บล็อกของลุงแว่น
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
14 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

เรื่องสั้น ๆ ของช่างแคระ

แถวนี้ไม่มีใครไม่รู้จักช่างแคระ

น้อยคนนักจะรู้จักชื่อจริงของช่างแคระ ทุกคนในชุมชนพร้อมใจกันเรียกช่างแคระมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยคุณลักษณะพิเศษของช่างแคระเอง นั่นคือ รูปร่างอันแคระแกร็นของเขา เขาสูงเพียง 120 กว่าเซ็นติเมตร แขนขาก็สั้นไปตามส่วน เป็นคนแคระแบบสมส่วน ไม่ใช่แคระแบบแขนขาโก่งแบบพิกลพิการ เข้าใจว่าความแคระแกร็นนี้คงเกิดจากความผิดพลาดของต่อมหรือท่ออะไรสักอย่างที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเขา เท่าที่รู้ เขาเป็นเพียงคนเดียวในครอบครัวที่มีรูปร่างแคระแกร็นเช่นนี้



ช่างแคระเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รับจ้างซ่อมวิทยุเทป ทีวี เตารีด หม้อหุงข้าว ฯลฯ บ้านเช่าหลังย่อมๆ อันเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำงานของเขาอัดแน่นไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ๆ ทั้งที่รอการซ่อม และที่พร้อมจะโละทิ้งแต่ช่างแคระยังตัดใจทิ้งไม่ลง

ครอบครัวเดิมของช่างแคระฐานะค่อนข้างยากจน มีลูกเต้าทั้งชายหญิงร่วมสิบคน การจะทำมาหากินเพื่อเลี้ยงลูกเต้าวัยไล่ ๆ กันจำนวนมากขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ช่างแคระจึงต้องลาออกจากโรงเรียนเมื่อจบเพียงชั้นประถม 4 เผอิญท่านพระครูคนบ้านเดียวกับช่างแคระนึกเอ็นดูเด็กชายแคระ ก็เลยชวนมาบวชเณรอยู่วัดเสียเพื่อประหยัดค่าข้าวของครอบครัว ต่อมาเมื่อท่านพระครูย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดในท้องถิ่นนี้ และได้ขยับขยายเลื่อนขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ช่างแคระก็เลยติดสอยห้อยตามพระอาจารย์มาอยู่ที่นี่ด้วย ตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณรจนอายุครบบวชก็บวชเป็นพระต่อไปเลย

วัยหนุ่มของพระแคระก็มีเรื่องแปลก ๆอยู่เหมือนกัน ตอนมีงานบุญของชาวบ้านร้านถิ่นแถบนี้ พระแคระจะนั่งอยู่ในอันดับที่ 2-3 นับจากพระหัวแถวเพราะเรียงลำดับตามอายุพรรษา ดูไปแล้ว เหมือนเณรน้อยหลงไปนั่งผิดที่ผิดอันดับ คนต่างถิ่นมักจะสะกิดกันมองด้วยความฉงนสนเท่ห์

ชะรอยพระแคระคงไม่คิดจะเอาดีทางธรรม พอมีโอกาสจึงขออนุญาตพระอาจารย์เข้ากรุงเทพ ไปเรียนวิชาซ่อมเครื่องไฟฟ้าตามโรงเรียนที่เปิดสอนอยู่ทั่วไป ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นโรงเรียนแถบริมคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้ตลาดเทเวศร์ โดยพระอาจารย์ฝากให้ไปอาศัยอยู่กับพระที่รู้จักมักคุ้นกันที่วัดแห่งหนึ่งบริเวณใกล้ ๆ กันนั้น

ร่ำเรียนจนจบหลักสูตร สามารถซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้แล้ว ก็กลับมาพำนักอยู่ที่วัด ยามที่วัดมีงานบุญ เรามักจะเห็นพระแคระรับหน้าที่ปีนป่ายขึ้นไปบนยอดไม้ ติดตั้งลำโพงบ้าง ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบ้าง และในระหว่างงานวัด ก็มีพระแคระนี่แหละที่คอยนั่งคุมแผงไฟและเครื่องเสียงของงาน

แต่แล้ว พระแคระก็สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้าน เมื่อจู่ ๆ ท่านก็ลาสิกขาออกมา ยึดอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า คนใกล้ชิดบอกว่า ปัจจัยที่ได้จากการอยู่ในสมณเพศไม่เพียงพอที่จะส่งไปช่วยโยมพ่อโยมแม่เลี้ยงดูน้อง ๆ เขาจึงตัดสินใจใช้อาชีพเชิงช่างที่ตนร่ำเรียนมา ออกเผชิญโลกอย่างเต็มตัว



ภาพประทับใจของคนในชุมชนนี้ต่อช่างแคระ ช่างไฟฟ้าตัวเล็กคนใหม่คือ เป็นช่างที่เรียกขานวานใช้ได้ง่าย คิดราคาไม่แพง และที่ประทับใจที่สุด ดูเหมือนจะเป็นภาพของช่างแคระปีนขึ้นไปตามท่อเหล็กแป๊บที่ตั้งเป็นเสาทีวีเสียสูงลิ่ว อย่างไม่กลัวว่าจะพลัดตกลงมา อาชีพติดตั้งเสาทีวีแบบเสี่ยงตายนี้ นับเป็นอาชีพที่แทบไม่มีคู่แข่ง เขาอาศัยความเล็กจ้อยและน้ำหนักที่น้อยกว่าคนทั่วไปกว่าครึ่งของเขาอย่างเป็นประโยชน์ ปีนป่ายอย่างคล่องแคล่วขึ้นสู่ยอดเสาสูง ที่เอวจะมีเชื้อกร้อยปากกาเหล็กล็อกแป๊บห้อยติดตัวขึ้นไปด้วย ครั้นปีนถึงยอดเสา เขาจะใช้ปากกานั้นขันยึดเข้ากับเสาทีวี แล้วเหยียบยืนอยู่บนนั้น ปรับแต่งแผงเสาทีวี หรือเดินสายอากาศแทนสายเส้นเก่าที่ถูกลมพัดจนขาดเสียหาย โดยไม่ต้องรื้อลดเสาต้นนั้นลงเหมือนช่างปกติคนอื่น ความนิยมในตัวช่างแคระเกี่ยวกับการซ่อมเสาทีวีจึงนับว่าโดดเด่นที่สุด ทุกคราที่ช่างแคระปีนเสาโทรทัศน์ ชาวบ้านที่รู้ข่าวจึงมักจะมายืนแหงนคอมองเอาใจช่วยอย่างใจหายใจคว่ำ เหมือนกับกำลังชมการแสดงกายกรรม



งานซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าของช่างแคระก็ได้รับความนิยมจากชาวบ้านร้านถิ่นไม่น้อย แม้จะไม่ได้เปิดเป็นร้านรับซ่อมอย่างเป็นกิจจะลักษณะเหมือนช่างคนอื่น แต่ช่างแคระก็มีงานให้ทำไม่เคยขาดมือ จนบ่อยครั้งงานออกจะล้นมือเสียด้วยซ้ำ เหตุเพราะช่างแคระคิดราคาไม่แพง และไม่เคยลักไก่ลูกค้า คราใดที่ต้องซื้อหาอะไหล่มาเปลี่ยนทดแทนตัวที่เสียหาย ช่างแคระจะจดรายการอะไหล่ให้ลูกค้าไปซื้อหาจากร้านค้าในตลาดมาให้เขาเปลี่ยนทดแทน ผิดกับช่างคนอื่น ที่มักซื้อหาอะไหล่มาเองและบวกกำไรจากค่าอะไหล่เสียทอดหนึ่งก่อน ช่างแคระคิดค่าแรงซ่อมในอัตราตามความยากง่ายของชิ้นงาน มีตั้งแต่ 10-20 บาท สำหรับการซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ และอย่างแพงไม่เกิน 200 บาท สำหรับการซ่อมแซมที่ค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลา

“ค่าซ่อมเท่าไหร่ช่าง” ลูกค้าถามเมื่อช่างแคระซ่อมเสร็จ

“สองบาท” ช่างแคระตอบ

ถ้าคนที่ไม่คุ้นเคย อาจจะงงกับมุขเรื่องราคาของช่างแคระ โดยไม่มีใครทราบถึงเหตุผล หลักสิบของช่างถูกลดทอนให้เหลือเพียงหลักหน่วย สองบาทของช่างจึงหมายถึง 20 บาท ดังนั้น ถ้าช่างบอก “สิบบาท” ก็ต้องเข้าใจเอาเองว่าเขาหมายถึง 100 บาท



ด้วยค่าซ่อมที่ถูกมากของช่างแคระ บริเวณลานบ้านเช่าแคบ ๆ ของช่างแคระ ที่เขาใช้เป็นที่ทำงาน จึงมักมีเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ วางกองเรียงรายรอการซ่อมแซมอยู่ไม่ได้ขาด และมักจะมีลูกค้านั่งล้อมวงดูการทำงานและพูดคุยกับช่างแคระอย่างสนใจ เขาเป็นคนคุยสนุก คุยได้ทุกเรื่อง ติดจะขี้เกรงใจผู้คน ดังนั้น จึงอย่าแปลกใจว่า ขณะที่เขากำลังซ่อมวิทยุเทปของคุณอยู่ แล้วจู่ ๆ ป้าอิ่มกระหืดกระหอบเอาเตารีดมาซ่อม พร้อมกับเสียงบ่นกระปอดกระแปดว่า เมื่อวานยังรีดได้ดี ๆ ทำไมวันนี้พังเสียแล้ว นี่ก็จะรีบรีดเสื้อตัวใหม่ ใส่ไปงานแต่งไอ้โตลูกชายป้าแดงที่อยู่หัวตลาดอยู่เชียว เสียบปลั๊กแล้วมันไม่ยักกะร้อน..... ช่างแคระก็จะละมือจากงานซ่อมวิทยุเทป ไปซ่อมเตารีดให้ป้าอิ่มก่อน และในระหว่างที่กำลังบัดกรีแผงความร้อนในเตารีดของป้าอิ่มอยู่นั้น ถ้าเผื่อยายทองอุ้มหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเข้ามา พร้อมกับเสียงบ่นอุบอิบว่าจะต้องรีบหุงข้าวให้ทันไปเลี้ยงเพลพระที่วัด ขอให้ช่างช่วยรีบซ่อมให้ที ช่างแคระก็มักจะละมือจากงานที่ทำอยู่ ไปรับงานชิ้นใหม่



ด้วยความขี้เกรงใจคนของช่างแคระ จึงมักจะพบอยู่เนือง ๆ ว่างานทั้งสามชิ้นที่รอการซ่อมแซม ไม่มีงานใดเสร็จทันใช้งานสักชิ้น ทุกชิ้นถูกรื้อและวางกองรอการซ่อมอยู่บนแคร่ยาวที่เขาใช้เป็นโต๊ะทำงาน กว่าจะได้ซ่อมจริงก็อาจต้องกินเวลาอีกหลายวัน...

สรีระอันผิดปกติของช่างแคระ ไม่เคยเป็นปัญหาต่อการทำงานหรือการดำรงชีวิตของเขาเลย ตรงข้ามกลับเป็นผลดีในหลายด้านเสียด้วย



คำว่า “พออยู่พอกิน” อาจฟังแล้วเป็นเรื่องทันยุคทันสมัย แค่สำหรับช่างแคระ เป็นเรื่องที่เขายึดถือปฏิบัติมาตั้งนานนมแล้ว ด้วยร่างกายขนาดกระทัดรัดพอ ๆ กับเด็กคนหนึ่ง เสื้อผ้าตลอดจนรองเท้าไปยันผ้าขาวม้าของเขา จึงย่อมเยาราคาด้วยว่าซื้อหาเอาขนาดของเด็กมาใส่มาใช้ได้พอดี อาหารการกินของเขาก็สิ้นเปลืองน้อยกว่าคนอื่นในวัยเดียวกัน ดูเหมือนจะมีเพียงอย่างเดียวที่ช่างแคระพอใจใช้ขนาดของผู้ใหญ่ นั่นคือ จักรยานคู่ชีพ ที่เขาใช้ขี่ไปจ่ายกับข้าว และซื้อหาอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้าในตลาด ไม่มีใครรู้ว่า เหตุใดเขาจึงไม่เลือกซื้อจักรยานขนาดเล็กสักนิดให้พอดีตัวสักหน่อย แต่กลับไปใช้จักรยานขนาดใหญ่ ที่ดูแล้วไม่สมกับสัดส่วนของเขา เรื่องของจักรยานนี้ ไม่ว่าใครถามเขาก็ไม่ยอมตอบ เก็บเป็นความลับดำมืดให้คนค้างคาใจเล่นเสียอย่างนั้น

ช่างแคระดำรงตนเป็นช่างรักสันโดษ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ การพนันไม่เล่นจนล่วงเข้าวัยกลางคน จนอายุย่างห้าปี (ห้าสิบปี) ริ้วรอยแห่งวัยเริ่มปรากฎบนใบหน้าของเขา ในยามซ่อมเครื่องไฟฟ้า เขาต้องสวมแว่นสายตายาว โชคดีอยู่หน่อยที่มายุคนี้ไม่ค่อยมีใครตั้งเสาโทรทัศน์สูง ๆ อีกแล้ว เพราะสถานีส่งย้ายเข้ามาใกล้บ้านแถวนี้ จนใช้แค่เสาหนวดกุ้งก็รับโทรทัศน์ได้ชัดเจนทุกช่อง ทำให้เขาไม่ต้องเสี่ยงชีวิตรับงานปีนเสาสูง ๆ เหมือนเมื่อก่อน

แล้วจู่ ๆ ช่างแคระก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวบ้านอีกครั้ง ด้วยการปิดบ้านหายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลาร่วมเดือน พอกลับมาอีกทีก็ไม่ได้กลับมาคนเดียว ควงคู่เอาสาวน้อยนางหนึ่งมาอยู่ร่วมชายคาด้วย

ช่างแคระมีเมีย ! นับเป็นข่าวใหญ่ระดับท้องถิ่นเชียวละ

ที่สำคัญกว่านั้นคือ เมียของช่างแคระเป็นหญิงสาวรูปร่างปกติ ไม่ได้แคระแกร็นแม้แต่น้อย แถมจัดเป็นหญิงสาวหน้าตาดีเสียด้วย



ข่าวนี้เป็นที่โจษขานกันไปทั้งบาง หลายคนอดตั้งข้อสังเกตไปต่าง ๆ นานาไม่ได้ พวกหนุ่มๆ ที่ติดจะทะลึ่ง อดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงกิจกรรมสำคัญของคู่แต่งงานต่างไซส์คู่นี้...

แต่ก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนั้นอยู่ได้เพียงไม่นาน ก็เกิดเรื่องใหญ่ให้ได้เม้าส์กันเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเมียของช่างแคระตั้งท้อง และภายหลังคลอดลูกออกมาเป็นเด็กชายรูปร่างแข็งแรงสมบูรณ์

ต่อจากลูกคนแรก เมียของช่างแคระยังให้กำเนิดทายาทอีกสองคน ทุกคนแข็งแรงสมบูรณ์ดี นอกจากใบหน้าที่ประพิมประพายพ่อบังเกิดเกล้าแล้ว ไม่มีคนใดเลยที่มีทีท่าจะเป็นแคระแกร็นเหมือนผู้เป็นพ่อเลย

ตอนลูกชายคนโตของช่างแคระเรียนอยู่ชั้นประถม 5 นั้น ส่วนสูงของเขาไล่เลี่ยกับผู้เป็นพ่อ แล้ว ยามเมื่อช่างแคระขี่จักรยานพาลูกซ้อนท้ายไปไหนต่อไหน ผู้คนที่เห็นเข้าต่างพากันอมยิ้ม เพราะดูเผินๆ เหมือนเด็กขี่จักรยานซ้อนเพื่อนมากกว่าจะเป็นพ่อกับลูก

มีคนพูดกันว่า น้องสาวคนหนึ่งของช่างแคระ เป็นแม่สื่อแม่ชักหาเมียให้พี่ชาย น้องสาวคนนี้ปัจจุบันมีฐานะการงานค่อนข้างดี ก็ด้วยเงินที่พี่ชายตัวเล็กส่งเสียให้ได้ร่ำเรียน เผอิญไปเจอหญิงสาวน้ำใจดี ที่พร้อมจะร่วมชีวิตกับช่างแคระ โดยไม่ไยดีต่อความแคระแกร็นของเขา จึงเกิดการทาบทามและลงเอยเป็นคู่ชีวิตต่างไซส์นี้ขึ้น บางเสียงยังเล่าต่อไปถึงขนาดว่า น้องสาวคนนี้ของช่างแคระ อยากจะรับพี่ชายของตนกลับไปอยู่ด้วยที่บ้านเดิมเป็นการตอบแทนบุญคุณ แต่ช่างแคระก็ยืนยันจะปักหลักอยู่ที่นี่กับครอบครัวของตนมากกว่า

นับแต่ช่างแคระมีเมีย เราก็ไม่เคยเห็นช่างแคระขี่จักรยานคันใหญ่ไปจ่ายตลาดในตอนเช้า ๆ เย็น ๆ อีกเลย เมียของเขาเป็นผู้รับหน้าที่นี้ไปทำแทน

หลายคนกระซิบกระซาบกันว่า นี่คือเหตุผลลับสุดยอดที่เก็บซ่อนมาหลายสิบปี ที่ช่างแคระเลือกซื้อจักรยานขนาดใหญ่เกินตัว

“ช่างแคระมันซื้อเผื่อไว้ตอนมีเมียนี่ไง” แหล่งข่าวสรุปอย่างรวบรัด.




หมายเหตุ : งานประพันธ์ในบล็อกนี้ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียน ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

การคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด เพื่อเผยแพร่โดยทางหนึ่งทางใด โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้เขียนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด







"ลุงแว่น"
skit@ji-net.com




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552
12 comments
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2552 19:10:35 น.
Counter : 4017 Pageviews.

 

ฉากชีวิตของช่างแคระเขาเป็นนักต่อสูชีวิต ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทำคุณกับน้องๆ แม้แต่ประกอบอาชีพการงานก็ไม่เอาเปรียบลูกค้า ถือเป็นบุคคลตัวอย่างชองชุมชนก็ว่าได้ หากมีรางวัลได้ ก็อยากให้รางวัลในฐานะคนดีศรีสังคมครับ

 

โดย: Insignia_Museum 14 กุมภาพันธ์ 2552 16:25:54 น.  

 

มาเป็งเพื่อนกันน๊า

 

โดย: พลังชีวิต 14 กุมภาพันธ์ 2552 18:07:16 น.  

 

ลุงแว่นไม่ได้ตั้งหน้านี้เป็นหน้าหลักนะคะ...

...........................................

อ้าวๆ ช่างแคระ พอมีเมีย ทำท่าจะขี้เกียจซะงั้น ...

อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงรายการ คน ค้น คน ค่ะ

ชีวิตช่างแคระ น่าสนใจจริงๆ...

ลุงแว่นก็ช่างหาภาพมาประกอบเหลือเกิน

แต่ภาพท้ายๆ เพื่อนบ้านช่างแคระ รู้สึกจะกลายเป็นฝรั่งไปแว้ว อุอุ...จบภาพได้ดี เหมือนจบเรื่องค่ะ

.........................

อัพบล็อกแล้วค่ะ

คราวนี้หวานกว่าเดิม ไม่หวานไม่เอาตังค์

ลุงแว่นว่างก็ไปเยี่ยมอีกครั้งนะคะ...

 

โดย: ทากชมพู 14 กุมภาพันธ์ 2552 19:08:28 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณลุงแว่น

วันนี้ได้มาอ่านเรื่องราวดีๆจากคุณลุงแว่นอีกแล้วหลังจากที่ไม่ได้อ่านมานานเลย เพราะแพ้ท้องอย่างหนักเลยค่ะ เลยเล่นคอมพิวเตอร์ไม่ได้เลย

ช่างแคระเป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยค่ะ เป็นนักต่อสู้ไม่ย่อท้อร่างกายไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานเยี่ยมมากเลยค่ะ

 

โดย: แม่อยู่ไกล IP: 122.111.176.254 15 กุมภาพันธ์ 2552 11:17:54 น.  

 

โอ.. ขอบคุณมากครับ คุณแม่อยู่ไกล

ดีใจที่ได้ทราบว่ากำลังจะมีน้อง ดูแลรักษาสุขภาพให้ดีนะครับ

 

โดย: ลุงแว่น 15 กุมภาพันธ์ 2552 11:52:34 น.  

 

สวัสดีค่ะลุงแว่น

คนที่ประพฤติตัวดี ดำรงชีวิตอยู่ได้ดีตามสถานะภาพของตน
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน มักเป็นที่น่าชื่นชมยินดีกับผู้ที่ได้รู้เรื่อง ได้พบเห็น
ช่างแคระก็เช่นเดียวกันค่ะ...แม้จะไร้วาสนาในเรื่องรูปร่างของตน แต่ด้วยหัวใจนักสู้ และการมองโลกในแง่ดีของเขา
ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งของความสุขที่มนุษย์พึงจะได้รับ

อ่านเรื่องนี้แล้ว ก็ได้แต่หันไปมองคนข้างๆ ประมาณว่าเออนะ
รูปร่าง น่าตา ระดับความสูง ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือกเขา แม้จะ อ้วนและเตี้ย (ฮา)
ความรัก ความเอาใจใส่ ความห่วงใยเอื้ออาทรที่มีให้สม่ำเสมอต่างหาก
ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด...

ชีวิตครอบครัวหนึ่ง หากสามี-ภรรยา ให้ความรักแก่กัน โดยก้าวผ่านคำว่า "ความใคร่" มาได้
ต่อให้อ้วน ผอม ดำ ขาว สูงโย่ง หรือเตี้ยม่อต้อ ก็อยู่กินกันจนแก่จนเฒ่าค่ะ

ยั่งยืนเหมือนความรักของลุงแว่นกับคุณป้าเลยนะคะ


 

โดย: กลีบดอกโมก 15 กุมภาพันธ์ 2552 15:42:59 น.  

 

มาเยี่ยมค่ะ

บล็อกก็ยังไม่ได้อัพหรอกค่ะ

ยังเป็นบล็อกเบาหวานเหมือนเดิม

แค่มาทักทาย..กันลุงแว่น ลืม...

 

โดย: ทากชมพู 16 กุมภาพันธ์ 2552 19:03:36 น.  

 

มากรี๊ดส์คุณแม่อยู่ไกลค่ะ ดีใจด้วยมากๆกะข่าวดีนี้ค่ะ มิน่าหายไปเลย ดิฉันเอง ก็ผลุบๆโผล่ๆ ตอนนี้มีลูกสาวค่ะ วัย17เดือน ใช่้รัยหรอกค่ะ แม่เค้าไปชอปปิ้ง แล้วลูกสาวเธอก็นอนหลับ เธอก็หวังดีค่ะไม่ยอมปลุก เจอตำรวจจับซะ คือที่นี่ถือเป็นคดีอาญา แต่ศาลก็ยกฟ้องแม่เค้าแล้วล่ะ แต่ลูกนี่สิ เราต้องไปศาลเด็กค่ะ ดิฉันกะสามีเลยยืิ่นมือเ้ข้าไปอุปการะ
ไปศาลสองรอบแล้วค่ะ เดิมศาลอนุญาตให้แม่มาที่้บ้านดิฉันได้ แต่ไม่ให้อยู่กันสองต่อสอง ต้องมีดิฉันหรือสามีอยู่ดูแลด้วย
รอบสองเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ศาลสั่งให้แม่กะลูกไปไหนมาไหนได้ลำพัง แต่ยังไม่ให้กลับไปอยู่ที่บ้านเค้า
อันนี้ก็เป็นบทเรียนของแม่เค้าล่ะ ที่นี่ เค้าคุ้มครองเด็ก
มากๆ
โทษทีนะคะลุงแว่น ใช้บล้อคลุงแว่นเป็นที่พบปะไปซะแระ

 

โดย: kittichanok IP: 76.93.88.37 19 กุมภาพันธ์ 2552 8:20:59 น.  

 

สวัสดีครับคุณ kittichanok

แหม จู่ ๆ ก็ได้เป็นคุณแม่ มีลูกสาววัยกำลังน่ารักมาให้เลี้ยงเลย ดีใจด้วยครับ

ฟังที่เล่ามา รู้สึกว่ากฎหมายของเขานี่คุ้มครองเด็กได้ดีจริง ๆ นะครับ ของบ้านเรานี่ มีกฎหมายก็มีไปอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริง ไม่ค่อยเคยเห็นจะบังคับใช้ได้จริงสักเท่าไหร่เลย

ที่จริงคุณ kittichanok ก็มีประสบการณ์ดี ๆ ไม่น้อย น่าจะกลับมาเขียนบล็อกใหม่นะครับ แฟนเก่า ๆ จะได้ตามไปลุ้นไปเชียร์ได้

แต่ถ้ายังไม่อยากเขียน จะมาใช้บล็อกของผมพูดคุยกับเพื่อนเก่า ๆ ก็ยินดีอย่างยิ่งครับ

 

โดย: ลุงแว่น 19 กุมภาพันธ์ 2552 10:46:09 น.  

 

กฎหมายที่นี่ เค้าคุ้มครองเด็กและสตรีมากๆค่ะลุงแว่น เกิดเหตุการณ์นี้แล้ว บางทีก็คิดนะคะว่าถ้ามีลูกเองเนี่ยจะทำังัย เด็กที่นี่ตีก็ไม่ได้ เดี๋ยวเจอข้อหาทำร้ายร่างกายเข้าไปอีก คือมันเหมือนเป็นดาบสองคมงัยคะ เอะเอะ ถ้าเรื่องถึงตำรวจ แม่ลูก โดนจับแยกเลยค่ะ อาทิตย์แรกนี่ลูกสาวต้องไปอยู่กะครอบครัวอุปถัมภ์ค่ะ เจอกันตอนไปรับตัวนี่ หัวโตเลยล่ะ
เรื่องบล้อค คงไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ ได้แต่ชะแว๊บไปอ่านโน่นนี่ของเพื่อนๆ งัยแล้วคงไ้ด้แต่มาแชร์ประสบการณ์ หรือข้อมูลทีรู้เท่านั้น ไม่อยากเขียนหลายที่ค่ะ
งัยแล้วจะแวะมาทักทายบ่อยๆค่ะ ไม่ที่นี่ก็คงเป็นที่กระทู้ต่างๆ

 

โดย: kittichanok IP: 76.93.88.37 21 กุมภาพันธ์ 2552 7:34:31 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคนวัยเดียวกัน อิ อิ

 

โดย: pisuts@yahoo.com (idea4thai ) 23 ตุลาคม 2552 19:26:50 น.  

 

 

โดย: onceuponintime (sinbkk ) 19 ตุลาคม 2554 16:41:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลุงแว่น
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลุงแว่น's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.