3 รูปภาพ

 

สายลมในเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็นพัดผ่านคล้ายเต้นระบำ ณ คฤหาสน์หลังหนึ่งมีอายุหลายร้อยปี ที่ห้องโถงใหญ่มีเจ้าของที่อยู่อาศัยซึ่งเธอเป็นแม่มดแก่ชราแล้วไม่สวย ไม่น่ารักเหมือนตอนวัยรุ่น ใช้วงแหวนรูปดาวห้าแฉกครอบด้วยวงแหวน ในคำศัพท์ของวงการนี้เรียกว่า เพนตาเคิล ตรงนี้แม่มดชราใช้เป็นที่ๆทำพิธีกรรมเรียกวิญญาณของมนุษย์ที่ตายห่าไปแล้ว

 

" จุ้มน้ำจิ้ม จิ้มจ้ำจุ้ม จุ้มน้ำจิ้ม จิ้มน้ำจุ้ม เรามาจุ้มน้ำจิ้ม " คนแก่คนนี้ท่องมนต์ในพิธีกรรม แขนสองข้างขยับขึ้นลงและกางแขนกว้างพอที่จะโอบเสาหินของสิ่งก่อสร้างยุคกรีกโบราณ (ที่สร้างมาน่ะมันมีขนาดพอจะโอบได้เรอะ!? เจ้าคนแต่งเรื่อง )

 

เฟี้ยว ~ 

 

ที่พื้นรูปดาวห้าแฉกที่เป็นเส้นสีดำเกิดเปลี่ยนสีเป็นเรืองแสงออกมาสีเหลืองสลับกับสีน้ำเงิน แสงสีทองจากเส้นรูปดาวพุ่งตั้งขึ้นสู่เพดาน

 

หญิงชรายิ้มกริ่ม " อาฮ่า ฉันทำพิธีได้ผลแล้ว จงตื่นขึ้นมาซะเจ้าวิญญาณซามูไรโบราณ "

 

ที่ภายในแสงสีทอง เงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏให้เห็น มันค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพสาวนางหนึ่งจากยุคเก่าเต็มตัว แต่เพราะนี่คือวิญญาณ จึงไม่มีร่างส่วนเท้าให้แม่มดชรามองเห็น

 

ปรากฏร่างสาวซามูไรแล้ว แสงสีได้หยุดการเปร่งปรั่ง

 

สาวสวยได้สติ เธอเหลือบนัยน์ตาไปซ้ายและขวา " ......... ที่นี่คือที่ไหน? ...... และดิฉันเป็นใคร? "

 

" เจ้าคือซามูไรยุคญี่ปุ่นโบราณ เป็นซามูไรนักฆ่า มีนามว่า อาสึซะ " แม่มดชราอธิบายเรื่องข้อมูลของสาวสวยคนนี้สักเล็กน้อย

 

" .......ดิฉัน.....ข้านึกออกแล้ว ในเวลานั้นข้าเป็นซามูไรรับจ้างฆ่า บอกไว้เลยข้าเลือดเย็น แต่ทำไปก็เพราะได้ค่าจ้างด้วย ผู้หญิง เด็ก คนแก่ ข้าก็ไม่เว้น ได้ฟันมาหมดแล้ว "

 

" หึหึ...." แม่มดชราแอบหัวเราะในลำคอ

 

" ขนาดผู้ชายเองข้าก็ฟันมาเยอะ เล่นสนุกสนานไปวันๆ " ซามูไรสาวเหล่สองนัยน์ตาเฉียงขึ้นไปทางขวาคิด เพื่อจะพูดเรื่องตัวเองแบบว่า เอิ่ม........

 

" .........เจ้า เป็นผู้หญิงที่ช่างน่ากลัวว่ะ " แม่มดแก่ชราเกือบจะพูดไม่ออกแล้ว

 

" แก แม่มดชราหลายร้อยปี ตอนแกสมัยสาว แกคือศัตรูในแผ่นดินญี่ปุ่นของข้า สร้างเวทย์มนต์คาถาในหมู่บ้าน เกิดควันพิษที่ทำให้ชาวบ้านนอนล้มมตายแล้วแก.....ก็ได้ขโมยสมบัติประจำหมู่บ้านไป ข้าว่าข้าตายไปแล้ว .... ไหนๆก็โผล่มาตอนนี้ข้าจะใช้กระบี่หยกของข้าเสียบเข้าที่คอหอยของแก ! "

 

" ท้าทายกันขนาดนี้ มาประลองสักตั้งเลยเป็นไง "

 

และผู้หญิงสองคนก็ประทะกัน ดาบหยกเสียบคอแม่มด พลังเวทย์ควันพิษทำให้สาวซามูไรขาดอากาศหายใจ

 

ตายทั้งคู่

 

 ที่ห้องนี้กลายเป็นห้องปิดตาย ทิ้งดาบหยกกับคฑาไม้สนซีดาร์เอาไว้ ถ้านำไปขายจะได้เงินระดับพันล้าน แต่....นี่.คือห้องปิดตาย มันจึงยังไม่มีผู้ใดสามารถก้าวเข้ามาเหยียบย่ำ 

 

...............

.....

 

ตำรวจกับนักสืบชื่อดังและเจ้าหน้าที่ที่จะช่วยพังประตูได้รับแจ้งจากเด็กสาวเมดรับใช้ เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ และเมดสาวได้บอกเรื่องที่ขอร้อง " ดิฉันไม่สามารถติดต่อคุณนายหญิงชราของคฤหาสน์ได้ ขอรบกวนพวกคุณมาพบหน่อยนะคะ "

 

ก่อนอื่น เจ้าหน้าที่ทำประตูปิดตายให้พังทลาย

ทั้งหมดได้เข้าไป เมดสาวตกใจกับหญิงชราที่นอนเสียชีวิต " ขะ คุณนาย คุณนายมิเกล นี่มันเกิดอะไรขึ้น !?"

 

นักสืบพบศพผู้หญิงสองศพ " คดีนี้เป็นเรื่องต่อสู้กันสินะ คุณตำรวจ ผมเห็นว่าศพคนหนึ่งเป็นพวกแม่มด อีกศพเป็น เสือผ้ากระโปรงที่ใส่อยู่ในชุดคนยุคโบราณ .....คฑา ดาบหยก.... " และนักสืบก็หันไปทางพื้นรูปดาวห้าแฉก " เรื่องมันเกิดจากสิ่งนี้น่ะเอง "

 

นายตำรวจเห็น และหันไปถามสาวเมด" รูปดาวห้าแฉกที่ล้อมด้วยวงกลมนี้.... คุณเมดคิดว่ามันมีอะไร พอจะทราบมั้ยครับ "

 

" .......... อาจจะ....เป็นพิธีกรรม?...." เมดสาวพูดด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา

 

 

เมดสาว ตำรวจ นักสืบ เจ้าหน้าที่ เข้าไปใกล้พื้นตรงนั้น

 

พื้นส่องแสงจ้าแสบตา

 

" อะ อะไรเนี่ย !? "

 

คฤหาสน์หลังนี้ ตูมมมมมมมมมม !!!!! เพราะพื้นดาวห้าแฉกเกิดระเบิด

 

=========

 

 

" เจมส์เอ้ย เช้าแล้วนะ !" หญิงชราส่งเสียงเรียกบุตรชายจากหน้าห้องของเขา เนื่องจากที่ห้องของบุตรชายไม่มีนาฬิกาปลุก เธอจึงมีหน้าที่เป็นดั่งนาฬิกาช่วยทำให้เขาไม่ตื่นสาย

 

" งืมมมมม " ภายในห้อง เจมส์ที่นอนบนเตียง ที่นอนสุดนุ่ม งัวเงียจากการตื่น " ครับแม่ " และห้าวินาทีผ่าน.... " ....ครอก ฟี้ "

 

หญิงชราผู้เป็นแม่แม้จะชราผอมแห้งติดกระดูกก็ไม่ใช่อ่อนแอ เมื่อบุตรชายเผลอนอนหลับต่อ เธอกระโดดถีบใส่บานประตู มันจึงเปิดออก แล้วเธอก็กระโจนตัวไปบนเตียง ใช้ท่าล็อคลูกชายเป็นท่าหนึ่งจากวงการมวยปล้ำ เธอพูดเร็วๆ " ตื่นหรือไม่ตื่น 1...2....3 โอเค แม่ชนะมวยปล้ำ เจมส์แพ้แล้วนะลูก "

 

" โอ้ย!~ โอ้ย! .... โธ่แม่ ปวดระบมไปทั้งกายเลย "

 

" ก็ดันเผลอส่งเสียงกรนเพราะนอนหลับต่อน่ะสิ " หญิงชราเท้าสะเอว " ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันซะ จะได้หายงัวเงีย "

 

เจมส์ที่กำลังแปรงฟันที่ห้องน้ำจนเสร็จ บ้วนปาก อาบน้ำอาบท่า เข้าไปแต่งตัวหน้ากระจกเงาที่ห้องตัวเอง

 

ฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมบ้านเมือง ตอนนี้ไม่มีลมหรือการตกของหิมะ 

 

เจมส์เป็นนักเขียนนิยาย เขาพกคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คออกจากบ้านเพื่อเดินทางนำมันไปใช้เขียนแต่งนิยาย

 

' ปาปิยอง คาเฟ่ ' ร้านกาแฟที่เจมส์เป็นขาประจำ ปาปิยองเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่าผีเสื้อ

 

พอเจมส์ผลักบานประตูของร้านเข้ามา ก็พบเจอผู้ชายคนชงกาแฟที่เคาท์เตอร์" สวัสดี สวีดัส คุณสวีเดน เศษสวะดีๆ .... "

 

" แหม เป็นคำทักทายที่ไม่ระรื่นหูฉันเลย......สวะ..?" คนชงกาแฟเห็นเจมส์มมานั่งแล้ว..." มาใช้บรรยากาศที่นี่แต่งนิยายอีกแล้วสินะ

 

" อือ " เจมส์ตอบ เปิดหน้าพับเครื่องโน้ตบุ๊ค " ธีระ ฉันเอาเอสเพรสโซ่ร้อนเหมือนเดิม "

 

" ได้ๆ " ธีระที่ได้ฟังคำขอก็เคลื่อนร่างกายไปยังเครื่องชงกาแฟราคาแพงทันที

 

" ธีระ บ้านเมืองประเทศของเราขณะนี้มันหนาวจังนะ กาแฟร้อนๆนี่เหมาะเหม็งเลย " เจมส์คุยไปพร้อมกับรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์

 

" เขียนต่อจากเรื่องเก่าหรือเขียนเรื่องใหม่แล้วล่ะ? " กาแฟที่ธีระชงใกล้จะเสร็จแล้ว

 

" ก็มีทั้งสองอย่างเลยวันเนียะ " เจมส์อ่านทวนงานเขียนของตัวเอง " ....อืม ฉันมันเขียนออกมาแล้ว.....ตะหงิดๆ งานน่าจะยังไม่ดี แต่ฉันคิดไม่ออกว่าควรปรับแก้ตรงไหน "

 

" เอสเพรสโซ่มาแล้วเพื่อนยาก " ธีระนำกาแฟร้อนมาเสิร์ฟ

 

เจมส์เพียงจิบกาแฟ สมองของเขาได้พลัง " โอ เห็นแล้ว ต้องแก้เนื้อหาตรงนั้นตรงนี้ "

 

" เจมส์ เติมครีม นมจืด น้ำตาลทรายแดงได้ที่โต๊ะเลยนะ "

 

" พูดถึงกาแฟแล้ว การดื่มกาแฟให้สุขภาพได้ดี ไม่แย่ ต้องดื่มพอประมาณ ฉันดื่มเพียงแก้วเดียวและขนาดเล็ก ไม่ดื่มตอนท้องว่าง ฉันจึงรองท้องด้วยของกินมาจากบ้าน ดื่มร้อนๆดีกว่าดื่มเย็น อันนี้คนที่ดื่มกาแฟเย็นไม่ได้เพราะแพ้มีอาการปวดหัวจี๊ด และเมืองหิมะของประเทศเราก็เหมาะกับกาแฟร้อน "

 

" เอสเพรสโซ่ที่นายสั่งนี่ เกือบดีทั้งหมดแล้ว แต่นายยังได้รับ น้ำตาล นม ครีม มันก็สะสมในร่างกาย จะยังไงก็แล้วแต่ ดื่มกาแฟดำไม่หวานก็น่าจะดีมากๆนะ " 

 

" อืมมม ช่างหอมกรุ่น สิ่งนี้ได้จากกาแฟแบบร้อนๆ " เจมส์ดมกลิ่น และจิบอีกสองจิบ " สดชื่น ถ้าใครเป็นโรคความดัน โรคหัวใจ ก็ไม่ควรเยอะ "

 

" นายเขียนนิยายเรื่องอะไร "

 

เจมส์ตอบอย่างกระฉับกระเฉง "เรื่อง กาแฟร้อนหอมกรุ่นยามเช้า "

 

" โอ้ส ! ฉันชงดื่มบ้างดีกว่า " จากนั้นธีระก็ชงกาแฟอีกแก้ว

 

เมื่อได้แล้ว คนชงก็ไปนั่งอยู่กับเจมส์ และอ่านนิยายของเขา " เออ สนุกดีหนิ เคล็ดลับงานเขียนของนายนี่คืออะไร "

 

" เคล็ดลับของฉันก็คือ กินช็อกโกแล็ต "

 

" ......เหอ ? ไม่ใช่กาแฟร้านฉันเรอะ !?"

 

===========

 

 

โบสถ์ศาสนาคริสต์ในพื้นที่จังหวัดห่างไกลจากตัวเมืองของประเทศฟินแลนด์ 

 

ที่โบสท์แห่งนี้ เป็ดเน่า หมาเน่า หมูเน่า สัตว์สามชนิดพูดได้ ยืนเคียงกัน พวกมันเห็นก้อนหินเซนวางทับกันแบบสมดุลบนเนื้อที่ที่เป็นทรายขาวที่ดูแล้วสะอาดบริสุทธิ์  

 

" เนี่ย คือ พวกวัฒนธรรมจากนิกายเซน การจัดสวนแบบญี่ปุ่นประเภทคาเรซันซุย มันมีหลายประเภทล่ะแต่เรียกรวมๆเรื่องสวนหินนิกายเซนกันว่า สวนแบบคาเรซันซุย สิ่งที่เป็นของเอเซียนี่มาเสนอหน้าอยู่ที่โบสท์ประเทศฟินแลนด์ ที่เราเห็นที่นี่มันไม่เหมือนกันกับต้นฉบับนะ คาเรซันซุยจริงๆสวนที่ขึ้นขื่อมันไม่มีน้ำในสวน โบสท์คริสต์ที่นี่มีบ่อน้ำถมเถเลย " หมาเน่าอธิบายสิ่งที่เห็นและมีความรู้พอ " ฟินแลนด์ของพวกเราต้องโฆษณาวงดนตรีวงนี้กันหน่อย Poets of the fall ถ้าใครได้ฟัง วงนี้เป็นวงดนตรีฝรั่งที่มีฝีมือในการทำเพลงพอๆกับญี่ปุ่นเลยนะ "

 

" ยังมีอีกนะ วง europe เจ้าของตำนานเพลง final countdown " หมูเน่าช่วยเสริมให้ว่ามีวงดนตรีอีกวงที่สร้างชื่อ

 

" europe นั่นของสวีเดนแล้วเพื่อนยาก " เป็ดเน่าช่วยแก้ข้อมูล

 

หมาเน่าจ้องหินเซน " ไอ้หมูเน่า แค่สวนในโบสท์นี้มีพื้นทรายขาวหน่อย ใครก็ไม่รู้จากที่ไหนคงนำเอาหินมาวางซ้อนๆกัน นี่ก็เป็นสัญลักษณ์ของสวน นอกเหนือหินเล็กที่สมดุล ในสวนหินก็ต้องมีหินก้อนใหญ่ เคยเห็นกองหินที่ขนาดแตกต่างแต่ตั้งเรียงเป็นชั้นๆไม่ร่วงหล่น ที่นอกเหนือไปจากนิกายเซน ทำไมการจัดวางหินมันสมดุลได้นะไม่ล้ม.....เอ๊ะ"

 

พรวด !! ไอ้หมูเน่าไสลด์กายเข้าหาหินเซน สิ่งนี้มันเลยหล่นลงพื้นเลย " นี่แน่ะ สมดุลดีนัก เจอขาหมูตวัดทีเดียว ก็จบ"

 

เป็ดเน่านั่งที่เก้าอี้และโต๊ะที่ทำจากหินอ่อน จิบชาอังกฤษร้อนๆถ้วยหนึ่งจากโต๊ะ ข้างๆยังมีอีกถ้วยที่เป็นชาเขียวร้อนๆ " ทำไมสมดุลได้นะ แต่นี่ก็สัญลักษณ์ความสมดุล รู้จักหยินหยางมั้ย? แต่มันอาจจะไม่มีให้เห็นในคาเรซันซุย "

 

หมาเน่าช่วยบอก " หยินหยางนั่นมันก็ลัทธิเต๋า ของเล่าจื๊อมาจากจีนแล้วนะน่ะ "

 

หมูเน่ากล่าว " ความเป็นญี่ปุ่นนั้น ฉันจะบอกว่าวงดนตรี visual kei แต่งตัวอย่างนั้นแล้วมีแต่เล่นดนตรี ถ้า visual kei ไม่เล่นดนตรี ตอนไม่มีการทำอะไรพวกนั้นก็คนบ้าดีๆนี่เอง "

 

" อย่ามาดูถูกว่าเป็นบ้านะเว่ย "

 

" เสียงใครพูด..... " สามสัตว์ถามด้วยความสงสัย และหันไปยังต้นเสียงพร้อมเพรียงกัน " บะ บาทหลวง "

 

บาทหลวงวัยกลางคนยังเต็มบาทพอ และย้อนแย้งคำวิจารณ์ของหมูเน่า " ถอนคำพูดซะว่า visual kei เป็นคนบ้า เราต้องให้ความเคารพสิ่งต่างๆในโบสท์คริสต์ ถึงแม้สวนของเราจะมีศาสนาพุทธ มีญี่ปุ่นเข้ามาเสริม มันก็เป็นความสวยงามที่ประดับเอาไว้ พื้นกรวดพื้นทรายจากญี่ปุ่นแท้100%เลยนะที่เรามี เราต้องให้ความรู้สึกดี เคารพ มันเป็นจิตใจที่สงบสุข ถ้าคนชอบญี่ปุ่น มันต้องเคารพญี่ปุ่นทุกอย่าง"

 

" แหม ถึงจะว่า visual kei เรื่องของพวกวัยรุ่นแต่ท่านบาทหลวงก็เป็นติ่งเป็นแฟนฟังเพลงเหล่านั้นอีกแน่ะ อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย? และก็..ยังไม่ได้วิจารณ์ถึงคาเรซันซุยเลยนะครับ "

 

" คาเรซันซุย พื้นที่ตามแนวคิดเซน มีหิน มีทราย ไม่มีน้ำ เหล่าหินเหล่าทรายและพืชเล็กๆมันจำลองแทนภูเขา แทนสายน้ำ ....." บาทหลวงเต็มบาทอธิบายพอสังเขป " ถ้าอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ ที่เกียวโตไม่ใช่โตเกียวนะ เกียวโตมีวัดเซนเยอะ วัดขึ้นชื่ออย่างเรียวอันจินี่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดถ้าได้ไปเที่ยวตระเวนชมวัดน่ะ "

 

" นี่ๆๆๆ พื้นทรายขาวมันถูกกวาดเป็นลวดลาย วงกลมซ้อนๆ นี่ข้าจะเอากิ่งไม้มากวาดทรายขาวเป็นรูปดาวห้าแฉกเพนตาเคิลเลย " เป็ดเน่าแสดงศิลปะกับทรายขาว

 

" เพนตาเคิล ? ไอ้เป็ดเน่าเมิงจะทำพิธีกรรมอะไรรึไง?" หมูเน่าถาม

 

เป็ดเน่าพนมสวดมนต์ในใจ และสวดเสร็จมันก็กระพือปีกขึ้นๆลงๆ " จะบินล่ะนะ " และมันก็ดันบินได้เหมือนนก

 

หมาเน่าทึ่ง อึ้ง มึนงง" สัตว์ปีกแบบเอ็งนี่บินได้ไงวะเนี่ย "

 

" ขอพรกับเพนตาเคิล " สัตว์ปีกที่ลอยในอากาศใช้ปีกชี้ไปที่สัญลักษณ์ดาวห้าแฉกล้อมด้วยวงแหวน

 

หมาเน่าก็ไร้เหตุผลที่จะอธิบายว่ามันกระพือหูของมันแล้วบินลอยตามเป็ดเน่าไปได้ " ฉันก็บินได้เหมือนกัน "

 

" ฮือๆๆ " หมูเน่าร้องไห้เสียใจ " อั๊วะน้ำหนักเยอะมาก ร่างกายบินไม่ขึ้น "

 

บาทหลวงเอาตะปูมาแทงสวนเข้าช่องทวารของเจ้าอ้วนทำให้เกิดอะไรสักอย่าง....

 

" ปู้ดดด " หมูเน่ามีไอพ่น ลอยขึ้นตามเพื่อนๆได้แล้ว " เย่ เย่ เย่ " แล้วมันก็.......

 

หมาเน่าหันมาถามเป็ดเน่า " ...... เอ่อ ไอพ่นมันพาไอ้หมูเน่าไปไหนน่ะ? ........"

 

บาทหลวงนั่งลงที่เก้าอี้ของโบสท์ ดื่มน้ำชาอังกฤษร้อนๆ....

 

แสงแดดจากพระอาทิตย์ที่ฟินแลนด์ยังคงให้ความอบอุ่นแก่สิ่งมีชีวิต ถ้าไม่มีแสงพระอาทิตย์ก็จะรู้สึกหนาว......

 

บาทหลวงจัดเรียงหินเล็กมาตั้งซ้อนใหม่ เดินชมทัศนียภาพผ่านทรายขาว ผ่านกองหินกรวด " สวย งดงาม สงบมีสมาธิ นี่คือ สวนเซน "

 

=============




Create Date : 29 สิงหาคม 2566
Last Update : 29 สิงหาคม 2566 8:38:22 น.
Counter : 397 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คุกกี้คามุอิ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สิงหาคม 2566

 
 
1
2
3
6
8
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
30
31
 
 
29 สิงหาคม 2566
All Blog