ธันวาคม 2560

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
รีวิว ประสบการณ์ จัดฟัน - ของจริงคือรีเทรนเนอร์
จัดฟันเสร็จมาหลายปีแล้ว เล่าสักหน่อย เผื่อผู้สนใจ

1. เลือกร้านแถวบ้าน เพราะต้องเดินทาง ตลอด 3 ปี ไปทุกเดือน ถ้าฝืนไปที่ไกลๆ หลังๆจะเหนื่อยมาก ค่ารถอาจแพงกว่า ร้านใกล้ๆอีก (และอาจทนไม่ไหวต้องเปลี่ยนร้าน)
 
2. หมอจัดฟัน ต้องมีรายชื่อรับรอง เช็คได้ที่นี่ ไม่งั้นจัดออกมาจะมีปัญหาได้ 
https://www.thaiortho.org/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%99/

3. ไปดูหลายๆที่ ไปคุยกะหมอดูถึงวิธีการรักษา ต้องถอนกี่ซีก เอาฟิลม์ไปให้ดู และดูสภาพแวดล้อมด้วย คนมาจัดเยอะมั้ย รอคิวนานเท่าไหร่
 (ถามคนข้างๆในร้านที่จัดมาสักพักจะดีกว่า ว่ารอนานมั้ย ดีมั้ย)

4. อ่านรีวิว เราจัดที่ต้นไทรทันตแพทย์ หมอนุชนาฏ (แต่เราแนะนำให้ไปทำที่อื่นนะ)
ร้านที่เราจัดคนเยอะมาก ก็นึกว่าจะดี ปรากฏว่า รอคิวนานมากกกกกกก ไปแต่ละครั้ง รอ 2 ชั่วโมง คือ หมอรับคนไข้ไม่จำกัดเลย
คนทำเยอะเพราะราคาไม่แพง แต่หารู้มั้ยว่า จะต้องรอแบบนี้ทุกครั้ง เราไปก่อนเวลานัด ก็ต้องรออยู่ดี ขั้นต่ำๆ 1 ชม

จัดฟันช่วงแรกๆก็ถอนฟัน เคลียร์ช่องปาก ติดเครื่องมือ ช่วงแรกๆนี้จะกินอาหารลำบากมาก
 
แนะนำให้ใช้เครื่องปั่น เอาสิ่งที่อยากกิน เช่นไส้กรอกชีส ลงไปปั่นได้  กินแบบไม่ต้องเคี้ยวไปเลยจะได้ไม่เจ็บ
หลังจากนั้น จะเฉยๆแล้ว มีปวดบ้าง ก็กินอาหารอ่อนๆไป เคี้ยวได้
 
หลังจัดเสร็จ ใส่รีเทนเนอร์ 
หมอบอกว่า ต่อให้คนที่ใส่รีเทนเนอร์แบบดีที่สุด ฟันก็ต้องเคลื่อนที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีทางสวยแบบจัดเสร็จ แต่ใส่ไปตลอดชีวิตเพื่อให้มันไม่เคลื่อนที่มาก
 
แต่ของเราตอนใส่รี ใหม่ๆ หมอยังบีบปรับตัวรีเทนเนอร์เพื่อให้ฟันระหว่างฟันกรามมาชิดกัน เราใส่แล้วกดลงไปลงล็อค
แต่หมอบอกมันไม่แน่นพอ ผลคือ ฟันล่าง เบี้ยว เอียงไปหลายซีก กว่าจะพบหมอก็ 6 เดือน  คือ ใครจะใส่ได้ถูกวิธีแต่แรก (เราว่าหมอต้องนัดทุกเดือนสำหรับปีแรกที่ใส่รี จะดีกว่านี้)
สรุปก็แก้มาได้นิดหน่อย  แต่มันไม่ตรงสวยแบบแรกแล้ว เอียงๆนิดหน่อย 

ถ้าจัดฟันตอนอายุน้อย รูปหน้าจะดีกว่านี้ แต่อายุมากก็จัดได้ เราจัดตอนอายุ 26 ฟันก็แข็งแรงดี แต่ ถ้ายังเด็กเกินไป ไม่รักษาฟันดีพอ ก็ไม่ควรจัด เดี๋ยวจะฟันผุซะเปล่าๆ

ก่อนจัดฟัน ควรถามตัวเองก่อนว่า ฟันมีปัญหาแค่ไหน ถ้าแค่ยื่นอย่างเดียว อาจจะไม่คุ้มที่จะจัด ตอนจัดก็สวยดีหรอก เปลี่ยนสีทุกเดือน แต่ของจริงจะมาตอนใส่รีเทรนเนอร์แล้ว
ตอนที่ใส่รีเทรนเนอร์ หมอจะนัดทุก 6 เดือน แต่เราว่ามันไม่พอ ต้องนัดทุกเดือน เพราะคนมักจะใส่ผิดนิดๆหน่อยๆ นั่นละ ทำให้ฟันเบี้ยว ของเรามีปัญหาฟันซีกนึงโดนกดจมลงไป หมอบอกว่า เราใส่ผิด รีเทรนเนอร์เบี้ยวนิดนึงก็มีผลทำให้ฟันเบี้ยว ใส่ไม่แน่น ไม่ลงล็อค คือ หมอน่าจะทำคู่มือมั้ย ให้คนที่จัดเสร็จแล้วรู้วิธี 

ฟันของคนปกติ จะเคลื่อนที่ทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้นคนที่ฟันยื่น จัดเสร็จก็มีสิทธิ์ยื่นออกมาอีก รีเทรนเนอร์แค่ช่วยคงสภาพฟันให้สวยไว้เท่านั้น ถ้าใส่ผิดแม้นิดเดียว ก็ทำให้แย่กว่าเดิมได้
การใส่รีเทรนเนอร์ คือ การฝืนธรรมชาติของฟัน ที่มีอิสระเคลื่อนที่ได้ ให้ไม่เคลื่อนที่ ดังนั้นจะเห็นคนจัดฟัน 2-3 รอบ เพราะไม่ใส่ฟันก็ขยับแล้ว พอผิดรูปไป ก็ต้องมาแก้กันใหม่

ถามตัวเองว่า จะสามารถใส่รีเทรนเนอร์ไปตลอดชีวิตที่เหลือได้มั้ย ถ้าไม่ใส่ มันก็กลับมายื่น ฟันหน้ากระต่ายมีช่องว่าง ก็กลับไปเหมือนเดิมได้อีก แล้วต้องรับผลกับการที่ใส่รีเทรนเนอร์แล้วผิดไปนิดเดียว ทำให้เกิดปัญหาตามมาได้อีก กลายเป็นไปล็อคสภาพให้ฟันโดนกดทับและเบี้ยวได้ เอาจริงถึงตอนนี้ เราก็ขี้เกียจใส่รีเทรนเนอร์แล้ว ใส่มานานมาก 4-5 ปีได้ คนอื่นเขาใส่กันแค่ 1-2 ปีก็ไม่ใส่แล้ว สำคัญมากช่วง 1-2 ปีแรกที่ใส่รี ช่วงนี้ฟันจะล้มได้ ถ้าไม่ใส่ ควรจะไปให้หมอดูทุกเดือนว่ามีตรงไหนเบี้ยว ตรงไหนผิด ตอนวัยรุ่นก็อยากสวยเนอะ อายุมากขึ้นไม่เอาและ แค่ฟันเคี้ยวได้ ไม่ผุ ไม่มีปัญหาอะไร ก็พอใจแล้ว

------------------------------------------------------------------------

 อันนี้นอกเรื่อง คือ ตอนยังเด็ก เราก็จะรักสวยรักงาม ให้ความสำคัญมาก เคยคิดจะไปศัลยกรรมบางส่วนของใบหน้า
แต่พอหลังจากได้ศึกษาธรรมะ ก็เปลี่ยนไปมาก คือเปลี่ยนจากระดับความคิด ส่งผลต่อ การใช้ชีวิต และอื่นๆทั้งหมด
 เสียเวลาพัฒนาภายนอกไปซะมาก เปลี่ยนมาเป็นพัฒนาภายใน คือ จิตใจ ให้มันยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ดีกว่ามาก
ถ้าพัฒนาจิตใจจนดีแล้ว ชาติหน้าก็จะเกิดมาหน้าตาดีเอง และสภาพจิตเป็นยังไงก็จะได้อยู่ในภพภูมิและสภาพแวดล้อมอย่างนั้นด้วย 

ร่างกายภายนอกในชาตินี้ ก็ให้มันอยู่แบบนี้ไปตามกรรมเก่าที่จัดสรรมา เพราะ แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา
ไม่ควรทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติ จะทำให้จิตเป็นทุกข์โดยเปล่าประโยชน์ 

คนที่อยากอยู่กับเราจริงๆ ความสวยอาจเป็นอย่างแรก แต่อยู่ๆไป จะอยู่กันรอดหรือไม่รอด มันคือสภาพจิต ที่อยากอยู่ด้วยมากกว่า
คือมีการถนอมน้ำใจ เอื้อเฟื้อ ส่งเสริมกันพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นมากกว่า

ด้วยเหตุนี้การพัฒนาจิตใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยปฏิบัติเริ่มต้นจาก ทาน ศีล ภาวนา เมตตา กรุณา
ช่วยทำประโยชน์ให้คนอื่นได้มากๆ ทำให้คนอื่นยังไง ก็คือทำให้ตัวเองได้อย่างนั้น 10 เท่า 100 เท่า



Create Date : 13 ธันวาคม 2560
Last Update : 10 ธันวาคม 2563 21:57:30 น.
Counter : 432 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



กลิ่นแห่งความสุข
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]