หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2563
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 ธันวาคม 2563
 
All Blogs
 
อรุณลา : อุปถัมภ์ กองแก้ว

เรื่อง : อรุณลา
ผู้ขียน : อุปถัมภ์ กองแก้ว
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2510
เล่มเดียวจบ




         และแล้วก็มาถึง ผลงานเรื่องสุดท้ายปลายปี ของ สามปอยหลวง แล้วครับ สำหรับ เรื่องส่งท้าย ของ บล็อกแกงค์ ปลายปี 63 นี้ คืออรุณลา ของนักเขียนรุ่นครู อุปถัมภ์ กองแก้ว ครับ

          อุปถัมภ์ กองแก้ว เป็นนักเขียนนวนิยายรุ่นครู ที่มีผลงานแนวรัก พาฝัน เป็นที่รู้จักแก่นักอ่านจำนวนมากมาย ผลงานของท่าน มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และประสบความสำเร็จหลายเรื่อง ที่คุ้นเคยกันดี ได้แก่ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ระเบียงรัก มงกุฎฟาง เป็นต้น หากสำหรับ อรุณลา เรื่องนี้ จัดเป็นนวนิยายรักผสมชีวิต ที่เข้มข้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

          เนื้อเรื่องดำเนินผ่าน การบอกเล่าของ “ฉัน” ซึ่งก็คือ สุคนธรส ชิตานันท์ หรือ แหม่ม ตั้งแต่ยังเยาว์วัย ชีวิตที่อยู่ร่วมกับครอบครัวอย่างอบอุ่น ไม่ต่างกับดวงตะวันแห่งแรกอรุณ ประกอบด้วย คุณพ่อ ร้อยเอกยงยศ กับ คุณแม่ สุมาลย์ และคุณยาย ชีวิตของ แหม่ม จึงเหมือนกับเป็นศูนย์กลางแห่งความรักของทุกๆคน
              +++++++++++++++++++
          อรุณคือสิ่งที่ฉันรักยิ่งกว่าอะไรในโลก ฉันเฝ้าดูอรุณรุ่งที่ขอบฟ้ามานาน ว่าอรุณนี่แหละที่ให้ความรู้สึกอันสะอาดบริสุทธิ์แก่ชีวิตของคนเราเหนือกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น ฉันมีความอบอุ่นในอุณหภูมิพอเหมาะพอดีอยู่แล้วทุกฤดูนั่นก็คืออ้อมอกของคุณพ่อและแม่ ในความรู้สึกของฉัน ท่านแต่ผู้เดียวที่สามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ครอบครัวของเรา

          หากความสุขสดใส เสมือนแสงอรุณอันอบอุ่นนั้น ก็ดำเนินไปเพียงไม่นาน เมื่อพ่อย้ายไปทำงานต่างจังหวัด ต่อมาแหม่มก็เริ่มได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งของพ่อกับแม่ และการพูดถึงผู้หญิงคนใหม่ ที่ชื่อทัศนีย์

      และจากนั้น ชีวิตครอบครัวที่เคยอบอุ่นก็ล่มสลาย พ่อย้ายไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ขณะที่ แม่ก็ประชดด้วยการออกเที่ยวเตร่ จนในที่สุดก็ไปลงเอยกับผู้ชายอีกคนที่ชื่อ บพิธ จากนั้นแม่ย้ายไปใช้ชีวิตกับครอบครัวสามีใหม่ ที่เชียงใหม่
ปล่อยให้ แหม่ม ต้องใช้ชีวิตอยู่กับยาย เพียงสองคน แต่ยายก็ไม่ใช่ หญิงชราใจดีที่รักเด็ก และสงสารเด็กหญิงตัวน้อยที่ขาดความอบอุ่น ชีวิตของยาย ก็ต้องการใช้เงิน วันไหน แม่ส่งเงินมาให้ ยายก็จะอารมณ์ดีพูดเล่นพูดคุยกับแหม่มอย่างเอ็นดูรักใคร่ แต่เมื่อไรที่เงินขาดมือ ยายก็จะลำเลิกบุญคุณ และด่าทอพ่อกับแม่ ให้กับแหม่ม ต้องรับฟังอยู่ตลอด
++++++++++++++++++++++++
          ที่โรงเรียนนั่นเอง ที่ทำให้เด็กหญิง กลายเป็นคนเก็บกด และไม่ยอมคบหากับใครสนิทสนม เพื่อปิดบังความลำบากของตัวเอง จนต้องแอบขโมยของกินที่เหลือในโรงอาหาร จนกระทั่ง ครูประภา ไปพบเข้า ครูสาวของโรงเรียนนั้น เกิดความเอ็นดูสงสาร เธอพยายามหาทางช่วยเหลือ แหม่ม แต่เธอเอง ก็มีลูกอีกสองคนที่ต้องดูแล จึงไม่อาจจะ ดูแลเด็กหญิงได้เต็มที่ ซ้ำยายของแหม่มเอง ก็ปฏิเสธความช่วยเหลือทุกอย่าง

          ในความทรงจำแห่งวัยเยาว์นั้น เห็นจะมีครูประภา กับลูกๆของเธอทั้งสองคน ที่แหม่มได้รับไมตรีจิตอันบริสุทธิ์จากพวกเขา

           แล้ววันหนึ่งแม่ก็เดินทางมาจากเชียงใหม่ เมื่อเห็นสภาพอดมื้อกินมื้อของ แหม่ม และคำขอร้องของลูกสาว เธอจึงตัดสินใจ พาแหม่มไปอยู่กับครอบครัวใหม่ของตัวเอง แต่นั่นก็ทำให้ แหม่มตัดขาดจากยายอย่างเด็ดขาดเช่นกัน
+++++++++++++++++++++++
         ที่บ้านของบพิธ แหม่มได้รู้จักกับ บรรลุกับบรรจบ น้องชายของแหม่ม ที่เกิดจากพ่อเลี้ยง เด็กเกเรทั้งสอง ชอบกลั่นแกล้งจนกระทั่งมีเรื่องราวกับแหม่ม และคุณบพิธ ก็มองว่าแหม่มเป็นแค่ลูกติดที่มาอาศัยอยู่เท่านั้น ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกัน และทุกครั้ง แหม่มต้องฝ่ายรับผิด เพื่อให้แม่หมดปัญหา การอยู่ในบ้านหลังนั้นด้วยความอึดอัด ทำให้ แหม่มตัดสินใจหนีออกมาจากบ้านในคืนวันหนึ่ง โดยรู้แต่เพียงว่า จะไปติดต่อหาพ่อ ที่มีชื่อว่า ยงยศ ชิตานันท์

          ด้วยความอารีของคนขับแทกซี่ ที่ช่วยพาแหม่ม จนมาถึงบ้าน นายพันโท ยงยศ นายทหารใหญ่ ในอาณาเขตบ้านอันกว้างขวาง แต่แล้ว แหม่มก็พบด้วยความปวดร้าวใจยิ่งกว่า ว่า พ่อที่เคยอารีของแหม่ม ต้องเป็นฝ่ายยอมการตัดสินใจของ ทัศนีย์ อดีตเมียน้อยของพ่อ ที่บัดนี้ ก้าวขึ้นมาเป็นภรรยาแทนแม่อย่างเต็มภาคภูมิ และมี ลูกสาวที่ชื่อคุณใหญ่
++++++++++++++++++++++++
         ทัศนีย์ ผู้ชาญฉลาด วางแผน ร่วมกับนางดวง เพื่อชิงตัวยงยศ มาเป็นของตัวเองได้สำเร็จ และจากนั้น ทุกอย่างก็อยู่ในกำมือเธอ เมื่อยงยศเองก็เป็นคนหัวอ่อน ไม่กล้าตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น แม้แต่เมื่อ แหม่มมาขออาศัยอยู่ด้วย เธอแกล้งกดแหม่มให้อยู่ใต้อำนาจตัวเอง เพราะมองเห็นความอวดดี ถือทิษฐิของเด็กสาวที่ทำให้เธอยิ่งชังน้ำหน้า แล้วแกล้งเขียนจดหมายในชื่อของ ยงยศ กลับไปหา สุมาลย์ แม่ของแหม่ม เพื่อให้ลงมารับตัว กลับไป

           สุมาลย์และบพิธจำต้อง เดินทางมาที่บ้านยงยศ และพาตัวแหม่มกลับไปอย่างไม่เต็มใจ เด็กสาวไม่มีทางเลือกอีกต่อไปแล้ว และคราวนี้ เธอต้องพยายามอดทนที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวของบพิธ จนเวลาผ่านไป และแหม่มก็เติบโตเป็นหญิงสาว เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมโดยไม่ตัดสินใจเรียนต่อ ก็เข้าทำงานเป็นเสมียนในบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง
+++++++++++++++++++++++
          ความคิดของหล่อนยังขัดแย้งกับผู้เป็นแม่ตลอดเวลา ทั้งด้วยอคติและความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่แม่จะต้องตัดสินใจทุกอย่างโดยขึ้นกับคุณบพิธ เท่านั้น
ในเวลาต่อมานั้นเอง แหม่ม ก็มีโอกาสได้รู้จักกับวิชนุ นภาวรรณ ชายหนุ่มรูปร่างสง่าผ่าเผยและมีมนุษยสัมพันธ์เป็นอันดี จนทำให้ แหม่มประทับใจ จนคบหาเป็นคนรัก วิชนุเคยพาเธอไปเที่ยวบ้านสวน ที่เป็นกระท่อมอาศัยในสวนผลไม้ และพบกับสหายของเขา ที่ชื่อ เชี่ยว เป็นหนุ่มรูปงามเช่นเดียวกัน มาพักค้างคืนกับ สาวใหญ่ ที่ร่ำรวย และแหม่มรู้มาว่าผู้หญิงคนนี้ มีสามีอยู่แล้ว เพียงแต่มาหาความสุขชั่วคราวกับหนุ่มหล่อรุ่นน้องเท่านั้นเอง
++++++++++++++++++++++++
         วิชนุ โอ้โลมเธอด้วยความรักและความเสน่หา แต่แหม่มก็ยังไม่ได้ปลงใจด้วย จนกระทั่ง เธอรู้มาว่า มารดา กำลังมองหาผู้ชายที่เหมาะสมอยู่ ซึ่งมีชื่อว่าพรนรินทร์

          พรนรินทร์ อาจจะไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงามอย่าง วิชนุ แต่เขาก็เป็นผู้ชายอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และคอยรองรับอารมณ์กราดเกรี้ยว ที่แหม่มเผลอตัวมาระบายใส่อยู่หลายครั้ง โดยไม่แสดงความโกรธขึ้งใดๆ แต่ในเวลานั้น เธอรู้สึกเหมือนกับถูกมารดา บังคับใจ ซ้ำ นายบพิธ ก็ยังเห็นดีเห็นงามไปอีกด้วย ทั้งคู่ ติดต่อให้ แหม่ม หมั้นหมายกับพรนรินทร์ แม้ว่าในส่วนลึกของแหม่มเอง จะประทับใจในตัวชายหนุ่ม แต่เธอก็แสดงความรู้สึกออกมาว่า ตัวเอง ไม่ได้รัก เขาเลยสักนิด ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะการบังคับของแม่
+++++++++++++++++++++++
         การมีพรนรินทร์ เป็นคู่หมั้นนั่นเอง ยิ่งเหมือนการเร่งเชื้อไฟ ให้ กับวิชณุ เขาหลอกพาเธอไปยังบ้านสวนนั้นอีกครั้ง แล้วคราวนี้ ไม่ปล่อยโอกาสให้ แหม่มมีโอกาสรอดพ้นเงื้อมมือตัวเองได้อีกต่อไป ในที่สุด หล่อนต้องตกเป็นของเขา

          แหม่มเสียใจมากที่พลาดท่าเสียที และรู้ซึ้งถึงเล่ห์กล ของวิชณุ ยิ่งเมื่อได้กลับมาที่บ้านและรู้ความจริงว่า พรนรินทร์ ก็คือ ลูกชายคนโตของ ครูประภา ชายหนุ่มก็คือเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ ของเธอนั่นเอง และพรนรินทร์ ก็ได้พาเธอไปพบกับครูประภา ที่บัดนี้ลาออกมาเป็นแม่บ้าน เต็มตัว แต่ยังมีความทรงจำดี ต่อเด็กหญิงแหม่ม เหมือนในอดีต ไม่เปลี่ยนแปร เธอยิ่งซาบซึ้งใจมากขึ้น
+++++++++++++++++++
            พรนรินทร์ สารภาพ ว่า เขาติดตาม เรื่องราวในชีวิตของเธอจากมารดา จากเหตุการณ์ในวันนั้น จนได้รู้จักเธออีกครั้งเมื่อต่างเติบโตขึ้น จนกลายเป็นความรัก และนั่นยิ่งทำให้ แหม่มรู้สึกผิดต่อเขามากขึ้น บัดนี้เธอรู้ใจตัวเองแล้ว ว่าไม่ได้รัก วิชณุ ชายโฉดรูปงามผู้นั้นเลย แต่เธอรักชายที่มีหัวใจสะอาดงดงาม อย่างพรนรินทร์ หากเพียงแต่ด้วยทิษฐิที่มีต่อแม่ ทำให้พยายามปฏิเสธเขามาโดยตลอด

        หญิงสาวตัดสินใจสารภาพความผิดพลาดและราคีคาวของตนแก่พรนรินทร์ พร้อมกับคืนแหวนหมั้นนั้นให้กับเขา แต่ พรนรินทร์ กลับเป็นฝ่ายบอกเธอว่า...
               +++++++++++++++++++++++
         “ไม่มีใครที่จะอยู่ในโลกโดยปราศจากราคี” เขาคว้าตัวฉันไว้อีก มือหนึ่งเสยผมอันยุ่งเหยิงของฉัน กิริยาอันอ่อนโยนนั้นทำให้ฉันนิ่งงัน
          “สกปรกกันทุกคน มากหรือน้อยแล้วแต่กรรมของคนนั้น ทีนี้ มันอยู่ที่เราเอง จะจมตัวอยู่ในความสกปรกต่อไป หรือปีนป่ายมาอยู่ในที่สะอาด บ้านนี้เปิดประตูต้อนรับแหม่มเสมอ”

         “คนเราเกิดมาด้วยความบริสุทธิ์กันทั้งนั้น พอรู้จักกับความต้องการ ต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ ก็เริ่มสกปรกแล้ว ทุกคนต่างขวนขวายหาสิ่งชดเชยความต้องการของตัว ทุกคนเป็นอย่างนี้... ชีวิตทุกคนเกิดมาบริสุทธิ์ เหมือนกับมีอรุณกำกับอยู่ไงล่ะ วันผ่านไป แหม่มก็ต้องร้อนบ้าง หนาวบ้าง เหงื่อออกบ้าง แล้วก็ค่ำ...”
         “ค่ำ... มืดมากค่ะ” น้ำตาซึมขอบตาฉันอีก

      “วันของคนอื่น ก็เท่าวันของเรานะแหม่ม เรามืด เขาก็มืด แก้ยังไงหรือ?” เขาหัวเราะเบาๆ
         “มืดก็เปิดไฟซีแหม่ม ของมันสว่างทดแทนกันได้ รอจนกว่าจะอรุณอีกครั้ง ใช้แสงไฟช่วยส่อง จะมิดีกว่าคร่ำครวญหาหลุมฝังศพหรือ?”


        +++++++++++++++++++++++
         และแม้อรุณจะลาลับกี่วารวัน แต่บัดนี้ หัวใจของ แหม่ม หรือ สุคนธรส ชิตานันท์ ก็รู้ว่ายังมี อ้อมอกของ พรนรินทร์อันอบอุ่น ไม่ต่างกับแสงไฟ ในทุกราตรีกาลอันมืดมิดด้วยแสงตะวัน!

ปล. ท้ายสุดนี้ เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 ที่กำลังจะมาถึง ผมขออวยพรเพื่อนนักอ่านทุกท่าน ให้ประสบความสุข ความรื่นรมย์ ปราศจากโรคภัยใดๆ คิดหวังสิ่งใดก็ให้สมดังความหวัง ความปรารถนา ทุกประการ ครับ



Create Date : 28 ธันวาคม 2563
Last Update : 28 ธันวาคม 2563 13:58:34 น. 0 comments
Counter : 355 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.