว่าเจ้าบวชสักสองพรรษาเถิดสึกมาแม่จะหาเมียให้จะขอให้เป็นลูกเขยเจ้าพระยาเสียก็ยังได้

แก้ว..ฟังคำแม่อย่างอีพิมไม่น่าเอามาเป็นเมียจงทิ้งไปเสียเถิดหญิงงามกว่านี้ก็พอมีอยู่ฤาลูกจะเอาชาววังแม่จะขอให้ถวายจานเงินให้ต้องพระทัยก็พอจะได้นางในที่งดงาม”

พลายแก้วได้ฟังคำมารดารีบกราบเท้าฟูมฟายว่า

นางสวรรค์ลูกก็มิปรารถนานางในงามแต่กิริยาจะเปรียบกับพิมคงมิได้พิมงามประเสริฐเลิศล้ำคมขำงามหน้า งามนมเนื้อ ทั้งสุพรรณบุรีมิมีผู้ใดเทียบได้ขอแม่อย่าได้ทัดทานเลยมีเมียแล้วก็ยังบวชได้ดอกมิได้ห้าม ถ้าแม่ไม่ตามใจลูกคงตรอมใจตายเป็นแน่”

นางทองประศรีได้ฟังคำของลูกแล้วรู้สึก สงสาร จนใจ รำคาญลูกของนางยิ่งนัก จึงปลอบว่า

อย่าทุกข์เลยแก้วตาเมื่อเจ้าไม่ฟังแม่ว่าก็ตามใจขอเขา เขาก็ให้ดอกลูกอาเราเป็นเพื่อนบ้านกันมาไม่มีอันใดผิดพลาดก็คงจะได้มาเป็นเมียอย่าเสียใจร้องไห้คิดมากไปเลย เจ้าไปกินข้าวกินปลาเถิด”

พลายแก้วฟังแล้วดีใจหยุดร้องไห้ ไปอาบน้ำที่ท่าน้ำเสร็จแล้วกินข้าวปลา นางทองประศรีเรียกบ่าวไพร่

มาไวไวเอ็งเอาเงินไปสามชั่งไปท่าเลื่อยโรงกระดาน ซื้อเรือนห้าห้อง ที่เขาทำขึ้นใหม่ซื้อให้ได้แล้วรีบกลับมา”

บ่าวรับคำจับควายเทียมเกวียนสองเล่มมาด้วยกัน ครู่หนึ่งก็ซื้ออกลับมาถึงทองประศรีจัดแจงซื้อน้ำตาลของเปรี้ยว ของหวาน หมากมะพร้าว มากมาย เป็นจำนวนถึง 10เล่มเกวียน

พอตะวันค่ำนางทองประศรี ก็เรียกบ่าวไพร่เข้ามาพร้อมหน้า พูดจาสั่งกำชับกับข้าไทแบ่งคนผู้ใดอยู่เฝ้าเรือนผู้ใดไป

พวกผู้ชายให้อยู่ดูบ้านช่องนางมี นางเหมือน เก็บข้าวเก็บของให้ดี”

จากนั้นนางก็เข้าไปในเรือนเจ้าพลางรีบลุกเข้าหอกลางเข้าห้องปิดประตูขังตัวอยู่คนเดียวนอนกอดหมอนข้างคิดคะนึงถึงแต่พิมจนกระทั่งหลับไป

ทันทีที่เป็นเวลารุ่งเช้านางทองประศรีรีบลงจากเรือนใหญ่ให้บ่าวไพร่ หญิงชายห้าสิบคนขนของมากองไว้แล้วจัดแจงของสำหรับเดินทางโดยให้พลายแก้วขี่เกวียนเล่มหนึ่งที่เหลือก็จัดไปตามที่นางทองประศรีสั่งเมื่อพร้อมก็เริ่มเดินทางผ่านป่าดงจนกระทั่งแดดเริ่มแรงจึงให้พักควายกินข้าวแล้วก็ขับไปจนสายเพลาตะวันเที่ยงหยุดพักผ่อนคลาย

เพลาบ่ายก็เริ่มเดินทางอีกคราในท่ามกลางป่าใหญ่เสียงนกร้องก้องไพร เรไรหริ่ง ดังสนั่นวนรอบลางครั้งพลายแก้วได้ยินเสียงชะนีโหยรู้สึกเหมือนเสียงพิมมองดูเห็นอยู่คู่ลูกน้อยถัดไปเห็นค่างเคียงคู่กันดูแล้วเตือนให้คิดประหนึ่งว่าพิมนั่งอิงแอบพูดคุยยิ่งเห็นยิ่งให้อดคิดมิได้ว่าเพลานี้เจ้าจะเป็นเยี่ยงไรหนอ

ในเวลาที่เกวียนหยุดอันเป็นจุดใกล้หนองน้ำทั้งหมดรีบพักควายบ่าวข้าแบ่งหน้าที่กันบางคนหาฟืนมาสุมไฟที่เหลือก็ทำหน้าที่ของตนตามที่ได้จัดไว้ไม่ช้าก็ถึงเมืองสุพรรณพักขบวนที่ท้ายสวนนางศรีประจันนางทองประศรีสั่งบ่าวไพร่ให้ปลูกโรงบางคนไปตัดไม้ในป่า เสียงถากฟัน ไม้ เสียงดังลั่น บางคนแบกบางคนวาง วุ่นวายไป เสียงตอกไม้เสียงขุดตึงตัง จากนั้นปักเสาจนกระทั่งมุ่งหลังคา และฝาด้วยแฝก ทั้งห้าหลังเสร็จแล้วนางทองประศรีและที่เหลือทั้งหมดก็เข้าพัก

ส่วนพลายแก้วเมื่อถึงเพลาค่ำเพลานี้จิตใจยินดีปรีดายิ่งนักด้วยความคิดถึงพิมที่จากไปไกลนานวัน

ห่วงว่าเจ้าคงจะคอยเศร้าโศกเพราะความคิดถึงคงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ทุกคืนวันเป็นแน่”

คิดพลางเดินพลางไปหาพิมชำเลืองไปในท้องฟ้าเห็นพระจันทร์ที่ส่องกระจ่างกลางฟ้าไม่นานก็เดินมาถึงบ้านศรีประจันบริเวณรอบๆบ้านเพลานี้เงียบสงัดปราศจากเสียงสัตว์ใดๆจึงค่อยๆ ย่องมาถึงข้างหอกลางกลิ้งครกตั้งแล้วยกเท้าขึ้นไปทันทีสะเดาะกลอนถอนลั่นออกพอบานหน้าต่างเปิดออกก็ปีนเข้าไปถึงห้องพิมแสงสว่างจากไฟระย้า

ผู้ที่อยู่ในห้องนอนหลับสนิทมีขยับตัวบ้าง บางคราวละเมอเพ้อ บางคราวเกา บางคราวดิ้นจนผ้าเปิดพลายแก้วไปถึงประตูฝาประจันซึ่งถูกใส่กลอนไว้จัดแจงสะเดาะลิ่มหลุดเดินเข้าไปบรรจงรูดม่านเผยให้เห็นพิมหลับจึงเลื่อนกายเข้าไปนั่งใกล้กอดพลาง ปลุกให้ตื่นขึ้น

เจ้าอย่าหลับไหลไปเลยตื่นขึ้นเถิดรา”

พิมตกใจผวาตื่นขึ้นคิดว่าเป็นขโมยเข้ามาจึงร้องหวีดจะวิ่งออกไปพลายแก้วรีบจับมือไว้กล่าวว่า

เจ้าจะสะบัดหนีพี่ไปไหนพี่มาแล้วเจ้าจะตกใจไปใยเพราาะเป็นห่วงอยู่ด้วยเจ้าพี่จึงเข้ามาตั้งแต่วันจากไปใจพี่วิตกกังวลห่วงหา ด้วยคิดว่าเจ้าจะคอยท่าพอถึงบ้านรีบกราบวิงวอนให้แม่พาพี่มาถึงมารดาคัดค้านเยี่่่ยงไรพี่ก็ไม่ฟังเอาแต่ร้องไห้จนเป็นลมล้มฟุบในทีสุดท่านก็รับคำดังใจหวังจากนั้นรีบเดินทางจากบ้านผ่านป่าดงรอนแรมกระทั่งเช้าวันนี้ก็มาถึง”

พิมได้ฟังหายสงสัยยิ้มดีใจขยับเข้าไปหาอิงแอบแนบซบกล่าวว่า

ถ้าแม่ท่านมิเมตตาฉันคงต้องตายหากแม้นพี่มิจริงจังเหมือนดังว่าฉันไม่ขออยู่ดูหน้าผู้ใดไม่คิดอยู่ให้ได้อายโอ้พ่อพลายแก้วพี่จงกรุณาฉันด้วยเถิดรา”

 

 

ตอนที่7ยังมีต่อ….

 

 




Create Date : 26 ธันวาคม 2561
Last Update : 2 มิถุนายน 2562 23:53:22 น. 0 comments
Counter : 378 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]