ติดต่อพูดคุยกันได้ในเฟซบุ๊คเพจนะคะ
https://www.facebook.com/srisurangwriter
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
10 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

กินกุ้งกินปู





นี่เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขียนไว้นานมากแล้ว
เคยตีพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มแรกของตัวเองค่ะ







กินกุ้งกินปู




แสงสีเหลืองซีดของโคมไฟเพดานสาดลงบนเคาน์เตอร์โชว์อาหารอลูมิเนียมซึ่งมีรูปร่างเหมือนโต๊ะขนาดใหญ่ ที่พื้นโต๊ะเทลาดเอียงออกมาด้านนอก ขอบสีเงินนั้นยกสูงกันบรรดาสรรพสิ่งที่วางอยู่เบื้องบนมิให้เลื่อนตกลงสู่พื้น

บรรยากาศยามค่ำอวลไปด้วยกลิ่นไอของน้ำมันและเครื่องเทศจากกระทะขนาดต่างๆ ซึ่งส่งควันสีขาวลอยโขมงอยู่รายรอบพื้นที่แคบๆ ที่กั้นคนในชุดสีขาวสวมหมวกหลายคนไว้ภายใน เสียงกระทะกระทบกับตะหลิว เสี่ยงฉ่าของอาหารสดกระทบความร้อน และเสียงสั่ง-รับสั่งรายการอาหารชนิดต่างๆ ดังปะปนกันจนไม่อาจแยกแยะได้ถนัด

เขากวาดตาดูอาหารสดที่รายเรียงอยู่บนน้ำแข็ง ปลาเก๋าตัวขนาดท่อนแขน สีออกน้ำตาลซีดๆ ทั่วตัวมีลายจุดประพร้อยสีขาวจางๆ ตรงบริเวณแก้มปลาที่ยังสดดูเหมือนจะยังมีสีส้มอมแดงอ่อนๆ

“สดทั้งนั้นเลยพี่ เพิ่งมาเมื่อเช้า” เด็กหนุ่มคนหนึ่งส่งเสียงเชียร์

คงจะจริง ตาของมันยังใส และเหงือกก็ยังแดง แต่ผิวหนังซีดสลดลงจากสีเดิมมากแล้ว เป็นธรรมดาของปลาที่ขึ้นจากทะเล เพียงครู่เดียวสีเดิมก็จางหาย ….เจ้าดอกไม้แดง…

เขาเคยเห็นมันเป็นสีแดงสดราวกับเปลวเพลิง มีจุดสีฟ้า ว่ายฉวัดเฉวียนอยู่ในป่าใต้ทะเล..บ้านของมัน ปลากะพงขาวเกล็ดสีเงินวาววับพลิกกายอยู่ใต้น้ำ กุ้งกุลาดำที่ยามเอาขึ้นจากฟาร์มคงดีดดิ้นหาอิสรภาพกันผึงผังอย่างสุดชีวิต เขายังมองเห็นเนื้อแน่นภายใต้เปลือกสีเทาลายดำใส ถูกความเย็นหยุดเวลาไว้ให้แข็งนิ่ง มันกระโดดไม่ได้อีกแล้ว

ปูทะเลหลายตัวสีน้ำตาลอมเขียว ผิวเรียบลื่นเป็นมันวางเรียงกันอยู่ในถาดตรงหน้า ขาทั้งหลายรวมทั้งก้ามอวบสองข้างถูกพันธนาการอย่างแน่นหนาด้วยเชือกฟางสีแดงจนขยับไม่ได้ เหลือเพียงดวงตากลมสีดำสนิทบนปลายก้านสีเขียวเข้มทั้งคู่เท่านั้น ที่ขยับหดหนีด้วยความตกใจเป็นบางครั้งเมื่อมีมือหรือเงาคนแวบผ่านไปเหนือแถวอันแน่นขนัดที่พวกมันถูกซ้อนอัดกันอยู่ริมถาดสี่เหลี่ยมตอนหน้า

เข้าจ้องดูดวงตากลมใสเหล่านั้น ออกจะยากอยู่เหมือนกันที่จะสังเกตว่าปูแต่ละตัวกำลังมองไปทางไหน แต่กระนั้น เขาก็รู้สึกได้ว่า ยามที่เขามองพวกมัน พวกมันก็รู้ตัวว่าถูกจ้องมอง ถึงแม้ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลย

มีบางตัวเหมือนกัน ที่ดูเหมือนมันจะเหม่อลอย เจ้าตัวที่สามทางขวามือนั่นไงล่ะ ถึงแม้ว่าผู้ชายที่ยืนข้างเขาจะเอื้อมมือผ่านมันเพื่อเลือกหอยหวานที่อยู่ด้านบนไปมา มันก็คล้ายจะมองไม่เห็นเงาดำขยับไหว มันคงกำลังคิดถึงบ้านกระมัง อาจจะฝันถึงน้ำทะเลใส แดดสีทองเต้นระยิบบนผืนน้ำ และคลื่นลมที่ไม่เคยสงบชั่วนาตาปี หรือว่าบางทีมันก็อาจจะกำลังหิวแล้วเหมือนกัน หิวจนตาลาย เดินทางไกลมาอยู่ตรงนี้กี่วันแล้วหนอ ปกติมันกินอะไรนะ…

“เอาตัวนี้แหละ ผัดน้ำพริกเผาท่าจะดี”

เขาเกือบสะดุ้งเมื่อเสียงห้าวๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ พลางมือสีคล้ำแข็งแรงก็หยิบปูสองตัวในแถวเดียวกันถัดไปด้านบนขึ้นใส่ตะกร้าเล็กๆ ที่บริกรถือยืนรอรับ

“แล้วก็ผัดผักกระเฉดไฟแดงอีกสักอย่าง เท่านั้นก็พอ…” หันมาทางเขา “ไปพรต ไปที่โต๊ะกันเถอะ”

เขายังไม่เดินตามพี่ชายไป แต่ยืนมองเด็กหนุ่มบริกรคนนั้นถือตะกร้าพลาสติกยื่นส่งให้พ่อครัวคนหนึ่ง ปูสองตัวนั้นส่ายตาหลุกหลิกก่อนจะหดลงไปซ่อนกำบังไว้หลังกระดองเมื่อถูกมือหนาอวบอูบหยิบขึ้นมา เชือกสีแดงถูกตัดออก พอขาทั้งแปดพ้นพันธนาการมันก็ดิ้นตะกายอากาศไปมา มีเวลาสำหรับอิสรภาพเฮือกสุดท้ายไม่ถึงวินาที ก่อนที่เสื้อเกราะจะถูกฉีกออกจากตัว

เสียงกระดองแยกออกจากเนื้อดัง แควก.. เขายังเห็นขาของมันกระดิกอยู่เลย ให้ตายเถอะ ในมโนภาพ เขาประหวัดนึกถึงนิทานในวัยเด็ก ที่ยักษ์ใจร้ายฉีกอกคนกินทั้งเป็น ชิ้นส่วนที่เคยเป็น ‘ปู’ ถูกวางลงบนเขียงไม้ขนาดใหญ่ แล้วมีดปังตอเหล็กมีน้ำหนักก็กดลงอย่างชำนาญตรงกลางอก

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ.. กร๊อบ กร๊อบ..

ปัง ปัง ปัง.. ปัง ปัง

หนึ่งตัวถูกแยกออกเป็นสี่ชิ้น ก้ามถูกตัดออก ปลายขาถูกสับกระเด็นตกลงไปข้างๆ เขาไม่กล้ามองไปที่ดวงตากลมสีดำที่ยังติดอยู่กับกระดอง กลัวว่าจะอุปาทานเห็นมันยังกระดิกได้ เสียงน้ำมันเดือดส่งไอร้อนขึ้นเป็นสายกระทบกระเทียมสับดังฉ่า ก่อนกลิ่นหอมที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก แต่คราวนี้น้ำลายเขาไม่ได้ไหล มันกลับรู้สึกร้อน

เขาเคยโดนน้ำมันจากไข่ดาวกระเด็นใส่แขนเป็นดวงโต มันแสบร้อนเป็นผื่นแดงไปหลายวัน ปูตัวที่สองถูกฉีกและสับในลักษณะเดียวกัน ภายหลังจากที่มันนอนดูชะตากรรมของเพื่อนร่วมชนิดเดียวกันไปแล้ว เขามองเห็นมันในจานสังกะสี กองรวมกันอยู่ ก่อนที่จะถูกยกขึ้นมาถือไว้ในมือข้างหนึ่งของผู้ประกอบอาหาร มืออีกข้างขยับตะหลิวไปมาก่อนที่จะยกจานปูขึ้นมา เทลงไป

ในภาพที่แสนชัดเหมือนจะชะลอเวลาไว้ได้ แต่ละชิ้นส่วนที่ตกลงต้องน้ำมันก่อนให้เกิดเสียงฉี่ ฉ่า พร้อมกับน้ำมันเดือดละอองเล็กละเอียดกระเด็นกระดอน อุปกรณ์ผัดที่คล่องแคล่วคลุกเคล้าเนื้อสดๆ กับน้ำมันเดือดอย่างทั่วถึง แลเห็นเนื้อใสๆ ถูกความร้อนจัดค่อยๆ เปลี่ยนสี ก่อนที่น้ำพริก เครื่องเทศ เกลือพริกไทยจะตามลงไป

โชคดีที่มันตายเสียแล้ว.. กลิ่นพริกเผาและพริกไทยทำให้เขาแสบจมูก อาจจะเป็นหัวหอมใหญ่ที่ซอยไว้ในจานตรงนั้นก็ได้ทำให้เขาแสบตา ความร้อนอบอ้าวจากเตาไฟ ไอน้ำมันกับกลิ่นอาหารที่ปะปนกันมากเกินไปในบริเวณนี้ก็ชักจะทำให้เขาคลื่นไส้

พรตถอยหลังออกจากที่นั่นเดินมาตามทางซึ่งเป็นระเบียงไม้ไปสู่โต๊ะอาหาร ร้านนี้เป็นศาลาโล่งอยู่ริมทะเล ผู้คนหนาแน่นแทบจะไม่มีโต๊ะว่าง เขาสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด ยังได้กลิ่นไอเกลือลอยมาจางๆ ปนกับความชื้นในอากาศที่สัมผัสได้

พี่ชาย พี่สะใภ้ ย่านอม และปุ๊กปิ๊กกับปิงปองรออยู่ที่โต๊ะ โต๊ะไม้อัดขาเหล็กปูผ้าพลาสติกสีขาวตัดกับเก้าอี้ที่เป็นสีแดง แจกันใบเล็กปักดอกกุหลาบสีแสด ถ้วยจานกระเบื้องสีขาวสะอาดตา เขามองไปรอบๆ ศาลาไม้ที่ล้อมไว้ด้วยลูกกรงโปร่ง แขวนตะเกียงปลอมไว้ตามเสาส่งแสงสีนวล ลมเย็นพัดเอื่อยๆ มาจากท้องทะเลที่มืดมิด ด้วยแสงสว่างจากรอบข้างที่เขานั่งอยู่นี่ เห็นเพียงไฟจากเรือประมงเป็นจุดเล็กๆ อยู่สองสามจุดเท่านั้นเอง

เมื่ออาหารเริ่มเสริฟ เขาก็ช่วยตักอาหารให้ย่า ขณะที่พี่จินเลาะก้างปลาให้เด็กๆ

มื้อนี้ก็คงจะผ่านไปเรียบร้อยดี เหมือนกับที่ผ่านมาแล้วทุกๆ มื้อ เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมครั้งนี้มันจึงต้องแตกต่างด้วย

หรือจะเป็นเพราะเจ้าลัคกี้ ลูกหมาอายุสี่เดือนที่ยายอู้เอามาฝากไว้ให้เลี้ยง เพราะจะไปเที่ยวอังกฤษเมื่อสัปดาห์ก่อน มันรู้จักเหงา มันรู้จักงอน เขาไม่เคยเลี้ยงสัตว์นอกจากลูกไก่เมื่อตอนห้าขวบตัวเดียวเท่านั้นเอง ไม่เคยคิดว่าหมาก็มีหลากหลายอารมณ์เหมือนคน ยายอู้นั่นแหละสอนเขาให้ดูว่าลัคกี้ยิ้มเป็นอย่างนี้ แล้วบังคับให้ทำให้มันยิ้มวันละหน

หลานบ้าๆ บอๆ เขาคิด ในตอนแรก แต่พอยายอู้ไปเท่านั้นแหละลัคกี้ก็หยุดกระโดดโลดเต้นทันที มันนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู มองตรงลูกบิดอยู่อย่างนั้น เหมือนจะรอให้ใครเปิดเข้ามา ซึมๆ เหงาๆ และไม่เห็นกินอาหาร ที่ยายอู้บอกว่าของโปรด

อาทิตย์เดียวเขาก็รู้จักหมายิ้ม หมางอน หมาเกเร หมาง่วง หรือว่าหมาชวนเล่น ที่มันมากระโดดไปรอบๆ เห่าสั้นๆ แล้วย่อตัวลง อ้อ ! แล้วก็รู้จักขี้หมาดีจนเกินพอด้วย

ลัคกี้ยังทำให้เขารู้จักนกเอี้ยง ที่เหมือนในนิทานหลอกเด็ก ที่ริมสระน้ำในสวนหลังบ้าน เมื่อมันไปงับลูกนกหัดบินตัวหนึ่งที่บินไม่ขึ้นอยู่ที่ขอบสระ เขาเข้าไปไล่มันแล้วเอาลูกนกไปไว้บนเก้าอี้ อีกไม่นานพ่อกับแม่นกที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ก็เปิดฉากทำสงครามกับลัคกี้ที่ไม่รู้เรื่อง ด้วยการผลัดกันโฉบลงมาจิกตีคนละ เอ้ย ตัวละทีสองที ที่ต้นขาและหลังของมัน

นี่ทำให้เขาเริ่มจ้องตากับจิ้งจกในบ้านในตอนแปรงฟัน และมองเห็นว่าปลาทองในตู้ที่น้องสาวเขาเลี้ยงไว้มันมองเห็นเขาเหมือนกัน หรือว่าเขาชักจะบ้าๆ บอๆ ขึ้นมาแล้ว

“ปูผัดน้ำพริกเผา ของโปรดไม่ใช่หรือพรต” เขาสะดุ้ง มองจานปูตรงหน้าอย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อน “ทำไมไม่เห็นกินเลย”

เขาหยิบช้อนกลาง ตักขึ้นมาชิ้นหนึ่ง เหมือนนานเป็นปีกว่าปูชิ้นนั้นจะเดินทางจากจานกลางมาสู่จานของเขา รสชาติมันคงแปลกไป คงจะไม่เหมือนเดิมแน่ๆ เขาคิด พลางมองปิงปองหลานชายกัดกุ้งเคี้ยวกรุบๆ อย่างเอร็ดอร่อย มือสองข้างเปื้อนคราบอาหารอย่างทั่วถึง ขณะที่ปากเป็นมันเปรอะลงมาจนถึงคาง

“แม่ๆ ดูซิคะ” ปุ๊กปิ๊กกระซิบขึ้นกับพี่จินพลางบุ้ยใบ้ไปโต๊ะข้างๆ เขาได้โอกาสหยุดแล้วทำเป็นมองตาม

…วันนี้มันเป็นวันอะไรกันหนอ…

ในโถแก้วใบใหญ่ปิดฝาไว้ มีกุ้งกองอยู่เกือบครึ่งโถมองเห็นชัดเจน มันยังไม่สุก มันยังสด ไม่ใช่สิ มันยังไม่ตาย !

กุ้งหลายตัวผลัดกันดีดขึ้นมากระทบฝาแล้วตกลงไปใหม่ ก่อให้เกิดเสียงดังโพล้งเพล้ง จริงๆ มันดังกริ๊กๆ ขลุกขลักเท่านั้นแหละ หูเขาคงจะไวเกินไป บนรถเข็นเล็กๆ ที่มีบริกรหญิงหน้าตาสะสวยแต่ไร้รอยยิ้มเข็นมานั่นยังมีเตาแก๊สขนาดเล็กตั้งกระทะเหล็กมีฝาครอบมาด้วย กับขวดเครื่องปรุงหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นคือเหล้าจีน

เจ้าหล่อนเปิดฝาชามกุ้งแล้วรินเหล้าลงไปจนท่วม แล้วรีบปิดลงไปใหม่ เสียงกุ้งกระโดดกันโครมครามทีเดียวในความรู้สึกของเขา เหมือนกุ้งทุกตัวจะกระโดดขึ้นพร้อมๆ กันครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่มันจะค่อยๆ สงบลงไปทีละตัว

เขาไม่รอจนกระทั่งตัวสุดท้ายสำลักเหล้าจนขาดใจตายไปเสียก่อน และกรรมวิธีต่างๆ เพื่อความอร่อยจะดำเนินต่อไป พรตลุกขึ้นขอตัวเบาๆ แล้วเดินไปทางห้องน้ำ

มื้อนี้ เป็นมื้ออาหารที่เขาต้องใช้ความพยายามในการกินมากที่สุดในชีวิตที่ผ่านมาเลยทีเดียว…







เรียบเรียงเมื่อ พฤษภาคม ๒๕๔๓
โดย ศรีสุรางค์








 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2552
10 comments
Last Update : 23 เมษายน 2553 10:24:33 น.
Counter : 1148 Pageviews.

 

อ่านแล้ว ความอยากอาหารทะเลหายไปหมดเลยค่ะ

 

โดย: บู้บี้ IP: 133.82.251.202 10 กุมภาพันธ์ 2552 18:34:09 น.  

 

ผัดผักบุ้งดีกว่าค่ะพรุ่งนี้ ^^

 

โดย: BeCoffee 10 กุมภาพันธ์ 2552 19:58:38 น.  

 

emo

คุณ บู้บี้ - ตอนเขียนก็คิดอย่างงั้นเหมือนกันค่ะ

คุณ BeCoffee - ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ ^ ^

 

โดย: ศรีสุรางค์ 11 กุมภาพันธ์ 2552 11:37:16 น.  

 

เขียนได้เห็นภาพเลยครับคุณศรีสุรางค์





 

โดย: กะก๋า (กะว่าก๋า ) 11 กุมภาพันธ์ 2552 21:27:48 น.  

 

เขียนได้จังเลยค่ะ
อ่านไปนึกภาพตามไป เจ็บแทนจังเลย
บางทีตอนทาน..ก็ลืมนึกถึงไปเลย
เหมือนกับว่า..มันไม่ใช่ความเจ็บปวดของเรา
เราก็เลยไม่รู้สึก..ลืมมองลืมนึกถึงความรู้สึกของสัตว์

หลายวันก่อน..ได้ดูการทำอาหารของญี่ปุ่น(มั๊ง)
ที่เขาฆ่าปลาไหล เขาไม่ฆ่ามันก่อน แล้วค่อยๆหั่นนะ
เขาหั่นมันทั้งๆที่มันยังมีชีวิตอยู่ ทีละชิ้น ทีละชิ้น
เห็นกล้ามเนื้อมันยังเต้นตึ๊กๆตึ๊กๆอยู่เลย
อีกอย่างที่นึกภาพแล้วเจ็บแทน..ก็คือปลาไหลต้มเปรต
ที่เอาปลาไหลสด หย่อนลงไปในหม้อน้ำเดือด..อร๊าย..ย

ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีดีมาให้อ่านค่ะ

 

โดย: nikanda 11 กุมภาพันธ์ 2552 23:26:40 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับคุณศรีสุรางค์



 

โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) 12 กุมภาพันธ์ 2552 7:09:56 น.  

 

Comment Hi5 Glitter


แวะมาเยี่ยมมาเยียนกันแล้วจ้าคุณสุรางค์
ที่จริงก้อเป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อไหร่มนุษย์จะเลิกเบียดเบียนสัตว์อื่น
โดยคิดเข้าข้างตัวเองว่ามันเกิดมาเป็นอาหารของตัวเสียที เฮ้อ
ส่วนตัวไม่กินอาหารชนิดชี้นิ้วสั่งฆ่าสดๆ ค่ะ

 

โดย: หอมกร 12 กุมภาพันธ์ 2552 8:49:25 น.  

 

ทีนี้จะกิน sea foods ลงมั้ยคะ

ปูกับกุ้งของโปรดซะด้วย


ป.ล. อุ้ยเซี่ยวป้อสนุกมากค่ะ ลองหาอ่านดูรับรองไม่ผิดหวัง

 

โดย: Shuhan^_^ 12 กุมภาพันธ์ 2552 16:55:50 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แม้จะเป็นศุกร์ 13 ก้อขอให้มีแต่ความสุขมากมายรออยู่นะคะ

 

โดย: หอมกร 13 กุมภาพันธ์ 2552 8:01:03 น.  

 

emo

คุณ กะว่าก๋า - ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ

คุณ nikanda - ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเช่นกันค่ะ
เวลากินมักไม่ค่อยคิดถึงจริงๆ ค่ะ เรื่องนี้เขียนในอารมณ์หนึ่งซึ่ง
ลองมานั่งนึกถึงเจ้าตัวเล็กๆ พวกนี้ดู
เคยดูการทำอาหารของญี่ปุ่นอันนึง นานแล้วเหมือนกัน
เค้าทอดปลา และแล่ปลา ทั้งที่มันยังเป็นๆ อยู่เลยค่ะ
เห็นแล้วสยองจริงๆ

คุณ กะว่าก๋า - อรุณสวัสดิ์เช่นกันค่ะ
น้องหมิงหมิงน่ารักขึ้นทุกวันเลยนะคะ ^ ^

คุณ หอมกร - จขบ.ก็ไม่ทานอาหารที่ชี้นิ้วฆ่ากันสดๆ เหมือนกันค่ะ
สงสารมัน Y Y

คุณ Shuhan - จะลองไปหามาอ่านดูค่ะ



คุณ หอมกร - ขอบคุณค่ะ ขอให้ความสุขมากมายรอคุณอยู่เช่นกันนะคะ

 

โดย: ศรีสุรางค์ 14 กุมภาพันธ์ 2552 8:40:56 น.  


ศรีสุรางค์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]












visit me at:
Srisurang's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)




ประวัติผลงาน





สงวนลิขสิทธิ์

การนำส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของงานเขียนในเว็บนี้ ไปเผยแพร่ ดัดแปลง เสนอขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
Srisurang's bookshelf: read

หัวใจที่ถูกจอง รักนี้ (ไม่) มีสตรอว์เบอร์รี รวมมิตรแต้พานิช มายานาง เจ้าดวงใจ คนในผ้าเหลือง A Man in Saffron Robes

More of Srisurang's books »
Book recommendations, book reviews, quotes, book clubs, book trivia, book lists

My Goodreads bookshelf

Dream Lake
Rose
เหยื่ออธรรม
ประมูลหัวใจ
Something About You
ปทมาศวรรย์
อานาปานสติ วิถีแห่งความสุข
Celebrity in Death
The Madness of Lord Ian Mackenzie
รักหลงฤดู
สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ เล่ม 1
จิตสดใสแม้กายพิการ
Love me, please...เพียงรักฝากใจ
พระสูตร ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ภาค๑ และอรรถกถา Tipitaka The Pali Canon (Thai Translation) Book 15
Born in Sin
Dark Desire
ตุ๊กตา
นาคราช
ทวิภพ
Red River, Vol. 8


Srisurang's favorite books »
Friends' blogs
[Add ศรีสุรางค์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.