ธันวาคม 2558

 
 
1
3
4
5
7
8
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 10 อยากรู้อยากเห็น




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

บทที่ 10 ผลของการอยากรู้อยากเห็น

การเดินทางได้เริ่มต้นอีกครั้ง หลังจากขบวนคาราวานเกวียนทำกิจที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว

กองเกวียน เสียเวลาจากการตรวจค้นที่เป็นเหตุให้เสียเวลาไปมากมาย

จึงมีความจำเป็นต้องเร่งรีบให้ถึงจุดพักในเบื้องหน้าโดยเร็วที่สุดซึ่งทุกคนได้แต่คิดว่า ขออย่าให้มีอุปสรรคใดๆ มาขัดขวางอันเป็นเหตุให้เกิดความล่าช้าอีกเลย

ในขณะที่ขบวนเกวียนกำลังเคลื่อนที่อย่างสม่ำเสมอจิตใจของผู้คนในขบวนเกวียน ล้วนอยู่ในอาการตึงเครียด

การเดินทางกับขบวนสินค้า ทุกคนคาดเดาเหตุการณ์ได้ตั้งแต่ก่อนเดินทางแล้วว่าขบวนเกวียนสินค้า เป็นที่หมายปองของเหล่ามิจฉาชีพดังนั้นที่พึ่งทางด้านจิตใจจึงเป็นสิ่งที่มีความสำสัญมาก

ที่พึ่งในยามที่ทุกคนอยู่ในเส้นทางที่เสี่ยงตายเช่นนี้บางคนมีของดี ของขลังที่เชื่อว่า จะคุ้มกันภัยได้ หรือไม่ก็มีแต่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นต้นว่า เจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าป่า เจ้าเขา ผี สาง นางไม้ แล้วแต่ใครจะคิดอะไรได้

ในเพลานี้ บางคนบนบานอธิษฐานถึงเจ้าที่ เจ้าป่า เจ้าเขาในใจ บางคนบางคนพึมพำ งึมงำ แล้วก็ยกมือจบศีรษะอาการเหล่านี้ล้วนอยู่ในสายตาของเจ้าเขียด

ในเพลานี้ไอ้เขียดมีความอยากรู้อยากเห็นว่าแต่ละคน ว่าอธิษฐาน บนบานสิ่งใด หรือมีของดีอะไรติดตัวบ้าง มองซ้ายขวาเห็นพอกเดินหน้าตั้งเดินอยู่ไม่ห่างนัก มันนึกในใจเอาคนนี้แหละ

“นี่ไอ้พอกเอ็งเดินทางมาคราวนี้มีของดีอะไรติดตัวบ้างดูท่าทางเหมือนจะมีของดีติดตัวเหมือนกันนะเรานา ”

“มิมีหรอก ของดี ข้าพกแต่ความดี พูดดีทำดี คิดดี เรารักษาศีล ศีลรักษาเรา พระคุ้มครองเรา”

พอกตอบหน้าเรียบเฉย ตั้งใจเดินมองไปข้างหน้าโดยไม่หันมามองไอ้แม้หางตา ทั้งที่มันตั้งหน้ายิ้มรอสร้างความหงุดหงิดแก่มันยิ่งนัก คำตอบก็ยังฟังแล้ว ไอ้เขียดได้แต่นึกในใจ ว่ารึว่าถามไม่ตรงคำตอบมันจึงยกมือขึ้นเหนือหัวกล่าวว่า

“ส้าธุ คุณพระรักษา เอ็งมิมีเลยรึพวกผ้ายันต์ ตะกรุด ของขลัง ท่าทางเอ็งเหมือนเป็นศิษย์มีครู”

เขียดถามต่อ อย่างไม่ลดละยอมแพ้

“ทุกคนก็มีครูทั้งนั้นแหละ เกิดมาก็มีครูเลยโดยเฉพาะครูคนแรกของทุกคนก็คือ แม่ ท่านสอนเราทุกอย่าง เราเกิดมาร้องอุแว้ๆ หิวนมก็สอนให้กินนม โตมาหน่อย ก็สอนให้กินข้าว สอนให้รู้จักการขับถ่าย”

เขียดตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเริ่มอ้าปากค้าง ด้วยทึ่งในคำตอบของพอก หรือว่าสับสนในคำถามตัวเองกันแน่ แต่ที่แน่ๆมันรู้สึกคนตอบคำถามมันไม่ตรงกับที่อยากรู้ เท่าใด มีรึที่คนอย่างไอ้เขียดจะยอมแพ้มันต้องได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจสักคำถามบ้าง

“เอ็งได้บนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์สาบาน หรือให้สัญญากับใครบ้างหรือเปล่า”

ด้วยคำถามที่ไม่ลดละของเขียดทำให้พอกรู้สึกอ้าปากค้างบ้าง

“ข้ายอมเอ็ง ขอยกเอ็งให้เป็นจอมถามประจำกองเกวียนว่ะ”

แล้วพอกก็เดินต่อไป เร็วกว่าเดิมเพื่อหนีนักตั้งคำถาม ทำให้เขียดต้องมองหาเหยื่อใหม่ คำถามใหม่

ในเพลาที่มันกำลังนึกคำถามใหม่เพื่อให้ได้คำตอบที่มันต้องการอยู่นั้นมันไม่ใคร่ได้มองพื้นของหนทางที่กำลังเดินอยู่เท่าใดนัก บังเอิญเท้าไปสะดุดกับบางสิ่งที่อยู่ตามทางล้มคะมำเสียงดังเพียงพอที่จะให้ทุกคนในบริเวณนั้นมามอง

เป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ หน้าของมันจมไปในมูลกองใหญ่สีเขียวคล้ำของสัตว์ป่าที่ถ่ายทิ้งไว้ พอมันเงยหน้าขึ้นมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนในขบวนเกวียนไม่น้อยทีเดียว

“ฮ่าๆๆ หน้าไอ้เขียดทิ่มขี้ ฮ่าๆ”

เสียงหนึ่งขึ้นมา และก็มีเสียงต่อมาที่ผ่านมันไปพากันหันมาหัวเราะใส่มัน สร้างความหงุดหงิด อับอาย แก่มันยิ่งนัก

แม้ว่าในเพลานี้ จะรู้สึกทั้งเจ็บทั้งเหม็นแต่ก็ต้องรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือเอาของที่เหม็นๆอยู่บริเวณใบหน้าออกไปให้หมดอย่างรวดเร็วที่สุด ทำอย่างไรดี

สิ่งที่ไอ้เขียดนึกได้ในขณะนี้ก็คือ น้ำเพื่อล้างหน้าฉับพลันนั้นเองมันรู้สึกว่ามี กะลาที่มีน้ำยื่นมาตรงหน้าของมัน ทำให้มันมองเห็นเงาหน้าตัวเองที่เปรอะเปื้อนอึอย่างชัดเจนมันขยับมือจะรับน้ำมา แต่ก็ชงักคิดกลัวประวัติจะซ้ำรอยหวายเมื่อวันก่อน

“เอาน้ำมาจากไหน มีใครส่งให้หรือเปล่าน้ำสะอาดหรือเปล่า”

เขียดถามสายตาก็จ้องดูน้ำหาความผิดปกติ ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นเงาหน้าของตนเองที่เลอะเปรอะเปื้อนสิ่งปฏิกูลสีคล้ำเขียว

“มิมีใครส่งให้ น้ำของข้าตักมาเองน่าจะสะอาดนะ จะเอาหรือไม่”

เขียดมองดูคนที่ตักน้ำให้อย่างไม่หายสงสัย เพราะว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าในขณะนี้เอาผ้าขาวม้าพันปิดหน้ามองไปเห็นแต่ลูกกะตา รูปค่อนข้างบอบบางเขียดพยายามนึกเป็นใคร ยิ่งนึกมันยิ่งนึกไม่ออก

อันที่จริงมันยังไม่หายมึนงงจากการได้รับคำตอบจากพอก และล้มเมื่อสักครู่ ความหวาดระแวงสงสัยของมันก็เกิดขึ้นมาอีกปกตินิสัยของมันเป็นคนขี้หวาดระแวงอยู่แล้ว แต่ก็ยังรับน้ำมา ลองดมดูก็พบว่ามิมีกลิ่นใดๆ จึงจัดการล้างหน้าเท่าที่ทำได้ ความสะอาดก็พอได้แต่ความเหม็นยังคงมีอยู่

“อึอะไรวะเหม็นจริง”

“จะลองไปดมดูที่กองอึอีกครั้งมั้ย”

เจ้าของน้ำในกะลาถาม

“ไม่หรอก ตอนนี้ก็ดมตลอดเพลาอยู่อแล้วถึงลำห้วยเมื่อใด จะล้างให้สะใจเชียว”

ขณะที่เขียดบ่น พูด ขบวนเกวียนยังมิได้พักการเคลื่อนไหว เสียงเกวียนที่เคลื่อนที่ระคนกับฝีเท้าของคนและสัตว์พาหนะ ผู้ที่ผ่านไปก็ได้แต่มองแล้วก็ผ่านไป

เขียดมิมีเวลาคิดรีบเดินทางต่อระหว่างเดินคว้าผ้าขาวม้ามาเช็ดหน้า สลับกับมองทางตอนนี้มันรู้แล้วว่าถ้าหลงลืมสติเมื่อใด ความซวยมาเยือนได้ทุกเพลา หันซ้าย หันขวา เจอคนที่ยื่นน้ำให้

“ขอบใจ ในน้ำใจของเอ็งนะเป็นไงบ้างการเดินทางคราวนี้”

เขียดชวนคุยตามนิสัยของคนมีความปฏิสัมพันธ์ดี

“ไม่รู้สิ ข้อเพิ่งเดินทางกับขบวนเกวียนเป็นครั้งแรกแต่ก็พอใจนะที่ได้มากับขบวนเกวียน อีกไม่ไกลแล้วใช่หรือไม่ จะถึงจุดพักข้างหน้า”

คนที่ปิดด้วยผ้าขาวม้าหน้าถาม

“น่าเป็นเช่นนั้น”

เขียดเพลานี้เริ่มไม่ใคร่ต้องการพูดใดๆแล้วเพราะว่ายิ่งพูดมากกลิ่นที่ติดใบหน้ายิ่งรบกวนแต่แล้วขบวนเกวียนได้รับสัญญาหยุดกระทันหัน

“มีอะไรอีกวะ”

เสียงเขียดบ่นพร้อมกับรีบวิ่งไปที่ด้านหน้าของขบวนเกวียน




Create Date : 21 ธันวาคม 2558
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:38:38 น.
Counter : 344 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments