ทักษภณ
<<
พฤษภาคม 2561
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
12 พฤษภาคม 2561

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 5/1 ขุนช้างขอนางพิม





ขุนช้าง ขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ

ตอนที่ 5/1ขุนช้างขอนางพิม

ขอกล่าวถึงขุนช้าง ตั้งแต่วันฟังเทศน์มหาชาติเฝ้าคิดถึงแต่พิมพิลาไลยตกอยู่ในห้วงแห่งความรักตลอดเวลา อยู่ในอาการเศร้าสร้อย หลับตื่นก็ละเมอถึงแต่พิมเวลาผ่านไปเป็นเดือน ก็ยังไม่สร่างซา รู้สึกรุ่มร้อน นั่งนอนไม่มีความสุข เอาแต่นอนกอดหมอนไม่กินข้าวปลา เหม่อลอยเฝ้าคิดถึงแต่พิม ผู้ใดกล่าวอันใดก็ไม่ได้ยิน ข้าไทในเรือนไม่มีใครกล้าเสนอหน้า

อีกริมยืนอยู่ที่บันได ในเพลาจวนรุ่ง ขุนช้างงุ่นง่านอยู่ในห้องมองผ่านหน้าต่างหูแว่วได้ยินคล้ายดังเสียงของพิม จึงรีบเดินไปเปิดประตู เหลียวมองหาไม่เห็นมีใครก็กลับเข้าไปในห้องนอน ร้องละเมอเรียกพิมไปเรื่อยเปื่อย อีกริมได้ยิน คิดว่าเรียกจึงรีบขาน และเข้ามาหา ขุนช้างได้ยินเสียงขานรับฟังดูหวานจับใจ รู้สึกดีใจหนักหนา รีบแต่งหน้าแต่งตัว ทั้งที่ยังมองเห็นสิ่งที่อยู่รอบกายไม่ถนัดในท่ามกลางแสงขมุกขมัว อีกริม คลานมาจนถึงข้างมุ้ง ขุนช้างเห็นรีบคว้ามากอดด้วยความดีใจกล่าวระล่ำระลักว่า

“แม่เอ๋ยใยมาในเวลาจวนรุ่ง”

จากนั้นก็กอดจูบ ลูบคลำไปทั่วกาย อีกริมดิ้น ขุนช้าง หงุดหงิดบ่น

“จะดิ้นไปทำไม”

อีกริมดีใจนึกว่านายรัก จึงนิ่งเงียบแม้ว่าขุนช้างจะทำเยี่ยงไรก็นิ่งเงียบ ขุนช้างเล้าโลมลูบคลำไปมารู้สึกว่าทุกสิ่งที่ลูบคลำ มันจะหย่อนยาน ห้อยย้อยมากไป ทำให้คิดว่าไม่น่าจะใช่พิมพิลาไลยที่ตนหมายปอง จึงถามไปว่า

“ผู้ใดปลอมตัวมา”

อีกริม ยิ้มจนเห็นฟันดำตอบว่า

“อีกริมเจ้าคะนายเรียกฉันเข้ามาแล้วว่าปลอม ครั้นมิยอมกลัวนายจะไม่พอใจ”

จากคำตอบที่ได้รับขุนช้างถึงกับอึ้งตกตะลึง ไปชั่วขณะบ่นโวยวายว่า

“มันเกิดอันใดขึ้น ข้าเรียกน้องพิมใยได้อีกริมรีบวิ่งเข้ามา กูเรียกพิม อีกริมขานรับ กูกำลังพล่านมิทันได้ดูหน้ามึงก็มีดในเรือนเหมือนกับพร้า ข้าเลยไขว่ขว้าเคล้าคลึงลูบคลำจนถึงใจ เอาวะไหนๆก็ๆไหนๆ แล้ว”

จากนั้นก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ในคงคาเรือแพกระฉอกสั่นไหว ขุนช้าง เพลิดเพลินเจริญใจ หยอกเย้าเคล้าคลึง ลูบคลำอีกริมจนรุ่งสางขุนช้างออกมาจากห้อง มาล้างหน้าที่หน้าต่าง หยิบพานหมากมาวาง รู้สึกจิตใจพลุ่งพล่านคิดถึงแต่พิม อมหมากอ้าปากค้าง รีบออกจากเรือน เข้าไปกราบแม่เทพทอง นั่งนิ่งไม่พูดจา

แม่เทพทองผู้มารดาเห็นหน้าขุนช้างสีหน้ามัวหมอง ท่าทางผิดปกติ ยกมือทั้งสองลูบศีรษะขุนช้าง ด้วยความเอ็นดู

