กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ (หวายดง) ตอนที่ 28 จ้อน และ พอง พอง




เกวียนทมิฬ (หวายดง) โดย ทักษภณ

ตอนที่ 28 จ้อน และพอง พอง

หวายขี่ม้าจนถึงด้านหน้าของขบวนเกวียนเห็นอึ่งนั่งนิ่งบนหลังม้า จึงควบม้าไปยังจุดที่อึ่งหยุดอยู่

“มีเรื่องอันใดรึอึ่ง”

“คล้ายเสียงหมาเห่าดังแว่วๆ มา สงสัยหูของอึ่งจะฝาด กลางป่าไม่มีบ้านคนทำไมมีหมาเห่า มันเห่าอะไร”

อึ่งกล่าวทั้งที่เงี่ยหูตั้งใจฟังเสียงด้วยความสงสัย จากนั้นก็ใช้นิ้วแย่เข้าไปในรูหูคล้ายกับว่าไม่เชื่อหูตัวเอง หวายรู้สึกว่าได้ยินเหมือนกับอึ่งจึงรีบสั่งให้อึ่งส่งสัญญาณไปยังขบวนเกวียน

“เองได้ยินถูกต้องแล้วรีบส่งสัญญาณไปที่ขบวนเกวียน น่าจะมีสิ่งที่น่าสงสัยข้างหน้า มา..อึ่งไปดูด้วยกัน”

พูดจบหวายขี่ม้านำหน้าไปอึ่งหลังจากให้สัญญาณแล้วรีบตามไป เสียงสุนัขเห่าเป็นระยะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะที่ใกล้เข้าไปขณะที่โผล่พ้นจากเนินโค้ง คนทั้งสองต้องผงะชักม้าให้หยุดอย่างกระทัน

เพราะสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของคนทั้งสองก็คือสุนัขคล้ายกับที่อึ่งวิ่งไล่เมื่อวันก่อน กำลังเห่ากรรโชกสิ่งหนึ่งที่อยู่ตรงหน้า มีสีดำทะมึนใหญ่โตยืนขวางเส้นทางที่เกวียนกำลังจะผ่านไป ดูจากใบหู และหางที่กวัดแกว่งแสดงว่าเป็นการยืนอย่างสบายอารมณ์ ไม่ตื่นตกใจกับเสียงเห่าของสุนัข

“เป็นไอ้งาเดียวใช่ไหมหัวหน้า”

อึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นระรัวหลังจากจ้องมองชั่วครู่ เห็นงาข้างเดียว มีลักษณะโค้งยาวสวยงาม

“ใจเย็นอึ่ง ไอ้งาเดียวแน่นอนมันยืนขวางทาง มีการเคลื่อนไหวแค่ ใช้หางปัดไล่แมลงเท่านั้น การมายืนขวางกลางเส้นทางตำแหน่งที่ยืนเป็นจุดสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทาง

ครั้นโผล่พ้นมุมบังตาก็เจอมันเลย ไม่ว่าใครเป็นคนหรือสัตว์พาหนะ เจอในระยะขนาดนี้ ได้ตกใจแน่ และถ้าไอ้งาเดียววิ่งเข้าใส่อีกมีวิ่งกันกระเจิงแน่และมันก็เคยทำแบบนี้ วิ่งกันกระเจิงมาหลายกลุ่ม หลายครั้งแล้ว

ข้างทางด้านหนึ่งเป็นเนินสูง อีกด้านแม้ไม่ใช่เหวแต่ก็เป็นแนวลาดเชิงเขา ถ้าโดนวิ่งเข้าใส่ได้กระเจิงสนุกแน่ โชคดีที่หมามาช่วยเห่าเตือนให้รู้ล่วงหน้าไอ้อาหารเช้าของแกก็มีประโยชน์ว่ะ”

ในขณะที่หวายกล่าวสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเสียยืดยาวตอนท้ายอดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องเมื่อเช้า ตัวเขาเองก็รู้สึกขนลุกซู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเช่นกันในใจคิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี เป็นเรื่องที่ต้องทำโดยเร่งด่วนอย่างที่สุดและเขาก็คิดสิ่งหนึ่งได้

“อึ่งไปบอกให้ขบวนเกวียนหยุดการเดินทางชั่วคราวและเอาหน้าไม้ที่อยู่ที่เกวียนข้ามาด้วยด่วน อย่าลืมลูกดอกด้วยละ”

“ส่งสัญญาณบอกที่ขบวนเกวียนเลยดีไหมหัวหน้าจะได้ไม่ต้องไปให้เสียเวลา หน้าไม้จะเอาทำไมขอรับ เอามายิงช้างรึไม่ระคายผิวมันหรอก ยกเว้นเข้าไปยิงจ่อๆ ก็คิดว่ายังไม่ได้ผล

ไม่รู้ว่าเพลานี้มันตกมันรึเปล่าถ้าตกมันละก็สนุก มันได้วิ่งสวนเข้ามาแน่ ถ้าวิ่งเตลิดไปถึงขบวนเกวียน มีแต่แหลกกับพัง สินค้าที่ขนมาไม่เหลือแน่”

อึ่งกล่าวแสดงความเห็นหวายมองหน้าอึ่งแยกเขี้ยวเข้าใส่ กล่าวอย่างหงุดหงิด

“ไปทำตามคำสั่งข้าบัดเดี๋ยวนี้เร็วๆ ประเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์ จะไปหรือไม่ไป ถ้าไม่ไปข้าไปเอง แกเฝ้าอยู่นี่”

“ไปก็ได้แสดงความเห็นบ้างก็ไม่ได้”

พูดเสียงอ่อยๆ ยังไม่จบอึ่งก็บึ่งม้าไปอย่างรวดเร็วไม่กี่อึดใจกลับมาพร้อมกับสิ่งที่หวายต้องการ และมีผู้ติดตามหนึ่งคนวิ่งตามหลังมา

“เฮ้ยใครวิ่งตามมาวะข้าให้ไปเอาของ เอาคนมาทำอันใด รีบเอาหน้าไม้มาให้ข้าเร็วๆ แล้วรีบหลบไปด้านโน้น”

หวายกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังตำแหน่งที่เห็นว่าปลอดภัยหลังจากเห็นมีผู้วิ่งตามม้าที่อึ่งควบมา อึ่งอดไม่ได้ที่จะทักท้วงหัวหน้าของตนอีกครั้ง

“จะเอาหน้าไม้ยิงช้างจริงๆรึ ไม่ได้ผลหรอก เชื่อไอ้อึ่งเหอะ ทำเคยทำมาแล้ว วิ่งป่าราบมาแล้ว ใช้คนมากๆโห่ไล่น่าจะดีกว่า”

“ใช้คนโห่ไล่เสียเวลาและไม่แน่ใจว่ามันจะหนีรึเปล่า เพราะมันไม่กลัวคน มันไล่คนมาหลายหนแล้ว ใครว่าข้าจะเอาหน้าไม้มายิงช้างข้ามีวิธีใช้งานของข้า ฝีมือการยิงหน้าไม้ระหว่างข้ากับเองมันคนละชั้น แต่ว่าเองพาคนทำไมทั้งยังให้เขาวิ่งตามมาอีก บ้ารึเปล่าวะ ไอ้นี่ชอบทำเกินคำสั่ง”

“มันขอตามมาบอกว่าต้องการพิสูจน์ข้อสงสัยบางอย่าง มันรู้ว่ามีช้างขวางทางข้างหน้าอีกด้วย มันบอกว่าสามารถไล่ช้างไปได้ไม่ต้องให้หัวหน้าเปลืองแรง เห็นว่าน่าสนใจดีก็เลยให้ตามมา ลองฟังวิธีการของมันดูลางทีอาจจะดีกว่าของหัวหน้าก็ได้”

“ทำเยี่ยงไรวะข้าใคร่รู้นัก ข้าคิดว่าวิธีของข้าเด็ดแล้วนะ”

ขณะที่หวายกำลังคุยกับอึ่งและผู้ที่วิ่งตามมาเขียวกับเขียดก็มาถึง หวายกวักมือเรียกผู้ที่วิ่งตามม้ามาเมื่อสักครู่ให้เข้ามาหา ส่วนผู้อื่นให้ถอยห่างออกไปท่ามกลางเสียงของสุนัขที่เห่าบ้าง หยุดเกาตัวมันเองบ้าง เกาไปด้วย เห่าไปด้วยบ้าง ตามประสาของมัน

“แกมีวิธีไล่ช้างรึ”

หวายถามหางตาชำเลืองมองช้างเป็นระยะ ในขณะชายหนุ่มผิวค่อนข้างคล้ำเดินยิ้มฟันขาวเขามาหา

“มีขอรับ”

“ทำเยี่ยงไร”

“ใช้สิ่งนี้ขอรับหัวหน้า”

ชายหนุ่มล้วงเข้าไปในย่ามที่สะพายมายื่นสิ่งหนึ่งมาให้ดู หวายมองดูสิ่งที่อยู่ในมือมีลักษณะ กลมเรียว ทำจากไม้มีสีดำ ขนาดเท่านิ้วก้อยยาวประมาณคืบ มีรูที่เจาะเป็นระยะ

“เป็นเครื่องเป่าบังคับช้างข้าน้อยคิดค้นขึ้นมาเอง”

“มันใช้เยี่ยงไรแน่ใจนะว่าจะใช้ได้ผล เป่าแล้วควรที่ช้างหนีไป ไม่ใช่เป่าแล้วช้างวิ่งมาหา”

หวายถามด้วยความสงสัย ด้วยไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยิน สิ่งของแบบนี้มาก่อน

“เคยลองใช้หลายครั้งแล้วได้ผลดีขอรักหัวหน้าเพลานี้อยากจะแสดงให้หัวหน้าได้เห็น ของสิ่งนี้ใช้เป่าขอรับ แค่ข้าน้อยเป่าเสียงออกมาจะทำให้ช้างวิ่งหนีโดยไม่เหลียวหลังโดยทีเดียว เคยลองใช้กับช้างป่ามาหลายหนแล้วได้ผลดีต่อจากนี้กำลังหาวิธีเป่าแล้วให้มันวิ่งไปทางซ้าย ไปทางขวา เดินหน้า ถอยหลังอยู่”

หวายได้ยินผู้ที่อยู่ข้างหน้าบรรยายคุณสมบัติของสิ่งที่อยู่ในมือแล้ว คิดหนัก แต่ไม่ต้องการเสียเวลามากไม่มีเวลาซักถามสิ่งใดได้อีกแล้ว ทำให้ต้องรีบเร่งตัดสินใจ

“ลองวิธีของไอ้หนุ่มนี้ดีกว่าถ้าหากได้ผล อันตรายน่าจะน้อยกว่าวิธีของข้า ลองดู ถ้าไม่ได้ผลค่อยใช้วิธีของข้า”

หวายผงกหัวให้ชายหนุ่มเริ่มงานได้จากนั้นเขาไปมองหาที่กำบัง และส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ หาที่กำบัง

ชายหนุ่มหันมายิ้มจากนั้นเริ่มการไล่ช้างตามวิธีการของเขาโดยการเอาสิ่งที่บอกว่าเป็นสิ่งของสำหรับไล่ช้างใส่เข้าไปในปากอมส่วนปลาย จากนั้นออกแรงเป่า ปรากฏเสียงประหลาดพิกลดังออกมา หวายไม่อาจเข้าใจในเสียงนั้นได้เขาคิดว่าคงเป็นเพราะว่าเป็นเสียงสำหรับไล่ช้าง

หวายมองไปที่ช้างพยายามสังเกตอาการกิริยาของช้างอาการของมันยังเหมือนเดิม แต่มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นคือ เสียงของสุนัขหยุดเห่าจากนั้นหวายเห็นมันหันมาทางหาชายหนุ่มแสดงอาการดีใจ กระดิกหาง อย่างสุดแรง กระโดดเอาขาหน้าตะกุยชายหนุ่ม จนทำให้เป่าเครื่องไล่ช้างต่อไปไม่ได้

ฉับพลันหวายสังเกตเห็นช้างมีอาการเคลื่อนไหวเขาคิดว่ามันคงจะวิ่งหนีไปเป็นแน่ แต่ผิดคาด มันหันหน้าทางที่มีคนอยู่ทำท่าจะวิ่งมา ไม่มีสิ่งใดดีไปกว่านี้แล้ว หากช้าเพียงนิดเดียวความบรรลัยได้มาเยือนแน่

เขารีบเล็งหน้าไม้ไปที่รังผึ้งบนต้นไม้ข้างทางมีใบไม้คลุมไว้บางส่วน ถ้าไม่ใช่คนสังเกตจะมองไม่เห็น รวงผึ้งอยู่ไม่สูงมากนักอยู่ด้านหน้าของช้างมาทางทิศทางของขบวนเกวียนพอดี

การยิงรังผึ้งจะเป็นการสกัดไม่ให้ช้างวิ่งมาทางขบวนเกวียนและไล่ช้างไปในตัว แม้ว่าจุดที่เขายืนจะมีระยะไกลพอสมควร แต่รังผึ้งที่ใหญ่พอ เขาคิดว่าไม่น่าจะยิงพลาดเป้าหลังจากปล่อยลูกดอกไปแล้ว

ภายในพริบตาเดียว เขายิงติดต่อกันไปได้สามสี่ดอกจากนั้นก็วิ่งไปหาที่หลบอย่างรวดเร็ว เขามองไปที่รังผึ้ง เห็นผึ้งบินออกมาบริเวณนั้นปกคลุมด้วยสีดำทะมึนวิ่งเข้าหาสิ่งมีชีวิตในบริเวณนั้นมีเพียงเจ้างาเดียวเท่านั้น

ดังนั้นมันจึงเป็นเป้าหมายโจมตีการยิงของหวายได้ผลชะงัดไอ้งาเดียวร้องเสียงดังแปร๋นๆ วิ่งไปในป่าข้างทางเสียงดังของป่าและเสียงร้องของไอ้งาเดียวดังออกไปไกลไปเรื่อย ๆ หลังจากฟังดูเห็นว่าน่าจะปลอดภัยแล้วหวายจึงเรียกคนของเขามา

“ใครก็ได้ส่งสัญญาณให้ขบวนเกวียนเริ่มเดินทางได้ไปเก็บรวงผึ้งมาด้วย”

หวายเห็นไอ้หนุ่มอาสาสมัครไล่ช้างเอาผ้าขาวม้าคลุมตั้งแต่หน้าจนถึงคอกำลังจะวิ่งผ่านหน้าเขาไป

“แกนะชื่ออะไร”

“จ้อนขอรับ”

ผู้ถูกถามบอกชื่อแล้ววิ่งไปหาเศษหญ้า เศษไม้มาสุมไฟ ท่ามกลางเสียงสัญญาณให้ขบวนเกวียนเดินทางได้

“หัวหน้าหวายขอรับขบวนเกวียนมาถึงวัวเจอผึ้งไม่แตกตื่นรึ หวังว่าผึ้งจะไปหมดก่อนขบวนมาถึง”

เขียวกล่าวกังวลเกี่ยวกับผึ้งที่บนวนอยู่ในจุดที่ช้างยืนอยู่เมื่อสักครู่

“น่าจะทัน ไปช่วยกันสุมไฟจะได้รีบขึ้นไปเอารวงผึ้งระวังไฟลามไหม้ป่าด้วย”

เขามองไปที่จ้อนเห็นล้วงสิ่งหนึ่งมาจากย่ามคล้ายกระปุกเปิดออกมา เอามือป้ายสิ่งที่อยู่ในนั้นมาทาตามหน้าและตัว ในจุดที่ไม่มีผ้าปกปิดจากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว พอไปถึงกิ่งที่มีรวงผึ้ง ล้วงผ้าอีกผืนหนึ่งจากย่ามผูกไว้กับกิ่งไม้ แกะรวงผึ้งใส่ลงไป

จากนั้นกวักมือเรียกผู้ที่อยู่ด้านล่างให้เข้ามารับรวงผึ้งขนาดใหญ่ถูกโยนลงมาพร้อมกับผ้า ที่ห่อรวงผึ้งไว้ จากนั้นจ้อนลงมาจากต้นไม้ทั้งหมดใช้เวลา ไม่กี่อึดใจ ทำให้หวาย อดชมเชยไม่ได้

“ไอ้จ้อนมันแน่จริงๆพวกเราช่วยกันดับไฟได้แล้ว กันไฟไหม้ป่า รวงผึ้งเก็บไว้ก่อน ไว้ไปถึงที่พักค่อยแบ่งกันจ้อนมาคุยกันหน่อย”

หวายเรียกจ้อนมาคุยด้วยเห็นคนผู้นี้มีดีพอตัวและมีบางอย่างที่ยังข้องใจ เกวียนมาถึงเขาโบกมือให้ขบวนเกวียนผ่านไปก่อน สั่งให้ทุกคนทำหน้าที่ตามปกติ

“ไอ้แดงหมาแกรึ”

หวายมองสุนัขที่วิ่งไปมาเริ่มการซักถามชายหนุ่ม ท่ามกลางความจอแจของเกวียนที่เคลื่อนที่ผ่านไป

“เองเอาหมามาด้วยทำไม”

เสียงอึ่งผู้มีเรื่องคาใจเกี่ยวกับจ้อนมากมายให้เขียดไปทำหน้าที่แทนตนชั่วคราว

“มันแอบตามมาเอง ตอนที่พี่อึ่งไล่ก็สงสัยแต่ยังไม่แน่ใจมันชื่อไอ้พอง หางมันจะมีขนพองๆ ดูสิ”

