ทักษภณ
<<
ธันวาคม 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
13 ธันวาคม 2561

ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 6/2 พลายแก้วเข้าห้องนางสายทอง ต่อ



ขุนช้าง ขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ

ตอนที่ 6/2 พลายแก้วเข้าห้องนางสายทอง

เณรแก้วฟังคำเจ้าคุณคงจบก็กราบลงสามที จากนั้นก็ลาสึก กลั้นความเศร้าเดินเข้ากุฎีทันที แต่งตัวผูกลูกสะกดพร้อมกับเครื่องรางปรอท นุ่งยกกระหนกเป็นแนว รูปสุบรรณบินเหยียบวาสุกรีเพลาะดำร่ำหอมห่มกระหวัด พู่ตัดติดห้อยข้างชายคลี่ คาดปั้นเหน่งแน่นเหน็บกริชมีหัวกา จัดเครื่องบัตรพลีชั้นเลิศ ข้าวสารเสก มือถือเทียนชัยแล้วเริ่มออกเดินทาง

ทางเดินมีแสงจันทร์ส่องสว่าง ท้องฟ้าดาดาษด้วยดวงดาวแสงระยิบระยับยามส่องสว่าง พระจันทร์ทรงกลด อยู่ในกลางหาวเด่นกว่าทุกดวงดาว

พลายแก้ว หลังจากรีบเร่งเดินทางไม่นานก็ถึงป่าช้าปลูกศาลเพียงตาคาดผ้าขาวจากนั้นจุดเทียนให้แสงสว่าง ทิ้งสายสิญจน์ก้าวสะกดลงเข้านั่งพับเพียบเชิงชุมนุมฤทธิ์ เกิดการสั่นสะเทือนทั่วทั้งป่าพายุพัดไม้ไล่ลู่โอนเอน บ้างก็หักสะบั้น เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้าง

พื้นดินสั่นสะเทือนไหวเหมือนมีคนมาแกว่งไกว จนแทบจะแยกจากกัน ฝูงผีโขมดพรายลุก ต่างพากันแปลงกายโจนทะยานวิ่งมา ครั้นเข้าใกล้ไม่อาจจะทำร้ายด้วยกลัวมนต์ของเจ้าพลายเป็นหนักหนา ต่างพากันก้มกราบถาม

“เจ้าข้าท่านเรียกพวกข้าประสงค์อันใด”

อ้ายผีตัวนายมาทีหลังกำลังโกรธ โลดแล่นตะโกนร้องว่า

“นี่ใครถ้าไม่ลุกกูจะตีให้ป่นปี้เป็นผุยผง”

พลายแก้วตวาดแล้วซัดข้าวสารเสียงดังสะท้านก้องไปทั่วบริเวณ ถูกตัวผีพรายมิอาจยืนตรงได้ก็ยอบตัวเล็กเท่าเหล็กใน พลายแก้วถามมันว่า

“เฮ้ยเอ็งฤาเป็นใหญ่ในป่าช้านี้ฤาว่าไม่มีแล้วที่เป็นนายมึง”

ผีได้ฟังเสียงถามครั่นคร้ามแทบจะดำด้นแผ่นดินหายตัวไป

“ข้าเป็นพรายเจ้าป่าช้าเป็นตัวนายผีภูติทโมนมาร ท้าวเวสวัณประทานแผ่นดินให้ เป็นข้ารับใช้องค์เทวราชอยู่ที่นี่มาช้านาน ตัวท่านมีธุระอันใดฤา”

“กูฤา ...คือมีธุระใหญ่เอ็งจะไปฤาไม่ไปให้เร่งว่ามา”

พลางตวาดฟาดด้วยตำแยยา ผีพรายรีบกราบรับว่าจะพาไปแล้วจึงสักยันต์ตรีนิสิงเห เรียกผี ให้เข้ามาใกล้ๆ จากนั้นเอายันต์ปิดที่ศีรษะทันทีเข้าคล้องไหล่ผีให้น้อมลง โดดขึ้นบนบ่าผีพรายได้ มันก็พาไปอย่างรวดเร็วดังลมปลิวผ่านป่าข้ามทุ่งมุ่งลัดตัดพง หมายตรงเข้าเมืองสุพรรณ ผีพรายพาพุ่งทะยานมาถึงบ้านนางศรีประจันข้ามรั้วสวนดอกไม้เข้าไปในทันที ลมพัดดอกไม้พัดพากลิ่นหอมโชยมา พลายแก้วลงจากบ่าผีแล้วกล่าวว่า

“เอ็งอยู่นี่ คอยกูอยู่ในสวนจนกว่าจะกลับมา”

จากนั้นพลายแก้วรีบเดินไปที่บันได ส่วนพิมและสายทอง ทั้งสองหามีความสบายใจไม่ครั้นถึงเพลาพระอาทิตย์ตกดิน เจ้าพิมน้อยนึกหวั่นใจด้วยรู้สึกว่าพลายแก้วจะหลอกลวงน้ำตาไหลคลอเบ้า รู้สึกกลัดกลุ้มอัดอั้นใจ ด้วยคิดไปว่า ได้ทำผิดคิดชั่ว เสียตัวเสียใจ ไปแล้วเป็นแน่

พิมรอพลายแก้วจนกระทั่งมืดค่ำ ก็ยังไม่เห็นมา เกิดความคิดว่าพลายแก้วคงจะลวงพิมเป็นแน่จึงมิมาหา แม้นค่ำวันนี้ยังมิมา คงต้องผูกคอตายเป็นแน่แท้

สายทองสงสารน้องเป็นหนักหนา คอยพูดจาเอาใจให้คลายความเศร้าโศก

“น่าแค้นจริงเจ้าเณรพลาย ดึกแล้วยังไม่เห็นมาฤาเจ้ากูมาแล้วแต่อยู่นอกบ้าน ซึ่งผู้คนก็พลุกพล่าน กลัวคนจะเห็นจึงยังมิเข้ามา ขอพี่ออกไปดูสักหน่อยเถิด”

ว่าพลางเปิดประตูออกไป เดินเที่ยวค้นหาพลายแก้วทันที พอเจอ

“เออ...ชะเจ้าคนรวย ไปยินเชเชือนอยู่อะไรนั่น แม่พิมคอยจนดึกดื่น อยู่ข้างบน จนฉันนั้นต้องมาดู”

พลายแก้วยิ้มแล้วตอบสายทองว่า

“เอ็นดูน้องขอผัดผ่อนไปอีกหน่อยนะ พาให้พบเสียอีกคืนเถิดพี่พรุ่งนี้เถิดฉันจะให้จริงจัง”

สายทองกางผ้าเพลาะคลุมเจ้าพลาย ผันกายขึ้นเรือนโดยหวังให้เจ้าพลายแอบบังร่างกายเจ้าพลายลองทำเป็นถูกนมสายทอง ครั้นเห็นนิ่งก็ขยำเอาเต็มที่ สายทองรู้สึกจักจี้ รำคาญจึงผลักร้องว่า

“ไฮ้..ทำอันใดไม่น่าดู นมจู้แล้ว พอแค่นี้เถิด”

พลายแก้วเห็นสายทองโกรธ จึงทำเป็นพูดว่า

“ถูกนิดหนึ่งขอโทษเสียเถิดพี่ สำคัญคิดว่าพิม มันนิ่มดี ขอจูบทีเถอะโอ๊ยฉันลืมไป”

“อือเออเก้อละเจ้าพลาย เชื่อฟังดีเคยมีที่ไหนทำฉาวคราวนี้ก็เพราะคึกคะนองเกินไป เขานิ่งให้แล้วยังเละเล็มเข้ามาโน่นแน่ห้องย่องเข้าไปเองเถอะ ไม่อยากยุ่งแล้ว ไปนอนดีกว่า”

สายทองว่าพลางกระชากผ้ากลับมา สะบัดหน้าค้อนด้วยอาการงอนพลายแก้วครั้นสายทองไปแล้วไม่อาจอยู่นิ่งได้ รีบเยื้องย่องมาจนถึงห้องนอนในเห็นบานประตูเปิดแง้มไว้ก็เข้าไป ค่อยๆ แหวกม่านมุ้งชม้ายมอง เห็นพิมในท่ามกลางโคมแสงเทียนสว่างไสว ต้องผิวหน้าและผิวกาย ที่ขาวผ่องนวลเนียนเปล่ง นั่งก้มหน้าดูเศร้าสร้อยรู้สึกสงสารยิ่งนัก

แม้พิมในยามเศร้าก็ยังงาม ทั้งจริต และผิวกาย งามเกินกว่าจะห้ามใจได้ปิ่มประหนึ่งจะเข้าไปประคองขวัญในบัดดล

พลายแก้วเกิดความคึกคะนอง คิดหยอกล้อ ให้พิมหายเศร้า จึงกระแอมเสียงพิมเงยหน้าลุกขึ้นเดินมา พอนัยน์ตาสบประสานกัน สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของผู้หนึ่งพุ่งมาหาเป้าหมายคือแก้มของพิมอีกทั้งยังมีมือที่เหมือนมีเป้าหมายที่หน้าอก ด้วยความตกใจพิมพยายามหลบล้มลงร้องหวีดด้วยความตกใจ ครั้นชำเลืองเหลียวมองเห็นเจ้าพลายแก้วร้องว่า

“ชะ..มาแล้วดูฤาแอบนิ่งเสียได้ เมื่อตะกี้คิดว่าเป็นผีสิ่งใดดลใจให้ทำคะนองเยี่ยงนี้”

พลายแก้วฟังแล้วหัวร่อตัวงอ กอดคอประคับประคองพิมพาเข้าไปในห้องขึ้นเตียงนอนแอบเคียงข้าง

“เออนี่น้องคอยพี่นานแล้วฤา”

“อย่าพูดถึงเรื่องการคอยเลยคะ ที่ยิ่งกว่าคือความเศร้าโศกและความคิดถึงถ้าแม้นว่าวันนี้พี่มิมา ฉันจะลาพี่สายทองผูกคอตาย”

“ชะ..กระไรใจคอพิมเอ๋ย จะทิ้งพี่เสียง่ายๆ เลยฤา จะให้พี่ต้องบวชไปจนตายด้วยน้องเจ้ามิหมายมีอื่น จะให้พี่ต้องบำเพ็ญภาวนา แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ตลอดชีวิตเลยฤา

ใช่ว่าพี่จะไม่มา ที่ช้าไปเพราะต้องลาท่านอาจารย์พี่ปดท่านสารพัดท่านก็รู้ทัน โดนห้ามปรามทัดทานอย่างจริงจังแข็งขัน เป็นให้มาดึกดื่นถึงเพียงนี้”

ว่าพลางเอามือลูบโลมเล้า บรรจงจูบแก้มซ้ายขวา อกอิงแอบแนบชิดแนบหน้ามือประคองให้นอน เกิดกำเริบราคะ วุ่นวายกายกระฉ่อน ลมพัดคลื่นบ้าคลั่งสะท้อนกระทบฝั่งสะเทือน จวบจนเรือแล่นล่องเข้าคลองน้อย ฟ้าลั่น ฝนปรอย ไต้ก๋งบ่ายเรือเบือนเข้าติดตื้นกับตอ พลายแก้วลุกแล้วชวนพิมว่า

“ร้อนนักไปอาบน้ำบ้างเถิด”

พิมได้ยินดังนั้นรีบจูงมือเจ้าพลายเดินย่องมา เกิดเสียงดังเกรียบกรอบลั่นนางศรีประจันทักไปว่า

“ใครหวา”

พลายแก้วสะกิดพิมให้เจรจา

“ฉันเองเจ้าคะ จะออกมาอาบน้ำ”

ครั้นถึงอ่างที่อยู่นอกชาน ทั้งสองมีใจเบิกบานขึ้นนั่งบนเตียงต่ำจากนั้นไขน้ำจากบัวที่ทำจากตะกั่ว น้ำก็พรั่งพรูออกมา พลายแก้ว ชักชายสไบห่มพิมออกเจ้าของสไบร้องว่า

“ฉันอายนม ไฮ้..อย่าเล่น ฉันยังไม่เคยอาบน้ำตัวเปล่าเดี๋ยวคนจะเห็นเข้า อย่ากวนฉันหน่อยเลย”

“อนิจจาอยู่แต่เจ้ากับตัวพี่ มิมีผู้เห็นดอกเจ้า อาบทั้งผ้าไม่น่าจะเย็น”

เจ้าพลายกล่าวพลางยังคงดึงผ้าห่มจากหน้าอกของพิม พระจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้าส่องสอดสว่างต้องเต้าเต่งตึงขาวนวล สายน้ำไหลกระทบผ่านทรวงดั่งเพชรร่วงหรุบต้องกระจายพราวพราย เจ้าพลายยิ้มพลาง กล่าวชม

“เจ้าพิมพี่ผุดผ่องยิ่งนัก ยามเมื่อต้องแสงจันทร์ พี่จะช่วยขัดสีขี้ไคลให้เจ้าสบายโดยมิให้ระคายเนื้อน้องสักนิดเดียว”

พิมขยับกายเข้าใกล้พลายแก้ว ยิ้มแล้วเหยียดแขนยื่นให้ เจ้าพลายสวมกอดโลมลูบไล้ ละมุนมือ พิมตกใจร้องขึ้น

“ไฮ้..อะไร จะขัดสีขี้ไคลที่แขน กลับมาขยำอย่างนี้ฤา”

จากนั้นทำเป็นปัดป้อง ให้ดูเหมือนว่ารำคาญ พลายแก้วพูดแก้ว่า

“ขอโทษเถิดหลงไปดอกนะเจ้า ดูสิมีแต่เง้าให้พี่ง้อทุกสิ่ง เจ้าอย่างอนไปเลยหากหนาวจริงอาบเท่านี้เถิด”

แล้วลุกมาผลัดผ้าทาแป้ง พิมก็แบ่งรินน้ำกระแจะให้

“พี่ขอจูบนิดนั่นพิมประทินกลิ่นอันใด”

พิมเขินอายหลบไปไม่พูดจาพลายเว้าวอนไปอีกว่า

“ผินหน้ามาเถิดพี่จะทาให้จะอายไปใย”

พิมยื่นแก้มหันมากล่าวว่า

“แก้มขวาจงทาให้ดี”

“พิมน้องก็เอาแต่ใจน้อยเฝ้าคอยจับผิดเรื่อยไป”

จากนั้นประคองจูงน้องขึ้นบนเตียงนอนทั้งสองสับยอกเย้ากัน ครานั้นพลายแก้วนึกถึงสายทองที่คอยทวงสินบนครั้นจะหาเงินมาให้ก็คิดว่าจะเสียชั้นเชิงชาติเจ้าชู้ไปดังคำโบราณท่านว่าไว้หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง อันเงินทองคงมิใช่สิ่งที่ต้องการเป็นแน่คิดได้ดังนี้แล้วก็หันหน้ามายิ้มแย้มแกล้งลวงถามเป็นความนัย

“พี่รู้สึกหวั่นใจหนักหนาจะมาขอต่อแม่ของพิม ถ้าท่านไม่ให้พี่คงขาดใจตาย”

ครานั้นพิมไม่รู้ในกลอุบายของพลายแก้วเบือนหน้ามาสัพยอกพลายแก้วว่า

“ฉันมิให้พี่ได้อายดอกอย่าได้ทุกใจไปมาตรแม้นปีเดือนมิได้กัน ตัวฉันคงจะหนีหาอยู่ไม่ ได้ชั่วทำผิดแล้ว คงต้องติดตามไปกลัวแต่ว่าพี่จะไม่มาขอฉันจริงต่างหาก”

“เออเป็นไรเจ้าจึงได้กล่าวเยี่ยงนี้มีแต่คิดล่วงหน้าไปเองในทุกสิ่ง วานอย่าทำแสนงอนไป แท้จริงแล้วแม่พิมเจ้าปีไรพี่จะได้บอกปีของพี่บ้าง ให้ต้องชะตานับนาคตัวเดียวกันได้ ถึงจะชั่วหรือดีเยี่ยงใดอย่าได้ถือเอาตำราเลย ที่เขาตามกันไปเป็นหนักหนา ดูชะตาที่ไหนเล่าพิมเอากุศลหนหลังที่เคยทำมาเป็นเหตุต่างหาก ถ้าหากว่ามีกรรมแล้ว อย่าได้เอ่ยไปเลยพิม”

“ฉันฤา...ปีชวดนะพี่สิบหกปีนี้”

“อ่อนกว่าพี่สองปีเจ้านะพิมพี่สายทองละปีไร”

พี่สายทองปีมะเมียได้ยี่สิบสองฉันจำได้ จะถามปีพี่สายทองไปทำไม ฤารักใคร่คิดสมสู่เป็นชู้กัน”

พลายแก้วรีบกอดกระชับพิมกล่าวว่า

“ดูสิพิมมีแต่พูดอุตริ บัดสี ค่อนขอด ข้อนั้นจงนิ่งเสีย วานอย่าได้ว่าเป็นชู้ผัวเมียเลย”

ว่าพลางพลายแก้วเริ่มกอดจูบเล้าโลม ด้วยหมายให้พิมหลับใหล พลายแก้วครั้นมองว่าเห็นพิมหลับแล้ว ให้รู้สึกปั่นป่วนคิดถึงสายทองด้วยหมายใจไว้ถึงแม้ว่าจะแก่วัยกว่าแต่ว่า การถูกเนื้อตัวเมื่อครู่นี้ ให้รู้สึกพอใจยิ่งนักด้วยคิดว่า

“แก่กว่าเพียงแค่สี่ปีเท่านั้น ลอบออกไปหาดีกว่า ถึงไม่รักจะว่าเราข่มเหง ไหนจะกล้าร้องด้วยนางเป็นผู้ชักนำเราให้เข้ามาในเรือน”

คิดพลางค่อยๆลุกออกไปจากห้องค่อยๆ ย่อง ย่างเยื้องชำเลืองมอง เคลื่อนกายลงจากเตียง เกิดเสียงเดินสะเทือนพิมเหมือนรู้สึกตัวขยับก็รีบกลับเข้าหา ประคองสอดกอดแนบไว้กับอก พยุงยกแนบชิดให้พิมหลับในใจคิดว่า

“เฝ้าพลิกกายกลับมิใครหลับเจียวนะพิมเอยพี่เหงื่อไคลไหลย้อยแล้วเจ้ามิยอมหลับเลย”

พลางคลี่พัดจันทร์ออกมาพัดให้พลางชมเชยลูบไล้

“สบายใจหลับบ้างเถิดพิมจนดึกดื่นป่านนี้มิหลับเลย”

ความพยายามของพลายแก้วในที่สุดก็ประสบผลเห็นพิมหลับสนิท พลายแก้วรีบออกจากห้องย่องมุ่งหน้าตรงไปห้องสายทอง เมื่อถึงที่หมายก็เป่าคาถาสะเดาะกลอนเข้าห้องไปที่นอนในนั่งใกล้ชมเชยนางจูบแก้ม นอนเอนเอียงสอดกอดนางเป่ามนต์พลางลูบหลังให้เบิกบานใจสายทองรู้สึกสุขสมใจในทันที เหลียวมองเห็นพลายแก้ว ก็มีใจรัก ด้วยต้องมนต์เทพรัญจวนให้รู้สึกปั่นป่วนเขินอาย ทำมารยาว่าไม่รัก แกล้งทักไปว่า

“นี่ใครมา”

พลายแก้วยิ้มแล้วตอบสายทองว่า

“วอนอย่าร้องไปเลยฉันมาหาด้วยสุดกลั้นรักที่มีอยู่หนักอก ขอษมาเถิดอย่าถือว่าพี่เมียพี่ก็ไม่แก่วันกับฉันนัก ถึงร่วมครองรักกันก็ไม่เสียหาย บางคู่แก่กว่านี้ก็มีถมไปวอนอย่าห้ามให้ละเหี่ยใจไปเลย”

“แล้วพ่อแก้วมารังแกเป็นเด็กแต่กล้ามาเกี้ยวผู้ใหญ่ เคยได้มาง่ายๆ ก็เกิดความคึกคะนองพ่อก็เป็นคนดีมีความคิด จะพาผิดถึงพี่เพลานี้แหละ หากเรื่องรู้ถึงพิม จะไม่งามกลับกลายเป็นว่านัดแนะให้เข้ามาหาสายทอง ก็จะชั่วไปทั้งตัวพ่อพลายแก้วที่มาคบกับสายทองให้มัวหมอง ลางทีอาจชวดเชยชมกระทิง ให้คิดดู ให้ดีไปเสียจากห้องเถิดพ่อ”

“อนิจจาฉันคิดว่าพี่รักจึงหาญหักเข้ามา กลับถูกต่อว่า ถึงพิมจะรู้อย่ากลัวไปเลยจะไกล่เกลี่ยมิให้ผิดถึงพี่เลย ได้สงสารแล้วให้มีสิ่งนี้อยู่ตลอดกาลเถิดพี่ อย่าบ่นกล่าวอันใดเลยเพลานี้ก็ได้เข้ามาเชยชิดถึงเพียงนี้แล้ว”

“เออนี้จู้จี้จริงๆจะให้ฉาวทั้งบ้านหรือพ่อแก้ว พูดดีๆ ก็ไม่ฟัง ฉันจะข่วนให้เป็นรอยบัดเดี๋ยวนี้ เออเคยหาว่าไม่ช่วยแต่ใครละเป็นข้าคอยรับใช้ เพลานี้มาหยิกหยอกหยาบช้าน่าบัดสีคิดว่าไม่ซุกซนเป็นคนดี ไม่คิดว่าจะมารังแกกันให้รีบไปเสียจากห้องถ้าขืนอยู่จะร้องให้ดัง ให้สาแก่ใจที่มาตอแย จะบอกให้แม่มาจับตัว”

ตอนที่ 6ยังมีต่อ..




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2561
0 comments
Last Update : 13 มกราคม 2562 19:08:15 น.
Counter : 582 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


thampitak 33
Location :
สุรินทร์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
[Add thampitak 33's blog to your web]