“เจ้าซูบผอมเอวไหล่บางลง หน้าดำคล้ำเหมือนดินหม้อขี้ไคลดูท่วมคอ มีทุกข์โศก เป็นโรคกระไร จึงหม่นหมองเป็นหนักหนา บอกแม่มาอย่าปิดบังดูซิถามก็ไม่พูด ปวดหัวบ้างฤาไม่”

ขุนช้างฟังแม่ถามคิดจะบอก ได้แต่อัดอั้นพูดไม่ออก สะอึกสะอื้น สุดท้ายร้องไห้โฮ ใช้มือเช็ดน้ำตาพลาง กล่าวว่า

“หลังจากแก่นแก้วตายแล้วเป็นหม้ายทรมานมาปีกว่า ลูกไม่มีความสุข เฝ้าคิดถึงเมียรักเป็นหนักหนา ทุกเช้าค่ำได้กินแต่น้ำตาทุกข์ของลูกนี้หนักนัก เหมือนคนโค่นต้นไม้ทับกระดูกแตกแหลกละเอียด อกเป็นหนอง โรคนี้ร้อยปีมิมีวันหายมีแต่หนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันตาย

เงินทองมีอยู่มากมาย จะหายหรืออยู่มิได้สนใจ หญิงอื่นหมื่นแสนลูกไม่เห็นว่าผู้ใดจะเป็นแม่เรือน ช่วยประคับประคองรักษาทรัพย์ลูกเที่ยวดูทั้งเมืองสุพรรณ เห็นแต่พิมพิลาไลยที่อยู่บ้านท่าพี่เลี้ยงลูกยายศรีประจันเท่านั้น รักกันกับข้ามาช้านาน

กลัวว่าจะมีท้องจะได้อายเพื่อนบ้าน คอยรบเร้าให้ไปสู่ขอเร่งเร้าเช้าค่ำลูกรู้สึกรำคาญและสงสาร ผู้ที่จะช่วยได้มีแต่มารดาเท่านั้น แม่จงปราณีกับลูกช้างไปขอนางดูสักหน ถ้าแม่ของหล่อนไม่ยินยอม ลูกจะพาพิมหนีจากเรือน แต่ถ้าแม่ของพิมยินยอมพร้อมใจเรื่องสินสอดจะไม่ให้อายผู้ใดเป็นแน่ เดือนนี้ข้างขึ้นเป็นวันดีลูกจะเสกขี้ผึ้งให้แม่สี แม่จงเมตตาปราณีวันนี้เป็นวันดี แม่จงรีบไปเถิด”

นางเทพทองผู้เป็นมารดาได้ฟังคำของขุนช้างหาเชื่อไม่ ตอบกลับคำขอของขุนช้างว่า

“พิมพิลาไลยเป็นหญิงงามล้ำในเมืองสุพรรณส่วนเอ็งรูปอัปลักษณ์สุดทน พยายามไปจะเสียแรงเปล่า แม่จะเปรียบเทียบให้เข้าใจมากขึ้นพิมนั้นงามเด่นดังจันทรา ส่วนเอ็งนี้เหมือนเต่านาในโคลนตม มาปรารถนาชมจันทร์ เอ็งพอจะเข้าใจได้แล้วฤาลูก

เงินทองที่มีกองไว้ทำไม เอ็งก็ขนเข้าไปในกรุงศรีอยุธยา เลือกหางามๆที่ต้องใจ หรือจะหารูปร่างดุจกินนรก็ได้ เอ็งอย่ากังวลไป เงินทองมีมากมายจะไปงอนง้อเขาทำไม แล้วที่เป็นเพื่อเล่นกันมา เมื่อยังเป็นเด็กมันด่า เอ็งไอ้หัวล้านชัดทุกคำกูรำคาญ”

ขุนช้างกล่าวแก้ว่า

“เป็นผัวเมีย ฤาจะกลัวการบ่นด่าตอนเป็นเด็กไม่ยำเกรง เพราะเล่นตามประสา จึงโดนด่า ครั้นโตเป็นหนุ่มสาว ได้อิงแอบเกิดความรักขึ้นรู้สิ่งควรมิควร จะวิตกในข้อนั้นไปใย สงสารเจ้าพิมพิลาไลย ลูกได้ให้สัญญาเป็นถ้วนถี่รับคำมาเป็นมั่นเหมาะ ว่าจะมาแต่งในสามราตรี พิมว่าถ้าลูกไม่ไปขอ จะผูกคอตายเสียหาอยู่ไม่ลูกคิดว่าถ้านางตาย ลูกมิขออยู่เป็นคน จะเอามีดพร้าผ่าหัว สับเนื้อตัวให้ปี้ป่นแม่ไม่ปราณี ลูกก็จนใจด้วยมิรู้ว่าจะไปพึ่งผู้ใด”

จากนั้นยกเท้าของมารดาขึ้นมาบนศีรษะ แล้วเกลือกกลิ้งไปมาร้องไห้สลับกับเอามือทุบหัวล้าน ทั้งที่น้ำตาน้องหน้า นางเทพทองทนไม่ไหวร้องตวาดว่า

“อ้ายนอกครูอุบาทว์ ห้ามไม่ฟัง มึงกล้าพูดโกหกว่าเป็นชู้ไปมาหาสู่พิม ไม่คิดเจียมตัวอ้ายหัวพรุน รูปร่างอ้วนกลมเหมือนกระชุนุ่นกูไม่เห็นใครเขาจะชอบใจ นางพิมพิลาไทยเขางามนัก อกเอวอ้อนแอ้นดังกินนร ฤาจะมาสมสู่กับหมูหมาให้เพื่อนบ้านติฉินนินทาได้ มึงช่างพูดแต่เรื่องไม่จริง เป็นไปไม่ได้ กูไม่อยากเดินไปให้เหนื่อยเมื่อยหัวแม่ตีนเปล่าๆ อย่ามาร้องไห้เซ้าซี้ กลับเรือนให้พ้นกู”

ขุนช้างโดนแม่ด่า มิอาจทนอยู่ได้ รีบลุกกลับออกมาถึงเรือนเปิดมุ้งเข้านอนคุดคู้คร่ำครวญ

“โอ้พิมของขุนช้างเอ๋ยเมื่อใดจะได้เคียงคู่หนออกพี่นี้ดังไฟสุม เจ็บเจียนตายแล้ว รักใครไม่เหมือนรักพิม เจ้างามรูป งามจริต งามทุกสรรพสิ่งส่วนตัวข้านั้นกระไรเลยหัวล้านเลี่ยนเตียนโล่ง

ถ้ากูพบฤาษีชีพราหมณ์ จะให้ชุบให้เหมือนพระราม กรีดกรายให้นางสีดามารักแต่อนิจจาตัวพี่นี้ มิมีอันใดที่น่าดู จะเกี้ยวผู้ใดก็ทำไม่เป็น ที่ผ่านมามีแต่เล่นปล้ำเอากูจะนอนหน้าคว่ำนิ่งด้วยความ ทรมาน ทรกรรม อยู่ใย

เพลาบ่าย พิมจะออกจากบ้านกับข้าไทไปเล่นน้ำ กูจะพาบริวารไปเดชะบุญของขุนช้าง ถ้าพอจะติดสินบนผู้ใดได้บ้าง สิ้นไปสักเก้าชั่ง สิบชั่งจะเป็นไรเยี่ยงนี้คงได้การเป็นแน่”

หลังคิดได้เยี่ยงนี้ รีบลุกดูท้องฟ้าเห็นว่าตะวันบ่ายแล้ว

“อุแม่..ตะวันบ่ายได้เวลาแล้ว”

ขุนช้างเรียกข้ามาหลายคนหยิบถุงใส่เงินได้ห้าชั่งผุดลุกผุดนั่งวุ่นวายไปมานุ่ งผ้ายก แต่งตัวทาน้ำมันจันทน์หอมฟุ้ง คาดเข็มขัดดูรุ่มร่ามไม่เข้ากันกับผ้านุ่ง มีขนอกขึ้นเต็มจนถึงพุง รีบไปจากเรือนติดตามด้วยบ่าวไพร่จำนวนมาก เป็นขบวนใหญ่ ขุนช้างเห็นผู้คนต่างมุงดู จึงกล่าวว่า

“ผู้ใดทำให้ขายหน้ากูจะเฆี่ยนหลังให้ลาย”

ครั้นไปถึงท่าน้ำที่พิมพิลาไลยอาบ หันมากระซิบกระซาบกับบ่าวไพร่ให้แอบซุ่มอยู่แต่ไกล เขามาก็อย่าให้เห็นตัว ส่วนขุนข้างแอบที่พุ่มชิงชี่ต้นหนึ่งฉวยผ้าขาวม้าคลี่พันหัว นั่งยิ้มหน้าบาน คอยพิมด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

ตอนที่ 5 ยังมีต่อ...




Create Date : 12 พฤษภาคม 2561
Last Update : 13 มกราคม 2562 19:05:24 น. 0 comments
Counter : 463 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]