Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 

พันธะกริยา (Bandha Kriya)

ลำดับการฝึก


1. การทำไตรยานุสติ

2. ปรับสมาธิ

3. การทำปราณและพันธะ รวมกัน 5 แบบ

3.1 อนุโลมาวิโลมา

3.2 สุริยะเพทา

3.3 ภัสตริกา

3.4 อุฑฑียานพันธะ

3.5 พันธะกริยา


เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับพันธะแรก ได้ลองฝึกกันไปบ้างรึยังเอ่ย หากยังไม่ได้ฝึกเลย ว่างๆก็หาโอกาสฝึกกันนะคะ รับรองว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างคิดไม่ถึงค่ะ ส่วนใครที่ลองฝึกหรือฝึกกันเป็นประจำอยู่แล้วก็มาพบกับอีกหนึ่งพันธะที่สำคัญไม่แพ้กันนะคะ

พันธะกริยา เป็นการบริหารอวัยวะในช่องท้องด้วยการใช้แรงบีบกระแทกของกล้ามเนื้อหน้าท้อง การบีบกระแทกหน้าท้องหรือบั๊มท้องนั้นต้องทำเป็นจังหวะ โดยให้เน้นช่วงที่ดึงหน้าท้องเข้ามา(หรือการแขม่วท้องนั่นเองค่ะ) และไม่ต้องพะวงช่วงปล่อยออก เพราะร่างกายจะรู้และปล่อยออกเองโดยเราไม่ต้องพยายามค่ะ ให้ทำเป็นช่วงๆ ไม่ต้องเร่ง พยายามดึงท้องเข้ามาแรงๆ เริ่มต้นอาจจะยังไม่ต้องทำตามคลิปนะคะ ให้นั่งท่าสุขะหรือวัชระหลังตรง หน้ามองตรง แล้วฝึกดึงท้องก่อนโดยอาจวางมือขวาไว้ที่หน้าท้องเบาๆ แล้วดึงท้องเข้ามาแรงๆเหมือนแขม่วท้องแล้วปล่อยสลับกันไป ยังไม่ต้องบิดตัวจนกว่าจะชำนาญค่ะ

** รับชมวีดีโอได้ที่ลิงค์นี้นะคะ //yogadhamma.blogspot.com/2011/05/bandha-kriya.html

พันธะกริยาเป็นการฝึกการควบคุมระบบประสาท Solar Plexus (เป็นระบบประสาทที่เลี้ยงอวัยวะภายในช่องท้อง คือ ตับ ไต ลำไส้ใหญ่และเล็ก) ซึ่งปกติจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของจิต จึงต้องใช้กล้ามเนื้อช่องท้องเป็นตัวช่วยควบคุมระบบประสาทนี้อีกที เป็นการกระตุ้นทางอ้อมนั่นเองค่ะ การบั๊มท้องนั้นมีประโยชน์ที่สำคัญ คือ ทำให้ลำไส้บีบตัวเป็นจังหวะ อุจจาระจะเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ทำให้ลำไส้ใหญ่มีการบีบตัวโดยแรงกระแทกและตะกรันของอุจจาระที่ติดอยู่ตรงผนังลำไส้ใหญ่จะหลุดออกมาด้วย คล้ายๆกับเวลาที่ทำดีท็อกซ์ค่ะ ตัวตะกรันก็คือเศษอุจจาระที่เกาะอยู่ตรงผนังลำไส้ จะเป็นตัวขัดขวางการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ทำให้ร่างกายขาดวิตามินและเกลือแร่ได้ จึงทำให้เราเหนื่อย อ่อนเพลียและไม่สดชื่น

การบั๊มท้องบ่อยๆ เช่น บั๊มครั้งละ 50 ครั้งต่อเซ็ต ทั้งวัน ประมาณ 2 - 3 วันหลังจากนั้นถ้าถ่ายออกมา อุจจาระจะเหม็นมากและถ่ายเยอะมากเพราะตะกรันจะหลุดออกมาด้วย ยิ่งดึงท้องได้แรงแค่ไหน ความสามารถในการเคลื่อนไหวของลำไส้และระบบประสาทก็จะมากเท่านั้น จึงช่วยไม่ให้ท้องอืดหรือตึง คนที่เหนื่อยง่ายสาเหตุหนึ่งมาจากลำไส้ใหญ่หมักดองของเสียไว้เยอะ พยายามทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาดไว้ โดยอาจจะทำดีท็อกซ์เดือนละครั้งร่วมกับการทำพันธะนี้ให้บ่อยๆค่ะ

ประโยชน์อื่นๆและข้อควรระวังของพันธะนี้จะเหมือนกับอุฑฑียานพันธะทุกอย่างค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ ถ้าอยากมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่เหนื่อยและอ่อนเพลียง่าย ผิวพรรณสดชื่นเปล่งปลั่งก็อย่ารอช้า รีบทำกันเลยนะคะ ขอให้สวย ขอให้หล่อกันถ้วนหน้าค่ะ ได้ผลแล้ว อย่าลืมบอกกันบ้างนะคะ :)




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2554
0 comments
Last Update : 27 สิงหาคม 2560 17:58:33 น.
Counter : 1664 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Shanti Om
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




ฝึกโยคะมา ๘ ปี และสอนมา ๗ ปี ลาออกจากงานประจำเนื่องจากความเครียดพร้อมๆกับเริ่มฝึกโยคะแล้วชอบเพราะตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพกายและจิต จึงแสวงหาที่เรียรทั้งในและต่างประเทศจนจบคอร์สครุปี ๒๕๕๓

รับสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานและผุ้ที่เคยฝึกมาบ้างแล้ว โดยสอนแนวหฐโยคะ เน้นการใช้ลมหายใจควบคู่กับการทำอาสนะ แนว Alignment เน้นการใช้กล้ามเนื้อให้ถูกส่วน การฝึกปราณายามะเพื่อกระตุ้นให้สมองสดชื่นไม่ซึมเศร้า การบำบัดอาการเบื้องต้นต่างๆ เช่น ออฟฟิสซินโดรม

**เน้นร่างกายผู้ฝึกเป้นสำคัญ เพื่อปรับอาสนะให้เข้ากับร่างกาย **
[Add Shanti Om's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.