มองตามไปหางสุนัขที่วิ่งดมไปมาไม่หยุดท่ามกลางเสียงเกวียน เห็นว่าหางมันพองฟู่คล้ายกับหางกระรอก หวายมีต้องการจะอยู่ท้ายขบวนเกวียนจึงชวนคุยต่อไปเรื่อยๆ

“อึ่งใครคุมด้านหน้าขบวนเกวียนระวังไอ้หลอไม่รู้ว่าจะโผล่มาเพลาใด ข้าว่ามันต้องมาเร็ว ๆ นี้”

หวายถามขึ้นจากที่มองไปเหมือนเขียวอยู่ท้ายขบวนเกิดความเป็นห่วงด้านหน้าขบวนเกวียนขึ้นมา

“ให้เขียดไปแทน ขอรับหัวหน้าเฮ้ยทำไม ของไล่ช้างของเองถึงกลายเป็นเรียกไอ้พองไปได้วะ เกือบโดนช้างไล่กระทืบแล้ว”

อึ่งถามเรื่องที่ตนสงสัยอีกครั้งกลุ่มสนทนาต้องขยับถอยไปข้างทางอีกครั้งเพราะคุยกันไม่ค่อยได้ยิน ต้องคุยไปหยุดไปเป็นระยะฝุ่นจากขบวนเกวียนก็มีพอสมควร น่าเห็นใจผู้ที่อยู่ท้ายขบวนเหมือนกัน

“เคยใช้ไล่ช้างได้ผลนะแต่วันนี้ก็ยังสงสัยอยู่ ทำไมเป็นเยี่ยงนี้ไปได้ คาดว่าตอนไอ้พองมากวนแล้วหยุดเป่าไป การสะกดช้างไม่ต่อเนื่อง”

จ้อนพูดไปเกาหัวยิ้มๆด้วยความเขิน

“ดีที่ข้ามีแผนในใจอยู่แล้วแต่แผนของข้ามันเสี่ยง กลัวว่าน้องหมาของเอง ถ้ายังอยู่ใกล้ๆ ไอ้งาเดียวจะได้รับอันตรายจากผึ้ง หรือไม่ก็ถูกเหยียบไป..เราไปกันเถอะขบวนเกวียนผ่านไปหมดแล้ว”

หวายกล่าวแล้วก็จูงม้าเดินนำหน้าไป

“ตอนที่เองขึ้นไปเอาผึ้งข้าเห็นเองทาบางสิ่งมันเป็นอันใด”

เขียวที่ขี่ม้าอยู่ใกล้ๆถามขึ้นมาบ้าง

“เป็นยา..ข้าปรุงขึ้นเองลองเอายาแก้พิษผึ้งผสมกันตามสูตรที่คิดขึ้นเวลาที่ขึ้นเอาผึ้งก็ทาป้องกันไว้ก่อน ช่วยได้นิดหน่อย”

จ้อนกล่าวพร้อมกับเอามือแตะไปที่ย่ามที่ตนสะพายอยู่ด้วยความภูมิใจ

“เออ..รวงผึ้งไปถึงวัดที่เป็นที่พักจ้อนก็คุยกับอึ่งจัดการแบ่งกันนะ ว่าแต่จ้อนทำอันใดได้บ้างที่ข้ายังไม่รู้เคยเป็นพรานป่าบ้างรึเปล่า”

หวายถามด้วยสนใจในความสามารถของจ้อน

“เคยหาของป่าล่าสัตว์ มาบ้าง”

“พวกมวยหรืออาวุธเป็นบ้าง ข้ามีความคิดว่าจะให้ไอ้จ้อน มาอยู่ลาดตระเวนส่วนหน้าขบวนเกวียนคู่กับไอ้พองหมาคู่ใจเหมือนจะดีกว่าใช้คนอย่างเดียว”

หวายเสนอหน้าที่ใหม่ให้จ้อนและสุนัขคู่ใจ ขณะที่กำลังรอความคิดเห็นของผู้ที่อยู่ตรงหน้า

“อ้าวใครขี่ม้าฝุ่นตลบตามมาจะมีปัญหาอีกหรือเปล่า”

เขียวกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจหลังจากเห็นผู้คนขี่ม้าตามมาทางด้านหลังของขบวนเกวียน




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 12 พฤษภาคม 2560 23:30:08 น.
Counter : 466 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:17:58:25 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments