บล็อกของลุงแว่น
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
19 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
น้ำตาราตรี




น้ำตาราตรี




ครั้งหนึ่งเมื่อนานมากแล้ว ผู้เขียนชอบตั้งเวลาอัดเทปเพลงสากลภาคดึกจากสถานีวิทยุที่แห่งหนึ่ง เพราะในรายการดังกล่าวมักจะนำเพลงไลท์มิวสิคฟังสบาย ๆ มาเปิดให้ฟังอย่างต่อเนื่อง โดยแทบจะไม่มีคั่นโฆษณาเลย ด้วยวิธีนี้ ผู้เขียนสามารถรวบรวมเพลงฟังสบายได้หลายอัลบั้มโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อหาสักบาท สอดคล้องกับสภาพทางเศรษฐกินของตัวเองยิ่งนัก

เช้าวันหนึ่ง เมื่อเปิดเทปเพลงที่ตั้งอัดไว้นั้นฟัง ก็เกิดประทับใจเข้ากับเพลงสากลเก่า ๆเพลงหนึ่งที่อัดได้ จำได้แม่นยำเพียงวลีทองของเพลงนั้นที่ว่า Golden memories and silver tears บทเพลงช้า ๆ เย็น ๆ ที่ขับร้องโดยนักร้องชายรุ่นเก่า เสียงนุ่มชวนฝัน แต่น่าเสียดายว่า ไม่มีโอกาสทราบรายละเอียดของเพลงนี้สักนิด ไม่ว่าจะเป็นชื่อเพลง หรือแม้แต่ชื่อนักร้อง

ทว่า ความประทับใจในวลีทองที่กล่าวถึงข้างต้น ทำให้ภายหลัง เมื่อผู้เขียนมีโอกาสได้ใส่เนื้อเพลงเพลงหนึ่ง จึงยกเอาวลีทองจากบทเพลงนั้น มาเป็นเนื้อหาแกนกลางของบทเพลงนั้น ผลคือได้เพลงที่ภายหลังให้ชื่อว่า “น้ำตาราตรี” เนื้อร้องมีดังนี้..



แสงเดือนสีทองฉายนวลผ่องโฉมโลมพื้น
แสงดาวสีเงินยิ้มรื่นดื่นตาฟ้าพราว
เสียงหริ่งระงมสายลมสะบัดพัดเป่า
เปลี่ยวเหงาเศร้าเหม่อเพ้อคะนึงหา

คิดครวญครั้งเก่าสองเราแนบชิดเคียงขวัญ
เห็นนวลแสงจันทร์แฝงเงาอยู่ในสายตา
เสียงหริ่งวังเวงบรรเลงเพลงเร่งเริงร่า
ยิ่งเร้าใจข้าร้อนแรงรัญจวน

ดึกนี้เดือนผ่องฉันมองซีดจาง
หมู่ดาวอ้างว้างหม่นแสงสิ้นนวล
เสียงหริ่งเคลิ้มฟังดั่งเสียงใจครวญ
หวาดหวั่นรัญจวนจิตป่วนหวนปอง

ขอครวญคะนึงถึงคราวสุขซึ้งสดใส
แม้มันมลายคล้ายไอหมอกจากละออง
แล้วหลับตาลงตรงภาพอดีตสีทอง
ปล่อยแสงเดือนส่องน้ำตาสีเงิน.



แต่เพลงน้ำตาราตรีนี้ ก็เป็นได้เพียงบทเพลงที่ถูกเก็บซ่อนอยู่ในแฟ้ม ไม่เคยได้รับการเผยแพร่ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ จากค่ายเพลงต่าง ๆ ว่า “เนื้อร้องมันโบราณ”


เอาละ โบราณก็โบราณ ไม่ว่ากัน เข้าใจและเห็นใจเสียด้วยซ้ำ ยุคสมัยเปลี่ยนไป อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ก็ต่างออกไป ผู้คนผูกพันกับแสงไฟจากหลอดนีออนมากกว่าแสงเดือนแสงดาวเสียแล้ว จะร่ำร้องให้มองเดือนมองดาวคงยาก ถึงอยากจะมอง ก็อาจมองไม่เห็น เพราะตึกสูง ๆ บังเสียหมด

เก็บงำเพลง “น้ำตาราตรี” ไว้นานหลายสิบปีจนมาวันหนึ่งเมื่อไม่นานนี้ ครึ้มอกครึ้มใจคิดถึงวลีทอง “Golden memories and silver tears” ขึ้นมา เลยลองเอาวลีนี้ใส่เข้าไปในเสิร์ชเอนจิ้นเล่น ๆ ผลที่ออกมาทำให้ตาลุกโพลงด้วยความดีใจ



วลีนี้เป็นชื่อเพลง Golden Memories and Silver Tears ที่ประพันธ์และขับร้องโดย Jim Reeves นักแต่งเพลงและนักร้องชาวอเมริกันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1923-1964 เนื้อร้องของเพลงนี้ที่ค้นได้จากอินเตอร์เน็ตมีดังนี้...

Golden Memories and Silver Tears

I dream of a golden moon and silver stars
When first we met and danced to sweet guitars
Music that breaks my heart bringing me dear golden memories and silver tears
Golden memories and silver tears are my lonely heart's suvenirs
All that you've left me are memories dear golden memories and silver tears
[ strings ]
And now dear my golden moon pass and turn to blue
And all those silver stars are gone with you
Old memory of love bringing me pain oh how sad to love and love all in vain
Golden memories and silver tears...





บอกกันอย่างไม่อายว่า ตั้งแต่ฟังเพลงครั้งแรกจากเทปที่อัดไว้ จนกระทั่งได้มาฟังอีกครั้งผ่านอินเตอร์เน็ต ความรู้ภาษาอังกฤษระดับสอบได้คาบเส้นแทบทุกครั้งของผู้เขียน เอื้อต่อความรับรู้บทเพลงนี้ได้ไม่มากไปกว่าวลีทองที่ใช้เป็นชื่อเพลง ครั้นค้นเนื้อเพลงมาได้ ก็พบว่า บทเพลงนี้ใช้ถ้อยคำและภาษาที่เก่าโบราณ พอ ๆ กับที่ผู้เขียนใส่เป็นคำร้องใน “น้ำตาราตรี” อย่างไม่ต้องนัดหมายกันมาก่อน

พอได้กลับมาทบทวนบทเพลง “น้ำตาราตรี” อีกครั้ง ก็พบด้วยความประหลาดใจว่า เนื้อเพลงมีลักษณะใกล้เคียงกับโครงสร้างของกลอนแปดอยู่ไม่น้อย จึงเกิดความคิดว่าน่าจะลองเอาเนื้อร้องนี้ มาปรับเปลี่ยนให้เป็นบทกลอนดูบ้าง เผื่อจะได้อะไรที่แปลกใหม่ เป็นการหาเรื่องเล่นสนุกกับคำสวย ๆ ที่ถูกใจผู้เขียนยิ่งนัก

ใช้เวลาสองสามวัน การเล่นสนุกของผู้เขียนก็ได้ผลออกมา ดังนี้...


น้ำตาราตรี

เด่นเดือนทอง นวลผ่องโฉม อาบโลมพื้น
จุดดาวดื่น แต้มเงินยวง เต็มห้วงหาว
หริ่งระงม ลมพัดมา เพียงคราคราว
ใจเหน็บหนาว เปลี่ยวเปล่าเพ้อ หมองเหม่อมา

ครวญครั้งเก่า สองเราชิด สนิทขวัญ
เห็นเงาจันทร์ แฝงตาเธอ พลอยเพ้อหา
หริ่งวังเวง ร่ำบรรเลง เร่งลีลา
เร้าใจพา ยิ่งไหวหวั่น ร้อนรัญจวน

ดึกคืนนี้ เดือนเคยผ่อง กลับหมองเศร้า
ดาวดวงเก่า ดูหม่นแสง แฝงกำสรวล
หริ่งเรไร ดังล้อใจ ใครคร่ำครวญ
หวาดไหวหวั่น ปั่นใจป่วน ไห้หวนปอง


ย้อนคำนึง ถึงคืนสุข ปลุกความหมาย
แล้วเอนกาย อาบสายหมอก หลอกใจหมอง
กอดอดีต ที่คืนวัน ฝันสีทอง
ปล่อยเดือนผ่อง ส่องแสงทา น้ำตาเงิน.



พอเขียนเป็นกลอนเสร็จก็ปล่อยทิ้งไว้นานพอดู พอมีโอกาสได้หยิบขึ้นมาอ่านดูอีกครั้ง ก็ประหลาดใจว่า กลอนบทนี้ ยังคงกลิ่นอายของความโบราณทั้งภาษา และฉากที่ใช้ไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

จึงเชื่อได้ว่า กลอนบทนี้ก็คงมีจุดจบไม่ต่างกับเนื้อเพลงที่เคยแต่งไว้ก่อนหน้า คือถูกเก็บไว้เพียงในแฟ้มของผู้เขียน รอวันที่ปลวกและแมลงจะแทะกินและสาบสูญไปกับกองพะเนินของวัตถุโบราณชิ้นอื่น ๆ

มีข้อน่าสังเกตอยู่สองสามอย่างที่ได้จากการเล่นสนุกครั้งนี้ที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง



ข้อแรก คือเรื่องของการถ่ายสะท้อนไปมาระหว่างศิลปะต่างภาษา สำหรับผู้เขียนแล้ว นับเป็นความเพลิดเพลินและมหัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ที่ได้ถ่ายทอดงานศิลปะจากภาษาหนึ่งสู่อีกภาษาหนึ่ง แม้ว่าความรู้ทางภาษาที่สองและที่สามของผู้เขียนจะมีอยู่อย่างจำกัดเต็มที แต่ภาษาทางศิลปะ ดูเหมือนจะเป็นภาษาสากล มีกวีท่านหนึ่งเคยให้แง่คิดไว้ว่า ไม่มีใครสามารถแปลงานเขียนที่เป็นศิลปะจากภาษาหนึ่ง ไปเป็นอีกภาษาหนึ่งได้ อย่างเก่งที่พอจะทำได้ คือแปรอารมณ์ศิลปะจากภาษาหนึ่งสู่อีกภาษาศิลป์หนึ่งเท่านั้น

ข้อที่สอง การถ่ายทอดงานศิลปะข้ามสาขา เช่นการสะท้อนอารมณ์ของบทเพลงให้เป็นบทกลอน การบรรยายความงดงามของภาพวาดเป็นเสียงดนตรี การพรรณาภาพถ่ายด้วยบทกวี ฯลฯ นับเป็นงานที่สนุกตื่นเต้นและท้าทายไม่น้อย จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย

ยากตรงที่งานศิลปะแต่ละสาขามีเครื่องไม้เครื่องมือในการนำเสนอที่ต่างกัน การจะถ่ายทอดงานข้ามสาขา ผู้ทำงานจึงต้องมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจเครื่องไม้เครื่องมือทางศิลปะทั้งสองสาขานั้นพอสมควร



แต่ที่ว่าง่าย ก็คือ ศิลปะในสาขาดั้งเดิม มีความงดงามสมบูรณ์ทั้งด้านเนื้อหาและรูปแบบอยู่ภายในตัวเองแล้ว ผู้ถ่ายทอดไม่ต้องคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ หน้าที่ของเขามีเพียงนำเสนอความงดงามสมบูรณ์เหล่านั้น ด้วยศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ตนเองถนัดอยู่แล้วเท่านั้น กล่าวคือทุ่นเวลาในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่สามารถทุ่มเทความสามารถทั้งปวงของตนไปกับการถ่ายทอดเท่านั้น

และนี่ดูเหมือนจะเป็นคุณูปการที่ได้รับ จากการทำตัวเป็นฤาษีแปลงสาร แปร Golden Memories and Silver Tears ของ Jim Reeves ในยุค 50 มาเป็นเพลง “น้ำตาราตรี” ในยุค 80 และบทกลอนชื่อเดียวกัน ในยุค 2000

คนอื่นอาจไม่สู้รู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ แต่ผู้เขียนกลับสนุกสนานเพลิดเพลินเป็นที่ยิ่ง.


***********************************



หมายเหตุ : งานประพันธ์ในบล็อกนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

การคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เพื่อเผยแพร่โดยทางหนึ่งทางใด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด




"ลุงแว่น"
skit@ji-net.com



Create Date : 19 เมษายน 2552
Last Update : 19 เมษายน 2552 19:42:51 น. 42 comments
Counter : 944 Pageviews.

 


มินมากราบขอบคุณลุงแว่นค่ะ
กลอนที่เอาไปให้มินอ่ะ ลึกซึ้งกินใจจริง ๆ
เข้ากับบรรยากาศ การจินตนาการของมินจัง
จะขอนุญาติยึดไว้ให้ตัวเองเคลิ้มเรื่อย ๆ อ่ะนะคะ
เข้ามา พอดีลุงแว่นอัพบล๊อคพอดีเลย
ได้กำไร 2 ต่อเลยค่ะ ได้ฟังเพลงที่เข้ากับกลอนอีกด้วย
ปล.ขอบคุณอย่างจริงใจ อีกครั้งนะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:04:46 น.  

 
ทำกันกันเลยครับ ตอน 13-14 กิจกรรมก็คือ อัดเพลงจากวิทยุ ฮิๆ

ชอบเพลงเก่าเหมือนกันครับ แต่แบบเก่ามากๆ แบบไทยเดิมเลยครับ เก่ากว่าของลุงแว่นอีก 5555 แพ้ผมล่ะ


โดย: endless man วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:34:24 น.  

 
ปล. เปิดรอไว้ 10 นาที เพลงไม่ขึ้นนะครับ อดฟังเลย


โดย: endless man วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:34:57 น.  

 
ฟังเพลงและดูภาพประกอบแล้ว ทำให้คิดถึงแผ่นเสียงขนาดเล็ก 7 นิ้ว เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้วครับ

สมัยนั้นบ้านคนมีเงินสักหน่อย จะมีเครื่องเล่นแผ่นเสียง ฟังเพลงจากเครื่องเล่นพวกนี้ ผมเข้าใจว่าสมัยนั้นเรื่องลิขสิทธิ์ยังไม่เข้นข้นเหมือนสมัยนี้ มีค่ายเพลงทำแผ่นเสียงออกขายกันมาก บางร้านยังเหลือตกค้างมาจนถึงทุกวันนี้

ผมเองดูเหมือนจะเป็นนักสะสมมากกว่าจะเชี่ยวชาญเรื่องเพลง เก็บแผ่นเสียงเหล่านี้ไว้จำนวนหนึ่ง เดี๋ยวนี้แผ่นเพลงร็อกของนักร้องบางคนที่ผลิตจากเมืองไทยเป็นที่ต้องการของฝรั่งมังค่า จ่ายกันไม่อั้นที่เดียวครับ

ฟังเพลงจากบล็อกของคุณลุงแว่นแล้วสุขใจครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:42:20 น.  

 

ลุงแว่นนี่Romaticสุดๆไปเลยค่ะ..



หนุ่มเซอร์ขวัญใจเราอีกคน..รุ่นก่อนอนันดา เอเวอริงแฮม
ก็..ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์นั่นเอง


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:21:02:19 น.  

 
สวัสดีค่ะลุงแว่น

ดาวจ๋ามานั่งฟังเพลงเพราะๆ และอ่านกลอนอย่างชื่นชมค่ะ

และขอส่งลุงแว่นเข้านอนเลยนะคะ
พรุ่งนี้ดาวจ๋ายุ่งมาก ช่วงเช้าอาจจะไม่ได้เข้าบล็อก
ดาวจ๋าจะไปพบลูกค้าค่ะ...บ่ายๆก็จะเข้าไปดูเอกสารที่ออฟฟิต
ไม่แน่ใจว่ามีเวลาว่างตอนไหนค่ะ


ราตรีอาทิตยวารสวัสดิ์มนัสชื่น..คืนนี้ฝันดีนะคะ


โดย: ดาวจ๋าคนซนๆค่ะ (satineesh ) วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:22:18:35 น.  

 
ไม่สู้เขาหน่อยหรือค่ะ อัดเทป บอกอายุเลยค่ะแซวน่ะค่ะ


โดย: ni (ชีวิตจริง ) วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:22:51:03 น.  

 
ถึงใครจะว่าโบราณ แต่ก็ซึ้งกินใจจริงๆเลยค่ะลุงแว่น


โดย: pinkyrose วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:22:58:11 น.  

 
นึกถึงเพลง+ยุดสมัย..นักเพลง The Sound of Music ค่ะ
แต่เสียงJim Reeves..เวลาร้องเสียงสูงขึ้นนาสิกคล้าย Elvis เล้กๆนะคะ..แค่สะดุดน๊ดนึง

เอารูปฮิวโก้ตอนเป็นพิธีกร Game show 7 สี มาฝากค่ะ
อ้อ!!!ลุงแว่นโดนพาดพิงในBlog เราค่ะ
(สร้างความร้าวฉาน..คืองนของเรา อิ อิ)



เพิ่มรูปตอนวัยสะรุ่นตอนเข้าวงการTV.ใหม่ๆของฮิวโก้ค่ะ
จะได้ไม่สบสนกับที่เขาแปลงร่างเป็นเซอร์แล้ว







โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:22:58:36 น.  

 
มะเคยได้ยินเลยจ้าลุงแว่นจ๋า

ตะอ่านจากเนื้อเพลงกะซึ้งมากค่ะ


โดย: ถุงก๊อปแก๊ป วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:23:26:30 น.  

 
เพลงไม่ขึ้นอ่ะครับ


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:1:13:19 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะคุณลุงแว่น
จนแอบสงสัยว่า...คุณลุงแว่นเป็นนักเขียนด้วยหรือเปล่า

สำหรับบางคน...มีวิธีถ่ายทอดได้น่าสนุก...น่าติดตาม
จนเราเอง...พลอยมีความสุขกับเขาไปด้วย

อ่านกลอนที่คุณลุงแว่นเขียน...
ทำให้คิดถึงบทนี้ไม่ได้...บทเก่าที่นางเคยเขียนไว้
ขออนุญาตเอามาวางนะคะ


... รอยทางแห่งค่ำคืน ...

๏ รวิแดงแต่งรอบชายขอบฟ้า
หวีดลมพาพัดใบก็ไหวสั่น
ปลิดลงคว้าง..พร้อมสายปลายตาวัน
ความเงียบงันกรายกล้ำสู่ค่ำคืน

๏ ฟากฝั่งฟ้าแสงดาวสิ้นวาวใส
ท่ามสองนัยน์หม่นพร่าเกินฝ่าฝืน
หรือโคมจันทร์เจ้าลับจึงดับกลืน
เหลือเพียงผืนนิลหลอมย้อมราตรี

๏ ระบัดก้องยินแผ่ก็แต่เสียง
เข้าล้อมเรียงรัดหน่วงในห้วงศรี
ยังไหวเวียน..ข่ายขมคมวจี
กับหวานปรี่..คอยเคล้า..คอยเว้าวอน

๏ รอยอาลัยผ่านลมไปพรมพร่าง
คำนึงนางหนึ่งใคร..ไม่คลายถอน
ดวงตานั้นเช่นเดือน..เลือนอัมพร
ฤดีรอน..กับมืดทาง...อันห่างไกล

๏ คงเยือนย้ำคำจากพิพากษา
ที่เคลื่อนถาโถมหลั่งเกินรั้งไหล
ปล่อยลงริน..ซึมซอนเข้ากร่อนใน
สุดจะไขเงื่อนปมให้ขมคลาย

๏ ไอระเหยแห่งกาลแม้นนานล่วง
ตะกอนรวงคำหยาดไม่ขาดหาย
กับคลื่นเกลียวคอยเหลียวด้วยเดียวดาย
มิสับย้าย..ตราบสายลมหายใจ..


โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:5:13:05 น.  

 
เดี๊ยนฟังแต่เพลง เนื้อร้องหมดสิทธิ์ คิดว่าภาษาประกิดของเดี๊ยนเท่าหางอี่งล่ะค่ะ คุณ Jimm Reeves เป็นนักร้องคนหนึ่งที่คุณฝาชีของเดี๊ยนเป็นแฟนเพลงค่ะ เขาชอบนักร้องเก่าๆมีหลายคนค่ะ

เดี๊ยนก็ได้ฟังจากคุณฝาชีนี้แหละ เพลงนี้เดี๊ยนจะไปลองค้นดูเขาอาจจะมีแผ่นซีดี ซื้อแผ่น ที่เขาก๊อปค่ะ เพราะหาซื้อแผ่นจริงไม่ได้

คณฝาชีของเดี๊ยนเป็นนักร้องสมัครเล่นขั้นน้องๆเทพ โดยเฉพาะเพลงฝรั่งค่ะ

แต่เทียบไม่ได้กับลุงแว่นเป็นศิลปินที่มีศิลปะในด้านการฟังเพลงแล้วเอามาเขียนเป็นกลอน

สมัยเด็กๆ เดี๊ยนก็เป็นแฟนของคุณเล็ก วงศ์สว่าง เหมือนกัน ชอบอ่านเนื้อเพลงที่เขียนเป็นกลอนซึ่งแปลจากเนื้อร้องเพลงฝรั่งค่ะ เพราะแปลเองภาษาประกิดไม่ค่อยจะรู้เรื่องค่ะ

ฟังเพลงลุงแว่นแล้วมันเย็นดีค่ะ




โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:5:32:59 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณลุงแว่น


ชอบคำว่า "น้ำตาราตรี" จังเลยครับ
ดูเศร้า เหงามากๆครับ
















โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:8:43:00 น.  

 


หวัดดีเช้าวันแรกของการทำงานค่ะ ลุงแว่น
วันนี้ ตั้งใจว่า จะทำงานอย่างขยันขันแข็งค่ะ
ปล.มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:9:02:03 น.  

 
โหยยยยยยยยยยย ---- คุณลุงแว่นครับ
ผมว่ากลอนวันนี้ของลุงแว่นน่าเอาอัพบล้อกใหม่มากเลยครับ
คม เข้ม แล้วก็เป็น "กลาง" มากๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:13:35:12 น.  

 
สงสัยจะเก่ามาก ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ
แต่บางครั้งการได้ฟังเพลงเก่าๆโบราณๆ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลดีค่ะ
ส่วนใหญ่ความหมายก็จะดีมากด้วย คนแต่งช่างคิด


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:15:20:38 น.  

 
หริ่งวังเวง ร่ำบรรเลง เร่งลีลา
เร้าใจพา ยิ่งไหวหวั่น ร้อนรัญจวน


.........อืม...เซ็กซี่ได้อีกนะเนี่ย...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:15:55:38 น.  

 
หางานมาให้ลุงแว่นทำอีกแล้วค่ะ

เข้าไปรัย job ที่บ้านเดี๊ยนหน่อยนะคะ ขอบคุณอย่างแรง


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:19:11:11 น.  

 



ดูน้ำตกแก้ร้อนไปก่อนนะคะลุงแว่น

ภาษาต่างด้าวป้าไม่ค่อยแข็งแรง
แต่ฟังเสียงร้อง ทุ้ม นุ่ม หลบเสียงขึ้นๆลงๆเพราะดีค่ะ

ชอบเนื้อเพลงที่ลุงแว่นนำมาเขียนเป็นกลอนค่ะ

คมคำ : ไม่มีอะไรเป็นของเรา … แม้แต่ตัวของเราเอง




โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:19:37:47 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะคุณลุงแว่น



โดย: pinkyrose วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:0:21:55 น.  

 
ไม่ยักรู้ว่าลุงแว่นเขียนหนังสือด้วย บอกหน่อยได้ไหจะได้ตามไปอุดหนุนค่ะ

ขอบคุณลุงแว่นที่ตอบแท๊กให้นะคะ และตอบแบบสนุกสนานน่ารักมาก ความจริงน่าจะมาทำเป็นกลอนอย่างที่เดี๊ยนว่า ดูมันฉีกแนวดี

มีอะไรจะคุยอีก หมดเวลาแล้วกำลังจะออกไปจ๊อกกิ้งและแอโรบิคค่ะ เดี๋ยวค่อยมาใหม่ค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:5:26:22 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น


วันนี้คุณลุงแว่นมาเจิมบล็อกผมด้วย อิอิอิ


ผมชอบคำว่า "แล้วโลกรอบ จะตอบความ" จังเลยครับ
แค่สองประโยคนี้
เหมือนจะอธิบายบล็อกผมทั้งบล็อกเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:7:31:30 น.  

 
นาน ๆ จะได้อ่านข้อความที่คนเขียนถึงตัวเองนิ่ง ๆ ได้สักที
ยินดีด้วยค่ะ


โดย: กังสดาล IP: 125.25.55.63 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:8:01:40 น.  

 


หวัดดีวันอังคารค่ะลุงแว่น
มินไปเจอกลอนลุงแว่น ที่บล๊อคคุณก๋าอ่ะค่ะ
ที่เกี่ยวกับเรื่องการเดินให้ช้าลงซะบ้างอ่ะ
ชอบ ชอบ ชอบอีกแล้วค่ะ 55555+++
ปล.ลุงแว่นมีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:10:18:04 น.  

 
เสี้ยวชอบภาษาเก่าๆ ไม่ว่าจะภาษาไหนก็ตาม
รู้สึกว่าภาษาเก่าๆ กว่าจะคิดออกมาได้
มันต้องใช้ความคิดกลั่นออกมาอย่างละเมียดละไม
ซึ่งมันยากที่เดี๋ยวนี้คนจะมีเวลาซึมซับกับความละเมียดละไมนั้น

เสี้ยวมีคุณอาผู้หญิงคนหนึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ
ของโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังในกรุงเทพฯ
วันก่อนถามถึงลูกของเขาว่าทำไมหันไปเรียนวิทย์ ทั้งๆ ที่เราก็รู้ว่าน้องเรามันศิลป์จะตาย
เขาตอบกลับมาว่า ฉันไม่ให้เขาเรียนเองแหละ
เรียนไปทำไม ภาษา บทกวี ศิลปะ พวกนี้เพ้อเจ้อมีแต่จินตนาการ
เรียนวิทย์ดีกว่า มันจะได้ไปต่อได้ ทดลองวิจัยต่อยอดไปได้เรื่อยๆ
เรียนศิลป์แล้วยังไง เรียนบทกวีเก่าๆ พวกนี้ เหมือนพายเรือวนในอ่าง
นี่ฉันก็ดันลูกศิษย์ทุกคนให้เรียนวิทย์ให้หมดให้ได้

เสี้ยวฟังแล้วใจหายวูบ สงสารลูกเขา กับลูกศิษย์เขาด้วย
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ยิ้มๆ แล้วก็เดินจากมา


โดย: gluhp วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:10:28:34 น.  

 
ต่อกแต่กๆ ๆ ก๊อกๆๆ รีบมาแอบเฉลยให้คร่าาาา


โดย: จันทร์ไพลิน วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:18:44:09 น.  

 
ดึกคืนนี้ เดือนเคยผ่อง กลับหมองเศร้า
ดาวดวงเก่า ดูหม่นแสง แฝงกำสรวล
หริ่งเรไร ดังล้อใจ ใครคร่ำครวญ
หวาดไหวหวั่น ปั่นใจป่วน ไห้หวนปอง


ย้อนคำนึง ถึงคืนสุข ปลุกความหมาย
แล้วเอนกาย อาบสายหมอก หลอกใจหมอง
กอดอดีต ที่คืนวัน ฝันสีทอง
ปล่อยเดือนผ่อง ส่องแสงทา น้ำตาเงิน

----------------------------------------------------------------------------

ด้วยความเกรงใจและต้องขออภัยอย่างสูง
ที่ทิ้งช่วงแห่งการแลกเปลี่ยน พบปะ สนทนาปราศรัย

สวัสดีค่ะลุงแว่น
ทนแรงคิดถึง และแรงบันดาลใจไม่ไหวจนต้องกระวีกระวาด
เข้ามาเคาะประตูบ้านในยามเย็นย่ำสนธยา
สบายดีนะคะ..เห็นอารมณ์ศิลปินเอกของลุงกำลังลื่นไหล
ดูได้จากบทกลอน...ที่ย้อนอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างลงตัว

อย่าบอกว่าคนอื่นไม่รู้สึกรู้สานะคะลุง...มีค้อน
ก็สองบทข้างบนที่ยกมา...เหมือนควักใจใครบางคนออกมาเขียนเลยค่ะ
คนรู้สึก...กลับเขียนไม่ได้อย่างนี้แปลกนะคะ

หายไปเพราะหลายๆ เรื่อง อยากระบาย อยากเล่า อยากบอก
แต่คงไม่สมควร และคงเป็นการรบกวนที่จะเอาทุกข์ไปให้คนอื่น
เห็นลุงบอกให้เขียน...จริงๆ แล้วกุ้งเขียนมาเยอะแล้วค่ะ
แต่ละปีจะมีไดอารี่อยู่หลายเล่ม บางเล่มเฉพาะเรื่องฮาๆ
บางเล่มเพื่อบันทึกทั่วๆ ไป บางเล่มสำหรับวันหม่นๆ
ช่วยระบายได้ในระดับหนึ่ง

ขอบพระคุณลุงแว่นค่ะ..ที่ไม่ทิ้งกัน

พี่สาวกังสดาล..ส่งหนังสือไปให้อ่านหลายเล่ม
มีกำลังใจดีๆ ส่งให้เสมอ..ฝากขอบพระคุณผ่านบล็อกของลุงแว่นไปด้วยเช่นกัน
มีข้อความทิ้งเอาไว้จากพี่สาว ที่ทำให้คิดได้..
ทุกสิ่งที่มี ที่คิด ไม่มีอยู่จริง..มีได้ก็เพราะตัวเราเองนั่นแหล่ะที่ไม่ยอมปล่อยวาง

เหมือนโดน..ไม้เรียวหวดก้น
สติที่ขาดๆ เกินๆ เริ่มคงที่..
หวนนึกถึง..คำพูดหนึ่งที่เคยเขียนไว้ในไดฯ เล่มเก่า
คนเคยรักใช้มีดปักอก แล้วเรายังช่วยย้ำ
กำด้ามมีดกดซ้ำ ให้แผลลึกลงไปอีก
ช่างเป็นคนเจ็บที่โง่เง่าเสียจริงนะคะลุง

คอมเม้นท์เยอะ เรื่อยเปื่อย..เบื่ออ่านหรือยังคะ
อัดอั้น คิดถึง อย่าว่ากันเน้อ
ยังเมาหมัด เมาคลื่นอยู่นิดหน่อย
แต่รับรองถึงฝั่งค่ะ...ไม่เป็นเรือกระดาษแน่นอน
ถึงจะอ่อนไหวแต่ไม่อ่อนแอนะคะลุง
ชูสองนิ้วสู้ตาย.. :))

Buonasera Ciao Ciao



โดย: กุ้งนาง IP: 82.213.67.10 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:19:02:42 น.  

 
เคยฟังนานมากๆๆแล้วค่ะไม่คิดว่าจะมีคนจำเพลงนี้ได้อีกค่ะนานมากตั้งแต่ยังไม่ได้เกิดเลยค่ะ


โดย: ni (ชีวิตจริง ) วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:19:54:11 น.  

 
สวัสดีครับคุณลุงแว่น

ผมเข้ามาฟังเพลงหลายรอบแล้ว เพลงนี้ฟังไม่เบื่อเลยครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:20:56:11 น.  

 
แวะมาสวัสดีลุงแว่นค่ะ

ไปเจอลุงแว่นที่บล็อก"คุณซองขาวเบอร์ 9" ลักษณะการตอบน่าสนใจ จนรัชชี่ต้องขอมาทำความรู้จัก

แต่งกลอนเก่งมาก ๆ ค่ะ

รัชชี่ชอบคำสัมผัสของเพลงยุคเก่า เพลงที่ขึ้นต้นด้วย "พลิ้วลมพัดฉ่ำ ดอกคำใต้ฝุ่น" จำไม่ได้ว่าชื่อเพลงอะไร ชอบมากมายเลยค่ะ

พอมาฟังเพลงสมัยนี้ มันก็เป็นอีกแบบ ภาษาง่าย ๆ แต่ถ้าอยากได้คำสวย ๆ ต้องเพลงยุคก่อนเลย


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:21:00:05 น.  

 
มีน้ำตกมาขายค่ะ

ว่างก็แว้บไปดูนะคะ...ไม่ซื้อไม่ว่าค่ะ อุอุ....


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:21:03:32 น.  

 


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:21:28:46 น.  

 
พรุ่งนี้วันคุ้มครองโลกนะครับ ลุงแว่นได้ทำอะไรเพื่อโลกบ้างครับ


โดย: endless man วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:21:33:40 น.  

 
นัทชอบทั้งกลอน ชอบทั้งเพลงเลยล่ะค่ะลุงแว่น จริง ๆ นัทชอบฟังเพลงเก่า ๆ นะคะ นัทว่าเพลงเก่า ๆ ใช้คำได้สละสลอยกว่าเพลงใหม่ ๆ ในปัจจุบันมาก ๆ

ปล. นัทเห็นด้วยกับคอมเมนท์เรื่องการตัดสินคุณภาพของบทเพลงที่ลุงแว่นเขียนไว้ในบล็อกนัทนะคะ ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจค่ะ แต่มันเป็นความรู้สึกของคนที่หลงรักดนตรี และมีชีวิตเกี่ยวพันกับดนตรีมาโดยตลอดคนหนึ่งเท่านั้นเอง


โดย: Picike วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:3:19:23 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ค่ะ ลุงแว่น

เมื่อวานเข้าเน็ตไม่ค่อยได้ คงจะป่วยอีกตั้งใจจะมาคุยยาวๆ เลยไม่ได้คุย ติดไว้ก่อนค่ะ

ไปออกกำลังก่อนค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:5:35:56 น.  

 


สุข สดชื่น วันพุธ นะคะลุงแว่น
ปล.ร้อนจังเลยนะคะ ถ้ามันร้อนมากกว่านี้
สงสัยจะเปื่อยอีกแล้วมิน เฮ๊อ


โดย: มินทิวา วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:8:09:57 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณลุงแว่น















โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:8:30:46 น.  

 


มาสวัสดีลุงแว่นค่ะ
พร้อมกับมาชวนดื่มกาแฟยามบ่าย
เพื่อความสดชื่นค่ะ





โดย: พธู วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:13:38:32 น.  

 
ไม่ทำTAG ต่อหรือค่ะ


โดย: ni (ชีวิตจริง ) วันที่: 22 เมษายน 2552 เวลา:18:59:17 น.  

 
มารื้อบ้านลุงแว่นอ่านค่ะ


โดย: teansri วันที่: 25 เมษายน 2552 เวลา:20:48:26 น.  

 
อยากฟัง เพลงนี้จัง มีฟังที่ไหน


โดย: ตาพรานบุญ วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:07:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลุงแว่น
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลุงแว่น's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.