พฤษภาคม 2560

 
1
3
4
5
6
7
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 4/1 พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม


ขุนช้าง ขุนแผน

เรียบเรียงจากเสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ

ตอนที่ ๔/๑พลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม

กล่าวถึงโฉมเจ้าเณรแก้วพอแสงทองส่องขอบฟ้า เฝ้าแต่คิดคะนึงถึงพิมพิลาไลย ล้างหน้าแล้ว รีบนุ่งสบงห่มผ้าเป็นที่เรียบร้อยสะพายบาตรออกเดินบิณฑบาต ไปตามตรอกซอกซอย จนกระทั่งเข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณบุรีมินานถึงบ้านท่าพี่เลี้ยง เดินไปเมียงมองเรื่อยๆ เห็นโต๊ะม้านั่งตั้งอยู่แต่มิมีผู้ใดจึงหยุดยืนสำรวมนิ่งในที่นั้น

เพลานั้นพิมอยู่ในห้องกับสายทองกำลังจัดแจงข้าวปลายังไม่มีพระสงฆ์องค์ใดมา พิมเปิดหน้าต่างดู เห็นเณรแก้วยืนสำรวมอยู่ห่มผ้าดูเรียบร้อยสวยงาม สีผ้ากาสาวพัสตร์จับเนื้อมองดูประดุจพระจันทร์ส่องแสงด้วยเดชพระเวทวิทยามนต์ เผอิญดลใจให้พิมเกิดใจปั่นป่วน ห่มผ้าคว้าขันข้าวอย่างรีบเร่งลงมาพร้อมกับสายทอง ครั้นเสียงเปิดประตูดังขึ้น พลายแก้วเงยหน้าพิมชม้ายตามองก็รู้ว่าเป็นเณรแก้ว เกิดอาการเอียงอาย รีบหลบกลับเข้าไปสะกิดสายทอง

“น้องนี้เห็นหน้าเณรพลายแก้วรู้สึกละอายใจไม่อาจลงไปใส่บาตรได้”

จากนั้นส่งขันข้าวให้สายทอง นางรับขันข้าวมายิ้มเล็กน้อย ส่วนพิมแอบเข้าข้างฝาอีกครั้ง เณรแก้วบริกรรมคาคา เป่ามหาละลวยลมประสมบันดาลให้พิมเสียวซ่านยืนยิ้มจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดจะแล่นลงไปให้ได้ สายทองประคองขันข้าวบาตรพลางวางลง ยกมือไหว้ เณรแก้วยกบาตรลงจากบ่า กล่าวว่า

“อาตมา เดินบิณฑบาต ไทยทานบ้านอื่นมีมากเรียงราย ก็ไม่รับ รีบหมายมุ่งจำเพาะมาที่นี้จนตะวันสาย เหตุก็เพราะการเทศน์เมื่อวานนี้ เจ้ากัณฑ์หนีอาตมาสำคัญว่าเคืองจะใคร่แจ้งเรื่องกับสีกา ทั้งจะใคร่สนทนาด้วยพี่นาง”

สายทองยกของใส่บาตร แล้วกล่าวว่า

“พ้นเพลแล้วนิมนต์มาบ้านบ้าง เป็นไร”

สายทองระงับความกังวลไว้ในใจ จากนั้นกลับขึ้นเรือน เณรแก้วเดินออกจากรั้วบ้านจากนั้นแอบรั้วด้วยปรารถนาจะเห็นพิมพิลาไลย ฝ่ายพิมโผล่หน้าออกมามองไปนอกรั้วเห็นเณรแก้วเณรกอดบาตรแนบชิดกับตัวเป็นปริศนา นางพิมยิ้มเอียงอายหลบเข้าบ้าน เณรแก้วกลับจากบิณฑบาตเฝ้าคิดถึงแต่พิมพิลาไลยยิ่งห่างไกลจากบ้านนางยิ่งเกิดอารมณ์คิดถึงพลุ่งพล่าน ยิ่งคิดยิ่งเดินเหลียวหน้าเหลียวหลัง

เอะใจ คิดได้ว่าหากชักช้าสายทองจะคอย จึงรีบกลับมายังวัดป่าเลไลย์ยกบาตรไปถวายพระอาจารย์ คลานกลับมารีบเปลื้องจีวรออก จากนั้นตั้งใจปรนนิบัติมิให้ขัดใจพระอาจารย์ครั้นฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พักผ่อนตามสมควร

ครานั้นนางพิมเกิดใจไหวหวั่นปั่นป่วนเห็นสายทองใส่บาตร รู้สึกว่าชักช้าทำอ้อยอิ่ง ทำให้พิมกระวนกระวายใจพอเห็นสายทองมารีบเรียกเข้าไปในห้องนอน อ้อนวอนถามด้วยความสงสัย

“เหตุใดพี่จึงใส่บาตรช้านานด้วยเหตุประการใด พิมเห็นคุยกับเณรพลาย พี่พูดคุยเรื่องกระไร”

“มิมีสิ่งใดดอก ไปกินข้าวเสีย ตะวันสายแล้วจะได้ไปปั่นฝ้าย ตอนบ่ายพี่จะพาไปอาบน้ำ”

“ฉันไม่ยินดีจะกินข้าวถ้าพี่ไม่บอกจะเซ้าซี้ให้ถึงยามค่ำ น้องเห็นพี่ยืนคุยยิ้มระรื่นตั้งนาน แต่พี่ยังอมพะนำไม่ยอมบอกถ้าไม่มีกระไร พี่จะเดากระไรรู้เรื่องได้ ถ้ายังจริงใจต่อกันต้องบอก เจ้ากูมาตั้งไกลแต่มิมีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ เอาเถอะถึงไม่บอกสักวันคงจะได้รู้”

จากนั้นพิมลุกไปด้วยสีหน้าไม่พอในใจแยกออกไปต่างคนกินข้าว หลังจากกินข้าวเสร็จ หยิบไน(เครื่องปั่นด้ายด้วยมือ)เข้าไปในห้องปั่นด้าย ร่วมกับข้าไท จนกระทั่งบ่ายสองโมงก็เสร็จเรียบร้อยจัดเก็บเป็นที่เรียบร้อย สายทองเรียกพิมพิลาไลย

“บ่ายแล้วไปอาบน้ำให้สบายเถอะ”

“ฉันไม่ไปดอก”

สายทองปลอบว่า

“ไปท่าน้ำเถอะพี่จะบอกกระไรให้”

“อย่ามาหลอกฉันว่าจะบอกกระไรเลยมีสิ่งใดเก็บไว้คนเดียวเถอะ”

“เพลานี้ร้อนนักน้องพิมอย่างอนประชด ไม่ยอมไปอาบน้ำ เอาแต่โกรธ หาว่าเณรพลายเกี้ยวพี่”

“ไม่ไปดอกพี่อย่ามาเซ้าซี้ พี่รีบไปเถอะอย่าชักช้าเสียเวลา”

สายทองจึงออกจากห้องไปบ่าวไพร่ทั้งหลายก็ติดตามไป รวมทั้ง อีไท อีพรม อีส้มแป้น อีแตนต่างตามสายทองไปยังท่าน้ำ ลงเล่นอาบน้ำเป็นที่สนุกสนาน เล่นหา เล่นไล่ เป็นพัลวัน

ครานั้นเณรแก้วเพลาตะวันบ่าย ในใจคิดถึงแต่พิมพิลาไลย ระลึกได้ถึงคำสำคัญที่ได้จากสายทองรำพึงว่า

“ป่านนี้พิมคงจะลงท่าแล้วจะรีบไปพบเจ้า”

คิดแล้วหยิบผ้าขึ้นมาห่มย่องลงบันไดมุ่งหน้าไปยังเมืองสุพรรณ ถึงบ้านพิมรีบตรงไปยังท่าน้ำแอบซุ่มที่พุ่มไม้ได้ให้สัญลักษณ์ พวกข้าไททั้งหลายเห็นแล้วแต่ไม่เข้าใจเห็นสายทองสีตัวอยู่ริมตลิ่ง จึงขว้างก้อนดินแล้วกระแอมพยักหน้า สายทองรีบย่องมาหาอย่างเร็วไวจากนั้นก็พาหลีกไปในที่ลับตาคน ครั้นถึงร่มต้นโศกใหญ่ ซึ่งมีเชิงซุ้มพุ่มรอบเบื้องบนมีดอกบานห้อยระย้า เณรแก้วยิ้มแล้วกล่าวว่า

“ขออภัยเถิดอย่าว่าข้าหักหาญน้ำใจกล่าวในสิ่งที่ไม่ควร แต่เณรน้องนี้ ต้องทนทุกข์ทรมานมาหลายวันยากที่จะลดความร้อนรนได้ การได้มาพบพี่ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่สุดในชีวิต อันเณรน้องเหมือนกระต่ายหมายชมจันทร์เป็นดินหรือจะขึ้นไปชมได้ ได้แต่ตรอมใจจนผ่ายผอมไป ด้วยเราสองห่างไกลกันเกินไป

โชคดีที่ได้องค์อินทร์มาช่วย ให้ได้ชมกระต่ายดังประสงค์ พระอินทร์อุปมาเหมือนพี่สายทอง พิมน้องเหมือนกระต่ายในดวงจันทร์ เณรน้องมาพึ่งพิงหวังว่าพี่ไม่ทิ้งธุระน้อง คงเป็นสองกระต่ายชมสวรรค์ จะขอบคุณในความกรุณา ไปจนสิ้นชีวาวายที่พี่ช่วยให้ได้สมหวัง คลายจากความทุกข์โศก เหมือนรักษาชีวิตจากความตาย น้องนี้จะจำจนชีวาวายไม่กลับคำ จะอุปถัมภ์ตั้งแต่เพลานี้จนพี่สายทองสิ้นลมหายใจ ฉันกล่าวสิ่งใดไว้ขอให้พี่จำว่ามิมีกลับคำแน่นอน”

สายทองเมินหน้ากล่าวว่า

“ไม่อยากฟังพ่อแก้วอย่ามาทำให้ฉันต้องหลังลาย เป็นแม่สื่อแม่ชักเช่นนี้มิเคยทำ หมายเชยชมกระต่ายเห็นจะชวดแล้วน้องเณรผู้เป็นเจ้านายนั้นร้ายกาจ ถ้าพลั้งพลาดขึ้นมา เพราะไปเว้าวอนแต่หล่อนไม่โอนเอนตาม คงจะโดนด่าและหลังลาย

ส่วนเณรพลายก็หลบหน้าไปพ่อเณรไม่ควรทำให้ฉันต้องลำบาก ทำเยี่ยงนี้เหมือนจะฆ่ากัน อย่าได้มาแกล้งกัน ฉันมิใช่คนสำหรับไหว้วานของพ่อเณรอย่าทำให้ต้องเดือดร้อน ถ้าต้องทำเยี่ยงนี้ขอตายดีกว่า โปรดเมตตาเถิดอย่าได้ทำให้ต้องอาย

เอาคำเปรียบดังกระต่ายมาอ้างว่าพิมน้องเหมือนกระต่ายบนสวรรค์ กล่าวอ้างสารพัน ไม่เคยเห็นว่ากระต่ายบนดวงจันทร์จะมีสองตัวถ้าพระอินทร์สามารถทำให้กระต่ายผู้โดดเดี่ยวหายโศกได้ พระอินทร์จะถูกประณาม ให้หมองมัวคิดไปแล้วรู้สึกกลัวอย่างยิ่ง

เณรแก้วอย่าเจรจาอันใดอีกเลยเนื้อมิได้กิน หนังมิได้รองนั่ง กระดูกแขวนคอ เจ้าได้พิมก็ยิ้มเยาะ ผู้ที่ถูกตำหนิให้ได้อายเป็นสายทองเหมือนตีงูมิได้แกงกิน แต่เป็นกา เหยี่ยว เฉี่ยวบินเอาไปแทนแต่นี้ไปพ่ออย่าได้คะนึงปอง มิใช่สิ่งจะสำเร็จได้ง่ายๆ”

“อนิจจาพี่สายทองไม่เวทนา ทุกวันนี้ เณรน้องรักพี่มิได้เสื่อมคลาย พี่สายทองกลับทิ้งน้องเสียกลางทางเด็ดปลี ยังเหลือเยื่อใย ได้มาพึ่งแล้วก็เผื่อไว้บ้าง ได้พิมเชยชมฤาจะทิ้งพี่ก็เหมือนอย่างหว่านข้าวลงในดิน ถึงฟ้าฝนจะแห้งแล้ง อย่านึกว่าข้าวจะสูญเสียสิ้นถึงแม้ว่าผู้หว่านจะมิได้กิน ก็ยังได้เป็นทานให้กับนกทั้งหลาย

ถ้าพี่มีคุณกับฉันเล่าคงจะไม่เสียเปล่า ฉันจะแทนคุณพี่ให้เสมอเทียมพิมในเพลาไม่นาน เงินทองของกินทั้งสิ้นจะแบ่งปัน ขอให้ช่วยพอได้พิม จะให้สินบนในทันที ไม่ให้ขาดแม้สักเฟื้อง ค่ำลงขอให้พี่ช่วยเจรจากับพิมถึงเพลาบิณฑบาตน้องจะมาฟังข่าว”

“รักจริงหรือแกล้งหลอกกลัวแต่ว่าได้คนแล้วยังมิได้สินบน จะทวงก็ใช่ที่ ถ้าจริงจังดังที่พูดมายื่นหมูยื่นแมวกันไป ขอให้รักษาคำพูด พรุ่งนี้ขอให้มาฟังข่าว”

เณรแก้วรับคำแล้วก็ลากลับวัด สายทองก็กลับขึ้นบ้าน ข้าไททั้งหลายก็กลับตามมาครั้นตะวันสิ้นแสง พระจันทร์ฉายแสงกระจ่างสายทองชวนพิมให้ชมจันทร์

“จันทร์เจ้านั้นงามนักผิวพรรณ ขาวผ่องดังเงินยวง ใยจึงหวงกระต่ายไว้ในวงจันทร์ เหตุใดจึงถูกขังอยู่ที่นั่นเป็นร้อยปีก็มิได้ไปไหน ตั้งแต่เห็นมามิรู้ว่านานกี่พันวัน ยิ่งดูพระจันทร์ก็ยิ่งพรั่นพรึง

เหมือนหนึ่งเราพี่น้องสองคนมิควรเป็นเหมือนกระต่ายในดวงจันทร์ ไร้คู่อยู่กับฟ้า พี่รักเจ้า เฝ้าฟูมฟักอุ้มประคองจนน้องพิมจำเริญวัยเติบโต พี่นี้เป็นทั้งญาติ และทาส อนิจจาเกิดมาแต่มิมีลูกผัว เป็นการเสียทีที่ได้เกิดมา เปรียบเหมือนหัวแหวนทองมิมีพลอยประดับ

พี่รักเจ้าจึงเฝ้าดูแลหากมิรักเจ้าคงจะได้ทิ้งหนีไปเป็นแน่ พี่ยอมเหนื่อยยากก็เพราะรักเอ็นดู เป็นห่วงด้วยยังมิมีเหย้าเรือนพี่จึงต้องเฝ้าดูแล และยอมตายได้เพื่อเจ้า

ผู้หลักผู้ใหญ่ก็แก่ชราทุกวันเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง มิรู้จะล้มเมื่อใด พี่นี้ ร้อนอก ร้อนใจ ถ้าแม่ศรีประจันสิ้นเมื่อใดทุกสิ่งคงได้กระจัดกระจายไป ชายหนุ่มทั้งหลายก็จะพากันดูถูก ว่าลูกไม่มีพ่อแม่พี่คิดเรื่องนี้ทุกเช้าค่ำ รู้สึกหวั่นใจ

แต่ถ้าเจ้าได้คู่เมื่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นลูกอยู่ดีมีสุข มั่งคั่งคงจะดีคนเรามิมีผู้ใดรู้ได้ว่าจะอยู่ได้อีกสักกี่ปี”

พิมพิลาไลยครั้นได้ฟัง ไม่ยอมเสียชั้นเชิง ตอบโต้พี่เลี้ยงไปว่า

“น้องนี้มิเคยคิดเช่นพี่เลยธรรมดาเกิดมาเป็นสตรี จะชั่วดีเยี่ยงไรก็คงจะมีคู่ มารดาย่อมช่วยเหลือประคับประคองหมั้นหมายให้มีเหย้ามีเรือน

อนึ่งเราก็เป็นผู้ดีมีฐานะ แม่คงมิให้ได้อายผู้อื่น จะด่วนเร่งร้อนไปใย จะได้อายถึงมารดาถ้าสิ้นบุญแม่ยังมิได้แต่ง จะเป็นเยี่ยงไรก็แล้วแต่วาสนา จะเร่งด่วนให้แม่ดุไม่เข้าทีใช่ว่าฉันนี้จะไร้ชายมาชอบพอ

ถ้าฉันไม่รวยไม่สวย สู้ผู้ใดมิได้คงจะไม่มีผู้ใดมาสู่ขอ แต่ฉันทั้งสวย ทั้งรวย เยี่ยงนี้คงจะมิไร้ชายหมายปองแน่แท้ขอทนอดเปรี้ยวไว้กินหวานจะดีกว่า มิควรชิงสุกก่อนห่าม ควรจะรักษาไว้ให้งามพี่เป็นกระไร พูดคุยแต่เรื่องนี้ตลอดเพลา เหมือนว่าทุกข์ใจใหญ่หลวงอดข้าวสิถึงได้ตาย อดเสน่หาคงมิตายดอก มาชมจันทร์เล่นหวังจะสบายใจพี่พูดกระไรให้ปั่นป่วน ถ้าคิดจะรักษาหน้าให้น้อง ก็อย่ามาพูดเรื่องนี้ให้ไม่พอใจอีก”

“ใครพูดกวนชวนแม่ให้มีผัวพี่พูดถึงตัวเองต่างหาก มิได้เป็นแม่สื่อแม่ชักใดๆ หรือว่าแต่ก่อนพี่ได้พูดว่ากระไรให้น้องได้คิดเช่นนั้น ง่วงแล้วก็ไปนอนเสียเถิด”

จากนั้นจูงมือพิมไปนอนสวมกอดแล้วพัดวี

“น้องพิมนอนเสียเถิดพี่จะกล่อมให้พิมนอน โอ้ว่าสงสารกุมารเอ๋ย เจ้าเที่ยวเตร็ดแตร่เร่ร่อน หมายฝากชีวิตอยู่ต่างเมืองเที่ยวเร่รอนมา อกหักด้วยความรักที่ไม่สมปรารถนาจึงหลีกเลี่ยงเข้าวัดวา บวชด้วยความทุกข์ระทมใจ

อนึ่งวัดกับบ้านก็ห่างไกลพอเห็นสีกาแล้วกลับไป แสนอาลัยระลึกถึงตลอดเพลา หลังเพลาเพลเณรน้อยมาที่หน้าท่าน้ำมิมีใครสนทนาด้วย แต่เวียนมามิได้เหนื่อย เสียดายรูปซูบลงด้วยความรัก จะทนทุกข์ได้นานเพียงใดแม่พิมนอนนะแม่นอน โอละเห่พ่อเณรแก้ว หลับแล้วฤาสายทองจะนอนบ้าง กล่อมพลางพัดให้พิมพลางกางกอดพิมยิ้มละไม นางพิมกล่าวว่า

“พี่สายทองกล่อมน้องยังเอาเณรมาใส่ให้ลงไปใส่บาตรไม่ทันไร หลงใหลไปแล้วฤาพี่ เมื่อเช้าน้องถาม ว่ามิมีกระไร แต่เพลานี้กลับพูดถึงอย่างคล่องแคล่วไปอาบน้ำเห็นจะได้พบกัน ไปล่องน้ำด้วยกันรึจึงช้ากว่าทุกวัน พี่วุ่นวายเรื่องนี้ไม่หยุด ลางทีอาจนอนละเมอถึงเณรแก้วกอดน้องให้ตกใจก็เป็นได้ ฟ้ามิทันสางคาดว่าจะต้องทำนายฝันอีกเป็นแน่ อย่านอนใกล้ไปเสียให้ไกลจากมุ้งน้อง”

สายทองฟังน้องทำหน้าขึงขังกล่าวว่า

“เยี่ยงไรน้องมาเป็นเช่นนี้ได้ ความจริงแล้วพี่ได้พลั้งไป น้องมาพูดเย้ยกันว่าน่ารำคาญใจ ถึงไม่เล่าฉันก็ไม่ทุกข์โศกจะขอเล่าความจริงให้แม่พิมได้ฟัง ฉันไปอาบน้ำวันนี้เจอเจ้าเณรแก้ว มาแอบที่พุ่มต้นนมแมวพี่ไปพบก็เป็นเหตุบังเอิญ ตั้งแต่เพลาใส่บาตรรู้สึกประหลาดขัดตา พูดกับพี่แล้วก็ช้อนตาลอบชำเลืองแต่ปากยิ้มกริ่มกับสายทอง เป็นทำนองตามาดูที่ฉัน แต่ความสนใจอยู่ที่ผู้อื่นแม้แต่เพลาเทศน์เจ้ากูยังเล่นหูเล่นตา ถึงฉันเป็นผู้ใหญ่ เหลือบไปดูก็รู้สึกแปลกๆ

เณรแก้วกล่าวว่าสีกาไม่ทักทายด้วยเห็นว่าเป็นคนยากจน แม้เคยเป็นเพื่อนเล่นเมื่อยามเด็กมาด้วยกันเพราะเหตุตกยากจึงได้จากสุพรรณไป กระไรก็ควรทักสักคำบ้าง ทุกวันนี้จนใจ บ้านก็ไกลห่างกัน

ถ้าไม่อยากพบคงไม่ซมซานมาถึงที่นี่กาญจนบุรีก็มีวัดมากมาย อุตส่าห์มาด้วยความรัก รู้สึกน้อยใจ แม้แต่เพลาเทศนาสีกาก็ทำเป็นไม่รู้จักสุดจะทนไหวจึงเข้ามาทัก ถึงแม้จะโดนปฏิเสธก็ตามแม่ศรีประจันก็รู้จักชอบพอกับแม่ทองประศรี รู้จักกันเป็นอย่างดี เยี่ยงไรเสียน้องก็ปราณีเณรแก้วผู้จนยากบ้างเถิดแม้นมิรับเรื่องรัก ขอให้ได้พบพูดคุยสักหน เมื่อวันเทศน์มีนิมิต ว่าเหาะไปในท้องฟ้าเด็ดดวงดาวมาชม กลืนกินตื่นขึ้นมารู้สึกว่าเหมือนยังอยู่ในปาก คิดว่ามีความหมายว่าจะสมใจ จึงได้ซานซมมา ด้วยปรารถนาจะใคร่รู้ว่าร้ายหรือดี จึงขอร้องให้ช่วยอ้อนวอนแม่พิมเช้าตรู่จะมาฟังข่าว พี่ทั้งไล่ ทั้งขู่ไปหลายที ก็ยังเซ้าซี้เว้าวอนให้ช่วยพี่จนใจ ครั้นลองคิดดู ก็เห็นว่าถ้าเณรแก้วคิดจะหลอกลวงคงไม่ดั้นด้นมาจากกาญจนบุรีมาสุพรรณบุรีเป็นแน่แท้เมื่อวันที่ฟังเทศน์ ก็ดลใจให้แม่พิมฝันเป็นนิมิตว่าจะได้เป็นคู่กันอย่างแม่นมั่น”

พิมพิลาไลยครั้นได้ฟัง ก็มีใจโน้มเอียงตามที่สายทองกล่าว ด้วยเคยได้สบตาเณรแก้ว เป็นเสมือนเหล็กเพชรมาตอกตรึงกายไว้ ถึงสายทองจะไม่พูดโน้มน้าวในเชิงรัก ก็มีใจคิดรักเป็นทุกเดิม ทุกเพลาวันยังค่ำเฝ้าคิดถึงแต่เณรพลายแก้วพอสายทองมาพูดก็พึงใจในทันที แต่ด้วยมารยาทำเป็นไม่ยินดี ทำปันปึ่งข่มความยินดีไว้ข้างในนิ่งเป็นครู่ใหญ่จึงได้กล่าวว่า

“ข้าขอบใจพี่สายทองรักน้อง คอยดูแลน้องเป็นอย่างดี ป้องกันมิให้สิ่งใดมาแปดเปื้อนสั่งสอนทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่การเดิน นั่ง ยืน นอน คอยป้องกัน ยิ่งชีวิตแต่นี่เป็นกระไร จึงได้นำน้องไปประเคนให้เณรแก้ว มีสิ่งใดมาดลใจ หรือว่าไปรับคำใดๆแล้วคบคิดกับเณรแก้ว แล้วมาวุ่นวายกับฉัน ใครจะเป็นไรก็ช่างใครจะพร่ำเพ้อก็ช่างเขา หากไม่รักนวลสงวนตัว จะโดนคนนินทาทั้งฉันและพี่ได้คนจะเยาะหยันไปทั้งเมืองสุพรรณบุรี ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน พี่รักก็รักคนเดียวเถิดพิมจะช่วยปิดเรื่องทั้งหลายไว้ มิให้ผู้ใดรู้ได้ โปรดวางใจได้”

“อนิจจาแม่พิมมาว่าให้เจ็บใจไม่ควรมาเย้ยพี่ แม่เจ้าเอ๋ย เณรกับน้อง เปรียบดังทาสหรือจะเท่าเทียมไท ก็รู้อยู่ว่าเหมือนเกลือกับพิมเสนเณรไม่รู้ตัวก็ลงตะลุยเลน ทำให้โดนดูถูกว่าเป็นคนจน สายทองเป็นเหมือนแหวนตะกั่วจะประดับด้วยเพชรดูแล้วไม่สมกัน ตัวพี่นี้แสนอาภัพ ที่ร้อนรนก็เพราะรำคาญใจ ด้วยเห็นว่าน้องของตัวเศร้าใจทำให้ทนนิ่งเฉยไม่ได้ พี่มิมีสิ่งใดจะกล่าวแล้ว ต่อไปจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว ลองคิดดูถึงความฝัน เจ้าจะได้ชมบัวทองก็เพราะพี่ถ้าสายทองไม่ช่วยเหลือ ถ้าไม่หลั่งน้ำตาก็คอยดู ต่อไปเบื้องหน้ามีอันใดมาปรึกษากับพี่จะไม่กล่าวสิ่งใดอีกเลย จะปล่อยทรมานกินน้ำตาต่างข้าว เยี่ยงไรเสียพี่ก็เคยอาบน้ำร้อนมาก่อนเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็กจนเป็นสาว ถ้าพลาดมาคงจะได้เห็นกัน”

ตอนที่ ๔ยังมีต่อ....




Create Date : 13 พฤษภาคม 2560
Last Update : 13 พฤษภาคม 2560 16:50:46 น.
Counter : 620 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments